คัดลอกลิงก์เเล้ว

เพื่อนสุดที่รัก Mingyu x the8 Gyuhao

โดย M 4Z

เมื่อหนึ่งใน97linesแอบรักเพื่อนสนิทของตัวเองมันจะเกิดอะไรขึ้น?แล้วใครกันที่แอบเผลอใจไปให้เพื่อนสนิทอย่างดิเอทกัน?ไปหาคำตอบกันเลยค่ะ

ยอดวิวรวม

266

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


266

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ธ.ค. 62 / 20:46 น.
นิยาย ͹شѡ Mingyu x the8 Gyuhao

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ฟิคชั่นนี้แต่งขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของนักเขียนเองล้วนๆค่ะ หวังว่านักอ่านทุกคนจะชื่นชอบคู่นี้กันนะ ใครเป็นกะรัตไหนคอมเม้นท์หน่อยจ้าว่าเป็นชิปเปอร์คู่ไหนของวง seventeen แล้วก็อย่าลืมเม้นท์ติชมฟิคชั่นเรื่องนี้กันด้วยนะคะ ถ้าผลตอบรับดีอาจจะแต่งแบบยาวให้ได้อ่านและฟินกันยาวๆจ้า ฝากด้วยนะคะ  

แถมรูปสองหนุ่มให้ค่ะ 


เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ธ.ค. 62 / 20:46


“นายสองคนนี่ทำตัวเหมือนเป็นแฟนกันเข้าไปทุกวันแล้วนะ” โดคยอมพูดขึ้นหลังจากที่เห็นเพื่อนสนิทของเขาทั้งสองคนเอาแต่นั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงมากกว่าปกติ หนึ่งในนั้นมองโดคยอมด้วยดวงตาเบิกกว้างก่อนที่เขาจะยิ้มเจื่อนออกมาเบาๆ

“แฟนบ้าแฟนบออะไรของนายกันเล่าเจ้าบ้านี่ คิดอะไรเพ้อเจ้อจริงๆเลย” เขากล่าวพลางเข้าไปกอดคอของโดคยอมรัดเบาๆก่อนที่จะส่งสายตาไปทางร่างบางของชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่ยืนนิ่งด้วยความงุนงง

“ใช่มั้ยดิเอท?” มินกยูกล่าวขณะที่กำลังกอดคของโดคยอมไปด้วย ดิเอททำหน้างงๆก่อนที่จะยิ้มเจื่อนออกมาแล้วเดินไปจับไหล่ของโดคยอมเบาๆ

“นั่นสิ คิดมากไปแล้วนายน่ะ” ดิเอทกล่าว โดคยอมมองทั้งสองสักพักก่อนที่จะนึกย้อนเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ที่ทำให้เขาเริ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทสองคนนี้มันเปลี่ยนไป

เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้านี้

“มาซ้อมเป็นรอบสุดท้ายกันเถอะ” โฮชิพูดขึ้นมาพลางส่งซิกให้ดีโน่ไปเปิดเพลงเพื่อที่จะซ้อมเต้นกันอีกรอบ ดีโน่พยักหน้ารับอย่างเหน็ดเหนื่อยเพราะพวกเขาซ้อมเต้นกันมาทั้งวันแล้ว แต่เพื่อเหล่ากะรัตของพวกเขาแล้วเหนื่อยแค่นี้พวกเขาถือมันสบายมาก

“น้ำมั้ย?” มินกยูที่เดินไปหยิบน้ำมาขวดหนึ่งกล่าวถามเพื่อนสนิทของเขาพลางยื่นขวดน้ำขวดนั้นมาให้ ดิเอทเงยมองก่อนที่จะยิ้มแล้วหยิบขวดน้ำนั้นไปดื่ม

“น้ำอุ่นนี่ นายไม่ชอบกินน้ำอุ่นไม่ใช่เหรอเห็นนายพกแต่น้ำเย็นไว้กินนี่” ดิเอทดื่มเสร็จก็กล่าวถามเพราะเขารู้ดีว่ามินกยูชอบกินน้ำเย็นขนาดไหนแต่นี่เขากลับเอาน้ำอุ่นมาให้ดิเอทดื่มเสียซะอย่างนั้น

“ก็นี่ฉันเอามาให้นาย ของฉันอยู่นู่น” มินกยูกล่าวพลางชี้ไปตรงมุมของห้องซ้อมที่มีน้ำเย็นขวดใหญ่ของเขาอยู่

“วันนี้นายเป็นอะไร?กินยาผิดมาหรือไง?” ดิเอทกล่าวยิ้มๆพลางหยิบขวดน้ำนั้นเดินไปเก็บตรงมุมห้องซ้อม มินกยูเดินตามหลังของดิเอทไปพลางมองอีกฝ่ายแล้วยิ้มๆ ดิเอทเลิกคิ้วมองแล้วยิ้มออกมา

“อะไร?ตามฉันมาทำไม?นี่นายกินยาผิดมาจริงๆหรือไง หรือว่าป่วย?” ดิเอทกล่าวพลางเอามือไปแนบตรงหน้าผากของอีกฝ่าย

“ถ้านายเอามือมาแนบที่หน้าผากฉันแบบนี้บ่อยๆฉันก็อยากจะป่วยไปตลอดเลย” มินกยูพูดพลางยิ้มกว้าง ดิเอทเบ้ปากพลางส่ายหน้าเบาๆ

“อะไร?นี่จะเล่นมุกจีบหญิงเหรอ?ฉันไม่ตลกด้วยหรอกนะ” ดิเอทบอกแล้วกำลังจะเดินไปซ้อมกับคนอื่นๆ

“ไม่ได้เล่นมุก แต่จีบจริงๆ” มินกยูกระซิบที่ข้างหูของดิเอทเบาๆจนดิเอทต้องเดินหนีแล้วเอามือมาจับที่หูของตัวเองเบาๆ รู้สึกจักจี้หูไปหมดเลย

“สองคนนั้นน่ะมาซ้อมกันได้แล้ว!” เสียงของเอสคุปส์กล่าวจนทำให้ทั้งสองต้องรีบวิ่งไปซ้อมเต้นและร้องเพลงกันต่อทันที หลังจากที่ซ้อมกันเสร็จทุกคนก็เดินไปเก็บของเพื่อที่จะเดินทางกลับไปที่หอเพื่อนอนพักผ่อนกัน

“โดคยอม นายว่า....พักนี้มินกยูแปลกๆไปมั้ย?” ดิเอทถามขึ้นมาหลังจากที่นั่งบนรถไปได้สักพักโดยที่คนที่นั่งข้างๆของเขานั้นเป็นโดคยอม

“หืม?ก็ไม่นะ ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ?หรือว่าเขาแกล้งอะไรนายอีกงั้นเหรอ?” โดคยอมถามพลางเล่นโทรศัพท์มือถือไปด้วย

“ไม่รู้สิ วันนี้เขาทำตัวแปลกๆน่ะ จะเรียกว่าแกล้งก็ได้มั้ง” ดิเอทกล่าวพลางขมวดคิ้วแน่นแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นด้วย โดคยอมมองเพื่อนของตัวเองสักพักก่อนที่จะเอื้อมมือไปลูบไหล่ของอีกฝ่าย

“อย่าคิดมากล่ะ ไอ้หมอนั่นก็ขี้แกล้งแล้วก็ชอบพูดยียวนกวนประสาทแบบนั้นแหละ” โดคยอมกล่าวพลางยิ้ม ดิเอทยิ้มตอบพลางพยักหน้า หลังจากนั้นไม่นานรถทั้งสามคันของเหล่า seventeen ก็มาถึงที่หอพักของพวกเขา ทุกคนต่างเดินลงมาจากรถด้วยความเหนื่อยหน่ายแบบที่ถ้าหัวถึงหมอนก็คือหลับกันเป็นตายเลยทีเดียว ทันใดที่ดิเอทเดินลงมาจากรถก็ต้องตกใจทันทีเมื่อเห็นว่ามินกยูยืนรอเขาอยู่ที่ลานจอดรถทั้งๆที่คนอื่นๆที่นั่งรถคันเดียวกันกับเขาขึ้นห้องกันไปหมดแล้ว

“มาทำอะไรตรงนี้เหรอ?” โดคยอมถามหลังจากที่เห็นมินกยูมายืนเหมือนกำลังรอใครสักคนหนึ่งอยู่

“มารอเดินขึ้นไปพร้อมกันไง” มินกยูกล่าวพลางยิ้มแล้วลอบมองไปทางดิเอทที่ยืนอยู่ด้านหลังของดิเอท ดิเอททำหน้างงใส่ก่อนที่คนอื่นๆในรถของเขาจะเดินลงมาจากรถแล้วขึ้นไปบนตึกแล้วแยกย้ายเข้าห้องของแต่ละคนกันไป

“แปลกจริงๆ” ดิเอทบ่นพึมพำบนเตียงของตัวเองเพื่อรออาบน้ำต่อจากจุนที่กำลังอาบน้ำอยู่ ซึ่งข้างๆของเขาคือวอนอูที่กำลังนั่งเล่นเกมอยู่ วอนอูหันไปมองดิเอทก่อนที่จะกดหยุดเกมแล้วกล่าวถามขึ้น

“เป็นอะไรไป?เครียดเรื่องเต้นงั้นเหรอ?” ดิเอทหันไปมองวอนอูก่อนที่จะส่ายหน้าเบาๆ 

“เปล่าหรอกครับ เรื่องไร้สาระน่ะ” ดิเอทกล่าวตอบ วอนอูพยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้น

“อย่าเก็บไปเครียดล่ะ โอเค?” วอนอูกล่าว ดิเอทพยักหน้าพลางยิ้ม วอนอูยิ้มอย่างพอใจก่อนที่จะกดเริ่มเกมแล้วเล่นต่อ

“เฮ้อ...ค่อยสบายตัวหน่อย ฉันอาบเสร็จแล้วใครอาบต่อ?” จุนที่เดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูหนึ่งตัวที่ปิดท่อนล่างกล่าวถามพลางมองไปที่เหล่าสมาชิกในห้องของเขาที่มีถึงหกคนรวมเขาด้วย

“ผมเอง” ดิเอทกล่าวพลางเดินเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับเสื้อผ้าและเครื่องอาบน้ำของตัวเอง 

ระหว่างที่อาบน้ำไปนั้นดิเอทก็เอาแต่คิดเรื่องมินกยูที่มีท่าทีแปลกไป เขารู้ว่ามินกยูเป็นประเภทชอบกวนประสาทแต่วันนี้สายตาเขาแปลกไป มันไม่ใช่สายตายียวนขี้เล่นอย่างเคย แต่มันเป็นสายตาที่จริงจังแบบที่ดิเอทไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ดิเอทขมวดคิ้วอีกครั้งก่อนที่จะเปิดฝักบัวให้แรงที่สุดแล้วเลิกคิดเรื่องของมินกยูไปสักที หลังจากที่ดิเอทอาบน้ำเสร็จแล้วทุกคนก็พากันนอนเล่นกลิ้งไปกลิ้งมาจนเริ่มง่วงกัน โฮชิเป็นคนเดินไปปิดไฟก่อนที่จะเดินมานอนบนเตียง 

เช้าวันต่อมา ดิเอทตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดหัวแบบมึนๆ แต่เขาก็ยังไม่ได้บอกใครในห้องพักเดียวกับเขาเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็คงหาย เขาเลยล้างหน้าแปรงฟันพร้อมกับอาบน้ำแล้วเดินไปนั่งบนเตียงของตัวเองต่อ หลังจากนั้นไม่นานคนอื่นๆก็เริ่มตื่นและเป็นโฮชิที่สังเกตุถึงความผิดสังเกตุนี้ของดิเอทได้

“ไม่สบายเหรอ?สีหน้าไม่ค่อยดีเลย?” โฮชิถามพลางเอามือไปแนบตรงหน้าผากของดิเอทที่ก็มีอุณหภูมิปกติ

“ผมไม่ได้เป็นอะไรหรอกฮยอง แค่ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวก็คงหาย” ดิเอทกล่าวยิ้มๆ โฮชิมองดิเอทก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอะไรก็บอกฮยองนะ อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว” โฮชิกล่าวพลางจับหลังคอของดิเอทเบาๆแล้วเดินออกไปหาคนอื่นๆข้างนอก ดิเอทนั่งสักพักก่อนที่จะเดินตามไปจนเจอเข้ากับมินกยูที่เดินออกมาจากห้องของตัวเองเข้าพอดี

“อรุณสวัสดิ์” มินกยูกล่าวพลางยกมือขึ้นทักทายอีกฝ่าย ดิเอทยิ้มตอบพลางยกมือทักทายเช่นกัน

“ตื่นเช้าจังวันนี้” ดิเอทพูด มินกยูยิ้มพลางยักไหล่เบาๆ

“เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับน่ะ” มินกยูกล่าว ดิเอทมองหน้าของอีกฝ่าย ใต้ตาของเขาคล้ำไปหมดอย่างกับหมีแพนด้า นี่ไม่ได้นอนมาเป็นเดือนแล้วหรือไงใต้ตาถึงได้ดำขนาดนั้น ดิเอทเอื้อมมือไปลูบที่ใต้ตาของมินกยูเบาๆ

“ไม่ได้นอนมากี่วันแล้วใต้ตาดำขนาดนี้?” ดิเอทถาม มินกยูเบิกตากว้างก่อนที่จะยิ้มหวานแล้วยกมือขึ้นมาจับมือข้างนั้นของดิเอท

“ตั้งแต่ฉันเอาแต่คิดเรื่องของนายจนไม่เป็นอันหลับอันนอนน่ะสิ” มินกยูกล่าว ดิเอทเบิกตากว้าง แทนที่ร่างกายของเขาจะสั่งการให้เขาชักมือเก็บให้เร็วที่สุดแต่กลับกลายเป็นหัวใจที่เต้นแรงและเร็วกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นี่เขาเป็นอะไร?ทำไมหัวใจถึงได้เต้นแรงขนาดนี้กันนะ?

“นายแกล้งฉันแต่เช้าเลยนะ” ดิเอทกล่าวกลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่เต้นแรงของตัวเอง มินกยูยิ้มก่อนที่จะพูดพลางจ้องตาของดิเอทไปด้วย

“บอกแล้วไงว่าไม่ได้แกล้ง แต่เอาจริงๆ” มินกยูกล่าวพลางยิ้มหวาน ดิเอทอยากจะบ้าตายไม่ใช่กับมุกเสี่ยวของอีกฝ่ายแต่เป็นหัวใจเจ้ากรรมของตัวเองที่ดันเต้นไม่เป็นส่ำแบบนี้ นี่มันเต้นรัวยิ่งกว่าตอนที่เขาเต้นหรือว่าออกไปวิ่งยามเช้าอีกนะเนี่ย

“ฮยองไปกินข้าวกันเถอะ” ซึงกวานกล่าวพลางเรียกทั้งดิเอทและมินกยูให้ไปกินข้าวด้วยกัน ดิเอทชักมือกลับพลางเดินไปหาซึงกวานอย่างรวดเร็ว

“รีบไปกันเถอะ ฉันเริ่มหิวแล้วล่ะ” ดิเอทกล่าวพลางกอดไหล่ของซึงกวานแล้วรีบพาซึงกวานเดินออกมาจากชั้นนั้นทันที มินกยูที่ยังยืนอยู่ที่เดิมหลุดยิ้มออกมากับท่าทางน่ารักแสนน่าเอ็นดูนั้นของดิเอทก่อนที่จะเดินตามไปติด

“วันนี้ผมว่าจะไปหาอะไรกินแถวๆฮงแดอ่ะ ใครจะไปกับผมบ้าง?” ซึงกวานกล่าวพลางมองหน้าของเหล่าสมาชิกทุกคน คนที่ยกมือก็มีเวอร์นอน ดีโน่ นี่มันมักเน่ไลน์ชัดๆ ส่วนคนอื่นก็ส่ายหน้าไปมา

“ฮยองว่าวันนี้ฮยองจะนอนพักน่ะ ถ้าให้ดีก็ซื้อของกินมาฝากด้วยแล้วกันนะ” จองฮันกล่าวพลางบิดตัวไปมาแล้วเดินอย่างกับซอมบี้ไปนอนต่อในห้อง

“มินกยูฮยองไปด้วยกันมั้ย?” ซึงกวานถามขึ้นมาพลางมองหน้าของมินกยูที่เอาแต่เหลือบมองดิเอทที่ทำเป็นนิ่งทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายแอบมองอยู่

“ถ้าดิเอทไปฉันก็ไป” ประโยคนั้นทำให้ดิเอทแทบจะสำลักน้ำลายของตัวเอง ดิเอทหันไปมองหน้าของมินกยูที่ยิ้มหวานมาให้ก่อนที่จะต้องสะดุดเข้ากับสายตาของเหล่าน้องเล็กทั้งหลายที่มองมาที่ดิเอทราวกับลูกแมวอยากได้อาหาร

“ถ้าโดคยอมไปฉันก็ไป” ดิเอทพูดขึ้นมาพลางมองไปที่โดคยอมที่นอนฟังเพลงอยู่บนโซฟา โดคยอมถอดหูฟังออกมาก่อนที่จะมองหน้าของดิเอท

“เอาสิ ไปกัน” โดคยอมกล่าวพลางยิ้มกว้าง ดิเอทอยากจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาโยนใส่หน้าอีกฝ่ายถ้าไม่ติดว่าเสียดายเงินที่ซื้อไปล่ะก็ป่านนี้มันคงไปอยู่ที่หน้าของโดคยอมเรียบร้อยแล้ว

“นายก็รู้นี่ว่าฉันหนักใจเรื่องมินกยูอยู่แล้วยังจะไปอีกทำไมฮะ?!!!”

ที่ฮงแด

“กินอะไรกันดีอ่ะ?” ดีโน่ถามขึ้นมาพลางมองเหล่าร้านอาหารมากมายที่อยู่ริมทางที่มันยั่วน้ำลายของพวกเขาไปเสียหมดทุกอย่างเลย

“ฉันอยากกินต๊อกบกกีอ่ะ กินกันมั้ย?” เวอร์นอนพูดขึ้นมาพลางชี้ไปที่ร้านขายต๊อกบกกีแห่งหนึ่งที่ดูน่าอร่อย ทุกคนพยักหน้าพลางเดินที่ร้านนั้นโดยที่มีโดคยอม มินกยูและดิเอทเดินตามหลังพวกเด็กๆไป ส่วนพวกพี่เมเนเจอร์ก็เดินตามหลังไปอย่างเนียนๆ

“โฮชิฮยองบอกว่าตอนเช้านายดูไม่ค่อยดี เป็นอะไรหรือเปล่า?” โดคยอมถามขึ้นมาพลางมองหน้าของดิเอทไปด้วย ดิเอทส่ายหน้าพลางเป่าลมออกมาจากปากด้วยความหนาว

“ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะ” ดิเอทตอบ มินกยูมองดิเอทก่อนที่จะเดินมาข้างๆดิเอทแล้วจับมือของดิเอทมาไว้ในกระเป๋าของเขา ดิเอททำหน้าอึ้งพลางมองมินกยู มินกยูยิ้มแล้วกระซิบข้างหูของดิเอทด้วยเสียงอันแผ่วเบา

“อุ่นดีเนอะ” ดิเอทหน้าแดงไปหมด ตอนนี้หน้าเขาเหมือนกับมะเขือเทศสุกก็ไม่ปาน ดิเอทอยากจะดึงมือกลับมาแต่ทำไม่ได้ เขาไม่ชอบทำอะไรแบบนี้กับใครเลยแต่พอเป็นมินกยูเขากลับต้องทำตามเสียซะอย่างนั้นเหมือนกับหัวใจมันบังคับร่างกายให้ทำตาม

“นี่ อย่าแกล้งเขาสิ นายนี่จริงๆเลย” โดคยอมกล่าวพลางมองหน้าของมินกยู มินกยูยิ้มหวานก่อนที่จะพูดกับโดคยอม

“ฉันไม่ได้แกล้งเขาเสียหน่อย ฉันเห็นเขาหนาวเลยช่วยให้หายหนาวอยู่นี่ไง” มินกยูกล่าวพลางจับมือดิเอทที่อยู่ด้านในกระเป๋าของเขาแน่นขึ้น ดิเอทหน้าแดงไปหมด ไม่รู้ตอนนี้อุณหภูมิร่างกายของเขาสูงขนาดไหนแต่บอกได้เลยว่าถ้าหิมะตกลงบนตัวเขาตอนนี้ล่ะก็มันจะต้องละลายกลายเป็นน้ำแน่นอน ไม่ใช่น้ำธรรมาด้วยนะแต่เป็นน้ำร้อนเลยล่ะ

“พวกฮยองจะกินอะไรกันอ่ะ?ผมสั่งต๊อกบกกีกับซุนแดไปแล้ว เอาด้วยมั้ย?” ซึงกวานถามพลางมองมาที่เหล่าฮยองของพวกเขาที่กำลังเดินมาที่ร้านต๊อกบกกีอย่างช้าๆอย่างกับทำเอ็มวีก็ไม่ปาน

“เอาเหมือนพวกนายนั่นแหละ” โดคยอมกล่าวตอบแล้วเดินเร็วไปหาพวกน้องๆทันที พี่เมเนเจอร์เองก็เดินตามโดคยอมไปสองสามคนแล้วก็ยังมีคนเดินตามหลังของมินกยูและดิเอทอยู่อีกสองคน

“เมื่อเช้าไปค่อยสบายเหรอ?” มินกยูถามขึ้นมา ดิเอทหันไปมองพลางตอบ

“รู้สึกมึนๆนิดหน่อยน่ะ แต่ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ แล้วนายล่ะ..ตาคล้ำแบบนั้นเมื่อคืนนอนไม่หลับเหมือนกันสินะ” ดิเอทพูด มินกยูยิ้มก่อนตอบ

“อืม ก็อย่างที่บอกแหละ ฉันเอาแต่คิดเรื่องของนายจนนอนไม่หลับเลย” ดิเอทยิ้มเจื่อนก่อนที่จะหันหน้ามามองตรงเหมือนเดิม ก่อนที่จะหันไปมองหน้าของมินกยูอีกรอบ

“นี่นายยังไม่เลิกเล่นมุกจีบอีกเหรอ?ตอนแรกมันก็สนุกนะแต่พอนานๆมันเริ่มไปสนุกแล้วล่ะ” ดิเอทกล่าวพลางยิ้มเจื่อนๆ มินกยูเลิกคิ้วก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ถ้าไม่สนุก..นายจะจับมือฉันแน่นขนาดนี้เหรอ?” มินกยูถามจนทำให้ดิเอทหน้าแดงอีกครั้ง ใช่!ทำไมตอนนี้เขาเป็นฝ่ายจับมือของมินกยูแน่นแทนล่ะ ดิเอทคิดดังนั้นก่อนที่จะผละมือออกมาจากมือของมินกยูแล้วรีบเดินไปหาพวกเมมเบอร์คนอื่นๆในร้านต๊อกบกกีทันที

นี่เราเป็นบ้าอะไรไป?ทำไมถึงได้ใจเต้นแบบนั้นกับมินกยูได้...บ้าๆ..ฉันบ้าไปแล้วแน่ๆ

“ไม่อร่อยเหรอ?กินน้อยจัง” โดคยอมถามขึ้นมาพลางมองหน้าของดิเอทด้วยความเป็นห่วง ดิเอทส่ายหน้าก่อนที่จะจิ้มต๊อกบกกีเข้าปากไปแล้วเคี้ยงอย่างอร่อย

“นี่ไง กินอยู่” ดิเอทกล่าว มินกยูที่มองอยู่ยิ้มขึ้นมาก่อนที่จะยื่นน้ำอุ่นให้

“อ่ะ” มินกยูกล่าว ดิเอทรับมาก่อนที่จะดื่มเข้าไปให้มันหมดๆไป

“แล้วทีนี้เราจะไปไหนกันต่อดีอ่ะฮยอง กินของหวานกันดีมั้ย?” ดีโน่หันไปมองหน้าของซึงกวานพลางถามความคิดเห็น ซึงกวานพยักหน้าพลางหันมามองหน้าเหล่าฮยองของเขา

“เอางั้นแล้วกันเนอะฮยอง?” ซึงกวานถาม เหล่าฮยองของเขาพยักหน้ารับก่อนที่จะรีบกินต๊อกบกกีให้หมดจะได้ไปหาของกินอย่างอื่นกินกันต่อ

ระหว่างที่พวกเขาเดินผ่านนั้นมีร้านขายหมวกอยู่ร้านหนึ่งที่ทำให้ดิเอทยืนมองอยู่สักพัก เขาอยากได้หมวกใหม่อยู่พอดีเลยเขาเลยเดินเข้าไปร้านขายหมวกนั้นทันทีเพื่อจะซื้อหมวกแบบที่เขาต้องการ

“เชิญเลยครับ” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนซึ่งเป็นเจ้าของร้านกล่าว ดิเอทเดินเข้าไปพลางมองไปรอบๆเพื่อหาหมวกที่เขาชอบ ต้องเป็นหมวกที่มีความแฟชั่นแบบที่ใส่แล้วรู้เลยว่าคือดิเอทสไตล์อะไรแบบนั้น

“อ๊ะ!อันนั้นใช่เลย” ดิเอทกล่าวพลางเดินไปหวังจะหยิบหมวกสีดำที่ดูมีสไตล์ที่ทั้งดูเรียบหรูและมีสไตล์ในขณะเดียวกัน

“หมับ!”

แต่ก่อนที่มือของดิเอทจะคว้าไปถึงกลับมีมือใหญ่ของใครอีกคนหยิบเอาไปเสียก่อน ดิเอทรีบหันหลังไปมองก่อนที่จะขมวดคิ้วเบาๆ

“มินกยู?นายก็มาดูหมวกด้วยเหรอ?” ดิเอทกล่าวถามด้วยความสงสัยเพราะว่ามินกยูน่ะไม่ใช่ประเภทชอบใส่หมวกน่ะสิ ส่วนใหญ่เขาจะแต่งตัวแบบเนี๊ยบๆไม่ก็แนวสตรีทไปเลยมากกว่า ซึ่งหมวกไม่เคยเป็นไอเท็มที่มินกยูสนใจที่จะซื้อเลยสักครั้งเท่าที่ดิเอทเคยรู้จักกับเขามา

 

“เปล่า ฉันตามนายมาต่างหาก คนอื่นๆเขาไปสั่งไอศกรีมกัน ฉันเห็นนายเดินดุ่มๆมานี่คนเดียวไม่บอกใครด้วยก็เลยตามมา” มินกยูบอกก่อนที่จะวางหมวกใบนั้นลงบนหัวของดิเอทแล้วจัดทรงมันอย่างดิบดีก่อนที่เขาจะจับไหล่ของดิเอทให้หันไปมองที่กระจกเพื่อส่องดูตัวเองว่าดูดีขนาดไหนเมื่อสวมใส่หมวกใบนี้

“ดูดีเนอะ?” มินกยูกล่าวพลางยิ้ม ดิเอทหันซ้ายหัวขวาเพื่อดูหมวกบนหัวของเขาว่ามันเข้ากับตัวเองมากขนาดไหน

“นั่นสิ ดูเป็นสไตล์ของฉันเลย” ดิเอทกล่าวพลางหันไปมองหน้าของมินกยูแล้วยิ้ม มินกยูยิ้มตอบก่อนที่จะเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของดิเอทเบาๆ

“ฉันไม่ได้หมายถึงหมวก ฉันหมายถึงนายต่างหาก” มินกยูกล่าวก่อนที่จะเดินไปอยู่ที่หน้าร้าน ดิเอทได้ยินประโยคนั้นก็ได้แต่ทำหน้าแดงก่อนที่จะเดินไปจ่ายเงินด้วยอาการที่ตัวเองยังอธิบายไม่ถูก

“ดิเอทกับมินกยูไปไหนแล้วล่ะ?” โดคยอมถามขึ้นมาหลังจากที่ได้ไอศกรีมที่สั่งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เขามองซ้ายมองขวาพลางมองไปทางพี่เมเนเจอร์ที่ทำหน้าตางุนงงไม่แพ้กัน

“พวกเราอยู่นี่” มินกยูกล่าวพลางเดินมาจากทางด้านหลังของพวกโดคยอม โดคยอมมองไปทางต้นเสียงก่อนที่จะทำสีหน้าประมาณว่าโล่งอกที่ไม่ได้หายไปไหนไกล

“ไปไหนกันมา?” ซึงกวานถามพลางเลียไอศกรีมรสวานิลาไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อย (เดี๋ยวก็น้ำหนักขึ้นอีกหรอกซึงกวานเอ้ย)

“ดิเอทไปซื้อหมวกน่ะ ฉันก็เลยตามไปด้วย” มินกยูกล่าวพลางยิ้ม โดคยอมพยักหน้าก่อนที่ทุกคนจะเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อขนมและของกินไปให้พวกเมมเบอร์ที่อยู่หอได้กินกัน

“วอนอูฮยองชอบกินอันนี้ ส่วนอันนี้ของจองฮันฮยอง อันนี้ของ...” ระหว่างที่โดคยอมกำลังเลือกขนมกับพวกน้องๆที่เอาแต่หยิบขนมตุนไว้เหมือนโลกกำลังจะแตกก็ไม่ปาน ดิเอทก็เดินไปที่มุมขายหนังสือของซุปเปอร์มาเก็ตที่มีหนังสืออยู่เพียงไม่กี่เล่ม ดิเอทเอื้อมมือไปหยิบหนังสือมาอ่านหน้าปกดูเผื่อว่าจะมีหนังสือที่เขาจะซื้อเอาไว้อ่านยามว่างไม่ก็เครียดได้บ้าง

“ร้อยวิธีมัดใจให้เพื่อนสนิทมาเป็นแฟน” เสียงของมินกยูดังขึ้นทำให้ดิเอทตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว เขาหันหลังไปมองแล้วเจอกับมินกยูที่หยิบหนังสือเล่มสีชมพูหวานแหววนั้นมาจากชั้นวางหนังสือ

“มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง..ฉันตกใจหมด” ดิเอทกล่าวพลางหยิบหนังสือที่เขาถืออยู่วางกลับคืนที่เดิม

“นายไม่ซื้อหนังสือแล้วเหรอ?” มินกยูถาม ดิเอทมองหน้าของมินกยูก่อนที่จะส่ายหน้า

“มันไม่มีแนวที่ฉันชอบอ่านอ่ะ ฉันว่าจะไปดูที่ร้านหนังสือแทน รีบไปกันเหอะพวกนั้นคงจะคิดเงินเรียบร้อยแล้ว” ดิเอทกล่าวแล้วกำลังจะเดินไปหาพวกโดคยอมที่กำลังคิดเงินอยู่ที่เคาท์เตอร์เซอร์วิส

“งั้นนายซื้อเล่มนี้ให้ฉันหน่อยสิ ฉันลืมกระเป๋าตังค์ไว้ในรถอ่ะ” มินกยูกล่าวพลางโชว์หนังสือเล่มนั้นให้ดิเอทดู ดิเอทขมวดคิ้วก่อนที่จะพูดขึ้น

“นายก็ไปยืมโดคยอมสิ ทำไมต้องให้ฉันจ่ายให้ด้วย?” ดิเอทถามพลางเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายที่เอาแต่ยักไหล่ ดิเอทถอนหายใจก่อนที่จะหยิบหนังสือเล่มนั้นมาจากมือของมินกยูแล้วเดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์

“อ่ะ เอาไป อ่านหนังสืออะไรไร้สาระจริงๆ” ดิเอทบอกพลางยื่นหนังสือเล่มนั้นให้มินกยูไปก่อนที่จะเก็บกระเป๋าเงินของตัวเองเข้ากระเป๋าแล้วเดินไปที่รถ

“หายไปไหนกันแค่สองคนอีกละ?” ซึงกวานถามหลังจากที่เห็นดิเอทเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อพร้อมกับมินกยูที่เดินตามหลังมาด้วยใบหน้ายิ้มเล็กยิ้มน้อยเหมือนดีใจอะไรสักอย่าง

“มินกยูน่ะสิลืมกระเป๋าตังค์ไว้ในรถฮยองก็เลยต้องจ่ายเงินซื้อหนังสือไร้สาระให้น่ะสิ” ดิเอทกล่าวพลางขมวดคิ้วที่ดูน่ารักเสียมากกว่าจะดูว่าเขากำลังหงุดหงิด

“กระเป๋าตังค์ของมินกยูก็อยู่ที่เขาไม่ใช่เหรอ?ไม่เห็นจะมีบนรถเลย” โดคยอมกล่าวพลางมองไปรอบๆรถที่ไร้ซึ่งกระเป๋าเงินของมินกยู

“อ้อ!ฉันนี่จริงๆเลย ลืมไปว่าตัวเองหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาแล้ว โทษทีๆ” มินกยูกล่าวหลังจากที่เดินมายืนข้างๆของดิเอทแล้ว ดิเอทอ้าปากค้างเชิงว่า เพื่อ????

“อ่ะนี่เงิน” มินกยูกล่าวพลางหยิบเงินของเขาในกระเป๋าเงินของเขาให้ดิเอทไป ดิเอทยังคงอ้าปากค้างเพราะความงุนงงจากการกระทำของมินกยูที่นับวันยิ่งแปลกเข้าไปทุกที

“แล้วนายให้ดิเอทซื้อหนังสืออะไรให้อ่ะ?” โดคยอมถามหลังจากที่เดินขึ้นไปนั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว

“นี่ไง” มินกยูกล่าวพลางโชว์หนังสือเล่มสีชมพูหวานแหววให้ดูด้วยความภูมิใจ

“ร้อยวิธีมัดใจให้เพื่อนสนิทมาเป็นแฟน?นายอ่านอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ?” โดคยอมถามพลางเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย ตอนนั้นเองที่ดิเอทเดินขึ้นมาบนรถพอดี เขาหันไปปิดประตูรถตู้ก่อนที่จะมานั่งที่ที่นั่งข้างหน้าของโดคยอมและมินกยูที่นั่งด้วยกัน

“ฉันเพิ่งจะมาสนใจเร็วๆนี้แหละ แล้วก็กะว่าพออ่านเสร็จแล้วก็จะเอาไปใช้กับเขาทันทีเลย” มินกยูกล่าวพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดิเอทที่นั่งอยู่ด้านหน้าขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีหลังจากที่ได้ยินแบบนั้น

เขาหมายถึงใคร?เพื่อนสนิทงั้นเหรอ?คงไม่ใช่ฉันหรอกใช่มั้ย?...จะเป็นฉันได้ไงล่ะ หมิงฮ่าว นายนี่มันเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว!!!

“ใช้กับใคร?นายมีเพื่อนสนิทผู้หญิงด้วยเหรอ?ไม่เห็นเคยเล่าให้ฟังเลย?” โดคยอมถามพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย มินกยูยักไหล่ก่อนที่จะมองไปทางดิเอทที่นั่งอยู่ด้านหน้าของเขา

“ผู้หญิงที่ไหนไม่มีหรอก เพื่อนสนิทที่ว่า..ก็คนแถวๆนี้แหละ” มินกยูกล่าวก่อนที่จะยิ้มมุมปากออกมาแล้วแกล้งหลับทันทีที่ดิเอทหันไปมอง ดิเอทเหลือบไปสบตาของโดคยอมที่มองมาทางดิเอทเล็กน้อยก่อนที่จะยื่นหน้ามากระซิบกระซาบกับดิเอทเบาๆ

“นี่ใช่มั้ยที่นายเครียดอยู่น่ะ?” โดคยอมถาม ดิเอทพยักหน้าระรัวก่อนที่จะเหลือบไปมองมินกยูที่จากแกล้งเป็นหลับกลายเป็นหลับจริงไปเสียแล้ว

“ก็ใช่น่ะสิ” ดิเอทกล่าวพลางกัดฟันก่อนที่จะกลับไปนั่งที่ตัวเองเหมือนเดิม

ที่หอพัก

“กลับมาแล้วครับ” เสียงของดีโน่กับซึงกวานที่ประสานเสียงกันทำให้เหล่าฮยองที่กำลังนอนหลับบ้าง นั่งเล่มเกมบ้างต้องเงยหน้าขึ้นมามองแล้วรีบเดินมาหาทันที 

“ซื้ออะไรมาบ้างอ่ะ?” เอสคุปส์ถามหลังจากที่ผละมาจากการเล่นเกมแล้วเดินมาหาพวกเขาที่เพิ่งมาถึง ซึงกวานกับดีโน่โชว์ถุงขนมอันใหญ่โตที่ไม่เคยจะทำให้ท้องของเหล่าเมมเบอร์ทั้งสิบสามอิ่มได้สักทีหนึ่งให้เอสคุปส์ดู

“แล้วนั่นอะไรน่ะมินกยู?” โจชัวถามหลังจากที่เห็นมินกยูเดินเข้ามาพร้อมกับเปิดหนังสือเล่มที่ซื้อมาอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจอย่างกับจะเอาไปสอบได้เสียซะอย่างนั้น

“ไม่มีอะไรหรอกฮยอง ผมซื้อมาอ่านแก้เบื่อน่ะ” มินกยูกล่าวก่อนที่จะปิดหน้าหนังสือแล้วแอบมันไว้ที่ด้านหลังของเขา โจชัวเลิกคิ้วมองเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบถุงขนมไปวางตรงกลางของห้องเพื่อให้คนอื่นๆมาหยิบกินกันได้

“ดิเอทอาการเป็นไงมั่ง ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย?” โฮชิถามหลังจากที่เห็นดิเอทเข้ามาเป็นคนสุดท้าย ดิเอทพยักหน้าแล้วเดินไปนั่งบนโซฟาข้างๆกับโฮชิที่กำลังเล่นเกมอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ซื้อหมวกมาใหม่เหรอ?” จุนถามหลังจากที่ดิเอทมานั่งบนโซฟาได้ครู่หนึ่ง ดิเอทยิ้มพลางโชว์หมวกให้จุนดู

“สไตล์ผมเลยใช่มั้ยล่ะ?มองปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นหมวกดิเอทสไตล์” ดิเอทบอกพลางยิ้มกว้าง ตอนนั้นเองที่ดิเอทหันไปสบเข้ากับมินกยูที่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเล็งมาที่เขาเหมือนกำลังถ่ายรูปของดิเอทอยู่

“ทำอะไรน่ะมินกยู?” เอสคุปส์ถามหลังจากที่หยิบขนมไปกินสองสามชิ้นแล้วเผอิญไปเห็นท่าทางของมินกยู มินกยูทำท่าทางเลิ่กลั่กก่อนที่จะยิ้มกลบเกลื่อน

“เซลก้าไงฮยอง มุมนี้ผมดูหล่อมากเลย” มินกยูกล่าวพลางทำท่าทางเหมือนกำลังถ่ายเซลก้าตัวเองอยู่  ดิเอทมองอีกฝ่ายอย่างมึนๆก่อนที่จะขอตัวไปนอนพักที่ห้องของเขา

“นายจะนอนแล้วเหรอ?” มินกยูกล่าวหลังจากที่เดินตามหลังดิเอทมาติดๆ ดิเอทพยักหน้าพลางมองอีกฝ่าย

นี่คิดจะมาหยอดมุกจีบอะไรฉันอีกล่ะ?

“อืม นายก็ไปนอนมั่งสิ ตาคล้ำอย่างกับหมีแพนด้าแบบนี้เดี๋ยวกะรัตก็ผิดหวังหรอก” ดิเอทบอกแล้วกำลังจะเปิดประตูห้อง

“ขอฉัน...เข้าไปคุยกับนายสองคนในห้องได้มั้ย?” ดิเอทชะงักไปเมื่อได้ยินคำขอร้องของมินกยู ดิเอทนิ่งไปสักพักก่อนที่จะหันหลังไปมองมินกยูที่ยืนเฝ้ารอคำตอบของอีกฝ่าย

“..จะคุยเรื่องอะไรล่ะ คุยตรงนี้ก็ได้นี่” ดิเอทกล่าว มินกยูส่ายหน้าพลางจ้องตาของดิเอท

“เรื่องนี้เป็นความลับ...ที่ฉัน..อยากจะบอกมันกับนายแค่คนเดียว” มินกยูกล่าวพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนแบบที่ไม่ว่าใครได้มองก็ต้องใจอ่อน ดิเอทก็เช่นกัน ดิเอทถอนหายใจก่อนที่จะเปิดประตู

“เข้ามาก่อนแล้วกัน แต่ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระล่ะก็..ฉันเตะนายออกมาแน่” ดิเอทกล่าวแล้วเดินเข้าไปในห้อง มินกยูยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องแล้วล็อคประตู

“...แล้ว..นายจะคุยเรื่องอะไรล่ะ?” ดิเอทเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาขึ้นมาก่อนหลังจากที่ทั้งสองเข้ามาในห้องแล้วมินกยูเอาแต่นั่งบื้อไม่ยอมพูดอะไรเลย

“คือ..คือเรื่องนี้...มัน...คือ...” มินกยูพูดจาตะกุกตะกักจนทำให้ดิเอทรำคาญใจไม่น้อย

“อย่ามัวแต่อึกอักสิมีอะไรก็พูดมา” ดิเอทกล่าวพลางขมวดคิ้วแน่น มินกยูมองหน้าของดิเอทก่อนที่จะตะโกนออกมาเสียงดังแถมยังหลับตาปี๋อีกต่างหาก

“ฉันว่า..ฉันชอบนายแล้วล่ะ!!!” ประโยคนั้นทำให้ดิเอทชะงักแบบที่เรียกว่าเกือบลืมหายใจไปเลยก็ว่าได้ เพื่อนสนิทของเขาในวงมาสารภาพรักกับเขาเนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตนี้เขาจะมาเจอเรื่องแบบนี้ 

“นาย..นายคง..ไม่ได้แกล้งฉันหรอกใช่มั้ย?” ดิเอทถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง มินกยูมองตาของดิเอทพลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ฉันไม่ล้อเล่นกับความรู้สึกของตัวเองหรือของใครหรอกนะ” มินกยูกล่าว ดิเอททำตัวไม่ถูกได้แต่นิ่งไปพลางกัดปากแน่น

“...ถ้านายไม่ชอบ...ก็ไม่เป็นไร ฉันก็แค่..อยากจะลองสารภาพดูเผื่อฟลุ๊ค...แต่ถ้านายไม่ได้ชอบ...ก็ไม่เป็นไร” มินกยูกล่าวพลางทำหน้าเศร้าๆแล้วกำลังจะเดินออกจากห้องไป 

นายจะมาสารภาพรักกับฉันแล้วเดินหนีไปอย่างนี้ไม่ได้!!แล้วต่อจากนี้ไปฉันจะกล้ามองหน้านายได้ยังไงกันเล่า?

“แล้วถ้าฉันบอกว่า...ฉันก็ไม่ได้ไม่ชอบล่ะ” ดิเอทกล่าวพลางเม้มปากแน่น

นี่เราพูดอะไรออกไปวะเนี่ย?

“นายกำลังจะบอกว่า...นายเองก็ชอบฉันเหมือนกันงั้นเหรอ?” มินกยูกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เห็นได้ชัดว่าเขาดีใจมากขนาดไหน ดิเอทมองเขานิ่งก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ไม่ได้บอกว่าชอบแค่บอกว่า..ไม่ได้ไม่ชอบ-“

“หมับ!!”

“เย้!!!!” มินกยูตะโกนออกมาด้วยความดีใจพลางอุ้มร่างของดิเอทขึ้นมาเหมือนตัวเขาเบาอย่างกับปุยนุ่น ดิเอทตีไหล่ของมินกยูรัวแต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าเจ็บเลยสักนิด เขาเอาแต่ยิ้มดีใจก่อนที่เขาจะวางร่างของดิเอทลงแล้วมองหน้าดิเอทอย่างขุยเขิน

“...งั้น...เรา..มาคบกันมั้ย?” มินกยูกล่าวถามพลางมองตาของดิเอท ดิเอทนิ่งไปก่อนที่จะพยักหน้าแบบขอไปที

“ก็...ก็ได้..”

“เย้!!!!”

“นี่เลิกอุ้มฉันแล้วก็เลิกส่งเสียงดังได้แล้ว!”ดิเอทกล่าวพลางตีไหล่ของอีกฝ่ายแต่ก็เป็นเหมือนเดิม มินกยูเอาแต่ยิ้มอย่างเดียวแบบที่โลกนี้ไม่มีอะไรจะสุขไปมากกว่านี้อีกแล้ว

กลับมาปัจจุบัน

“เกือบถูกจับได้แล้วเห็นมั้ย?นายน่ะชอบทำอะไรออกนอกหน้าตลอดเลย” ดิเอทกล่าวติอีกฝ่ายที่เอาแต่หยอกล้อแถมยังชอบมาทำอะไรมุ้งมิ้งกับเขาต่อหน้าเมมเบอร์คนอื่นๆอยู่เรื่อย

“ก็นายมันน่ารักเข้าไปทุกวันเลยนี่นา จะให้ฉันอดใจไม่หยอกนายเล่นได้ไงอ่ะ” มินกยูกล่าวพลางทำท่าทางอ้อนที่ทำให้ดิเอทเป็นอันต้องใจอ่อนให้ทุกทีไป

“เดี๋ยวก็ตีให้หน้าหล่อๆนี่แดงเป็นรอยมือเลย” ดิเอทกล่าวหยอกพลางทำท่าจะตบ แต่มินกยูกลับยิ้มก่อนที่จะยื่นหน้าให้อีกฝ่าย

“เอาสิ แต่ถ้านายตบมาฉันจูบตอบนะ” มินกยูบอกหน้าทะเล้นจนทำให้ดิเอทหลุดยิ้มออกมาจนเกือบจะเผลอตบหน้าของมินกยูให้แดงไปเลยถ้าไม่ติดว่าเขาจะโดนจูบ

“ดิเอท!” เสียงของโฮชิทำให้ดิเอทและมินกยูสะดุ้ง ดิเอทหันไปมองก่อนที่จะตะโกนตอบ

“มีอะไรเหรอฮยอง?” ดิเอทถามกลับพลางมองไปที่ยังโฮชิที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักกับเหล่ายูนิตเพอร์ฟอแมนส์ของ seventeen 

“ฮยองว่าวันนี้จะไปคิดท่าเต้นในห้องซ้อมน่ะ เลยว่าจะให้นายไปช่วยด้วย” โฮชิกล่าวพลางเดินมาหาดิเอทที่นั่งอยู่กับมินกยู 

“ครับ งั้นไปกันเลยมั้ยครับ?” ดิเอทพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมจะเดินไปพร้อมๆกับโฮชิแต่มือของมินกยูก็จับมือของเขาเอาไว้เสียก่อน

“ผมไปด้วยคนสิ” มินกยูกล่าวพลางมองหน้าของโฮชิ โฮชิเลิกคิ้วมองก่อนที่จะถามขึ้นด้วยความแปลกใจ

“ปกติวันว่างๆแบบนี้นายไม่อยากจะไปไหนนี่ เห็นเอาแต่จะพักผ่อนลูกเดียวเลยไม่ใช่เหรอแล้วทำไมวันนี้จะไปด้วยล่ะ?” โฮชิถาม มินกยูยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น

“ผมเองก็อยากไปดูตอนฮยองคิดท่าเต้นสักครั้งเหมือนกันน่ะครับ” มินกยูกล่าวพลางยิ้ม โฮชิเลิกคิ้วก่อนที่จะยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าเบาๆ

“งั้นก็ไปด้วยกันเลยแล้วกัน” โฮชิกล่าวพลางเดินนำหน้าไปก่อน ดิเอทแอบหยิกมินกยูเบาๆก่อนที่จะกระซิบ

“นายจะตามติดฉันอย่างนี้ไม่ได้นะเดี๋ยวพวกเขาก็รู้หรอก!” ดิเอทกล่าวเสียงเบาแต่ดูดุดัน แต่มินกยูก็ไม่ได้สนใจเขายักไหล่ก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยหน้าตาเฉย

“เราก็ทำแบบนี้กันออกจะบ่อยไป ไม่มีใครรู้หรอกน่า รีบไปเหอะ เดี๋ยวโฮชิฮยองรอนาน” มินกยูกล่าวพลางโอบไหล่ของดิเอทแล้วพากันเดินตามหลังโฮชิที่เข้าไปรอในรถตู้เรียบร้อยแล้ว

ภายในห้องซ้อม

“หิวน้ำจัง ดิเอทหยิบน้ำให้ฉันหน่อยสิ” มินกยูกล่าวพลางซับเหงื่อของตัวเองที่เต็มเนื้อเต็มตัวไปหมด ตอนแรกเขากะจะมาดูพวกโฮชิออกแบบท่าเต้นกันเฉยๆแต่ไม่รู้อีท่าไหนเขาดันกลายเป็นคนที่ต้องเต้นให้พวกเขาดูแทนเสียเอง

“กินน้ำเย็นบ่อยๆมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ ฉันบอกนายหลายครั้งแล้วนะ” ดิเอทกล่าวเสียงดุเมื่ออีกฝ่ายไม่เชื่อฟังที่เขาย้ำเรื่องนี้ตั้งหลายรอบ 

“ก็มันสดชื่นดีนี่นา ค่อยๆลดไปแล้วกันนะ?” มินกยูบอกพลางทำท่าอ้อน ดิเอทเอือมระอา ไม่ใช่กับมินกยูแต่เป็นคัวเขาเองที่เป็นอันต้องใจอ่อนทุกครั้งที่อีกฝ่ายทำท่าแบบนี้ใส่

“กินขนมมั้ยเดี๋ยวฉันลงไปซื้อให้?” มินกยูกล่าวถามพลางมองหน้าของดิเอท ดิเอทหันไปมองเหล่าเมมเบอร์ในยูนิตของเขาที่กำลังนั่งพักผ่อนกันอยู่

“เดี๋ยวฉันไปด้วย เดี๋ยวไปถามพวกฮยองก่อนว่าจะเอาอะไรมั้ย” ดิเอทกล่าวก่อนที่จะเดินไปหาโฮชิ จุนและดีโน่

“ผมจะลงไปซื้อของกินกับมินกยูน่ะ เอาอะไรกันมั้ย?” ดิเอทถาม โฮชิทำท่าคิดอยู่นานก่อนที่จะพูด

“ฉันเอาไอศกรีมแล้วกันรสอะไรก็ได้”

“ผมเอาเยลลี่ซองหนึ่งแล้วกัน” ดีโน่บอกพลางเล่นเกมต่อ 

“ฉันเอามันฝรั่งแผ่นทอดห่อหนึ่ง” จุนบอกพลางทำท่าบิดขี้เกียจ ดิเอทพยักหน้ารับแล้วเดินไปหามินกยูแล้วพากันลงไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตที่ด้านล่างของตึกทันที

ภายในห้องซ้อมที่มีโฮชิ จุนและดีโน่

“นายว่าพักนี้มินกยูกับดิเอทสนิทกันมากขึ้นหรือเปล่า?” จุนเป็นคนเริ่มถามขึ้นมาพลางมองหน้าของทั้งสองคนที่เลิกเล่นเกมแล้วหันมาคุยเรื่องนี้กันทันที

“นั่นน่ะสิ เจ้ามินกยูเองก็เอาแต่ตามติดดิเอทไม่ห่างเลยด้วยนะ” โฮชิกล่าวพลางทำท่าครุ่นคิดแบบนักสืบในการ์ตูนโคนันก็ไม่ปาน

“แถมช่วงนี้ดิเอทฮยองตามใจมินกยูฮยองบ่อยๆด้วยนะ ปกติเห็นกัดกันจนต้องเข้าไปห้ามกันแทบไม่ทันเลย” ดีโน่กล่าวด้วยอีกคนพลางมองไปที่หน้าของเหล่าฮยองที่ขมวดคิ้วแน่นจนน่ายุ่งเหยิงไปหมด

“หรือว่า...ระหว่างสองคนนี้..มันจะมีอะไรเกิดขึ้นกันนะ?” โฮชิพูดขึ้นมาก่อนที่เสียงประตูห้องซ้อมจะดังขึ้น

“แอดดดดด”

“กลับมาแล้วครับ” ดิเอทกับมินกยูกล่าวพลางเดินเข้ามาในห้องซ้อมพร้อมถุงขนมในมือ เหล่าเมมเบอร์ที่กำลังพูดถึงทั้งสองคนอยู่จึงแยกย้ายไปนั่งกันคนละทิศพลางทำเหมือนเมื่อกี๊พวกเขาไม่ได้คุยอะไรกันเลยสักนิดเดียว

“นี่ไอศกรีมของโฮชิฮยองครับ แล้วก็นี่มันฝรั่งแผ่นทอดของจุนฮยองครับ” ดิเอทกล่าวพลางยื่นไอศกรีมและมันฝรั่งแผนทอดให้กับโฮชิและจุน ส่วนมินกยูก็เดินไปหาดีโน่แล้วยื่นซองเยลลี่ให้

“อ่ะนี่ของนาย” มินกยูบอกแล้วกำลังจะเดินไปหาดิเอท

“ฮยองผมมีเรื่องจะถาม” ดีโน่เกริ่นขึ้นมาทำให้ดิเอทที่ได้ยินอยู่ไกลๆสะดุ้งขึ้นมาทันที 

หรือว่าดีโน่จะเริ่มสงสัยเรื่องของเรากับมินกยูแล้ว?

“อะไรงั้นเหรอ?” มินกยูกล่าวถามทั้งๆที่ในใจรู้อยู่แล้วว่าดีโน่จะถามว่าอะไร

“มินกยูฮยองกับโฮชิฮยองเป็น-“

“นี่หมดเวลาพักแล้วนี่นา รีบมาซ้อมท่าที่คิดเอาไว้กันเถอะ!” ดิเอทตะโกนขึ้นมาพลางเดินไปยืนอยู่ตรงกลางห้องซ้อม มินกยูก็เออออตามไปด้วย

“ใช่แล้วๆได้เวลาซ้อมแล้วล่ะ ฮ่ะๆๆ” มินกยูกล่าวแล้วเดินไปหาดิเอททันที

“เกือบไปแล้วเห็นมั้ย?” ดิเอทถามพลางกัดฟันไปด้วย มินกยูหันไปกระซิบตอบ

“ขอบใจที่ช่วยนะ” มินกยูกล่าวพลางโอบไหล่ของดิเอทเบาๆก่อนที่จะเริ่มซ้อมเต้นกันต่อ เวลาผ่านไปสักสองสามชั่วโมงได้โฮชิที่เห็นว่าพวกน้องๆเริ่มเหนื่อยกันแล้วก็เลยตัดสินใจหยุดซ้อมกันแค่นี้แล้วขึ้นรถกลับไปที่หอกัน

“กลับมากันแล้วเหรอ?” เอสคุปส์ถามขึ้นมาหลังจากที่เห็นเด็กๆเข้ามาในห้องด้วยท่าทางอิดโรยไม่น้อย

“อืม วันนี้คิดท่าเต้นกันทั้งวันเลยล่ะ เหนื่อยสุดๆเลย” มินกยูกล่าวพลางเอาหัวไปคลอเคลียที่ซอกคอของดิเอทเบาๆเพราะว่าลืมตัวไป ดิเอทเบิกตากว้างแล้วแอบเอื้อมมือไปหยิกที่เอวของมินกยูทันทีพลางมองดุใส่

“อ๊ะ!” มินกยูร้องออกมาด้วยความเจ็บก่อนที่จะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าดิเอทหยิกเขาทำไม มินกยูหันไปมองหน้าของเหล่าเมมเบอร์ที่เลิกมองเขาและดิเอทด้วยสายตาประมาณว่าสงสัยอะไรบางอย่าง มินกยูรีบเขยิบห่างออกมาจากดิเอทหนึ่งกล่าวก่อนที่จะเอามือขึ้นมาปาดเหงื่อของตัวเอง

“แล้วนี่กินข้าวเย็นกันหรือยังครับ?” มินกยูถามขึ้นมาพลางมอง ทุกคนส่ายหน้าก่อนที่จองฮันจะเป็นคนพูดขึ้น

“เราว่าจะโทรสั่งมากินกันน่ะแต่ยังสรุปไม่ได้ว่าจะกินอะไรดีระหว่างไก่ทอดกับจาจังมยอน” จองฮันพูดพลางมองไปที่วอนอูกับซึงกวานที่กำลังเถียงกันเรื่องข้าวเย็นของวันนี้

“แล้วพวกนายอยากกินอะไรล่ะระหว่างไก่ทอดกับจาจังมยอน?” เอสคุปส์ถามขึ้นมาพลางเดินไปนั่งบนโซฟา

“ไก่ทอด!” ยูนิตเพอร์ฟอแมนท์ตอบเป็นเสียงเอกฉันท์ ส่วนมินกยูก็เออออตามไปด้วย ผมสุดท้ายเย็นนี้พวกเขาเลยได้กินไก่ทอดกัน

“เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำอัดลมในตู้เย็นมาให้นะ” โฮชิกล่าวพลางลุกขึ้นแล้วมองไปที่เอสคุปส์ที่กำลังนั่งแทะน่องไก่อย่างเอร็ดอร่อย

“เอสคุปส์ฮยองไปช่วยผมถือแก้วหน่อยสิ” โฮชิพูดขึ้น เอสคุปส์เงยหน้าขึ้นมามองอย่างงงๆก่อนที่จะเช็ดมือที่เลอะซอสไก่แล้วลุกไปยืนข้างๆโฮชิที่เหมือนกำลังมองหาใครอีกคนให้ไปด้วยกัน

“โดคยอมนายก็ไปช่วยด้วยสิ” โฮชิพูดขึ้น โดคยอมทำหน้างงเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นมาแล้วเดินตามโฮชิเข้าไปในห้องครัว

“พวกนายว่าดิเอทกับมินกยูมีอะไรที่ปิดบังพวกเราอยู่หรือเปล่า?” จู่ๆโฮชิก็ถามขึ้นมาจนทำให้เอสคุปส์ที่กำลังหยิบแก้วอยู่นั้นชะงักไปก่อนที่จะหันมามองหน้าของโฮชิที่ยืนอยู่หน้าตู้เย็น

“นายก็คิดเหมือนกันใช่มั้ย?” เอสคุปส์กล่าว โฮชิพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ส่วนโดคยอมนั้นได้แต่ฟังเงียบๆไม่ได้พูดอะไรจนโฮชิต้องถามขึ้น

“นายสนิทกับสองคนนั้นที่สุดนายมีความเห็นว่ายังไงล่ะ?” โฮชิถามเสียงเรียบแบบที่เขาไม่ค่อยจะทำมาก่อนนอกเสียจากเครียดหรือจริงจังกับเรื่องที่พูดจริงๆ

“สองคนนั้นจะไปปิดบังอะไรล่ะครับ?พวกฮยองคิดมากกันเกินไปแล้ว” โดคยอมกล่าวพลางหยิบถาดมาวางบนโต๊ะแล้วหยิบแก้วที่เอสคุปส์วางเอาไว้มาไว้ในถาดแล้วกำลังจะเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำอัดลม

“นายคิดแบบนั้นจริงๆเหรอ?” โฮชิถามขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้โดคยอมชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะยิ้มออกมาแล้วเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำอัดลม

“ครับ งั้นเดี๋ยวฮยองหยิบแก้วไปแล้วกันนะครับเดี๋ยวผมจะถือน้ำอัดลมไปเอง” โดคยอมพูดแล้วเดินออกมาจากในครัวแล้วเปลี่ยนสีหน้าจากใบหน้ายิ้มแย้มของเขากลายเป็นใบหน้านิ่งเฉย เขาเองก็สงสัยเรื่องของมินกยูและดิเอทมานานแล้วเหมือนกันแต่เขาคิดเสมอว่าคนเป็นเพื่อนกันคงจะไม่ปิดบังอะไรซึ่งกันและกัน ยิ่งเป็นกลุ่มของพวกเขาด้วยแล้วล่ะก็...แทบจะบอกกันแม้กระทั่งว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรได้อย่างไม่อึดอัดได้เยด้วยซ้ำ โดคยอมเชื่อใจพวกเขา

“น้ำอัดลมมาแล้ว” โดคยอมกล่าวพลางวางน้ำอัดลมลงตรงกลางของเหล่าซอมบี้ที่กินไก่ทอดกันอย่างเอร็ดอร่อย

“ขอบใจ” จองฮันกล่าวพลางมองหาแก้วน้ำที่เอสคุปส์เป็นคนถือมา เอสคุปส์วางมันลงข้างๆก่อนที่จะแจกให้กับเมมเบอร์ทุกๆคนที่กำลังกระหายน้ำอัดลมกัน ดิเอทกับมินกยูเห็นท่าทางแปลกๆของทั้งสามคนที่เพิ่งจะไปเอาน้ำอัดลมมาก็มามองหน้ากันก่อนที่จะคุยกระซิบกันเสียงเบา

“นายว่าเมื่อกี๊เขาไปทำอะไรกัน?คุยเรื่องพวกเรากันหรือเปล่า?” ดิเอทถามเสียงเบา มินกยูขมวดคิ้วแน่นก่อนที่จะมองไปที่ทั้งสามคนที่มองจ้องมาที่เขาเหมือนกัน มินกยูเลยลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลันจนทำให้ดิเอทตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว

“นายจะทำ-“

“ฉันกับดิเอทกำลังคบกันอยู่ล่ะ!!!!”ประโยคนั้นที่ออกมาจากปากของมินกยูทำให้เมมเบอร์ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ จากตอนแรกที่สนใจไก่กันแบบเอาเป็นเอาตายกลับกลายเป็นต้องมาสนใจเรื่องนี้แทน โดคยอมเบิกตากว้างพร้อมกับอ้าปากค้างเช่นกันแต่เหมือนนัยน์ตาจะคลอไปด้วยน้ำตาจนทำให้มินกยูทำสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ดิเอทที่เห็นท่าไม่ดีเลยลุกขึ้นยืนข้างๆมินกยูเช่นกันก่อนที่จะโอบไหล่ของมินกยูเอาไว้แล้วพูดขึ้นพลางมองหน้าของเหล่าเมมเบอร์ทุกคน

“ใช่ พวกเราคบกันมาได้ระยะหนึ่งแล้ว...ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก เพราะว่าเราสองคนกลัวว่า...พวกนายจะเกลียดพวกเราแล้วก็...ทำตัวไม่เหมือนเดิม...ขอโทษทุกคนด้วยนะ โดคยอมด้วย...ฉันกับมินกยูขอโทษจริงๆที่แม้กระทั่งเพื่อนสนิทอย่างนายก็ไม่ยอมบอก” ดิเอทกล่าวพลางก้มหัวลง มินกยูที่เห็นแบบนั้นก็ก้มหัวเช่นกัน ทุกอย่างมันเงียบมาก เงียบเหมือนกับไม่มีใครอยู่ในห้องนี้จนทำให้เขาสองคนอึดอัดมาก

“เฮ้อ...ก็แค่เนี้ย กว่าจะพูดออกมาได้” โดคยอมกล่าว มินกยูและดิเอทเงยหน้าขึ้นมามองทันที โดคยอมยิ้มกว้างก่อนที่จะเดินไปกอดร่างของสองคนนี้อย่างอบอุ่น

“นายไม่..ไม่เกลียดพวกเราเหรอ?” มินกยูถาม เอสคุปส์เลยพูดขึ้นมาพลางยิ้ม

“พวกเราจะไปเกลียดนายสองคนทำไม?ความรักน่ะมันห้ามกันไม่ได้หรอกนะไม่ว่าจะเป็นเพศ ประเทศ หรืออะไรก็ตาม นายสองคนรักกันมันก็ดีกว่าเกลียดกันนี่จริงมั้ย?” เอสคุปส์กล่าวพลางเดินไปหาแล้วลูบหัวของมินกยูเบาๆ

“ฮยองน่ะแค่น้อยใจที่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้วนายไม่ยอมบอก ทีหลังไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรต้องบอกนะเข้าใจมั้ย?” โฮชิพูดพลางจับหลังคอของดิเอทลูบเบาๆ

“..ครับ..ฮยอง” ดิเอทกล่าวพลางเอื้อมมือไปกอดโฮชิ เมมเบอร์ทุกคนยิ้มแล้วก็หัวเราะออกมาก่อนที่จะเข้าไปกอดกันจนเป็นกลุ่มก้อนมนุษย์ที่มีขนาดใหญ่

“คบกันแล้วก็อย่าทะเลาะกันบ่อยล่ะ” วอนอูกล่าว คนอื่นๆก็พยักหน้าพลางยิ้มไปด้วยเพราะว่ามีความสุขที่เห็นสองคนนี้ลงเอยกันได้เสียที

“คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ยอมบอกฮยองเลยนะ ไอ้ตัวแสบสองคนนี้” จองฮันกล่าวพลางหยิกแก้มของมินกยูและดิเอทเบาๆอย่างเอ็นดู

“ขอโทษที่ไม่บอกทันทีนะครับ” มินกยูกล่าวก่อนที่จะมองหน้าของดิเอทแล้วยิ้มให้กัน หลังจากนั้นทุกคนก็กลับมานั่งกินไก่กันต่อก่อนที่จะเก็บขยะไปทิ้งแล้วมานั่งคุยกันเรื่องของมินกยูและดิเอท

“นายสองคนคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่?” โจชัวถามขึ้นมาพลางมองหน้าของทั้งสองคนอย่างใคร่รู้

“เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนน่ะครับ ผมเป็นคนขอดิเอทเป็นแฟนเองแหละครับ” มินกยูกล่าวเขินๆพลางเอื้อมมือไปกุมมือของดิเอทจนทำให้อีกฝ่ายเขินตามไปด้วย

“จีบดิเอทฮยองติดนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆนะครับมินกยูฮยอง” ดีโน่พูดแซวพลางยิ้มทะเล้นใส่มินกยู มินกยูเลยยีหัวไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้

“ไม่อยากจะเชื่อว่ามุกจีบเสี่ยวๆของนายจะทำให้ดิเอทใจอ่อนยอมเป็นแฟนได้” โดคยอมกล่าวพลางกินขนมไปด้วย ดิเอทมองหน้าของโดคยอมก่อนที่จะดีดหน้าผากของอีกฝ่ายไปทีหนึ่ง แบบไม่เบาด้วยนะ

“เป๊าะ!!”

“โอ๊ย!เจ็บนะ” โดคยอมกล่าวพลางกุมหน้าผากของตัวเอง ดิเอทยิ้มอ่อนก่อนที่จะหันไปมองหน้าของมินกยูที่แอบมองหน้าของเขาอยู่ด้วยความเอ็นดู

“เฮ้อ...พวกเราแยกย้ายกันไปนอนเถอะ ตรงนี้มันหวานจนมดขึ้นหมดแล้ว” จองฮันกล่าวยิ้มๆพลางเดินกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองตามด้วยเมมเบอร์ที่นอนห้องเดียวกับเขาซึ่งมีอูจีที่เดินตามหลังไปด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

“จุนวันนี้นายมานอนที่ห้องฮยองมั้ย?” เอสคุปส์ถามขึ้นมาพลางมองหน้าของจุน จุนหันไปมองดิเอทและมินกยูก่อนที่จะพยักหน้า

“ก็ดีเหมือนกันครับ งั้นเดี๋ยวมินกยูนายมานอนห้องของฉันแทนแล้วกันนะ” จุนกล่าวพลางเดินไปหาเอสคุปส์ที่ยืนมองอยู่ตรงหน้าประตูแบบยิ้มๆ

“เอ๊ะ?...เอ่อ...ครับ” มินกยูพยักหน้าอย่างงงๆก่อนที่จะหันไปมองหน้าของดิเอทที่ก็ทำหน้างงๆเหมือนกัน

“พวกเราก็ชักอยากจะไปนอนกับพวกนายด้วยแล้วสิ ไม่อยากเป็นก้างขวางคอพวกเขาเลยอ่ะ” โฮชิแซวพลางทำหน้าตาทะเล้น

“ไม่ต้องมาแซวเลยฮยอง” มินกยูบอกพลางเดินไปตีไหล่ของโฮชิเบาๆก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกลับไปนอนที่ห้องของตัวเองโดยที่ดิเอดและมินกยูนั้นได้นอนห้องเดียวกันเป็นครั้งแรก

จบแล้วจ้า

ผลงานอื่นๆ ของ M 4Z

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น