นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

镇魂 Guardian fan fiction 赵云澜 x 沈魏 Zhao yun lan x shen wei จ้าว อวิ๋นหลาน x เสิ่นเว่ย การกลับมาเจอกันอีกครั้งของนายกับฉัน

โดย M 4Z

เสิ่นเว่ย-ในเมื่อชาติที่แล้วขะตาพรากเราทั้งสองออกจากกัน อวิ๋นหลาน-ชาตินี้เราจะขอใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไป

ยอดวิวรวม

231

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


231

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ก.ย. 62 / 09:40 น.
นิยาย 镇魂 Guardian fan fiction 赵云澜 x 沈魏 Zhao yun lan x shen wei ҹ x áѺ͡ѹա駢ͧ¡Ѻѹ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แอดบอกแล้วว่าแอดอินกับเรื่องนี้มากจริงๆนี่คือแต่งฟิคจากเรื่องนี้เยอะมากกกก หลายแนวมากกกก นี่ก็ค่อยทยอยลงแล้วนะแต่พอกลับมาดูทำไมเยอะจังวะ?คือถามตัวเองอ่ะ แต่คู่นี้เขาน่ารักกันจริงๆนะทุกคนทั้งในจอและนอกจอเลย ถ้าใครอยากให้แอดแต่งแนวนี้อีกก็กดให้กำลังใจกันเยอะๆแล้วก็เม้นท์ติชมกันเยอะๆนะจ๊ะ เพราะว่าแอดอาจจะแต่งคู่ไป๋อวี่กับจูอี้หลงมาลงให้ได้อ่านกันฟินๆก็ได้ งั้นอย่ารอช้าเลยค่ะ ไปเริ่มอ่านกันเลยยยยย

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ก.ย. 62 / 09:40


“เกิดใหม่?เหตุใดท่านทูตชุดดำถึงจะยังต้องไปเกิดใหม่ที่โลกมนุษย์อีกล่ะขอรับท่านเทพ ไม่ใช่ว่าเขาหมดกรรมที่สร้างเอาไว้เมื่อชาติก่อนแล้วเหรอขอรับ?” เสียงของชายคนหนึ่งกล่าวถามขึ้นมาด้วยท่าทางแสนจะประหลาดใจกับสาร์นที่ผู้เป็นนายเขียนขึ้นแล้วให้เขาส่งต่อไปยังเทพแห่งความตายในนรก

“ก็เพราะว่าเขาหมดกรรมแล้วข้าจึงได้ให้เขาไปเกิดใหม่ที่โลกมนุษย์อย่างไรเล่า” ท่านเทพกล่าวพลางยิ้มมุมปากออกมาก่อนที่จะสะบัดเส้นผมยาวสีขาวบริสุทธิ์ของเขาจนมันสยายอย่างงดงาม

“ข้าต้องขออภัยท่านเทพนะขอรับ แต่ข้าไม่เข้าใจที่ท่านหมายถึง?” เขากล่าวถามพลางมองหน้าของท่านเทพอย่างใคร่รู้

“เจ้านำสาร์นนี้ไปให้เทพแห่งความตายก่อน แล้วเดี๋ยวเจ้ากลับมาเมื่อใด...ข้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างละเอียดเองให้เจ้าเข้าใจเอง”

.

.

ณ โลก หลังจากสงครามระหว่างสามเผ่าพันธุ์จบลงห้าพันปี

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?ใครทำแบบนี้?” ชายตัวสูงผู้เป็นเจ้าของใบหน้าอันหล่อเหลาที่ตราตรึงสาวๆมาหลายต่อหลายคนแล้วกล่าวถามด้วยท่าทางโกรธจัดที่ห้องทำงานของเขาเลอะเทอะยิ่งกว่าคอกหมูเสียอีก เขามองไปที่เหล่าลูกน้องของเขาในที่ทำงานด้วยดวงตาที่พยายามเค้นหาคำตอบจากอีกฝ่ายก่อนที่จะมีชายตัวเล็กคนหนึ่งเดินออกมาจากเหล่าฝูงชนพลางพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“ผมเองครับบอส” เขากล่าวพลางทำหน้าเศร้า ชายผู้หล่อเหลาคนเดิมมองไปที่ร่างของชายคนนั้นก่อนที่จะไล่ให้ลูกน้องคนอื่นออกจากห้องทำงานของเขาไป

“นายอีกแล้วเหรอ?บอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามแปลงร่างตอนที่อยู่ที่ทำงานแล้วก็ตอนที่อยู่ในห้องของฉัน เวลานายเป็นแมวทีไรชอบฉี่ราดทั่วไปหมดแถมยังข่วนเก้าอี้เสียไม่เหลือชิ้นดี นี่ดีนะที่ไม่มีเอกสารสำคัญที่ต้องไปคุยกับลูกค้า..ไม่งั้นเย็นนี้นายไม่ได้กินข้าวเย็นแน่” เขากล่าวพลางมองหน้าของชายตัวเล็กที่ได้แต่ก้มหน้ารู้สึกผิดก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าของชายที่กำลังต่อว่าเขาอยู่

“ก็มันช่วยไม่ได้นี่ ตอนเป็นแมวทีไรท่อปัสสาวะฉันมันทำงานรวนทุกทีเลย” เขากล่าวพลางทำหน้ามุ่ย

“แล้วนี่ถ้าคนอื่นมาเห็นจะทำยังไงฮะ?นายได้ถูกเอาไปชำแหละในห้องแล็บแน่” เขาบอกพลางลงไปนั่งกับเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานของเขาก่อนที่จะเอามือขึ้นมากุมขมับของตัวเอง

“โห...เรื่องนั้นฉันไม่กลัวหรอก ก็ฉันมีคุณชายจ้าวอยู่ด้วยแล้วทั้งคนนี่นา ไม่มีใครทำอะไรฉันได้หรอก” เขากล่าวพลางทำสีหน้าทะเล้นออกมาเบาๆ

“เฮ้อ...อย่ามาทำเป็นเล่น รีบทำความสะอาดห้องทำงานฉันเดี๋ยวนี้ ถ้าอีกห้านาทียังไม่เสร็จนายตายแน่” เขากล่าวก่อนที่จะเดินออกจากห้องทำงานไป

“หึ้ย...ไอ้เจ้านายบ้า ไม่เคยจะอ่อนโยนกันเลยให้ตาย”

.

.

“ครับ...ครับ...ผมก็บอกไปหลายครั้งแล้วนี่ครับว่ายังไงผมก็ไม่แต่ง ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ถ้าผมไม่เจอคนที่ผมเห็นในฝันมาตลอดยี่สิบเก้าปี...ผมจะไม่ยอมแต่งงานกับใครทั้งนั้น” คุณชายหน้าหล่อคนเดิมที่ตอนนี้เหมือนว่าจะเกรี้ยวกราดกว่าเดิมเมื่อแม่ของเขาโทรมาคุยเรื่องดูตัวกับเขา นี่เป็นผู้หญิงคนที่ร้อยได้แล้วมั้งที่แม่เขาหามาให้แต่ตัวเขากลับปฎิเสธกลับไปทุกครั้งไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรแต่เขาไม่ชอบผู้หญิงคนไหนที่แม่เขาหามาให้เลย หรือจะบอกว่าที่จริงแล้วเขาไม่ได้ชอบผู้ชายกันแน่? อันนี้เขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน

“บอสคะ มาทำอะไรตรงนี้คะ?” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังทักขึ้นมาทำให้เขาต้องหันหลังกลับไปก่อนที่จะกรอกตาไปมาเบาๆ

“ทำไมไอ้พวกนี้ไม่อยู่เป็นที่เป็นทางเลยนะ ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามาเดินเร่ร่อนที่ทำงานฉันแบบนี้ถ้าเธอฟีลขาดขึ้นมาแล้วกลายเป็นงูฉันจะอธิบายกับคนอื่นยังไง?” เขากล่าวพลางเอามือขึ้นมากุมขมับของตัวเอง

“ที่ฉันออกมาจากกรงก็เพราะว่าสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่มันกำลังจะเกิดขึ้นต่างหาก” จู้หงกล่าวพลางมองไปรอบๆ

“อะไรล่ะที่ว่าจะเกิดขึ้นน่ะ?” คุณชายจ้าวถามพลางมองหน้าของหญิงสาวอย่างไม่เชื่อในคำพูดของเธอสักเท่าไหร่

“...เดี๋ยวนายก็จะรู้เองว่าฉันไม่ได้โกหก งั้นเดี๋ยวฉันกลับเข้ากรงแล้ว ไม่งั้นเดี๋ยวนายจะฆ่าฉันเสียก่อน” เธอกล่าวพลางแลบลิ้นออกมาเบาๆก่อนที่จะกลายร่างเป็นงูแล้วเลื้อยหายไป

“เฮ้อ...ทีหลังฉันจะงดข้าวพวกนายให้หมดเลย” เขากล่าวก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในตึก

.

.

“นี่แม่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?ผมบอกแล้วไงว่ายังไงก็จะไม่แต่ง” เขากล่าวเสียงแข็งพลางมองออกไปนอกหน้าต่างรถคันหรู

“อวิ๋นหลาน นี่ลูกจะดื้อกับแม่เกินไปแล้วนะ ยังไม่ทันจะได้ไปดูตัวเลยทำไมลูกถึงปฎิเสธอย่างไม่ไยดีอย่างนี้ล่ะ คนนี้น่ะนะมีหน้ามีตาทางสังคมแถมยังสวยแล้วก็สง่าอีก ต้องเหมาะกับลู-“

“ผมบอกแม่แล้วไงว่ายังไงก็ไม่เอา ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่” เขากล่าวพลางทำสีหน้าไม่พอใจ

“ทำไมถึงได้ดื้อแบบนี้กันนะ ไอ้คนที่แกเห็นในฝันน่ะไม่มีทางมีจริงหรอก มันก็เป็นแค่ภาพจินตนาการของแกเท่านั้น เลิกเพ้อแล้วยอมรับความจริงได้แล้วอวิ๋นหลาน แม่ทำอย่างนี้ก็เพื่อลูกนะ” คนเป็นแม่บอกพลางมองลูกของเธอด้วยสายตาเป็นห่วง

“เพื่อผมหรือเพื่อฐานะทางสังคมของแม่กันแน่?” เขากล่าวทำให้แม่ของเขานิ่งไปพร้อมๆกับรถที่จอดพอดี อวิ๋นหลานเปิดประตูรถออกไปทันทีพลางกำหมัดของตัวเองแน่น เขาไม่ชอบเลยกับการต้องมาเป็นเครื่องมือของแม่ของตัวเอง เขารู้สึกกระดากตัวเองทุกครั้งที่บอกว่าเขาเป็นลูกชายของเธอ ทั้งๆที่เธอเห็นเขาเป็นแค่เครื่องมือในการเข้าสังคมของเธอเท่านั้น

“ไหนดูสิว่ามันจะสวยเลิศเลอขนาดไหนกันยัยคุณหนูที่แม่อยากให้แต่งด้วยนักหนาเนี่ย” เขากล่าวพลางเดินตรงเข้าไปในร้านภัตตาคารขนาดใหญ่เพื่อไปที่ๆแม่ของเขาได้นัดหมายกับหญิงสาวคนนั้นไว้ ก่อนที่สายตาของอวิ๋นหลานจะไปสะดุดเข้ากับร่างของชายคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดสูทสีขาวแสนจะสง่างามน่ามอง อวิ๋นหลานมองค้างก่อนที่ร่างกายของเขาจะตอบสนองต่อสมองก่อนที่สมองจะสั่งการให้เขาเดินเข้าไปหาชายคนนั้นที่โต๊ะอย่างไร้สติสัมปชัญญะอะไรใดๆ

“อึก...นี่ฉันมาอยู่อะไรตรงนี้วะเนี่ย?” อวิ๋นหลานถามตัวเองขึ้นมาหลังจากที่เขาตื่นจากภวังค์ ทันใดนั้นเองสายตาของเขาก็ไปสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของชายที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของเขา ใบหน้าที่เขาแสนจะคุ้นเคยมาตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปีมีเพียงใบหน้านี้เท่านั้นที่ตราตรึงหัวใจของเขาตลอดมา อวิ๋นหลานอยากจะดึงร่างของคนตรงหน้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงแต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่านั่นมันในฝัน หากทำแบบนั้นจริงๆขึ้นมากับคนที่เพิ่งจะได้พบกันครั้งแรกเขาคงได้ไปนอนในคุกกินข้าวแดงฟรีเป็นแน่ เขามองคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละก่อนที่จะตัดสินใจมานั่งตรงหน้าของชายคนนั้น ชายคนนั้นยิ้มอ่อนก่อนที่จะพูดขึ้นมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“คุณคือคุณชายจ้าวใช่มั้ยครับ?” เขาถามขึ้นมา อวิ๋นหลานเบิกตากว้างก่อนที่จะถามเขาต่อ

 “ใช่ครับ คุณรู้ได้ยังไงครับว่าผมคือ...” เขาถามพลางเลิกคิ้วข้างหนึ่ง

“ไม่รู้เหมือนกันสิครับ ผมแค่รู้สึกว่า....คุณคือคุณชายจ้าว...ก็เท่านั้นเองครับ” เขากล่าวพลางยิ้มอ่อน รอยยิ้มนั้นที่เหมือนกับในฝันของอวิ๋ฯหลานมันเหมือนดังสะกดให้อวิ๋นหลานไม่สามารถละสายตาจากคนๆนี้ไปที่ไหนได้ เขาเอาแต่จ้องมองใบหน้าของชายคนนี้ก่อนที่ชายคนนั้นจะทักขึ้นมา

“พอดีว่าวันนี้น้องสาวของผมเธอไม่สามารถมาพบคุณได้นะครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ” เขากล่าวพลางก้มหัวขอโทษ อวิ๋นหลานเลิกคิ้วก่อนที่จะถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ขอโทษ?คุณจะขอโทษผมทำไมกันครับ?แล้วน้องสาวที่ว่านี่..เกี่ยวอะไรกับผมงั้นเหรอครับ?” อวิ๋นหลานถามด้วยความสงสัยแต่กลับทำให้คนตรงหน้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจแทน เขาทำหน้าคุ่นคิดชั่วครู่ก่อนที่จะหัวเราะแห้งๆออกมาเบาๆ

“เอ่อ..คือว่า...ผมชื่อเสิ่นเว่ย เป็นพี่ชายของเยว่เยว่...ที่จะมาดูตัวกับคุณในวันนี้น่ะครับ” เขาพูดพลางมองหน้าของอวิ๋นหลานที่หน้าถอดสีไปเล็กน้อย นี่ฉันต้องมาดูตัวน้องสาวของคนที่ฉันฝันถึงมานานตั้งยี่สิบเก้าปีงั้นเหรอ?ถ้าจะเล่นตลกก็ให้มันน้อยกว่านี้หน่อยเหอะ ให้ตาย อวิ๋นหลานคิดพลางทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“เอ่อคือ...คุณไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ?” เสิ่นเว่ยถามพลางมองหน้าของอวิ๋นหลานด้วยความเป็นห่วงเพราะว่าเขาเห็นอวิ๋นหลานนิ่งไปนานหลายนาทีแล้ว

“อ่อ..ครับไม่เป็นไรครับ แล้วนี่...คุณมาถึงที่นี่นานแล้วหรือยังครับ?” อวิ๋นหลานถามพลางมองหน้าของเสิ่นเว่ย เสิ่นเว่ยทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่สามีในอนาคตของน้องสาวตัวเองมาเป็นห่วงเขามากพอสมควร

“ก็...ประมาณสองชั่วโมงได้ล่ะมั้งครับ” เสิ่นเว่ยบอกพลางมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองที่ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อวิ๋นหลานมองหน้าของเสิ่นเว่ยไม่ละสายตาก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ

“คุณรอผมตั้งสองชั่วโมงเพื่อมาบอกเรื่องของน้องสาวงั้นเหรอครับ?” อวิ๋นหลานถามต่อ เสิ่นเว่ยพยักหน้าเบาๆพลางยิ้มเจื่อนให้อวิ๋นหลานเล็กน้อย

“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่วันนี้น้องสาวผมมาไม่ได้” เขากล่าวขอโทษอย่างสุภาพซึ่งนั่นทำให้อวิ๋นหลานอยากจะอยู่กับเขาคนนี้นานขึ้นไปอีก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมการพบเจอกันครั้งแรกของทั้งสองคนมันเหมือนกับไม่ใช่ครั้งแรก อวิ๋นหลานรู้สึกเหมือนกับเขาเคยเจอคนๆนี้มาหลายครั้ง เคยทำอะไรๆด้วยกันมาหลายหน แต่ทำไมกันนะ...ทำไมถึงจำเหตุการณ์โดยละเอียดไม่ได้เลย ยิ่งตอนที่เขาคนนี้นะนำตัวว่าชื่อเสิ่นเว่ย มันยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะเหมือนกับได้เจอคนที่ไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน เหมือนกับว่าเราทั้งสองเคยสัญญาอะไรกันเอาไว้แล้วต้องมาเจอกัน อวิ๋นหลานเอาแต่คิดเรื่องนี้เสียจนเผลอเหม่อลอยไปนาน เสิ่นเว่ยเห็นอาการของอวิ๋นหลานไม่ค่อยดีเลยใช้มือของเขาจับไปที่ไหล่ของอวิ๋นหลานเพื่อเขย่ามันเบาๆ แต่ทันใดนั้นเองภาพเหตุการณ์บางอย่างมันก็โผล่เข้ามาในหัวของทั้งสองคน ภาพของชายที่มีใบหน้าเหมือนกับเสิ่นเว่ยและอวิ๋นหลานกำลังกอดกัน จับมือกัน หอมแก้มกัน และเหมือนจะกำลังทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เสิ่นเว่ยเกิดอาการเขินอายขึ้นมาเขาเลยปล่อยมือจากไหล่ของอวิ๋นหลานออก เสิ่นเว่ยในตอนนี้มีใบหน้าที่แดงก่ำ เขามองไปที่ชายตรงหน้าก่อนที่จะลุกขึ้นยืน

“เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” เขากล่าวพลางวิ่งออกจากโต๊ะอาหารไปทันที อวิ๋นหลานเองที่ได้เห็นภาพเหตุการณ์เหล่านั้นก็นิ่งไปสักพัก ความรู้สึกหลายอย่างมันถาโถมเข้ามาในตัวเขาตอนนี้ ทั้งความสุข ความเศร้า และความโหยหา อวิ๋นหลานรู้สึกสับสนไปหมด เขาต้องจัดการกับความรู้สึกนี้ให้ได้ เขาอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่างที่มันอาจจะทำให้เสิ่นเว่ยตกใจไปบ้างก็เถอะ อวิ๋นหลานคิดดังนั้นแล้วมุ่งตรงไปที่ห้องน้ำชายทันที เมื่อเขาเข้าไปก็เจอเสิ่นเว่ยที่กำลังล้างหน้าของตัวเองอยู่ เขาเงยหน้ามามองอวิ๋นหลานที่เดินเข้ามาเล็กน้อย

“คุณ...ก็เห็นมันเหมือนกันใช่มั้ยครับ?” เสิ่นเว่ยถามขึ้นมาพลางมองหน้าของอวิ๋นหลานไปด้วยความเขินอาย อวิ๋นหลานพยักหน้าเบาๆพลางเดินเข้าไปใกล้ร่างของเสิ่นเว่ยเรื่อยๆ

“คุณคิดว่ามันคืออะ-“

“หมับ!!” ไม่ทันที่เสิ่นเว่ยจะได้ถามจนจบประโยค อวิ๋นหลานก็คว้ามือของอีกคนเข้าหาตัว อวิ๋นหลานกอดร่างของเสิ่นเว่ยไว้อย่างแนบแน่น แต่ที่น่าแปลกคือเสิ่นเว่ยหาได้สะบัดตัวหนีไม่ เขานิ่งไปก่อนที่ภาพเหตุการณ์บางอย่างมันจะผุดเข้ามาในหัวของพวกเขาอีกครั้ง

ภาพของเสิ่นเว่ยที่สวมใส่ชุดโบราณสีดำกับจ้าวอวิ๋นหลานที่สวมใส่ชุดโบราณเช่นกัน ทั้งสองมีเส้นผมที่ยาวมากเหมือนกับคนโบราณ แล้วทันใดนั้นเองทั้งสองก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจากภาพในเหตุการณ์นั้น

“หากข้าหายไปอย่าได้โทษข้าเลยนะสหาย เพราะว่าสักวัน...เราทั้งสองคนจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งแน่นอน” คำพูดนั้นทำให้ทั้งสองน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว คำพูดที่ทำให้เข้าใจทุกๆอย่าง ตอนนี้ทั้งสองจำเหตุการณ์เมื่อชาติที่แล้วของพวกเขาได้แล้ว เสิ่นเว่ยที่ตอนนี้เกิดใหม่กลายมาเป็นลูกชายของตระกูลเศรษฐีแสนธรรมดากับจ้าว อวิ๋นหลานที่ได้เกิดมาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าชะตาจะพยายามพรากพวกเขาทั้งสองออกจากกันไปสักกี่ครั้ง บางสิ่งบางอย่างก็มักจะนำพาทั้งสองมาเจอกันอีกจนได้ ไม่รู้ว่ามันคือความบังเอิญหรือว่าอย่างไร เพราะตอนที่ทั้งสองเกิดมาคนเป็นแม่ก็คิดชื่อนี้ออกมาได้อย่างทันควันโดยที่ไม่รู้สาเหตุของชื่อว่าทำไมต้องเป็นชื่อนี้ จ้าว อวิ๋นหลานที่โศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของเสิ่นเว่ยร้องไห้ออกมาก่อนที่จะกอดรัดร่างของเสิ่นเว่ยไว้แน่นเหมือนไม่อยากจะแยกจากเขาไปที่ไหนอีก เสิ่นเว่ยเองก็กอดเขากลับ เส่นเว่ยน้ำตาไหลอาบสองแก้ม เขาไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะได้กลับมาใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์นี้กับชายคนที่เขารักสุดหัวใจคนนี้ในฐานะของมนุษย์แสนจะธรรมดาคนหนึ่งด้วยซ้ำ เสิ่นเว่ยพูดไม่ออกว่าความรู้สึกของเขาตอนนี้เป็นอย่างไร เขารู้เพียงว่าเขาจะไม่ยอมพรากจากชายคนนี้ไปอีกแล้วเช่นเดียวกับที่อวิ๋นหลานคิดในตอนนี้เช่นกัน

.

.

“นี่ไม่ยอมรับสายฉันอีกแล้วนะ” อวิ๋นหลานที่เดินลงมาจากรถพูดขึ้นมาพลางมองหน้าของเสิ่นเว่ยที่เพิ่งจะเดินออกมาจากร้านอาหารที่ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของ

“เอ๊ะ?ขอโทษที ฉันเปิดสั่นไว้นะพอดีว่าในครัวมันยุ่งๆ” เว่ยบอกพลางหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาแล้วเปิดให้มันเป็นเสียงปกติเช่นเดิม

“นายเป็นถึงลูกชายของเจ้าของภัตตาคารอาหาร ทำไมต้องไปอยู่ในครัวด้วย” อวิ๋นหลานถามพลางเอามือไปเช็ดเหงื่อของอีกคนที่หยดลงมา

“การที่เราจะบริหารธุรกิจของตัวเองได้ก็ย่อมต้องรู้ว่างานแต่ละงานที่ทำให้ธุรกิจของเรามันใหญ่ได้ขนาดนี้มันเป็นยังไงนี่...จริงมั้ย?” เว่ยถามพลางเอามือไปบีบจมูกของอวิ๋นหลานเบาๆ

“นั่นสินะ คิดถึงตอนที่ฉันไปเป็นคนพิมพ์เอกสารที่บริษัทของพ่อตอนจบใหม่ๆเลย” อวิ๋นหลานบอกพลางยิ้มก่อนที่จะดึงร่างของเว่ยมากอดเอาไว้ เขาเอาคางมาเกยที่ไหล่ของเว่ยเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้นมาด้วยเสียงเชิงอ้อน

“วันนี้ไปนอนบ้านฉันนะ ฉันอยากกินอาหารฝีมือเสี่ยวเว่ยของฉันคนนี้จังเลย” อวิ๋นหลานพูดด้วยท่าทางอ้อนแบบของเขาที่ทำให้เว่ยหลุดยิ้มออกมาเบาๆ เว่ยพยักหน้าก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าไปในรถแล้วมุ่งหน้าสู่บ้านพักส่วนตัวของอวิ๋นหลานที่พ่อของเขาเป็นคนสร้างเอาไว้ให้ตั้งแต่ยังเด็กเพื่อให้เขาได้ใช้เวลาที่ต้องการอยู่คนเดียวหรือเอาไว้พาใครสักคนหนึ่งที่เขาไว้ใจและคิดว่าเขาคนนั้นคือรักแท้จริงๆมานอนพัก ซึ่งนั่นก็คือเว่ยที่ตอนนี้แทบจะมานอนค้างที่นี่ทุกวันเลยก็ว่าได้

.

.

“อวิ๋นหลานนอนได้แล้วนะ นอนดึกมากๆมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ” เว่ยพูดพลางลงมานั่งตรงเตียงแล้วมองแผ่นหลังกว้างของอวิ๋นหลานที่กำลังจ้องมองไอแพดของเขาเพื่อดูหุ้นบริษัทของตัวเอง

“อื้ม แปบหนึ่งนะ” เขาบอกพลางปิดไอแพดแล้วเดินไปในครัว เขากยิบแก้วมาสองใบก่อนที่จะหยิบนมเหยือกใหญ่ออกมา เขาเทนมลงใส่แก้วแล้วเดินมาหาเว่ยที่เตียงพลางยื่นแก้วนมให้

“ดื่มนมอุ่นๆจะได้นอนหลับสบาย” อวิ๋นหลานบอกพลางยิ้มอ่อน เว่ยรับแก้วมาพลางยิ้มหวานแล้วดื่มนมแก้วนั้นจนหมด พอเว่ยกินหมดอวิ๋นหลานก็กินตามพลางหยิบแก้วในมือของอีกคนไปเก็บก่อนที่ทั้งสองจะมานอนอยู่ที่เตียงเดียวกัน

“เสี่ยวเว่ย” แล้วจู่ๆอวิ๋นหลานที่นอนนิ่งไปนานก็พูดขึ้นมา เว่ยเลยพลิกตัวไปมองหน้าของเขา

“หืม?”

“ตลอดระยะเวลาหลายหมื่นปีนั่นที่นายเฝ้ารอฉัน...มันเหงามากมั้ย?” คำถามนั้นทำให้เว่ยเบิกตากว้างพลางมองหน้าของอีกคนที่กำลังทำสายตาเศร้าส่งมาให้ เว่ยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะเอื้อมมือไปลูบแก้มของอวิ๋นหลานเบาๆ

“เหงาสิ...เหงามากเลย ตอนที่ฉันได้เจอนายครั้งแรก...เลยตื่นเต้นมากเสียจน...เผลอจับมือนายไว้แน่นเลยยังไงล่ะจำได้หรือเปล่า?” เว่ยพูดพลางยิ้มออกมา อวิ๋นหลานยิ้มตอบพลางดึงร่างของอีกคนให้เข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้น

“ตอนนั้นเราสองคนปล่อยมือออกจากกัน....แต่ว่าตอนนี้...เราจะจับมือของกันและกันไว้แบบนี้ตลอดไป” อวิ๋นหลานบอกพลางสอดมือของตัวเองเข้ากับมือของเว่ย เว่ยยิ้มหวานออกมาพลางเอาหัวของตัวเองไปซบที่อกกว้างของอวิ๋นหลานเบาๆ

“อวิ๋นหลาน...เมื่อหมื่นปีก่อนเพราะว่านายหายไป...ฉันเลยไม่ทันจะได้บอกความรู้สึก ซ้ำตอนที่ได้เจอกันใหม่...ฉันเองก็ไม่ได้บอกความรู้สึกออกไป..แต่ว่าตอนนี้...มันจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้วล่ะ ฉันจะไม่ยอม...เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้เพียงแค่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว” เว่ยบอกพลางยื่นหน้าไปประกบปากจูบกับปากของอวิ๋นหลาน อวิ๋นหลานยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางเอามือมาโอบเอวของเว่ยแล้วลูบมันเบาๆ

“ฉัน...รักนายนะ รักมากๆเลย” เว่ยบอกพลางกอดร่างของอวิ๋นหลานแน่นเพื่อหลบซ่อนใบหน้าอันแดงก่ำของตัวเองเอาไว้

“ฉันก็...รักนายมากๆเลยเหมือนกัน เสี่ยวเว่ยของฉัน” อวิ๋นหลานพูดพลางจุมพิตที่หัวของเว่ยเบาๆแล้วทั้งสองก็หลับไปด้วยท่านอนที่บ่งบอกว่าทั้งสองจะไม่มีวันแยกจากกันไปไหนอีกแล้ว

ผลงานอื่นๆ ของ M 4Z

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น