นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Outbreak Company fan fiction Gariws x shinichi

โดย M 4Z

เมื่อผมต้องแต่งงานกับการิวส์ซัง??? เดี๋ยวก่อนนะ นี่มันเรืองอะไรกันคร้าบบบบ ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้มันเป็นฮาเร็มของผมหรอกเรอะ?

ยอดวิวรวม

47

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


47

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ก.ย. 62 / 09:01 น.
นิยาย Outbreak Company fan fiction Gariws x shinichi

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ก.ย. 62 / 09:01


แต่งงาน?!!!” ผมส่งเสียงดังเมื่อได้ยินข่าวจากปากของมิโนริซังที่ทำหน้าตาดีใจเมื่อได้ยินข่าวนี้

ใช่แล้วล่ะ ฉันล่ะนะเป็นปลื้มเลยที่ได้รู้ว่านายจะได้แต่งงานกับการิวส์ซังน่ะ ฝันฉันเป็นจริงแล้วเธอทำท่าดีใจพลางอมยิ้มไปมาซึ่งผิดกับผมที่ตกใจกับข่าวนี้และไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรใดๆเลย แต่งงานก็ว่าแย่แล้วแต่นี่ต้องมาแต่งงานกับการิวส์ซังเนี่ยนะ? บ้าไปแล้ว...โลกนี้มันจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว ผมเป็นโอตาคุเพื่อมาเป็นทูตทางวัฒนธรรมของประเทศนี้เท่านั้นนะครับไม่ได้มาเป็นเครื่องบรรณาการ โธ่...แล้วจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?

แล้วทำไมผมต้องแต่งงานกับการิวส์ซังเขาด้วยล่ะครับ?มันไม่เห็นจะมีเหตุผลอะไรเลยผมถามพลางทำหน้างงหนักมาก ถ้าแต่งกับผู้หญิงของประเทศนี้ก็ไปอย่าง หรืออย่างเช่นให้แต่งกับมิวเซลก็ยังดี แต่นี่ให้มาแต่งกับผู้ชายด้วยกัน...ประเทศนี้คำว่า bl มันเข้าถึงแล้วงั้นเหรอ? ไม่เห็นจะรู้เรื่องมาก่อนเลย

อือ...เรื่องนั้นน่ะนะ เห็นทางกระทรวงเขาบอกมาว่าเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นก็เลยให้นายที่เป็นทูตทางวัฒนธรรมเนี่ยแต่งงานกับเขาเสียเลยน่ะสิมิโดริซังตอบพลางยิ้มไปมา คุณจะมีความสุขเกินหน้าเกินตาไปแล้วนะครับ!

ถ้าเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ทำไมไม่ให้ผมแต่งกับเพทราก้าไปเลยล่ะครับผมประชดพลางทำหน้ามุ่ย เธอมองหน้าของผมครู่หนึ่งก่อนที่จะมานั่งข้างๆ

เรื่องนั้นน่ะไม่ได้หรอก ก็ราชินีน่ะอายุยังไม่ถึงที่จะอภิเษกกับใคร ดังนั้นหวยเลยมาออกที่การิวส์ซังแทน เพราะว่ายังไงเขาก็เป็นคนที่มีอิทธิพลคนหนึ่งของประเทศนี้เหมือนกัน ดีใจด้วยนะชินอิจิคุง ฉันจะเป็นคนออกแบบธีมงานให้เองนะ ส่วนเรื่องเข้าหอ เดี๋ยวฉันให้ยืมมังงะ bl-

ไม่เอาด้วยหรอกครับ!!!ผมบอกแล้วรีบวิ่งหนีออกมาจากห้องนั้นทันที นี่มันไม่ได้ต่างจากการคลุมถุงชนเลยนี่ แล้วทำไมต้องเป็นเราด้วยน้า ให้มิโดริซังแต่งเองเสียก็สิ้นเรื่อง..นั่นก็เชื่อมความสัมพันธ์ได้เหมือนกันนั่นแหละ ผมน่ะ..ยังอยากเป็นแค่โอตาคุที่ใช้ชีวิตอย่างนี้ไปเรื่อยๆ...ไม่อยากไปผูกติดกับใครแล้วอีกอย่าง...ผมทำอย่างว่ากับผู้ชายไม่เป็นหรอกนะ ถึงจะเคยเห็นผ่านๆตามเว็บก็เถอะแต่ว่า...ก็คนมันไม่เคยอ่ะ...ถ้าเป็นผู้หญิงยังจะพอตื่นเต้นอยู่บ้าง..แต่นี่มัน...ผู้ชาย แถมไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา...แต่เป็นถึงลูกพี่ลูกน้องราชินีของเมืองนี้เลยนะ ถ้าคืนวันเข้าหอฉันทำพลาดอะไรไปมีหวังได้ตายก่อนแก่แน่นอน เฮ้อ......

พลั่ก!!

อ๊ะ...โอย....ผมร้องอุทานขึ้นมาพลางจับหัวของตัวเองที่ไปชนเข้ากับใครบางคนเข้า ไม่น่าคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้มากเลยเรา สร้างปัญหาให้คนอื่นอีกจนได้สิน่า

เป็นอะไรหรือเปล่าชินอิจิ?” เสียงทุ้มนั้นทำให้ผมตาโตก่อนที่จะเงยหน้ามอง การิวส์ซัง?

การิวส์ซัง...อ่า...ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ แล้วคุณล่ะครับ?” ผมถามพลางลุกขึ้นยืน เขาส่ายหน้าก่อนที่จะมองหน้าของผมแล้วจู่ๆเขาก็ยิ้มมุมปากขึ้นมา ผมสงสัยกับรอยยิ้มนั้นก็เลยเผลอถามออกไป

ยิ้มอะไรเหรอครับ?” ผมถามพลางมองหน้าของเขา เขายังยิ้มเหมือนเดิมก่อนที่จะเดินเข้ามาหาผมใกล้ๆแล้วก้มตัวลงให้หน้าของเขาและผมตรงกันพอดี

ก็ดีใจที่เราสองคนกำลังจะได้แต่งงานกันยังไงล่ะ...ชินอิจิเขาบอกแล้วยิ้มกว้างก่อนที่จะเดินจากไป ดะ-ดีใจ?ดีใจที่จะได้แต่งงานกับผมเนี่ยนะ? การิวส์ซังต้องโดนมิโดริซังล้างสมองจนทำให้เขาคิดว่าผู้ชายกับผู้ชายสามารถคบกันได้โดยไม่มีข้อกังขาใดๆแต่มันไม่ใช่นะครับ ที่ประเทศผมน่ะยังปิดกั้นเรื่องนี้อยู่เลยนะครับ ผมเองก็ด้วย!!

แหมๆยังไม่ทันไรก็มาส่งความคิดถึงให้กันซะล่ะ อิจฉาจังมิโดริซังที่ยืนมองพวกเราสองคนอยู่ทางด้านหลังพูดขึ้นก่อนที่จะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วเดินผ่านไป ทำหน้าอย่างนั้นคือแอบถ่ายรูปไปแล้วใช่มั้ยครับ?!! เฮ้อ.....แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะทีนี้..มิวเซลจะรู้เรื่องนี้หรือยังนะ?

อ๊ะ?นายท่านกลับมาแล้วเหรอคะ?” เสียงของมิวเซลที่เยียวยาจิตใจของผมถามขึ้น ท่าทางของเธอยามที่หันมาพร้อมกับความสดใสนั้นมันช่างทำให้ผมมีความสุขเหลือเกิน

อื้อ คือว่า...มิวเซล...เรื่องแต่งงานน่ะ...เธอรู้-

อ๋อ ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็ดิฉันขอยินดีด้วยนะคะ ที่นายท่านจะได้แต่งงานเธอบอกพลางยิ้มแย้มแต่กลับกันกับผมที่หน้าซีดเผือด

เอ๊!!!???? ทำไมล่ะ? คือ...เธอ...รู้เหรอว่าฉันจะแต่งงานกับ-

ท่านการิวส์ใช่มั้ยล่ะคะ ยินดีอีกครั้งนะคะเธอบอกพลางฮัมเพลงไปด้วย หา???อะไร?ทำไมเธอถึงทำท่าทางเหมือนมิโดริซังแบบนั้นล่ะ เธอไม่หึงอะไรฉันเลยงั้นเหรอ?แบบ...หึงอ่ะ? ไม่เลยเหรอ? ทำไมอ่ะ???

เธอ...โอเคจริงหรือเปล่า..ไม่ใช่ว่าฝืน-

ยิ่งกว่าโอเคอีกนะคะ ดิฉันน่ะรู้สึกมีความสุขมากเลยล่ะค่ะที่นายท่านจะได้แต่งงานกับท่านการิวส์ ดิฉันเลยอาสาจะทำเค้กวันแต่งงานให้ทั้งสองคนเองเลยล่ะค่ะเธอบอกพลางยิ้มอย่างชื่นบานส่วนผมนั้นขอตัวไปตายก่อนแล้วกันนะครับ ขนาดมิวเซลที่ไม่ว่าผมจะไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหนๆก็เอาแต่หึงแต่พอเป็นการิวส์ซังกลับเชียร์กันขนาดนี้ หรือว่า...โรคสาววายมันระบาดที่นี่แล้วงั้นเหรอเนี่ย??

จะรับชามั้ยคะ?” เธอถามขึ้นมาพลางมองหน้าของผมด้วยใบหน้าอันใสซื่อของเธอเช่นเดิม ถ้าไอ้การแต่งงานนั่นเป็นฉันกับเธอมันคงจะดีกว่านี้เยอะเลยล่ะ

ไม่เป็นไร งั้นฉันขอตัวไปนอนก่อนแล้วกันนะผมบอกแล้วกำลังจะเดินเข้าไปในห้อง

เอ๊ะ?นี่ท่านโคกานุวะไม่ได้บอกนายท่านเหรอคะว่าคนที่จะอภิเษกกับเชื้อพระวงศ์จะต้องย้ายไปอยู่ที่ปราสาทตั้งแต่วันที่รู้ว่าตัวเองจะได้แต่งงานเธอบอกพลางมองหน้าของผมอย่างใสซื่อ

เอ๊ะ?ไม่เห็นจะบอกเลยนี่.....ผมบอกพลางเกาหัวก่อนที่จะมองหน้าของมิวเซล

งั้นเดี๋ยวดิฉันจะพานายท่านไปปราสาทเองนะคะ ข้าวของดิฉันได้จัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ ไปกันเลยมั้ยคะ?” เธอถามพลางเดินไปหยิบกระเป๋าใบใหญ่สองใบที่ทำให้ผมขนลุกขึ้นมา นี่ผมต้องไปอยู่ที่ปราสาทนั่นนานขนาดที่ต้องใช้ของเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? นี่เอาจริงดิ?...เรื่องงานแต่งน่ะ แล้วมิวเซลก็พาผมเดินทางไปที่ปราสาทโดยรถม้าที่มิโดริซังส่งมาให้แบบทนเวลาพอดี คงอยากเห็นหน้าโง่ๆของผมตอนที่รู้เรื่องนี้ก็เลยไม่บอกผมงั้นสินะมิโดริซัง....ให้ตาย... หลังจากที่มาถึงปราสาทมิโดริซังก็มายืนยิ้มหน้าบานและพาผมลงจากรถม้าอย่างไวโดยที่ผมยังไม่ทันได้บอกลามิวเซลสักคำ เธอพาผมไปที่ห้องโถงเพื่อมารายงานตัวให้กับเพทราก้าได้รับฟังว่าคู่อภิเษกสมรสญาติของเธอจะย้ายมาอยู่ที่นี่...เป็นเวลาเท่าไหร่นี่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะว่ามิโดริซังไม่ได้บอกผมเลยจะไปถามเพทราก้าแต่เธอก็ไม่ยอมตอบแถมไม่มองหน้าผมอีกต่างหาก ตอนที่ผมมารายงานตัวเธอก็เอาแต่ทำเสียง หึๆๆๆ จนผมนี่ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไง แต่ก็ช่างมันเถอะเพราะว่าตอนนี้น่ะ...ผมมาอยู่ในห้องของการิวส์ซังแล้ว อ้าวเห้ย!ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา ไหนบอกว่าย้ายมาอยู่ที่ปราสาทแต่ไม่เห็นบอกเลยว่าให้มานอนห้องเดียวกับการิวส์ซัง แบบนี้...มันก็เหมือนคืนวันส่งตัวเลยนี่หว่า พอพูดถึงวันส่งตัว...ไอ้เรื่องอย่างว่าก็เข้ามาในหัวทันทีเลยเว้ย!!

ไม่นะ!!!ผมตะโกนก่อนที่จะกระโดดลงไปบนเตียงแล้วดิ้นไปดิ้นมาก่อนที่เสียงประตูจะดังขึ้นและมีคนเดินเข้ามาในห้องที่มีผมนอนอยู่บนเตียง

ชินอิจิ มาถึงแล้วงั้นเหรอ?” เขาถามเสียงนุ่มก่อนที่จะเดินมาที่เตียง เดี๋ยวๆๆๆนี่ผมไม่ได้ให้ท่านะ แต่กำลังคิดอะไรอยู่ก็เลยมาอยู่บนเตียง...ผมไม่ได้ต้องการอะไรแบบนั้นเลยนะ!!!

หมับ

ขอโทษที่ทำให้ต้องลำบากนะชินอิจิเขาบอกพลางจับไหล่ของผมเบาๆ เขามองมาที่ผมด้วยรอยยิ้มติดเศร้า ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ? เมื่อตอนเช้ายังยิ้มอยู่เลยแท้ๆ ผมมองหน้าของเขาที่ยังยิ้มติดเศร้าแบบนั้นก่อนที่ผมจะตัดสินใจเอามือไปลูบที่ไหล่ของเขาเบาๆเหมือนกัน

ไม่เป็นไรนะการิวส์ซัง คุณเอง...ก็โดนบังคับเหมือนกับผมงั้นสินะครับผมบอกพลางมองหน้าของเขาและยิ้ม เขาเบิกตากว้างก่อนที่จะจับมือข้างที่ผมจับไหล่ของเขาเอาไว้ เขาส่ายหน้าก่อนที่จะใช้มือของเขามาเชยคางของผม

เปล่าหรอก ฉันไม่ได้โดนบังคับ...แต่ฉัน...เป็นคนขอร้องเพทราก้าให้เราสองคนได้แต่งงานกันเองเขาบอกแล้วจับร่างของผมกดลงกับเตียง เอาแล้วๆๆๆๆๆ โดนแน่ๆ ท่านี้มันใช่แน่ๆ ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองอยู่บนแต่ตอนนี้...มันไม่ใช่แล้วครับท่าน ล่างชัดๆ ผมอยู่ล่างนี่หว่า!!

ก-การิวส์-

ไม่ต้องกลัวไปนะชินอิจิ ฉันจะไม่สามารถทำอะไรเธอได้จนกว่าจะถึงวันเข้าหอเพื่อเป็นการพิสูจน์ความอดทนของตัวเองตามกฎ ดังนั้นนายไม่ต้องกลัวไปนะ ฉันจะยังไม่ทำอะไรนายหรอก ฉันสัญญาเขาบอกพลางลูบมือของผมไปมา ให้ตาย...พอมามองหน้าเขาใกล้ๆแล้ว...เขาหล่อชะมัดเลย ขนตาก็ยาว ผิวก็สวย แถมสีตาก็....สวยอีกต่างหาก เห้ยๆๆๆนี่ฉันเคลิ้มไปกับหน้าตาของเขางั้นเหรอเนี่ย? บ้าๆๆๆๆชินอิจิแกต้องตื่นจากภวังค์เดี๋ยวนี้....แกไม่ได้เป็นเกย์นะเว้ย แกน่ะนิยมชมชอบผู้หญิงที่อกตู้มๆ...ไม่ใช่..ผู้ชายที่ทำให้หัวใจอ่อนไหวแบบนี้....

แต่ยิ่งมองหน้าของชินอิจิทีไร...ของๆฉันมันก็แข็งขึ้นมาทุกทีเลย งั้นฉันขอตัวก่อนแล้วกันนะ นายนอนก่อนได้เลยเขาบอกพลางผละออกไปจากร่างของผมแล้วเดินออกไปข้างนอก เขาไม่ได้โกหก...เขาแข็งจริงๆ ผมสัมผัสได้!!!

อ๊าก!!!แล้วทำไมหัวใจของฉันมันต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วยเล่า!!หยุดนะ!ผมตะโกนพลางเอาหน้าไปซุกกับหมอนแล้วตะโกนออกมาจนเหนื่อยและผล็อยหลับไปในที่สุด

งืม...งืม...อือ...หลับสบายจัง..อือ..ผมพึมพำก่อนที่จะค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วก็ต้องผงะกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า การิวส์ซัง!!! การิวส์ซังที่กำลังนอนกอดผมอยู่แถมยังเปลือยท่อนบนอีกด้วย เชื้อพระวงศ์ของที่นี่เขาไม่มีชุดนอนใส่กันหรือไง?!!! ผมคิดพลางค่อยๆถอยห่างออกมาแต่มือของเขาที่โอบไหล่ผมเอาไว้ก็ดันกระชับแน่นขึ้นจนตอนนี้หน้าของผมเข้าไปแนบชิดกับแผงอกของเขาเรียบร้อยแล้ว ใครก็ได้ช่วยด้วยครับ!!!! เอ๊ะ?...เดี๋ยวก่อนนะ จะว่าไป...อกของการิวส์ซังเองก็แน่นดีเหมือนกันนะเนี่ย...แน่นกว่าที่คิดไว้เยอะเลย แล้วมีซิกส์แพ็คหรือเปล่านะ ถ้าอกแน่นแบบนี้อาจจะมีก็ได้ล่ะมั้ง....ขอดูหน่อยนะ ผมคิดแล้วค่อยๆลอดมองไปที่ท้องของเขา โอ้โห!!!มาเป็นลอน อะไร?ทำไมโลกนี้ไม่มีความยุติธรรมเลย ผมไม่เห็นจะมีเลยสักลอน อกก็ไม่แน่นอีกต่างหาก ขี้โกงอ่ะ ผมคิดแล้วเลื่อนสายตากลับมาก่อนที่จะสบเข้ากับดวงตาของการิวส์ซังที่กำลังมองหน้าของผมอย่างเอ็นดู

เย้ย!!! ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?” ผมถามแล้วลุกพรวดพราดขึ้นมาทันที เขายิ้มแล้วลุกขึ้นตามผมมาก่อนที่เขาจะใช้มือของเขามาลูบแก้มของผมเบาๆ

อรุณสวัสดิ์ชินอิจิเขาบอกแล้วยิ้มกว้างจนทำให้หัวใจของผมมันเต้นแรงอีกครั้ง แถมหน้ายังแดงมากๆอีกต่างหาก นี่เราเป็นอะไรไปเนี่ย? นี่เราอ่อนไหวกับผู้ชายคนนี้งั้นเหรอ? บ้าๆๆๆๆบ้าไปแล้ว!!!!

อะ-อรุณสวัสดิ์ครับ..การิวส์ซังผมบอกพลางก้มหน้าก้มตาปิดบังใบหน้าแดงๆของผมเอาไว้

งั้นเดี๋ยวนายไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกันนะ แล้วเดี๋ยวฉันจะตามไปทีหลังเขาบอกพลางยิ้ม ผมรีบวิ่งออกมาจากในห้องนั้นทันทีแล้วพุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ ผมเข้าไปแล้วหอบเสียงดังก่อนที่จะมองตัวเองในกระจก หน้าแดงมาก ไม่เคยหน้าแดงแบบนี้มาก่อนเลย บ้าไปแล้ว แกมันบ้าไปแล้วชินอิจิ นั่นผู้ชายนะ ...แถมเป็นผู้ชายที่หล่อมากด้วย อ๊าก!!!พระเจ้าครับช่วยผมด้วย!! ผมอยู่ในห้องน้ำนานพอสมควรก่อนที่จะทำธุระส่วนตัวแล้วเดินออกมา การิวส์ซังเดินสวนมาพอดีเขายิ้มให้ก่อนที่จะเข้าไปในห้องน้ำ หัวใจเต้นแรงอีกแล้ว....ตายแน่ ตายแน่ๆครับผม!!

หวังว่าเมื่อคืนจะไม่ได้เกินเลยอะไรกันไปไกลใช่มั้ยจ๊ะชินอิจิคุง?” เสียงนั้นทำให้ผมต้องหันไปมอง มิโดริซังนี่นา มาแต่เช้าเลยนะครับ จะมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นงั้นสิ มีความสุขออกหน้าออกตาเกินไปมั้ยล่ะครับนั่น

มิโดริซังคือว่าผม...มีเรื่องจะปรึกษาหน่อยน่ะครับผมพูดพลางมองหน้าของเธอ เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนที่จะลากผมไปคุยให้ห่างจากการิวส์ซัง

แล้วเรื่องที่จะปรึกษานี่คืออะไรงั้นเหรอ?หรือว่าจะเป็น...ไม่รู้ว่าควรจะเสียบเข้าไปยังไงใช่มั้ยล่ะ?” เธอถามพลางทำหน้ามีความสุข

“.....ผมไม่เคยคิดจะถามแบบนั้นเลยนะครับแล้วอีกอย่าง....ผมไม่ได้อยู่บนเหมือนที่คุณคิดนะครับผมบอกแล้วมองหน้าของเธอนิ่ง เธอนิ่งไปสักพักก่อนที่จะเบิกตาโพลง

ชินอิจิคุงอยู่ล่างงั้นเหรอ?!!!” เธอถามพลางสีหน้าตกใจ มันจะอะไรขนาดนั้นล่ะครับ?...ถึงแม้ว่าตอนที่ผมรู้ว่าตัวเองอยู่ล่างจะตกใจแบบนั้นก็ตามเถอะ

ครับผมตอบกลับพลางมองหน้าของเธอ เธอเก็บอาการก่อนที่จะจ้องหน้าของผม

แล้วเรื่องที่จะปรึกษานี่คือ...แบบ..ประมาณว่า...มันเจ็บ...จะลดความเจ็บจากของการิวส์ซังยังไ-

ไม่ใช่ครับ!!! ผมจะถามว่าไอ้การที่หัวใจของผมมันเต้นแรงเวลาที่อยู่กับการิวส์ซังนี่มันแปลว่าอะไรครับ?!!!” ผมถามเสียงลั่นจนมิโดริซังอึ้งไปนาน และแล้วร่างของการิวส์ซังที่ได้ยินผมพูดก็เดินผ่านมาพอดี คราวนี้เป็นผมที่อึ้งแทน ได้ยินแน่เลย...ได้ยินทั้งหมดแน่เลย เสียงดังขนาดนั้น

มันแปลว่านายตกหลุมรักฉันยังไงล่ะชินอิจิเขาบอกพลางยิ้มที่ทำให้หัวใจของผมเต้นแรงอีกครั้ง ผมเอามือมาปิดหน้าเพื่อบังใบหน้าที่แดงก่ำ การิวส์ซังเดินเข้ามาพลางจับมือของผมให้ลดลงจนเขาเห็นใบหน้าแดงๆของผมอย่างชัดเจน

อื้อ!...อย่าดูนะ!ผมบอกแล้วเบือนหน้าหนี การิวส์ซังค่อยๆใช้มือของเขามาลูบใบหน้าของผมพลางส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

หึๆ ทำไมเจ้าสาวของฉันถึงได้น่ารักขนาดนี้กันนะ?” เขาบอกพลางลูบแก้มของผมไปมา คุณรู้มั้ยว่าพูดอะไรออกมาน่ะการิวส์ซัง? เจ้าสาวงั้นเหรอ? พูดมาได้ยังไงน่ะ?..แค่นี้ผมก็เขินแย่แล้วนะ!!

โอย...ขอถุงเลือดเพิ่มหน่อยค่ะ เลือดไหลจะหมดตัวแล้วมิโดริซังพูดพลางเอามืดอุดจมูกของตัวเองที่มีเลือดกำเดาไหลออกมา

อีกไม่กี่วันเราก็จะได้ทำพิธีกันแล้วนะชินอิจิ ฉันอดใจรอไม่ไหวแล้วเขาบอกพลางยิ้มอีกครั้งแล้วเดินจากไป อะไร?ท่าทางดีใจที่ทำให้คนอื่นยิ้มตามนั่นมันอะไร?...มิโดริซังช่วยอธิบายให้ผมฟังที!!

การิวส์ซังเป็นรุกมันก็ดีเหมือนกันเนอะชินอิจิคุง!เธอบอกพลางชูนิ้วโป้งให้ มันใช่เวลามั้ยครับมิโดริซัง?! หลังจากวันนั้น    การิวส์ซังก็เอาแต่หว่านเสน่ห์ใส่ผมอย่างหนักหน่วงเหมือนกับคนที่กำลังเล่นเกมจีบสาวอยู่อย่างงั้นแหละ ส่วนผมน่ะเหรอ....ก็เอาแต่เขินอายแล้วก็หน้าแดงน่ะสิจะทำอะไรได้ จนนี่ผ่านมาจนครบวันที่กำหนดและถึงพิธีแต่งงานของผมและการิวส์ซัง พิธีดำเนินไปอย่างราบรื่นติดอย่างเดียวคือชุดของผมที่เป็นสูทสีขาวที่มีกระโปรงพลิ้วสั้นๆตรงขอบกางเกงจนผมเขินไปหมด ผมถือดอกไม้ของที่นี่เป็นดอกไม้ในงานแต่งงาน ชื่ออะไรนี่ผมจำไม่ได้แล้ว พิธีดำเนินไปอย่างราบรื่นทั้งสวมแหวนและอะไรต่างๆจนมาถึงคำสัตย์สาบานที่มันทำให้ผมเขินตัวม้วนไปอีกรอบ

ท่านการิว เอน โกบอล ท่านจะยอมรับชินอิจิเป็นภรรยาหรือไม่?” บาทหลวงถาม การิวส์ซังมองหน้าของผมพลางยิ้มแล้วพูดขึ้น

แน่นอน ข้าจะดูแลภรรยาตัวน้อยของข้าคนนี้เป็นอย่างดีเลยเขาบอกแล้วยิ้มทำให้หน้าผมนี่แดงไปหมด พูดออกมาได้ไง?ไม่เขินบ้างเหรอ?!

แล้วท่านชินอิจิจะรับท่านการิวส์เป็นสามีหรือไม่?” บาทหลวงถาม ผมนิ่งไปสักพักก่อนที่จะเงยหน้ามองการิวส์ ผมยิ้มแล้วตอบออกไป

รับครับผมบอกก่อนที่ทุกคนจะร้องเฮแล้วก็ฉลองพิธีกัน ฉลองกันได้ไม่นานก็ถึงเวลาเข้าหอ เวลาที่ผมกลัวที่สุด ผมและ       การิวส์ซังถูกส่งตัวเข้าห้องหอ ผมและเขานั่งกันนิ่งไปสักพักใหญ่ๆก่อนที่เขาจะลูบแก้มของผมเบาๆ

พร้อมหรือยังชินอิจิ?” เขาถามพลางยิ้ม มาถึงขั้นนี้แล้วถ้าตอบว่าไม่พร้อมคุณจะปล่อยผมมั้ยล่ะครับ?

“...อื้ม...ผมพยักหน้า การิวส์ซังเลยค่อยๆวางตัวผมลงกับเตียงและจูบที่ซอกคอของผม.....ส่วนหลังจากนั้น....ผมจำอะไรไม่ได้เลยครับ ไม่รู้ทำไมแต่พอตื่นมาเช้าของอีกวันกลับจำได้แค่ว่าเขาจูบที่ซอกคอผมเท่านั้นแต่แน่นอนว่าเมื่อคืนไม่ได้จบแค่จูบที่ซอกคอแน่นอนเพราะว่าผมได้เดินไปดูตัวเองในกระจกมาแล้ว และบอกเลยว่า...รอยแดงมันเต็มตัวไปหมด!! ทั้งแขนขา ตัว อกและที่สำคัญ...ที่ก้นของผมมันมีแต่รอยฟันรอยกัด นี่ผมไม่รู้สึกได้ยังไงว่าเขาทำอะไรไปบ้าง หรือเพราะว่าไม่เคยเลยตื่นเต้นเกินไปจนจำอะไรไม่ได้เลยงั้นเหรอ? ผมคิดก่อนที่จะกลับไปนั่งที่เตียงเหมือนเดิมแล้วแอบเหลือบมองร่างที่ยังหลับสนิทของการิวส์ซัง ตัวเขาเองก็มีแต่รอยฟันของผมที่ไหล่เต็มไปหมด นี่เรากัดเขาเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยจริงๆ ผมค่อยๆเอามือไปลูบที่ขนตาของเขาก่อนที่จะลามมาถึงแก้มแล้วก็ปิดด้วยการบิดจมูกของเขาเบาๆ ผมแอบยิ้มแล้วกำลังจะเดินออกไปจากห้องแต่การิวส์ซังที่ผมไม่รู้ว่าตื่นตั้งแต่ตอนไหนก็ดันจับมือของผมแล้วดึงเข้าหาตัวเขาเสียก่อน

หมับ!!

เห้ย!

จะไปไหนงั้นเหรอเมียข้าเขาบอกพลางจูบที่ไหล่ของผม มะ-เมีย? เมื่อวานยังเรียกว่าชินอิจิอยู่เลย วันนี้เมียเลยเรอะ?

จะไป...เข้าห้องน้ำครับผมบอกพลางมองหน้าของเขาแล้วเบือนหน้าหนี จะมองได้ยังไง...เมื่อคืนโดนทำอะไรไปบ้างก็ไม่รู้

ห้องน้ำในห้องนี้ก็มีนะแล้วอีกอย่าง...คู่แต่งงานใหม่แบบเราเนี่ย...กฎคือห้ามออกจากห้องหอเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์...รู้มั้ยชินอิจิว่าเพื่ออะไร?” เขาถามพลางยิ้มมุมปากแล้วมองผมที่ทำหน้าเหมือนคนโง่ อยู่ในห้องกันแค่สองต่อสองตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์...จะให้ทำอะไรนอกจาก....อย่างว่านั่นล่ะ

รู้ครับผมพูดก่อนที่จะทำหน้าแปลกๆเพราะว่ารู้สึกถึงก้นของผมที่มันเหมือนมีอะไรอยู่ข้างใน ผมเขยิบนิดหน่อยแล้วกำลังจะเอี้ยวตัวดูว่าในก้นมันมีอะไร นี่เรา...เผลออึแตกงั้นเหรอ?....ถ่ายท้องเหรอ?...ก็เปล่านี่หว่า

เมื่อคืนนี้ขอโทษด้วยนะชินอิจิที่ปล่อยไปซะเยอะเลย คงรำคาญตัวแย่เลยสินะเขาบอกพลางเอามือมาลูบที่ก้นของผม ห๊ะ?!! ปะ-ปะ-ปล่อย? ปล่อยอะไรนะ? คงไม่ได้หมายถึงไอ้นั่นใช่มั้ย? งั้นไอ้ที่ผมรู้สึกอึดอัดในก้นนี่คือ...ของ...ของๆคุณงั้นเหรอ?!!

ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ-

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...มาทำกันอีกสักรอบมั้ยล่ะ?เพราะว่าดูเหมือนเมื่อคืนนี้ชินอิจิจะจำอะไรไม่ค่อยได้...งั้นเช้านี้...เรามาสร้างความทรงจำดีๆกันดีกว่าเนอะเขาบอกแล้วจับผมกดทันที เดี๋ยวก๊อน!!!! ผมยังไม่พร้อม ยังรู้สึกระบมไปทั้งตัวอยู่เลยครับ!!! นี่แค่วันที่สองแต่มากระหน่ำกันแต่เช้าแบบนี้...แล้วไอ้วันที่เหลือ...ผมจะมีแรงลุกจากเตียงมั้ยเนี่ย?!!!! พักบ้างเถอะครับการิวส์ซัง!!

ผลงานอื่นๆ ของ M 4Z

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น