นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

镇魂 Guardian fan fiction 赵云澜 x 沈魏 Zhao yun lan x shen wei จ้าว อวิ๋นหลาน x เสิ่นเว่ย สูญเสียแต่ไม่สูญหาย

โดย M 4Z

เสิ่นเว่ย-คุณไม่รังเกลียดผมเหรอเสี่ยวหลาน...ร่างกายของผมตอนนี้มัน- อวิ๋นหลาน-ผมไม่มีทางรังเกลียดคนที่ผมรักหรอก ต่อให้คุณสูญเสียหรือแปดเปื้อนไปมากกว่านี้...ผมก็จะรักเพียงคุณคนเดียวเท่านั้น

ยอดวิวรวม

152

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


152

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


10
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  31 ส.ค. 62 / 18:06 น.
นิยาย 镇魂 Guardian fan fiction 赵云澜 x 沈魏 Zhao yun lan x shen wei ҹ x ٭٭

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะกลับมากับคู่นี้อีกแล้วนะคะ บอกแล้วว่าแอดอินมากกกกก เรื่องนี้จะดาร์คนิดหนึ่งนะคะตัดเลี่ยนจากเรื่องที่แต่งก่อนหน้านี้ที่หวานเกินค่ะ เนื้อหาค่อนข้างที่จะดาร์คเลยนะคะสำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้ของคู่นี้ แต่งไปก็แบบ...นี่ฉันทำอะไรกับเสิ่นเว่ยผู้น่ารักของฉันนี่ ประมาณนั้นเลยค่ะ แต่ลองแต่งแนวนี้บ้างก็สนุกดีค่ะ งั้นอย่ามัวรอรีไปเริ่มอ่านกันได้เลยค่ะ 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 31 ส.ค. 62 / 18:06


“...มันเกิดเรื่องบ้าๆนี่ขึ้นได้ยังไง?ได้ยังไง?!!” เสียงตระโกนลั่นของชายที่กำลังโมโหโกรธาแบบที่ว่าอะไรก็ไม่สามารถที่จะฉุดเขาคนนี้ไว้ได้อีกต่อไปแล้ว เขามองหน้าของเพื่อนร่วมงานของเขาทุกคนด้วยแววตาที่ต้องการคำตอบจากใครสักคนหนึ่งที่จะทำให้เขาหายหัวร้อนลงบ้าง

“ใจเย็นๆก่อนเถอะจ้าว อวิ๋นหลาน ตอนนี้ถึงจะโมโหไป..ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรมันดีขึ้นมาหรอก” จู้หงกล่าวพลางมองใบหน้าของหัวหน้าของเธอที่กำลังโกรธจัดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ที่มันทำให้หัวใจของเขาแทบจะสลายเป็นเสี่ยงๆยิ่งกว่าแก้วที่ตกลงมาจากดาดฟ้าที่สูงที่สุดในโลก จ้าว อวิ๋นหลานทึ้งผมของตัวเองพลางเดินเตะข้าวของจนเละเทะไปหมด เขาโมโหตัวเองที่ไม่สามารถช่วยชีวิตของคนที่ตัวเองรักที่สุดคนนั้นได้ เขาอยากจะร้องไห้ออกมาแต่มันก็อึดอัดมากเสียจนน้ำตามันไม่ไหลออกมา เขาอยากจะบ้าตายกับความรู้สึกสับสนแบบนี้ เขาลงไปนั่งกับโซฟาก่อนที่จะเอามือมาปิดหน้าของตัวเองเหมือนกับว่าเขาไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว

“อวิ๋นหลาน” เสียงหวานอันแสนคุ้นเคยนั้นดึงสติของเขากลับมา อวิ๋นหลานเงยหน้าขึ้นมาพลางมองไปทางต้นเสียง ร่างของชายผิวขาวนวลที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยใบหน้ายิ้มติดเศร้า อวิ๋นหลานรีบลุกขึ้นมาจากโซฟาแล้วพุ่งตัวไปหาชายคนนั้นทันที เขาโอบร่างของเขาคนนั้นเอาไว้พลางมองด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใยปนเศร้าเล็กน้อย

“...ออกมาทำไม?นายบาดเจ็บอยู่นะ” อวิ๋นหลานบอกพลางมองตามเนื้อตามตัวของเว่ยที่เต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำมากมายที่เดาไม่ยากว่ามันเกิดจากอะไรที่ทำให้อวิ๋นหลานคลั่งอย่างเมื่อครู่นี้

“...ขอโทษนะ...ที่แค่ร่างกายตัวเอง...ก็ยังปกป้องไม่ได้” เว่ยพูดพลางมองตาของอวิ๋นหลานด้วยแววตาที่ขอโทษแบบสุดใจ อวิ๋น หลานน้ำตาไหลอาบสองแก้มขึ้นมาหลังจากที่เห็นแววตานั้น อวิ๋นหลานเข้าไปสวมกอดร่างของเว่ยทันที เขากอดร่างของเว่ยแน่นเหมือนกับไม่อยากจะปล่อยให้คนๆนี้ไปเจออันตรายจากใครที่ไหนอีกต่อไปแล้ว

“ไม่ต้องห่วงนะคะศาสตราจารย์...เดี๋ยวเรื่องไอ้สารเลวคนนั้น...พวกฉันจะเป็นคนจัดการให้เองค่ะ” จู้หงที่มองเห็นคนทั้งสองกอดกันด้วยความโศกเศร้าทนไม่ไหวที่เธอทำได้แค่มองดูเฉยๆเลยเดินมาบอกว่าเธอและคนอื่นๆจะเป็นคนจัดการกับไอ้คนที่ทำให้อวิ๋นหลานและศาสตราจารย์เสิ่นเว่ยต้องมานั่งร้องไห้เศร้าเสียใจกันแบบนี้

“เธอคิดจะทำอะไรน่ะจู้หง?” อวิ๋นหลานที่ได้ยินดังนั้นก็มองหน้าของจู้หงพลางถามด้วยความสงสัยกับความคิดของจู้หง เพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญที่สุดในบรรดาเพื่อนร่วมงานของเขาทั้งหมด และแน่นอนว่าคนที่กล้าหาญมักจะมีคำว่าบ้าดีเดือดมากกว่าคนทั่วๆไปเยอะด้วย

“ไม่ต้องห่วง ฉันสัญญาว่าจะไม่ใช้แผนที่มันห่ามเกินไป ฉันจะให้ลุงสี่ช่วยหาตัวไอ้เลวนั่นมารับโทษของมันให้ได้ หัวหน้าคอยเฝ้าศาสตราจารย์เสิ่นเขาเถอะ เดี๋ยวเรื่องนี้ให้พวกเราจัดการเอง” จู้หงกล่าวพลางเดินไปหาเหล่าเพื่อนๆร่วมงานฝีมือดีของเธอแล้วยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย

“....ระวังตัวด้วยล่ะ ทุกคนเลย” อวิ๋นหลานบอกพลางมองหน้าของทุกๆคน เหล่าเพื่อนร่วมงานของอวิ๋นหลานพยักหน้าพลางยิ้มก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการจับคนร้ายที่ทำให้เกิดเรื่องเศร้าในหน่วยsid

เมื่อวานก่อนหน้านี้

“วันนี้กลับดึกเหรอ?ต้องช่วยทำโครงงานของนักศึกษาให้เสร็จ...อืม...อืม เสร็จเมื่อไหร่ก็โทรบอกแล้วกันเดี๋ยวจะไปรับ ฮะ? ไม่เอาจะไปรับ นะๆๆ อื้ม...อื้ม...ไว้เจอกัน บาย” เสียงคุยโทรศัพท์แบบกระหนุงกระหนิงแบบคนหลงแฟนของจ้าว อวิ๋นหลานสร้างความหมั่นไส้ให้เพื่อนร่วมงานของเขาไม่น้อยเลยทีเดียว เหล่าฉู่ที่กำลังนั่งดูเคสการทำงานอยู่ถึงกับเบะปากออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะกลับมาทำงานของตัวเองต่อ ต้าชิงก็เอาแต่อุดหูเพราะว่าทนท่าทางกับคำหยอดหวานๆของหัวหน้าตัวเองไม่ไหว ส่วนจู้หงนั้นเอาหูฟังมาเสียบหูตัวเองไว้ตั้งแต่ที่จ้าว อวิ๋นหลานเริ่มโทรหาเว่ยแล้ว

“เฮ้อ....” จ้าว อวิ๋นหลานที่วางสายเสร็จถอนหายใจออกมาเสียงดังพลางทำท่าทางเซ็งซึ่งมันทำให้ต้าชิงที่อุดหูเอาไว้แต่กลับได้ยินเสียงและประโยคทุกคำพูดของจ้าว อวิ๋นหลานได้อย่างชัดเจนนั้นเด้งตัวขึ้นมาพลางมองไปที่อวิ๋นหลานด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นสุดๆ

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?อย่าบอกนะว่า...ศาสตราจารย์เสิ่นบอกเลิกนายแล้ว?” ต้าชิงถามพลางทำหน้าทะเล้น อวิ๋นหลานแทบจะเอารองเท้าคู่โปรดของตัวเองมาทุบหัวของอีกคนให้แบนไปเลยแต่ก็เพราะว่ามันเป็นรองเท้าคู่โปรดเลยสงบจิตสงบใจแค่เอามือตีหัวของต้าชิงพอ

“ปากหนอปาก เลิกบ้าอะไรกัน รักกันเสียขนาดนี้ วันนี้เขาต้องอยู่ช่วยเด็กทำโครงงานให้เสร็จน่าจะกลับดึก ฉันเลยเซ็งอยู่นี่ไง” อวิ๋นหลานกล่าวพลางทำหน้าบูดหน้าบึ้งที่ไม่ได้เหมาะกับหนวดเคราบนหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

“อ๋อ.....แต่ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ ยังไงศาสตราจารย์เขาก็ไม่เป็นอะไรอยู่แล้วน่า ก็เขาเป็นถึงท่านทูตชุดดำผู้ยิ่งใหญ่เลยนี่นา”    ต้าชิงบอกพลางเอื้อมมือไปหยิบปลาแห้งมากินอย่างเอร็ดอร่อยหน้าชื่นตาบานโดยไม่สังเกตเห็นแววตาของอสูรร้ายที่กำลังจะฆ่าเขาให้ตายคามือ

“ถึงเขาจะเป็นทูตชุดดำแล้วมันจะไม่เป็นอะไรได้ยังไง ยังไงเขาก็เป็นแฟนฉัน ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาฉันจะโทษว่าเป็นเพราะนาย” อวิ๋นหลานบอกพลางชี้หน้าของต้าชิง ต้าชิงทำหน้างงพลางคาบปลาแห้งไว้ที่ปาก

“เพราะฉัน?ไหงงั้นล่ะ?” ต้าชิงถามพลางเลิกคิ้วด้วยความงุนงงกับการป้ายความผิดที่ไร้เหตุผลของหัวหน้าตน

“ก็เพราะว่าปากแมวๆของนายนี่ไงล่ะ” อวิ๋นหลานบอกพลางดึงปลาแห้งออกจากปากของต้าชิงแล้วบีบปากของเขาแน่นก่อนที่จะเดินหนีออกมาเข้าไปในห้องของเขา

“โอย...เจ็บนะไอ้หน้าหนวด ก็จริงนี่นา ใครมันจะไปทำอะไรทูตชุดดำได้กันเล่า ทำไมต้องห่วงเกินเรื่องขนาดนั้นด้วย” ต้าชิงพูดพลางเอามือลูบปากของตัวเองที่อวิ๋นหลานบีบไปเมื่อสักครู่นี้ด้วยความเจ็บแปลบๆ

เวลาเที่ยงคืน

“เฮ้อ....ทำไมยังไม่โทรมาอีกน้า.....” อวิ๋นหลานพูดพลางมองนาฬิกาไปด้วย นี่ก็ค่อนคืนเข้าไปแล้วทำไมเสี่ยวเว่ยถึงยังไม่โทรมาหาเขาอีกนะ เขามองไปที่นาฬิกาสลับกับมือถือของตัวเองเพื่อรอให้อีกคนโทรมาหา(เผื่อคนสงสัย ตอนนี้เว่ยมีมือถือแล้วเพราะว่าอวิ๋นหลานเป็นคนซื้อให้แถมยังเป็นคนสอนใช้งานทั้งหมดอีกด้วย เรียกได้ว่ากว่าเว่ยจะใช้เจ้าโทรศัพท์มือถือเป็นนี่เล่นเอาเหงื่อท่วมกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว) แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่มีวี่แววอะไรใดๆ อวิ๋นหลานเริ่มงุ่นง่าน เดินไปเดินมาเหมือนกับคนเป็นโรควิตกจริตจนทำให้จู้หงที่นั่งทำงานอยู่ดีๆนั้นทักขึ้น

“ถ้ามันกระวนกระวายขนาดนั้นทำไมไม่ไปหาเขาตอนนี้เลยล่ะ จะได้ดูว่าเขาทำอะไรอยู่แล้วจะได้ช่วยเขาให้งานเสร็จเร็วขึ้นด้วย” จู้หงกล่าวพลางเหลือบมองหน้าของหัวหน้าที่เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยนึง

“งั้นเดี๋ยวฉันไปหาเขาก่อนแล้วกันนะ ถ้าในสิบนาทีฉันยังไม่กลับมาก็กลับบ้านกันก่อนเลยได้เลย” อวิ๋นหลานบอกพลางยิ้มร่าอย่างมีความสุขเสียจนทำให้เพื่อนร่วมงานของเขาแทบจะเอาของเสียจากเมื่อตอนเย็นออกมาจนหมดถ้าไม่ติดว่าเสียดาย

ที่ม.หลงเฉิง

“เสี่ยวเว่ย?ไม่อยู่ห้องนี้หรอกเหรอ?” อวิ๋นหลานที่มาถึงที่ม.หลงเฉิงแล้วพึมพำกับตัวเองพลางเดินไปรอบๆเพราะว่าไม่เจอร่างของคนรักของเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นห้องที่เขาเคยสอนหรือแม้กระทั่งห้องพักของเขา ไปอยู่ที่ไหนกันนะเสี่ยวเว่ย ดึกป่านนี้แล้วเราน่าจะได้ไปนอนกอดกันกลมบนเตียงนุ่มๆของเราแล้วนะ อวิ๋นหลานคิดพลางแอบยิ้มกับตัวเอง

“แกรบ!!” แล้วทันใดนั้นเองเสียงของอะไรบางอย่างมันก็ดังขึ้นมา เสียงของสิ่งมีชีวิตที่ไปเหยียบเข้ากับเศษขยะแถวๆนั้น อวิ๋น   หลานชะงักไปพลางนิ่งไปสักพัก คนร้ายในม.งั้นเหรอ? ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีคดีพวกนี้ด้วย? มาเพื่อฆ่างั้นเหรอ? หรือว่ามาสร้างความวุ่นวายให้กับม.หลงเฉิงกันแน่ อวิ๋นหลานคิดพลางหัวเราะกับตัวเองเบาๆที่แค่จะมารับคนรักของตัวเองกลับต้องมาเจอคนร้ายในม.หลงเฉิงนี้ อาชีพตำรวจนี่มันไม่เคยมีวันหยุดเลยจริงๆสินะ

“ออกมาได้แล้ว ฉันรู้นะว่านายอยู่ตรงนั้น” เขากล่าวเสียงเรียบ แต่สิ่งนั้นกลับไม่ออกมาเผชิญหน้ากับคำท้าของเขา เขาเลยตัดสินใจเดินเข้าไปหาสิ่งนั้นแทน เขาเดินเข้าไปเรื่อยๆ เรื่อยๆจนเห็นขาของใครคนหนึ่งเขาเลยตัดสินใจใช้ขาของตัวเองสกัดขาคู่นั้นจนเจ้าของขาคู่นั้นนอนล้มพับไปกับพื้น อวิ๋นหลานรีบจับแขนทั้งสองข้างของใครคนนั้นดัดหลังทันทีพลางถาม

“นายเป็นใคร?แล้วต้องการอะไร?บอกมาซะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา” อวิ๋นหลานกล่าว ร่างนั้นสั่นระริกราวกับกลัวอะไรบางอย่างอย่างสุดใจ อวิ๋นหลานมองใบหน้าของใครคนนี้ก่อนที่จะพูดขึ้นมา

“นี่มัน..นักศึกษาที่เสี่ยวเว่ยบอกว่าจะมาช่วยนี่ แล้วมาทำอะไรตรงนี้?ศาสตราจารย์เสิ่นล่ะ?” อวิ๋นหลานปล่อยร่างของชายคนนี้ออกพลางถามคำถามรัว ทำไมเด็กคนที่เสิ่นเว่ยต้องมาช่วยงานถึงมาอยู่ตรงนี้โดยที่ไม่มีเว่ยอยู่ด้วย เว่ยไปไหน?

“...ฮึก....คุณ...คุณคือแฟนของศาสตราจารย์เสิ่นใช่มั้ยครับ...ฮึก...” นักศึกษาคนนั้นถามอวิ๋นหลานทั้งน้ำตา อวิ๋นหลานทำหน้าตกใจมากเมื่อเห็นว่าอีกคนร้องไห้ เขาพยักหน้าพลางจับไหล่ของนักศึกษาคนนี้เบาๆ

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?แล้วศาสตราจารย์เสิ่นตอนนี้อยู่ที่ไหน?” อวิ๋นหลานถามพลางมองใบหน้าของอีกคนด้วยความคาดหวังว่าคำตอบมันจะไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่เขาคิดเอาไว้แต่ไม่เลย พอนักศึกษาคนนั้นรวบรวมอารมณ์และสติของตัวเองได้ก็บอกมาทันที ซึ่งคำตอบนั้นเกือบจะทำให้เข่าของอวิ๋นหลานทรุดตรงนี้ อวิ๋นหลานนิ่งไปพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง เขารีบวิ่งหนีหายไปทันที ไปตามหาร่างของคนรักทั่วทั้งม.หลงเฉิง อยู่ที่ไหนกัน...อยู่ที่ไหนกันนะ...เสิ่นเว่ย!!!

อวิ๋นหลานตามหาร่างของเว่ยนานจนมาถึงเช้าของอีกวัน เขามีท่าทางอิดโรยเพราะเอาแต่วิ่งหาเว่ยทั้งคืนซ้ำยังไม่ได้หลับไม่ได้นอนสะสมมาเป็นคืนที่สามแล้วอีกต่างหาก อวิ๋นหลานกลับมาที่หน่วยด้วยใบหน้าที่ไม่สู้ดีนักเพราะว่าเขาหาเว่ยไม่เจอ แต่ในตอนนี้...เขากลับคิดว่า สู้หาเว่ยไม่เจอดีกว่าต้องมาเจอเว่ยในสภาพแบบนี้

“หัวหน้า...คือ...เราเจอเขานอนอยู่ที่หน้าหน่วยเมื่อตอนตีสาม ไม่รู้ว่าใครเป็นพาเขามาวางไว้ที่นี่...แต่...เนื้อตัวของเขา...” จู้หงกล่าวพลางทำสีหน้าไม่ค่อยดีนัก อวิ๋นหลานมองร่างที่อิดโรยที่ไม่ได้ต่างจากเขาของเว่ย ร่างที่เต็มไปด้วยรอยช้ำรอยเขียวมากมาย อวิ๋นหลานแทบอยากจะเอากำปั้นตัวเองทุบผืนแผ่นดินให้แยกออกจากกัน เขาโกรธที่ตัวเองไปช่วยคนรักของตัวเองไม่ทัน เขาโกรธตัวเองที่ต้องมาเห็นสภาพของคนรักแบบนี้ทั้งๆที่เขาช่วยอะไรไม่ได้เลย อวิ๋นหลานรู้สึกแย่มาก เขาอยากจะจับไอ้บ้านั่นมาฆ่าแล้วฆ่าอีกจนกว่าเขาจะสาแก่ใจ แต่ในโลกของความเป็นจริงนั้น..เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครคือคนที่ทำให้ร่างของคนรักของเขาบอบช้ำได้ขนาดนี้

เวลาปัจจุบัน

“คุณไปพักบ้างเถอะอวิ๋นหลาน ดูสิ...ตาคล้ำหมดแล้ว” เว่ยบอกพลางลูบใต้ตาคล้ำๆของอวิ๋นหลาน อวิ๋นหลานยิ้มอ่อนพลางส่ายหน้าปฎิเสธไปมา

“ผมไม่เป็นไร ผมจะเฝ้าคุณอย่างนี้จนกว่าจู้หงจะจับตัวไอ้สารเลวนั้นมากราบขอโทษแทบเท้าคุณ” อวิ๋นหลานพูดแล้วก็กำหมัดของตัวเองแน่น เขาสัญญาว่าถ้าไอ้นั่นมันโดนจับตัวมาที่นี่เมื่อไหร่เขาจะอัดมันด้วยหมัดของเขาให้หน้าหงายไม่ก็ตายกันไปเลย

“ขอโทษนะ เหมือนว่าพลังของผมมันจะค่อยๆเลือนหายไปแล้วล่ะ” เว่ยพูดขึ้นมาพลางมองหน้าของอวิ๋นหลาน อวิ๋นหลานจับมือของเว่ยพลางถาม

“หมายความว่ายังไง?พลังของนายหายไปงั้นเหรอ?” อวิ๋นหลานถามด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก

“เพราะว่าผมอยู่บนโลกนี้นานมาก...จนเหมือนกับว่าร่างกายของผมมันเริ่มปรับสภาพให้เข้ากับโลกมนุษย์มากขึ้น พลังของผมที่เป็นของชาวใต้พิภพมาแต่เดิม...เลยค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา คราวนี้ผมเลย...ไม่สามารถที่จะใช้พลังนั้นมาปกป้องตัวเองได้” เว่ยบอกพลางยิ้มติดเศร้า อวิ๋นหลานมองหน้าของคนรักตัวเองแล้วก็พลอยยิ้มเศร้าๆไปด้วย เขาสงสารคนรักของเขาที่ต้องเฝ้ารอเขามานานถึงหมื่นปี แล้วยังต้องมาเจ็บปวดกับการที่ต้องมาอยู่บนโลกนี้เพื่อเขาอีก อวิ๋นหลานรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก จนไม่อยากจะให้เว่ยเห็นใบหน้าของคนรักที่ไม่ได้เรื่องคนนี้อีกต่อไปแล้ว

“แต่ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ ถ้าผมกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนกับคุณ...เราสองคนจะได้ใช้ชีวิตอยู่ไปด้วยกันจนแก่ จะไม่มีใครต้องรอใครอีกคนเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว เราจะได้ตายไปพร้อมๆกัน...คุณว่ามันดีมั้ย?” เว่ยถามพลางยิ้มอ่อน รอยยิ้มกับคำพูดนั้นของเว่ยเรียกน้ำตาของอวิ๋นหลานออกมา เขาร้องไห้น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่รู้ตัว เว่ยเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาของเขาเบาๆพลางลูบแก้มของอวิ๋นหลานไปด้วย

“อย่าโทษตัวเองเลยนะ มันไม่ใช่ความผิดของคุณ...มันเป็นทางที่ผมเลือกเดินเอง เพราะว่าผมอยากอยู่เคียงข้างคุณ...และไม่อยากจากคุณไปไหนอีกแล้ว” เว่ยกล่าวพลางยิ้มกว้าง อวิ๋นหลานดึงร่างของคนรักเข้ามากอดกระชับแน่น ไม่อยากจะปล่อยร่างนี้ให้แหลกสลายไปมากกว่านี้อีกแล้ว อยากจะกอดเอาไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ อยากจะใช้ชีวิตกับคนๆนี้ไปจนแก่จนเฒ่า...และได้ตายไปพร้อมๆกัน

“หัวหน้าจ้าว หัวหน้าจ้าวคะ จู้หงจับคนร้ายได้แล้วค่ะ!!!” เสียงทีแลดูตื่นเต้นของวังเจิงนั้นทำให้อวิ๋นหลานชะงัก เขาผละออกจากร่างของเว่ยก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปข้างนอก เขาเห็นร่างของชายตัวใหญ่คนหนึ่งที่มีใบหน้าวิกลจริต บนใบหน้านั้นเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่ดูสะใจเสียจนทำให้อวิ๋นหลานเกือบจะเผลอต่อยหน้าของชายคนนั้น จู้หงมองหน้าของอวิ๋นหลานก่อนที่จะพูดขึ้น

“ฉันให้พวกลุงสี่ตามเรื่องนี้ให้ เขาชื่อเหว่ยหง เป็นชาวใต้พิภพที่มีพลังขโมยพลังของคนอื่นมาเป็นของตัวเองที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวบนโลก เขาก่ออาชญากรรมมานับไม่ถ้วนและครั้งนี้...คืออีกคดีหนึ่งที่เขาทำ” จู้หงกล่าวพลางบีบไหล่ของชายคนนั้นแน่นด้วยความโกรธและหมั่นไส้ส่วนตัว

“ขโมยพลัง?หรือว่าที่เสี่ยวเว่ยบอก..จะเป็นเพราะแก?” อวิ๋นหลานพูดพลางชี้หน้าของชายคนนั้นด้วยความโกรธจัดที่ตอนนี้ใครก็ไม่สามารถที่จะหยุดรั้งเอาไว้ได้ ชายคนนั้นแสยะยิ้มซ้ำยังทำท่าทางยียวนกวนประสาท อวิ๋นหลานพุ่งตัวเข้าไปหาชายคนนั้นพลางต่อยหน้าของเขาไปหลายครั้งจนหน้าของชายคนนั้นเลือดออก

“พลั่วๆๆพลั่กๆๆๆ!!!!

“หัวหน้าพอแล้ว พอแล้ว!!!” จู้หงบอกพลางจับแขนของอวิ๋นหลาน อวิ๋นหลานมองหน้าของจู้หงก่อนที่จะเดินถอยหลังออกไปเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง

“เดี๋ยวเรื่องนี้ให้ทางหน่วยใหญ่เป็นคนจัดการเถอะ คดีที่ผ่านมาเขาก็สร้างคดีหนักๆไว้ไม่ใช่น้อย รับรองว่าเขาไม่ได้ตายดีแน่” จู้หงบอกพลางมองตาของชายคนนั้นปานจะกินเลือดกินเนื้อ

“ทีนี้ก็คืนพลังให้ศาสตราจารย์-“

“ไม่ต้องหรอก ผมไม่ต้องการมันอีกแล้ว” เว่ยที่เดินออกมาจากในห้องกล่าว อวิ๋นหลานรีบวิ่งไปหาเขาทันทีพลางพยุงร่างของ    เว่ยอย่างเบามือ

“หมายความว่ายังไง?คุณไม่อยากได้พลังของตัวเองคืนงั้นเหรอ?” จู้หงถาม เว่ยยิ้มตอบเบาๆพลางส่ายหน้า

“ผมอยากเป็นแค่คนธรรมดา...ที่สามารถอยู่กับคนที่ผมรักไปจนตายได้ พลังนั่นน่ะ..ผมไม่ต้องการมันอีกแล้วล่ะครับ” เว่ยบอก ชายคนนั้นมองหน้าเว่ยก่อนที่จะร้องไห้ออกมาแล้วคลานเข้ามากอดเข่าของเว่ยพลางเขย่าไปมา

“ผมขอโทษครับ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ..ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะครับ!!!” เขากล่าวพรางร้องไห้ออกมาแต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้อวิ๋นหลานโกรธหรือโมโหเขาน้อยลงเลย อวิ๋นหลานแกะมือของชายคนนั้นออกจากขาของเว่ยแล้วมายืนบังร่างของเว่ยเอาไว้

“...เอาตามที่ศาสตราจารย์เว่ยเขาบอก พลังนั่นให้มันตายไปพร้อมกับไอ้เวรนี่แล้วกัน” อวิ๋นหลานบอกก่อนที่จะพาร่างของเว่ยไปพักต่อในห้อง

“นอนพักเยอะๆนะ เดี๋ยวตื่นขึ้นมาจะได้กินข้าวกินยา” อวิ๋นหลานบอกพลางห่มผ้าห่มให้กับเว่ยที่กำลังมองตาเขาแล้วยิ้มออกมาเบาๆ

“ขอบคุณนะครับ ที่คอยดูแลกันดีขนาดนี้” เว่ยบอกพลางยิ้มหวาน อวิ๋นหลานมองหน้าของคนรักของตัวเองก่อนที่จะหลุดยิ้มออกมา เขาจุมพิตไปที่หน้าผากของเว่ยเบาๆ

“คุณเป็นแฟนของผม น้อยกว่านี้ได้ยังไงล่ะ” อวิ๋นหลานกล่าวพลางยิ้มกว้าง เว่ยเอื้อมมือมาลูบปอยผมของอวิ๋นหลานเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มออกมา

“ผมดีใจนะที่ตอนนี้ผมเป็นแค่คนธรรมดา...ที่เป็นคนรักของคุณ” เว่ยบอกก่อนที่จะส่งยิ้มหวานแล้วหลับตาลงเพื่อพักผ่อน อวิ๋นหลานมองหน้าของเว่ยพลางเอามือไปลูบที่ใบหน้าของเขาเบาๆ เขารักคนๆนี้มากเหลือเกิน รักมากกว่าสิ่งอื่นใด เขาอยากจะปกป้องเว่ยให้ได้ไม่ว่าจะจากอะไรก็ตาม อวิ๋นหลานจุมพิตไปที่หน้าผากของเว่ยอีกครั้งก่อนที่จะเดินออกมาจากในห้อง จู้หงที่ยืนอยู่ข้างนอกมองหน้าของอวิ๋นหลานก่อนที่จะพูดขึ้นมา

“ทางหน่วยใหญ่จัดการเรื่องชายคนนั้นเรียบร้อยแล้ว ศาลตัดสินให้เขาโดนโทษประหาร” จู้หงบอกพลางหยิบเอกสารชุดหนึ่งมาให้กับอวิ๋นหลาน

“คนเลวๆอย่างมันสมควรตายแล้ว” อวิ๋นหลานบอกพลางเดินไปที่โซฟาแล้วนั่งลงพลางเปิดเอกสารพวกนั้นไปมา

“พรุ่งนี้ฉันนัดหมอตรวจร่างกายของศาสตราจารย์เสิ่นไว้แล้ว ตอนเก้าโมง ไปให้ตรงเวลาด้วยล่ะ” จู้หงกล่าวพลางหยิบมือถือมาเช็คตารางเวลา อวิ๋นหลานพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนที่จะวางเอกสารนั้นลงกับโต๊ะ

“ขอบใจสำหรับทุกอย่างนะ เธอจะกลับบ้านเลยก็ได้นะ ไม่มีงานอะไรให้ทำแล้ว” อวิ๋นหลานบอกพลางมองหน้าของจู้หง จู้หงพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าของเธอแล้วเดินออกมาจากหน่วยงาน เสี่ยวกัวกับเหล่าฉู่ก็กลับบ้านไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนต้าชิงก็นอนกินปลาอย่างสบายใจ หลินจิ้งเองตอนแรกก็ว่าจะอยู่ทำงานประดิษฐ์ของเขาต่อแต่ก็เกิดขี้เกียจขึ้นมาก็เลยกลับบ้านไป วังเจิงและซางจ้านก็กำลังนั่งอ่านหนังสือกันอย่างหวานแหววในห้องสมุดของหน่วยงาน อวิ๋นหลานถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนที่จะหยิบข้าวต้มที่เขาทำเสร็จไว้เรียบร้อยแล้วเข้าไปในห้องที่มีเว่ยของเขานอนอยู่ ทันทีที่อวิ๋นหลานเปิดประตูเข้าไปก็เห็นร่างของเว่ยนั่งอยู่แล้ว อวิ๋นหลานรีบพุ่งตัวเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง

“ลุกขึ้นมาทำไม?นายต้องพักผ่อนนะ” อวิ๋นหลานกล่าวพลางประคองร่างของเว่ย เว่ยทำหน้าตาตื่นด้วยความตกใจที่จู่ๆอีกคนก็พุ่งเข้ามาหาตัวแถมยังดุตัวเองเสียงดังอีก

“ผมปวดฉี่ ก็เลย....” เว่ยบอกพลางมองตาของอวิ๋นหลาน อวิ๋นหลานมองหน้าของเว่ยครู่หนึ่งก่อนที่จะหลุดหัวเราะออกมา

“หึๆๆฮ่ะๆ” อวิ๋นหลานหัวเราะออกมาจนทำให้เว่ยที่มองหน้าเขาอยู่นั้นยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ นี่คนรักของเขาเป็นอะไรไปหรือเปล่า? สาเหตุเกิดจากการเครียดจากเขางั้นเหรอ?

“ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยอวิ๋นหลาน?” เว่ยถามพลางเอามือของเขามาแนบที่หน้าผากของอวิ๋นหลาน อวิ๋นหลานยิ้มก่อนที่จะกุมมือข้างนั้นขงเว่ยแล้วจุมพิตมันเบาๆ

“มีคุณอยู่ข้างๆแบบนี้ผมจะเป็นอะไรได้ล่ะ มา เดี๋ยวผมพาไปเข้าห้องน้ำ” อวิ๋นหลานบอกพลางพยุงร่างของเว่ย เว่ยขืนตัวพลางก้มหน้างุดอย่างน่าเอ็นดู

“คือผมไปเองได้...คุณไม่ต้องช่วยหรอก” เว่ยพูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำที่ยิ่งทำให้อวิ๋นหลานอดยิ้มกับท่าทางอันน่ารักนี้ของเว่ยไม่ได้ อวิ๋นหลานถือวิสาสะอุ้มร่างของอีกคนในท่าเจ้าสาวจนทำให้เว่ยถึงกับเบิกตาโพรง

“อวิ๋นหลาน?!ทำอะไรของคุณเนี่ย?” เว่ยถามพลางมองหน้าของอวิ๋นหลานที่กำลังยิ้มทะเล้นอยู่

“จะอายอะไรกันล่ะ ผมน่ะ..เห็นทุกซอกทุกมุมของคุณหมดแล้วนะ” ประโยคนั้นที่อวิ๋นหลานพูดออกมายิ่งทำให้ใบหน้าของ        เว่ยแดงก่ำเข้าไปใหญ่ เว่ยเอาใบหน้าของเขาไปซบที่อกของอวิ๋นหลาน อวิ๋นหลานยิ้มอย่างมีความสุขก่อนที่จะพาเว่ยของเขาไปทำธุระที่ห้องน้ำ

ผลงานอื่นๆ ของ M 4Z

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 กันยายน 2562 / 14:02
    ชอบเรื่องนี้มาก พึ่งดูซีรี่จบไป มาอ่านฟิคต่อก็อินไปอีก ทำไมรักกันขนาดนี้ ฮือออออ
    #3
    0
  2. #2 August_Ds (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 21:56

    เหมือนจะหน่วงแต่หวานมากก
    #2
    0
  3. วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 18:07

    หน่วงไม่หน่วงเม้นกันเลยจ้าาาาา

    #1
    0