คัดลอกลิงก์เเล้ว

Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร

โดย B. Zeitgeist

"โลกจิตใต้สำนึกจำลอง" คือการทดลองลับระดับโลกที่เป็นความลับมากว่าร้อยปี ถูกปิดบังในชื่อองค์กรวิทยาศาสตร์ธรรมดา ทว่าหนูทดลองที่หายไปห้าคน จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของโลกไปตลอดกาล...

ยอดวิวรวม

7,606

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


7,606

ความคิดเห็น


224

คนติดตาม


226
เรทติ้ง : 90 % จำนวนโหวต : 17
จำนวนตอน : 33 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  26 มิ.ย. 60 / 21:53 น.
Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 นิยายเรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการรอรีไรท์ แต่ขณะนี้ผู้แต่งกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ ทำให้ต้องหยุดเขียนไปชั่วคราว จึงขออภัยผู้อ่านทุกท่านในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

แล้วพบกันใหม่กลางปี 2017 ค่ะ!



                 เคยมั้ย... เวลาพบใครครั้งแรก แต่รู้สึกเหมือนเคยรู้จักกันมาแสนนาน

                เคยมั้ย... แค่สบตา ก็รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคิดอะไรอยู่

โลกจิตใต้สำนึกน่ะ น่าค้นหากว่าที่คุณคิดเยอะเลยล่ะ...


 
 

เซนจูรี่ ดีพาร์ทเจอร์ คอร์เปอเรชั่น

 

                หลายๆคนมองว่ามันก็คงจะเป็นองค์กรวิทยาศาสตร์ธรรมดาๆ เหมือนกับองค์กรนาซ่า

                แต่พวกเขาไม่รู้เลย ว่าที่นี่กำลังจะมีโปรเจกต์ใหญ่ที่น่าพิศวง นั่นก็คือ โครงการ “โลกจิตใต้สำนึกจำลอง

                เรื่องนี้ถูกปกปิดเป็นความลับและใช้การทดลอง ผู้เดินทางผ่านศตวรรษบังหน้าแทน และแน่นอน นี่ไม่ใช่การทดลองเดินทางข้ามเวลาไปสู่อดีตหรืออนาคตอย่างในภาพยนตร์ แต่นี่คือการทดลองนำเด็กๆ ที่เป็นหนูทดลองจำศีลเพื่อข้ามผ่านกาลเวลา เพื่อเล่าเรื่องในอดีตให้คนรุ่นต่อๆไปได้ฟัง

                ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการรับสมัครคัดเลือกเด็กมาทดลองขึ้น โดยครอบครัวของผู้ที่ถูกคัดเลือกจะได้รับการดูแลอย่างดี ผู้ถูกคัดเลือกจะต้องผ่านการทดสอบขององค์กร ผู้ที่ไม่ผ่านก็จะถูกส่งตัวกลับบ้าน  เมื่อทุกอย่างพร้อม การทดลองจำศีลข้ามเวลาก็เริ่มต้นขึ้นไปพร้อมๆกับการวิจัยลับนี้

                แต่เมื่อเวลาผ่านไปเก้าสิบปีก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น เมื่อมีเด็กเจ็ดคนหายไปจากองค์กรนี้อย่างลึกลับ พวกเขาหนีไปได้อย่างไร ไม่มีใครรู้

                นี่เป็นจุดเริ่มต้นการไล่ล่า...ขององค์กรเซนจูรี่ ดีพาร์ทเจอร์ คอร์เปอเรชั่น

 

เด็กทั้งห้าคนนั้นหนีหายไปไหน แล้วองค์กรกำลังทำอะไรอยู่กันแน่!?

 

ติดตามได้ใน Intimate mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร






คุณพร้อมที่จะร่วมค้นหาความจริงกับพวกเขาแล้วหรือยัง?

 

ใหม่ล่าสุด!! แบบทดสอบว่าคุณเป็นใครในนิยายเรื่อง Intimate Mind ล่าล้างฝัน จิตสังหาร คลิกเลยจ้า!






 

ขอขอบคุณเฮียบอมพ์เป็นพิเศษ เจ้าของร้านดีไซน์ ZUPERNOVA!!!



และขอขอบคุณ

 




Story Starts at 2 August  2013

Story ends in XX XX 2015



s
n
a
p

สารบัญ อัปเดต 26 มิ.ย. 60 / 21:53

ตอน
ชื่อตอน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ B. Zeitgeist จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

2

Intimate Mind ส่วนผสมที่ลงตัวของ "ปรัชญา" และ "ไซไฟแฟนตาซี"

งืม หลังจากอ่านจบ เราจะจัดละนะเบสนะ 55555 จากที่เคยสัญญากันไว้เมื่อปีที่แล้วว่าจะมาวิจารณ์ยาวๆ

-ตัวละคร > เราได้เห็นพัฒนาการของตัวละครแต่ละตัวอย่างชัดเจน ชอบตัวละครเรื่องนี้ตรงที่แต่ละตัวมีข้อดี-ข้อเสียเหมือนมนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆทั่วไป (ถึงมันสมองจะระดับอัจฉริยะก็เหอะ) มีพลาด มีล้มบ้าง แต่ชอบในวิธีการแก้ปัญหา ชอบในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ไม่ใช่ง้องแง้งจะทำตามอุดมการณ์ของตัวเองอย่างเดียวทั้งๆที่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เช่นจากอเล็นเล่ใสๆ แม้ตอนนี้นางจะยังใสอยู่ แต่เหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทำให้นางเข้มแข็งขึ้น มีไหวพริบมากขึ้น ตัวละครแต่ละตัวนั้นปั้นออกมาได้สมจริงในระดับสอง(เอ่อ หมายความว่ามากกว่าระดับหนึ่ง 555) มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนจริงๆ ทำให้เราเชื่อได้ว่ามันมีอยู่จริงในโลกใบนี้

-ภาษาและการบรรยาย > ขอบอกว่าดีกว่าตอนแรกที่เราเข้ามาอ่านเยอะมาก 555 เบสต์ถือเป็นนักเขียนที่มีการพัฒนาตัวเองได้เร็วมาก การบรรยายของเบสต์สั้น กระชับ สนุก อ่านแล้วเข้าใจง่าย (เราอิจฉาเบสต์เรื่องนี้อยู่เลย เรานี่ติดบรรยายทีนึงยาวเป็นหางว่าว T_T) ถ้าเปรียบเป็นหนัง นิยายของเราคงจะเป็นแนวๆสงคราม-ดราม่าดาร์คๆ บรรยากาศขาวดำอึมครึมทั้งเรื่อง มุมกล้องแพนช้าๆเน้นซูมท่าทาง ปฏิกิริยาและภาษากายของตัวละคร ไม่ก็ตั้งแช่ไว้ ในขณะที่ Intimate Mind จะใช้เทคนิคมุมกล้องและแสงเงาหลากหลายกว่าในการสื่อให้ผู้ชมได้ดู ดำเนินเรื่องเร็ว ฉากแอคชั่นตัดฉับไปฉับมาสะใจไม่มีสโลว์โมชั่น แสงจ้าๆกล้องสั่นๆเน้นภาพรวมมากกว่าตัวละครตัวใดตัวหนึ่ง ส่วนฉากที่ดีซีกำลังครุ่นคิดก็ทำได้ดี แสงเงามืดๆกล้องนิ่งๆ ตอนที่วิคเตอร์กำลังจะเดี้ยงก็ให้ภาพแบบฝันๆ หมอกกระจายฟุ้งๆ เศร้าๆ อึนๆ ไม่รู้สิ เวลาอ่านนิยายเราชอบคิดตามเป็นภาพอ่ะ และนิยายของเบสต์มันให้ครบรสจริงๆ เหมือนจ่ายตังแค่สามสิบบาท ได้ราดหน้าทะเลใส่ไข่มาจานใหญ่ไรงี้

-มาพูดถึงข้อเสียกันบ้าง

-ซึ่งก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ติอะ หนึ่งเลยก็คือการใช้คำ สั้น กระชับ คือข้อดี แต่ข้อเสียคือมีคำซ้ำบางประโยค และบางทีการใช้คำมันยังไม่อีปิคพอ คือจะพูดยังไงอะ 5555 บางบรรยากาศแบบระเบิดตูมตามแบบหนังไมเคิลเบย์งี้ เบสต์ยังใช้ภาษาเหมือนบรรยายบรรยากาศธรรมดาอยู่อะ แต่อันนี้โอเคนะ จะไม่แก้ก็ได้เพราะยังไงมันก็ดีอยู่แล้ว แก้อีกนิดเดียวก็ดีมากๆแล้ว

-การบรรยายในบทนี้ แปลกอยู่อย่างนึงคืออาการโคม่าของวิคเตอร์ คือมันจะพูดยังไงอะ บางทีคำพูด การบรรยายบรรยากาศมาคุในตอนนั้นมันยังไม่ถึงอารมณ์ ฉากที่วิคเตอร์กำลังสลบทำได้ดีมากนะ แบบ ผมนี่กลืนน้ำลายลงคอซูฮกให้เลยอ่ะ แต่พอมาตอนที่ชาลีรายงานดีซีเรื่องนี้ มันดูแบบ "อืม วิคเตอร์สาหัส อาการโคม่านะ" มันยังเฉยๆอยู่นิดนึง ปรับแก้ตรงนี้ด้วยนะแจร้

-ตัวละครหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ดี.ซี. เหมือนนางจะมาเป็นหนึ่งในกุญแจของภาคสอง ตอนแรกๆที่ดีซีเข้ามา เราไม่ค่อยชอบนางนะ คือนางบอกว่านางเป็นนักมายากลใช่มะ แต่กลหลายๆอย่าง มันดูเหมือนเวทมนตร์มากกว่า แบบ เฮ้ย อยู่ๆก็มาได้ไงวะ อ่าวเฮ้ย หายไปไหนละ ไรงี้ เราว่าถ้าจะปรับแก้ให้ดีซีเป็นดูนักมายากลจริงๆ น่าจะเติมมุมมองของดีซีในฉากมายากลไปด้วยว่า เออ กรูมาได้ไง กรูหายตัวไปได้ไง กรูเห็นอะไรที่คนอื่นไม่เห็นแล้วนำมาใช้สร้างเป็นกลของตัวเองได้ไง แต่ส่วนใหญ่ฉากที่ดีซีออกมา เบสต์จะใช้มุมกล้องของตัวละครตัวอื่นมากกว่าไง แต่ฉากโดดตึกในบทนี้โอเคมากนะ แบบ อืม เออว่ะ มันเป็นไปได้จริงๆที่กลนี้จะใช้ได้ในสถานการณ์โดดตึก ชอบตรงที่เบสต์สร้างสรรค์มายากลของดี.ซี.แบบนี้ มันไม่ใช่มายากลแบบเกินจริง เหนือธรรมชาติไรงี้เลย มันอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ และเป็นมายากลที่ "ฉลาด" เลยทีเดียว


-เอาตรงๆไหม เราไม่เคยอ่านอะไรที่เป็นปรัชญา วิทยาศาสตร์ แฟนตาซีมาเลยในชีวิต (นอกจากแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่นั่นมันวรรณกรรมเยาวชนนี่หว่า = =") ไม่ดิ ต้องพูดว่าทั้งชีวิตเรานี่อ่านแต่แนวสงคราม-ประวัติศาสตร์ มาตลอด เราเจอนิยายเรื่องนี้ก็เพราะไปส่องไอดีไรต์เตอร์ดู(ก็ไรต์มาแอดแฟนคลับนิยายเราอ่ะเนอะ >_< ดีไตแปบ) อ่านๆไปแล้วแบบ...เฮ้ย...เขียนดี เขียนโอเค ยังกะนิยายแปลไซไฟของฝรั่งเลยว่ะ เลยลองอ่านไปเรื่อยๆ ซึ่งไรต์เตอร์ก็ไม่ทำให้คนอ่านผิดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว ชื่นชมรัวๆค่ะ ณ จุดๆนี้

ปล. จบละ โอ๊ยพิมพ์มาชั่วโมงนึง เมื่อยนิ้วมาก 555555555

**บทวิจารณ์เราอาจจะคล้ายๆ เม้นท์ของคนข้างบนไปบ้าง แต่เราคิดคล้ายๆเค้าอย่างนั้นจริงๆ

สู้โว้ยเบสต์ กรูเป็นกำลังใจให้มรึงเสมอออออออ รักนะจิบิ

>>อ่านต่อ
1

โครงการโลกจิตใต้สำนึกจำลอง โครงการล้างฝัน

_______เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน หนูทดลองจำนวนห้าคนในโครงการโลกจิตใต้สำนึกจำลอง ได้หลบหนีจากองค์กรเซนจูรี่ ดีพาร์ทเจอร์ คอร์เปอเรชั่น พร้อมกับความทรงจำที่หายไป จนเวลาล่วงเลยมากว่าศตวรรษ ทุกคนดำเนินชีวิตตามปกติ มีชีวิตที่เหมือนกับคนอื่น ๆ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ และมันจะส่งผลกระทบต่อทั้งโลก เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่แปลกจากชีวิตประจำวันของพวกเขาประดังประเดมาเรื่อย ๆ มันอันตรายจนถึงเกือบถึงชีวิต ความจริงทั้งหลายเริ่มปรากฏ พวกเขาต้องหยุดมัน ถลำลึกเข้ามาขนาดนี้แล้ว ถ้าหากถอยกลับ โลกทั้งใบต้องตกอยู่ในกำมือของคนจิตใจอำมหิตแน่!

_______โครงเรื่อง: พล็อตเรื่องนับว่าเป็น Sci-Fi จิตวิทยาที่นับว่าน่าสนใจมากทีเดียว ดังเนื้อเรื่องคร่าว ๆ ข้างต้น มันเกี่ยวกับโครงการหนึ่งที่ใช้หนูทดลองในการจำศีลข้ามเวลา ซึ่งมีโลกจิตใต้สำนึก ความนึกคิด ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์จริงในปัจจุบันเป็นเสน่ห์ ทำให้น่าติดตามในระดับหนึ่ง การดำเนินเรื่องก็เหมือนจะเน้นที่การเอาชีวิตรอดและหยุดการทำงานขององค์กรไปพร้อม ๆ กัน แต่ยังไม่สามารถเร้าความสนุกได้มากพอ ด้วย “กล้อง” ที่โฟกัสไปแต่เพียงกลุ่มของหนูทดลอง (We Are One) ควรจะมีการ “ส่อง” ให้เห็นอีกฝ่ายหนึ่งด้วย ว่าตัวร้ายนั้นมีแผนการเดินหน้าโครงการอย่างไรบ้าง หรือจะจัดการกับกลุ่มหนูทดลองอย่างไร มีความรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ปัจจุบันบ้าง ซึ่งจะมีผลดีต่อเนื้อเรื่อง คือเพิ่มรสชาติ ทำให้คนอ่านรู้สึกกดดันและเอาใจช่วยฝ่ายหนูทดลองมากยิ่งขึ้น

_______ในส่วนของลำดับเหตุการณ์และการเปลี่ยนฉากต่าง ๆ ยังมีสับสนอยู่บ้าง อย่างการเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ผู้เขียนให้การระบุไปเลยว่าเป็นกี่นาทีที่แล้ว อยากให้ลองใช้การบรรยายมาทดแทน อย่างเช่น สามสิบนาทีก่อนหน้านี้...(บรรยายเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น)... ซึ่งควรจะบอกแต่เหตุการณ์ที่สำคัญจริง ๆ และส่งผลต่อเหตุการณ์ปัจจุบันมากที่สุด

_______การใช้จิ๊กซอว์เป็นตัวเชื่อมหรือกุญแจระหว่างเหตุการณ์ต่าง ๆ ในโลกจิตใต้สำนึกนับว่าสร้างสรรค์และแปลกใหม่ดี ส่วนมากที่เคยอ่านเจอมาจากเรื่องอื่นนั้นจะเปลี่ยนฉากในลักษณะที่มีควันลอยมาบดบังแล้วเปลี่ยนสถานที่ แต่การใช้จิ๊กซอว์นอกจากจะไม่ซ้ำใครแล้วยังบ่งบอกว่าเป็นเรื่องราวความทรงจำที่เชื่อมต่อกัน ปะติดปะต่อกัน แต่ยังควรระวังอีกสักนิด ในเรื่องของการสับสนระหว่างฉาก เพราะบางทีก็รวดเร็วและรวบรัดจนเกินไป

_______เท่าที่อ่านเรื่องนี้ไม่ค่อยเห็นการตัดฉาก สังเกตได้ว่าเดินเรื่องไปเรื่อย ๆ และค่อนข้างเชื่องช้า ส่วนมากแล้วจะมีเหตุการณ์ที่ไม่สำคัญเท่าไรนักแทรกมา อย่างเช่นฉากที่วิคเตอร์นำพิซซ่ามาคืนให้ชาลีหนึ่งชิ้น (ในบทต้น ๆ จำไม่ได้แล้วว่าบทไหน) ยังฉงนอยู่เลยว่าจะนำมาแบ่งคืนทำไม มันค่อนข้างขัดกับบุคลิกขรึม ๆ ของวิคเตอร์ และไม่สมเหตุสมผลตรงที่ว่าในขณะที่กำลังสอนนักเรียนอยู่ จะออกมาทำไมให้เสียเวลา แต่ก็ไม่ถือว่าผิดพลาดอะไรมากนัก ถือว่าเป็นการพบกัน (แบบแปลก ๆ) ระหว่างตัวละครสองตัวก็แล้วกัน ทั้งนี้การตัดฉากที่ไม่สำคัญออกไปจะทำให้เนื้อเรื่องดำเนินไปได้เร็วขึ้น

_______ส่วนความขัดแย้งกันของธีมเรื่องคือการเรียนระดับมัธยมของอเล็นเล่ ธีมเรื่องเป็นตะวันตก ควรมีระดับการเรียนเป็น “เกรด” หรือจะเป็นในบทที่สอง ประโยคที่ว่า วิคเตอร์พยายามสับเท้าวิ่งไปให้ถึงหน้าโรงเรียนซึ่งมีคนพลุกพล่าน – เวลานั้นเป็นยามวิกาล ในโรงเรียนไม่น่าจะมีคนพลุกพล่านไม่ว่าจุดไหนก็ตาม

_______หรือจะเป็นความไม่สมเหตุสมผลในตอนที่ 20 ในช่วงที่ชาร์ล็อตเพิ่งคลอดออกมานั้น สถานการณ์ดูไม่สมจริงด้วยว่า "ร่างทารกหัวเราะเอิ๊กสดใส ก่อนจะเอียงคอให้" เด็กเกิดใหม่นั้นควรที่จะร้องไห้แต่เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถหัวเราะหรือเอียงคอมองได้

_______ตัวละคร: การสร้างตัวละครถือว่าทำได้ดี ตัวละครไม่แบนและมีบุคลิกเฉพาะตัว ทั้งนี้เนื้อเรื่องและบทบาทต่าง ๆ ยังสอดคล้องกับนิสัยและลักษณะของตัวละครอย่างดีอีกด้วย

_______วิคเตอร์ คิงส์ - หนุ่มน้อยอัจฉริยะวัยสิบหกปีผู้เป็นถึงศาสตราจารย์ที่โรงเรียนของอเล็นเล่จ้างมาสอนเสริมสำหรับนักเรียนที่จะไปสอบแข่งขันวิชาการ เขาคือผู้ที่รู้ที่มาที่ไปของทุกอย่างและเป็นผู้ช่วยเหลือหนูทดลองในการหลบหนีการตามล่าคราวนี้ เนื่องด้วยตัวเขาก็อยากต่อต้านองค์กรและมีประวัติที่เกี่ยวข้องกับองค์กร วิคเตอร์เป็นคนที่คิดแผนการต่าง ๆ ได้ดีเสมอ มีดีที่สมอง มีการตัดสินใจที่เด็ดขาดฉับไวทำให้เอาตัวรอดในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี เก็บความรู้สึกเก่ง และมีบุคลิกที่นิ่งขรึม หากแต่มีส่วนหนึ่งในจิตใจที่เกิดจากอดีต นั่นคือดาร์กวิคเตอร์ มันคือตัวตนอีกด้านในจิตใต้สำนึกของเขา และมีข้อเสียคือเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ – วิคเตอร์เป็นเหมือนตัวควบคุมเนื้อเรื่อง เพราะเขาเป็นคนที่สามารถจัดการและรู้เกี่ยวกับองค์กรมากที่สุดในกลุ่ม นั่นอาจเป็นเพราะเคยทำงานกับองค์กรมาก่อน เท่าที่อ่านมานั้นเป็นตัวละครที่ดึงดูดผู้อ่านได้มากโขเลยทีเดียว ด้วยความอัจฉริยะ และรู้เรื่องของอดีตมากมาย ทำให้คิดว่าถ้าขาดวิคเตอร์ไปเรื่องนี้อาจจะไปต่อไม่ได้

_______อเล็นเล่ แม็คคิด – สาวน้อยวัยสิบแปดปีผู้สดใสร่าเริงและมองโลกในแง่ดีเสมอ โอบอ้อมอารีต่อคนรอบข้าง เธอเป็นหนึ่งในห้าของหนูทดลองในโครงการโลกจิตใต้สำนึกจำลอง มีความสามารถในการเข้าไปในโลกจิตใต้สำนึกของคนอื่น และแม้ว่าเธอจะถูกฝังชิพควบคุมสมอง แต่เธอก็ยังพยายามที่จะต่อต้านมันยามที่ถูกชิพควบคุม แม้ว่าในบางครั้งเธอจะสูญเสียการควบคุมตัวเองก็ตาม – นับว่าเป็นตัวละครที่น่าสนใจตัวหนึ่ง ตัวละครตัวนี้เป็นตัวที่ขับเคลื่อนเรื่องราวและทำให้คนอ่านติดตามมากในระดับหนึ่ง ด้วยความสามารถพิเศษของเธอ การถูกควบคุมสมอง และการเป็นหนูทดลองตัวสำคัญขององค์กรคิดว่าชื่อเรื่องน่าจะเกี่ยวข้องกับเธอด้วย “ล่าล้างฝัน” นั่นคือการตามล่าหนูทดลอง ส่วนความฝันที่จะได้มีชีวิตปกติก็สูญหายไป “จิตสังหาร” นี่คงเป็นอเล็นเล่ ที่ถูกชิพควบคุมและอาจสามารถฆ่าได้ทุกคนแม้กระทั่งเพื่อนร่วมทีม

_______ชาลี แม็คคิด – พี่ชายของอเล็นเล่ ผู้เป็นหนึ่งในหนูทดลองทั้งห้าคน เขาเป็นชายหนุ่มผู้มีอดีตอันซับซ้อนเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว มีบุคลิกที่ค่อนข้างเฮฮาและร่าเริงในแบบของผู้ชายวัยทำงาน เป็นคนที่มีใจสู้ชีวิตและค่อนข้างจะเก็บทัศนคติที่มีต่อวิคเตอร์ได้ดี แม้จะยอมรับวิคเตอร์ในทุกด้านแต่ก็ยังเก็บความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้เพราะคิดว่าไม่ควรเคารพคนที่อายุน้อยกว่า เป็นคนที่รักเพื่อนและน้องสาว มักจะตั้งใจปกป้องคนอื่นอย่างสุดกำลังโดยเฉพาะกับอเล็นเล่

_______หลี่ เดอ เรส์ – ลูกสาวบุญธรรมของประธานองค์กรเซนจูรี่ ดีพาร์ทเจอร์ คอร์เปอเรชั่น ถึงแม้ว่าเธอจะทำงานให้กับพ่อบุญธรรมเกี่ยวกับการตามล่าหนูทดลอง แต่เธอก็ยังมีจิตใจรักเพื่อนของเธออยู่ เหล่าหนูทดลองล้วนเป็นเพื่อนและคนที่เธอรู้จักผูกพันทั้งนั้น ดังนั้นแล้วเธอจึงมีการลังเลในการตัดสินใจที่จะทำอะไรหลาย ๆ อย่าง จนแผนไม่ประสบผลสำเร็จ และบ่อยครั้งที่เธอจะต้องสับสนและเสียใจเพราะต้องเลือกระหว่างเพื่อนกับพ่อ – เป็นตัวละครที่สำคัญมากอีกตัวหนึ่ง รู้สึกว่าในช่วงปลายเธออาจจะมีบทบาทที่หนักและมากขึ้น ก็ต้องรอดูต่อไป

_______ชาร์ล็อต เฟรย์ – น้องสาวแท้ ๆ ของชาลี ผู้มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำให้ผู้เป็นพี่ชายจำเธอได้เหมือนเช่นร้อยปีที่แล้ว

_______ดี.ซี. – ตัวละครตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นตัวละครที่ดีพร้อม โดยเขาเป็นนักมายากลผู้ใช้มายากลได้ขั้นเซียนราวกับมีเวทมนตร์ รวยมากและสามารถให้ความช่วยเหลือกลุ่มหนูทดลองได้ทุกสถานการณ์ นับว่าไม่มีข้อเสียและเป็นคนที่มาพลิกสถานการณ์ร้าย ๆ เสมอขอติติงในบทที่ 13 มีช่วงที่พิมพ์ว่า “เดวี่” นี่คือชื่อของ ดี.ซี. ควรพิมพ์เป็น ดี.ซี. ไปเลย เพราะคาแร็คเตอร์บอกว่าเขาไม่ต้องการบอกนามที่แท้จริง แต่เล่นพิมพ์มาโต้ง ๆ แบบนี้ ไม่มีที่มาที่ไป ก็ทำให้งงและติดขัดเหมือนกัน

_______ยูเลียนา อีวานอฟนา – หนึ่งในกลุ่มหนูทดลอง เธอเป็นสาวห้าวที่สามารถตัดสินใจได้อย่างฉับไวในสถานการณ์เฉพาะหน้า และถนัดการต่อสู้

_______จิน เหลียง – คนขายก๋วยเตี๋ยวรถเข็นข้างถนน และมีอาชีพเสริมเป็นแฮคเกอร์ หนึ่งในหนูทดลองที่องค์กรตามล่า เป็นคนที่ตัดสินใจไม่ละเอียดรอบคอบ เนื่องจากมีความคิดว่องไวฉับพลัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย ดูท่าว่าจะเป็นคนที่ไม่ชอบมีเอี่ยวกับเรื่องวุ่นวายใด ๆ ทั้งสิ้น

_______ไอริน อโกสติโน – ตัวร้ายที่ร้ายอย่างเห็นได้ชัดและสมบูรณ์แบบ เธอสามารถฆ่าคน ข่มขู่ ทำทุกอย่างได้เพื่อเงินและเพื่อคนที่จ้างเธอ โดยไม่คิดอะไรมาก แต่ก็เป็นตัวร้ายที่น่ากลัว เพราะเธอดูไม่มีความสงสารในหัวใจ เธอคือนักล่าและนักฆ่าที่สมบูรณ์แบบ

_______แน๊ทซ์ แซนเดอส์ – เช่นเดียวกับไอริน เขาร้ายอย่างไม่คิดอะไร แต่ไม่ค่อยใช้กำลังและโผล่มาเป็นครั้งคราวเท่านั้น

_______คาร์ลวิน เดอ เรส์ – นับว่าเป็นตัวละครที่อยู่ลึกมากที่สุด เพราะผู้อ่านจะไม่สามารถเดาได้เลยว่าตัวละครตัวนี้ทำกำลังหรือว่ามีแผนจะทำอะไร (จึงแนะนำให้ส่องกล้องมาที่องค์กรบ้าง เพื่อจะได้เห็นความเคลื่อนไหวและความปรารถนาของชายผู้นี้) เขาเป็นประธานองค์กรเซนจูรี่ ดีพาร์ทเจอร์ คอร์เปอเรชั่น และเป็นผู้บังคับบัญชาทุกอย่างแก่ตัวร้ายอื่น ๆ นั่นคือหลี่ ไอริน และแน๊ทซ์ นับว่าเป็นตัวละครที่ควรจะโดดเด่นและทำให้ผู้อ่านหวาดกลัวที่สุด ควรปรับปรุงในส่วนนี้อละดึงความเป็นตัวเขาออกมา

_______การใช้ภาษา (การบรรยาย): การบรรยายโดยส่วนมากใช้สรรพนามบุคคลที่สาม ซึ่งทำให้เห็นและสื่อสารเรื่องราวออกมาได้อย่างทั่วถึง แต่ยังมีช่วงแรก ๆ ในฉากที่มีชาลีอยู่ในนั้น ที่ใช้การบรรยายแบบบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งแนะนำว่าควรเปลี่ยนให้เป็นสรรพนามแบบบุคคลที่สามทั้งหมด เพราะการใช้การบรรยายแบบบุคคลที่หนึ่งเพียงน้อยนิดแค่ช่วงเริ่มต้น (และคั่นตอน – แบบอยู่ในตอนเดียวกันกับบุคคลที่สาม) เป็นวิธีที่ทำให้สับสนได้ง่ายและไม่นิยมใช้ในนิยายส่วนมาก (แทบไม่มีเลยแหละ เพราะส่วนมากจะบรรยายแบบใหม่ก็ต่อเมื่อขึ้นบทใหม่ หรือบรรยายแบบใดแบบหนึ่งทั้งเรื่อง), ภาษาในการบรรยายนับว่าไม่ถึงกับสละสลวยแต่ก็อ่านเข้าใจง่าย นับเป็นภาษาเขียนสามัญที่ทำได้ดี เข้ากับแนวเรื่องและอารมณ์ที่เขียน แต่ก็ยังห้วนสั้นในบางครั้งและไม่ลื่นไหลหรือเข้มข้นมากพอ นอกจากนี้ยังมีการใช้คำว่า “บรรยากาศมาคุ” เป็นคำญี่ปุ่นที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งญี่ปุ่นก็ไม่มีการใช้คำนี้ (มันมาจากการ์ตูนเรื่องหนึ่ง) แสดงบรรยากาศตึงเครียด ซึ่งมันไม่ได้ทำให้การบรรยายดูดีเลย ควรใช้คำในภาษาไทยดีที่สุด ดังนั้นจึงต้องใช้ประสบการณ์ในการบรรยายเพิ่มมากขึ้น อาจจะด้วยการอ่านแล้วสังเกตวิธีการบรรยาย นำมาปรับใช้กับตัวเอง เป็นต้น, การบรรยายยังสื่ออารมณ์ของตัวละครต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ไม่ดีเท่าใดนัก อย่างในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่คับขัน จะเห็นได้ว่าตัวละครไม่ค่อยมีความกระตือรือร้นหรือตกใจเท่าที่ควร

_______การใช้ภาษา (บทสนทนา): บทสนทนาเป็นธรรมชาติและเข้ากับคาแร็คเตอร์ของตัวละครดี แต่ว่ามีค่อนข้างมากและบางอย่างดูไม่สำคัญกับสถานการณ์ตอนนั้น ๆ อย่างจริงจังสักเท่าใดนัก

_______การใช้ภาษา (คำผิด): มีคำผิดในแต่ละบทเยอะพอสมควร ซึ่งส่วนมากที่เห็นเป็นประจำคือการใช้ ฎ ชฎา และ ฏ ปฏัก ผิด อย่างเช่นคำว่า ปรากฏ (ที่ถูกคือ ปรากฏ), ปฎิเสธ (ปฏิเสธ) และอีกคำคือ คอร์ปอเรชั่น (คอร์เปอเรชั่น) ส่วนคำอื่น ๆ ดูได้โดยการเซพไฟล์รูปภาพเหล่านี้หรือคลิกที่รูปภาพเพื่อดูขนาดเต็ม

_______การใช้ภาษา (สัญลักษณ์ต่าง ๆ ในภาษาไทย): ยมก (ๆ) – ไม่ให้ใช้หลายตัวติดกัน เช่น ฮ่าๆๆ ควรเป็น ฮ่าฮ่าฮ่า, การไม่เว้นช่องว่างระหว่างเครื่องหมาย ซึ่งมีทั้งเรื่อง ตัวอย่างเช่น ฮ่าๆเธอหัวเราะขบขัน ควรจะเป็น ฮ่า ๆ เธอหัวเราะขบขัน นั่นคือการเคาะสเปสบาร์ทั้งหน้าและหลังยมก เป็นการใช้ที่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย

_______อัศเจรีย์ (!) – การใช้เกินหนึ่งตัวติดกันถือว่าผิดหลัก เช่น เพล้ง!! ที่ถูกคือ เพล้ง!

_______เท่าที่สังเกตได้และผิดพลาดจริง ๆ ก็มีเท่านี้ ซึ่งไม่นับรวมกรณีของปรัศนี (?) เพราะถือว่าใช้กับประโยคคำถามได้ในกรณีที่ต้องการทวนคำพูดแบบถามกลับ เช่น “เอ็มสิบหก?” (เอ็มสิบหกหรือ) แต่ก็ไม่ควรใช้ในกรณีประโยคที่เป็นคำถามอย่างชัดเจนอยู่แล้ว เช่น ใคร อย่างไร ที่ไหน เมื่อไหร่ (เสริมนิดหนึ่ง – ส่วนมากที่เห็นประโยคคำถามในหนังสือจะใช้ว่า “หรือ” ไม่ค่อยเห็นใช้ หรอ, เหรอ สักเท่าไร ยกเว้นพวกหนังสือการ์ตูนกับนิยายรักวัยรุ่น) ส่วนจุดไข่ปลา (...) ก็ใช้ถูกต้องเช่นเดียวกัน ใช้ในกรณีลากเสียงยาวได้ รำพึงรำพันหรือยกตัวอย่างก็ได้ เช่น ...ข้อมูลที่ต้องการยกตัวอย่าง... แต่ต้องใช้เพียงสามจุดต่อครั้งเท่านั้น หรือจะเป็นอัญประกาศคู่ (“...”) อัญประกาศเดี่ยว (...) ก็ใช้ได้อย่างถูกต้องดี

_______แก่นเรื่องในมุมมองของผู้วิจารณ์: หากมองลึกเข้าไปจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของสิทธิมนุษยชน หรือการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว กอบโกยประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ ความหวาดกลัวและชีวิตทั้งชีวิตของ “ลูกไก่” (ในกำมือ) หากแต่นี่เป็นเพียงไซไฟจิตวิทยากึ่ง ๆ เอาตัวรอด ประเด็นที่กล่าวถึงจึงเป็นประเด็นรองลงไป อันที่จริงแล้วเรื่องนี้สะท้อนอะไรหลายอย่างออกมาได้ดี ทั้งมิตรภาพ นิสัยเบื้องลึกและความหลังของตัวละคร อีกทั้งเรื่องราวอันมีประเด็นชวนขบคิด อย่างเช่น ถ้าเรามองไปยังอนาคตที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาจริง ๆ ถ้ามีคนอย่างคาร์ลวินและมีโครงการแบบนี้เกิดขึ้นจริง หรือถ้าหากโครงการสำเร็จจะเกิดอะไรขึ้น จะมีการบังคับจิตใจของมนุษย์ทำอะไรบ้าง ซึ่งก็ต้องใช้วิจารณญาณของแต่ละคน เพียงแต่ต้องสะท้อนมันออกมาให้เข้มข้นยิ่งกว่านี้ แต่ในขณะเดียวกันก็นับว่าทำได้ดีมากแล้ว เปิดมุมมองของคนอ่านได้ดี นับว่าเป็นเรื่องที่มีคุณค่าอยู่มากทีเดียว


>>อ่านต่อ
ดูทั้งหมด(2)

คำนิยม Top

"Miss Suika รับวิจารณ์นิยาย"

(แจ้งลบ)

Intimate mind เจาะจิต ทะลุฝัน เกณฑ์การให้คะแนนเต็ม 100 ชื่อเรื่องและความสอดคล้องของเนื้อหา (10/10) โดยรวมแล... อ่านต่อ

Intimate mind เจาะจิต ทะลุฝัน เกณฑ์การให้คะแนนเต็ม 100 ชื่อเรื่องและความสอดคล้องของเนื้อหา (10/10) โดยรวมแล้วชื่อกับเนื้อหายังสอดคล้องกันอยู่ค่ะ อารมณ์ของเรื่องน่าจะคล้าย ๆ กับ Total recall หรือ Source Code ที่มีแนวของเรื่องในการย้อนเวลาข้ามไปข้ามมาค่ะ ความสนุก (15/30) แนวเรื่องฟังดูน่าติดตามดีค่ะ โดยส่วนตัวแล้วหากผู้แต่งท่านใดเขียนนิยายแนวไซไฟจะรู้สึกว่าเก่งจังเลย แต่การจะรักษาความสนุกและน่าติดตามได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับการวางแนวเรื่องตลอดทั้งเรื่องค่ะ ซึ่งผู้แต่งยังไม่สามารถดึงความน่าสนใจของเรื่องให้ผู้อ่านรู้สึกอยากติดตามนัก สาระของเรื่องยังไม่ถูกกล่าวชัดเจน แม้จะถูกกล่าวในบทที่ห้าแต่ก็ยังไม่รู้สึกเข้าใจ รู้แค่ว่าแต่ละตัวละครจะมีความทรงจำที่สลับซับซ้อนกันไปมาและมีบางจุดที่จะเชื่อมโยงถึงกัน เช่น อเล็นเล่กับวิคเตอร์ ชาร์ลอตกับชาลี เป็นต้น ซึ่งถ้าผู้แต่งไม่เขียนเนื้อหาให้กระจ่างจะทำให้ผู้อ่านสับสนไปตลอดทั้งเรื่องได้ค่ะ เน้นบทสนทนาที่บางครั้งไม่ใช่จุดสำคัญของเรื่อง (ประมาณตอนต้นเรื่องที่ต้องการเนื้อหาให้ดึงดูดใจและอยากอ่านต่อ) การดำเนินและผูกเรื่องยังเอื่อย ๆ จุดที่ควรดึงอารมณ์ก็ยังทำได้ไม่ดีนัก จุดนี้แนะนำว่าให้ผู้แต่งลองวางโครงเรื่องในแต่ละตอนให้ชัดเจนก่อนว่าจะเริ่มต้นอย่างไร จะดำเนินเรื่องแบบไหน และมีจุดให้ตื่นเต้นและลุ้นตามยังไงที่สำคัญในแต่ละตอนต้องมีปมให้เราอยากรู้และอยากอ่านในบทต่อไปด้วยซึ่งสิ่งเหล่านี้จะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์เขียนและการอ่านค่ะ แต่ถึงอย่างไรก็ตามดูเหมือนเนื้อเรื่องจะเริ่มเข้มข้นตั้งแต่บทที่หกเป็นต้นไปค่ะเพราะผู้แต่งเริ่มคลี่คลายปมให้เข้าใจบ้างแล้ว นอกจากนี้แล้วเนื้อหาในแต่ละตอนที่มีความยาวมากเกินไปก็ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายในการอ่านได้เช่นกัน จุดนี้ลองปรับให้เนื้อหาแต่ละตอนนั้นมีความยาวที่ไม่ยาวจนเกินไปสามารถแบ่งเนื้อหาในตอนนั้น ๆ เป็นตอนย่อยได้ค่ะ การบรรยาย (17/20) ถ้าเทียบอายุของผู้แต่งกับการเขียนบรรยายในลักษณะนี้ก็ถือว่าดีพอสมควรค่ะ แต่ยังต้องมีการพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ผู้แต่งยังใช้คำสั้น ๆ คำง่าย ๆ ในการบรรยายบางฉากที่ควรจะบรรยายให้ลื่นไหลกว่านี้ ซึ่งผู้วิจารณ์เห็นคำเหล่านี้บ่อย ๆ ในการบรรยาย เช่น ตะลึง อึ้ง ตกใจ เป็นต้น วิธีการจะทำให้การเขียนบรรยายลื่นไหลก็ต้องอาศัยการอ่านบ่อย ๆ รวมถึงการเขียนของผู้แต่งเองด้วย ยิ่งเขียนยิ่งได้ค่ะ ยกตัวอย่าง แสงสีอร่ามตาจากตึกสูงระฟ้า น่าจะขยายคำเพิ่มเช่น แสงไฟหลากสีอร่ามตาจากตึกสูงระฟ้า เพื่อให้ประโยคชัดเจนขึ้น ทั้งสองต่างพากันหอบอย่างเหน็ดเหนื่อย ลองปรับเป็นว่า ทั้งสองต่างหอบเหนื่อย, ทั้งสองต่างหอบตัวโยน เป็นต้น เอลเลนมองตามลงมาอย่างตะลึง ควรปรับเป็น เอลเลนมองตามลงไปอย่างตื่นตะลึง หรือ เอลเลนมองตามลงไปอย่างตื่นตระหนก วิคเตอร์พูดและเอาเก้าอี้มาวางไว้ให้ ปรับได้ว่า วิคเตอร์พูดจบก็นำเก้าอี้มาวางและรอให้แขกหน้าใหม่ได้นั่งลง แม้เขาจะมีท่าทีนอบน้อมแต่เขาก็ดูระวังตัวไม่น้อยเลยทีเดียว ปรับได้ว่า แม้เขาจะมีท่าทีนอบน้อม แต่เขาก็ยังรักษาระยะห่างไว้อย่างระวังตัว เธอนั่งอยู่บนวิลแชร์เพราะเธอไม่มีขา มันดูเป็นประโยคบอกเล่าที่ตรงเกินไป น่าจะปรับเป็นว่า เธอนั่งอยู่บนวิลแชร์ เนื่องด้วยเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องสูญเสียขาของเธอไป เป็นต้น ทำให้วิคเตอร์ร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างสาหัส ควรปรับเป็น วิคเตอร์ร้องโอดโอยจากพิษบาดแผลนั้น หรือวิคเตอร์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดจากพิษบาดแผล เป็นต้น ชาลีพูดแล้วประคองวิคเตอร์ที่มีสภาพเลือดโชกตัวออกไป ควรปรับเป็น ชาลีรับคำและรีบประคองวิคเตอร์ที่โชกเลือดไปทั้งตัวออกไป การบรรยายคำตะกุกตะกัก เช่น “ถ ถ ถูกต้อง” มันอยู่ในอัญประกาศแล้วเพราะฉะนั้นใช้คำที่ออกเสียงได้เลยค่ะ เช่น “ถะ ถูกต้อง” การบรรยายในบทสนทนาระหว่างโทรศัพท์ หากต้องการทำให้รู้ว่าเป็นการสนทนาในสายระหว่างกัน ไม่จำเป็นต้องทำตัวเอียง (ในบทที่ 4) เพราะจะสับสนกับการบรรยายแบบคิดในใจ แค่ให้บทสนทนาอยู่ในอัญประกาศและบรรยายต่อท้ายว่ากำลังสนทนาทางโทรศัพท์ก็จะทำให้เข้าใจได้ง่ายกว่าเช่น “ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว แค่นี้นะ” คนปลายสายพูดตัดบทและวางสายไปทันที เป็นต้น ข้อสงสัย ให้ผมเดาคงเป็นชาวจีน ในฉากแรก ๆ การพูดถึงเจ้าของร้านที่ชาลีทำงานมานานแล้ว ไม่น่าจะใช้คำว่าเดาได้ เพราะน่าจะมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับเจ้าของร้านอยู่แล้ว ถ้าปรับประโยคให้สอดคล้องกับเนื้อหาควรเป็น อาแปะแก่ ๆ คนหนึ่งที่เป็นชาวจีน บทที่แน๊ทซ์ถามเกี่ยวกับดอกแอสเตอร์ “นายนี่ตลกร้ายนะว่าแต่ปลูกให้ใครเนี่ย” แต่วิคเตอร์ตอบว่า “ฉันปลูกเอง” คำตอบของวิคเตอร์ขัดแย้งในสิ่งที่แนทซ์ถาม ถ้าถามว่าปลูกให้ใครก็ต้องตอบว่าปลูกให้คนนั้นคนนี้หรือปลูกให้ตัวเอง เป็นต้น บทที่ชาลีปั่นจักรยานไปส่งอเล็นเล่ “นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้นั่งจักรยานด้วยกัน” ประโยคนี้ขัดกับบทแรกค่ะ เพราะเปิดฉากชาลีก็ขี่จักรยานไปส่งอเล็นเล่ที่โรงเรียนหนิคะ วิคเตอร์เช็ดน้ำตาและยื่นดอกเอสเตอร์สีชมพูที่เขาเก็บไว้ในเสื้อกาวน์ให้อเล็นเล่ ต้องให้เอลเลนเพราะฉากนี้ยังพูดคุยกับเอลเลนอยู่ค่ะ ฉากที่ชาลีรออยู่หน้าห้องไอซียูมีท่าทีร้อนรน แต่เมื่อพยาบาลบอกว่าอเล็นเล่ปลอดภัยและมีคนไข้รายอื่นจะคุยด้วยก็เดินไปหาวิคเตอร์เลย จุดนี้น่าจะขอให้พยาบาลพาไปหาอเล็นเล่ก่อนมันดูจะสมจริงมากกว่าเข้าไปหาวิคเตอร์แล้วถามอาการน้องสาวจากวิคเตอร์ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวก็ยังนอนเจ็บอยู่ แม้จะมีข้อบกพร่องให้เห็นอยู่แต่มีอยู่บางคำบางประโยคที่ผู้แต่งพยายามเขียนให้ดูมีความเป็นผู้ใหญ่ เข้าใจโลกใบนี้ดี อ่านแล้วรู้สึกเอ่อ ดีนะ คิดได้ยังไงอยู่หลายประโยคนะคะ ต้องขอชม ความถูกต้องของหลักภาษา/การใช้คำให้ถูกความหมาย/การเขียนถูกผิด (17/20) คำถูกผิดและเขียนตกหล่น รู้สึกว่าจะไม่ค่อยมีให้เห็นค่ะ ซึ่งดีมากเลย แต่ขอยกตัวอย่างเท่าที่เห็นนะคะ ประปลาย – ประปราย, ท้างฟ้า – ท้องฟ้า, หลางหาว – พลางหาว, ชาร์พูด – ชาร์ลอตพูด, ใหล้ตาย – ใกล้ตาย, เสือ กาวน์ – เสื้อกาวน์, เลือนลาง – เลือนราง เป็นต้น ไม้ยมก หน้าและหลังเครื่องหมายให้เคาะวรรคเช่น ต่าง ๆ นานา เป็นต้น แต่บางสำนักพิมพ์ก็เคาะเพียงหลังเครื่องหมาย เช่น เสื้อสีแดงๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นต้น ทั้งนี้ควรเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งไปตลอดการเขียนบรรยายค่ะ จุดไข่เปล่า เช่น “...ต่อด้วยข้อความ” อันนี้ผู้วิจารณ์ได้รับคำแนะนำจากกองบก. ท่านหนึ่งบอกว่าโดยหลักภาษาไทย การใช้จุดไข่ปลามักจะใช้ท้ายประโยคที่มีการอธิบายยืดยาวและย่นประโยคให้สั้นลง หรือถ้าใส่หน้าข้อความแล้วก็ต้องใส่หลังข้อความในกรณีที่ยกข้อความมาจากที่อื่น ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องใส่จุดไข่ปลา ให้ผู้แต่งบรรยายไปว่าตัวละครเว้นระยะการพูด หรือหยุดเงียบชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อไปแทนน่าจะดีกว่าค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ทราบว่าทางสำนักพิมพ์ที่อื่นจะเป็นยังไงนะคะ ปกติผู้วิจารณ์อ่านแต่นิยายแปลก็ลองปรับใช้กับนิยายของผู้แต่งแล้วกันค่ะ ปรัศนี ? ตามความเป็นจริงหลักภาษาไทยไม่มีการใช้ค่ะ เพราะในภาษาไทยมีคำไทยที่เป็นคำถามในตัวมันเองแล้ว เช่น หรือ เหรอ หรือไม่ อะไร ที่ไหน อย่างไร ดังนั้น ใคร? จึงไม่จำเป็นต้องมีเครื่องหมายคำถามกำกับด้านหลังค่ะ ตัวเอียง ถ้าต้องการใช้ตัวเอียงในการบรรยายบทที่พูดในใจของตัวละครก็ให้ผู้แต่งใช้ตลอดทั้งเรื่องไปเลยค่ะ บางครั้งผู้วิจารณ์ก็ยังเห็นผู้แต่งใช้บ้างไม่ใช้บ้าง ยกตัวอย่างบทสนทนาที่ไม่ได้ถูกใช้ ขอให้ดอกแอสเตอร์คุ้มครองเพื่อนของผมด้วยเถิด เด็กชายอธิษฐาน บรรยากาศโรแมนติกจริงนะ เขาตื่นขึ้นและคิดในใจ ตัวหนา การทำตัวหนาเป็นการเน้นว่าส่วนนี้สำคัญแต่บางคำไม่จำเป็นต้องทำตัวหนาก็ได้ค่ะ เช่น สเต็กหมูพริกไทยดำราดซอสเทอริยากิ เพราะอย่างไรแล้วผู้แต่งก็ใส่เครื่องหมาย ‘____’ เพื่อบอกว่ามันเป็นเมนูชนิดหนึ่งแล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำตัวหนาค่ะ เครื่องหมายยัติภังค์ ( - ) เห็นผู้แต่งใช้บ่อยมากในบทสนทนาที่ยังกล่าวไม่จบ ไม่ทราบจริง ๆ ว่าเครื่องหมายนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่ปกติแล้วการใช้เครื่องหมายเพื่อบอกถึงการพูดไม่จบหรือมีผู้แทรกขึ้นน่าจะใช้จุดไข่ปลามากกว่าค่ะ เครื่องหมายยัติภังค์ในภาษาไทยจะใช้เพื่อ - รวมคำต่างชนิดกันเพื่อใช้เป็นส่วนขยายหรือเพื่อให้เกิดคำใหม่ - แบ่งพยางค์ในการอ่าน - ใช้เขียนแยกคำเมื่ออยู่สุดบรรทัด - ใช้แทนช่วง เช่นราคามือถือเครื่องนี้อยู่ราว ๆ 8000-9000 เป็นต้น ดังนั้นการใช้เครื่องหมายต่าง ๆ ต้องใช้ให้ถูกต้องค่ะ อย่าใช้ตามใจ ปรับคำหรือประโยค ไม้สุดท้าย พิมพ์ตกหรือเปล่า น่าจะเป็นไม้ตายสุดท้ายหรือเปล่า ถูกเตะกระจุยกระจาย ควรปรับเป็น ถูกเตะกระจัดกระจาย แต่นายก็สู้สุดฤทธิ์สุดเดช ควรปรับเป็น แต่นายก็สู้จนสุดกำลัง หรือแต่นายก็สู้จนสุดแรง เป็นต้น แต่ก่อนที่ไอรินจะเหนี่ยวไกก็มีอะไรบางอย่างหยุดเธอไว้ก่อน มีคำฟุ่มเฟือยอยู่ในประโยคเดียวกัน ควรปรับเป็น แต่ก่อนที่ไอรินจะเหนี่ยวไกก็มีบางอย่างหยุดเธอ ฉันก็จะสนองตัณหาของแกเอง น่าจะปรับเป็นว่า ฉันจะสนองความต้องการของแกเองจะดีกว่า เพราะความหมายของคำว่าตัณหาไม่ตรงกับเนื้อเรื่อง หน้าตาดีจนชาลีต้องพูดกระแนะกระแหน กระแนะกระแหน แปลว่า พูดกระทบ พูดเสียดสี ปรับได้ดังนี้ หน้าตาดีจนชาลีอดแซวไม่ได้ ชาลีพูดตะโกนใส่หน้าของวิคเตอร์แล้วชกเข้าที่หน้าหน้าของเขา มีคำฟุ่มเฟือย แก้เป็น ชาลีตะคอกกลับและชกเข้าที่หน้าของวิคเตอร์แต่พลาดท่าเมื่อเด็กหนุ่มหลบทันและหมัดนั้นก็พุ่งตรงไปยังกำแพง พวกเรารีบวิ่งไปกันเถอะ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะหายไปตามด้วยนะคะ เขียนสลับที่แก้เป็น พวกเรารีบวิ่งไปกันเถอะ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะหายตามไปด้วยนะคะ คำพูดที่ดูเย็นชาของเด็กน้อยคนนี้กลับดูเหมือนซ่อนความกล้ำกลืนเอาไว้นะ? ซ่อนความกล้ำกลืน รู้สึกแปลก ๆ ค่ะ กล้ำกลืนแปลว่าอดกลั้นไม่แสดงให้เห็นซึ่งมีความหมายคล้ายกับซ่อน ควรปรับเป็นว่าซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ พร้อม ๆ กับร่างของฉันที่หายวาบในพริบตา ปรับเป็น พร้อม ๆ กับร่างของฉันที่หายวับในพริบตา ความสวยงามของบทความ (18/20) การจัดวางเนื้อหานิยายให้ชวนน่าอ่าน ต้องจัดวางตามรูปแบบหนังสือนิยายที่วางขายทั่วไปนะคะ นอกจากดูเรียบร้อยสวยงามแล้วยังทำให้อ่านง่ายขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นหากเริ่มต้นเขียนให้ย่อหน้าโดยใช้แท็บบทเวิร์ดช่วย เมื่อจบการบรรยายในเหตุการณ์นั้นก็เคาะบรรทัดลงมาแล้วทำการย่อหน้าใหม่อีกครั้งเมื่อเริ่มเหตุการณ์ใหม่ ทั้งนี้ก็ใช้กับบทสนทนาด้วยค่ะ ทั้งนี้ควรเขียนเนื้อหาลงในเวิร์ดก่อนแล้วค่อยก๊อปมาวางลงในเว็บไซด์จะทำให้รูปแบบการจัดวางยังคงเดิม ยกตัวอย่างการเขียนแบบมีย่อหน้า เพย์ตันคว้าแขนแมดดี้ได้ทันแต่ทั้งคู่ก็ร่วงสู่เบื้องล่างในพริบตาเดียว ร่างทั้งสองตกลงสู่ลำธารที่เย็นเฉียบ เพย์ตันพยายามถีบร่างขึ้นเหนือน้ำแต่แล้วก็พบว่ามือที่เคยคว้าแมดดี้เอาไว้กลับไม่มีเธออยู่ข้างๆ เขากระวนกระวายจนต้องรีบว่ายไปทั่วเพื่อตามหา “แมดดี้!” เขาตะโกนลั่นและพยายามปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืด แต่รอบๆ ตัวเขากลับเงียบสงัดจนต้องตัดสินใจดำน้ำลงไปทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมองเห็นข้างล่างนั่นหรือไม่ เป็นต้น ตัวอักษร แนะนำให้ปรับสีเป็นสีดำเพื่อให้อ่านง่ายและไม่ปวดตา อีกปัญหาคือขนาดของตัวอักษรบางจุดจะเห็นว่ามีขนาดเล็กเกินไปด้วยค่ะ แนะนำว่าถ้าจะปรับแก้ให้มาปรับแก้ในเวิร์ดก่อน อย่าแก้ในตัวเนื้อหาที่จะอัพในเว็บไซด์ค่ะ อาจมีปัญหาเรื่องโค้ดก็ได้ทำให้เนื้อหาบางจุดรวนจนมีขนาดเล็กเกินไป รวม 77 คะแนน หวังว่าจะนำคำแนะนำไปปรับปรุงนิยายของท่านให้ดีขึ้น อาจไม่สามารถชี้แนะได้ทั้งเรื่องแต่ก็อยากให้นำคำแนะนำเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อผู้แต่งในการพัฒนาชิ้นงานนะคะ หากมีข้อผิดพลาดเขียนตกหล่นก็ขออภัยค่ะ Miss Suika ยินดีให้บริการ ย่อ

wondermomo | 2 ก.ค. 57

  • 5

  • 0

"Kakikomi Academy (รับวิจารณ์ทุกอย่าง)"

(แจ้งลบ)

สวัสดีครับผมคืออาจารย์โอเอซิสที่ได้รับเรื่อง[Intimate Mind เจาะจิต ทะลุฝัน] นะครับ จะขอเข้าเรื่องเลย... อ่านต่อ

สวัสดีครับผมคืออาจารย์โอเอซิสที่ได้รับเรื่อง[Intimate Mind เจาะจิต ทะลุฝัน] นะครับ จะขอเข้าเรื่องเลยละกันนะครับ อ้อแล้วผมก็ไม่มีการคิดคะแนนด้วย นี่เป็นเพียงความเห็นของนักอ่านคนนึงเท่านั้นนะครับ หากไม่ชอบหรือผมเผลอใช้คำรุนแรงก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าอาจารย์จะวิจารณ์โดยภาพรวมเท่านั้นหากไม่พอใจหรือต้องการให้เจาะลึกกว่านี้ต้องบอกกันก่อนนะครับ เริ่มจากชื่อเรื่อง บอกตรงๆว่าชื่อเรื่องดึงดูดมากครับเห็นงานนี้แล้วผมรู้สึกดีใจมากที่มีนิยายแฟนตาซีระทึกขวัญเข้ามา เลยตั้งความหวังไว้มาก ต่อมาคือเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนโดยเปิดตัวมาก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้น บทนำสั้นๆแต่กระตุ้นให้ผมรีบเปิดบทที่หนึ่งอย่างรวดเร็วเพื่ออ่านเนื้อหา (ด้วยความโรคจิตของอาจารย์ที่อวยให้พระเอกตายตอนจบ) แต่สิ่งที่ผมผิดหวังในเรื่องนี้คือการบรรยายที่ค่อนข้างสั้นๆ ไม่ใช่ว่ามันสั้นเกินไปแต่เป็นบรรยายโดยการตัดคำที่จำเป็นออก บรรยายรวดเร็วเกินไป เช่นฉากต่อสู้ของหลี่กับวิกเตอร์ที่โรงเรียน มันจะดูสนุกและน่าสนใจมากกว่านี้หากเพิ่มบทต่อสู้ที่มีมิติมากกว่าการบอกแค่ว่าเขาสู้กันและเขาทำแบบนั้นๆ ผมขอยกตัวอย่างไว้เล็กน้อย “ไง..”เสียงทักทายที่คุ้นเคยดังขึ้นอย่างสนิทสนม “เธอมาจับฉันสินะ หลี่” วิเตอร์ไม่ใส่ใจกับคำพูดทักทายนั้นทำให้หลี่แสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเบื่อหน่าย “รู้เร็วจังนะ อย่างนี้ก็หมดสนุกน่ะสิ” เธอบอกพร้อมถอนหายใจยาว วิกเตอร์ยังคงจ้องเธออยู่ “คงไม่มีประโยชน์ถ้าจะขอให้เธอเลิกยุ่งกับฉัน” “นายก็รู้ดีนี่ เราหมดเวลาคุยแล้วแล้วล่ะ”หลี่ตอบพร้อมค่อยๆก้าวเข้ามาราวกับจะหยั่งเชิงว่าเขายังสามารถรับมือเธอได้รึเปล่า วิกเตอร์หัวเราะในลำคอเบาๆก่อนยิ้มแล้วเปรยขึ้นมา “งั้นก็น่าสนุกดีนี่” สิ้นเสียงเขาก็พุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างข้างๆอย่างรวดเร็ว เสียงกระจกแตกดังก้อง ร่างของเขาพุ่งลงสู่สระว่ายน้ำด้านล่าง เหตุการณ์ประจวบเหมาะราวกับเขาได้เตรียมตัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เหมือนเขารู้ล่วงหน้าหรือเพราะเขาระวังตัวตลอดเวลา... “ว้าว ฉันนึกไม่ถึงเลย”หลี่ผิวปากชื่นชมก่อนจะพุ่งกระโจนตามลงมา”วางแผนได้ดีแต่คราวนี้เป็นทีของฉันแล้ว!”หลี่ตวัดขาเตะวิกเตอร์ทันทีเมื่อเขาตะกายขึ้นจากสระน้ำ วิกเตอร์ก้มหลบแต่ก็ทำให้เขาเซล้มลง เธอพุ่งเข้าหาพร้อมเผด็จศึก “เสร็จฉันล่ะวิกเตอร์!” “ยังหรอกน่า...”ชั่วพริบตาเขารีบล้วงกระเป๋าสื้อกาวน์หยิบระเบิดแสงออกมา ใช้ฟันกัดสลักแล้วดึง ระเบิดแสงลอยพุ่งเข้าใส่เด็กสาวทันที ในจังหวะที่ระเบิดแสงทำงานวิกเตอร์รีบฉวยโอกาสออกลุกขึ้นวิ่งหนี ระเบิดแสงทำให้ตาของหลี่พร่ามัวไปชั่วครู่แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอหยุดชะงัก เธอกระโดดป่ายไปตามขอบหน้าต่างตึกอย่างชำนาญทำให้หลี่สามารถตามเขาได้อย่างรวดเร็ว อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่ดัดแปลงมาเท่านั้นนะครับ เพราะในบทไม่ค่อยมีรายละเอียดมาก อย่างสีหน้า ท่าทาง อารมณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆมีเพียงแต่บทสนทนาและอารมณ์ของน้ำเสียงเท่านั้น การบรรยายถือเป็นจุดด้อยของเรื่องนี้เพราะบรรยายวกวน ตัดฉากยังไม่แนบเนียนพอ บางครั้งก็ทำให้ผู้อ่านสับสนได้ว่า กำลังอ่านในช่วงปัจจุบันหรือย้อนอดีต เนื้อหาเป็นส่วนที่ค่อนข้างซับซ้อนอย่างที่บอกโดยเฉพาะตัวละครแกต่ละตัวที่เก็บความลับเอาไว้ และชื่อตัวละครซึ่งมีอย่างน้อยตัวละสองชื่อทำให้ผู้อ่านสับสน ความสัมพันธ์ตัวละครยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าที่ควรนะครับและขอติเรื่องที่วิกเตอร์ยังแสดงความเป็นอัจฉริยะได้ไม่มากเท่าที่ควร เพราะการบรรยายของคุณไม่ค่อยคล่องตัวนัก ลักษณะนิสัยของวิกเตอร์จึงกลายเป็นเด็กที่ฉลาดกว่าเด็กทั่วไป พูดน้อยและไม่เข้าสังคมแทนที่จะเป็นเด็กอัจฉริยะอย่างที่วางไว้ตั้งแต่แรก ส่วนปมเรื่องวางไว้ค่อนข้างดีครับแต่มาเสียตรงที่ความสัมพันธ์ตัวละครแต่ละตัวที่ซับซ้อน ยากต่อการเรียงลำดับว่าใครมีความสำคัญอย่างไรทำให้เนื้อหาไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร อย่างหลี่มีความสัมพันธ์อย่างไรกับวิกเตอร์ อเลนเล่กับชาลีเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันหรือเป็นแค่พี่น้องในนาม ความสัมพันธ์ระหว่างวิกเตอร์และอเลนเล่ องค์กรลับที่วิจัยบางสิ่ง มันดูสับสน แนะนำให้เขียนในเรื่องที่ต้องการจะสื่อเป็นแก่นหลักก่อนเช่น ในตอนแรกการปูเรื่องเป็นเรื่องดีที่สุด ลองเขียนบรรยายความสัมพันธ์หรือให้ช่วงต้นนั้นตัวละครแต่ละตัวมีความอิ่มตัวทางความคิดก่อน จากนั้นค่อยๆเข้าสู่บทหลัก ดีที่สุดคือปูเนื้อให้จบในสองบทแรก การใช้ภาษายังอ่อนอยู่มาก บางครั้งฉากบรรยายก็น้อยเกินไป สิ่งท่ำบมากที่สุดในนี้คือ “อย่าง” เล่น”ยิ้มอย่าง หัวเราะอย่าง...”คืออธิบายแค่น้ำเสียงอย่างเดียวไม่มีคาแรกเตอร์หรือท่าทางประกอบ หากตันในศัพท์หรือคำที่จะนำมาใช้แนะนำให้ใช้ Google ช่วยจะได้ข้อมูลที่ละเอียดกว่านี้ หรืออ่านนิยายแนวนั้นๆเพื่อเก็บแต้มประสบการณ์ ศึกษาวิธีการเขียนของเขา นำมาปรับปรุงของเราให้ดีขึ้น เรื่องการตกแต่งผมจะขอไม่พูดถึงนะครับเพราะไม่มีเซ้นต์ด้านอาร์ตติสเท่าไหร่ แต่สำหรับผมถือว่าเข้ากับเนื้อหาครับโทนดำๆ(บังเอิญผมก็ใช้ธีมนี้ด้วย) แต่ขอติเรื่องการจัดหน้ากระดาษครับซึ่งก็คือ เมื่อขึ้นต้นบรรทัดใหม่ทุกครั้งควรกด Tab เพื่อเว้นย่อหน้าด้วยยกตัวอย่างเช่น ทั้งสองเปิดหาอยู่นาน เล่มแล้วเล่มเล่าก็ยังไม่เจอสิ่งที่ตามหา หรือเพราะวิกเตอร์ที่มีนิสัยไม่เข้าสังคม วันๆเอาแต่ขลุกอยู่ในห้องทดลองกับกองเอกสารและหนังสือ รูปถ่ายของเขาจึงหาได้ยาก “เดี๋ยวนะ คุณหลี่..”โปรแกรมเมอร์หนุ่มอุนทานขึ้นเมื่อนึกถึงบางสิ่งบางอย่าง”วิกเตอร์เป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการไม่ใช่เหรอครับ?” “ตำแหน่งนั้นเพิ่งมีคนเข้ามาแทนน่ะ ที่ทำเนียบฝ่ายวิขชาการก็ไม่มีรูปของเขาอยู่ เพราะวิกเตอร์เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องทดลอง วิจัยแต่เรื่องแปลกๆ เวลาจะถ่ายรูแก็หลบหายไปทุกที” เป็นต้น มันจำทำให้อ่านง่ายและดูสบายตามากขึ้น ขอชมเรื่องที่ไม่มีคำผิดนะครับเพราะขนาดผมพิมพ์อยู่ยังกังวลว่าจะมีคำผิดหลุดไป สรุปคือ นิยายเรื่องนี้การบรรยายยังไม่ดีนัก แนะนำให้อ่านนิยายเยอะๆเพื่อศึกษาสำนวนของมืออาชีพ นำมาพัฒนาตัวเองและนิยาย เพราะถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป นิยายที่ปมดีๆแบบนี้จะถูกลืมและไม่เป็นที่สนใจเพราะการบรรยายและสำนวนไม่ดี เรื่องของสำนวนหรือการบรรยายนั้นอาจารย์ไม่สามารถสอนให้ได้ เพียงแค่แนะนำให้คุณศึกษาด้วยตนเองเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องหวังพึ่งใคร เมื่อไหร่ที่แก้ไขในเรื่องสำนวนหรือมีการรีไรท์ผมจะตามไปอ่านเพื่อดูว่าคุณได้พัฒนาฝีมือตนเองหรือไม่ ขอบคุณที่อ่านบทวิจารณ์ของผมจนจบนะครับ ยาวไปมากก็ขอโทษนะครับ นี่คือความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะนักอ่านคนนึงเท่านั้นหากมีจุดที่ผมเข้าใจผิดไปหรือต้องการชี้แจงอะไรก็สามารถท้วงหรือบอกได้นะครับ ขอบคุณครับที่ใช้บริการครับ อ.โอเอซิส ย่อ

สภาอาจารย์โฮรอน | 5 ก.ค. 57

  • 3

  • 0

ดูทั้งหมด

คำนิยมล่าสุด

"NighTime' รับวิจารณ์นิยาย"

(แจ้งลบ)

สวัสดีครับ คุณเบสท์ งานของคุณเบสท์เป็นอีกหนึ่งงานที่ใช้พลังกายพลังใจในการอ่านเยอะพอสมควร ด้วยความที่เป็นแนวที่อ่... อ่านต่อ

สวัสดีครับ คุณเบสท์ งานของคุณเบสท์เป็นอีกหนึ่งงานที่ใช้พลังกายพลังใจในการอ่านเยอะพอสมควร ด้วยความที่เป็นแนวที่อ่านยากเทียบกับแนวอื่นๆ สำหรับคำถามของคุณเบสท์ที่ว่าพอจะส่งสำนักพิมพ์ได้มั้ย ผมคงตอบว่าได้ ส่วนผลลัพธ์อาจจะกึ่งๆ ครับ ถ้าพูดถึงในส่วนของเนื้อเรื่องนะ เพราะนิยายเรื่องนี้ สามารถพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้ และยังมีจุดให้ติอยู่พอสมควรทีเดียว อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นผม แนะนำให้ลองส่งไปแล้วให้ทางสำนักพิมพ์ติกลับมา แบบนั้นจะสามารถแก้ไขได้ตรงจุดกว่าพวกผมที่เป็นนักวิจารณ์ตามอินเตอร์เน็ตอย่างแน่นอนครับ ^ ^ 1.ชื่อเรื่อง (9 คะแนน/10 คะแนน) – มันขัดตรง จิตสังหารด้านหลังครับ อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ ดูไม่ค่อยเข้ากับเนื้อเรื่องเท่าไหร่ แต่เรื่องความดึงดูดนี่ให้เต็มครับ 2.เนื้อเรื่อง (22 คะแนน/30 คะแนน) – เนื้อเรื่องนิยายเรื่องนี้จัดอยู่ในเกณฑ์ดีครับ แต่ก็ยังมีข้อติให้ติอยู่เช่นเดียวกัน เรื่องแรกเลยก็คือเรื่องอารมณ์ของเนื้อเรื่อง จากที่อ่านๆ มา อารมณ์ของเรื่องยังถูกปูได้ไม่ดีเท่าไหร่ บางช่วงอารมณ์ไม่ปะติดปะต่อเหมือนปะทุขึ้นมาดื้อๆ บางช่วงอารมณ์ขัดแย้งกันไปขัดแย้งกันมา ซึ่งทำให้เนื้อเรื่องที่สนุกเสียอรรถรสได้ (ตรงส่วนนี้มีขยายความในส่วนย่อย) เรื่องที่สองคือการดำเนินเรื่องราวครับ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นแนวซ่อนเงื่อนปนจิตวิทยาอย่างจิตใต้สำนึกและความทรงจำทำให้เนื้อเรื่องมีความลับซ่อนอยู่มากมาย ดังนั้นการดำเนินเรื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ทำให้ผู้อ่านหลงระหว่างอ่านครับ และเรื่องนี้ยังทำได้ในระดับพอใช้ค่อนไปทางดี ยังมีการสับเปลี่ยนฉากที่ตัดไปตัดมาชวนสับสน บวกกับการดำเนินเรื่องแบบไม่เรียงลำดับเวลา (มีพวกสามสิบนาทีก่อนหน้า) ทำให้ผู้อ่านค่อนข้างงง ซึ่งบางครั้ง บางเรื่องแลดูไม่จำเป็นครับ อย่างฉากที่วิคเตอร์ชวนชาลีกลับบ้านในตอนที่6 คุณเบสท์สามารถให้เรื่องราวดำเนินต่อไปที่บ้านได้เลย โดยอาจจะบรรยายเพิ่มเติมไปหน่อยว่าพวกเขาตัดสินใจกลับมาที่บ้านแล้วพบกับหลี่ เป็นต้น เรื่องที่สาม เรื่องเวลา มันขัดแย้งกันเองครับ อย่างตอนที่4หรือตอนที่6เองก็ดี ตอนที่4 เปิดมาตอนแรกเขียนไว้ว่าเวลาผ่านมากว่าหกชั่วโมงแล้ว แต่พอชาลีนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้ากลับย้อนไปแค่ห้าชั่วโมงน่ะครับ ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าคุณเบสท์พิมพ์ผิดหรือผมอ่านแล้วเข้าใจผิด ส่วนตอนที่หกนั้น คุณเบสท์ขึ้นไว้ว่า ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว แสดงว่าต้องต่อจากฉากที่หลี่ชวนอเล็นเล่ แต่พออ่านไปก็เป็น ห้านาทีถัดมา ซึ่งแสดงว่าทั้งสองเดินทางใช้เวลาห้านาที แต่กลับพบหลี่อยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว? แล้วตกลงว่าสามสิบนาทีก่อนหน้านั้น ก่อนหน้ามาจากเหตุการณ์ไหนหรือครับ? ทางที่ดี เพื่อกันคนอ่านสับสน ควรเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนมาใส่ไว้ข้างหน้าครับ เรื่องสุดท้าย คือเนื้อเรื่องยังค่อนข้างเอื่อย ไม่เข้าประเด็น ไม่เข้าจุดเสียที มันเหมือนมีแต่น้ำ มีเนื้อน้อย ขนาดจุดประสงค์หลักของเรื่องผมยังจับจุดไม่ได้เลยครับ ขนาดอ่านมาแปดตอน ตัวละครแต่ละตัวยังอมพะนำว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร แม้แต่ตัวเอกของเรื่องเองก็ตาม ซึ่งตรงนี้อาจทำให้ผู้อ่านบางคนรู้สึกเบื่อได้ บทนำ ในส่วนของบทนำ อารมณ์มันยังดึงออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรครับ มันยังมีจุดขัดอารมณ์ลุ้นระทึกหลายจุดอยู่ อย่างตอนที่เอลเลนบอกว่าหมดหนทางหนี ผมว่า ฉากที่วิคเตอร์ปาดเหงื่อให้มันขัดกับอารมณ์กระวนกระวาย ในแง่ของอารมณ์และความเป็นจริง ลองจินตนาการดูว่า หากคุณกำลังวิ่งหนี หมดหนทางรอด คุณคงไม่มีใจที่จะยิ้มขอบคุณก่อนแล้วค่อยตระหนกขึ้นมา ยิ่งอยู่ในสถานการณ์คับขันด้วยแล้วยิ่งดูแปลก มันเหมือนคุณค่อยๆหย่อยตัวลงนั่ง แต่กลับมีแรงบางอย่างผลักให้คุณกระโดดอย่างรวดเร็ว ประมาณนั้นน่ะครับ หรืออย่างจุดที่เอลเลนถามเรื่อง เขา ที่วิคเตอร์พูดถึง มันไม่แสดงออกถึงความลนลานที่เธอมี มีแต่ความสงสัย ผมว่ามันน่าจะฟีลประมาณ “เขา? เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ?!” เป็นอารมณ์ของความสงสัยปนอารามตระหนกมากกว่าครับ ฉากสุดท้าย ผมรู้สึกว่า อารมณ์ของสองฉากในตอนนี้มันขัดกันเอง ตอนแรกที่เป็นการไล่ล่า ผู้อ่านกำลังลุ้นกับเนื้อเรื่อง กลับถูกตัดด้วยอารมณ์บรรยายเหมือนเกริ่นหนังตอนฉากที่พูดถึงองค์กรเซนจูรี่(ขออนุญาตเรียกแบบนี้นะครับ ชื่อมันย๊าวยาว) ถ้าลองสลับที่กันมันอาจจะโอเคกว่าในความคิดของผมครับ บทที่1 ยังมีจุดขัดอีกครับ คือตอนที่เด็กสาวเดินเข้าไปในโบสถ์ เธอเกิดความสงสัยก่อนว่ามันคือที่ไหน แล้วค่อยตกใจเมื่อเห็นเด็กสาวอาการสาหัสที่พื้น คือถ้าจินตนาการโดยปกติ เราเดินผ่านประตูเข้าไป สิ่งแรกที่ปรากฏสู่ครรลองสายตาควรจะเป็นร่างที่นอนอยู่ที่พื้น ผมเลยรู้สึกว่ามันแปลกๆ ถ้าเราจะไม่สังเกตถึงสิ่งของที่ดึงดูดสายตาขนาดนั้นก่อน ถ้าสงสัยก่อนเปิดประตูเข้าไปผมคงไม่อะไรมากครับ 3.การใช้ภาษา (29 คะแนน/35 คะแนน) – สำหรับภาษาจัดว่าไหลลื่นดีนะครับ คำผิดเองก็น้อย ซึ่งส่วนมากจะเป็นชื่อตัวละครอย่างคาร์ลวิน(ซึ่งตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่า คาร์วิน หรือ คาร์ลวินกันแน่) ใช้ภาษาบรรยายได้เห็นภาพดี แต่ยังมีเรื่องความสั้นห้วนของภาษาอยู่ในระดับหนึ่ง ตรงนี้หากอ่านและแต่งไปเรื่อยๆ คงจะดีขึ้น บางครั้งที่มีสลับไปมาระหว่างการบรรยายแบบบุคคลที่สามกับบุคคลที่หนึ่ง ตรงนี้ผมว่าระบุไว้หน่อยก็ดีนะครับว่าเป็นมุมมองของใครหรือเปลี่ยนเป็นมุมมองแบบที่หนึ่งอะไรประมาณนั้นครับ กันผู้อ่านสับสน เพราะจู่ๆ มันก็ขึ้นมาเฉยเลย หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นแบบใดแบบหนึ่งไปเลย แล้วก็ยังมีบางครั้งที่การบรรยายสลับเป็นเหมือนบทพูดของผู้เขียน (ดูได้ในส่วนย่อยของตอนที่ห้าครับ) อีกเรื่องคือว่าผมมีข้อสงสัย ทำไมตัวละครถึงชอบทวนชื่อครับ อย่างเช่นฉากที่แน็ทซ์เจอวิคเตอร์ก็จะต้องประมาณว่า “วิคเตอร์ คิงส์สินะ” หรืออย่างตอนที่วิคเตอร์ฟื้นมาตอนที่5 ก็ต้องทักว่า ”หลี่กับคุณคาร์ลวินสินะ” คือบางทีผมว่ามันแปลกน่ะครับ มันเป็นเกือบทุกตัวละครเลย ผมเลยรู้สึกว่ามันขัดๆ บทนำ คำผิด ไม่มีครับ รูปประโยคแปลกๆ ครับ - ...หมุนแล่นอยู่ติดตรึงในความทรงจำ ตรงนี้ผมว่าเป็น “หมุนแล่นติดตรึง อยู่ ในความทรงจำ” จะดีกว่าครับ คำว่าอยู่ที่แทรกกลางมันทำให้ประโยครู้สึกแปลกๆ บทที่1 คำผิด โรยริน – รวยริน , ประปลาย – ประปราย , คุมโปง – คลุมโปง , อาแป๊ะ – อาแปะ , มีบางประโยคที่ไม่จำเป็นต้องเคาะขึ้นบรรทัดใหม่อยู่นะครับ อย่างตอนที่เด็กสาวเปรยว่าที่นี่ที่ไหน หลังจากนั้นที่อธิบายว่าเธอเลิกคิ้ว สามารถไว้ในย่อหน้าเดียวกันได้เลยครับ บทที่2 คำผิด ท้างฟ้า – ท้องฟ้า , ในบทนี้มีพิมพ์ชื่อคาร์วินผิดครับ เป็นคาร์ลวิน หรือสลับกัน? บทที่3 คำผิด สรรถนะ – สมรรถนะ บทที่4 คำผิด ไม่มีครับ บทที่5 คำผิด ไม่มีครับ - เป็นโอกาสเหมาะของไฮดี้ที่จะค่อยๆ เดินไปหยิบปืนขึ้นมา เขาข่มความกลัวค่อยๆ หยิบมันขึ้นมา ตรงนี้ใช้คำซ้ำอ่านแล้วไม่ลื่นครับ อาจจะเป็น “เป็นโอกาสเหมาะของไฮดี้ที่จะเดินไปหยิบปืน เขาข่มความกลัวแล้วค่อยๆ หยิบมันขึ้นมา” หรืออะไรประมาณนี้มากกว่าครับ - แต่ทำไมเมื่อหยิบปืนขึ้นมาแล้วมือเขาถึงสั่นระริกอย่างนี้ล่ะ นี่ไฮดี้กำลังกลัวอยู่รึเปล่านะ เขาอดทน... ตรงส่วนนี้อ่านแล้วขัดครับ เพราะมันต่างจากลักษณะการบรรยายก่อนหน้า อาจจะเป็น “แต่เมื่อหยิบปืนขึ้นมาแล้วมือของเด็กหนุ่มก็สั่นระริก เขาอดทน...” หรือถ้าต้องการจะให้เป็นคำถามเหมือนเดิมอาจจะใช้วิธีเคาะหลังจาก “เขาอดทน...” ไปขึ้นบรรทัดใหม่ครับ จะได้อ่านแล้วไม่แปลกมาก บทที่6 คำผิด ทำไมได้ – ทำไม่ได้ , ชวย – ช่วย , สัญชาตญาณเอาชีวิต – ตก รอด ครับ - แววตาที่เชื่อมั่นไปด้วยความหวัง... น่าจะเป็น “แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง” มากกว่าครับ บทที่7 คำผิด ไม่มีครับ ในบทนี้มีส่วนที่ชาลีแทนตัวเองว่าพี่สลับกับฉันตอนคุยกับอเล็นเล่ครับ บทที่8 คำผิด สนมนา – สนทนา 4.ตัวละคร (10 คะแนน/15 คะแนน) – ตัวละครในเรื่องนี้ บางตัวสามารถสื่ออารมณ์ได้ดีครับ แต่บางตัวก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ตัวเอกอย่างวิคเตอร์ อเล็นเล่จัดว่าดีมาก มีการแสดงนิสัยออกมาได้อย่างชัดเจน ส่วนตัวของไฮดี้หรือชาลีนั้น ผมยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าดีมาก เพราะยังมีความไม่สม่ำเสมอของอารมณ์ของชาลีอยู่ครับ ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจว่าชาลีจะเป็นคนใจร้อนหรือมีสติดี เพราะบางฉากจู่ๆ ก็เลือดร้อน แต่บางฉากก็ดูสุขุมดี ทั้งๆ ที่เป็นเหตุการณ์ใกล้เคียงกัน หรือบางทีดีๆ อยู่ก็โวยวายขึ้นมาครับ ส่วนไอริณกับหลี่ เป็นตัวละครที่มีลักษณะคล้ายกันในหลายๆ ด้าน การแยกแยะทั้งสองตัวจึงยังไม่ชัดเจน เท่าไหร่ และอย่างหลี่เองก็มีเคสคล้ายๆ กับชาลีตรงนิสัยดูไม่มั่นคงครับ คือบางทีดูเป็นคนนิสัยแข็งนอก อ่อนใน โลเล แต่บางทีก็ไร้หัวใจ ขี้เล่นคล้ายไอริณ คือ ผมคิดว่าควรจะทำให้ตัวละครแสดงออกมาเสถียรกว่านี้นะครับ คือให้ไปทางไหนสักทางจะดีกว่าน่ะ 5.การจัดรูปแบบ (10 คะแนน/10 คะแนน) – ไม่มีข้อติครับ อ่านง่าย สบายตาดี รวมคะแนน 80 คะแนน/100 คะแนน ผมเป็นนักวิจารณ์ฝึกหัด อาจจะมีผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะครับ ^ ^ ผมเป็นคนเกณฑ์สูงครับ สารภาพตามตรงเลย แล้วก็ค่อนข้างจู้จี้จุกจิก เรื่องมากอีกหน่อย แหะๆ อาจจะยาวไปบ้าง แต่ทุกอย่างผมตั้งใจวิจารณ์ทุกรายละเอียดเท่าที่ผมสามารถทำได้ครับ ถ้ามีส่วนไหนก็ผมอ่านแล้วเข้าใจผิดไปก็ต้องขออภัยด้วยเช่นกันครับ ขอบคุณที่ใช้บริการร้านวิจารณ์ของผมนะครับ ^ ^ ย่อ

Killer in the Dark Shadow | 11 พ.ค. 58

  • 3

  • 0

"สำหรับเรานะคะ"

(แจ้งลบ)

ชื่อเรื่องผ่านค่ะ ชวนให้กดอ่านดีนะคะ เราอ่านตัวอย่างมาห้าตอน เนื้องเรื่องค่อนข้างโอเคในระดับหนึ่งค่ะ ดำเนินลื่นไ... อ่านต่อ

ชื่อเรื่องผ่านค่ะ ชวนให้กดอ่านดีนะคะ เราอ่านตัวอย่างมาห้าตอน เนื้องเรื่องค่อนข้างโอเคในระดับหนึ่งค่ะ ดำเนินลื่นไหลดีแต่ไม่ค่อยหวือหวาเท่าไร ค่อนข้างอ่านสบายๆมากกว่าสำหรับเรานะคะ คล้ายๆแนวของภาพยนตร์แบบไซไฟดีนะคะ สนุกแต่ยังไม่ชวนให้น่าติดตามมากนัก อยากให้ไรเตอน์ใส่จุดพีคเข้าไปมากกว่านี้ค่ะ บรรยายให้สื่ออารมณ์ขึ้นอีกนิดนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆนะคะ ย่อ

D.Maker | 20 เม.ย. 58

  • 3

  • 2

ดูทั้งหมด

224 ความคิดเห็น

  1. #224 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 22:47
    เมื่อ...ไหร่...จะ...อัป แฮร่
    คิดถึง หลีxชาลีนาจา
    เป็นกำลังใจให้ เราจะผ่านสงครามแอดมิชชั่นไปด้วยกันนะสหาย แล้วจะได้กลับมาแต่งต่อเร็วๆ >.<

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2559 / 23:34
    #224
    0
  2. #223 25329789 (@2521a2521a) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 20:27
    รออ่านคะ
    #223
    0
  3. #222 นัตสึเมะ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 19:32
    รออ่านนะครับ

    สู้ๆนะครับ
    #222
    0
  4. #221 Channa (@doxther) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 12:32
    เปิดตัวได้น่าอ่านมากค่ะ
    ปูเสื่อนั่งอ่าน
    #221
    0
  5. #220 Puppy Cat (@nusikan) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 14:59
    งืม หลังจากอ่านจบ เราจะจัดละนะเบสนะ 55555 จากที่เคยสัญญากันไว้เมื่อปีที่แล้วว่าจะมาวิจารณ์ยาวๆ 

    -ตัวละคร > เราได้เห็นพัฒนาการของตัวละครแต่ละตัวอย่างชัดเจน ชอบตัวละครเรื่องนี้ตรงที่แต่ละตัวมีข้อดี-ข้อเสียเหมือนมนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆทั่วไป (ถึงมันสมองจะระดับอัจฉริยะก็เหอะ) มีพลาด มีล้มบ้าง แต่ชอบในวิธีการแก้ปัญหา ชอบในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ไม่ใช่ง้องแง้งจะทำตามอุดมการณ์ของตัวเองอย่างเดียวทั้งๆที่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เช่นจากอเล็นเล่ใสๆ แม้ตอนนี้นางจะยังใสอยู่ แต่เหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทำให้นางเข้มแข็งขึ้น มีไหวพริบมากขึ้น ตัวละครแต่ละตัวนั้นปั้นออกมาได้สมจริงในระดับสอง(เอ่อ หมายความว่ามากกว่าระดับหนึ่ง 555) มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนจริงๆ ทำให้เราเชื่อได้ว่ามันมีอยู่จริงในโลกใบนี้

    -ภาษาและการบรรยาย > ขอบอกว่าดีกว่าตอนแรกที่เราเข้ามาอ่านเยอะมาก 555 เบสต์ถือเป็นนักเขียนที่มีการพัฒนาตัวเองได้เร็วมาก การบรรยายของเบสต์สั้น กระชับ สนุก อ่านแล้วเข้าใจง่าย (เราอิจฉาเบสต์เรื่องนี้อยู่เลย เรานี่ติดบรรยายทีนึงยาวเป็นหางว่าว T_T) ถ้าเปรียบเป็นหนัง นิยายของเราคงจะเป็นแนวๆสงคราม-ดราม่าดาร์คๆ บรรยากาศขาวดำอึมครึมทั้งเรื่อง มุมกล้องแพนช้าๆเน้นซูมท่าทาง ปฏิกิริยาและภาษากายของตัวละคร ไม่ก็ตั้งแช่ไว้ ในขณะที่ Intimate Mind จะใช้เทคนิคมุมกล้องและแสงเงาหลากหลายกว่าในการสื่อให้ผู้ชมได้ดู ดำเนินเรื่องเร็ว ฉากแอคชั่นตัดฉับไปฉับมาสะใจไม่มีสโลว์โมชั่น แสงจ้าๆกล้องสั่นๆเน้นภาพรวมมากกว่าตัวละครตัวใดตัวหนึ่ง ส่วนฉากที่ดีซีกำลังครุ่นคิดก็ทำได้ดี แสงเงามืดๆกล้องนิ่งๆ ตอนที่วิคเตอร์กำลังจะเดี้ยงก็ให้ภาพแบบฝันๆ หมอกกระจายฟุ้งๆ เศร้าๆ อึนๆ ไม่รู้สิ เวลาอ่านนิยายเราชอบคิดตามเป็นภาพอ่ะ และนิยายของเบสต์มันให้ครบรสจริงๆ เหมือนจ่ายตังแค่สามสิบบาท ได้ราดหน้าทะเลใส่ไข่มาจานใหญ่ไรงี้

    -มาพูดถึงข้อเสียกันบ้าง

    -ซึ่งก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ติอะ หนึ่งเลยก็คือการใช้คำ สั้น กระชับ คือข้อดี แต่ข้อเสียคือมีคำซ้ำบางประโยค และบางทีการใช้คำมันยังไม่อีปิคพอ คือจะพูดยังไงอะ 5555 บางบรรยากาศแบบระเบิดตูมตามแบบหนังไมเคิลเบย์งี้ เบสต์ยังใช้ภาษาเหมือนบรรยายบรรยากาศธรรมดาอยู่อะ แต่อันนี้โอเคนะ จะไม่แก้ก็ได้เพราะยังไงมันก็ดีอยู่แล้ว แก้อีกนิดเดียวก็ดีมากๆแล้ว

    -การบรรยายในบทนี้ แปลกอยู่อย่างนึงคืออาการโคม่าของวิคเตอร์ คือมันจะพูดยังไงอะ บางทีคำพูด การบรรยายบรรยากาศมาคุในตอนนั้นมันยังไม่ถึงอารมณ์ ฉากที่วิคเตอร์กำลังสลบทำได้ดีมากนะ แบบ ผมนี่กลืนน้ำลายลงคอซูฮกให้เลยอ่ะ แต่พอมาตอนที่ชาลีรายงานดีซีเรื่องนี้ มันดูแบบ "อืม วิคเตอร์สาหัส อาการโคม่านะ"  มันยังเฉยๆอยู่นิดนึง ปรับแก้ตรงนี้ด้วยนะแจร้

    -ตัวละครหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ดี.ซี. เหมือนนางจะมาเป็นหนึ่งในกุญแจของภาคสอง ตอนแรกๆที่ดีซีเข้ามา เราไม่ค่อยชอบนางนะ คือนางบอกว่านางเป็นนักมายากลใช่มะ แต่กลหลายๆอย่าง มันดูเหมือนเวทมนตร์มากกว่า แบบ เฮ้ย อยู่ๆก็มาได้ไงวะ อ่าวเฮ้ย หายไปไหนละ ไรงี้ เราว่าถ้าจะปรับแก้ให้ดีซีเป็นดูนักมายากลจริงๆ น่าจะเติมมุมมองของดีซีในฉากมายากลไปด้วยว่า เออ กรูมาได้ไง กรูหายตัวไปได้ไง กรูเห็นอะไรที่คนอื่นไม่เห็นแล้วนำมาใช้สร้างเป็นกลของตัวเองได้ไง แต่ส่วนใหญ่ฉากที่ดีซีออกมา เบสต์จะใช้มุมกล้องของตัวละครตัวอื่นมากกว่าไง แต่ฉากโดดตึกในบทนี้โอเคมากนะ แบบ อืม เออว่ะ มันเป็นไปได้จริงๆที่กลนี้จะใช้ได้ในสถานการณ์โดดตึก ชอบตรงที่เบสต์สร้างสรรค์มายากลของดี.ซี.แบบนี้ มันไม่ใช่มายากลแบบเกินจริง เหนือธรรมชาติไรงี้เลย มันอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ และเป็นมายากลที่ "ฉลาด" เลยทีเดียว


    -เอาตรงๆไหม เราไม่เคยอ่านอะไรที่เป็นปรัชญา วิทยาศาสตร์ แฟนตาซีมาเลยในชีวิต (นอกจากแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่นั่นมันวรรณกรรมเยาวชนนี่หว่า = =") ไม่ดิ ต้องพูดว่าทั้งชีวิตเรานี่อ่านแต่แนวสงคราม-ประวัติศาสตร์ มาตลอด เราเจอนิยายเรื่องนี้ก็เพราะไปส่องไอดีไรต์เตอร์ดู(ก็ไรต์มาแอดแฟนคลับนิยายเราอ่ะเนอะ >_< ดีไตแปบ) อ่านๆไปแล้วแบบ...เฮ้ย...เขียนดี เขียนโอเค ยังกะนิยายแปลไซไฟของฝรั่งเลยว่ะ เลยลองอ่านไปเรื่อยๆ ซึ่งไรต์เตอร์ก็ไม่ทำให้คนอ่านผิดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว ชื่นชมรัวๆค่ะ ณ จุดๆนี้

    ปล. จบละ โอ๊ยพิมพ์มาชั่วโมงนึง เมื่อยนิ้วมาก 555555555
    สู้โว้ยเบสต์ กรูเป็นกำลังใจให้เสมอออออออ รักนะจิบิ




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2559 / 23:36
    #220
    1
    • #220-1 Victoria Bytes (@bestyworld) (จากตอนที่ 32)
      2 ตุลาคม 2558 / 15:21
      วรั้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ฟินข่าาาาาา ขอบใจที่มาวิจารณ์ให้แบบยาวโคตรนะครัช
      ไว้เดี๋ยวพ้นช่วงนี้ไปได้เมื่อไหร่กระผมจะตอบแทนอย่างงามเลยทีเดียว คอยดูสิครัช อะฮิฮิฮิฮิ
      #220-1
  6. #219 Freedom (@mgsmaster123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2558 / 18:15
    ตอนนี้รังสีวิคเตอร์หลี่พุ่งแผ่ ฟินนนนนนนนนนนนน ประกบปา--// โดนดีดออกนอกนิยาย ชักเลือกไม่ถูกแล้วระหว่างอเล็นเล่กับหลี่ #ผิดมาก ดี.ซี. มาอย่างหล่อ ยอดมว้ากกก ปล.เรานี่คือขี้เกียจล็อกอินเอง #ผิดมากรอบสอง
    #219
    1
    • #219-1 Victoria Bytes (@bestyworld) (จากตอนที่ 11)
      1 กันยายน 2558 / 19:19
      ขอบคุณมากค่ะที่ติดตาม >_<
      เรื่องนี้ไม่มีคู่ที่แน่นอนค่ะ มีเยอะมาก วายก็จิ้นได้ นอร์มอลก็มีสาวหลายแบบ อิอิ
      แต่ตอนท้ายๆ ก็เฉลยปักธงชัดเจนแหละค่ะ ๕๕๕๕
      #219-1
  7. #218 ขี้เกียจล็อกอินอีกแล้ว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 22:17
    วิคเตอร์นิ่งได้ทุกที่เจรงๆ แล้วดี.ซี. คือครายยยย
    #218
    0
  8. #217 ขี้เกียจล็อกอิน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 17:15
    ชื่อ NELLE เรียงใหม่จาก ELLEN รึเปล่า
    #217
    1
  9. วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 22:14
    ตัวละครใหม่โผล่อีกแล้ว ยิ่งน่าติดตามกว่าเดิม ชอบมากๆตรงที่มีสอดแทรกความรู้นี่ล่ะ สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้
    #216
    1
    • #216-1 Victoria Bytes (@bestyworld) (จากตอนที่ 5)
      30 สิงหาคม 2558 / 19:28
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ^^
      #216-1
  10. วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 20:37
    บทนี้ประทับใจชาลีแฮะ หวงน้องสาวได้น่ารักดี 555 แล้วสรุปวิคเตอร์คู่อเล็นเล่สินะ ยังมีข้อสงสัยอีกเยอะแบบนี้ต้องตามต่ออ 
    ปล.สนุกมาก อ่านช่วงหลังได้อารมณ์เหมือนดูหนังแอ็คชันอยู่เลย
    #215
    1
    • #215-1 Victoria Bytes (@bestyworld) (จากตอนที่ 4)
      30 สิงหาคม 2558 / 19:29
      ชาลีเป็นซิสค่อนค่ะ ฮ่าๆ :3
      #215-1
  11. #214 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 11:19
    สู้น้าเตง เป็นกำลังใจให้ไรท์คนเก่ง
    เราตามตอนต่อไปอยู่นะค้าบ :3
    #214
    1
    • #214-1 Besty. (@bestyworld) (จากตอนที่ 33)
      13 สิงหาคม 2558 / 06:56
      เพิ่งเข้ามาเช็ค โอ้โห ขอบคุณมากค่ะ ที่ติดตามเหนียวหนึบขนาดนี้ TwT
      ไว้ปิดเทอมช่วงตุลาจะรีบมาต่อให้จบนะคะ ตอนนี้ขออนุญาตปั่นภาคต่อก่อน
      ถ้าจะถามว่า ทำไมคิดแต่งภาคต่อทั้งที่ภาคแรกก็ยังไม่จบ อันนี้มีเหตุผลจริงๆนะคะ แต่ถ้าอยากรู้ แนะนำให้ถามมาหลังไมค์ดีกว่าค่ะ
      ภาคต่อเป็นเรื่องราวรุ่นลูกหลานของทุกคน ยกเว้น... อ่ะ... คนคนนั้นคงรู้ดีนะคะ อิอิ
      รับประกันความมันส์ เข้มข้นทุกตอนค่ะ!

      และขอขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดจนถึงตอนล่าสุดนะคะ ทางเราจะพยายามให้ดีที่สุด เพื่อคุณภาพของนิยายที่สม่ำเสมอค่ะ

      Victoria Bytes
      #214-1
  12. #213 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 11:17
    ไอจ๋า ไอสีม่วงแผ่เต็มบท =.,=
    เป็นการบรรยายที่จิ้นได้จิ้นดีนะเนี่ยพูดเลย 5555555
    รอต่อไปว่าสองคนนี้ผูกพันกันขนาดนี้ได้อย่างไร วรั้ย 555555
    #213
    1
    • #213-1 Besty. (@bestyworld) (จากตอนที่ 32)
      13 สิงหาคม 2558 / 06:57
      มีแต่คนจิ้นดีซีวิคเตอร์ ทำไมชาลีวิคเตอร์มันน้อยกว่านะ ๕๕๕๕๕ //ผิดอย่างแรงจ้าาา
      #213-1
  13. #212 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 11:15
    เสียวไส้อ้ะ  แต่ใจหายทันทีพอรู้ว่าพ่อวิคดิ่งนรก
    ปลอดภัยทีเถ้อทุกคน T_______T
    #212
    1
    • #212-1 Besty. (@bestyworld) (จากตอนที่ 31)
      13 สิงหาคม 2558 / 06:58
      พ่อวิคยอมดิ่งนรกเพื่อทุกคน T_T
      ยอมรับว่าแต่งตอนนี้แล้วก็ใจหายเหมือนกันค่ะ แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ
      เจอกันอีกทีภาค 1 T_T //อันนี้คือภาค 0 เป็นเหมือนปฐมบทค่ะ
      #212-1
  14. #211 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 11:13
    จินเหลียงโดนรับน้องตั้งแต่วันแรก lol
    แต่ดี.ซี. ฮีดูชิลสุด แต่ตอนนี้โคตรระทึกเลย  ปีนลงมาสูงขนาดนั้นอ่ะ!
    นี่อ่านไปจินตนาการตอนตัวเองกระโดดหอไป  มันเทียบกับอเล็นเล่และยูราไม่ติดเลย LOL
    #211
    1
    • #211-1 Besty. (@bestyworld) (จากตอนที่ 30)
      13 สิงหาคม 2558 / 06:59
      ตอนแต่งตอนนั้นเพิ่งดูมิชชั่นจบรวดทุกภาค เลยอยากเขียนอะไรเสี่ยงๆน่ะค่ะ ถถถถถ
      จินเหลียงแกโดนรับน้อง หลังๆมีหนักกว่านี้อีกค่ะ ๕๕๕๕๕๕
      #211-1
  15. #210 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 11:12
    เป็นพลังที่เหนือขาดมากว่ะชาลี =.,=
    แล้วทำไมหลี่ต้องนางเอกตลอดอ่ะ! โอ๊ย สงสารนางจุง T^T
    #210
    1
    • #210-1 Besty. (@bestyworld) (จากตอนที่ 29)
      13 สิงหาคม 2558 / 07:00
      หลี่คือนางเอกอีกคนที่น่าสงสารค่ะ แต่เท่าที่ดู ทุกคนที่อ่านก็รักนางดีนะคะ ดีใจ อิอิ <3
      #210-1
  16. #209 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 18:48
    คิดถึงชอร์ลอต เห็นใจวิคเตอร์ อิจฉาความสบายของดี.ซี. (หื้ม?)
    ตอนนี้เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่ะ ชอบ >____<
    #209
    0
  17. #208 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 14:54
    ฟิลนางเอกของหลี่มาเต็ม ทำไมเธอถึงได้ดูเป็นสาวน้อยผู้โดดเดี่ยวขนาดนี้!
    จินเหลียงอย่าโกรธนะอย่าโกรธ T^T

    #208
    0
  18. #207 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 14:16
    ต๊าย วิคเตอร์ตื่นมาแล้วเจอฉากฟินลูกใหญ่ตู้มเลยรึ
    อิจข่า 55555555 แต่ได้เืพ่อนมาอีกคนแล้ว เย้ๆ :D
    #207
    0
  19. #206 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 14:13
    สู้นะวิคเตอร์ >_____<
    #โบกปอมๆ
    #206
    0
  20. #205 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 18:42
    ตอนนี้คือโคตรมันส์อ่ะ ชอบบบบบบ
    จินตนาการตอนอเล็นเล่ยิ้มแล้วขนลุกแทนหนูยูราเค่อะ lol
    #205
    0
  21. #204 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 15:07
    เล่นได้อเล็นเล่ #เย้ย
    แต่ตอนนี้ทิ้งค้างมาก จะทำยังไงต่อไปนะดี.ซี.!?
    ขอให้แผนการของทุกคนราบรื่นเถ้อ >/\<
    #204
    0
  22. #203 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 15:05
    ทีแรกเกือบเข้ามาดูตอนนี้เป็นตอนแรกละ
    ดีนะที่ไม่ได้คลิก สปอยล์ชาร์ล็อตเต็มๆ 55555
    ตามอ่านต่อจ้า :D
    #203
    0
  23. #202 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 15:01
    อีกสองคนนี่เด็ดเว้ย
    โดยเฉพาะจินเหลียง ขายของกับแฮกเกอร์มันไปกันได้ฉะนี้เอง LOL
    #202
    0
  24. #201 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 14:27
    ชาร์ลอตลูกแม๊!!! ;[ ];
    โอ้ย พราก ไม่รู้จะพูดอะไร
    แต่แล้วทำไมหลี่ต้องมาเป็นนางเอกน้ำเน่าตลอดเวย์เลยล่ะท่าน! Y[ ]Y
    #201
    0
  25. #200 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 14:23
    นี่สิความเป็นพี่ชาย!!
    เห็นใจชาร์ลอตมากค่ะ  เข้มแข็งมาตลอดเลยนะลูก #thumbup
    หวังว่าจะออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัยกันทุกๆ คนนะ >.<
    #200
    0