ฮูหยินประมุขมาร

ตอนที่ 6 : บทที่ 005 l งานชมบุปผา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50,429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,044 ครั้ง
    27 ม.ค. 63



5


  

                วันนี้วังหลวงมีงานชมโบตั๋นสีรุ้งผลิบาน โบตั๋นพันธุ์นี้สี่สิบเก้าปีจะบานสักครั้งบานเป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน กลิ่นอายยอดบุปผาชนิดนี้ยังช่วยเพิ่มพูนการฝึกเพาะเป็นสองเท่า ทั่วแคว้นเยี่ยนอกจากในวังก็หาชมที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว หากเฉินอ๋องมีความตั้งใจขอโทษคุณหนูสามจริงก็นับว่ามีความจริงใจ


                แต่ดูท่าแล้วย่อมมีแผนแฝงอยู่


                จูเยวี่ยหวาเพิ่งรู้ว่า ลูกแมวน้อยสุดน่ารักของนางปรากฏให้นางให้เพียงผู้เดียวได้ ก็ตอนนั่งรถม้าเข้าวังนี่เอง ทั้งยังได้กระซิบกระซาบ ถามเรื่องที่เสี่ยวเถาทำกับหรงจู จึงได้รู้อีกว่าภูติตนนี้สะกดจิตผู้ฝึกปราณระดับต่ำกว่าขั้นเซียนได้ และยังพัฒนาได้อีกในอนาคต


                ความรู้สึกเสมือนมีจีเอ็มเป็นแบคอัพเป็นแบบนี้นี่เอง ตอนนี้นางรู้สึกปลอดภัยมาก ยิ่งได้สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ ยิ่งรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีที่มีชีวิตใหม่อีกครั้ง


                ชาติก่อนมีชีวิตไม่ราบรื่นนัก มีน้องสาวที่คอยแย่งทุกสิ่งที่นางรักไป เพราะความใจอ่อนยอมให้อภัยทั้งที่รู้ว่าน้องชั่วไม่มีทางกลับใจได้ จึงได้จบชีวิตด้วยอายุยี่สิบสามปี!


                “ถึงเสียที” จูเยวี่ยหวาปิดปากหาว เคลื่อนตัวลงจากรถม้าอย่างสง่างามไร้ที่ติ เพราะไม่มีผู้ใดนำทางให้ นางจึงต้องทวนความทรงจำเจ้าของร่างเก่า แล้วมุ่งหน้าไปลานงานเลี้ยงด้วยตัวเอง


                วังหลวงใหญ่โตโอ่อ่ามองไปหนทางใดก็ล้วนเจริญลูกตา ต้นซิ่วหลิวข้างสองฝั่งมีสีแดงแกมทองกลิ่นอายสมุนไพรร้อยปีหอมอบอวลชัดเจน นางรู้สึกคันมืออยากจะเด็ดบ้างส่วน


   เพื่อไปแลกตำลึงเงินเข้ากระเป๋าเสียตอนนี้เลย


                เมื่อนางมาถึงลานจัดเลี้ยง สีหน้าเปี่ยมความสุขของผู้คนก็ชะงักไป ตามมาด้วยสายตาเดียดฉันท์รอบทิศ ให้ตายเถอะ ไม่ต้องจ้องมองถึงขนาดนี้ก็ได้ รู้ตัวแล้วว่าสวย!


                จูเยวี่ยหวาหิวมาก จึงไม่มีเวลามาสนใจใครทั้งนั้น นางก้มหน้าก้มตารับอาหารเลิศรสมื้อแรกหลังสู่โลกใหม่ จะเป็ดตุ๋นเซียงอี้ ผลท้อสิบเจ็ดปีเชื่อมน้ำตาลกรวด หรือขนมฝูหลิงมงคลก็ไม่มีเหลือ ไม่เพียงแต่ทานจนอิ่มหนำ นางยังใช้โอกาสนี้ สั่งให้เสี่ยวเถาซ่อนของว่างเหล่านี้เก็บไว้ในมิติ


                กลับจากวังหลวงเมื่อไหร่ นางจะกินทั้งหมดจนกว่าจะพอใจ!


                แม้แคว้นเยี่ยมีสิ่งที่เรียกว่าแหวนมิติอยู่ แต่ก็มีค่าควรเมือง ทั่วแคว้นนอกจากฮ่องเต้และแม่ทัพจูบิดาของเจ้าของร่าง จะมีใครได้ครอบครองกันล่ะ หากสืบทอดเป็นมรดกก็จูอวิ๋นเจี้ยนบุตรสายหลัก หรือก็คือท่านโหวน้อยนั่นแหละ ที่สมควรได้มันไป ส่วนขยะไร้ค่าอย่างคุณหนูสาม แค่ฝันยังเป็นไปไม่ได้


                ดังนั้นของหายอย่าโทษนาง ไปโทษพี่ชายต่างมารดานั่นเถอะ!


                ยามเมื่อจูเยวี่ยหวาหัวเราะน้อย ๆ ดวงตาเป็นประกายสดใสเปี่ยมชีวิตชีวา บุรุษรอบด้านต่างมองตาค้าง บ้างก็ขยี้ตาอย่างรุนแรง คุณหนูสามตัวโง่งมงดงามได้ถึงเพียงนี้? ไม่พอยังทำให้พวกเขาใจเต้นระส่ำได้?


                ผีหลอกกลางวันโดยแท้!


                แม้แต่เฉินอ๋อง ก็ไม่อาจละสายตาจากหญิงไร้ค่าอย่างคุณหนูสาม ปรกติแล้วหญิงผู้นี้ต้องหาวิธีไล่ตามเขาไม่เลิกสิ ไฉนวันนี้จึงไม่เข้าหาเหมือนทุกที หรือนี่เป็นวิธีเรียกร้องความสนใจแบบใหม่ของนาง


                เหอะ! ช่างตื้นเขินนัก ใบหน้างดงามแล้วอย่างไร กลายเป็นตัวไร้ค่าไปแล้ว หญิงเช่นนางเป็นได้อย่างมากก็แค่นางบำเรอ ไว้เขาแต่งจูเยวี่ยปิงเป็นชายาเอก จะยอมมอบฐานะอนุบนเตียงปลอบขวัญนางแล้วกัน!


                งานในวันนี้ มีสนมเอกซ่งกุ้ยเฟยพระมารดาเฉินอ๋องเป็นแม่งาน หลังฮองเฮาสิ้นพระชมน์สนมเอกซ่งกุ้ยเฟยก็มีฐานะสูงสุดในวังหลัง นางยังเป็นน้องสาวของแพทย์หลวงซ่ง ผู้สามารถหลอมโอสถปฐพีขั้นกลางเพียงผู้เดียวในแคว้นเยี่ย จึงถือเป็นสตรีสูงศักดิ์ที่สุดในแคว้นไปโดยปริยาย


                สนมเอกซ่งจับตามองคุณหนูสามผู้โง่งมอยู่นาน วางแผนไว้ว่าจะมอบบทลงโทษใหญ่ให้ แต่ทว่าคุณหนูสามคนนี้กลับสงบเสงี่ยมเจียมตัวไปแล้ว


   ในเมื่อรู้ตัวว่าไร้ค่าก็จงหลบซ่อนแต่ในเงา นางจึงไม่คิดถือสาความเก่า


   ซ่งกุ้ยเฟยไม่ประสงค์ล่วงเกินมารดาของหญิงโง่ผู้นี้ หากจบลงด้วยดีได้ นางก็จะยอมรามือ


   สายตาสองคู่นั้นชัดเจนมากจนจูเยวี่ยหวาจับสังเกตได้ นางรอกระทั่งสองแม่ลูกเบือนความสนใจออกไป จึงทอดถอนลมหายใจออกมา


   นางคิดว่าจะถูกจับได้แล้ว! ขโมยของว่างหาใช่เรื่องง่ายดาย!


   ราชวงศ์กดขี่เจ้าของร่างเดิมมานาน มีโอกาสลงมือคราวใดก็ไม่มียั้งมือ นางขอเอาคืนสักเล็กน้อยเถอะ ฉับพลันที่นางคว้าที่ผลซิ่งสีชาดสิบห้าปี ร่างผ่ายผอมในชุดแดงสดก็ปรากฏตัวขึ้น


                เป็นซูจินเหยียน คุณหนูใหญ่จวนแม่ทัพซู อริตัวฉกาจของคุณหนูสามนั่นเอง คุณหนูซูเชิดลำคอตั้งกรีดกรายข้อมือทัดผม หมายจะโอ้อวดหยกเมฆาครามเสริมพลังธาตุบนข้อมือ ดวงตากระจ่างใสของจูเยวี่ยหวาหม่นลง คุณหนูผู้นี้กำลังโอ้อวดความร่ำรวย


                เห็นอยู่ว่านางจนมาก จะทนอย่างไรไหว


                “ไอโยว! นึกว่าใคร คุณหนูสามนั่นเอง ไม่พบเจอมานานเจ้ากลับไร้พลังไปแล้วหรือ” ซูจินเหยียนหัวเราะร่วน รอคอยการสวนกลับของหญิงโง่ ทว่ากลับไร้ความเคลื่อนไหว “นี่! เจ้าไม่ได้ยินคำพูดของข้าเลยรึ!


                จูเยวี่ยหวาเบือนหน้าหลบ แล้วยกถ้วยชาขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะคนพาล เมื่อยกขึ้นเตรียมจิบน้ำชาให้ชุ่มคอ เสี่ยวเถากลับร้องเตือน นายหญิง ชาถ้วยนี้มีพิษเจ้าค่ะ!’


                คู่มือนุ่มที่ประคองชาใกล้แตะริมฝีปากชะงักไป แล้วลอบมองผู้คนก่อนจะวางลง นางกวาดสายตาทั่วงานจนพบผู้ที่มีสีหน้าตื่นตระหนกได้อย่างทันท่วงที


                โอ้! พี่สาวคนโตของข้า ช่างดียิ่งนัก


                เพื่อกลบเกลื่อนความผิด จูเยวี่ยปิงชวนว่าที่แม่สามีคุยหลายคำ ทั้งยังใช้โอกาสนี้แสดงความสามารถอย่างแนบเนียน สนมเอกซ่งกุ้ยเฟยหัวเราะไม่หยุดเปี่ยมด้วยความสำราญ นางเอ่ยชมคู่หมั้นบุตรชายคนเดียวไม่มีสิ้นสุด มีบ้างบางหนที่หันมามองหญิงโง่งม


   แต่ทว่าวันนี้กลับสงบเสงี่ยมจนน่าประหลาดใจ


                เหอะ...สงบเสงี่ยมแล้วอย่างไร ก็แค่ตัวไร้ค่าผู้หนึ่ง หากคุณหนูรองจูเยวี่ยชิงเป็นคนมาหลงใหลลูกชายนาง นางย่อมหลับตาข้างหลับตาข้าง ไม่สนฐานะธิดาสายรอง ให้นางแต่งเป็นชายาเอกให้เฉินอ๋องแล้ว หากได้จูเยวี่ยชิงมาเกี่ยวดอง หลานชายตัวอ้วนในวันข้างหน้า ต้องเป็นอัจฉริยะเหนือผู้คนแน่


                สายเลือดเจ้าสำนักหลานผิงจะสามัญได้อย่างไร มีแต่คุณหนูสามตัวโง่งมที่ผ่าเหล่าออกมา แต่ในเมื่อจูเยวี่ยชิงหัวสูงนัก นางก็ทำได้เพียงเสียดาย


   อย่างน้อยคู่หมั้นคู่หมายอย่างจูเยวี่ยปิง ก็มีคุณสมบัติไม่เลว


                ทว่า วันข้างหน้าไม่อาจตัดสิน บัดนี้จูเยวี่ยชิงแซงหน้าพี่สาวต่างมารดาไปแล้ว อายุก็ยังน้อย วันข้างหน้าความห่างชั้นยิ่งเด่นชัด


                หากตัวโง่งมสงบจิตใจได้ นางอาจยอมยกฐานะอนุให้ก็ได้ ถึงเวลานั้นก็ค่อยให้หาโอกาสให้เฉินอ๋องทำให้อัจฉริยะแห่งแคว้นลุ่มหลง คู่หมั้นผู้นี้เป็นสตรีใจกว้างย่อมยอมรับฐานะชายารองได้


                ถึงเวลานั้น รัชทายาทจะมีสิ่งใดทัดเทียมลูกชายนาง


                ‘ฉินฮองเฮา! เจ้าจงรอดูข้าทำร้ายสายเลือดอ่อนแอของเจ้า!’


                สนมเอกซ่งหัวเราะอย่างสำรวม แต่ดวงตามีประกายเล่ห์เหลี่ยมชัดเจน แค่นึกนางก็อารมณ์ดีเป็นอันมาก จึงหันไปชื่นชมว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ปิงเอ๋อร์ เจ้าช่างเป็นดาวนำโชคของเปิ่นกง”


                “เป็นดาวนำโชคของเปิ่นหวางด้วย” เฉินอ๋องกระชับตัวคู่หมั้นในอ้อมกอด ท่ามกลางสายตาริษยาจากทั้งสตรีและบุรุษ จูเยวี่ยปิงปิดหน้าแดงระเรื่อดูบอบบางน่าทะนุถนอม คู่รักแห่งแคว้นหวานชื่น คนร่วมยินดีก็มีมากแต่ที่ริษยากลับมีมากยิ่งกว่า


   ทว่าคนที่สมควรออกอาการที่สุด กลับไม่ให้ความสนใจ


                จูเยวี่ยหวาไม่ได้ค่าคนพวกนี้ นางใช้เวลาส่วนใหญ่ไปสังเกตเครื่องประดับสตรีชั้นสูงอย่างละเอียดถี่ถ้วน เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะรูปแบบซ้ำซากไร้ความคิดสร้างสรรค์ ตัวนางขายของเก่ามีมูลค่ามานาน แม้ไม่ใช่ช่างก็พอจะมีความรู้และภาพจำรูปแบบเครื่องประดับหลากหลายอยู่ในหัว


                ในเวลานี้นางยากจนยิ่งกว่ายาจกข้างถนน หากเปิดร้านเครื่องประดับขึ้นมา อาจเป็นความคิดที่ดีก็ได้


                แค่ได้ฝันนางก็ไม่อยากจะตื่นขึ้นมาแล้ว เส้นทางแม่ค้าของนาง จะต้องดำเนินการต่อไป!


                “เจ้าไม่ได้ฟังคำของคุณหนูผู้นี้เลยรึ!” ซูจินเหยียนกระฟัดกระเฟียด นางกอดอกกระแอมไอในลำคอ ทว่าคู่สนทนากลับไม่สนใจเอาเหม่อลอย คุณหนูใหญ่สกุลซูจึงแค่นหัวเราะกล่าว “เจ้าอยากหวังสูงเองช่วยไม่ได้ เฉินอ๋องเป็นผู้ใด เจ้าเป็นผู้ใด เมื่อก่อนเจ้ายังดีนับเป็นผู้มีพรสวรรค์ผู้หนึ่ง แต่นิสัยอวดเบ่งของเจ้าจะมีผู้ใดรับได้ บัดนี้กระทั่งพลังปราณก็ไม่มี แม้เรียกภูติออกมาได้ แต่ภูติของเจ้ามิใช่ว่ามีพลังหยุดอยู่ที่ปราณแรกเริ่มขั้นสามรึ อย่าว่าแต่ท่านอ๋องคิดแต่งเจ้าเลย แม้แต่คุณชายชั้นล่าง ยังไม่มีผู้ใดคิดตบแต่งเจ้าเข้าจวน!


                “พูดจบหรือยัง?” น้ำเสียงของจูเยวี่ยหวาเรียบนิ่งดุจทะเลสาบน้ำแข็ง กลิ่นอายโง่งมในอดีตพลันเปลี่ยนเป็นพายุน้ำแข็งหนาวเหน็บ


                “เจ้า...เจ้า”


                ซูจินเหยียนตกตะลึงจนกล่าวคำพูดใดไม่ออก ประจวบเหมาะกับที่คู่หมายแห่งแคว้นประคองกันมาพอดิบพอดี จูเยวี่ยปิงสวมอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อลื่นสีขาวบริสุทธิ์ดิ้นเงินเป็นดอกปทุมสามชั้น ทุกย่างก้าวดุจเทพเซียนเยือนแดนมนุษย์ นางซบกลางอกคู่หมั้นแสดงสีหน้าโศกเศร้า


                “น้องพี่ เจ้ายังเจ็บไข้กลับฝืนร่างกายออกมา เจ้าคงตัดใจไม่ได้ หาก...หากเป็นเช่นนั้น ข้า..ข้าจะยอม..หลีกทางให้เจ้าเอง” ดวงหน้ารูปไข่ของนางเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำปนความสงสาร สายตาบุรุษทั่วงานเลี้ยงร้อนแรงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “พี่สาวรู้ดีว่า...เสี่ยวหวา มีใจให้ท่านอ๋องมาตลอด เป็นพี่...พี่...ผิดต่อเจ้า”


                หญิงโง่งมถึงกับกดดันพี่สาวร่วมบิดาให้หลีกทางให้ สตรีผู้นี้ยังคงหยาบช้าไม่มีเปลี่ยนแปลง!


                “ที่แท้นางแสร้งสงบเสงี่ยมเพื่อกดดันคุณหนูใหญ่นี่เอง นางจะมีหนังหน้าไปเพื่อสิ่งใด ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!


                “น่าสงสารคุณหนูใหญ่ เพื่อขยะผู้หนึ่งถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา เทพธิดาปิงของข้าอย่าขี้สงสารนักเลย หัวใจคุณชายผู้นี้เจ็บปวดยิ่งนัก!


                “สตรีเยี่ยงนี้ จะมีผู้ใดกล้าแต่งเข้าจวน!


                ถ้อยคำสุดท้ายอันเป็นโทสะของซูจินเหยียน ยากจะมีคนเห็นด้วย หลังจบคำนี้เหล่าบุรุษในงานก็เงียบงัน ใครจะไม่อยากได้สาวงาม แม้เอาออกงานไม่ได้ พวกเขาก็อยากได้เอาไว้เป็นอนุบีบนวด


                หากจูเยวี่ยหวารู้ความคิดชาติชั่วสามานย์ของบุรุษพวกนี้ นางย่อมหาสารพัดวิธีตัดอวัยวะสืบพันธุ์ เป็นการตอบแทน!


                “คุณชายทุกท่านอย่าได้ตำหนิน้องสามของข้าเลย เป็นความผิดของข้าเอง เป็นข้าขวางเส้นทางรักของเสี่ยวหวา” คุณหนูผู้บอบบางซับน้ำตาแล้ววิ่งหนีออกไป เนื้อตัวของนางสั่นเทิ้มเต็มไปด้วยความโศกาอาดูร


                “เจ้า! ดูสิ่งที่เจ้าทำลงไป” เฉินอ๋องกล่าวโทษ เขาคิดลงฝ่ามือบนใบหน้างามพริ้มเพรา ทว่าเมื่อเห็นดวงตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกคลั่งไคล้ปลาบปลื้มในตัวเขา ตัวเขาก็แน่นิ่งไป


                หญิงโง่คนนี้ไม่ใช่ว่า...


                ไม่รอให้เฉินอ๋องขบคิดจนถี่ถ้วน จูเยวี่ยหวาก็ให้คำตอบแก่เขา “เฉินอ๋อง เสียแรงข้าตาบอดชื่นชมท่านมายาวนาน กระทั่งข้าเกือบตายไปหนหนึ่ง หากไม่ได้คนของ ท่านตา ฉุดข้าจากขุมนรก ข้าคงจะตายไปแล้ว! ในเมื่อท่านมีใจหนักแน่นแต่เพียงจูเยวี่ยปิง ข้าก็จะไม่ขอขวางทาง ให้มันรู้ไปสิว่าคุณชายจากสำนักหลานผิงที่คู่ควรกับข้า จะด้อยไปกว่าองค์ชายแคว้นเล็ก ๆ อย่างเจ้า!


                คำเหล่านี้สร้างความตื่นตระหนกอย่างยิ่งยวด หากคำของขยะสกุลจูเป็นความจริง เท่ากับพวกเขาแส่หาเรื่องตายแล้ว แต่เจ้าสำนักหลานผิงมิใช่ตัดขาดบุตรีไปแล้วหรือ


                “มารดาของข้าคุณหนูผู้นี้ เพื่อช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ถึงกับยอมคุกเข่าอ้อนวอนท่านตาถึงสามวันสามคืน พวกเจ้าเตรียมตัวให้ดีเถอะ!” เมื่อเลียนแบบคำพูดคุณหนูสามคนเก่าได้อย่างครบถ้วน จูเยวี่ยหวาก็สะบัดหน้าเดินละจากไป


                ผู้คนต่างคิดไปในทางเดียวกัน ว่าหญิงโง่งมคิดลอบมองเฉินอ๋องเพื่อทบทวนความรู้สึก แต่เมื่อเห็นชายที่ตนรักไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย เส้นฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดสะบั้น


                เฉินอ๋อง ถึงคราวลำบากแล้ว!


                ต่อให้รวบรวมยอดฝีมือทั่วทวีป ก็ไม่อาจต่อต้านสำนักหลานผิง กระทั่งเบื้องหลังราชวงศ์ยังเคารพคนพวกนั้น นี่เฉินอ๋องถึงกับทำให้หลานสาวเจ้าสำนักไม่พอใจ


                ภาวนาแค่เพียงหญิงโง่กล่าวคำปด เพื่อไม่ให้ตนเสียหน้าไปมากกว่านี้เถอะ ด้วยนิสัยสตรีโง่งมผู้นี้ ไม่แน่ว่าอาจเป็นคำลวง


                “เหอะ! ขยะอย่างนาง แม้นเปิ่นหวางสังหารสับเป็นชิ้นให้หมูกิน ก็ยังไม่ถือว่าเกินไป!” เฉินอ๋องเหยียดรอยยิ้มเย็นแววตาเหี้ยมโหด


   สุราดีไม่ชอบดื่ม ชอบแต่จะดื่มสุราพิษ!

********************************************

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.044K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,884 ความคิดเห็น

  1. #2757 nok_te_ra (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 13:26
    จั๊ดก๋านมันแม่!!
    #2,757
    0
  2. #2026 fonlbol (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:47

    เดี๋ยวรู้ฤทธิ์จ้าาาาา​ จัดการมันนนนน

    #2,026
    0
  3. #1422 เมมฟิส (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 15:43
    จัดหนักๆให้คนพวกนี้ด่วน
    #1,422
    0
  4. #1318 jamela jam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 21:05
    ตอนนี้เริ่มงงค่ะว่าใครเป็นใคร 5555
    #1,318
    0
  5. #1217 _jh408 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 14:00
    ปล่อยให้คนยืนด่าอยู่ได้โอ้ยย เป็นแม่จะสวนให้กระอัก
    #1,217
    0
  6. #1120 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 16:49
    ตายแน่
    #1,120
    0
  7. #928 -ิ_•..Suea_a .. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 19:15

    อยากจับท่านอ๋องมาทำลายตันเถียน ทำให้พิการเดินไม่ได้ ส่งเข้าซ่องชายชั้นต่ำสุดของแคว้นมาก คนแบบนี้

    #928
    0
  8. #918 pamiwashi32 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 13:16
    ตายยยเองพร้อมตายแล้วใช่ไหมมม
    #918
    0
  9. #720 TEAR (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 17:14
    อ๋องโง๊ววววววววว
    #720
    0
  10. #627 nanhtay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 15:06
    เปิ่นหวาง มั๊ยคะ ไม่ใช่เปิ่นหวัง
    #627
    0
  11. #605 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 10:17
    เลวมาก พี่สาวที่เลวมากจริงๆ
    #605
    0
  12. #550 b.a.b.ytae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 20:05
    โดนเละเลยนางเอกเรา
    #550
    0
  13. #35 tigerdog (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 13:47
    หญิงร้ายชายชั่ว
    #35
    0
  14. #10 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 22:07
    รอค่ะๆ
    #10
    0
  15. #9 love-yourself (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 21:23

    จูเยวี่ยหวาตอนยังไม่มีปราณยังขนาดนี้ พอมีปราณแล้วเฉินอ๋องกับจูเยวี่ยปิงคงเหลือแค่ชื่อแล้วล่ะ
    #9
    0
  16. #8 Kidspurin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 20:55
    สนุกมากกกก
    #8
    0