ฮูหยินประมุขมาร

ตอนที่ 7 : บทที่ 006 l คุณหนูจากเกาะซานไห่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,907 ครั้ง
    27 ม.ค. 63



6

 

                สุดท้ายจูเยวี่ยหวาก็อยู่ไม่ถึงเวลาที่ดอกโบตั๋นสีรุ้งผลิบาน เรื่องนี้ทำนางรู้สึกเสมือนกลืนก้อนเกลือเข้าท้อง โชคดีที่อย่างน้อยได้กล่าวคำตัดขาดเฉินอ๋องผู้น่ารังเกียจไปแล้ว ไม่อย่างนั้นโทสะอันมากล้นในอก ย่อมยากจะหาที่ระบาย!


   นางไม่ได้กลับจวนในทันที เนื่องด้วยมารดาและพี่สาวเข้าร่วมงานล่าจิ้งจอกสีเงินกับฮ่องเต้ ที่จวนจึงมีฮูหยินผู้เฒ่าผู้ลำเอียงรั้งรออยู่


                ดังนั้น นางจึงแวะโรงเตี้ยมเฉียงกงแทน โรงเตี้ยมแห่งนี้แบ่งส่วนร้านอาหารและเรือนพักแรมออกจากกัน เป็นโรงเตี้ยมอันดับหนึ่งของแคว้นเยี่ย ราคาย่อมสูงเป็นอันมาก หน้าร้านอาหารแกะสลักป้ายเป็นอักษรหมิงเฉียงเอาไว้ อาคารไม้ชั้นดีมีกลิ่นอายพลังปราณเข้มข้น แค่สูดเข้าปอดก็เดินพลังได้ลื่นไหลแล้ว


                จูเยวี่ยหวาเดินขึ้นไปถึงชั้นสอง เปิดห้องส่วนตัวแล้วให้เสี่ยวเถาออกมา ที่แห่งนี้ไม่ได้เพียงรับตั๋วเงิน แต่ยังรับสิ่งมีค่าอื่นแลกด้วย ประจวบเหมาะกับที่เมื่อครู่ก่อนออกจากวังหลวง เสี่ยวเถาลอบขุดดอกราตรีพราวฟ้าโดยไม่ให้ใครพบเห็น จากสวนสมุนไพรเขตต้องห้ามมาสามต้น


                เจ้าตัวน้อยใช้ช่วงเวลาที่นางแล่นบทหญิงโง่เก็บสมบัติให้นาง ช่างเป็นเด็กดีเหลือเกิน


                “สิ่งนี้พอจะแลกได้สักกี่ตำลึง” นางดัดเสียงให้เข้มขึ้น ใบหน้าจิ้มลิ้มงดงามสวมผ้าผืนบางปกปิด จึงเห็นเพียงแววตาเรียบนิ่ง ในวันนี้นางสวมอาภรณ์ผ้าไหมดิ้นเมฆาหรูหราสูงส่งกว่าทุกวัน จึงยากที่คนทั่วไปจะรู้ว่านางคือคุณหนูผู้โง่เขลาจากสกุลจู!


                ผู้ดูแลโรงเตี้ยมชั้นสองมีสถานะไม่ด้อย เขาฝึกฝนจนมาถึงปราณแรกเริ่มขั้นเก้า ระหว่างที่จับจ้องดอกราตรีพราวฟ้าในมือนุ่ม เขาก็ประเมินอย่างรอบคอบแล้วกระแอมไอกล่าว “หนึ่งร้อยตำลึงทอง!


                ดวงตาใสกระจ่างหม่นเสียงลง แล้วมองป้ายหยกนาม เผิงหม่าเคอ ที่ผู้ดูแลโรงเตี้ยมห้อยไว้ ด้วยสายตาเย็นชา “ผู้ดูแลเผิง เป็นพ่อค้าไม่ควรคดโกง ข้าทดสอบเจ้าเล็กน้อย เจ้ากลับเผยหางจิ้งจอกออกมาจนหมดเลยรึ!


   ระหว่างที่นางกล่าว เสี่ยวเถาก็ปลดปล่อยกลิ่นอายผู้ฝึกปราณขั้นปฐพีชั้นสูงกระจายไปทั่วโรงเตี้ยม เผิงหม่าเค่อตัวสั่นเข่าอ่อน ทรุดตัวบนพื้นแทบไม่ทันเลยทีเดียว


                สตรีผู้นี้เขาไม่อาจแตะต้องได้!


                “ท่านหญิง ไม่สิ! ท่านผู้อาวุโส โปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วย เพี๊ยะ ๆ” เผิงหม่าเคอตบแก้มซ้ายขวาของตนจนบูดบวม  เดิมทีเขาก็อวบอ้วนอยู่แล้ว ในตอนนี้ยิ่งคล้ายหมูไปกันใหญ่


   ต่อหน้าผู้ฝึกลมปราณปฐพีชั้นสูง แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังต้องยำเกรง อีกทั้งสตรีตรงหน้ายังอ่อนเยาว์นัก มีพลังมาถึงขั้นนี้ย่อมไม่ใช่คนจากแผ่นดินสี่แคว้น แต่เป็นคนจากเกาะซานไห่!


   เผิงหม่าเคอรู้สึกว่าตัวมันเลอะเลือนล่วงเกินผิดคน ให้ตายหมื่นครั้งยังไม่พอให้ชดใช้ จึงขอความเมตตาพร้อมแสดงความจริงใจ “ท่านผู้อาวุโส...”


   “เรียกข้าคุณหนู” จูเยวี่ยหวากล่าวเสียงใส นางใช้นิ้วชี้หมุนกำไลหยกเมฆาครามบนโต๊ะ แววตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ทว่ากลิ่นอายกลับดุเดือดเลือดพล่าน


   ตัวตนยิ่งใหญ่ฝึกฝนจนถึงปราณปฐพีชั้นสูงด้วยวัยเพียงเท่านี้ มีเพียงหนึ่งเดียวนั่นก็คือตระกูลหลักจากเกาะซานไห่ ซึ่งเป็นที่ตั้งพรรคสำนักมากมาย พรรคเพลิงสวรรค์เบื้องหลังราชวงศ์ ก็เป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจในที่แห่งนั้น


   “ค...คุณ...คุณหนู ดอกราตรีพราวฟ้าต้นนี้ ข้าน้อยจะให้ราคาเป็นสามเท่าของตลาด ไม่สิ! สี่เท่าเลยขอรับ!” ผู้ดูแลเผิงเนื้อตัวสั่นสะท้านเมื่อเห็นแววตาคมกริบ จึงตบหน้าของมันดัง เพี้ยะ! อีกสามทีแล้วเอ่ยเสียงสั่น “...ห้าเท่า เป็นอย่างไร!?”


                “ตกลง ห้าเท่า” คุณหนูผู้สูงศักดิ์ดึงเอาต้นดาราพราวฟ้าออกมาอีกสองต้น แล้วหยิบยื่นแลกเปลี่ยน ผู้ทำการค้าอย่างเผิงหม่าเคอชะงักงัน ยื่นมืออันสั่นเทารับเอาไว้


   ไฉนคุณหนูท่านนี้ จึงไม่บอกเขาว่ามีถึงสามต้น ขาดทุน มีแต่จะขาดทุน!


                เพียงชั่วครู่ตั๋วเงินสี่พันห้าร้อยตำลึงทองก็มาถึงมือนางอย่างนอบน้อม จูเยวี่ยหวาถึงกับเลิกคิ้ว ราวกับโชคหล่นทับ นางรู้สึกร่ำรวยขึ้นมาทันทีทันใด ดินแดนนี้ร้อยตำลึงเงินคือหนึ่งตำลึงทอง เหลืออีกแค่ห้าร้อยตำลึงทองนางก็ซื้อผลซิ่งห้าสิบปีได้แล้ว!


                เผิงหม่าเคอผู้นี้ควรจะขอบคุณ ที่นางเล่นเบาไม่คิดเอาเรื่องใหญ่โต


                เมื่อหาข้ออ้างเปี่ยมคุณธรรมให้ตัวเองเสร็จสรรพ จูเยวี่ยหวาก็สั่งเป็ดอบน้ำผึ้ง ปลาผัดสามรสสมุนไพร และของว่างราคาแพง แน่นอนว่าคนโกงสกุลเผิงไม่กล้ารับเงินจากนาง มื้อนี้จึงไม่ต้องจ่าย!


                “อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ เสียดายที่ไร้พลังวิญญาณ” เสี่ยวเถาเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างน่าเอ็นดู จูเยวี่ยหวาอดไม่ได้ที่จะจับสาวน้อยโลลิน่ารักมากอดให้แน่น สุดท้ายกลับกลายเป็นว่านางถูกตีจนหัวปูด


                “ใจร้ายนักนะเสี่ยวเถา”


                “ฮึ่ม! ภูติผู้นี้เป็นภูติระดับสูงสุด จะยอมถูกเอาเปรียบได้อย่างไรล่ะ” เจ้าแมวน้อยแลบลิ้น แล้วกลืนพุทราเชื่อมลงไป


                เยวี่ยหวาทำได้แค่เลิกเล่นซุกซน แล้วเท้าคางครุ่นคิดกล่าวเสียงอ่อน “น่าแปลกที่ข้าปรับตัวได้รวดเร็วถึงขั้นนี้ แต่ก็เอาเถอะ โลกใบนี้มันน่าสนุกจริง ๆ นั่นแหละ”


                “นายหญิงชอบที่นี้?”


                “ใช่ ผู้คนพวกนั้นล้วนมองออกได้ง่าย ไม่ซับซ้อนเท่าคนจากโลกเดิมของข้า” เสี่ยวเถาเอียงคอดูน่ารักน่าเอ็นดู จูเยวี่ยหวาจึงขยับหัวเราะร่วนกล่าวเสียงขบขัน “ที่สำคัญคืออาหารอร่อยมาก! ให้ตายเถอะ มันอร่อยจนไม่อยากหยุดกินเลยทีเดียว”


                ภูติครึ่งแมวย่นคิ้วเชิดคอ “หากนายหญิงพ้นออกไปจากทวีปเล็ก ๆ แห่งนี้ ท่านจะทึ่งมากกว่านี้อีก ดังนั้นจงรีบหาส่วนผสมหลอมโอสถชำระไขกระดูกเสียทีเถอะ!


                “มีเจ้าอยู่ ช้าหน่อยจะเป็นไร” น้ำเสียงของนางเกียจคร้านไม่มีปกปิดแม้แต่น้อย


                “ฮึ่ม! มีนายไม่ได้ดั่งใจ จะเปลี่ยนก็ไม่ได้” เจ้าเสี่ยวเถาน้อยกอดอกสะบัดหน้าน้ำเสียงทีเล่นทีจริง จูเยวี่ยหวาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จึงยอมวางแผนต่อโดยดี ก่อนอื่นต้องรีบหาผลซิ่งที่หาได้ง่ายกว่าส่วนผสมอื่นเสียก่อน แต่ทว่าสิ่งนี้แม้มีเงินก็ใช่จะได้รับมาครอบครอง


                ผลซิ่งนั้นส่วนใหญ่จะมีอายุไม่เกินยี่สิบปี ที่มีอายุมากไปกว่านี้นั้นหายากอย่างยิ่ง อีกทั้งคนทั่วไปยังไม่เห็นคุณค่าจึงไม่ได้รับความนิยมสักเท่าใด ราคาห้าแสนตำลึงเงินหรือก็คือห้าพันตำลึงทอง จึงฟุ่มเฟือยเกินไปที่จะใช้สอยนำมันมา


   หากสรรพคุณเป็นที่รู้โดยทั่วกัน อย่าว่าแต่หมื่นตำลึงทองเลย แม้แต่แสนตำลึงทองก็ยังคุ้มค่า


                อีกทั้งจากที่เสี่ยวเถากล่าว ผ้าซิ่งห้าสิบปีถ้วนนั้นมีสรรพคุณรักษาเส้นปราณที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้ ทั้งยังไม่ต้องเริ่มฝึกพลังปราณใหม่


   แผ่นดินนี้หากผู้ใดถูกทำลายปราณก็มีแต่ต้องทำใจไม่อาจเรียกคืน และแม้นได้โอสถล้ำค่าราคาสูงมาใช้ สุดท้ายก็ต้องเริ่มฝึกปราณใหม่อยู่ดี


                ธุรกิจนี้เองก็น่าสนใจ หากนางกว้านซื้อต้นผลซิ่งผูกขาดไว้ จะต้องรวย รวย แล้วก็รวย!


                ครั้นเมื่อใบหน้าเจ้าเล่ห์ปรากฏเสี่ยวเถาก็ถอนหายใจบ่นอุบอิบว่า “ไม่ได้แตกต่างจากคนโฉดสกุลเผิงเมื่อครู่แม้แต่น้อย ล้วนเป็นพ่อค้าแม่ค้าหน้าเลือด!


                คำหลุดปากนี้ทำให้นางรู้ว่า เจ้าภูติตัวน้อยอ่านใจนางได้!?

********************************************


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.907K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,883 ความคิดเห็น

  1. #2727 Pannmak (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 07:50

    ขำเสี่ยวเถา

    #2,727
    0
  2. #2286 หยางเสวี่ย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:30
    แต่จริงๆก็เข้าขากันนะเจ้าคะเจ้านายหน้าเลือดกับภูติน้อยช่วยขโมย
    #2,286
    1
    • #2286-1 pamao443(จากตอนที่ 7)
      20 มิถุนายน 2563 / 16:42
      เห็นด้วยเจ้าค่ะ!น้องเกิดมาคู่กันจิงๆ~
      #2286-1
  3. #1088 bowbowlovetomtom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 09:51
    555น่ารักกันจริงๆ
    #1,088
    0
  4. #1066 goldpaddy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 01:29
    55555555+ แม่ค้าหน้าเลือกมาแล้วจร้ส55555
    #1,066
    0
  5. #786 Poonchanit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 08:47
    ไม่ใช่แค่แม่ค้าหน้าเลือด เป็นขี้ขโมยด้วย
    #786
    0
  6. #607 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 10:25
    ภูติน่ารักไม่แพ้เจ้านายหรอก อิอิ
    #607
    0
  7. #12 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 08:18
    สนุกคะ
    #12
    0