ไดโนซอร์ #ไดโนซอร์รัก

ตอนที่ 10 : ไดโนซอร์รัก : บทที่ 9 (110%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9,243 ครั้ง
    28 ก.ค. 62





บทที่ 5




     เสียงประตูรั้วถูกเปิดดังเรียกความสนใจจากผมที่กำลังสวมใส่ชุดนอน ก้าวพรวดพราดตรงไปยังประตูระเบียง ดึงให้เปิดออกก่อนจะเดินออกไปดูว่าใช่พี่ไดโนหรือเปล่า นึกว่าพี่เขาจะรอให้ผมลงไปก่อนแล้วค่อยกลับ ร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าบ้านขยับตัวขึ้นคร่อมไปบนรถตัวเองทำผมใจกระตุกไปเล็กน้อย พาลนึกในใจว่าทำไมพี่เขาถึงไม่บอกผมสักหน่อยว่าจะกลับแล้ว

    ยืนจ้องมองเงียบ ๆ   


    พี่ไดโนนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ขณะที่ก้มมองโทรศัพท์อยู่


    ตึ้ง!


    ..


    ผมหันกลับไปมองต้นตอของเสียง ก้าวเท้ากลับเข้าไปหยิบโทรศัพท์ก่อนจะเดินกลับออกมาที่ริมระเบียงเหมือนเดิม ก้มมองข้อความที่ได้รับมาจากใครบางคนที่กำลังจะกลับ

     Dino Dino : กลับแล้วนะ

     Dino Dino : ยืนทำเหี้ยไรตรงนั้น เข้าห้องไป

     พี่ไดโนเงยขึ้นมาทำหน้าดุใส่ผม ไม่รู้ว่าที่พี่เขากลับเพราะถูกพ่อผมไล่ให้กลับหรือเปล่า นี่มันก็ดึกแล้ว ผมไม่ได้คิดจะรั้งอะไรพี่เขาหรอก ก็แค่อยากให้บอกกันสักนิดว่าจะกลับ ..ผมจะได้ขอบคุณพี่เขาสำหรับทุกอย่างในวันนี้


    แต่ก็ไม่เป็นไร บอกผ่านทางนี้ก็ได้ คิดว่าพ่อผมคงไม่ได้ไว้ใจพี่ไดโนตั้งแต่แรกเหมือนกันกับที่ผมเคยรู้สึกในตอนที่พี่เขาลุยเข้ามาบอกว่าจีบผมใหม่ ๆ

  

    Ruk Passakorn : แค่อยากบอกว่าขอบคุณ

    

    ตึ้ง!

    Dino Dino : เออ เข้าห้องสักที

    Dino Dino : ยืนรอให้ยุงแดกเลือดก่อนหรือไง


    ผมยิ้มขำ ยกมือโบกไปมาส่งให้กับพี่ไดโนที่เงยหน้าขึ้นมาอีกรอบแล้วถึงจะพาตัวเองกลับเข้าห้องมาพิมพ์ข้อความอีกหนึ่งข้อความว่าให้พี่เขาขับรถกลับดี ๆ กดส่งไปให้ก่อนจะเอาโทรศัพท์วางทิ้งไว้บนที่นอน ลงจากห้องมาเพื่อจะกินข้าวร่วมกับพ่อในมื้อเย็น


    เสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้น ผมมองผ่านประตูบ้านออกไปขณะที่นั่งลงบนเก้าอี้


    “พ่อไล่กลับไปเอง” พ่อว่า


    เห็นไหมล่ะ อย่างที่ผมคิดเอาไว้เลย


    “อย่างน้อยก็น่าจะให้พี่เขากินข้าวด้วย”


    “ลูกชอบเขาเหรอ”


    “พี่เขาดูกระด้างไปบ้าง แต่จริง ๆ แล้วก็นิสัยดี” ผมให้คำตอบที่ไม่ได้ตรงกับคำถามของพ่อเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ไม่ใช่ว่าที่เลี่ยงตอบเพราะว่าชอบอะไรพี่ไดโนมากมายขนาดที่จะต้องอวยให้พ่อรู้สึกดีกับพี่เขา แค่อยากจะบอกให้พ่อรู้เอาไว้เพราะพี่ไดโนเองก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร ออกจะจริงใจกว่าคนหลายคนที่มาด้วยท่าทีสุภาพน่าคบหาด้วยซ้ำ


    “พ่อไม่ได้ติดใจตรงนั้น”


    “....”


    “บทเรียนมีแล้ว พ่อไม่อยากให้มันซ้ำรอย ลูกมั่นใจเหรอว่าถ้าเปิดใจแล้วคบกับพี่เขาจริง ๆ แล้วในอนาคตมันจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ..แล้วถ้ามันเกิด ลูกคิดว่าลูกจะต้องลาออกย้ายที่เรียนอีกไหม” คำถามแสดงถึงความห่วงใยและสายตาของพ่อที่ทอดมองมาผมเองก็เข้าใจ เพราะถ้าว่ากันตามตรงผมก็สูญเสียความรู้สึกที่อยากจะเชื่อใจใครสักคนไปตั้งนานแล้ว เสียไปตั้งแต่เรื่องของเมฆและสีคราม


    “ผมก็ยังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น”


    ไม่ได้คิดไปถึงว่าจะได้คบหากับพี่ไดโนด้วยซ้ำ


    คิดแค่วันพรุ่งนี้พี่เขาจะพาผมไปติวที่ไหนอีก แล้วจะได้ไปเดินเที่ยวกันเหมือนวันนี้อีกไหม เรื่องในอนาคตที่ไกลออกไปขนาดนั้นผมแทบไม่ได้นึกถึงมันเลย รู้แค่ว่าตัวเองยังไม่พร้อมเพราะแผลในใจที่ยังไม่จางหาย แต่ก็ไม่ได้คิดไปถึงขนาดว่าจะถูกกระทำแบบเดิมซ้ำรอยอีกครั้ง


    “กินข้าวกันดีกว่าครับ ผมหิวแล้ว” ผมว่าเสียงแผ่ว ก้มหน้าลงตักกับข้าวใส่ลงในจานให้กับพ่อ ยุติการพูดคุยบนโต๊ะอาหารเอาไว้เพียงเท่านั้นจนกระทั่งกินข้าวเสร็จ พ่อขอตัวขึ้นไปทำงานต่อในขณะที่ผมล้างทำความสะอาดถ้วยชาม


    ปิดไฟที่ชั้นล่างของบ้านจนหมด เหลือไว้เพียงแค่ไฟตรงโถงบันไดเท่านั้น


    พี่ไดโนส่งข้อความมาบอกว่าถึงโรงแรมที่พักแล้ว แต่ด้วยความง่วงและเพลียจากกิจกรรมในวันนี้ผมเลยได้แต่พิมพ์ตอบกลับไปเล็กน้อยและปิดท้ายด้วยบอกฝันดีก่อนจะปิดไฟในห้องจนมืดสนิท กลับมานอนมุดผ้าห่มหลับตาพริ้ม


    นึกไปถึงถ้อยคำที่พ่อบอกแล้วก็เริ่มหวั่นใจขึ้นมาเหมือนกัน แต่พี่ไดโนก็คือพี่ไดโน ผมแค่รู้สึกได้ว่าพี่เขาไม่ใช่คนแบบนั้น..แต่ตอนที่คบกับเมฆเอง ผมก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าเมฆจะใจร้ายและกล้าบุกมาทำร้ายผมแบบในวันนั้น


    อ่า.. ผมคงยังรู้จักใครไม่ดีพอเลยสักคน นั่นรวมถึงพี่ไดโนด้วยเช่นกัน


    นอนคิดไปได้สักพักผมก็เริ่มหาวจนน้ำตาร่วงไหล


    ดึงผ้าห่มคลุมปิดมาครึ่งหน้าก่อนจะหลับตาลงนอน ปล่อยให้สติหลุดลอยและหลับลงในที่สุด




    ผมตื่นมาในตอนสาย เดินงัวเงียลงมาด้านล่าง กลิ่นหอมจาง ๆ ภายในห้องกินข้าวนั้นทำให้ผมรู้ว่าพ่อคงตื่นและลุกขึ้นมาทำของที่ผมชอบกินให้แล้วในเช้าวันนี้ ผมเดินไปเปิดฝาชีขึ้นดู แย้มยิ้มกว้างก่อนจะมองหาคนทำ สายตาสะดุดเข้ากับแผ่นโพสอิทเล็ก ๆ ที่ติดอยู่บนตู้เย็น ลายมือยุกยิกที่ผมจำได้ว่าเป็นของพ่อเขียนบอกบางอย่างที่ทำให้ผมถอนหายใจพร้อมกับยิ้มออกมา


    ‘พ่อต้องไปต่างจังหวัดกับหัวหน้า งานด่วน ของที่ลูกชอบพ่อทำเอาไว้แล้ว ไม่โกรธพ่อนะรัก’


    …


    ใครจะไปโกรธกันล่ะ


    อีกอย่างปกติตั้งแต่ที่ผมเรียนมัธยมพ่อเองก็มีออกต่างจังหวัดบ่อยอยู่แล้ว ไอ้โกรธน่ะไม่โกรธหรอก แต่ก็อดเป็นห่วงสุขภาพของพ่อไม่ได้ พักผ่อนก็น้อย แล้วยังจะต้องทำงานเกือบทุกวันในหนึ่งสัปดาห์อีก ตอนผมอยู่น่ะไม่เท่าไหร่หรอก ผมดูแลพ่อผมได้ ห่วงก็แต่ตอนที่ผมไปเรียนนี่แหละ


    ผมปิดครอบอาหารบนโต๊ะไว้เหมือนเดิม เดินโซเซไปที่ห้องน้ำสำหรับไว้รับแขก เปิดน้ำล้างหน้าล้างตาให้รู้สึกสดชื่นก่อนจะเปิดประตูบ้านออกไปรับลมเย็น ๆ ที่ด้านนอก


    ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนดีกว่า..เผื่อพี่ไดโนมาผมจะได้ชวนกินข้าวแล้วออกไปเลย ไม่เสียเวลาให้พี่เขารอด้วย


    ระยะเวลาในการอาบน้ำของผมไม่ได้นานอะไร แต่ก็แปลกใจอยู่ที่วันนี้พี่ไดโนมาช้า สิบโมงกว่าแล้ว ผมทนความหิวไม่ไหวก็เลยกินข้าวเสร็จไปก่อน นั่งเลื่อนช่องทีวีดูระหว่างที่รอ จะทักไปหาก็กลัวว่าจะเป็นการเร่งพี่เขาทั้ง ๆ ที่พี่ไดโนเองก็ไม่ได้อะไรจากการมาติวให้ผม


    นั่งได้สักพักเสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นเคยก็ทำให้ผมลุกพรวดขึ้น


    เดินออกจากบ้านตรงไปยังประตูรั้วเมื่อรถจอดสนิทและพี่ไดโนเองก็ถอดหมวกกันน็อกออก แต่อะไรก็ไม่น่าตกใจและแปลกตาสำหรับผมได้เท่ากับชุดที่พี่เขาใส่อยู่


    ชุดสูท..


    สูทสีดำดูเรียบร้อยและส่งเสริมให้คนตรงหน้ามีบุคลิกที่เคร่งขรึม น่ามองมากขึ้นเป็นเท่าตัว พี่ไดโนจัดแต่งทรงผมตัวเองที่ถูกเซ็ทเป็นทรงในขณะที่ผมยืนอึ้งหาคำพูดที่จะทักทายพี่เขาไม่เจอ


    “กูขอโทษที่ช้า” เสียงทุ้มเปล่งออกมาเรียกสติผมให้กลับคืน


    ส่ายหัวตอบพี่เขาไปไม่เต็มเสียง “ไม่เป็นไร..”


    ขนาดนี้แล้วผมก็ยังจ้องพี่ไดโนอยู่ จนพี่เขารู้ตัว ก้มมองชุดที่ตัวเองสวมใส่อยู่ตามสายตาของผม


    “กูเพิ่งทำธุระเสร็จ มึงจะไปเลยไหม”


    “ครับ เดี๋ยวผมไปล็อกบ้านก่อน” หมุนตัวไปมาแก้เก้อ ชี้เข้าไปในบ้านก่อนจะรีบก้าวหนีจากพี่ไดโนเข้ามาหยิบหมวกกันน็อกที่พี่เขาเคยให้เอาไว้ ล็อกบ้านเสร็จก็เกินก้มหน้าก้มตาออกมา ไม่กล้ามองแล้วอะ พี่ไดโนใส่สูทแบบนี้แล้วดูดีมากจริง ๆ เหมือนกับคนละคนกันเลย


    ขนาดตอนขึ้นไปนั่งซ้อนรถพี่เขาผมยังเกร็งทื่อไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้น


    สถานที่ติวในวันนี้กลายเป็นห้องขนาดใหญ่ภายในโรงแรมหรูที่อยู่กลางเมือง และผมก็เพิ่งมารู้ว่ามันคือโรงแรมที่คุณพ่อของพี่เขาเป็นเจ้าของและบริหารดูแลอยู่ ส่วนพี่ไดโนจะช่วยทำธุระให้เป็นครั้งคราวเท่านั้นอย่างเช่นวันนี้ที่พี่เขาไปรับผมสายก็เพราะว่าต้องอยู่ต้อนรับแขกคนสำคัญที่มาเข้าพักแทนพ่อของพี่เขาที่ลงใต้ไปดูโครงการสร้างรีสอร์ทชายทะเลอะไรสักอย่าง


    ผมฟังไม่ทันเพราะมัวแต่อึ้งกับขนาดและความหรูหราของห้องที่ตัวเองกำลังยืนอยู่


    “จะติวเลยไหม”


    “อื้อ”


    “มานั่งตรงนี้” พี่ไดโนเรียกให้ผมไปนั่งลงบนโซฟาสีน้ำตาลเข้มเข้ากันกับพวกชุดโต๊ะเก้าอี้ที่วางตกแต่งรอบ ๆ


    และมันดูเข้ากันมากกับผู้ชายตัวสูงใหญ่ใส่สูทที่นั่งจ้องผมอยู่


    “พี่ไม่เปลี่ยนชุดเหรอ” ผมถาม เดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟานุ่มแสนนุ่มตัวเดียวกันกับที่พี่ไดโนนั่งอยู่แต่ผมนั่งห่างจากพี่เขานะ


    “ขยับมา”


    …


    ขยับ


    “รัก ขยับมาอีก” เสียงดุ ๆ เอ่ยสั่งอีกรอบ


    ผมเงยหน้ามองพี่เขาด้วยความขัดใจ แต่เพราะรู้ว่าเถียงอะไรไม่ได้ก็เลยขยับเข้าไปอีกรอบจนต้นขาสัมผัสกับแขนของพี่เขาแผ่วเบา


    “ขยับหนีกูจับนั่งตักนะ”


    กึก!


    “ผมจะต่อยพี่ให้ดู”


    “กล้าเปล่า”


    ได้แต่ส่งค้อนขู่ฟ่อกลับไป เปิดหน้าหนังสือเพื่อเป็นการตัดบทสนทนา ไม่สนใจเสียงหัวเราะจากคนตัวสูงด้านข้าง พอเริ่มติวพี่ไดโนก็เข้าโหมดจริงจังไม่ต่างอะไรจากที่ติวให้ผมเมื่อวาน เสียงทุ้มพูดอธิบายให้ฟังที่ละขั้นตอน ผมว่าพี่ไดโนสามารถไปเป็นอาจารย์ได้เลยนะ สอนเข้าใจง่าย เป็นขั้นตอนไม่เร็วและไม่ช้าเกินไปด้วย


    แถมสภาพพี่เขาในตอนนี้ก็ให้อยู่นะ..สูทถอดพาดไปบนที่วางแขนเหลือเพียงเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ๆ เนกไทคลายออกดูแบดไปนิดแต่ถ้าดึงกลับเข้าไปจัดให้เรียบร้อยก็ดูไม่ต่างอะไรจากอาจารย์ในมหา’ลัยเลย


    “เห้ย! จะติวหรือจะมองหน้ากู”


    ดุด้วย…


    ผมสะดุ้งเฮือกในตอนที่โดนดุ กะพริบตาปริบก่อนจะรีบก้มลงมองหนังสือต่อเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเผลอจ้องและคิดเรื่องอีกฝ่ายจนสมาธิหลุดจากการติว


    “ทำข้อนี้กับข้อนี้ เดี๋ยวกูตรวจอีกที”


    สิ้นเสียงพี่ไดโนผมก็เริ่มลงมือทำเงียบ ๆ ทันที ข้อแรกผ่านไปใช้เวลาเกือบสามสิบนาทีก่อนจะเริ่มข้อที่สอง ผมนั่งคิดสักพัก ลองทำดูตามวิธีที่พี่ไดโนเพิ่งจะบอกไปบวกกับที่ตัวเองเคยเรียนเข้าไปด้วยแต่ก็ยังมีบางขั้นตอนที่ติดขัดในความคิดอยู่ ตั้งใจจะหันไปถามคนตัวสูงด้านข้างแต่ก็ต้องหยุดชะงักกับภาพที่เห็นอยู่ในตอนนี้


    ….


    ผมไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว


    นั่งมองพี่ไดโนที่นอนหลับเอนพิงไปกับโซฟา ใบหน้ายามหลับไม่ต่างอะไรกันเลยกับตอนที่ตื่น ไม่ได้ดูน่าเอ็นดูอะไรทั้งนั้นแต่ดูดีเหมือนเดิม คนอะไรขนาดหลับคิ้วก็ยังผูกกันยุ่ง หน้าไม่ผ่อนคลายเหมือนคนที่กำลังได้รับการพักผ่อนเลย


    เห็นพี่เขาหลับไปแบบนี้ผมก็ไม่กล้าปลุก ขยับตัวยื่นมือไปหยิบเอาชุดสูทที่พี่เขาพาดเอาไว้อีกฝั่งนึงมาคลี่ออกวางคลุมลงไปบนร่างเจ้าของมันแผ่วเบาก่อนจะก้มหน้าลงทำต่อด้วยตัวเอง


    


    คอนโดฯ xxxx


    “เมฆ หยุดดื่มแล้วลุกไปอาบน้ำ พี่พูดกี่รอบแล้วว่าให้เลิกดื่ม เมฆดื่มแล้วเมฆได้อะไร ไอ้ข่าวเสียหายที่มันเกิดขึ้นไปแล้วมันก็ไม่ได้หายไป ในเมื่อผิดพลาดไปแล้วก็ต้องยอมรับและออกไปขอโทษ ไม่ใช่มานั่งโทษนั่นนี่แล้วดื่มเหล้าแบบนี้ เมฆ! ฟังพี่อยู่หรือเปล่า”


    “พี่กิ๊บออกไปก่อนได้ไหมครับ เมฆอยากอยู่คนเดียว” เสียงทุ้มเครือเอ่ยบอกกลับมา อดีตดาราที่เคยมีขื่อเสียงจากซีรี่ย์วัยรุ่นชื่อดังเงยหน้าขึ้นจ้องมองผู้จัดการส่วนตัวด้วยแววตาเรียบเฉยแต่ยังคงแฝงไว้ซึ่งความรักและเคารพ


    คนที่คอยดูแลเขามาตลอดเวลาตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเส้นทางนี้จะไม่ให้เมฆไม่เคารพได้ยังไง


    “เมฆ พี่เป็นห่วงเมฆนะ คลิปที่มันหลุดออกมาทางบริษัทก็แก้ไปแล้วว่ามันเป็นเรื่องก่อนที่เมฆจะเข้ามาในวงการ เมฆแค่ออกไปยอมรับและขอโทษแฟนคลับดี ๆ ยังมีแฟนคลับที่พร้อมจะให้อภัยเมฆนะ เรานับหนึ่งกันใหม่ก็ได้ เมฆรักเส้นทางนี้ไม่ใช่เหรอ”


    “มันสายไปแล้วครับพี่กิ๊บ ทุกอย่างมันพังไปหมดแล้ว”


    “เมฆ”


    “พี่กลับไปเถอะครับ เด็กในสังกัดที่พี่ต้องดูแลมีอีกเยอะ อย่ามามัวเสียเวลากับนักแสดงซีรี่ย์เรื่องเดียวที่ดับไปเพราะเรื่องคาว ๆ แบบผมเลย”


    “.....”


    “ผมขอโทษด้วยที่ทำให้พี่ต้องผิดหวัง ถ้าไม่ใช่เพราะสีคราม..ไม่ใช่เพราะมัน พี่คงจะไม่มาผิดหวังกับผมแบบนี้”


    “พี่ไม่เคยผิดหวังในตัวเมฆเพราะเรื่องฉาวพวกนั้น แต่ถ้าจะมีเรื่องไหนที่พี่ผิดหวัง ก็คงเป็นเรื่องที่เมฆยอมแพ้กับทุกอย่างง่าย ๆ ไม่สมกับคนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แคสติ้งในวันนั้นเลยนะ คิดดี ๆ ว่าเมฆเข้ามาในวงการนี้เพื่อจะมายอมแพ้กับข่าวแค่นี้เหรอ คนที่เขาอยู่ในวงการนี้บางคนมีข่าวเรื่องผู้หญิงฉาวกว่าเมฆตั้งกี่เท่า บางคนดับไปเพราะข่าวแต่ก็กลับขึ้นมาโด่งดังได้อีกครั้งเพราะฝีมือการแสดง เมฆก็เก็บคำพูดของพี่ไปคิดก็แล้วกัน ..พี่รักเมฆเหมือนน้องชายคนนึง ตลอดเวลาที่พี่ดูแลเมฆมาพี่กล้าพูดได้เลยว่าเมฆมีพรสวรรค์ด้านนี้ จะยอมแพ้ง่าย ๆ แล้วจมอยู่กับความคิดโทษสีคราม โทษแฟนเก่าของเมฆอยู่แบบนี้หรือปล่อยวางทุกอย่างแล้วเริ่มต้นใหม่กับเส้นทางนี้”


“ล้มเองก็ลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง หรือต่อให้ใครผลักเมฆให้ล้ม เมฆก็ต้องลุกขึ้นมา..ไม่มีใครที่เขาไม่เคยล้มหรอกนะเมฆ คนที่เก่งคือคนที่ลุกขึ้นสู้ ไม่ใช่คนที่ยอมแพ้แล้วมัวแต่จมปรักคิดแค้นจนไม่ทำอะไรเลยแบบนี้



----



พี่ไดโนตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายสาม ผมเองก็เผลอหลับไปนิดนึงเหมือนกันเพราะความง่วงบวกกับว่าภายในห้องมันมีแต่ความเงียบ จะดูทีวีก็ไม่กล้าที่จะลุกขึ้นไป กลัวว่าผมจะซุ่มซ่ามไปทำอะไรให้ข้าวของภายในห้องนี้ต้องเสียหาย จากที่มองเอาด้วยตาก็รับรู้แล้วว่าราคามันจะต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ


     ก็เลยขดตัวเอนนอนไปอีกฝั่งหนึ่งไม่ให้เบียดพี่ไดโน นอนเล่นจนกระทั่งผมเคลิ้มหลับไปจริง ๆ ตื่นขึ้นมาอีกทีพี่ไดโนก็ลุกมานั่งตรวจแแบบฝึกหัดในเล่มที่ผมทำตั้งเอาไว้แล้ว พี่เขาเอาสูทห่มคลุมมาบนตัวผม ได้กลิ่นหอมบนเสื้อพี่เขาทำให้ผมรู้สึกใจเต้นแผ่ว ๆ มันร้อนวูบวาบที่หน้าเล็กน้อยเมื่อพบว่าในตอนที่นอนผมเผลอกอดเสื้อของพี่เขาเอาไว้


     ไม่รู้ว่าจะเสียทรงหรือเปล่า ผมได้นอนทับ ทำน้ำลายหกใส่ไปบ้างไหม


     "ข้อแรกถูกแล้ว ข้อสองผิดตรงนี้..มึงลืมแทนค่านะ พอผิดตรงนี้มันก็เลยผิดไล่ลงมาหมดเลย…" เสียงทุ้มว่าเรื่อย ๆ ขณะที่ผมนั่งตั้งใจฟังที่พี่เขาติวให้ใหม่อีกรอบ พอเข้าใจแล้วก็ไปลองทำข้อใหม่ดู พี่ไดโนบอกว่าทำเสร็จแล้วจะพาผมไปส่งก่อนที่พี่เขาจะกลับมาเช็กเอาท์แล้วกลับมหา'ลัยในเย็นวันนี้ และคงไม่ได้มาหาผมยาวไปจนถึงวันเสาร์หน้าเลย


     ระหว่างนั้นพี่เขาก็จะติวให้ผมผ่านการคอลวีดีโอ ส่วนผมก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะอ่านและทบทวนด้วยตัวเองไปด้วย ถ้าคะแนนมันออกมาดี ความหวังที่จะได้เข้าเรียนที่เดียวกันกับที่พ่อเคยเรียนมันก็ไม่ไกลไปจากผมเท่าไหร่


     "แบบนี้เหรอ" ผมถาม เงยหน้าขึ้นรอคำตอบจากคนตัวสูงที่กำลังไล่สายตาตรวจให้


     "อืม ลุกไปล้างหน้า กูจะพาออกไปหาอะไรกิน"


     "ผมกำลังหิวพอดีเลย" นี่ก็เลยมื้อเที่ยงมาตั้งเยอะแล้ว


     "อยากกินเอ็มเค" พี่ไดโนว่า ลุกขึ้นยืนหยิบสูทเดินหายเข้าไปภายในห้องนอน ผมยืนล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกห้อง ออกมานั่งรอพี่ไดโนสักพักจนกระทั่งพี่เขาเสร็จออกมา ยังคงสวมใส่ชุดสูทเหมือนเดิมชวนให้ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย


     "ไม่เปลี่ยนชุดเหรอครับ" ครั้งที่สองแล้วนะที่ถามพี่เขา ผมแค่รู้สึกว่าการใส่สูทมันชวนให้รู้สึกอึดอัดน่ะ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้พี่ไดโนดูดีอย่างร้ายกาจก็ตาม


     "เปลี่ยนไม?"


     "...."


     "มึงมองตาค้างขนาดนี้กูไม่เปลี่ยนง่าย ๆ หรอก" ริมฝีปากนั้นยกยิ้มมุมปากดูน่าหมั่นไส้ ซึ่งผมก็มองบนใส่พี่เขาไปแล้วในใจ ส่ายหัวเดินหอบหิ้วหนังสือนำพี่ไดโนออกมาจากห้อง


     จะว่าไปแล้วผมก็แอบรู้สึกว่าพี่ไดโนในชุดสูทน่ะ..


     ดูดีมากจนละสายตาไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ


     ปกติพี่เขาก็หน้าตาดี ใส่ชุดไหน แต่งตัวยังไงก็ดูดีอยู่แล้ว แต่พอมาใส่สูทแบบนี้มันยิ่งทำให้พี่เขาดูดีมากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก


     เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงจะเอี้ยวคอมองตามกันเป็นแถบแน่ ๆ ขนาดตอนที่มาถึงทั้งพนักงาน ทั้งแขกที่มาเข้าพักยังเหลียวมองกันเป็นคนคนเลย ออร่าความหล่อรวยของพี่เขากลบผมมิด เดินคู่กันเหมือนผมเป็นแค่เด็กกะโปโลคนหนึ่ง


     ดูสิ.. ขนาดว่าตอนนี้ก็ยังไม่วายที่จะถูกมอง


     แต่พี่ไดโนไม่ได้สนใจอะไรเลย ยื่นมือมาคว้าหนังสือที่ผมหอบหิ้วลงมาไปถือไว้ ก่อนจะก้าวอาด ๆ พาผมเดินไปยังพื้นที่สำหรับจอดรถมอเตอร์ไซค์คันโตของพี่เขา มีป้ายบอกด้วยว่าเป็นที่จอดสำหรับพนักงานเท่านั้น


     "ใส่หมวกกันน็อก" พี่ไดโนบอก ยืนรอให้ผมหยิบหมวกกันน็อกมาใส่พน้อมกับรับหนังสือจากในมือของพี่เขามาถือเอาไว้ ก่อนที่พี่ไดโนจะหยิบหมวกกันน็อกของตัวเองสวมใส่บ้าง ขึ้นคร่อมถอยรถออกมา สตาร์ทเครื่องและรอให้ผมขึ้นไปนั่งซ้อนด้านหลังเหมือนกับทุกที แต่ตอนนี้ไม่ได้เกร็งเหมือนเมื่อเช้าแล้ว


     รถมอเตอร์ไซค์ขับแล่นไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถหนาแน่น


     ยิ่งถ้าตรงไหนเป็นโรงเรียนก็คือรถจะติดมากเป็นพิเศษ แต่เพราะเป็นรถมอเตอร์ไซค์พี่ไดโนก็เลยขับซอกแซกมาจนกระทั่งถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของตัวเมือง 


     จอดรถเรียบร้อยในโซนที่จอดรถของมอเตอร์ไซค์ พี่ไดโนพาผมเดินผ่านประตูเข้าไปภายในห้างใหญ่โต คนตัวสูงเหมือนจะคุ้นชิน เดินนำผมไปยังชั้นบนสุดของห้างซึ่งก็คือชั้นที่ห้า ศูนย์อาหาร และบรรดาร้านอาหารจากหลากหลายแบรนดัง ๆ ที่ผมเคยเห็นผ่านโฆษณาและได้มีโอกาสมากินบ้างในบางครั้งกับพ่อ 


     พี่ไดโนเลือกกินเอ็มเค บอกจำนวนคนและพาผมเดินตามเข้าไปด้านในร้าน วันนี้คนเยอะแต่ก็มีที่นั่งให้สำหรับผมและพี่ไดโน เป็นโต๊ะที่อยู่ชิดริมกระจก มองออกไปเห็นวิวที่ทอดไกลไปสุดสายตา 


     "อยากกินอะไรก็สั่ง" เสียงทุ้มเอ่ยบอก


     พนักงานสาวสวยตั้งอกตั้งใจจดบันทึกรายการที่พี่ไดโนสั่งไป แอบเห็นร่องรอยความเขินอายปรากฎอยู่ในสายตายามที่คนเนื้อหอมในชุดสูทเงยหน้าขึ้นไปสบตาด้วย ถึงแม้ว่าใบหน้าจะนิ่งสนิทแต่มันก็ไม่ได้ลดทอนความหล่อเหลาของพี่เขาได้เลย


     ไม่รู้ว่าคนที่ดูดีขนาดนี้เอาอะไรมาคิดชอบผม


     ถึงหน้าตาผมจะไม่ได้แย่แต่มันก็ไม่ได้ดูดีดึงดูดอะไรให้คนอย่างพี่ไดโนสนใจได้เลย ถ้าพี่เขาจะมีแฟนเป็นดารานักร้องสักคนนึงผมก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยสำหรับคนที่หน้าตาระดับนี้


     "รู้ไหมว่าวันนี้มึงไม่ละสายตาจากกูเลยนะ"


     เสียงแหบทุ้มเอ่ยกลั้วด้วยเสียงหัวเราะนั้นทำให้ผมสะดุ้ง


     เลิ่กลั่กรีบหันหนีออกไปมองวิวด้านนอกกระจก หัวใจจากที่เคยเต้นปกติก็เริ่มเต้นแรงขึ้นมาทีละนิด ไม่ปฏิเสธถ้อยคำของพี่เขา


     ใช่..


     วันนี้ผมมองพี่ไดโนบ่อยมาก


     ไม่รู้ว่าเหตุผลที่มองมันเพราะอะไร ผมตอบตัวเองไม่ได้


     รู้แค่ถ้าเผลอตัวเมื่อไหร่..สายตาของผมก็เลื่อนไปจับจ้องพี่เขาก่อนที่จะได้ทันห้ามปรามตัวเองเสียแล้ว


     "ผมแค่รู้สึกแปลก"


     "ที่กูใส่สูท?"


     "อื้อ..."


     "ทำไมเหรอกระต่าย ..กูหล่อหรือเปล่า"


     …


     พูดอะไรไม่ออกเลยผม 


     จะตอบว่าไม่หล่อมันก็ไม่ตรงกับที่คิดเท่าไหร่ เพราะผมชื่นชมมาตลอดทั้งวันแล้วว่าวันนี้พี่ไดโนน่ะ...หล่อดูดีมากจริง ๆ


     ผมค่อย ๆ พยักหน้าลง เม้มปากแน่นรีบก้มหน้าลงบนโต๊ะขณะที่พี่พนักงานเริ่มยกเอาของที่สั่งไปมาเสิร์ฟ หลังจากนั้นผมกับพี่ไดโนก็เริ่มนั่งกินกันเงียบ ๆ พี่เขาสั่งมาเยอะมาก แถมบางอย่างสั่งมาก็เอาใส่หม้อก่อนจะตักให้ผมจนหมด จานผมมีแต่เนื้อกับผัก 


     กินจนกระทั่งหนังท้องตึงแน่นเลยล่ะ


     เดินหิ้วพุงหนัก ๆ ของตัวเองเดินลงมาพร้อมกับพี่ไดโน 


     ยิ่งมีคนเยอะ พี่ไดโนก็ยิ่งมีคนให้ความสนใจเยอะ แต่สายตาติดจะรำคาญน้อย ๆ ของพี่เขาทำให้ไม่มีใครเสี่ยงเดินเฉียดเข้ามาเล่นมุขผ้าเช็ดหน้าตกกับพี่เขาเลยสักคน 


     "ซื้ออะไรอีกไหม"


     "หนังสือ ผมอยากไปดูก่อน" ผมบอก


     เดินนำพี่ไดโนลงไปยังร้านหนังสือที่ผมจำได้ว่าอยู่ชั้นหนึ่งของห้าง 


     ใช้เวลาหมดไปภายในร้านหนังสืออีกกว่าครึ่งชั่วโมง ได้หนังสือมาสองสามเล่ม พอเสร็จพี่ไดโนก็ชวนให้ผมกลับ 


     ก่อนกลับผมแวะซื้อของอีกอย่างมาด้วย


     ยกมันขึ้นชูให้พี่ไดโนดูเมื่ออีกฝ่ายถามว่าผมซื้อมันมาทำอะไรในตอนที่เรากลับมาถึงบ้านของผม


     "พับดาวกระดาษ ..ผมซื้อโหลใส่มาด้วย ผมจะพับดาวใส่ลงไปทุกครั้งที่ผมรู้สึกดีกับพี่"


     "หึ ..น่าสนใจว่ะ"


     "แต่ถ้าพี่ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีผมจะเอาออกสามดวง"


     "ขี้โกง เดี๋ยวกูต่อยเลย"


     ผมหลับตาแน่น ยกข้าวของในมือขึ้นบดบังใบหน้าเมื่อพี่ไดโนแกล้งยกมือขึ้นขู่ว่าจะต่อย 


     "กูให้เอาออกแค่ดาวเดียว"


     "ก็ได้"


     "พอเต็มโหลแล้วขอเป็นแฟนได้?"


     "...." ผมเม้มปากแน่น


     จ้องสบตาถือข้าวของในมือเอาไว้ก่อนจะพยักหน้าลง


     "อื้อ"


     "กูพับใส่เองได้ไหม..พรุ่งนี้เต็ม"


     "ไม่ได้"


     "อะไรวะ เออ ๆ ไม่ได้ก็ไม่ได้ แล้ววันนี้มึงรู้สึกดีกับกูหรือเปล่า"


     ผมส่ายหัววืด หลบสายตาที่หรี่จ้องมาก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง "ผมเข้าบ้านแล้ว พี่รีบกลับเถอะ ขับขี่ตอนดึก ๆ มันอันตราย"


     "อืม ล็อกบ้านให้ดี" 


     "ครับ"


     พี่ไดโนกลับไปหลังจากที่ผมกละบเข้าบ้านมา ล็อกบ้านก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนมาพร้อมกับของในมือ ผมจัดเก็บหนังสือเข้าชั้น เดินมานั่งลงบนที่นอนก่อนจะแกะถุงที่ใส่โหลแก้วออก ดึงจุกไม้ออกวางเอาไว้บนเตียงก่อนจะค่อย ๆ บรรจงพับดาวหน้าตาบู้บี้สามดวงใส่ลงไป


     ผมพับดาวไม่เป็น อาศัยดูเอาจากวิธีที่มีมาให้


     หน้าตามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร


     เป็นสามดวงแรกสำหรับความรู้สึกของผมในวันนี้



----



"ไง หายหน้าหายตาเลยนะไอ้สัส" เสียงทักทายแรกเมื่อผมก้าวเท้าเข้าไปยังกลุ่มเพื่อนที่นั่งเล่นกันอยู่เต็มโต๊ะม้าหินใต้ต้นไม้ใกล้กันกับตึกวิศวะ ที่บอกว่าผมหายหน้าหายตาพวกมันก็พูดเกินไป ก็แค่เสาร์อาทิตย์ไหมวะ เอาเวลาไปเลี้ยงกระต่ายไง กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องดูแลเอาใจใส่ให้มาก ๆ


     "ทำไมวะ ติดเด็กหรือไง" ไอ้ท็อปถาม


     ผมกระตุกยิ้มขึ้น ส่ายหัวตอบพลางนั่งลงบนเก้าอี้ม้าหิน "เปล่า" ก็ผมไม่ได้ติดเด็กจริง ๆ ก็บอกอยู่ว่าเอาเวลาไปเลี้ยวกระต่าย จะให้ไปติดเด็กที่ไหนได้


     "เอ้า อย่ามาเนียน มึงแม่งซุ่มเงียบ"


     "กูไม่มีเด็ก มีแต่กระต่าย" ผมตอบ ถ้าเพื่อนผมมันไม่เข้าใจก็เรื่องของมัน ไม่อธิบายเพราะขี้เกียจเล่าตั้งแต่ต้น จากท่าทางพวกมันตอนนี้ผมคิดว่ามันคงไม่เข้าใจกันหรอก


     "กระต่าย?"


     "อืม" ส่งเสียงตอบพวกมันไปในขณะที่มือและสายตานั้นจับจ้องไปบนหน้าจอทัชสกรีน เลื่อนดูข้อความจากกระต่ายที่ว่า รักมันส่งแบบฝึกหัดที่ตัวเองทำมาให้ผมดู ซึ่งผมคงยังไม่ได้ตรวจให้ตอนนี้หรอก ตั้งใจว่ากลับห้องแล้วค่อยคอลไปหา จะได้ติวให้ได้สะดวกกว่านี้ ทั้ง ๆ ที่งานตัวเองก็เยอะจนท่วมหัว นั่งทำนั่งแก้จนบางวันก็แทบจะไม่ได้นอน ไหนจะต้องอ่านสอบติดกันถี่ ๆ อีก เรียกได้ว่าเวลาไม่ค่อยจะมีแต่ก็ยังไม่วายไปอาสาติวให้เจ้ากระต่าย


     จะบอกว่าหาเรื่องใส่ตัวก็ใช่


     แต่มันก็คุ้มไม่ใช่เหรอวะ นึกไปถึงเรื่องเมื่อวานแล้วก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ พับดาวให้ผมแทนความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้งั้นเหรอ ..แม่ง แล้วจะไม่ให้ผมชอบได้ยังไง ตั้งแต่เอาชุดสูทมาห่มให้ตอนที่ผมเผลอหลับระหว่างติวเมื่อวานแล้วนะ รักมันจะรู้ไหมว่าผมต้องใช้ความอดทนมากแต่ไหนไม่ให้ตัวเองเผลอไปทำอะไรที่ไม่ดีกับอีกฝ่าย 


     แก้มขาว ๆ ที่มีเลือดฝาดเหมือนเด็ก 


     ริมฝีปากได้รูปที่เหมือนเชิญชวนให้บดจูบ บดขยี้อยู่ตลอดเวลา


     เอวบางที่ผมใช้เพียงแขนข้างเดียวก็สามารถโอบรั้งเอาไว้ได้ มันไม่ได้บางมีส่วนเว้าโค้งแบบผู้หญิง แต่ถ้าเทียบกับผมคือเอวรักเล็กกว่ามาก 


     มีกล้ามเนื้อเล็กน้อยตามประสาผู้ชายคนนึงทั่ว ๆ ไป แต่ไม่ได้มากมายจับต้องได้ขนาดผม ท่าทางรั้นเอาเรื่อง ดื้อนิดหน่อยจากที่ผมสังเกตเอาในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ถึงจะรั้นจะดื้อแค่ไหนผมก็เชื่อว่าผมเอาอยู่ ที่ผ่าน ๆ มาก็ไม่เห็นว่ารักจะกล้าแสดงความดื้อกับผมเลยสักครั้ง


     มีแค่สายตาที่บ่งบอกว่ารู้สึกขัดใจกับผมอยู่ลึก ๆ แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามทุกอย่าง


     ใบหน้าขาวเวลามุ่ยลง ทำปากจู๋เมื่อรู้สึกขัดใจมันก็น่ารักดี 


     "แล้วนี่ไอ้ซิมไปไหน" ผมเงยหน้าขึ้นถาม ตั้งแต่มาถึงผมยังไม่เห็นเพื่อนอีกคนของกลุ่มเราเลย ปกติมันมาเร็วจะตาย เวลาตอนนี้เหลืออีกแค่ไม่กี่นาทีก็จะเข้าเรียนแล้ว ผมคิดว่ามันมีอะไรผิดปกติ ทักไปหามันวันนี้ก็ไม่ตอบ ไม่รู้ว่ามีอะไรหรือเปล่า


     "ทำไม ห่วงเมียหรือไง"


     "เดี๋ยวปากแตก อย่ากวนตีน กูซีเรียส" ไอ้ซิมมันเหมือนจะมีปัญหาอยู่ด้วย ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเองก็ไม่ได้พูดคุยกับมันบ่อยเหมือนเมื่อก่อนส่วนหนึ่งก็เพราะต่างคนต่างทำงานแยกกลุ่มกัน และผมก็เริ่มที่จะตามรุกตามจีบรักแบบจริงจัง 


     "ห่า อย่าทำหน้าโหดดิวะ แป๊บ เดี๋ยวกูโทรหามันเอง" 


     ผมปล่อยให้ไอ้แบงค์มันโทรหาซิม ขณะที่ตัวเองก็ส่งข้อความทักไปใหม่อีกรอบ ถ้าเกิดว่ายังไม่มีช่องทางไหนตอบรับผมคิดว่าคลาสเรียนแรกของวันคงจะไม่มีผมอยู่ในนั้นแน่ ๆ 


     "ปิดเครื่องว่ะมึง"


     "พวกมึงขึ้นเรียนไป กูจะไปบ้านมัน" ผมว่า ลุกขึ้นยืนหลังจากที่เก็บโทรศัพท์ลงกางเกงก่อนจะรีบเร่งเดินไปยังที่จอดรถของนักศึกษา มันจะต้องกำลังมีปัญหาอะไรแน่ ๆ ถึงได้ทำแบบนี้ อยากจะต่อยหน้ามันสักที กับเพื่อนไม่เคยเล่าเคยบอกอะไรสักอย่าง ทั้ง ๆ ที่ผมก็บอกไปแล้วว่ามีปัญหาอะไรให้บอกผมเพราะผมก็เพื่อนมันคนนึง 


     สนิทมากด้วย


     ไอ้ซิมมันเป็นคนร่าเริง จริงใจ ในระดับหนึ่ง และนิสัยก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ไม่ค่อยจะทันใครเท่าไหร่ มีครั้งนึงที่ถูกมันถูกพวกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินให้โดยการใช้สื่อมานำเสนอว่าแม่ป่วยหนัก ไม่มีเงินรักษา ด้วยความขี้สงสารบวกกับความโง่เลยทำให้มันโดนหลอกไง แล้วยังมีหน้ามาพูดอีกว่าทำบุญให้กับคนที่เขาไม่มี


     ปลอบใจตัวเองน่ะสิ..


     ผมว่าโจรพวกนั้นมันยังมีเงินจะกินมากกว่าเพื่อนผมอีกมั้งเพราะที่หลอกไปได้ก็ไม่ได้มีแค่เพื่อนของผมคนเดียว แต่ยังมีผู้เสียหายร่วมกันอีกสองสามคนด้วย


     รถมอเตอร์ไซค์ผมจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เสียงประตูบ้านถูกเปิดออกพร้อมกับร่างผอมแห้งของหญิงวัยกลางคน ทันทีที่เห็นหน้าผมผู้หญิงคนนั้นก็รีบแล่นออกมาเปิดประตูทั้งยังร้องไห้สะอื้นออกมาสร้างความแปลกใจให้ผมไม่น้อย


     แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไปนอกจากยืนนิ่งรอให้อีกฝ่ายพูด


     เสียงเล่าปะปนกับเสียงร้องถึงจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่แต่ผมก็ยังพอจับประเด็นและทำความเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น กำหมัดแน่นเมื่อรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าแม่แท้ ๆ สร้างปัญหาให้กับเพื่อนของผมอีกครั้ง ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ไอ้ซิมมีปัญหา ขาดเรียนก็จะต้องเป็นเพราะแม่มันที่ไปสร้างหนี้สินเอาไว้ ต้องหยุดไปหางานที่พอจะทำได้เพื่อมี่จะใช้หนี้ให้แม่มัน


     และครั้งนี้ก็เหมือนเดิม 


     แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือไอ้ซิมมันขาดการติดต่อมาสองวันแล้ว นับตั้งแต่วันศุกร์เย็นที่ผมถูกพ่อสั่งให้ไปดูแลงานที่โรงแรมให้


     "แม่ไม่รู้ว่าซิมหายไปไหน ถามใครก็ไม่มีใครรู้ เบอร์ของเพื่อนซิมแม่ก็ไม่มีสักคน ฮึก ฮือออ แม่ขอโทษ แม่ผิดไปแล้ว แม่จะไม่เล่นอีกแล้วไอ้พนันพวกนี้"


     ….


     ก็ขอให้มันจริงอย่างที่พูดก็แล้วกันว่าจะไม่เล่น


     "กี่รอบแล้วครับที่พูดแบบนี้"


     "น้าขอโทษ ฮึกก.."


เสียงร้องไห้นั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสงสารหรือเห็นใจเลยแม้แต่นิดเดียว กับคนแบบนี้เห็นใจไปก็เท่านั้น กี่ครั้งแล้วที่พูดว่าจะไม่ยุ่งกับการพนัน จะไม่ทำให้ไอ้ซิมมันต้องเดือดร้อนอีก


     "เก็บคำนี้ไว้พูดกับไอ้ซิมมันเถอะ" ผมว่า ขยับขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์พลางใช้ควมคิดว่าคนแบบไอ้ซิมมันจะหายไปที่ไหนได้บ้าง คนอย่างมันไม่หนีไปแล้วปล่อยให้แม่ตัวเองต้องลำบากอยู่กับหนี้สินมากมายแน่ ๆ แต่ผมก็คิดไม่ออกไงว่ามันจะไปทำงาน หรือว่าหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้


     ผมโกรธมันนะ เจอหน้าจะซัดสักเปรี้ยง 


     เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยม หลายต่อหลายปีผมก็พูดตลอดว่ามีอะไรผมพร้อมช่วย ปัญหาเรื่องเงินผมก็ช่วยได้ แต่มันกลับไม่เคยเล่าอะไรกับผมเลย


     แบกรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียว


     แล้วจะไม่ให้ผมห่วงมันได้ยังไงวะ

     

     [เสียงโทรศัพท์]


     ผมล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดแบบฉิบหาย แต่พอได้เห็นชื่อบนหน้าจอก็มีวูบนึงที่เหมือนว่าความรู้สึกที่เป็นอยู่จะหายไป เลื่อนรับสายก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู


     "ไอ้ซิม! มึงอยู่ไหน"


     [..โอ้ย หูกูจะแตก มึงก็พูดเบา ๆ ดิวะ กูเห็นว่ามึงทักมาเลยโทรมาหา] เสียงปลายสายดังออกมาเหมือนจะปกติ แต่มันก็ไม่ปกติตรงที่ผมจับความสั่นกลัวจากน้ำเสียงพวกนั้นได้ มันมีช่วงขาดห้วงเหมือนว่ากำลังกลัว [คือ กูอยู่ไนน์ตี้ไนน์ คลับที่ไม่ค่อยถูกกันกับร้านของพี่หมี พี่รหัสมึง..แม่กูติดหนี้พนันของที่นี่] 


     คิดเอาไว้แล้วไม่มีผิด


     "รอกูที่นั่น"


     [อึก มะ มึงจะมาเหรอ ดี ๆ แต่..คือถ้ามึงมา มึงต้องพาคนอื่นมาด้วยนะ] ไอ้ซิมกระซิบบอกเหมือนว่ากลัวใครจะได้ยิน พอสายตัดไปผมก็แทบจะบิดสุดเพื่อตรงไปยังคลับที่ไม่ค่อยจะถูกกันกับร้านของพี่หมี เวลาแบบนี้พาจะใครไปได้นอกจากไอ้เสือเพราะปีผมเองมันก็คงเข้าเรียนกันไปหมดแล้ว 


     เวลานี้ที่ว่างก็มีแค่น้องรหัสผมอย่างไอ้เสือเท่านั้นแหละ


     โทรบอกสถานที่กับมันก่อนที่ผมจะลุยเข้าไปคนเดียว แค่เห็นหน้าผมก็เหมือนเปิดสงครามแล้ว การ์ดร่างใหญ่พุ่งเข้ามาไม่ให้ผมได้ตั้งตัว แต่ที่มาก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมาพูดคุยกันดี ๆ อยู่แล้ว


กลิ่นเลือดคละคลุ้งอยู่ในปากขณะที่ผมขยับตัวหลบร่างที่พุ่งเข้าใส่จากทางขวามือ หันกลับไปปล่อยหมัดสวนจนอีกฝ่ายเซถอยห่างไปชนกับโต๊ะเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ ผมพ่นถ่มเอาเลือดตัวเองออกจากปากก่อนจะยกเท้ายันร่างของการ์ดตัวใหญ่อีกคนจนล้มหงายไปบนพื้น ตามเข้าไปซ้ำจนมั่นใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมาใหม่อีกรอบ


เสียงโอดครวญดังขึ้นรอบ ๆ ขณะที่ผมใช้เท้าเขี่ยเก้าอี้ตัวนึงออกให้พ้นทาง เตรียมจะเดินค้นให้ทั่วว่าเพื่อนผมอยู่ที่ไหนภายในสถานที่นี้


แปะๆๆ


     เศษซากที่กระจัดกระจายเรียกเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะจากคนมาใหม่


"สมกับที่เป็นมึงดีนะ.."


     ผมหันหลังกลับไปมองผู้ชายตัวสูงเท่า ๆ กันและเป็นคนที่ผมรู้จักด้วยเป็นอย่างดี มันเดินยิ้มออกมาพร้อมกับใครคนที่ผมกำลังตามหาอยู่ 


     ไอ้ซิม..


     เพื่อนสนิทขยับหลบไปด้านหลังของผู้ชายคนนั้นไม่สู้สายตาผม 


     "กูขอโทษ…." ปากเล็ก ๆ ขยับเอ่ยบางคำ ผมรู้ว่ามันคือคำว่าอะไร แต่ที่ไม่รู้ก็คือไม่รู้ว่ามันจะขอโทษผมในเรื่องอะไร


     หวืด พลัก!


     ความเจ็บจี๊ดที่หัวทำเอาผมแทบวูบ สะบัดหัวไล่ความมึนงง สูดลมหายใจเข้าฝืนลืมตาขึ้นมาในขณะที่ร่างกำลังซวนเซจากการที่ถูกของแข็งอะไรสักอย่างฟาดมาเต็ม ๆ เพ่งสายตามองตรงไปที่เพื่อนตัวเองอีกรอบ ผมเห็นมันร้องไห้ ความโกรธปะทุขึ้นเต็มอกเมื่อผมไม่สามารถที่จะขยับตัวหรือทำอะไรได้เพราะถูกจับเอาไว้

 

     ก่อนที่สติผมและทุกอย่างจะวูบดับลงเมื่อถูกของแข็งฟาดลงอีกครั้ง


     พลั่ก!


     "สัสเอ้ย พี่รหัสกู ไอ้พวกเหี้ย! มาตัวตัวกับกูนี่มา"

     




---110%---


ฝั่งพี่กะมีปมให้เคลียร์เช่นกัน 5555555 และพระเอกมักจะมาตอนจบ ทายสิใคร...

ปมน้องยังเคลียรืไม่จบเลยแต่ยังไม่ถึงเวลา

อีกหลายตอนกว่าที่ครามจะกลับมาเฉลยปมทุกอย่าง

และอีเมฆจะทำให้พี่ไดโนยั้วะจัดอีกรอบ อิอิ


โหลแบบใส่ได้ประมาณ 100 ดวง



*อยากให้อัพถี่อัพไวกำลังใจต้องมา*



อ่านแล้วกรุณาส่งฟี้ดแบคด้วยนะคะ

แค่คนละคอมเม้นเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรา

สกรีมแท็กนะคะ #ไดโนซอร์รัก ไปหวีดพี่ไดโนน้องรักกันได้นะ

    



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.243K ครั้ง

16,686 ความคิดเห็น

  1. #16656 PPruedee (@chompoo-pin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 03:29
    หลอกพี่มาเหรอ-ซิมมมมม
    #16656
    0
  2. #16585 tpnatt (@tpnatt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:04
    เสืออย่างห้าววว555
    #16585
    0
  3. #16425 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 18:25
    เกิดไรขึ้นกับอิพี่!!!! ปมมากมายก่ายกอง
    #16425
    0
  4. #16352 Sariei_va (@Aomna_na) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 01:07
    ใครทำพี่เค้า! แจ้งตำรวจเลยนะ
    #16352
    0
  5. #15266 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 23:41
    ใครฟ้ะะะะ
    #15266
    0
  6. #14667 MayYL (@Mayploydee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 13:50
    พี่ไดโนลุกขึ้นมาก๊อนนนน
    #14667
    0
  7. #14617 Micky Petch (@micky_petch) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 13:35
    อีเมฆ อยากตบมันให้คว่ำ
    #14617
    0
  8. #14378 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 13:52

    ใครวะนั่น?

    #14378
    0
  9. #14246 Love_S(B) (@sutthida17) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 09:29
    อะไรอี๊กกก เปิดปมพี่โนหรอ
    #14246
    0
  10. #14224 loognamfzt403 (@loognamfzt403) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 07:44
    ดูมันยุ่งเหยิงเนอะ เปิดปมไว้ทุกอย่าง แต่หาจุดจบไม่เจอ
    #14224
    0
  11. #13779 _Rattanawadee (@_Rattanawadee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 16:22
    ปมเยอะมาดกก เกินคาดด
    #13779
    0
  12. #13587 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:47
    ซิมหลอกให้พี่ไดโนมาโดนรุมรึเปล่าอ่ะ
    #13587
    0
  13. #13282 Capucinno (@Capucinno) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 16:03
    บู๊ล้างผลาญมาก
    #13282
    0
  14. #13270 aapxw (@duki_13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 10:22
    หืมมมม?
    #13270
    0
  15. #13208 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 14:50
    ซิมทำไมทำแบบนี้
    #13208
    0
  16. #12757 KimEy_kuku (@pojae) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 13:40
    พับดาวตามความรู้สึกดี รักน่ารักอ่ะ ☺️ วันละ3-5ดาว ถ้าทุกวันก็ไม่กี่วันก็เต็ม แต่ถ้าไม่พอใจคือเอาออกเยอะแน่ๆ 😂
    เพื่อนไดโนคือยังไง เขาอาจจะหาทางออกไม่ได้เลยจำต้องหลอกให้ไดโนไปหาเพื่อถูกตีไหม
    #12757
    0
  17. #11571 จูปาจุ๊ปสฺ (@warunon18) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 21:46
    เอ.. มันยังไงหว่า?~
    #11571
    0
  18. #11503 prempremvan (@prempremvan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 22:41
    พี่ไดโนกับเพื่อนทำไหมรู้สึกแปลกๆๆๆ ตามๆๆ
    #11503
    0
  19. #11074 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 14:38
    เป็นเพื่อนยังไง งง มาก
    #11074
    0
  20. #11044 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 11:41
    อย่าทำพี่ไดโนนนนน ใครทำ!
    #11044
    0
  21. #10923 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 20:41
    ความน่าเอ็นดูอ่ะ ให้คะแนนพี่เขาด้วยการพับดาวใส่โหล ฝั่งนี้ก็ใจร้อนจะพับเองให้เต็มเฉ้ย5555555
    ไม่รู้ว่าทำไมซิมถึงหลอกไป แต่ก็พูดแล้วว่าให้เอาพวกมา ถึงจะเอามาได้แค่เสือคนเดียวก็เถอะ คงจะมีข้อเสนอแบบที่ยกหนี้ให้ถ้าพาเพื่อนมาให้รุมตีงี้? เห็นว่าเป็นอริกับร้านพี่หมีด้วยไง เดาๆๆๆๆ
    #10923
    0
  22. #10878 Amporn-Melon (@Amporn-Melon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 06:59
    หลอกพี่ไดโนมาให้เจ็บโว๊ะเดี๋ยวเถอะ
    #10878
    0
  23. #10658 20uary (@sandkiki) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 23:08
    พี่ไดโน๊๊๊๊ น้องเสือจะเป็นอัศวินใช่มั้ยยย
    #10658
    0
  24. #10480 14:03 (@pinkheavenpinku) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 14:15
    เอ๊า ทำไมไปกันแค่สองค๊นน น้องเสือไม่มีเพื่อนฝูงติดมาซักคนสองเหรอคะ แงๆๆ
    #10480
    0
  25. #10215 ChatchayaNB (@ChatchayaNB) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 21:05
    นี้คิดว่าครามนะชอบรัก ไม่สิต้องบอกรักจนบิดเบี้ยว เลยอาจจะทำทุกอย่างให้รักรู้สึกไม่ดีกับเมฆเพราะว่าเมฆกับรักเป็นแฟนกัน ส่วนสาเหตุที่เมฆยอมทำตามสีครามคงเพราะมีข้อตกลงบางอย่าง หรือไม่ก็โดนแบลคเมล์จากสีคราม
    #10215
    0