[EXO]OS//SF Kuma's

ตอนที่ 2 : [sf]-HUNHAN-//impossible

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ธ.ค. 59



No matter how hard I try, I know, it's impossible

ไม่ว่าผมจะพยายามมากแค่ไหน แต่ผมรู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้

-ลู่หาน-

 

พี่เซฮุนพอได้แล้ว อายพี่ลู่หานบ้าง

 

เฮ้ย ไม่เป็นไรพวกนายตามสบายเลย

 

เห็นไหมคยองซู ลู่หานมันไม่ถือหรอก

 

ใช่ ลู่หานเพียงคิดเท่านั้นไม่ได้พูดออกไป เขาไม่ถือแต่เขาเจ็บปวด การที่ต้องมาเห็นคนที่เรารัก คนที่เราแอบชอบมานั่งกอดจูบกับคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง มันเจ็บไม่ใช่เล่นเลยล่ะ แต่เขาจะไปทำอะไรได้ในเมื่อเขามีสถานะเป็นเพียงเพื่อนร่วมห้อง ไม่ได้เป็นอะไรที่มันมากมายกว่านั้น เขาต้องทนเห็นเรื่องแบบนี้มานานร่วมนับ 2 ปี ตั้งแต่ที่เซฮุนตกลงคบกับคยองซูที่เป็นรุ่นน้องอยู่อีกคณะหนึ่ง และมันก็เหมือนกับจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

 

เมื่อก่อนเราสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากไม่ว่าจะทำอะไร จะไปไหน ก็มักจะไปด้วยกันอยู่เสมอ จนเพื่อนๆในคลาสหลายๆคนชอบแซวว่าผมกับเซฮุนเป็นแฟนกัน แน่นอนว่าผมแอบเขินกับคำแซวพวกนั้นอยู่ๆบ่อยๆและผมก็เคยเห็นเซฮุนเขินกับคำแซวพวกนั้นอยู่เหมือนกัน มันยิ่งทำให้ผมคิดว่าเซฮุนก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกันกับที่ผมรู้สึก แต่เปล่าเลย

 

สิ่งที่ผมคิดมันผิดไปเสียหมด ผมเก็บความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ภายในเพียงคนเดียว ผมไม่เคยแม้แต่ที่จะกล้าบอกเซฮุนไปตรงๆเลยสักครั้งว่าผมชอบเขา มันเป็นเพราะความขี้ขลาดของผมเองที่กลัวจะเสียเพื่อนแบบเซฮุนไป แต่ในวันนี้ผมกลับรู้สึกว่ามันน่าเสียดายยิ่งกว่าที่ผมไม่แม้แต่ที่จะลองพูดมันออกไปสักครั้ง


 บางทีถ้าผมพูดออกไปวันนี้อาจจะเป็นผมที่ได้นั่งอยู่ในอ้อมกอดของเซฮุนก็ได้ หรือถ้าโชคร้ายหน่อย ผมก็คงจะต้องย้ายออกจากห้องนี้ไปแต่มันก็ยังดีไม่ใช่หรอ ที่อย่างน้อยผมก็ได้บอกความรู้สึกทั้งหมดที่มีกับเซฮุนออกไป ตอนนี้ผมคงได้แต่บอกกับตัวเองว่า อดทนอีกหน่อยนะลู่หานอีกไม่ถึง 90  วันเราก็จะเรียนจบแล้ว และหลังจากนั้นผมก็คงจะลืมเค้าไปได้เอง เซฮุนจะเป็นเพียงความทรงจำที่อยู่ภายในใจเท่านั้น

 

นายจะไปไหนลู่หาน

 

ฉันจะลงไปหาอะไรกิน พวกนายตามสบายเลย

 

ฝนจะตกแล้วจะออกไปทำไมอีก เดี๋ยวรอฉันทำกับข้าวแล้วเราก็กินข้าวพร้อมกันก็ได้

 

ใช่ครับ พี่ลู่หานวันนี้เรามากินข้าวด้วยกันเถอะพี่เซฮุนบอกว่าวันนี้จะทำชาบู

 

งั้น ฉันจะออกไปซื้อของเองพวกนายอยู่ห้องไปก็แล้วกัน

 

ไม่เป็นไรครับพี่ลู่หาน พวกเราแวะไปซื้อมาตั้งแต่ตอนที่จะกลับมาห้องแล้วครับ

 

“’อ่อ งั้นฉันจะลงไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะข้างๆ

 

นายจะดื้อทำไม ฝนจะตกแล้วนายไม่เห็นหรือไง

 

ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันจะเอาร่มติดไป แต่เปล่าเลยเขาไม่ได้เอาร่มติดออกมาด้วย ความรีบร้อนที่อยากจะออกมาจากห้องนั้นมันทำให้เขาลืมที่จะหยิบมันติดออกมาด้วยร่มสีเหลืองที่เป็นสีโปรดของเขายังคงวางอยู่ในที่วางร่มและมันก็ยังคงวางข้างๆร่มคันสีฟ้าของเซฮุน


....


ยังไม่ทันที่จะเดินไปถึงเก้าอี้ที่เคยนั่งกับเซฮุนบ่อยๆตอนที่เราเครียดเรื่องการอ่านหนังสือสอบ ฝนหลายเม็ดก็โปรยปรายลงมา เขาไม่ได้วิ่งเข้าไปหลบตรงร้านขายของที่อยู่ใกล้ๆ แต่เขาเลือกที่จะหยุดเดิน เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าแล้วปล่อยให้น้ำฝนพวกนั้นชะล้างใจของเขาที่มันพังจนไม่เหลือชิ้นดี

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไรเขาก็ไม่สามารถให้คำตอบได้รู้แต่เพียงว่าตอนนี้ฝนเหล่านั้นยังคงไม่หยุดและมันก็หนาเม็ดขึ้นอีกด้วย อารมณ์ความรู้สึกของคนเราเป็นสิ่งที่น่ากลัวเสมอทั้งๆที่สมองบอกเขาว่าควรที่จะวิ่งไปเข้าร่มได้แล้วแต่อารมณ์ความรู้สึกกลับบอกเขาว่าถ้าการยืนตากฝนมันทำให้สบายใจกว่าการวิ่งไปหลบในร่มก็เลือกการยืนอยู่ตรงนี้เถอะ

 

พอรู้สึกสบายใจขึ้นมาบางแล้วถึงแม้มันจะไม่ทั้งหมดเขาก็เลือกที่จะเดินกลับไปที่ห้อง ห้องที่เมื่อก่อนเคยมีแค่เขาและเซฮุนแต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้คยองซูจะไมได้มาอยู่ด้วยแต่ก็มาหาอยู่บ่อยๆและแน่นอนกว่าจะกลับก็จะเป็นช่วงเวลาดึกๆหรือไม่ก็นอนค้างด้วยกันที่นี่เลย

 

ร้องเท้าคอนเวิร์สสีแดงที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงซีดๆพาเขากลับมาจนถึงหน้าห้องเสื้อแขนยาวคอกลมสีเหลือง กับกางเกงขาสามส่วนที่เขาใส่ไปตอนก่อนออกจากห้องตอนนี้มันก็เปียกปอนจนดูสภาพไม่ได้ เขาคิดอยู่นานกว่าจะเปิดเข้าไปในห้อง เพราะเขาไม่อาจรู้เลยว่าสิ่งแรกที่จะได้เห็นหลังจากเปิดประตูเข้าไปจะเป็นภาพอะไร มันอาจจะเป็นภาพของคนสองคนกำลังนั่งจูบกันหรือกำลังกอดกันหรืออะไรที่อะไรที่มันมากไปกว่านั้น ซึ่งเขาก็ไม่อาจคาดเดาได้ แต่จะมามัวยืนคาดเดาอยู่ตรงนี้ก็คงจะไม่ใช่เรื่อง เพราะเขาเริ่มหนาวขึ้นมาแล้วทันทีที่คิดได้ว่าตัวเองไม่ควรมายืนงี่เง่าอยู่หน้าห้องแบบนี้ก็เปิดประตูเข้าไปทันที

 

ถอดรองเท้าคอนเวิร์สที่เปียกปอนไว้ข้างๆกับรองเท้าไนกี้คู่สีดำของเซฮุน แล้วค่อยๆเดินไปตรงโซฟาตัวสีแดงเข้ม เมื่อเห็นว่าในตอนนี้มีเพียงผู้ชายที่มีเรือนผมสีเทานั่งอยู่เท่านั้น

 

กลับมาแล้วหรอ ทำไมไม่รู้จักเอาร่มออกไปด้วย

 

ฉันรีบไปหน่อยก็เลยไม่ทันได้หยิบ

 

ทั้งๆที่ฉันบอกนายเอาไว้แล้วแท้ๆ ทำไมนายไม่รู้จักเชื่อบ้าง


ฉันขอโทษ ขอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วจะออกมาให้บ่นต่อ

 

ลู่หาน...

 

นายมีอะไรหรือเปล่าเซฮุน

 

อย่าทำให้ฉันต้องเป็นห่วงนายไปมากกว่านี้เลยมีอะไรก็บอกฉันได้ วันนี้นายเป็นอะไรหรือเปล่ามันดูแปลกๆไม่เหมือนกับวันก่อนๆ

 

ฉันไม่ได้เป็นอะไรนายสบายใจได้ ขอโทษที่ต้องโกหกออกไปแบบนั้น เขารู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังรู้สึกแบบเดียวกันกับที่เคยโกหกแม่ไปตอนม.ปลาย ตอนที่เขาสอบไม่ติด เขาบอกกับแม่ไปว่าเขาไม่เป็นอะไรเพื่อให้แม่ของเขาสบายใจแต่เปล่าเลย ตอนนั้นเขาแถบจะไม่อยากทำอะไรเลยด้วยซ้ำตอนนี้ก็เช่นกันจากตอนแรกที่หิวจนไส้แทบขาดแต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าความหิวเมื่อกี้เป็นเพียงเรื่องหลอกลวง

 

นายไม่ชอบที่คยองซูมาที่นี่หรือเปล่า ฉันขอโทษต่อไปฉันจะไปหาคยองซูที่หอของเขาเอง ขอโทษที่ทำให้นายอึดอัด


นายไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก ฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ทำเหมือนกับฉันเป็นเพียงแค่ธาตุอากาศก็ย่อมได้ ฉันไม่ถือสาหรอก

 

ขอโทษที่ฉันทำแบบนั้นไม่ได้

 

แล้วน้องไปไหนแล้วล่ะ ไม่กินกันแล้วหรอชาบู ฉันกำลังหิวอยู่เลย

 

ฉันให้คยองซูกลับไปแล้วล่ะ เดี๋ยวฝนหายเราค่อยออกไปหาอะไรกินกันแทนก็แล้วกัน

 

งั้นก็ได้ เขาแอบมีรอยยิ้มน้อยๆตอนที่เซฮุนบอกว่าให้คยองซูกลับไปแล้ว เขาไม่ได้เกลียดหรือว่าไม่ชอบคยองซูแต่เขาเพียงแค่หวงเซฮุนเหมือนกับเวลาที่เด็กตัวเล็กๆชอบหวงของเล่นของตัวเองก็เท่านั้น แต่มันต่างกันออกไปตรงที่สิ่งที่เขาหวงอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่ของเล่นแต่มันคือโอ เซฮุนคนที่มีชีวิต มีจิตใจและมันไม่ใช่ของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

หลังจากที่พาสภาพกรังๆของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำและอาบน้ำในหัวก็คิดอยู่ตลอดว่าเซฮุนทำไมต้องทำเป็นเหมือนกับว่าห่วงเขาทั้งๆที่ก็เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ปล่อยให้น้ำไหลผ่านร่างกายไปได้สักพักให้พอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้หน่อย ก็ออกมาจากห้องน้ำ กลับเข้าไปแต่งตัวในห้องและเลือกที่จะหยิบเสื้อยืดสีดำลายลูกเจี๊ยบที่เคยซื้อใส่คู่กับเซฮุนตอนไปเที่ยวทริปที่ทะเลด้วยกันกับกางเกงยีนส์ขาสามส่วนมาใส่แทน

 

ออกมาแล้วหรอ มานั่งนี่สิ...นายยังเก็บเสื้อตัวนี้ไว้อีกหรอโคตรจะนานเลย

 

อื้อ ยังไม่ได้เอาเสื้อผ้าลงไปซักน่ะก็เลยมีแต่เสื้อตัวนี้

 

ทำไมไม่มาขอยืมของฉันล่ะ แต่ใส่ตัวนี้ก็น่ารักดีนะ

 

แล้วของนายยังอยู่หรือเปล่า...ถามออกไปเสียงอ่อนเหมือนกับกลัวคำตอบ แต่เขาจะทำอย่างไงได้ในเมื่อเขาอยากจะรู้ว่าเสื้อตัวนั้นยังอยู่หรือเปล่าหรือตอนนี้มันอาจจะหายไปอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง แต่ก็ยังมีความหวังแบบแปลกๆให้คำตอบเป็นอย่างที่ตัวเองหวังเอาไว้

 

แน่นอนว่ามันยังอยู่

 

แล้วก็เป็นดังหวังเมื่อคำตอบของเซฮุนทำให้คำเผยรอยยิ้มเล็กๆนั่นออกมาอีกครั้ง

 

แล้วมันอยู่ที่ไหนหรอ

 

มันอยู่ในตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ที่บ้านของฉัน เอาไว้กลับไปที่นั่นอีกเมื่อไหร่ฉันจะเอามันกลับมาด้วยก็แล้วกัน

 

อื้อ แล้วเราจะใส่มันด้วยกันอีกครั้งได้ไหมเซฮุน

 

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่เขาหวังให้คำตอบที่ออกมาเป็นไปอย่างที่หวัง

 

แน่นอนว่ามันต้องได้

 

และอีกครั้งเมื่อเขาเผลอยิ้มให้กับประโยคตอบกลับของเซฮุน

 

อื้อ :)”

 

มานั่งนี่จะเช็ดผมให้ ฝนเริ่มเบาแล้วอีกเดี๋ยวคงจะหยุด เราจะได้ออกไปกินข้าวกันบอกว่าหิวแล้วไม่ใช่หรอ

 

เขานั่งลงตรงพื้นที่ว่างเล็กๆที่เซฮุนเหลือไว้ให้ตรงโซฟาพร้อมกับเอ่ยว่าขอบคุณวันนี้ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องมาทำให้ต้องเจ็บช้ำใจแต่การที่เซฮุนทำแบบนี้ให้มันก็เหมือนเป็นการทำให้จิตใจของเขาได้รับการรักษา ถึงแม้ว่าในวันอื่นๆหัวใจเขาจะต้องเจ็บช้ำอีกแต่เขาก็ยังหลอกตัวเองอยู่เสมอว่าไม่เป็นไร

 

....


อีกครั้งที่ลู่หานรู้สึกว่าเซฮุนจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร...เราจับมือกันเพื่อข้ามถนนในตอนแรกเขาคิดว่าเซฮุนคงจะปล่อยออกหลังจากที่ข้ามมายังอีกฝั่งแต่เปล่าเลยเซฮุนยังคงจับมันอยู่แบบนั้น หลายคำถามที่อยู่ในใจอยากจะพูดออกไปแต่ก็เลือกที่จะเก็บไว้เหมือนเดิม เขาเคยขี้ขลาดอย่างไงในตอนนี้ก็ยังคงขี้ขลาดอยู่แบบนั้น ความขี้ขลาดของเขามันให้ความรู้สึกเหมือนกับคนที่ขึ้นไปบนสไลเดอร์สูงๆแล้วพูดบอกกับเพื่อนว่าจะเล่นไปด้วยกันแต่แล้วเขาก็เลือกที่จะกลับลงไปด้วยการลงบันไดแทน

 

ฝนทำท่าจะโปรยลงมาอีกครั้งและก็นั่นแหล่ะเพราะเขาไม่คิดว่าฝนจะตกลงมาอีกก็เลยไม่ได้หยิบร่มออกมาด้วยร่มคันสีเหลืองของเขาและร่มคันสีฟ้าของเซฮุนยังคงวางเคียงกันอยู่แบบนั้น มันรู้สึกดีไม่ใช่หรอเวลาที่เราเห็นว่าของของเรากับของของคนที่เราชอบมันวางอยู่ข้างกัน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับเราได้ใกล้กันเพียงแค่ของเราวางข้างๆกันหรือมันจะมีแต่เขาที่มีตรรกะโง่ๆแบบนี้คนเดียว

 

รองเท้าแตะทั้งสองคู่หยุดลง มือที่เคยจับกันไว้ในตอนแรกนั้นก็หลุดออกจากกันเช่นกัน เมื่อตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเราสองคนคือคยองซู ลู่หานเห็นใบหน้าของเซฮุนที่ตกใจอยู่ไม่น้อยแต่ใบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าเรากลับมีแต่รอยยิ้มหวานส่งมาให้ รอยยิ้มของคยองซูทำให้เขารู้สึกผิด

 

เขาไม่ควรที่จะใกล้ชิดหรือไม่ควรที่จะไปรู้สึกอะไรกับเซฮุนแล้วตั้งหาก แต่จะทำอย่างไงได้ในเมื่อเขาเคยบอกไปแล้วความอารมณ์ความรู้สึกของคนเราเป็นสิ่งที่น่ากลัวและมันมักจะขัดแย้งกับความคิดจากสมองของเราเสมอหรืออาจจะเป็นเพราะอารมณ์ความรู้สึกของลู่หานในตอนนี้มันเป็นสิ่งที่ส่งมาจากหัวใจ....

 

พวกพี่มากินข้าวกันหรอครับ ไปกินด้วยกันไหมหรือว่าจะไปกินร้านอื่น

 

อื้อ ไปกินด้วยกันนี่แหล่ะ จะไปร้านอื่นทำไมเจอเราก็ดีแล้วพี่คิดถึง

 

คิดถึงอะไรกันพี่เซฮุน เราพึ่งจะเจอกันไปเมื่อ3ชั่วโมงที่แล้วเอง

 

ทำไมตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงแค่ธาตุอากาศเท่านั้น ทั้งๆที่ตอนแรกมันจะดีอยู่แล้วแต่เขาจะไปโทษอะไรได้ในเมื่อเขาไม่ใช่คนที่จะสามารถไปกำหนดจิตใจของใครต่อใครได้ เขาเพียงยืนยิ้มโง่ๆให้กับประโยคที่ทั้งสองคนคุยกันเท่านั้น เขาให้สมองเป็นตัวช่วยในการคิดกาตัดสินใจว่าเขาควรที่จะเข้าไปกินอาหารพวกนี้อยู่ไหมหรือควรที่จะเดินกลับไปซะ พอเดินผ่านเซเว่นก็แค่ซื้อรามยอนขึ้นไปกินบนห้องเรื่องมันก็ไม่เห็นจะยากตรงไหนพอคิดได้แบบนั้นก็เลือกที่จะเดินกลับไป

 

พี่ลู่หานจะไปไหนครับ

 

พี่รู้สึกไม่สบายน่ะ กินกันไปเถอะพี่ไม่หิวแล้วอยากพักมากกว่า ไม่หิวอะไรล่ะ เขาได้แต่ขัดแย้งในใจกับสิ่งที่เขาได้พูดออกไปเมื่อกี้ ถ้าตอนนี้เสียงท้องของเขาดังเข้ามามันคงจะเป็นเรื่องน่าอายน่าดู

 

งั้นนายกลับคนเดียวได้ใช่ไหม ฉันจะกินข้าวกับคยองซูสักหน่อยหรือจะเข้าไปนั่งด้วยกันในร้าน

 

ฉันกลับได้น่าเซฮุน นายกินไปเถอะ

 

งั้นก็กลับดีๆข้ามถนนก็มองซ้ายมองขวาดีๆล่ะ ถ้ากลับแล้วฉันจะซื้อข้าวต้มไปให้

 

ไม่ต้องหรอก ฉันจะกลับไปนอนคงไม่ได้ตื่นมากินข้าวต้มนายหรอก

 

อย่าดื้อลู่หาน

 

พี่ไปก่อนนะคยองซู กินข้าวให้อร่อยๆนะ ขอโทษด้วยที่วันนี้ทำให้อดกินชาบู

 

ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าพี่ลู่หานกับพี่เซฮุนทำกินกันไปก่อนเลยดีกว่านะครับเพราะอาทิตย์นี้ผมคงไม่ได้ไปหาพี่เซฮุนที่ห้องแน่ๆ เดี๋ยวของมันจะเสียไปซะหมด

 

ไม่หรอกเดี๋ยวพี่จะรอเรา เขารู้สึกผิดทุกครั้งที่คยองซูส่งยิ่มที่ใสซื่อมาให้หรือแม้แต่เวลาที่คยองซูเป็นห่วงเขา โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้อะไรเลยว่าเขาแอบชอบแฟนขอเจ้าตัวอยู่

 

ลู่หานเดินกลับมาทางเดิมที่เดินมากับเซฮุนเมื่อกี้นี้ นึกถึงคำพูดของเซฮุนที่บอกว่า เวลาข้ามถนนให้มองซ้ายมองขวาดีๆ ก็อดที่จะรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เมื่อกี้เป็นเขาไม่ใช่หรอที่เซฮุนเดินจับมือแต่ทำไมภาพก่อนที่เขาจะเดินกลับออกมาจากร้านนั่น ร้านที่เป็นร้านประจำของเขากับเซฮุน มันถึงทำให้เขาเจ็บปวดที่หัวใจอีกแล้วล่ะ ภาพของเซฮุนที่จับมือของคยองซูเดินเข้าไปในร้านด้วยกันมันทำไมถึงทำให้ผม....มีความรู้สึกว่าอยากจะลองเห็นแก่ตัวดูสักครั้ง


เขาอยากเป็นเด็กจะได้ทำนิสัยแบบเด็กๆโดยที่ไม่ต้องสนใจใคร เขาอยากจะคว้ามือของเซฮุนเอาไว้ให้จับเพียงแต่มือเขาคนเดียวแต่เขาลืมอะไรไปหรือเปล่า...ว่าเขาเป็นเพียงแค่เพื่อนเท่านั้น เขาอยากจะร้องไห้งี่เง่าออกมาเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ เขาอยากจะพูดได้ทุกอย่างเหมือนกับเด็กๆเพราะเวลาที่เป็นเด็กต่อให้เราพูดอะไรที่มันดูไร้สาระแค่ไหนผู้ใหญ่ก็เพียงแต่จะชมว่าเก่ง มองว่ามันน่าเอ็นดู เพียงเพราะเหตุผลเดียวนั่นคือ เราเป็นเด็ก

 

เขาไม่ได้แวะเข้าไปในเซเว่นเพราะคำพูดของเซฮุนที่บอกว่าจะซื้อข้าวต้มมาฝากถึงเขาจะพยายามตัดเซฮุนขนาดไหนแต่มันก็ไม่ได้เลยสักครั้ง ทำไมเซฮุนต้องเข้ามาอยู่ในวงโคจรของเขาหรือเปล่าเลยที่จริงแล้วเขาตั้งหากที่ดึงเซฮุนเข้ามาให้มาอยู่ในวงโคจรของตัวเอง

 

รองเท้าแตะถูกถอดออกอีกครั้งแต่ในครั้งนี้มันไม่ได้วางอยู่ข้างๆกับรองเท้าของใครเพราะเจ้าของของมันยังไม่กลับมา บรรยากาศภายในห้องสีขาวครีมนี้ มันดูเงียบเหงาแปลกๆแล้วเสียงท้องของเขาก็เช่นกันมันร้องออกมาไม่หยุดหลังจากที่ตั้งแต่ช่วงเย็นยังไม่มีอะไรที่ตกถึงท้องสักอย่าง ตอนนี้เขาหวังเพียงว่าข้าวต้มของเซฮุนจะมาในเร็วๆนี้ แต่เหมือนครั้งนี้มันไม่เป็นอย่างที่ผมคิด เมื่อเซฮุนโทรมาบอกว่าคืนนี้จะไปนอนค้างกับคยองซู เขาเองก็คงจะพูดอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก อืม

 ....


ห้องนอนที่ไฟมืดยากที่จะข่มตาให้หลับทั้งๆที่เพลียจากการตากฝนแท้ๆ ทุกคนคงกำลังคิดว่าเขาเป็นคนโง่อยู่แน่ๆที่ไม่ยอมเปิดไฟที่หัวเตียงแต่เขามีเหตุผลสำหรับเรื่องนี้ที่เขาไม่เปิดไปเพราะไฟมันดับ ต่อให้เขาจะพยายามเปิดแค่ไหนมันก็ไม่ติดให้หรอกเช่นเดียวกันกับที่เขาพยายามเข้าไปอยู่ในใจของเซฮุนต่อให้เขาพยายามแค่ไหนถ้ามันไม่มีสิ่งที่เชื่อมต่อกันได้มันก็ไม่มีประโยชน์

 

 เขารู้สึกกลัวขึ้นมาเสียดื้อๆเมื่อมีเสียงฟ้าร้องดังสนั่นอยู่ภายนอก เสียงกระจกสั่งครืนก็ยิ่งทวีความน่ากลัวขึ้นไปอีก เขารู้สึกไม่ปลอดภัยมันรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในป่าที่มืดสนิท เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าในขณะที่เราเดินไปเราจะเจอกับตัวอะไร เราอาจจะเจอหิ่งห้อยที่ส่องแสงนำทาง เราอาจจะเจอกับค้างคาว หรือที่แย่ไปกว่านั้นเราอาจจะกำลังเจองูที่แผ่แม่เบี้ยรอฉกเราอยู่ก็ได้

 

ตลอดทั้งคืนเขาไม่สามารถข่มตาให้หลับได้เลยพอมีเสียงฟ้าร้องก็ต้องลุกขึ้นนั่งกอดตัวเองร้องไห้ออกมาในความมืด ถ้าเป็นตอนที่มีเซฮุนอยู่ด้วยก็คงจะเบาใจไปได้มากกว่านี้เพราะเซฮุนต้องเข้ามากอดปลอบเขาแน่ๆ แต่เพราะตอนนี้มันไม่มีใครสิ่งที่พึ่งได้เพียงอย่างเดียวก็คงจะเป็นตัวเขาเอง

เขาเริ่มมีอาการไข้จากการตากฝนไปเมื่อวานนี้อาการปวดหัวยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆทั้งๆที่ตอนแรกยังไม่มีทีท่าว่าจะเป็นอะไรด้วยซ้ำแต่ก็นั่นแหล่ะเราไม่สามารรถคาดการณ์อะไรได้หรอกเขาเชื่อแบบนั้น ตอนนี้เป็นเวลาตี5แล้วและเขาคิดว่าอีกไม่นานตัวเองก็น่าจะเพลียจากพิษไข้และนอนหลับลงไปเอง ฝนตกตลอดทั้งคืนไม่หยุดเลยสักนิดเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่าก็มีให้ได้ยินตลอดทั้งคืนเช่นกัน

 

เสียงประตูห้องนอนที่ถูกเปิดออกเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าเซฮุนกลับมาแล้วแน่นอนว่าลู่หานรู้เพียงแต่เขาไม่สามารถที่จะยกเปลือกตาที่มันหนักอื้อขึ้นมามองได้ สำหรับตอนนี้การลืมตาขึ้นมาเพื่อทักทายกับเซฮุนเป็นเรื่องยากสำหรับเขาไปเสียแล้ว

 

เตียงที่ยวบลงข้างๆก็เป็นตัวบ่งบอกได้อีกว่าเซฮุนได้ขึ้นมานอนข้างๆกันแล้ว เพียงแค่นี้เขาก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมามากโข ถ้าเซฮุนกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนเขาคงไม่ต้องนั่งกอดตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา คงจะได้เข้านอนด้วยกันและเขาคงไม่ต้องอยู่ในความมืดเพียงคนเดียว ถ้าในตอนนั้นเขาเลือกที่จะนั่งกินข้าวกับเซฮุนแล้วก็คยองซูล่ะ....ทุกอย่างมันจะต่างไปจากนี้หรือเปล่า

 

เสียงเอ่ยเรียกจากคนข้างๆทำให้เขาต้องพยายามฝืนตัวเองยกเปลือกตาที่หนักอื้อขึ้นมา ทันทีที่เปลือกตาถูกเปิดออกเขาก็มองไปที่นาฬิกาไม้ทรงกลมที่แขนอยู่บนผนังและมันบ่งบอกถึงเวลาแปดนาฬิกาสามสิบนาที เขาไปเข้าคลาสไม่ทันแล้ว แต่ที่มันแย่ไปกว่านั้นคือเขาเป็นไข้อย่างเต็มรูปแบบแล้วจริงๆ

 

ลู่หานนายเป็นไข้หรอ

 

คงงั้น ฉันไม่ได้สนใจ

 

นายจะไม่สนใจมันได้ไง ลุกขึ้นไปกินข้าวก่อนจะได้กินยาแล้วจะมานอนพักต่อฉันก็ไม่ว่าหรอก

 

ขอโทษแต่ฉันคงจะไม่ทำแบบนั้น แค่เปลือกตาฉันยังต้องพยายามยกขึ้นจะให้ฉันลุกเดินไปนู้นนี่คงจะลำบากน่าดู


งั้นนายรอฉันอยู่ที่นี่ เดี๋ยวจะออกไปเอาข้าวกับยามาให้กินเสร็จก็จะเช็ดตัวให้ ไม่ต้องเถียงอะไรฉันอีกล่ะ

 

นายไม่ไปเรียนหรอ

 

นายป่วยจะให้ฉันไปเรียนได้ไง ถ้าไปแล้วใครจะดูแลนาย

 

บางครั้งเขาคิดว่าการที่เซฮุนไม่สนใจเขา ไม่ห่วงเขามันน่าจะดีกว่านี้เพราะเขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกมากขึ้นกับสิ่งที่เซฮุนทำให้แต่ในใจลึกๆก็แอบชอบสิ่งที่เซฮุนทำให้ในทุกๆครั้ง นี่หรือเปล่าที่เขาบอกว่าถ้าเราชอบใครสักคนคนคนนั้นจะทำอะไรให้เราก็ย่อมมองว่ามันดีไปเสียทุกอย่าง

 

ลู่หานกินข้าวกินยาตามที่เซฮุนบอกทุกอย่างเพราะเขาไม่มีเรียวแรงอะไรมากมายที่จะไปต่อปากต่อคำกับเพื่อนสนิทอย่างทุกครั้ง ใช่...ต่อไปเขาจะพยายามทำให้เซฮุนเป็นเพียงเพื่อนสนิท จะรู้สึกแค่เพื่อนและจะไม่ให้ตัวเองหวั่นไหวโอนเอียงกับอะไรที่เซฮุนทำและทุกๆครั้งที่เขาคิดแบบนี้ มันก็เป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น...ในเมื่อเขาไม่เคยทำมันได้เลยสักครั้ง

 

นอนพักเถอะ เดี๋ยวฉันเอาเสื้อผ้านายลงไปซักข้างล่างให้ ส่วนรองเท้าเดี๋ยวจะขึ้นมาซักให้อีกทีไม่ต้องปฏิเสธเพราะฉันกำลังจะซักรองเท้าของตัวเองอยู่พอดี

 

และครั้งนี้ก็เช่นกันเขาทำไม่ได้แน่นอนสิ่งที่เซฮุนทำให้มันทำให้เขาแอบหวั่นไหว ลู่หานไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าเป็นคำตอบเท่านั้นก็อย่างที่บอกนั่นแหล่ะว่าวันนี้เขาไม่มีแรง

 

 

นายจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรเซฮุน นายไม่รู้บ้างเลยหรอว่ามันทำให้ฉันเจ็บจนจะเป็นบ้าเขาเพียงพูดกับตัวเองตอนที่เซฮุนเดินออกจากห้องนี้ไปแล้ว และเพราะเขาพูดกับตัวเองประโยคคำถามที่เอ่ยออกไปจึงไม่มีคำตอบ


เขาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเรียกจากเครื่องมือสื่อสารของใครบางคนและก็นั่นแหล่ะมันไม่ใช่ของเขาแต่มันเป็นของเซฮุน ทันทีที่เซฮุนรับโทรศัพท์และน้ำเสียงที่คานรับมันทำให้ลู่หานรู้ทันที่ว่าปลายสายคือใคร เขาควรทำให้ตัวเองกลายเป็นธาตุอากาศเสียตั้งแต่ตอนนี้

 

ตื่นแล้วหรอ เสียงโทรศัพท์งั้นสิ

 

เปล่า เพราะฉันนอนไปนานแล้วตั้งหาก ใช่ส่วนนึงที่เขาตื่นขึ้นมาก็เป็นเพราะเสียงจากโทรศัพท์จริงๆนั่นแหล่ะแต่เขาจะไม่โทษมันทั้งหมดหรอกเพราะมันอาจจะเป็นเพราะเขานอนนานเกินไปแล้วก็ได้

 

นายมีอะไรจะพูดกับฉันไหมเซฮุน ลู่หานเชื่อว่าเซฮุนต้องมีบางสิ่งที่อยากจะพูดกับเขาๆแน่ๆเพียงแต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรเลยต้องถามออกไป สีหน้าของเซฮุนบ่งบอกได้ถึงความหนักใจแต่มันเรื่องอะไรกันล่ะ ที่ทำให้เซฮุนต้องทำหน้าหนักใจถึงเพียงนี้

 

คยองซูโทรให้ฉันออกไปหา ฉันออกไปได้ไหม

 

แน่นอนว่าฉันจะไม่ขัด แต่ตอนที่กลับเข้ามาช่วยซื้อข้าวมาฝากฉันด้วยครั้งนี้เขาเห็นแก่ตัว ใช่ที่เขาบอกให้เซฮุนซื้อข้าวมาฝากมันเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากให้เซฮุนไปนอนกับคยองซูอีก เขากลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว ถ้าหากในคืนนี้ฝนตกหนักฟ้าร้องเหมือนอย่างเมื่อคืน เขาต้องลุกขึ้นมานั่งกอดตัวเองพร้อมกับการร้องไห้ มันสมควรแล้วหรอ

 

ทันทีที่เขาเดินออกมาส่งเซฮุนที่หน้าห้องรองเท้าแตะคู่ที่เคยวางข้างกันตอนนี้ก็ถูกหยิบออกไปใส่แล้วเหลือเพียงแต่รองเท้าอีกคู่ที่วางอยู่อย่างเดียวดาย เช่นเดียวกับเจ้าของอย่างเขาที่ต้องอยู่ห้องนี้อย่างเดียวดาย

 

....

 

ตอนนี้เวลาเหลืออีกไม่ถึง 90 วันแล้วลู่หานรู้สึกดีใจที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตเพื่อลืมเซฮุนเสียทีแต่ในบางครั้งเขาก็รู้สึกเสียใจเวลาที่เขาจะได้อยู่กับเซฮุนเหลือเพียงแค่ 30 วันเท่านั้นเองหรอ เขายังไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำเลยแต่จะทำอย่างไงได้ในเมื่อเขาเป็นคนเลือกที่จะไม่ทำมันเอง

 

ช่วงเวลาที่ผ่านมาเข้าใช้ชีวิตอย่างปกติที่มีเซฮุนอยู่รวมกันกับวงโคจรของชีวิตเขา เรายังคงกินข้าวด้วยกัน นอนด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกันถึงแม้ในบางครั้งมันจะเป็นการไปเที่ยว ไปกินข้าว และนอนด้วยกันสามคนก็ตาม ซึ่งเขาบอกเลยว่าเขาไม่ถือสา ก็จะให้ไปถือสาอะไรได้เขามีสิทธิ์ทำแบบนั้นหรอ แต่ก็ยอมรับว่ามีบางครั้งที่เขารู้สึกว่าถ้าเป็นแค่เขากับเซฮุนมันต้องดีมากกว่านี้แน่ๆแต่ก็นั่นแหล่ะมันเป็นได้แค่ความรู้สึก

 

คยองซูแปลกไปลู่หานรู้สึกได้และเซฮุนก็คอยเล่าให้ฟังอยู่เสมอว่าพักนี้คยองซูแปลกๆไม่ค่อยให้เขาไปรับเหมือนอย่างเคย ไม่ค่อยคุยโทรศัพท์ตอนกลางคืน ซึ่งลู่หานทำได้เพียงรับฟังและปลอบใจเซฮุนว่าที่เป็นแบบนั้นอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้คยองซูเรียนหนักและตอนที่เขากำลังปลอบเซฮุนอยู่เขาก็คิดขึ้นมาว่าถ้าเป็นเขาจะมีคนปลอบแบบนี้ไหมหรือไม่ มันไม่มีคนปลอบเขาหรอก เขาต้องนั่งปลอบตัวเองร้องไห้กับตัวเองแล้วบอกให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้นในทุกๆครั้งที่เขาเสียใจ

 

สำหรับลู่หานแล้วการที่ตัวเองเสียใจ เจ็บใจ น้อยใจ เพราะเรื่องขอเซฮุน เขาย่อมอดทนเพื่อมันได้แต่การที่เขาต้องมาเห็นเซฮุนเสียใจเพราะเรื่องของคยองซูเขาทนไม่ได้ คนที่เขาเฝ้ามอง เฝ้าดูแล เฝ้าปลอบมาตลอด จะมาเสียใจเพียงเพราะคนอื่นงั้นหรอ หลายครั้งที่คยองซูกับเซฮุนทะเลาะกันเขาก็ทำได้เพียงบอกให้ทั้งคู่ใจเย็น ปลอบเซฮุนและเป็นคนที่ทำให้ทั้งสองมาปรับความเข้าใจกัน โดยที่ตัวเองต้องไปแอบนั่งร้องไห้เงียบๆอยู่คนเดียวที่สวนสาธารณะประจำ แล้วก็นั่นแหล่ะสัจธรรมของโลกพอทั้งคู่ดีกันเขาก็เป็นเพียงแค่หมาตัวนึงเท่านั้น....หมาที่จงรักภักดีต่อเจ้าของ....หมาที่ไม่เคยทิ้งเจ้าของไปไหนในวันที่เจ้าของทุกข์ใจ


....

 

เสื้อแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนส์ขายาวสีเข้มร้องเท้าผ้าใบคอนเวิร์สสีแดงเก่าๆคู่เดิมและกระเป๋าเป้สีเหลืองที่สะพายอยู่บนหลังของลู่หานบ่งบอกได้ถึงการเดินทาง เสาร์อาทิตย์นี้เขาจะกลับไปหาแม่ที่บ้าน เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะว่ามันเป็นวันเกิดของคยองซูและเขาไม่ต้องการที่จะเห็นเซฮุนกับคยองซูจัดงานวันเกิดให้กัน เขาไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของงานวันเกิดในครั้งนี้ เขารู้สึกว่าเขาควรจะกลับไปหาแม่ที่บ้าน ไปร้องไห้ ไปกอดท่าน แล้วก็พูดบอกกับท่านในสิ่งที่อยากบอกกับคนคนนึงมาตลอด เวลาที่ได้กลับไปเจอคนที่พร้อมจะอ้าแขนกอดเรามันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็นเด็กตัวเล็กๆอยู่เสมอ และเขาชอบ ชอบที่จะเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆ


ทันที่ที่เขาเดินทางมาถึงบ้านแม่ เขาก็รีบวิ่งเข้าไปกอดผู้หญิงที่รักมากที่สุดทันทีพร้อมกับร้องไห้ออกมา เขาไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้เลย เขาอยากขอโทษที่ยังทำตัวเป็นเด็กอยู่แบบนี้ แต่ใครจะสนกันล่ะในเมื่อคนที่ลู่หานกอดอยู่ไม่มีทางว่าเขาแน่ๆ


เดินขึ้นไปบนห้องนอนที่เคยเป็นของตั้วเองในตอนเด็กและแน่นอนว่าตอนนี้มันก็ยังคงเป็นของเขาอยู่เพียงแต่เขาไม่ได้มาอยู่ก็เท่านั้น วางกระเป๋าเป้ใบสีเหลืองไว้บนเตียง นอนลงบนเตียงโง่ๆแต่โคตรจะนิ่มของตัวเองแล้วก็อดที่จะนึกถึงเตียงที่นู้นไม่ได้ เตียงที่เขานอนข้างๆกับผู้ชายคนนั้น


ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทำให้เขาเผลอหลับไปกว่าจะตื่นขึ้นมาเข็มสั้นของนาฬิกาก็ชี้ที่เลขเจ็ดเข็มยาวชี้ที่เลขหก แม่ของเขาขึ้นมาตามลงไปเพื่อกินข้าวพร้อมกันและแน่นอนว่าเขาลุกขึ้นอย่างไม่อีดออด เดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อทำการล้างหน้ามองใบหน้าของตัวเองในกระจกแล้วพูดกับตัวเองว่า 'เพียงแค่อดทนและพยายามเท่านั้น' หลังจากที่จัดการล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยก็ลงมากินข้าวกับแม่


....


วันนี้แม่ของเขาทำกับข้าวที่เป็นของโปรดเขาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นหมูทอด แกงกิมจิ ซุปเต้าเจี้ยว และเนื้อผัดซอส และเพราะนี่มันเป็นอาหารโปรดของเขาจึงทำให้เขาใช้เวลาในการกินข้าวนานเป็นพิเศษจนไม่ได้ยินเสียงโทรศัทพ์ที่วางอยู่บนห้อง กว่าที่จะกลับขึ้นไปบนห้องนาฬิกาก็บอกเวลาว่านี้มันสามทุ่มแล้วและเขาควรที่จะรีบอาบน้ำเพื่อออกไปนอนดูดาวข้างนอน เขาตั้งใจไว้แล้วว่าการกลับมาบ้านในครั้งนี้จะออกไปดูดาวให้ได้แล้วเหมือนว่าวันนี้ท้องฟ้าก็เป็นใจเสียด้วย เพราะมีดาวที่คอยส่องแสงอยู่เต็มท้องฟ้าไปหมด


แต่ตอนที่ขึ้นมาบนห้องเพื่อจะเตรียมตัวอาบน้ำก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาซะก่อน เขาละมือจากลูกบิดห้องน้ำเพื่อมาดูว่าเสียงเรียกเข้านั้นเป็นของใครพอเห็นถึงกับตกใจเมื่อมีสายที่ไม่ได้รับถึง 94 สายและมันไม่ใช่ของใครเลยนอกจากเซฮุน


เขารีบร้อนที่จะต่อสายโทรกลับไปเพราะคิดว่าต้องเกิดเรื่องอะไรแน่ๆไม่งั้นเซฮุนไม่มีทางโทรมาหาเขาตั้งหลายสายขนาดนี้หรอก เขาโทรกลับไปหาเซฮุนจนถึง 7 สายแต่ก็ไม่มีใครรับ นั่นแหล่ะเขารีบร้อนโทรกลับไปอีกทันทีและในสายที่8ก็มีคนกดรับ และมันคือเสียงผู้ชายคนนึงที่กำลังร้องไห้ เขารับรู้ได้ทันทีว่านั่น....เป็นเสียงของผู้ชายที่เขาแอบรัก


เขาถามเข้าไปในสายอย่างร้อนใจว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นอะไรหรือเปล่าด้วยความเป็นห่วง เขาลืมไปเลยว่าตัวเองตั้งใจจะอาบน้ำเพื่ออกไปนอนดูดาวข้างนอก เขารู้สึกว่าอยากจะออกไปจากห้องนี้เก็บของทั้งหมดลงกระเป๋าเป้ใบสีเหลือและวิ่งออกไปยังสถานีเพื่อกลับไปหาเซฮุน แต่นั้นเป็นเพียงแค่ความคิดชั่ววูบในตอนแรกเท่านั้นแหล่ะ


เซฮุนนายเป็นอะไร


[ลู่หานฉัน ฮึก คยองซู]


ค่อยๆพูดนะเซฮุน ฉันฟังนายไม่รู้เรื่อง


[คยองซู บอกฮึก...เขาบอกเลิกฉัน]


ทำไมล่ะ นายไปทำอะไรเขา เขาดูรักนายจะตาย


[เขามีคนอื่น เขาไม่รักฮึก เขาไม่รักฉัน ลู่หานฉันอยากจะตายๆไปซะ]


พอได้ยินประโยคนี้ความคิดชั่ววูบในตอนแรกกลับเป็นสิ่งที่เขาทำมันทำมันอยู่ในตอนนี้


นายอย่ามางี่เง่าเซฮุน ถึงคยองซูจะไม่รักแต่ฉันรักนาย เซฮุนนายรอฉันนะฉันจะรีบกลับไป


ประโยคของเซฮุนที่บอกว่าอยากตาย เขาได้แต่คิดว่ามันช่างงี่เง่าเสียจริงทำไมถึงคิดอะไรตื้นๆแบบนั้น ถ้าเขาคิดแบบเซฮุนเขาคงจะตายไปตั้งแต่ตอนแรกที่รู้ว่าเซฮุนคบกับคยองซูแล้วล่ะ ทำไมเซฮุนถึงไม่เคยรับรู้เลยว่าเซฮุนสำคัญกับเขามากขนาดไหน


ลู่หานรีบร้อนเก็บเสื้อผ้าเข้ากระเป๋าเป้อย่างร้อนใจวิ่งลงไปชั้นล่างแล้วบอกกับแม่ว่ามีงานสำคัญต้องรีบกลับไปทำ แต่นั่นแหล่ะโกหกแม่ออกไปแล้ว เขาเป็นห่วงเซฮุนมากจริงๆ เขาอยากขอโทษแต่เขาคงไม่มีเวลาพอที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้แม่ของเขาเข้าใจได้




รองเท้าคอนเวอร์สสีแดงซีดคู่นี้ยังคงพาเข้าวิ่งไปเรื่อยๆตามทางเพื่อเรียกรถให้ไปส่งที่สถานี แต่นี่มันเป็นเวลาสามทุ่มไง รถเลยไม่มีสักคันเขาวิ่งไปเรื่อยๆไม่ว่าร้องเท้าจะเชือกหลุดแต่เขาก็ไม่เสียเวลาไปกับการนั่งผูกเชือกรองเท้าหรอก เวลาในตอนนี้มันสำคัญมากถ้าเขากลับไปไม่ทันล่ะ ถ้าเซฮุนคิดอะไรสั้นๆขึ้นมา เขาจะทนอยู่ต่อไปได้อย่างไง ถ้าเขารับโทรศัพท์ไวกว่านี้มันก็คงจะไม่เป็นแบบนี้หรอก เขาอยากขอโทษที่เขาไม่ยอมรับมัน


ลู่หานวิ่งมาจนถึงสถานีและมันก็เป็นเวลาสี่ทุ่มพอดีที่เขาวิ่งฝ่าความมืดตามทางมาจะมีก็เพียงแต่แสงไปของเสาบางช่วงเท่านั้นที่มันให้ความส่องสว่าง นั่งรอสักพักก็มีรถไฟขบวนต่อไปมา เขารีบจองตั๋วและขึ้นไปจับจองที่นั่งทันที เวลากว่าชั่วโมงที่รถไปจะแล่นออกไปจากชานชาลาและเขาแทบจะทนไม่ไหว และในที่สุดรถไปก็เคลื่นตัวออกจากชานชาลา ระหว่างทางเขาร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่กลัวว่ากลับไปแล้วสิ่งที่เขาคิดมันจะเป็นจริง


....


รองเท้าคอนเวิร์สที่ตอนนี้เชือกทั้งสองข้างยังคงไม่ได้รับการมัดจากเจ้าของถูกถอดออกและแน่นอนว่าข้างๆกันมันยังคงเป็นรองเท้าไนกี้คู่สีดำ วิ่งเข้าไปบริเวณโซฟาตัวสีแดงเข้ม เขาเห็นเซฮุนนั่งร้องไห้พร้อมกับกองเบียร์มากมายที่หมดไปแล้วแล้วก็ยังไม่ถูกเปิดออก เขาโล่งใจไปเปราะนึงที่อย่างน้อยๆคนที่เขาอยากเจอยังคงมีชีวิตอยู่เพื่อรอเขา


ลู่หานเข้าไปนั่งลงตรงพื้นที่ข้างๆกับเซฮุนพร้อมกับเอื้อมมือของตัวเองออกไปจับไหล่ทั้งสองข้างของเซฮุนเพื่อเรียกสติ และทันที่ที่เขาทำแบบนั้นตัวของเขาก็จมหายเข้าไปในอ้อมกอดของเซฮุน แต่รู้อะไรไหมว่าอ้อมกอดครั้งนี้มันไม่ได้อบอุ่นเลยแม้แต่น้อย มันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดมากยิ่งกว่าเคยได้ยินไหมบางทีคนที่ไม่แสดงออกอะไรอาจจะเป็นคนที่เจ็บที่สุดก็ได้อย่างเช่นผมในตอนนี้ไง ทั้งๆที่ผมอยากจะร้องไห้ออกมากอดปลอบเขาแล้วพูดว่าชั่งมันเถอะอย่างน้อยนายก็มีฉันแต่ผมกลับพูดมันไม่ออก


ตอนนี้เซฮุนเมามาก ถ้าจะให้เขาพูดอะไรออกไปตอนนี้เชื่อเถอะว่าเซฮุนจะไม่รับฟังหลังจากที่ถูกปล่อยออกจากอ้อมกอดนั้นแล้ว เขาเพียงแต่นั่งนิ่งๆเป็นเพื่อนเซฮุนเท่านั้นและเซฮุนก็เช่นกันไม่ได้พูดอะไรออกมาเพื่อให้เขาสบายใจเลยแม้แต่น้อย ยังคงก้มหน้าก้มตากระดกเบียร์เข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย


เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อเก็บกระเป๋าเป้สีเหลืองของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง เขาอยากปล่อยให้เซฮุนได้มีเวลาและใช้ความคิดของตัวเองบ้าง เข้าใจว่าเสียใจมากและเพราะเสียใจมากถึงได้พูดอะไรและทำอะไรโดยไม่คิด แต่รู้อะไรไหมเวลาที่เราคิดได้มันจะเป็นหลังจากที่เราได้ทำพลาดไปแล้วและเขาไม่ต้องการให้เซฮุนคิดได้ในตอนที่ทำพลาด เขาอยากให้เซอุนคิดได้โดยที่ไม่ต้องทำพลาดแต่มันก็ยากใช่ไหมล่ะ บางทีเขาอาจจะต้องปล่อยให้เซฮุนได้ลองทำพลาดดูบ้างเพราะมันอาจจะช่วยสอนให้เซฮุนเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง


นาฬิกาบอกช่วงเวลาตีสองสีสิบห้านาที7วินาทีลู่หานเดินออกไปจากห้องนอนเพื่อไปดูเซฮุนและเขาก็พบว่าเซฮุนหลับไปแล้ว คงจะเป็นเพราะเมาจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์พวกนั้นแน่ๆ เขาเดินไปเพื่อเอาผ้านวมมาห่มให้เก็บกวาดซากขวดเบียร์ทั้งหลายที่มันกองอยู่เกลื่อนกราด และปิดไปห้องนั่งเล่น เขาไม่ทำแบบนางเอกในละครหรอกนะที่ต้องพยุงร่างของพระเอกที่เมาจนไม่รู้เรื่องเข้าไปในห้องนอนแล้วพอพระเอกเมาไม่รู้เรื่องก็จะทำเรื่องอย่างว่ากัน เพราะนี่มันชีวิตจริงผมตัวเล็กแค่นี้ไม่มีปัญญาพาร่างสูงใหญ่ของเซฮุนเข้าไปในห้องนอนได้หรอก ถึงหมอนี่จะดูผอมแต่ตัวสูงไม่ใช่เล่น

....


แสงแดดสาดส่องเข้ามาและมันทำให้เรารับรู้ว่านี่คือเวลาเช้าแล้ว ผ้าม่านสีครีมปลิวสะบัดตามลมคงจะเป็นเซฮุนสินะที่ตื่นขึ้นแล้วไปเปิดหน้าต่างเอาไว้ เมื่อคืนเมามากขนาดนั้นทำไมถึงยังตื่นขึ้นมาก่อนเขาได้กัน


ตื่นแล้วหรอ ฉันทำให้นายตื่นหรือเปล่าขอโทษทีนะแต่ฉัน....


ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ได้รบกวนอะไรเลย ยังไม่ทันที่เซฮุนจะพูดจบลู่หานก็รีบพูดออกไปเพราะเขาเข้าใจดี ไอ้ความรู้สึกแบบนั้นน่ะ ความรู้สึกที่เราควบคุมอะไรไม่ได้เลยเวลาที่เราเสียใจเรื่องอะไรมากๆ เราก็มักจะเป็นแบบนี้ไม่ใช่หรอความรู้สึกที่เราแทบจะไม่รู้ตัวเลยมันเหมือนกับว่าอยู่ดีๆเราก็เดินไปที่ตรงนั้นทั้งๆที่สมองไม่ได้สั่ง


ลู่หาน ฉันเสียใจ


นายมีอะไรจะเล่าให้ฉันฟังไหมเซฮุน

ต่อให้เขาต้องเจ็บปวดจากการที่ต้องมาฟังเซฮุนเล่าเรื่องของตัวเองกับคนอื่นให้ฟัง เขาก็จะพยายามอดทนเพราว่าสำหรับเขาแล้ว


นายจะรับฟังมันใช่ไหมลู่หาน ฉันขอโทษที่ทำให้นายไม่ได้นอนกับแม่


ต่อให้คนทั้งโลกจะพากันไม่รับฟังโอ เซฮุน


แน่นอนฉันจะรับฟังมัน


แต่เขาจะเป็นคนเดียวที่แตกต่างจากคนพวกนั้นเพราะเขาจะรับฟังมัน


 เขานั่งฟังสิ่งที่เซฮุนเล่าอย่างตั้งใจและคิดตาม แน่นอนว่าเข้าแอบเห็นน้ำตาลูกผู้ชายของซฮุนที่ไหลออกมาอยู่เรื่อยๆในขณะที่กำลังเล่า เขาอยาจะเอื้อมมือเข้าไปซับน้ำตาให้ เขาอยากจะปลอบ แต่เขาก็อยากให้เซฮุนรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเหมือนกัน


ลู่หานเจ็บใจทุกครั้งที่เซฮุนต้องมาเสียใจเพราะคนอื่น


เขาอยากจะทิ้งเซอุนไปซะเพราะเซฮุนไม่เคยเห็นคุณค่าในตัวของเขาเลย เขาทำเหมือนเป็นห่วงผม ทำเหมือนผมสำคัญ ทำเหมือนกับถ้าไม่มีผมแล้วเขาจะอยู่ไม่ได้แต่มันเปล่าเลยสิ่งพวกนั้นมันแค่หลอกลวงให้ผมตายใจเท่านั้น  แต่เคยได้ยินไหมว่ามันจะมีอยู่คนนึงที่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับเรา...เราก็ไม่สามารถปล่อยเขาไปได้นั่นแหล่ะ เซฮุนคือคนนั้น


เซฮุน นายหยุดร้องไห้และลับมาเข้มแข้งได้แล้ว ฉันรู้ว่ามันยากเพราะฉันก็เคยผ่านมันมาแต่นายรู้อะไรไหมว่าเสียใจไปก็เท่านั้น ในเมื่อย่างไงซะเขาก็ไม่มีทางมารับรู้ความเสียใจของนายหรอก การที่นายร้องไห้เสียใจกินเหล้าไม่ทำอะไรเลย มันจะมีแต่ชีวิตนายที่พังและเขาไม่มีทางสนใจมันแน่เพราะสิ่งเดียวที่เขาจะสนใจมันก็มีเพียงแค่ตัวของเขาเองเท่านั้น ฟังฉันนะ นายลองเข้มแข็งแล้วยิ้มกับมันดูสิ ถึงแม้บางครั้งมันจะเจ็บปวดก็ตาม แต่จำไว้อย่างนึงนะเวลาที่นายเจ้บปวดนายจะมีฉันอยู่ข้างๆเสมอ สิ่งที่ลู่หานได้พูดออกมานั้นเขาไม่ได้พูดมันออกมาเกินจริงเลยแม้แต่น้อย


เมื่อคืนตอนที่ฉันโทรหานาย นายบอกว่ารักฉันไม่ได้พูดเพื่อให้ฉันสบายใจใช่ไหม



ไม่รู้สิ ฉันพูดออกไปแบบนั้นด้วยหรอ



ฉันคิดไว้อยู่แล้ว ว่ามันจะมีใครรักฉันจริง แต่ขอบคุณนะที่กลับมา



ฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันทำมันจะสามารถบอกกับนายได้ทุกอย่างแล้วซะอีก


นายหมายความว่าอย่างไงลู่หาน


เชื่อเถอะว่านายไม่อยากรู้มากไปกว่านี้หรอก ฉันจะบอกให้นายรู้แค่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกเท่านั้นและตอนนี้นายก็เพียงได้รู้เท่านี้ เท่าที่ฉันเต็มใจจะบอก รออีกหน่อยนะเซฮุน....ถ้าฉันเก็บมันเอาไว้ไม่ไหวเมื่อไหร่ฉันจะบอกนายเอง


ทำแบบนี้ฉันก็ยิ่งอยากรู้นะลู่หาน


ไปอาบน้ำเถอะ วันนี้เราจะออกไปเที่ยวด้วยกันและจะกลับเข้ามาตอนที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงดาวเท่านั้น


....


รองเท้าทั้งสองข้างที่เดินอยู่บนฟุตบาทในระนาบเดียวกันยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเพราะเจ้าของยังไม่รู้ว่าจุดมุ่งหมายของการเดินครั้งนี้จะไปหยุดอยู่ที่ใด เราเพียงแต่เดินไปเรื่อยๆ เดินไปให้ไกลจากความรู้สึกเดิมๆที่เคยมีก็เท่านั้น แต่แล้วมันก็หยุดลงเมื่อรองเท้าสีดำคู่นั้นไม่เดินต่อ เซฮุนเดินมานั่งลงตรงหน้าเขาแล้วมัดเชือกรองเท้าที่หลุดให้และนั่นมันทำให้เขารู้แล้วว่าทำไมเขาถึงยังตัดเซฮุนออกไปไม่ได้สักที มันคงเป็นเพราะสิ่งที่เซฮุนทำให้เขาสินะหรือบางทีถ้าเขาจะตัดเซฮุนออกไปจากวงโคจรของเขาเขาอาจจะต้องหายไปให้ไกลจากเซฮุน


ทันที่ที่มันเชือกรองเท้าให้เสร็จเราก็เดินกันต่อไปเรื่อยๆโดยที่มี่คำพูดใดๆทั้งสิ้นจากคนทั้งสองคน มันไม่ได้น่าอึกอัด แต่มันกลับทำให้อยากร้องไห้ออกมา เขาไม่เข้าใจหรอกว่ามันทำไมแต่เขาก็แค่รู้สึกแบบนั้น เราเดินกันมาไกลมากแล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด และเขาทนไม่ไหวแล้วเท้าทั้งสองข้างมันปวดนึบไปหมดรวมถึงใจก็เช่นกัน เขารับรู้ได้เลยว่าทำไมเซฮุนถึงเอาแต่เดินไปเรื่อยๆโดยที่มองเท่านั้นโดยไม่เข้าไปในร้านไหนสักร้าน


เซฮุน ฉันคิดว่าเราควรจะเข้าไปพักที่ร้านไหนสักที่


ฉันขอโทษ นายจะเข้าร้านไหนล่ะ เลือกเลย


นายอย่าเอาแต่เหม่อแบบนี้ได้ไหมเซฮุน


ฉันขอโทษ แต่มันทำไม่ได้จริงๆ


งั้นนายก็ควรตั้งสติให้มากกว่านี้ ไป เข้าร้านนั้นกันเถอะฉันเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว


อื้อ


ประตูร้านถูกผลักเข้าไปพร้อมกับมีเสียงของกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น ภายในร้านมีกลิ่นหอมของกาแฟไปทั่วบรรยากาศภายมันให้ความรู้สึกอบอุ่นแล้วก็ให้ความรู้สึกไม่อบอุ่นในเวลาเดียวกัน เหมือนกับแสงแดดอ่อนๆที่อยู่ในฤดูหนาว และมันทำให้ลู่หานอยากสั่งโกโก้ร้อนใส่มาชเมลโล่ก้อนสีขาวมากิน และแน่นอนเขาสั่งพนักงานไปแล้ว หันไปถามคนที่ยืนอยู่ข้างๆว่าจะเอาอะไรแต่ก็ได้คำตอบเป็นความเงียบกลับมา เขาจึงสั่งนมร้อนไปให้เพราะรู้ว่าเซฮุนไม่ชอบดื่มกาแฟสักเท่าไร


ระหว่างที่นั่งกินเราไม่เคยพูดกันเลยแม้แต่ประโยคเดียวมีแต่เสียงผู้คนที่ทยอยเข้ามาสั่งของภายในร้านเท่านั้นที่ช่วยดับความเงียบนั้นลงไป เขาคงต้องให้เวลาเซฮุนอีกสักพักจริงๆสินะ เราออกมาจากร้านในเวลาบ่ายสองโมงและเราเดินต่อไปเรื่อยๆ และก็นั่นแหล่ะจนถึงตอนนี้เราก็ยังคงไม่มีจุดมุ่งหมายอย่างเช่นตอนแรก ลู่หานไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือเปล่าที่ชวนเซฮุนออกมาข้างนอนแบบนี้ บางทีเขาควรปล่อยให้เซฮุนอยู่ในห้องต่อไปเรื่อยๆแบบนั้นแทนหรือเปล่านะ


จนเมื่อหมดหนทางที่จะไปต่อเราทั้งคู่เลือกที่จะเดินกลับไปในทางเดิมที่เราเดินมาเดินกลับไปจนถึงสวนสาธารณะในเวลาหกโมงเย็น อย่าตกใจไปเราไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาที่จะเดินกลับอย่างเดียวหรอก ระหว่างทางเราก็แวะเขาไปนั่งพักตามร้านสะดวกซื้อบ้าง ตามร้านอาหารบ้าง วันนี้เซฮุนพูดน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและอาการเหม่อลอยก็มีให้เห็นได้ทั้งวัน


....


เก้าอี้ประจำที่เราเคยนั่งด้วยกันตอนนี้มันไม่ว่างเสียแล้วเพราะมันมีคนสองคนกำลังนั่งอยู่ ลู่หานมองคนพวกนั้นแล้วร้องไห้ออกมา เขาคิดถึงช่วงเวลาเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีคยองซูเข้ามา เขาคิดถึงตอนที่เราทั้งสองคนได้นั่งเล่นกันที่เก้าอี้กตัวนั้น เขาคิดถึง....วันที่เราเคยมีความสุข


จนถึงตอนนี้คยองซูจะเดินทางออกไปจากชีวิตของเซฮุนแล้วแต่ก็เหมือนกับว่าเซฮุนจะไม่ยอมรับมันเสียเท่าไร  ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือตอนที่คยองซูยังอยู่ ลู่หานก็ได้รู้แล้วว่าต่อให้เซฮุนจะมีใครหรือไม่มีใครลู่หานก็ไม่มีสิทธิ์ได้เป็นคนคนนั้นหรอก ต่อให้เขาพยายามแค่ไหนมันก็ดูจะเปล่าประโยชน์ไปซะหมด มาจนถึงวันนี้เขาควรที่จะยอมรับและทำความเข้าใจกับมันแล้วสินะ...หรือบางทีเขาควรที่จะบอกมันออกไปในวันนี้เลย


ลู่หานนายร้องไห้ทำไม


นายมองเห็นมันด้วยหรอเซฮุน ฉันเคยอยู่ในสายตาของนายด้วยหรอ


ทำไมนายพูดแบบนั้น


ไม่ว่าฉันจะทำอะไรให้นายเท่าไรแต่ดูเหมือนว่านายจะไม่เคยรับรู้


“….”


บางทีฉันควรหายไปหรือเปล่าเซฮุน บางทีนายอาจจะไม่ได้ต้องการให้ฉันอยู่ลู่หานถามออกมาเสียงแผ่ว


ไม่นะลู่หาน นายเป็นอะไร


การมีอยู่ของฉันสำหรับนายมันจำเป็นจริงๆหรอ


“….”


ใช่ เซฮุนตอบลู่หานไม่ได้ไม่ได้ เซฮุนไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรจะตอบอะไรออกไปเพราะสิ่งที่ลู่หานถามเขาออกมานั้นเขายังคงไม่สามารถให้คำตอบกับมันได้ ถามว่าเขาอยากให้หายไปไหม แน่นอนคำตอบมันก็เห็นแก่ตัวเพราะเขาไม่อยากให้ลู่หานหายไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ในสิ่งที่ลู่หานกำลังรู้สึกแต่จะให้เขาทำอย่างไงได้ในเมื่อเขาไม่ได้คิดแบบนั้นกับลู่หาน


นายพร้อมที่จะฟังสิ่งที่ฉันอยากจะให้นายรับรู้หรือยัง ตอนแรกฉันคิดว่าฉันคงจะอดทนต่อไปได้ คงจะพยายามทำให้นายเปลี่ยนได้....แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันไม่มีทาง มันคงจะเร็วไปสักหน่อยที่ฉันจะบอกกับนายทั้งๆที่ฉันพึ่งจะพูดกับนายไปเมื่อเช้านี้เองว่าจะบอกตอนที่ฉันทนไม่ไหวแต่ไม่ใช่ว่าฉันไม่อดทน ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันอดทนมันมาตลอดและไม่ใช่เพราะฉันไม่ยายามเช่นกัน ฉันพยายามแล้วแต่มันก็เป็นอย่างที่เห็น ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ฉันก็คงจะทำได้เท่านี้แหล่ะลู่หานพูดออกมาตามความจริง เพราะถ้าเกิดย้อนเวลากลับไปได้จริงๆเขาก็คงเชื่อว่านี่มันดีที่สุดแล้ว เขาจะไปทำอะไรได้อีกในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาก็พยายามมาโดยตลอด เวลาตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสี่ เขาอดทนและพยายามมาตลอดแล้วจริงๆ


ถ้าฉันบอกว่ายังไม่พร้อม นายจะยอมปล่อยเวลาให้ฉันอีกได้หรือเปล่า


ไม่มีเวลาเหลือแล้วเซฮุน ใจของฉันมันพังมานานแล้วและฉันคิดว่ามันควรได้พักผ่อนเสียที...ขอโทษนะ


ถ้านายบอกฉันแล้ว ช่วยอยู่กับฉันต่อไปด้วยเถอะ


ไม่ได้หรอก ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าบอกนายออกไปฉันก็จะออกไปจากชีวิตนายทันทีและนายก็จะหลุดออกไปจากวงโคจรของฉันเช่นกัน


แต่ฉันไม่เหลือใคร นายก็รู้ลู่หาน


ใช่ ในตอนนั้นเองฉันก็ไม่มีใครเช่นกัน ฉันอยากให้เวลาช่วยให้นายโตขึ้นและเข้มแข็งขึ้น ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากอยู่ข้างๆนาย แต่บางทีเราก็สามารถอยู่ข้างๆกันได้โดยที่ร่ายกายไม่ต้องอยู่ข้างๆก็ได้นี่ มันจะไม่ดีกว่าหรอถ้าฉันจะให้ใจของฉันอยู่ข้างๆนายแทน


จากตอนแรกเป็นลู่หานที่ร้องไห้แต่ตอนนี้กลับเป็นเซฮุนแทนที่กำลังร้องไห้ออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะรับรู้มาตลอดว่าลู่หานรู้สึกอย่างไงแต่เขาไม่เคยรับรู้เลยว่าลู่หานต้องเจ็บปวดมากขนาดนี้ เขาคิดว่าลู่หานคงจะเลิกรู้สึกกับเขาไปได้ตั้งแต่ตอนที่เขาคบกับคยองซูแล้วแต่เปล่าเลย เขาคิดผิด ลู่หานยังคงมีความรู้สึกให้เขามาตลอด


ฉันขอโทษ ที่มองไม่เห็นสิ่งที่นายกำลังพยายามทำต่อจากนี้นายจะไม่ต้องทนเสียใจแล้วล่ะ


แสดงว่าตอนนี้นายจะฟังมันแล้วใช่ไหม


ใช่...ถึงแม้นายจะไม่อยู่กับฉันแต่ฉันเชื่อว่าเวลาจะทำให้ฉันโตขึ้นและเข้าใจอะไรมากขึ้นเช่นกัน


ฉันดีใจนะที่นายคิดแบบนั้น เรื่องที่ฉันจะบอกมันเป็นเพียงเรื่องงี่เง่าของฉันเท่านั้นแต่นายช่วยรับฟังมันด้วยเถอะ


“….”


ฉันรักนายนะเซฮุน รักโดยที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทน รักแม้รู้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้และฉันก็ซื่อตรงกับความรู้สึกนั้นของตัวเองมาตลอดตั้งแต่ตอนปีหนึ่งจนถึงตอนนี้ ฉันก็ยังยืนยันแบบเดิมว่าฉันยังคงซื่อตรงกับมันอยู่...ฉันยังคงมีความรู้สึกซื่อตรงแบบนั้นกับเซฮุนอยู่เสมอ ใจของฉันมันแทบจะพังแทบจะแตกสลายไปตอนที่นายกลับห้องมาบอกกับฉันว่านายมีแฟนแล้ว ฉันอยากจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวทุกครั้งเวลาที่นายแสดงออกมาต่อหน้าฉันว่านายรักคยองซูมากแค่ไหน แต่ฉันมันคนไม่มีสิทธิ์ ฉันจะไปทำอะไรงี่เง่าแบบนั้นได้อย่างไงกัน หึ”  หัวเราะเยาะให้กับเรื่องงีเง่าที่ตัวเองพ่นมันออกไปอย่างเก็บไม่อยู่


“….”


ฉันไม่รู้ว่านายรู้หรือเปล่าแต่ก็เดาว่านายไม่รู้แล้วกัน อืม...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าไอ้ความรู้สึกที่มีต่อนายมันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนไหนพอรู้ตัวอีกทีฉันก็มีนายมาอยู่ในวงโคจรของฉันไปแล้ว มันยากจังเลยเน๊าะ ให้ตัดคนที่เรารู้สึกรักออกไปเนี่ย แต่ฉันจะต้องทำแล้วล่ะ ขอโทษด้วยนะที่อยู่กับนายต่อไปไม่ได้ เหลือเวลาอีกไม่ถึง 30 วันแล้วรีบๆทำใจให้ได้แล้วกลับมาเป็นเซฮุนที่น่ารักเหมือนเดิมนะ แล้วก็อย่าห่วงฉันเลยฉันหาที่พักใหม่ได้สบายมาก


เขาพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆในทุกๆประโยค รู้ไหมว่าลู่หานต้องพยายามมากแค่ไหนที่จะไม่ร้องไห้ออกมามันยากมากแต่เขาจำเป็นต้องทำ แต่ที่เขาตัดสินใจบอกเซฮุนไปทั้งหมดเพราะเขาไม่


สุดท้ายแล้วนะเซฮุน ถ้าฉันกลับห้องไปเก็บของนายห้ามตามฉันกลับไปนะ รอให้ผ่านไปสัก 1 ชั่วโมงก่อนแล้วค่อยกลับก็ได้ อย่ากินเบียร์ล่ะ คืนนี้จะไม่มีคนเก็บขวดให้นายอีกแล้วนะ นายต้องนอนในห้องรกๆแบบนั้นและฉันพนันได้เลยว่านายไม่ชอบมันหรอก เวลาเจอกันที่มหาลัยไม่ต้องทักฉันนะฉันไม่อยากกลับไปรู้สึกอะไรอีกแล้ว แต่รับรองว่าฉันจะเข้าไปทักนายเองในวันที่ฉันพร้อม นายเข้าใจฉันใช่ไหม ความรู้สึกของคนเรามันไม่ได้ฟื้นตัวง่ายๆ เพราะฉะนั้นมันจะยังไม่ใช่วันนี้ ฉันไปก่อนนะขอให้โชคดีในทุกวินาทีที่ไม่มีฉัน รักนายนะ โอเซฮุน


ไม่มีแรงพอที่จะฝืนความรู้สึกตัวเองต่อไปแล้ว


ฉัน...ลู่หาน อย่าเพิ่งไป


“…”


ขอโทษที่ฉันใจร้าย


นายไม่ได้ใจร้าย นายแค่ไม่รักฉันแค่นั้นเอง


รองเท้าคู่เดิมยังคงพาเขากลับมาที่ห้องที่เคยอยู่และมันยังคงถอดวางข้างๆรองเท้าอีกคู่ในที่ของมันแต่มันคงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ทำแบบนี้แล้วล่ะ เพราะต่อไปเขาจะไปอยู่ในที่อีกที่นึงซึ่งมันคงเหงาน่าดู ลู่หานรีบเก็บของลงกระเป๋าใบใหญ่ของตัวเองและหยิบของที่เป็นของๆตัวเองออกมาจากห้องนั้นจนหมดจะเหลือก็เพียงสิ่งเดียวที่เขาทิ้งไว้ นั่นก็คือร่มคันสีเหลืองของเขา เขาอยากให้มีสิ่งของที่เป็นของเขาได้วางข้างกับสิ่งของของเซฮุนและมันคงจะไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าร่มคันนั้นอีกแล้ว เขาคิดแบบนั้น


....


ห้องใหม่ที่ย้ายไปอยู่เมื่อ 20 วันที่แล้วมันไม่ได้กว้างและไม่ได้แคบจนเกินไปแต่มันกลับเหงามากเหลือเกิน  เหลืออีกแค่ 9 วันเท่านั้นที่เราจะเรียนจบ ลู่หานคิดว่าถ้าเขาออกมาอยู่ไกลๆจากเซฮุนแบบนี้มันคงจะทำให้ลืมเซอุนได้แต่เปล่าเลยมันยิ่งทำให้เขาคิดถึงเซฮุนมากกว่าเดิมซะอีก เอาจริงๆแล้วการที่ไม่มีเซฮุนลู่หานก็อยู่ได้นะเขาเข้าใจแบบนั้น แต่ถ้ามีเซฮุนอยู่ด้วยเขาก็จะอยู่ได้แบบมีความสุขมากกว่าถึงแม้บางครั้งจะต้องร้องไห้ก็ตาม


จริงอยู่ที่ตอนนี้เขาเป็นเหมือนกับผีเสื้อที่มีอิสระในการบิน ทั้งๆที่ตอนนี้มีอิสระในการที่จะเปิดรับใครสักคนเข้า มาในชีวิตแต่เขากลับไม่ต้องการมันซะอย่างนั้น เพราะคนที่เขาต้องการให้เข้ามาอยู่ในชีวิตนั้นมีเพียงคนเดียวคนที่ชื่อ โอเซฮุนเท่านั้น


....


วันสุดท้ายของการเรียนเขายังคงเจอเซฮุนทุกวันและเขาอยากขอบคุณเซฮุนที่ไม่เข้ามาทักเขาเลยแม้แต่น้อย เขาเห็นว่าเซฮุนมองเขาอยู่บ่อยๆแต่เขากลับต้องทำเป็นมองไม่เห็นเพราะไม่อยากทำให้ความตั้งใจในตอนแรกสูญเปล่า เขาต้องการที่จะลืมนี่ถ้าหันไปมองเซฮุนอยู่บ่อยๆจะลืมลงได้อย่างไงกัน


ผ่านไปได้ไม่นานก็ถึงวันรับปริญญาเขาตั้งใจไว้แล้วล่ะว่าวันนี้จะเข้าไปแสดงความยินดีกับเซฮุนสักหน่อย เพราะนี่มันอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่ได้เจอกันวันนี้เขาจะต้องทำมันให้ได้


เสร็จสิ้นพิธีรับปริญญาบัตรลู่หานก็ตั้งใจเดินตรงเข้าไปหาเซฮุนแต่ก็ต้องชะงักไปเสียก่อนเพราะดอกไม้ช่อใหญ่ของเจ้าเด็กชื่อว่าคยองซูที่เดินตัดหน้าเขาไปเพียงแค่เสี้ยววินาที ดอกไม้ช่อเล็กๆในมือของเขาเทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อยแต่จะให้ทำอย่างไงได้เขาตั้งใจเลือกดอกไม้พวกนี้มาด้วยตัวของเขาเองเลยนะ ดอกไม้ทุกดอกที่แสดงออกถึงความรู้สึกของเขา...


รอจนคยองซูเดินออกไป นี่มันก็คงจะเป็นเวลาของเขาแล้วสินะจะตอนไหนๆเขาก็ต้องเป็นที่สองรองจากคนอื่นอยู่ดีทั้งๆที่ตั้งใจแล้วแท้ๆว่าจะต้องเป็นคนแรกที่ได้ไปแสดงความยินดีกับเซฮุน ไม่เป็นไรหรอกน่าจะมามัวงี่เง่ายืนตัดพ้ออยู่ทำไม เดี๋ยวคนอื่นก็ตัดหน้านายไปอีกหรอก พอคิดได้เช่นนั้นก็รีบเดินตรงไปหาเซฮุนทันที เดินไปหยุดตรงหน้าเซฮุนจ้องมองหน้านั้นไว้นานเป็นนาทีจนเซฮุนต้องเป็นฝ่ายเอ่ยทักออกมา


มายืนจ้องหน้าคนอื่นเขาทำไมกัน


วันนี้นายหล่อมากนะเซฮุน ฉันไม่อยากะสายตาไปไหนเลย


นายก็เหมือนกัน แล้วนี้วันนี้นายพร้อมแล้วหรอ


อื้อ ฉันพร้อมแล้ว


ดีใจจังที่นายกลับมาคุยกับฉันแล้ว ฉันมองนายอยู่ตลอดเลยนะรู้บ้างไหม


แน่นอนอยู่แล้วว่าฉันรู้


งั้นนายแกล้งทำเป็นไม่สนใจมันหรอ ใจร้ายเป็นบ้าใช่ เซฮุนนคิดแบบนั้นจริงๆ ทำไมลู่หานถึงได้ใจร้ายแบบนี้นะทั้งๆที่รู้ว่าเขามองอยู่แท้ๆทำเป็นไม่เห็นได้อย่างไงกัน และเซฮุนก็ได้รู้แล้ว่าการที่ไม่มีลู่หานอยู่ด้วยมันแย่แค่ไหน


ขอโทษที 5555


เขากลับมาห้องที่มีเพียงแต่เขาและของของเขากับร่มคันสีเหลืองที่ลู่หานทิ้งไว้ข้างๆกับร่มคันสีฟ้าของเขาเท่านั้น


ร้ายขึ้นเยอะเลยนี่


เขาเสียใจมากกว่าตอนที่เลิกกับคยองซูเสียอีก มันช่างแปลกเหลือเกิน


แน่นอนอยู่แล้ว นี่ฉันลู่หานนะ แล้วเมื่อกี้ฉันเห็นคยองซู...นายดีกับน้องแล้วหรอดีใจด้วยนะแอบเห็นเมื่อกี้ยิ้มแก้มจะแตกเลยนี่


อ่ะ ของนายดอกไม้ช่อใหญ่ในมือของเซฮุนตอนนี้ถูกส่งมาให้เขาตรงหน้า แต่นี่มันเป็นดอกไม้ที่เขาเห็นว่าคยองซูให้กับเซฮุนนี่ ถ้าไม่ได้เตรียมของให้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยมันดีกว่าการที่ซฮุนเอาของที่คนอื่นให้ตัวเองมาให้เขาต่ออีกเป็นไหนๆ


แต่ฉันเห็นว่าคยองซูให้ดอกไม้ช่อนี้กับนายนะ


ใช่ ฉันฝากคยองซูซื้อมาเองแหล่ะฉันไม่มีเวลาไปซื้อน่ะ และเรื่องที่ฉันจะบอกก็คือฉันไม่ได้กลับไปคบกับคยองซูหรอก เราเป็นพี่น้องกันเท่านั้น


งั้นขอบใจมากนะ อ่ะ แล้วนี่ก็ดอกไม้ของนายช่อมันอาจจะเล็กไปหน่อยแต่มันมีความหมายทุกดอกเลยนะยื่นดอกไม่ช่อเล็กที่อยู่ในมือไปให้กับคนตรงหน้า


นายยิ้ม


ฉันเปล่า จะเอาไหมดอกไม้เนี่ย


ดีใจหรอที่ฉันไม่ได้กลับไปคบกับคยองซู


เปล่าสักหน่อยทำไมฉันต้องดีใจด้วยเซฮุนเดาถูกทุกอย่างตอนนี้ลู่หานดีใจจนเก็บรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่เลยล่ะ มันมีความรู้สึกเหมือนงานเฉลิมฉลองกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า


ไม่ดีใจก็ไม่เป็นไรเซฮุนยิ้มกวนขนาดที่ตอบกลับไป


เสร็จแล้วนายจะไปไหนต่อหรือเปล่า


ดอกไม้ของนายมันแปลว่าอะไรบ้างหรอช่วยบอกฉันทีเซฮุนไม่ได้ตอบคำถามที่ลู่หานเอ่ยถามออกไปแต่กลับสร้างคำถามใหม่มาให้เขาเสียอย่างนั้น


อืม...นายอยากรู้จริงๆหรอ


แน่นอนที่สุด


งั้นฉันก็จะบอกนายเอง ตั้งใจฟังด้วยล่ะ ดอกแคสเปียหมายถึงความรักที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงและจะไม่ลืมเลือนส่วนดอกนี้ดอกเดซี่หมายถึงความอดทนและการซื่อสัตย์ต่อความรักแล้วก็นี่ดอกคัตเตอร์หมายถึงแม้นายจะไม่มองฉันแต่ฉันก็มีแต่นายเสมอ และก็เจ้านี่เจ้าดอกนี่คือดอกลาเวนเดอร์ความหมายของมันคือการรอคอยอย่างมีความหวัง... ลู่หานอธิบายถึงดอกไม้ต่างๆที่อยู่ในช่อนี้พร้อมกับยิ้มไปด้วย เขารู้สึกเขินขึ้นมาเสียดื้อๆเมื่อต้องมาบอกความหมายของเจ้าดอกไม้พวกนี้ แต่ถ้าเซฮุนอยากรู้เขาก็จะเป็นคนบอก


แล้วตอนนี้นายยังรอฉันอยู่หรือเปล่า


 ไม่รู้สิ...ฉันไม่ได้รอแต่ว่าฉันเองก็ไม่ได้ไปไหนเช่นกัน


ถ้าเซฮุนไม่ได้โง่จนเกินไปคงจะเข้าใจความหมายของประโยคเมื่อครู่นี้และลู่หานหวังว่าเซฮุนจะเข้าใจมัน


งั้นฉันจะหมายความว่านายรอแล้วนะ ลู่หาน....ถ้ากลับมาได้ฉันขอให้นายกลับมานะ


เซฮุน...ฉันแต่ว่า...เซฮุนฉันขอกอดหน่อยแค่กอดไม่ต้องรู้สึกก็ได้


ทันทีที่พูดประโยคนี้จบเซฮุนก็กอดลู่หานอย่างแน่นและถึงแม้ว่ามันจะแน่นจนแทบหายใจไม่ออกแต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะผลักอ้อมกอดนี้ไปไหน อ้อมกอดในครั้งนี้มันมีความอบอุ่นผสมอยู่ประมาณ 20% ความคิดถึงอีก 70% และอีก10% เขาขอเหมาว่ามันเป็นความรักได้ไหม เขาขอลองเข้าข้างตัวเองดูสักครั้งว่าตอนนี้นี้เซฮุนรู้สึกแบบเดียวกันกับเขาได้ไหม


ไม่รู้สึกไม่ได้ เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกไปแล้วช่วงเวลาที่ไม่มีนายมันแย่มากถ้ากลับมาได้ก็ขอให้กลับมานะ


ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะคิดไม่ผิดนะ


นายหมายความว่าอย่างไง


เรื่องที่เขาเข้าข้าวตัวเอง


ฉันรักนายลู่หาน ขอโทษที่ฉันรู้ตัวช้าจนเกือบจะเสียนายไป


เมื่อตอนนี้เซฮุนได้พูดคำนั้นออกมาแล้ว


ฉันก็รักนายเซฮุน ตอนที่ไม่มีนายมันเหงามากๆ


นั่นคือ คำว่ารัก

 

ลู่หานผละออกจากอ้อมกอดของเซฮุนพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างไม่หยุด มาจนถึงวันนี้ความพยายามของเขามันสำเร็จแล้วใช่ไหม เซฮุนรักเขาด้วยหัวใจแบบที่เขารักเซฮุนมาตลอดด้วยหรือเปล่าเรื่องนี้เขายังคงหาคำตอบให้มันไม่ได้แต่เขาจะใช้เวลาร่วมกับเซฮุนเพื่อหาคำตอบนี้ไปพร้อมๆกัน


ขอบคุณเซฮุนที่ช่วยสอนให้ผมอดทนและพยายามเพื่อที่จะรักเขามาตลอด และก็ขอบคุณตัวเองที่ไม่โอนเอียงและหวั่นไหวไปกับคนที่เข้ามาในชีวิต ตอนนี้เขามีความสุขเหมือนกับตอนที่ได้ของขวัญชิ้นแรกในวันเกิดไม่มีผิด มันตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก มันยิ่งกว่าการที่ผมสอบได้ที่1ในลำดับชั้นเสียอีกและในบางทีมันเป็นความสุขที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก


ขอบคุณนะเซฮุนที่รักฉันเสียที






////

อยู่ๆก็แต่งออกมา

มาลองอ่านกันได้เลย

เม้นให้เราด้วยหรือจะสกรีมก็ได้

#shotfickuma

 

 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น