น้ำมันปลา คืออะไร?
เขียนโดย
bbcrew
กรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 มีกรดที่สำคัญอยู่ 2 ชนิด คือ EPA (Eicosapentaenoic = กรด ไอ-โคซาเพนตาอีโนอิก) และ DHA (Docosahexaenoic acid = กรดโดโคซาเฮ็กซาอีโนอิก) เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 ไม่ได้มาจากแหล่งอาหารทะเล เพียงอย่างเดียว ในพืชบางชนิดที่มีกรดแอลฟาไลโนเลนิค (alpha linolenic acid) เมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายจะสามารถเปลี่ยนกรดชนิดนี้เป็นกรด EPA และ DHA ได้ แต่การสร้างนี้เกิดขึ้นได้ช้าและจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่ขาดเอนไซม์ในขบวน การเมตาโบลิซึมนี้ พืชที่พบ คือ น้ำมันลินสีด (linseed oil) ผลวอลนัทและน้ำมันวอลนัท แฟลกซ์สีด (flaxseed) เรปสีด (rapeseed) น้ำมันคาโนล่า น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด ผักขม (spinach) และ ผักกาดเขียว
กรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 6 เป็นกรดที่สำคัญอีกชนิด หนึ่งซึ่งมีผลในการลดไขมันในเส้นเลือด พบมากในน้ำมันพืชหลายชนิด เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น
แหล่ง น้ำมันปลาในธรรมชาติที่ดีที่ สุด คือ ปลาทะเล, หอยนางรมแปซิฟิก และปลาหมึก ปลาทะเล เช่น แซลมอน ทูน่า ซาบะ ซาร์ดีน เฮอร์ริ่ง แองโชวี่ ไวท์ฟิช บลูฟิช ชอคฟิช ปลาเทร้า แมคเคอเรล เป็นต้น ปลาทะเลที่มีน้ำมันปลามาก คือ ปลาทู ปลาสำลี ปลารัง ปลากระพง เป็นต้น
พบว่าปลาที่จับได้ในธรรมชาติจะมี ปริมาณกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ในสัดส่วนที่เหมาะสม ส่วนปลาที่เลี้ยงในบ่อจะมีปริมาณของกรดโอเมก้า 6 มากกว่า โอเมก้า 3
ความสำคัญของ น้ำมันปลาในช่วงวัยต่างๆ
ทารก และสตรีมีครรภ์
DHA มีความจำเป็นต่อการพัฒนาของจอตาและสมองของทารก แต่ทารกไม่สามารถสังเคราะห์ DHA ได้ด้วยตนเอง ต้องอาศัยจากน้ำนมแม่ โดย FAO และ WHO ระบุว่า ทารกแรกเกิดควรได้รับ DHA ไม่ต่ำกว่าวันละ 40 มิลลิกรัมต่อ น้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม จากการศึกษายังพบว่า เด็กที่คลอดก่อนกำหนด เมื่อได้รับนมเสริม DHA จะสามารถมองเห็นได้ชัดเร็ว กว่าเด็กที่ไม่ได้รับอีกด้วย มารดาและหญิงที่ให้นมบุตรจึงควรบริโภค DHA อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ DHA ที่ ได้รับ ส่งต่อไปยังลูกโดยผ่านทางรกและน้ำนม
เด็ก วัยเรียนรู้
DHA เป็น ส่วนหนึ่งของเซลล์สมองและเซลล์ประสาทซึ่งมีผลต่อสติปัญญา หากร่างกายขาด DHA จะทำให้เซลล์สมองและเซลล์ประสาทขาดประสิทธิภาพไปด้วย เด็กในวัยนี้จึงควรได้รับ DHA ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และการเจริญเติบโตของสมอง
วัยทำงาน
คน ในวัยทำงานมักประสบความเครียดอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะสมองทำงานหนักเกินไป หรือ อีกนัยหนึ่งเป็นเพราะร่างกายขาด DHA ใน ปริมาณที่เหมาะสม, DHA จะผ่านเข้าไปเสริมสร้างการ เจริญเติบโตของปลายประสาทของเซลล์สมองที่เรียกว่า เดนไดรท์ (Dendrite) ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมอง ด้วยกัน ทำให้สมองทำงานดีขึ้น หากรับประทานอาหาร ที่มี DHA จำนวนมากอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สัดส่วนของ DHA ในสมองสูงขึ้น ซึ่งหมายความว่า ความเครียดจะลดลง และทำงานได้ดียิ่งขึ้น
ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุจะเกิด ภาวะสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ได้ง่ายกว่าคนในวัยอื่นๆโดยไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุ อะไร แต่จากการทดลองโดยการให้ DHA แก่ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในโรง พยาบาล คิชิไคกัน ประเทศญี่ปุ่น ปรากฎว่า เมื่อได้มีการทดสอบความฉลาดด้านภาษาและกิริยาท่าทาง เช่น ความสามารถในการคำนวณ ความสามารถในการตัดสินใจ และประสิทธิภาพระดับสูง
กลุ่ม ผู้ป่วยที่ได้รับ DHA เป็นเวลา 6 เดือนจะมีขอบข่ายอาการที่ดีขึ้นมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับ DHA อย่างเห็นได้ชัด
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
13 พ.ค. 53
464
1
ความคิดเห็น
ไปดูรายละเอียดกันครับ ไปที่ http://www.mypape.ws E-mail; pape_mg@hotmail.com
หรือโทร.สอบถามข้อมูได้ที่ 080-6095976 ถ้าท่านที่ไม่สะดวกให้ลงชื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม(ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ในหน้าเว็ปข้างต้นนี้ครับ
ตอนนี้ผมได้รับโอกาสแล้วผมก็อยากให้ทุกคนได้โอกาสเหมือนผมบ้าง
หากอีเมล์ฉบับนี้เป็นการรบกวนท่าน ขออภัยมานะที่นี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ