นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS Fic B.A.P] :: Just a feeling... :: (LoJae)

โดย baXll natural

เมื่อยูยองแจได้ซาบซึ้งในวันหนึ่งว่าชเวจุนฮงไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไป...

ยอดวิวรวม

519

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


519

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


22
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ส.ค. 59 / 22:15 น.
นิยาย [OS Fic B.A.P] :: Just a feeling... :: (LoJae)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เมื่อยูยองแจได้ซาบซึ้งในวันหนึ่งว่าชเวจุนฮงไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไป...





Couple :: LoJae (Zelo X Youngjae)
Tag :: #LoJaeFeeling
Author :: baXll
Twitter :: @baXllnatural

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ส.ค. 59 / 22:15


Just a feeling...

‘Turn the lights off…’

 

เด็กหนุ่มผมสีควันบุหรี่หลับตาลงช้า ๆ พร้อมกับที่แสงสีส้มนวลตาถูกปรับให้สลัวรางเพื่อสร้างบรรยากาศ... สมาธิและโสติประสาทซึมซับเสียงดนตรีที่เลื่อนไหลผ่านเฮดโฟนเข้ามาด้วยท่วงทำนองอ่อนหวานหลังประโยคแรกของลีดเดอร์ของวงเริ่มต้นขึ้น...

 

เนื้อเพลงที่บรรยายถึงความรู้สึกหวามไหว เร่าร้อน และลุ่มลึกในสัมผัสของคู่รักที่ปรารถนาจะถ่ายทอดความรักแก่กันและกันด้วยการสัมผัสอันลึกซึ้ง...

 

เป็นเขาล่ะก็...อีกกี่ปีแสงจะแต่งเนื้อเพลงแบบนี้ได้ก็ไม่รู้

 

 

ปลดปล่อยความตึงเครียด และผ่อนคลายซะนะที่รัก...

 

แม้จะหลับตาอยู่ แต่ห้วงความคิดของเด็กหนุ่มร่างสูงกลับปรากฏภาพเจ้าของเสียงหวานนุ่มนั้นอย่างชัดเจน ราวกับริมฝีปากอิ่มนั้นกำลังเอ่ยเชิญชวนแผ่วเบาอยู่ริมหูของเขา...อดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นลอบมองแพขนตาและเสี้ยวหน้าด้านข้างที่สุกปลั่งจากแสงสลัว

 

...ใจของเขาสั่นไหวเงียบ ๆ เพียงลำพัง

.

.

.

“เอ้า น้ำ”

เผลอสะดุ้งกับสัมผัสเย็นจากผิวสแตนเลสที่แนบลงข้างแก้มแบบไม่ทันได้รู้ตัว ก่อนจะรับขวดน้ำมาเปิดแล้วยกชามะนาวอุ่น ๆ ขึ้นจิบจนพร่องไปเกือบครึ่ง

“เป็นอะไร? วันนี้ดูนายไม่ค่อยมีสมาธินะ”

 

เหลือบมองคนถามแว่บหนึ่งแล้วก้มหน้าเลื่อนปลายนิ้วบนไอพอดทัชต่อ “...เปล่านี่พี่”

               

“ไม่เชื่ออ่ะ” หางตาสังเกตเห็นเรียวคิ้วได้รูปนั้นขมวดน้อย ๆ อย่างเป็นกังวล

แอบถอนใจ...บอกไปพี่จะเข้าใจจริง ๆ เหรอ พี่ยองแจ?

 

                “ครึ่งวันแล้วยังอัดเสียงครึ่งแรกไม่ผ่านเลย ...พี่เข้าใจนะจุนฮง เนื้อเพลงมันอาจจะยากที่นายจะทำความเข้าใจและมีฟีลลิ่งร่วมกับมัน แต่นายควรตั้งใจและมีสมาธิมากกว่านี้นะ” คราวนี้ร่ายยาวด้วยน้ำเสียงที่ไม่เจือท่าทีล้อเล่นแม้แต่น้อย

 

                จริงอย่างที่ยูยองแจว่า...ครึ่งวันนี้หมดไปกับการบันทึกเสียงเพลง Body&Soul ซึ่งถ้านับดูแล้ว... 1..3..7..12 ก็สิบกว่ารอบแล้ว และถ้าว่ากันตามจริง เกือบทุกครั้งก็มาติดตรงส่วนของเขาเอง ...ยอมรับอย่างไร้ข้อแก้ตัว ว่าพยายามรวบรวมสมาธิแล้ว แต่มันทำได้ยากจริง ๆ

                “พี่ยงกุกก็เหลือเชื่อเลยว่ะ คอนเซ็ปต์เป็นยังไงจัดให้ไม่มียั้งเลย เฮ่อ...ไม่คิดเลยมั้งว่าน้องในวงนี่จะมีใครเชี่ยวเหมือนท่านน่ะ” เด็กหนุ่มอมยิ้มบาง ๆ กับวาจาเหน็บแนมหัวหน้าวงอย่างไม่ใคร่จะจริงจังนักของพี่ชาย

 

 

ในสายตาของชเวจุนฮง ยูยองแจเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและจริงจังกับงานมาก อันที่จริง..กับอัลบั้มแรกของวง สมาชิกทุกคนก็มีความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้งานออกมาดีที่สุด จึงไม่แปลกที่คนที่มีประสบการณ์ชีวิตน้อยกว่าคนอื่น ๆ อย่างเขามักจะถูกตำหนิอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ยินดีที่จะรับฟังและพัฒนาตัวเองเสมอ และเพราะแบบนั้น ...เขากลับรู้สึกดีที่พี่ชายตัวเล็กคนนี้เข้มงวดกับเขา ยอมมานั่งอบรมเขาอยู่แบบนี้ ยินดีมากกว่าการถูกเพิกเฉยหลายเท่า

 

...เพราะถ้าเป็นแบบนั้น รู้เลยว่าเขาอาจจะตายได้เลยล่ะ

 

                “ฮ่ะ! เตรียมตัวกันเถอะ รอบนี้ตั้งใจให้มากนะจุนฮง”

                คนที่ตัวเล็กกว่าผุดลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงเมื่อหมดเวลาพัก บิดกายไล่ความเมื่อยขบเล็กน้อยก่อนที่มือข้างหนึ่งจะวางแปะลงบนศีรษะของน้องชายตัวสูง

 

                “ทิ้งความกังวลไปให้หมดนะ ถึงนายไม่พูดพี่ก็รู้ว่านายต้องมีเรื่องอะไรในใจแน่ ๆ เอาเป็นว่า...พี่ยินดีช่วยเสมอ...ถ้านายต้องการ”

มือที่เล็กกว่ามือของเขาแต่ก็อุ่น...และนุ่มกว่า ยีไปมาบนเส้นผมสีควันบุหรี่ที่ยุ่งเหยิง พร้อมกับที่ผิวแก้มรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นนุ่มจากริมฝีปากอิ่มที่โฉบลงมาประทับเพียงเสี้ยวนาที...ใบหน้าน่ารักนั้นยิ้มให้อย่างที่คิดว่าเท่ที่สุด

 

 

...ก็เพราะพี่เป็นแบบนี้ไง ผมถึงได้ขาดสมาธิขนาดนี้

 

“ถ้าอยากช่วยจริง ๆ ล่ะก็...ช่วยเลิกทำเหมือนผมเป็นเด็กซะทีได้มั้ยล่ะ”

นัยน์ตาคมสะท้อนภาพแผ่นหลังเล็กที่เดินหายเข้าไปในสตูดิโอ

 

 

...และคำถามนั้นก็คงมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ที่ได้ยิน

.

.

.

.

.

ร่างสมส่วนเดินออกมาจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาวถูกตวัดขึ้นคล้องคอหลังจากที่จัดการใช้มันเช็ดศีรษะที่เปียกลู่จนหมาด

 

                ตอนนี้พวกเขากลับมาที่หอกันเรียบร้อยแล้ว หลังจากตรากตรำกับการบันทึกเสียงของวันนี้...ในความรู้สึกของยองแจ เขาชอบเพลงนี้มาก เป็นดนตรีในแนวทางที่เขาและแดฮยอนถนัดเลยทีเดียว แม้จะรู้สึกเขินแปลก ๆ กับเนื้อเพลงที่พี่ยงกุกเขียนอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรนักในการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึก รัก สำหรับพวกเขาที่ต่างก็เคยมีประสบการณ์ความรักกันมาแล้ว

 

                ...จะเป็นห่วงก็แต่น้องสองคนที่คิดว่าพวกเขาอาจจำเป็นต้องใช้ความสามารถในการจินตนาการขั้นสูงเพื่อให้เข้าถึงความรู้สึกเหล่านั้นและผ่านมันไปให้ได้

 

                จงออบทำมันได้ดีทีเดียว ยองแจเชื่อว่ามุนจงออบคงไม่เคยมีความรักจริง ๆ หรอก แต่เขาอาจจะได้รับพลังพิเศษจากดาวมาโท...อาจจะยังอินอยู่กับภาพยนตร์อนิเมชั่นรางวัลออสก้าอย่างโฟรเซ่น หรืออาจจะใช้จินตนาการจากความรักในตัวการ์ตูนของเขามาแปลค่าใหม่ หรือไม่ก็...........เออ ช่างเถอะ - -

               

 

กลายเป็นว่าคนที่น่าเป็นห่วงที่สุดสำหรับเขากลับเป็นจุนฮง ...จุนฮงที่ตั้งใจกับทุกสิ่งที่ทำ แต่กลับพบเจอความลำบากสาหัสกับโจทย์เพลงแบบนี้

 

                เขาไม่รู้หรอกว่าจุนฮงคิดอะไรอยู่ในตอนที่บันทึกเสียงเพลงนี้ แค่รู้สึกได้ถึงความประหม่า...เด็กตัวสูงนั่นไม่มีสมาธิ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือเสียงที่ไม่เต็มร้อย ทำให้ต้องซ่อมกันอยู่หลายสิบรอบจนสุดท้ายต้องตัดสินใจพักเพลงนี้ไว้ก่อน

 

และถึงแม้จะไม่รู้ว่าอะไรที่เป็นสาเหตุ แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่รู้ก็คือ...เขาไม่อยากเห็นจุนฮงเป็นแบบนี้

 

                ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องงาน ไม่ใช่เพียงแค่เพราะต้องการให้ทุกอย่างราบรื่น ...แต่มันเป็นเพราะเขาไม่อยากเห็นดวงตาสดใสที่ฉายแววคมกล้าและมั่นใจกับทุกสิ่งที่ทำเสมอคู่นั้นหม่นแสงลง

 

แค่ไม่อยากเห็นเขาเป็นแบบนี้...ก็เท่านั้น

 

 

 

                ว่าแต่...จุนฮงไปไหนกันนะ?

 

ขาเรียวเล็กเดินไปอย่างที่ใจคิดเข้าไปในห้องนั่งเล่น เผื่อว่าจะเจอเด็กหนุ่มร่างสูงเล่นเกมอยู่กับจงออบหรือแดฮยอน แต่ก็ไม่พบใครที่นั่น เลยลองชะโงกเข้าไปดูในครัว พอดีกับที่แดฮยอนกำลังเดินสวนออกมา และจงออบที่กำลังทิ้งถ้วยเจลลี่เปล่า ๆ ลงถังขยะแล้วซอยเท้าตามหลังพี่ชายออกมาติด ๆ

 

"อ้าว กินเจลลี่มั้ยยองแจ?"

เจ้าของชื่อมองเพื่อนและน้องร่วมวงที่ตอนนี้คงอิ่มสบายท้องเพราะยืนหาวหวอด ๆ อย่างนึกหมั่นไส้...ดีจังนะพวกนี้ จะเที่ยงคืนแล้วยังกินขนมกันหน้าตาเฉย - -

 

"ไม่อ่ะ พวกนายเห็นจุนฮงมั้ย?"

 

"ยังซ้อมอยู่มั้งครับ ให้ผมไปตามให้มั้ย?"

เป็นจงออบที่ตอบคำถามพร้อมอาสาอย่างแข็งขันเมื่อหันไปพบว่าพี่ชายอีกคนยืนตาปรือโงนเงนสติหลุดไปแล้วเรียบร้อย

 

“ไม่เป็นไรจงออบ นายไปนอนเถอะ ..ลากหมอนี่ไปเก็บด้วยล่ะ”

เอ่ยพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางแดฮยอนที่ตอนนี้แผ่นหลังค่อย ๆ รูดไถลลงไปตามผนัง เดือดร้อนจงออบต้องรีบไปพยุงให้ลุกขึ้นแล้วถูลู่ถูกังกึ่งลากกึ่งจูงให้ร่างโปร่งเข้าห้องไปด้วยกันอย่างทุลักทุเล

 

 

 

ดึกขนาดนี้ยังซ้อมอยู่อีก...

 

ใช่ว่าไม่รู้นิสัย แต่ยังไงล่ะ...ถึงจะยังเด็กแต่ถ้าใช้ร่างกายเกินขีดจำกัดแล้วเกิดพลาดพลั้งบาดเจ็บขึ้นมามันก็ไม่ใช่เรื่องดีนักหรอกนะ

 

ร่างเล็กพรูลมหายใจก่อนจะสาวเท้าไปยังทิศทางที่เป็นห้องซ้อมที่คิดว่าคนที่เขาตามหาน่าจะอยู่ที่นั่น...

 

เดินมาจนถึงมุมหนึ่งที่สามารถมองผ่านบานกระจกใสของห้องซ้อมก็ต้องชะงักฝีเท้าลงพร้อมกับแว่วเสียงเพลง Body&Soul ลอยมาผะแผ่ว...

 

ในห้องนั้น...เขาเห็นชเวจุนฮงยืนหอบหายใจเล็กน้อยท่ามกลางแสงสลัวที่เปิดไว้เพียงมุมหนึ่ง...ดวงตาคมปิดนิ่งสนิทราวกับกำลังทำสมาธิ ร่างกายสูงโปร่งในเสื้อแขนกุดสีดำพร่างพราวด้วยหยาดเหงื่อตั้งแต่ไรผมสีอ่อนจรดขอบถุงเท้าสีสด  ...แว่บหนึ่งที่ยองแจแอบคิดเล่น ๆ ว่าเขาพอจะเข้าใจอารมณ์หลงใหลคลั่งไคล้ในตัวจุนฮงของบรรดาสาวน้อยและนูน่าทั้งหลายบ้างแล้ว ก็น้องชายของเขาไม่ใช่เด็กชายตัวน้อยผมหยิกหยอยในวันวานอีกแล้วนี่นะ

 

 

...ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงต้องหยุดมองอยู่ตรงมุมนี้จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะมาตามอีกคนให้รีบไปอาบน้ำเพื่อจะได้พักผ่อน แต่ตอนนี้เขากลับเลือกที่จะเฝ้ามองดูเด็กหนุ่มรุ่นน้องอยู่ในมุมเดิมเงียบ ๆ ต่ออีกสักหน่อยเพราะไม่อยากเข้าไปขัดความตั้งใจในการซ้อม ...รอให้เก็บของค่อยเข้าไปช่วยแล้วกัน

 

แต่แล้ว..ดวงตากลมโตกลับสะท้อนภาพบางอย่างที่ทำให้ร่างกายแข็งชาราวกับถูกสตาฟ ตรงข้ามกับหัวใจที่ค่อย ๆ เต้นแรงขึ้นจนถี่รัว...

 

 

 

...ภาพของชเวจุนฮงที่พลิกกายให้แผ่นหลังกว้างแนบชิดกับกระจกเงาบานใหญ่ เปลือกตาที่เคยปิดสนิทเผยอปรือปรอยลอยคว้างราวกับสร้างจินตนาการอันบรรเจิด มือขาวจัดข้างหนึ่งค่อย ๆ เลื่อนหายเข้าไปใต้ขอบกางเกงตัวโคร่งที่ยองแจจำได้ดีว่าน้องชายชอบใส่ซ้อมเป็นประจำ พร้อมกับที่มันกำลังขยับเคลื่อนไหวภายใต้เนื้อผ้าโปร่งสบายนั้นอย่างมีจังหวะจะโคน...

 

มือเล็กข้างหนึ่งเผลอยกขึ้นปิดปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว แต่ราวกับถูกสะกด...เขากลับไม่อาจถอนสายตาจากสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องหน้าได้

 

 

เขาเห็นร่างกายของจุนฮงบิดเร่า...

เขาเห็นผิวแก้มขาวสูบฉีดด้วยเลือดฝาด...

เขาเห็นเรียวคิ้วที่ขมวดขึ้งด้วยแรงอารมณ์...

และเขาเห็น...ริมฝีปากที่เม้มขบเพื่อข่มกลั้นเสียงและบางสิ่งที่อัดแน่นในความรู้สึก

 

 

...แต่จุนฮงทำไม่สำเร็จ และยองแจก็ได้ยินมันอย่างชัดเจนแม้จะแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ...

 

"ยองแจ..อะ.....พี่ ยองแจ..."

.

.

.

.

.

.

.

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยความคึกคักค่อนไปทางครึกโครมด้วยเสียงโวยวายของเมนโวคอลประจำวง เมื่อเขาพบว่ามีถุงเท้าสีสันสดใสข้างหนึ่งวางแหมะทิ้งไว้บนแปรงสีฟันของเขา ทำให้เจ้าของต้องรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

 

"ผมขอโทษจริง ๆ พี่ พี่เอาแปรงผมไปใช้ก่อนมั้ย?"

น้ำเสียงและแววตาคล้ายจะสำนึกผิด ถ้าไม่ติดที่ข้อเสนอและรอยบุ๋มที่ข้างแก้มนั่นที่แดฮยอนรู้ได้ทันทีว่าน้องชายตัวแสบกำลังกลั้นขำแทบตายอยู่

 

"บ้า! ไม่ต้องเลยจุนฮง พี่เห็นว่านายแอบหัวเราะ เดี๋ยว.. เดี๋ยวรู้เลยเดี๋ยวก่อน!!"

ใบหน้าคมแสดงอารมณ์มันเขี้ยวแบบสุด ๆ เตรียมมะเหงกชำระแค้นเต็มที่ แต่สงครามย่อย ๆ ต้องยุติลงเมื่อ...

 

"เฮ้ยยยย อารายยย อะไรกันห๊าาาา โถ่.. น้องมันไม่ได้ตั้งใจนายก็โวยวายใหญ่โตอะไรว๊าแดฮยอนนา~"

ร่างโปร่งบางของคิมฮิมชานก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคู่กรณี แดฮยอนที่ตอนแรกตั้งท่าจะเอาเรื่องให้ได้กลับกลายเป็นทำหน้าเซ็งไปตามระเบียบ ...มาแล้วไงองครักษ์พิทักษ์มักเน่ = =

"ไป ๆ แยกย้ายกันไปจัดการธุระตัวเองให้เสร็จซะจะได้มากินข้าว ถ้าวันนี้สายเดี๋ยวพวกนายรู้เลย! ..ฉันจะฟ้องยงกุก"

 

"อ้าว/อ้าว"

'อ้าว' ของชเวจุนฮง = ...เมื่อกี๊พี่ยังเข้าข้างผมอยู่เลย -0-

'อ้าว' ของจองแดฮยอน = พี่ฮิมชานแ_ม่งไม่แน่จริงนี่หว่า -3-

 

"อ้าวเอิ้วไร ไปเลย... แดฮยอน ตู้เล็กในครัวมีแปรงใหม่อยู่ไปหยิบเอา ..จุนฮง...." พยักพเยิดหน้ามาทางน้องเล็กในวงหลังจากเจ้าเด็ก *Wednesday child ฮึดฮัดออกไป "ไปปลุกยองแจด้วย ...แปลกชะมัด เจ้านั่นตื่นสายเนี่ยนะ?" ท้ายประโยคลดเสียงลงคล้ายพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินออกไป

 

 

นั่นสิ...พี่ยองแจผู้เคร่งครัดตื่นสาย...ไม่สบายรึเปล่านะ?

 

เพียงแค่นึกถึงความเป็นไปได้นั้น พลันขาเรียวยาวก็เร่งสาวเท้าไปทางห้องนอนของพวกเขาด้วยความร้อนใจทันที...

.

.

.

.

"พี่ยองแจ...พี่ครับ..."

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่มลองเรียกซ้ำด้วยระดับเสียงปานกลางพลางแตะสำรวจใบหน้าเรียวเล็กนั้นแผ่วเบา ก็ไม่รู้สึกถึงอุณหภูมิที่ผิดปกติแต่อย่างใด แต่ร่างเล็กที่ยังคุดคู้ตะแคงใบหน้าน่ารักนั้นมาทางเขาก็ดูจะยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น...

 

...จึงเป็นจุนฮงเองที่ถูกสะกดสายตาด้วยคนตรงหน้า...

 

 

พวงแก้มนุ่มรับกับใบหน้าเรียวเล็ก...

แพขนตาที่บดบังดวงตากลมโตคู่สวยเอาไว้...

ปลายจมูกเล็กเชิดรั้นที่มองกี่ทีก็รู้สึกอยากแกล้ง...

และริมฝีปากอิ่มที่ดูน่ากลืนกินราวกับเจลลี่...อยากรู้เหลือเกินว่ามันจะหอมหวานละมุนลิ้นสักเพียงใด

 

 

ดวงตาคู่คมของเด็กหนุ่มเผลอไผลอาศัยช่วงเวลาสั้น ๆ นี้เก็บเกี่ยวภาพที่เขาคิดว่าชวนมองที่สุดด้วยความรู้สึกปริ่มล้นท่วมท้นใจ...

 

ความรู้สึกที่่ไม่อาจบอกใครได้...โดยเฉพาะกับคนที่อยู่ตรงหน้านี้

 

 

และก่อนที่หัวใจจะระเบิดออกมานอกอก คนตัวเล็กที่เขาถือวิสาสะลอบมองอยู่นานสองนานก็บิดกายเล็กน้อยพร้อมกับเปลือกตาบางที่เผยอปรือขึ้นจนจุนฮงเผลอก้าวถอยหลังนิดหนึ่งเพื่อรักษาระยะ

 

"อา..พี่ฮิมชานเห็นว่าสายแล้วเลยให้ผมมาปลุก...พี่ไม่ได้ไม่สบายตรงไหนใช่มั้ย?"

ยองแจลุกขึ้นนั่งเมื่อตื่นเต็มตาและพบว่าคนที่ยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกงอยู่คือคนที่ทำให้เขาแทบไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน

 

...ใช่ ยูยองแจนอนไม่หลับและตื่นสายเพราะเรื่องของชเวจุนฮงที่วิ่งวนอยู่ในหัวของเขาตลอดทั้งคืน

 

 

ยองแจไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่พยักหน้ารับเบา ๆ พร้อม ๆ กับที่ความคิดมากมายกำลังตีกันวุ่นวายในหัวเขาเต็มไปหมด

 

 

จะถามดีไหม?...

หรือควรจะปล่อยแล้วลืม ๆ ไป...

แล้วถ้าถาม...จะถามอะไรล่ะยูยองแจ?

 

 

"วันนี้เรามีงานตอนบ่ายแล้วไปอัดเพลงต่อ ถ้าพี่ตื่นแล้ว...งั้นผมไปนะ"

เสียงที่ดังแทรกความคิดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของน้องชายที่หมุนตัวเตรียมออกจากห้องไปทำให้คนตัวเล็กตัดสินใจในที่สุด

 

"อ...เดี๋ยวจุนฮง!" เจ้าของชื่อหันกลับมาเลิกคิ้วงง ๆ ...ร่างที่ยังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก...

"ปิดประตูซะ แล้วมานี่...พี่มีเรื่องจะคุยด้วย"

.

.

.

.

.

เกินกว่า 5 นาทีแล้ว ที่คนหนึ่งบนเตียง...กับอีกคนหนึ่งบนพื้นข้างเตียง แลกสายตากันไปมาโดยไม่มีใครคิดจะปริปากขึ้นเพื่อทำลายความเงียบชวนอึดอัดนี้แม้แต่น้อย จนกระทั่ง...

 

"ขึ้นมาบนนี้" ...เป็นพี่ชายตัวเล็กที่เอ่ยขึ้นก่อนในที่สุด

 

ชเวจุนฮงลุกขึ้นจากพื้น ...เหลือบสายตามองพื้นที่ว่างบนเตียงแล้วเลือกนั่งหมิ่นเหม่บนปลายเตียง

 

"ขยับมาใกล้ ๆ นี่...ตรงนี้" ฝ่ามือเล็กตบเบา ๆ ลงบนที่นั่งข้างตัว

 

เด็กหนุ่มปรายตามอง "ตรงนี้" ของพี่ชายอย่างชั่งใจ เผลอระบายลมหายใจพรืดพลางยกมือขึ้นเสยเส้นผมสีสว่างลวก ๆ ...รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

 

ไม่สิ...เขาไม่ได้หงุดหงิด ...แต่พี่ยองแจจะรู้ไหมว่านี่กำลังจะทำให้เขาเป็นบ้า

 

 

จุนฮงยอมมานั่งตรงที่ว่างข้าง ๆ คนตัวเล็กกว่าในที่สุด เขากระแทกตัวลงนั่งกอดอกหลังตรงและมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าหวานของคนข้าง ๆ

 

ทุกอิริยาบทอยู่ในคลองตาของยูยองแจโดยตลอด...

 

"พี่จะเทศนาอะไรผมก็ว่ามาเร็ว ๆ เถอะ" เด็กหนุ่มหันไปพูดกับโคมไฟหัวเตียง

 

ยองแจรู้...จุนฮงไม่ใช่เด็กหยาบกระด้าง เขารู้ว่า "อะไรบางอย่าง" ทำให้เด็กน้อยของเขาแสดงกิริยาและวาจาแบบนี้ เขาแค่อยากเป็นเพื่อน พี่ หรือที่ปรึกษา...อะไรก็ได้ที่ช่วยให้จุนฮงได้ระบายสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมา

 

 

ร่างเล็กสูดลมหายใจก่อนจะกระแอมนิดหน่อย พยายามระงับอาการประหม่าและควบคุมจังหวะหัวใจให้เป็นปกติต่อเรื่องที่ตัวเองคิดว่าตัดสินใจดีแล้วที่จะพูด

 

 

"พี่...ไปตามนายที่ห้องซ้อมมาเมื่อคืน"

แผ่นหลังกว้างของเด็กหนุ่มร่างสูงเกร็งขึ้นทันทีหลังประโยคสั้น ๆ นั้น...เขาลอบมองปฏิกิริยาเหล่านั้นก่อนจะประคองน้ำเสียงเอ่ยต่อ

"พี่เข้าใจนะจุนฮง ผู้ชายอย่างเรามันก็ต้องมีกันบ้าง...." มือเล็กเผลอบีบเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว "แล้วนายก็...กำลังโต..."

 

"พี่เห็นอะไรบ้าง?"

 

"เห?" มึนเล็กน้อยกับคำถามที่โพล่งขึ้นมากระทันหัน "เอ่อ...ก็ ก็เห็นนายกำลังทำ เอ่อ..."

 

“ช่วยตัวเอง...”  คราวนี้กลับเป็นเขาเองที่สะดุ้งจนหน้าชาเพราะคาดไม่ถึงกับประโยคตรงไปตรงมานั้น "แล้วพี่ได้ยินอะไรบ้าง?"

 

"จุนฮง พี่แค่จะบอกว่า นายจะทำอะไรก็ระวั...."

 

"ผมถามว่า...พี่-ได้ยินอะไรบ้าง?"

 

อีกครั้งที่ยองแจเผลอกัดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั้นไม่มีแววข่มขู่หรือคาดคั้น...แต่เขากลับต้องเสสายตาหลบดวงตาคู่คมที่ซุกซ่อนอะไรบางอย่างที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก

 

 

 

ยองแจอาจจะรู้จักจุนฮงดี...

แต่มีบางอย่างที่ยองแจอาจจะไม่รู้...ไม่ทันสังเกต...หรือหลงลืมไป นั่นคือ...

 

 

ชเวจุนฮงไม่ใช่ "เด็ก" อีกแล้ว

 

 

 

ร่างสูงขยับตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น โน้มใบหน้าลงประสานสายตากับดวงตากลมที่หลบเร้นจากเขาไปเมื่อครู่อีกครั้ง...

 

"พี่ยองแจ..." ใจของคนถูกเรียกสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่

"บอกผมที ว่าพี่ได้ยินอะไร...อย่าหลบผม อย่าโกหกผม...นะครับ"

 

 

 

จากเดิมที่ตั้งใจจะบอกกล่าวตักเตือนและให้คำปรึกษา แต่ตอนนี้ยองแจกลับรู้สึกว่า เป็นเขาเองต่างหากที่กำลังถูกตรึงและต้อนให้จนมุม

 

...ด้วยสายตาเว้าวอนที่มีเพียงภาพของเขาที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคมคู่นั้น

.

.

.

.

.

.

"อะ...อื้อ...จุนฮง"

 

"ชูว์..." รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดอยู่ริมหู

"หลับตา...แล้วผ่อนคลายนะครับ" เสียงทุ้มนุ่มนวลนั้นราวกับมีเวทมนตร์...

 

 

 

ยองแจไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน และอย่างไร...จำได้เพียงแค่ริมฝีปากถูกเด็กเอาแต่ใจขโมยขบกัดกลืนกินเวียนซ้ำไปมาจนแทบไม่ได้หายใจ พร้อมกับเสียงกระซิบพร่ำเพ้อประเภทว่า "หวานจังครับ" แล้วก็ "ขออีกนะ" ...อะไรไม่รู้จนบวมช้ำฉ่ำชื้นจึงได้ละออก แต่สักพักก็วกกลับมาใหม่

 

 

...และคิดผิดมหันต์ว่าคงจะจบลงแค่นั้น

 

 

 

 

ร่างเล็กในตอนนี้แทบจะจมหายไปกับแผ่นอกกว้างของเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่นั่งอยู่เคียงข้างกัน ยิ่งถดหนีเท่าไหร่ อ้อมกอดและสัมผัสจากฝ่ามือใหญ่เบื้องล่างก็ยิ่งรัดรึงและเร่งเร้ามากขึ้นเท่านั้น

 

 

ใช่... เขากำลังถูกชเวจุนฮงหลอมละลายด้วยสัมผัสน่าอายนั้น

 

 

"พี่ยองแจ...อย่ากัดปากสิ ช้ำหมดแล้วนะ"

 

อีกครั้งที่เด็กอวดดีกระซิบติดชิดริมฝีปากราวกับปลอบประโลม แต่เปล่าเลย...ปลายลิ้นร้อนซอนแซะอย่างสั่งสอนว่าเขาไม่ควรทำแบบนั้นจนต้องเผลอเผยอริมฝีปากหอบครางอย่างเกินจะกลั้น

 

"อาาา...อะ ฮะ...ไม่เอาแล้ว พ...พอเถอะนะ จุนฮง พี่...อื้อออ"

 

เรียวขาขาวภายใต้กางเกงนอนตัวบางสั่นระริก มือเล็กชื้นเหงื่อจิกเกร็งลงบนข้อมือใหญ่ที่ขยับไหวอย่างรู้จังหวะราวกับจะห้ามปราม

 

แต่จุนฮงรู้...ว่ามันไม่ใช่

 

ดวงตาคมเฝ้าเก็บรายละเอียดภาพอันงดงามที่สุดในช่วงเวลาอันมีค่าที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเขาไว้อย่างไม่คลาดสายตา...

 

 

 

ร่างเล็กบิดกายสะท้านอย่างทรมาน สะโพกมนโยกไหวส่ายร่อนรับจังหวะฝ่ามือร้อนอย่างต้องการการปลดปล่อย หูอื้อตาพร่าไม่รับรู้สิ่งใดนอกจากสัมผัสหวามไหวและกลิ่นกายเฉพาะตัวของชเวจุนฮง...

 

ทำไมเขาถึงเป็นไปได้ขนาดนี้นะ...?

 

พลันดวงตาปรือปรอยก็ต้องเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ เมื่อมือข้างหนึ่งที่จับยุดมือใหญ่ไว้เพื่อหาหลักยึดถูกแกะออกแล้วชักพาให้สัมผัสกอบกุมความร้อนรุ่มที่เบียดตัวตึงแน่นในกางเกงยีนส์ฟอกเนื้อนิ่ม

 

ถึงจะเป็นผู้ชาย...และถึงจะรู้ดีว่าเวลามีความรู้สึกแบบนี้ ร่างกายส่วนนั้นมันก็ต้องขยับขยายขึ้นเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ได้หมายรวมถึงการที่เขาต้องมาสัมผัสแตะต้องความแข็งขึงของคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองจะเป็นเรื่องปกติเสียเมื่อไหร่

 

และเมื่อเผลอตัวหันไปมองคนที่เขาแทบจะเกยอยู่บนตักก็เบือนหน้าหนีแทบไม่ทันเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาพราวระยับบ่งบอกจุดประสงค์ชัดเจนไม่มีเม้มไว้สักนิด... นี่คือชเวจุนฮงที่น่ารักที่เขาชอบหอมแก้มบ่อย ๆ คนนั้นจริง ๆ หรือ?

 

 

แต่ก่อนที่ความสับสนจะเล่นงานไปมากกว่านี้ สัมผัสที่ข้อมือบางก็คลายออก ...แต่นั่นกลับทำให้ยองแจกระดากอายมากกว่าเดิมหลายเท่า

 

"ผมไม่บังคับพี่นะ...แค่อยากให้รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับพี่เท่านั้น"

คำพูดเจียมเนื้อเจียมตัวที่ดูจะไปกันไม่ได้กับเสียงสั่นพร่าและสายตาเร่าร้อนแทบจะทำให้ยูยองแจระเบิดตัวเองเดี๋ยวนั้น

 

ไม่สิ...ฆ่าไอ้เด็กบ้านี่ทิ้งดูจะง่ายกว่า

 

 

ริมฝีปากอิ่มขบเม้มอย่างชั่งใจ เกิดมาก็ไม่เคยต้องมาทำเรื่องน่าอายแบบนี้ให้ใคร

 

แต่เมื่อปลายนิ้วเรียวพรมพลิ้วบนร่างกายเขาอีกครั้ง พร้อมกับคำสารภาพแสนซื่อตรงที่พรั่งพรูผะแผ่วแต่สั่นคลอนอารมณ์และหัวใจของเขาอย่างง่ายดาย...

 

 

ยูยองแจก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาแพ้แล้ว...

 

เขายอมทุกอย่างแล้วกับเด็กคนนี้...

 

 

 

 

"จากนี้...พี่อาจจะนึกดูถูกผมก็ไม่เป็นไร แต่อย่าเกลียดผมนะครับ

"อยากให้รู้ว่าไม่ใช่แค่อารมณ์อ่อนไหวชั่ววูบ...

"ไม่ใช่แค่เพราะฮอร์โมนพลุ่งพล่านจนต้องระบายอะไรนั่นด้วย...

"...แค่เพราะผมอยากทำกับพี่ ผมรู้สึกแบบนี้แค่กับพี่คนเดียว...

 

 

 

"ผมรักพี่ยองแจครับ"

 

 

Just a feeling… ~ END ~

 

 

 

 

 

 

บทส่งท้าย...

 

 

"เฮ้ย! จุนฮงอา~ นายมันเจ๋งว่ะ เมื่อวานบิวท์กันแทบตายไม่ผ่าน วันนี้อัดรอบเดียวพี่พีดีแทบกอดกันร้องไห้...นายไปฝึกอะไรยังไงมาเนี่ย!?"

จองแดฮยอนดูจะทึ่งในพัฒนาการแบบก้าวกระโดดของน้องเล็กจริง ๆ ถึงกับกอดคอชมเชยกันไม่ขาดปาก

 

 

ดวงตาคู่คมวาววับมองเลยไปยังคนหน้านิ่งที่สังเกตดี ๆ คงได้เห็นพวงแก้มและใบหูที่แต่งแต้มด้วยเลือดฝาดจาง ๆ นั่งเล่นไอพอดทัชราวกับไม่ยินดียินร้ายกับสรรพสิ่งรอบตัว

 

 

ชเวจุนฮงหันมายิ้มรับคำถามจนสองแก้มเป็นรอยบุ๋ม ก่อนจะให้คำตอบที่คนฟังฟังแล้วก็ยังงง ๆ

 

...ยกเว้นแค่คนคนเดียวเท่านั้น

 

 

"ก็แค่...ความรู้สึกน่ะครับ พี่แดฮยอน"



Just a feeling...Real End


Talk :: เป็นฟิค B.A.P เรื่องแรกที่เขียนนะคะ เคยลงไว้ที่บอร์ดฟิคนานแล้ว ตอนนี้มีที่เก็บฟิคของตัวเองเลยขออนุญาตนำมาลงใหม่ค่ะ หากไม่สนุกหรือมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ด้วยนะคะ รบกวนช่วยติชมกันด้วยน๊า~ ขอบคุณมากค่าาา~ >[]<

ผลงานอื่นๆ ของ baXll natural

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 มกราคม 2561 / 22:49
    ขอบคุณที่แต่งโล่แจนะคะ ฮือออ ภาษาดี พล็อตดี หาอ่านคู่นี้ยาก
    โล่ไม่เด็กแล้วล่ะยองแจจจ เสร็จเด็กจนได้ อ่านไปเขินไปงืออ
    เพลง B&S เป็นเพลงที่ชอบมากเลยค่ะ ตอนได้ยินเสียงโล่ครั้งแรกแบบ เขิน5555555
    เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะไรท์
    #7
    0
  2. #6 oynit
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 23:25
    เห็นโล่แจแล้วกระโดดเข้าอ่านเลย ชอบจังค่ะเขียนดีจัง ชอบภาษา สื่อได้ฟีลลิ่งดี ฟินนนนเขิลเลยอ่ะคู่นี้ึถึงจะไม่ค่อยมีโมเม้นต์มานานแต่ก็จะรอมโนจากไรท์เตอร์ละกัน ขอบคุณนะคะ
    #6
    0
  3. #5 Kwan_Masuda (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 20:47
    เขินจังเลย~ อ่านแล้วอิน ภาพมาเป็นฉากๆ ^++++^
    จุนฮงอ่าาโตแล้วสินะ ถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้ >\\\\<
    ชอบนะคะ ชอบฟิคอิงวง อ่านแล้วอินดีค่ะ
    #5
    0
  4. วันที่ 7 กันยายน 2559 / 14:41
    เขิน เขินมาก เขินแรงมากจริงๆ คือเราอ่านไปแล้วต้องหยุดพักไปอ่ะ มันเขินมากกกกกกกกก ชอบตอนที่ยองแจเรียกน้องมาคุยแต่ดันโดนน้องไล่ต้อนซะงั้นพฮืออออT////T นี่หลุดขำตอนที่แดฮยอนบอกว่าพี่พีดีแทบกอดคอกันร้องไห้ ตลกอ่ะ5555555555 ไรต์เตอร์เก่งมากเลยค่ะ อยากให้แต่งฟิคบีเอพีอีกเยอะๆเลย คู่ไหนก็ได้ เราจะรอติดตามนะ ><
    #4
    1
    • 7 กันยายน 2559 / 18:47
      ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมโล่แจของเรานะคะ ละก็ดีใจมากค่ะที่ชอบ >///<

      ปล.ค่อย ๆ อ่าน ค่อย ๆ เขินนะคะ 5555555 เป็นเมนท์ที่น่ารักจัง >___<
      #4-1
  5. #3 phins (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 10:08
    ตอนที่จุนฮงอัดเสียงไม่ผ่าน แล้วแจเข้าไปคุยกับน้อง คือมันดีมากๆเลย เราชอบตอนนี้มากๆ มันทำให้เห็นอะไรหลายๆอย่างเลย ><
    เราชอบความห่วงใยของยองแจที่มีต่อจุนฮงนะ มันทำให้เรารู้ว่าแจไม่ทิ้งน้อง คอยดูแลคอยห่วงน้องเสมอ คือมันชัดมากจริงๆว่าแจเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้จะเข้าไปตำหนิว่าทำไมทำไม่ได้ มันเป็นการแคร์ความรู้สึกของกันและกันจริงๆ และถึงแม้ว่าจุนฮงจะโตแล้วก็ตาม แต่ในสายตาคนเป็นพี่น่ะ ไม่ว่าน้องจะโตมากแค่ไหน ก็ยังเด็กสำหรับเราอยู่เสมอ...
    และมันทำให้เราเห็นว่า แจเลี้ยงจุนฮงมากับมือ เพราะการที่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของคนๆหนึ่งได้จากการสังเกต แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันก็ตาม แต่พวกเขาสามารถเข้าใจกันได้ แสดงว่าพวกเขาจะต้องรู้จักกันดีแน่ๆ นี่แหละที่เขาบอกว่า คนเราน่ะถ้ารักกัน แค่มองตากันก็รู้ใจกัน มันใช้คำนี้ได้กับโล่แจได้จริงๆ :)

    ช่วงตอนที่จุนฮงพูดว่า ช่วยเลิกทำเหมือนผมเป็นเด็กซะทีจะได้ไหม คือแบบ อยากให้แจได้ยินมากๆ อ่านแล้วรู้เลยว่าน้องจริงจังกับยองแจมากแค่ไหน จุนฮงคงอยากให้แจเห็นว่าตัวเองโตแล้ว โตพอที่จะดูแลแจได้แล้ว (ความคิดเราล้วนๆ แหะๆ ^^)

    แล้วตอนที่จุนฮงไปปลุกยองแจ แล้วบรรยายภาพของยองแจตอนหลับ คือต้องหลงรักพี่เขาขนาดไหนถึงได้พูดซะแบบ ยองแจดีไปหมดทุกอย่างเลย ><

    ตอนที่แจกำลังจะสอนน้องเรื่องในห้องซ้อม ตอนแรกจุนฮงก็ดูกลัวๆอยู่หรอก แต่พอแจเกริ่นไปเรื่อยๆ ทำไมนางถึงได้กล้าขนาดนั้น คงอาจจะเป็นเพราะอดทนอดกลั้นกับความรู้สึกที่ตัวเองต้องคอยเก็บไว้มานานแล้วสินะ พอเห็นแจพูดเลย ได้โอกาสที่จะเคลียร์ความรู้สึกตัวเอง และได้ทำให้แจรู้ว่าตัวเองนั้นโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว พอทำแจจนมุมปุ๊ป ได้โอกาสเลยจัดหนักจัดเต็มเล่นใหญ่สุดๆเลยนะคะ ทั้งกอด ทั้ง... คือแบบ จ้าาาาาาา ต้องทำให้สมกับที่รอมานานสินะ อิ___อิ และเราชอบคำสารภาพตอนสุดท้าย ฮือออออออ บอกเลยคนอ่านอย่างเราตายไปแล้วเรียบร้อย~~~ #ระเบิดตัวเอง >//////<

    สุดท้ายนี้ ขอบอกเลยว่า... จุนฮงมันร้าย!!!!


    ปล.เราชอบเรื่องนี้มากๆเลย เป็นอิงวงที่น่ารักมากๆและฟินมากๆเลย ขอบคุณที่แต่งโล่แจนะคะ เราจะรอติดตามเรื่องต่อๆไปค่าาา สู้นะคะ เราเป็นกำลังใจให้ <3
    #3
    1
    • #3-1 BaXll Natural(จากตอนที่ 1)
      28 สิงหาคม 2559 / 22:14
      ก่อนอื่น.. ขอบคุณที่จริง ๆ ค่ะที่เข้ามาเยี่ยมชมหน้าฟิคของเรา และขอบคุณมาก ๆ อีกครั้งสำหรับคอมเมนท์ค่ะ อ่านคอมเมนท์ของคุณ phins แล้วเราก็เข้าใจได้ทันทีว่าคุณ phins ก็รักโล่แจมากเหมือนกันกับเรา จริง ๆ แค่เข้ามาชมหน้าฟิค แค่เห็นว่ามียอดคนเข้ามาอ่าน แค่เราก็รู้สึกดีใจและขอบคุณมากแล้ว แต่คอมเมนท์ของคุณให้กำลังใจเราอย่างมากเลยค่ะ

      ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ รักคนอ่านนะค้าบบบ~<3
      #3-1
  6. #2 ttred (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 14:06
    อุ้ยยยยย เขิลลลลลลลลล จูมันร้ายยยย
    #2
    1
    • #2-1 BaXll Natural(จากตอนที่ 1)
      28 สิงหาคม 2559 / 22:09
      จูร้าย แต่จูมันก็รักนะคะ 5555555555 ~>[]<~

      ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ รักคนอ่านนะค้าบบบ~<3
      #2-1
  7. #1 Helenew
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 16:18
    น่ารักมากเลยค่ะเขินแทนยองแจเลยโหยยยย ฉากในห้องนอนพอรู้ว่าพี่ยองแจจับได้คนน้องจะก้มหน้าสำนึกผิด ที่ไหนได้ มันใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสแทบจะจับพี่แจกินตรงนั้น. หื้ย หมั่นไส้ แต่ก็เชียร์แหละ เชอะะะ -////////-
    #1
    1
    • 28 สิงหาคม 2559 / 22:08
      หื้ย หมั่นไส้ แต่ก็เชียร์แหละ เชอะะะ -////////- << ตกลงเชียร์ใช่มั้ยคะ? เชียร์เถอะเนอะ อุตส่าห์อดทนอดกลั้นมาตั้งนาน 55555555 ~>[]<~

      ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ รักคนอ่านนะค้าบบบ~<3
      #1-1