จอมใจภาวินทร์

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 (25%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 มิ.ย. 60

          “หา! ว่าอะไรนะ โรงแรมไฟไหม้งั้นเหรอ” เสียงตกใจของอมรดังไปตามสาย เมื่อรู้ข่าวไม่ดีที่เกิดขึ้นในโรงแรมรอยัลเพลส เขาถึงกับตะลึงค้างไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น “แล้วตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง โรงแรมเสียหายมากไหม มีคนเป็นอะไรหรือเปล่า”

        “ตอนนี้ยังไม่หยุดไหม้เลยครับ เลยยังประเมินความเสียหายไม่ได้ ส่วนคำถามหลัง ไม่มีใครได้รับอันตรายครับ”

สมชาย ผู้จัดการโรงแรมบอกเจ้าของสถานที่ ที่ผ่อนลมออกจากปากอย่างโล่งอกที่รู้ว่า ไม่มีใครเป็นอะไร ไม่เช่นนั้นคงเป็นข่าวร้ายซ้ำซ้อน

        “มีอะไรคืบหน้า รายงานฉันด้วยนะ”

        “ครับคุณอมร” หลังจากวางสายจากสมชาย อมรรีบโทรศัพท์ไปบอกข่าวนี้กับว่าที่ลูกเขย ที่รีบมาห้องอมรทันทีที่ทราบข่าว มาพร้อมกับเอมิกาที่หน้าตาตื่นกับข่าวร้าย

        “โรงแรมไหม้ได้ยังไงคะคุณพ่อ” เอมิกาถามบิดา

        “พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน ไฟฟ้าอาจลัดวงจรมั้ง” อมรคาดเดา “ดีนะที่โรงแรมเราปิดปรับปรุงก็เลยไม่มีใครเป็นอะไร ประจวบเหมาะกับพวกคนงานพักเที่ยงด้วย ไม่งั้นคงมีคนบาดเจ็บแน่”

        อมรคิดว่าในความโชคร้ายก็มีความโชคดีอยู่บ้าง หากมีคนงานอยู่ในโรงแรมขณะเกิดไฟไหม้ การหนีตายคงเกิดขึ้น และอาจเกิดอุบัติเหตุระหว่างหนีเหตุการณ์

        “พี่สมชายบอกหรือเปล่าครับว่า ไฟไหม้ได้ยังไง”

ภาวินทร์ถาม สีหน้ามีความตกใจ หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงบ่ายเขาจะไม่ตกใจเลย แต่นี่มาเกิดก่อนเวลาที่เขาต้องการให้ไฟไหม้โรงแรมแห่งนี้สามชั่วโมง และก่อนหน้าเข้ามาในห้องนี้ เขาได้ส่งข้อความไปถามชาตรีว่า ใช่ฝีมือของคนของเขาหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ ไม่ใช่ นั่นหมายความว่า สาเหตุไฟไหม้ไม่ได้มาจากแผนการของเขา

        “สมชายยังไม่ได้รายงาน คงต้องรอเพลิงสงบก่อนถึงจะรู้ว่ามาจากสาเหตุอะไร”

        “ตอนนี้ไฟหยุดไหม้หรือยังคะคุณพ่อ”

        “เท่าที่พ่อรู้ตอนนี้คือยังไม่หยุด” อมรตอบ สีหน้าหนักใจ

        “คุณพ่อทำใจดีๆ นะครับ รอฟังข่าวจากพี่สมชายก่อน บางทีอาจจะไหม้แค่นิดหน่อยครับ” ภาวินทร์แสร้งเป็นห่วงใย

        “ใช่ค่ะคุณพ่อ ทำใจเย็นๆ ก่อนนะคะ เครียดไปเดี๋ยวความดันขึ้นอีก”

เอมิกากล่าวด้วยความเป็นห่วงสุขภาพบิดา ในขณะที่ในห้องทำงานของอมรกำลังตึงเครียด ยุวดีเลขาอมรเคาะประตูแล้วก้าวเดินเข้ามาในห้อง

        “ท่านประธานคะ เปิดข่าวดูตอนนี้เลยค่ะ” ยุวดีบอกอมร

“ทำไม ข่าวมีอะไร”

“ท่านดูเองดีกว่าค่ะ” เลขาไม่พูดเปล่า เดินไปเปิดทีวีก่อนจะเปลี่ยนช่องที่มีเนื้อข่าวเรื่องเหตุไฟไหม้โรงแรมรอยัลเพลส “ข่าวไฟไหม้โรงแรมค่ะท่าน”

ทุกคนหันไปมองทีวีที่มีผู้ประกาศข่าวภาคสนามประจำพื้นที่นั้นกำลังรายงานข่าวสดถึงสถานการณ์ไฟไหม้โรงแรมรอยัลเพลส ที่ตอนนี้กำลังลุกลามไปทั่วตัวอาคารสูงสี่ชั้น และดูท่าว่าจะไม่หยุดไหม้ง่ายๆ

ต้องอธิบายก่อนว่า อาคารของโรงแรมมีสามอาคารที่เชื่อมต่อกันเป็นรูปตัวยู มีหน้องพักทั้งหมดเก้าสิบเก้าห้อง อาคารหลังที่ไหม้อยู่ตรงกลางที่เชื่อมต่อทั้งสองอาคาร อาคารนี้ชั้นล่างเป็นห้องอาหารรวม มีไว้สำหรับบริการอาหารเช้าให้กับลูกค้าที่มาพัก หลังสิบโมงเช้าจะเป็นร้านอาหารบริการลูกค้าไปจนถึงตอนค่ำ ชั้นสองจะเป็นห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง ชั้นสามและสี่เป็นห้องพัก

จุดที่ไฟไหม้อยู่ชั้นสองที่กำลังปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เนื่องจากรถดับเพลิงมาช้า ประกอบกับอุปกรณ์ดับเพลิงที่ไว้ตามจุดต่างๆ ของอาคารก็ถูกเก็บไปจนหมด สปริงเกอร์ก็ไม่ทำงานเพราะถูกตัดระบบ เพื่อให้สะดวกในการปรับปรุงอาคาร ส่งผลให้การดับไฟไม่ทันใจ ไฟลุกลามไปยังชั้นหนึ่งบริเวณห้องครัว ก่อนจะลามไปยังด้านหลังของห้องครัว ซึ่งติดตั้งระบบแก็สสำหรับร้านอาหาร มีถังแก็สขนาดใหญ่ประมาณสิบกว่าถัง เมื่อถูกความร้อนมากเข้าจึงเกิดระเบิดเสียงดังกึกก้อง เพลิงโหมไหม้จนยากควบคุม

อมรมองภาพโรงแรมที่ถูกไฟไหม้ใจเขาไม่สู้ดีนัก ความที่โรงแรมเขาไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ จะต้องเข้าไปในซอยอีกประมาณหนึ่งร้อยเมตร ซอยนี้มีความกว้างแค่รถวิ่งสวนทางกัน ความยาวของซอยทะลุไปยังอีกถนนหนึ่ง เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้รถดับเพลิงที่มีขนาดใหญ่และต้องมาหลายคันจึงไม่สะดวกในการให้ความช่วยเหลือ ความล่าช้าจึงเกิดขึ้น กว่ารถดับเพลิงจะฉีดน้ำสกัดเปลวเพลิง ไฟก็ลุกลามถึงชั้นสี่ ซึ่งยากต่อการดับ ทว่าเหล่าเจ้าหน้าที่ก็ไม่หยุดเชื้อไฟ ฉีดน้ำดับเปลวเพลิงตลอดเวลา

“โห ไหม้หนักมากนะคะคุณพ่อ” เอมิกามองภาพข่าวแล้วรู้สึกใจคอไม่ดี หากไหม้ต่อไปอย่างนี้นานๆ อาจะทำให้อาคารพังถล่มลงมาได้ “มันจะลามไปอีกสองอาคารหรือเปล่าคะ”

“พ่อภาวนาขออย่าให้มันลุกลามไปมากกว่านี้ เพราะแค่นี้ก็คงต้องทุบทิ้ง” อมรพูดเสียงเบา หนักใจกับเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ดูเหมือนว่าจะไม่หยุดง่ายๆ

“คุณพ่อใจเย็นๆ นะครับ พนักงานดับเพลิงก็ช่วยเต็มที่ คล้ายๆ กับว่าที่นั่นฝนกำลังตกด้วย ถ้าฝนตกก็โชคดีไป ช่วยดับไฟอีกทางหนึ่ง”

ภาวินทร์พยายามปัดความรู้สึกสงสารที่เกิดขึ้นในจิตใจออกไป เขาต้องใจแข็ง มองดูความย่อยยับของครอบครัวนี้ ไม่ใช่ห่วงใย ห่วงความรู้สึก เพราะนั่นเท่ากับว่า ภาวินทร์อ่อนแอ

“ก็คงต้องรอตอนดับไฟได้ถึงจะรู้ว่าผลออกมาเป็นยังไง”

โรงแรมรอยัลเพลสปิดปรับปรุงมาราวหนึ่งเดือนครึ่ง ส่งผลให้ไม่มีรายได้เข้ากระเป๋า หนำซ้ำต้องควักเงินจ่ายค่าปรับปรุงอีกราวห้าล้านบาท เหลือเวลาอีกครึ่งเดือน โรงแรมก็จะเปิดให้ใช้บริการได้ตามปกติ แล้วทันทีที่เปิดก็มียอดจองห้องพัก จองห้องจัดเลี้ยงและสัมมนายาวไปถึงกลางปีหน้า แต่เห็นทีทุกอย่างต้องสะดุดเพราะเหตุไฟไหม้

เงินห้าล้านที่จ่ายไปยังไม่ทันได้กลับคืนมา ต้องมาจ่ายค่าเสียหายจากเพลิงไหม้ซ้ำอีก ไม่หมดยังต้องคืนเงินจองค่าห้องพักของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย เท่ากับว่าอมรเสียเงินสามทาง เม็ดเงินที่ต้องเสียอาจสูงถึงหลักสิบล้าน ใบหน้าของชายสูงวัยจึงเต็มไปด้วยความทุกข์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น