คัดลอกลิงก์เเล้ว

EXO {KRISLAY} Ft.CHAN รัก ลวง หลอน #จบเเล้ว

โดย BT.BaiToey

มองไม่เห็นด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ A life without love, is no life at all.

ยอดวิวรวม

794

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


794

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


24
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 พ.ค. 60 / 21:00 น.
นิยาย EXO {KRISLAY} Ft.CHAN ѡ ǧ ͹ # EXO {KRISLAY} Ft.CHAN รัก ลวง หลอน #จบเเล้ว | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ครั้งเเรกกับฟิคเเนวสยองขวัญสั่นประสาท
ของ "มนุษย์ติ่ง"

...นำทีมโดย...


ปาร์ค  ชานยอล
จาง  อี้ชิง

อู๋  อี้ฝาน

เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไร
โปรดติดตาม...


ปล.ฟิคเรื่องนี้จัดขึ้นเพื่อความสงบสุขของผู้เเต่ง (?)  เเละความสุขของผู้อ่าน
มิได้มีเจตนาทำให้หัวใจเต้นเเรงเเต่อย่างใด

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 พ.ค. 60 / 21:00


              

รัก...ลวง...หลอน....

         




               “คุณเป็นแฟนของคนไข้ใช่ไหมครับ”

            “ครับ เขาเป็นคนรักของผมเอง”

            ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง ภายในห้องสีขาวที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์และหนังสือคู่มือแพทย์ต่างๆนาๆ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกำลังพูดคุยอยู่กับคุณหมอรุ่นใหม่ไฟแรงเจ้าของไข้ ด้วยสีหน้าเป็นกังวลอย่างปกปิดไม่มิด เมื่อได้ข่าวว่าคนรักของตนได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์

            “บาดแผลภายนอกก็ไม่มีอะไรมากนะครับ ไม่มีส่วนไหนแตกหัก เป็นเพราะคนไข้เองก็คาดเข็มขัดนิรภัย แผลภายในก็ไม่มีอะไรฉีกขาด หรือไม่มีกระดูกส่วนไหนหัก นับว่าโชคดีมาก แต่...”นายแพทย์หนุ่มชูแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ขึ้นมา ก่อนจะวางลงบนเครื่องฉากให้ญาติคนไข้ดู

            “แต่อะไรครับคุณหมอ มันร้ายแรงมากเลยเหรอครับ”

            “จากผลเอกซเรย์ทางสมอง เป็นผลของการกระแทกอย่างรุนแรง จึงเกิดภาวะสูญเสียความทรงจำ หรือถ้าภาษาชาวบ้านก็ความจำเสื่อม”

            “โธ่...แล้วจะมีทางรักษาให้หายไม่ครับคุณหมอ”

            “ไม่ต้องกังวลไปครับ ดูจากอาการแล้วไม่น่าเป็นห่วง เมื่อสมองได้รับการซ่อมแซมใช้เวลาไม่นานเดี๋ยวความทรงจำจะค่อยกลับมาเอง ระหว่างนี้หมอจะให้คนไข้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ แต่ถ้ามีอาการปวดหัวอย่างหนักให้รีบพากลับมาที่โรงบาลทันทีเลยนะครับ”

            “ครับ เข้าใจแล้วครับ”

            “ส่วนคนไข้อีกราย หมอต้องขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆนะครับ ที่ทางเรายื้อชีวิตไว้ไม่ได้”

            “ไม่เป็นไรครับ ผมเชื่อว่าคุณหมอช่วยอย่างสุดความสามารถแล้ว เพื่อนของผมเขาจากไปอย่างสงบแล้วครับ เพื่อนผมเองก็ไม่มีญาติที่ไหนเรื่องติดต่อรับศพยังไงถ้าผมเตรียมเอกสารพร้อมจะมารับไปนะครับ ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับคุณหมอ ขอบคุณมากจริงๆครับ”

            “ไม่เป็นไรครับคุณปารค์ ชานยอล”

            ร่างสูงโค้งกล่าวลาคุณหมอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะก้าวขาออกห้องไป

            “ในที่สุด เราก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้วนะ...เลย์”

 

           

            เอี้ยดดดดดด  ตู้มมมมม

            เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนอย่างแรงทำเอาดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับตัวรถที่พุงเข้าชนกับเสาไฟฟ้าอย่างจังจนหักเป็นสองท่อน

            “อี้ชิง...ตะ  ตื่นสิ ได้ยินเสียงพี่ไหมคะ อี้...ชิง อย่าเป็นอะไรนะ พะ พี่ขอโทษ อย่าเป็นอะไรนะคะ...”ตามมาด้วยเสียงของใครซักคนที่ดังมาจากที่ไหนซักที่ แต่มองไม่เห็น

 

            “ใครน่ะ!!! ที่นี่ที่ไหน คุณอยู่ที่ไหน”ร่างเล็กที่มองไปรอบๆก็พบแต่ความว่างเปล่า ไร้ซึ่งวี่แววของเจ้าของเสียง

            “พี่ขอโทษ อย่าเป็นอะไรนะ...”

            “ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ออกมา!!!!

 

            “เลย์!!! เลย์!!!  คุณเป็นอะไรรึเปล่า”

            ร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ ตื่นขึ้นมาตามเสียงเรียก พร้อมกับใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อและแววตาตื่นตระหนัก พร้อมกับเสียงหอบออกมาหลายครั้งอย่างกับคนที่พึ่งผ่านการวิ่งมาเสียอย่างนั้น

            “คุณ...โอ๊ย!!!”ร่างเล็กกุมที่หัวตัวเองทันที เพราะอยู่ดีๆก็รู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาอย่างแรงจนน้ำตาคลอ

            “ผมชานยอล สามีของคุณไงที่รัก”

            “สามี?

            “ครับ อย่าพึ่งรีบนึกอะไรนะ คุณได้รับความกระทบกระเทือนนิดหน่อย นี่น้ำครับดื่มซะนะ”

            “ขอบคุณครับ ทำไม...ผมจำอะไรไม่ได้เลย”ร่างเล็กรับแก้วน้ำที่อีกคนส่งให้พร้อมกับจิบเบาๆให้หายกระหาย โดยมีคนตัวสูงคอยเอาผ้าซับเหงื่อให้อีกคนด้วยความเป็นห่วง

            “ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวเรากลับไปพักที่บ้านเราเดี๋ยวคุณก็จะจำได้เอง ยิ้มเข้าไว้นะ”

            “ครับ แล้วผม..ชื่ออะไรเหรอครับ?

            “เลย์...จาง อี้ชิง”

            จาง อี้ชิง... อี้ชิง อี้....ชิง เจ้าของเสียงในความฝันก็คงจะเป็นเขาสินะ...

 

 

            บ้านชั้นเดียวขนาดกลางที่อยู่ในหมู่บ้านใจกลางเมือง กำลังเป็นที่สนใจของคนตัวเล็กอยู่ในขณะนี้ หลังจากที่ทั้งคู่ออกจากโรงบาลก็ตรงกลับบ้านทันทีโดยมีปาร์ค ชานยอลคนช่างพูดเป็นคนขับ ขณะที่รถแล่นเข้าสู่ตัวบ้าน ผ่านสวนหน้าบ้านขนาดย่อมที่มีเหล่าดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบางอยู่อย่างกับว่ารอคอยการกลับมาของเจ้าของบ้านเสียอย่างนั้น

            “ดอกไม้พวกนั้น...”

            “ดอกไม้พวกนั้นที่รักเป็นคนปลูกไงครับ เห็นเจ้าดอกสีม่วงนั้นไหม นั้นต้นฟอร์เก็ตมีน็อตคุณชอบมันที่สุดเลยนะ”

            คงจะจริงอย่างที่ร่างสูงว่า เพราะหลังจากลงจากรถคนตัวเล็กก็ก้าวขาไปที่แปลงดอกไม้ทันที เหมือนกับว่าพื้นที่ตรงนั้นคือที่ประจำสำหรับเขาและใครอีกคน

            “คิดถึงฉันใช่ไหม...พวกนายสวยจังเลย ตอนฉันไม่อยู่เขาดูแลพวกนายดีใช่ไหม...เขา...เขา...”ร่างเล็กที่นั่งยองๆอยู่หน้าแปลงดอกไม้ค่อยๆจ้องไปที่ดอกของต้นฟอร์เก็ตมีน็อตเบาๆพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ค่อยๆไหลอาบแก้มช้าๆ

            “ใครกัน...เขาคือใครกัน...คนที่ผมนึกถึง...คือใคร”

            “อี้ชิง...”เสียงปริศนาที่ดังอยู่ข้างหูอี้ชิง พร้อมกับลมอ่อนๆที่พัดผ่านร่างคนตัวเล็กไป เหมือนกับว่าสายลมนั้นกำลังโอบกอดคนตัวเล็กเพื่อปลอบโลมเสียอย่างนั้น

 

            “เลย์!!! คุณเป็นอะไร ปวดหัวหรือว่าเจ็บตรงไหนรึเปล่า”ชานยอลที่เก็บข้าวของเข้าไปไว้ในบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินมาดูคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ที่แปลงดอกไม้ แต่แล้วเขาต้องตกใจรีบวิ่งไปดูเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้ตัวโยน

            “ฮึก..ฮื้ออออ ชะ..ชานยอล ฮื้ออออ”

            “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร เราเข้าบ้านกันเนอะ เดี๋ยวผมจะชงอะไรอุ่นๆให้คุณดื่มเอง”ร่างสูงประคองกอดอีกคนแล้วลูบหลังเบาๆเป็นการปลอบก่อนจะพาเดินเข้าตัวบ้านไป


               ร่างสูงพาคนตัวเล็กเดินเข้าไปในตัวบ้าน บ้าน...ที่ถึงแม้ว่าจะจำไม่ได้ก็ตาม แต่คนตัวเล็กกับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความสบายใจทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน ร่างกายที่ดูเหมือนว่าจะคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้พาตัวเองเข้าไปยังห้องนั่งเล่นที่เจ้าตัวชอบนั่งประจำเสียก่อนที่คนตัวสูงข้างกายจะได้เอื้อนเอ่ยคำใดๆออกมา

            “เดี๋ยวผมไปชงโกโก้มาให้นะ ที่รักอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”

            “ครับผมไม่เป็นอะไร”ร่างเล็กตอบออกไปโดยไม่ได้หันกลับไปมองอีกคนเลยแม้แต่น้อย

           

            สองขาเล็กก้าวเข้าสู่โซนห้องนั่งเล่น ที่มีบานหน้าต่างขนาดใหญ่เมื่อมองออกไปจะเห็นแปลงผักสวนครัวขนาดย่อม รวมทั้งต้นเบอรี่หลากหลายสายพันธุ์ ที่ดูท่าแล้วเจ้าของบ้านคงจะชอบมากๆแน่ๆถึงปลูกเยอะขนาดนั้น

            อี้ชิงนั่งลงที่โซฟาขนาดใหญ่ลายสตอเบอรี่ที่สามารถนั่งเล่นดูทีวีหรือนอนอ่านหนังสือได้สุดแล้วแต่เจ้าของต้องการ ที่ข้างในนั้นมีตุ๊กตาแกะน้อยสองตัววางอยู่ เจ้าตัวค่อยๆนั่งลงไปก่อนจะยิ้มออกมาเบาๆ

            “น่ารักจัง”คนตัวเล็กมองไปรอบๆห้องนั่งเล่น ภายในห้องถูกประดับประดาไปด้วยเฟอร์นิเจอร์น่ารักๆสลับกับเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นอย่างเช่นตู้โชว์หรือชั้นวางทีวีจะเน้นโทนสีดำซะสวนใหญ่ที่ดูแล้วไม่เข้ากับของน่ารักเลยซักนิด แต่เมื่อดูรวมๆแล้วกับเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด

            ระหว่างที่รอโกโก้ร้อนที่คนตัวสูงอาสาไปชงให้อยู่นั้น สายตาก็กวาดไปพบกับกรอบรูปเล็กๆใบหนึ่งที่ถูกวางคว่ำหน้าเอาไว้อยู่ที่ตู้โชว์ แต่ยังไม่ทันที่เจ้าตัวได้ลุกขึ้นไปดูนั้น ชานยอลก็เดินเข้ามาพร้อมแก้วโกโก้ร้อนเสียก่อน

            “รอนานไหมครับ”ร่างสูงเดินตรงเข้ามานั่งลงทีโซฟาตัวเดียวกันก่อนจะส่งแก้วโกโก้ให้อีกคน แต่ยังไม่ทันที่อี้ชิงจะยกดื่ม แจกันที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้องก็ตกลงมาแตกซะก่อน

            เพล้ง!!!

            “ให้ตายสิ  ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวชานไปดูเอง ที่รักดื่มนี่เถอะคุณคงเดินทางมาเหนื่อยๆนั่งพักนะครับ”คนตัวสูงยิ้มให้ก่อนที่มือหนาจะยีผมนุ่มของอีกคนเบาๆแล้วลุกไป

            “ขอบคุณครับ”

            น่าแปลกทั้งๆที่หน้าต่างก็ไม่ได้เปิดแท้ๆ ทำไมถึงตกลงมาแตกกันได้นะ...

            ระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังดื่มโกโก้ในมือพรางมองร่างสูงกำลังยุ่งอยู่กับการเก็บเศษแจกันที่แตกนั้น จู่ๆก็รู้สึกเพลียจึงตัดสินใจวางแก้วโกโก้ที่ยังดื่มไม่หมดลง แล้วค่อยๆเอนตัวลงนอนพร้อมกับกอดตุ๊กตาแกะสองตัวไว้แนบอกแล้วผล็อยหลับไป

 

            “ออกไปจากที่นี้ซะ!!! ออกไปจากบ้านนี้!!!

            “คุณเป็นใครครับ”เสียงผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว คนในความฝันเมื่อครั้งนั้นแน่ๆ ผมจำเสียงเขาได้

            “ออกไปจากที่นี้ซะ อย่าอยู่ใกล้มัน ออกไปซะ”

            “คุณครับ”ผมมองเห็นเขาแล้ว ผู้ชายคนนั้น เขาสูงจัง... ทำไมเขาถึงไม่ยิ้มเลยล่ะ หรือว่าเขากำลังโกรธอะไรอยู่

            “อี้ชิง พี่ขอโทษ...”

            “คุณรู้จักผมใช่ไหม บอกผมมาสิว่าคุณเป็นใคร”ใบหน้าที่แสนคุ้นเคยนั้น...ทำไมกัน ทำไมผมขยับตัวไม่ได้เลย ใครก็ได้ช่วยผมที ไม่ว่าผมจะพยายามขยับแขนหรือพยายามก้าวขาแค่ไหนร่างกายของผมมันก็ไม่ขยับเลย

            “อย่าพึ่งไป รอผมด้วย อย่าพึ่งไปครับ!!!

            “ออกไปให้พ้นจากที่นี่ซะ อี้ชิง...”

            และแล้วผู้ชายคนนั้นก็หายไปท่ามกลางกลุ่มหมอกสีขาว

            “เดี๋ยวครับ พี่!!! รอผมด้วย!!!

 

 

            เฮื้อก!!!

            “เป็นอะไรไปครับ ฝันร้ายเหรอ โอ๋ๆขวัญเอ่ยขวัญมา”ชานยอลกอดพร้อมกับลูบผมอีกคนเบาๆ

            “นี่มัน...”

            “ใช่ครับคนดี นี่ห้องนอนของเราสองคนไง พอดีชานเห็นว่าที่รักหลับบนโซฟากลัวว่าจะนอนไม่สบายตัว ชานเลยอุ้มมานอนในห้อง”อี้ชิงค่อยๆลุกขึ้นนั่งแล้วบีบที่ต้นคอตัวเองเบาๆเพราะความเมื่อยล้า

            “นี่ผมเผลอหลับไปนานแค่ไหนกันครับเนี่ย”

            “ก็ซักสามสี่ชั่วโมงได้ เป็นไงครับหิวรึยังเอ่ย ได้เวลามื้อเย็นพอดี ชานทำข้าวต้มกุ้งที่ที่รักชอบไว้ด้วยนะ เราออกไปทานกันเลยไหมครับ”

            “ผมขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหมครับ”

            “ได้สิ ห้องน้ำอยู่ทางนั้น เดี๋ยวชานออกไปจัดโต๊ะรอแล้วยังไงที่รักรีบตามมานะครับ จุ๊บ!!!”ร่างสูงลุกขึ้นก่อนจะกดจูบเบาๆที่หน้าผากมนของอีกคนแล้วเดินออกจากห้องไป

            ส่วนอี้ชิงที่พึ่งตื่นมาหมาดๆพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆจากความฝันเมื่อครู่ เลยตัดสินใจจะไปล้างหน้าล้างตาซักหน่อยบางทีอาจจะช่วยให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างก็ได้

            คนตัวเล็กหยิบผ้าขนหนูในตู้กระจกข้างอ้างล้างหน้าออกมาก่อนจะเปิดก๊อกน้ำแล้วลูบใบหน้าเบาๆ

            “ออกไปจากที่นี่ซะ”

            นี่มันอะไรกัน!!!

            นี่เขากำลังฝันอีกแล้วหรือว่ายังไง ทำไมผู้ชายคนที่เขาเห็นในความฝันเมื่อกี้นี้ถึงอยู่ในกระจกได้!!! บ้าน่า นี่มันไม่ใช่แล้ว มันไม่ใช่ความฝัน ใช่ไม่ผิดแน่ เงาขอผู้ชายในกระจกคือคนเดียวกัน

            ภายในกระจกปรากฏเงาของชายคนหนึ่ง รูปร่างสูงโปรงกับใบหน้าที่ดูคมคายกับเรือนผมสีทอง จมูกเป็นสันเข้ากับใบหน้าที่เรียวได้รูป กับคิ้วหนาทั้งสองข้างของเขาที่กำลังขมวดเข้าหากันพร้อมแววตาที่ดูดุดันนั้นกำลังจ้องมองมาที่คนตัวเล็กอย่างไม่ละสายตาไปไหน

 

            ตึกตัก...ตึกตัก...

            ในเวลาแบบนี้เราควรทำยังไงดี...ถ้าร้องให้ชานยอลช่วย เราก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าผู้ชายคนนี้เขาเป็นใครและเขาต้องการอะไรกันแน่

            ร่างเล็กตัดสินใจรวบรวมความกล้าที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ตัดสินใจหันกลับไปมองข้างหลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่คิดว่าจะเห็นชายคนนั้นแน่ๆ แต่แล้ว...ก็ไม่พบใคร  และทันทีที่เขาหันกลับมาที่จะจกใบเดิม เงาของผู้ชายคนนั้นก็ไม่อยู่แล้ว...

            นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน  ที่เราเห็นเมื่อกี้เราไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ผู้ชายคนนั้นต้องการอะไรจากเรากันแน่!!!

           

 

            “นานจังครับ นี่ผมกำลังจะเข้าไปตามคุณอยู่พอดี นั่งสิ เดี๋ยวข้าวต้มกุ้งจะเย็นชืดซะก่อน”

ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปเลื่อนเก้าอี้ออกให้อีกคนนั่ง ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่ตัวเอง

            “ขอบคุณครับ”อี้ชิงกล่าวขอบคุณก่อนจะใช้ช้อนคนข้าวต้มเบาๆก่อนจะเป่าเบาๆแล้วตักเข้าปาก

            “หน้าซีดๆนะครับ รู้สึกไม่ดีรึเปล่า”

            “จะว่ายังไงดี...เหมือนผมจะเห็นอะไรแปลกๆในห้องน้ำน่ะครับ”อี้ชิงตัดสินใจบอกชานยอล เพราะอย่างน้อยเขากับชานยอลก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักกัน และบางทีมันอาจทำให้เขา

            “แปลกยังไงไหนลองบอกให้ชานฟังได้ไหมครับ”ร่างสูงเอื้อมมือไปกุมมืออีกคนเบาๆ

            “ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งในกระจก แต่พอหันหลังผมก็ไม่เจอใคร แล้วเขาก็หายไป”

            “อืม...ไม่เป็นอะไรนะครับ ชานว่า...บางทีคงเป็นผลข้างเคียงของยา เพราะความทรงจำของคุณหายไป เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง ไม่เป็นไรนะ”ร่างสูงบีบมืออีกคนเบาๆแล้วส่งยิ้มเป็นการให้กำลังใจ

            “นั้นสินะ... มันอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้... ข้าวต้มนี่อร่อยดีนะครับ”

            “ผมทำเองสุดฝีมือเลยนะ ถ้าอร่อยที่รักต้องทานเยอะๆล่ะจะได้หายไวๆ”คนตัวเล็กพยักหน้ารับก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปากต่อ

 

            มันคงเป็นอย่างที่ชานยอลว่านั้นแหละ เป็นเพราะเราอยากฟื้นความทรงจำเร็วๆ เราก็เลยเห็นภาพหลอนสินะ...

            แล้วผู้ชานคนนั้นเป็นใครกันแน่นะ....



               เช้าวันนี้เป็นวันหนึ่งที่อากาศค่อนข้างดีเป็นพิเศษ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับการออกไปสำรวจรอบๆหมู่บ้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แม้อากาศจะเป็นใจก็ตาม เราคงยังไม่พร้อมจะออกไปไหนมาไหนด้วยตัวคนเดียวอยู่ดี...

            “วันนี้ชานจะออกไปทำธุระ ที่รักอยากไปด้วยกันไหมครับ”

            ร่างสูงที่กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมเอกสารใส่กระเป๋าตัวเองเอ่ยถามคนรัก

            “มันจะดีเหรอครับ...ผมยังจำอะไรไม่ค่อยได้เลย ถ้าคุณเอาผมไปด้วย...มันจะลำบากคุณเปล่าๆ”

            “ไม่คิดมากนะคนดี...งั้นเดี๋ยวขากลับชานแวะซื้อเค้กสตอเบอรี่มาฝากแล้วกันนะครับ ที่รักอยู่คนเดียวได้ใช่ไหมครับ?

            “ครับไม่ต้องเป็นห่วง ผมอยู่ได้”

            ร่างเล็กพยักหน้าเบาๆ

            “อย่าออกไปข้างนอกเด็ดขาดเลยนะครับ สัญญากับชานได้ไหมว่าจะไม่ออกไป”มือหนายื่นมาปัดปอยผมหน้าม้าของอีกคนพร้อมกับสบตาคนตัวเล็กอย่างรอคอยคำตอบ

            “ครับสัญญา”

 

            และด้วยเหตุนั้นเองผมเลยตัดสินใจใช้เวลาช่วงเช้าไปกับการรถน้ำและใส่ปุ๋ยให้กับเหล่าต้นไม้ดอกไม้ในสวน อย่างที่บอกไปแล้วว่าวันนี้อากาศเป็นใจให้อยู่นอกบ้านมากกว่าในบ้าน มันคงจะดีกว่าถ้าผมได้ทำอะไรต่อมิอะไร ดีกว่านั่งๆนอนๆอยู่ในบ้านคนเดียวแหละนะ และอีกอย่างที่สวนหลังบ้านพวกต้นเบอรี่พวกนั้นก็ออกผลเยอะแยะ มันทำให้ผมอยากจะไปเก็บมากินเล่นตอนอ่านหนังสือ ถือว่าเป็นความคิดที่ดีทีเดียว

            “ว้าววว  ลูกนี้ใหญ่จัง พี่ดูสิ!!!

            เดี๋ยวนะ...นี่ผมกำลังพูดกับใคร?

            ความรู้สึกเหมือนเดจาวูอีกครั้ง เหมือนกับว่าผมเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้...มาแล้วในที่ตรงนี้... กับใครอีกคน... ใครอีกคนที่ผมคุ้นเคย

               .

                .

                .

               “น่ากินจัง”

            “ลองชิมดูสิครับ”

            ภาพผู้ชายตัวเล็กกำลังป้อนราสเบอรี่เม็ดโตเข้าปากชายผิวขาวเจ้าของเรือนผมสีทองที่กำลังอ้าปากกว้างรอรับราสเบอรี่เม็ดโต ก่อนจะงับเบาที่ปลายนิ้วเล็กอย่างที่เจ้าตัวชอบทำ

            “คิ เป็นไงครับหวานไหม”

            “อื้มมม หวานกำลังดีเลยล่ะ เปรี้ยวนิดๆ พี่ว่าเราเก็บไปทำแยมด้วยดีไหมคะ”

            “งั้นพี่ต้องช่วยชิงเก็บสิ พี่เอาแต่กินอย่างเดียวเลย”

            คนตัวเล็กยู่ปากบางพร้อมกับพองลมจนแก้มเนียนป่องซะจนน่ารักทำให้ร่างสูงอดหมั่นเขี้ยวไม่ไหวจึงฉวยโอกาสกดจมูกลงบนพวงแก้มนิ้มเสียจนดังฟอดใหญ่

            “งื้อออ พี่คริส!!!ชิงบอกให้ช่วยเก็บไงครับ”สองมือเล็กยกขึ้นปิดแก้มตัวเองที่กำลังขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด

            “ครับผมครับผม ฮ่าๆๆ”

               .

               .

               .



            “พี่คริส....”

            นี่มันเรื่องอะไรกัน ความทรงจำพวกนี้มันคืออะไร ความทรงจำที่ถูกลืมกำลังค่อยๆย้อนกลับมาทีละนิด ความทรงจำที่ผมเคยใช้ชีวิตร่วมกับใครอีกคน ใครอีกคนที่ทำให้หัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ใครบางคนที่ผมที่ทำให้ผมคิดถึงเขามากมายเหลือเกิน เขาเป็นใครกัน...

            มันต้องมีเรื่องอะไรที่ชานยอลยังไม่ได้บอกผมแน่ๆ ในบ้านหลังนี้...ที่แห่งนี้มันต้องมีอะไรที่สามารถทำให้ความทรงจำของผมกลับคืนมาแน่ๆ และผมต้องหามันให้เจอ

 

           

            “พี่ชิง!!!

            ก่อนที่ร่างเล็กจะเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับตระกร้าผลไม้ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากเด็กผู้ชายตัวเล็กคนหนึ่งที่นั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานสี่ล้อคันจิ๋วพร้อมกับโบกมือไปมา

            “มะม๊าบอกว่าพี่ชิงไม่สบาย หายแล้วเหรอฮะ”

            เด็กน้อยโค้งทักทายก่อนส่งยิ้มให้ พร้อมกับโค้งอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ตรงระเบียงบ้านที่พี่ชายคนสนิทอยู่ และผู้ชายคนนั้นเป็นพี่ชายอีกคนที่แสนคุ้นเคย

            “ครับพี่ไม่สบายนิดหน่อย เราชื่ออะไรเหรอเด็กน้อย”

            อี้ชิงเปิดประตูรั้วก่อนจะส่งยิ้มให้เด็กผู้ชายตัวเล็กอย่างอบอุ่น

            “ง่า... พี่ชิงลืมน้องฮุนได้ไงเนี่ย  น้องฮุนน้อยใจสุดๆเลย!!!

            เด็กน้อยกอดอกทำท่าเหมือนกับว่าตัวเองกำลังงอนพี่ชายคนสนิท

            “พี่ขอโทษ พอดีพี่ไม่สบายนิดหน่อย งั้น...เอาแบบนี้ดีไหมครับ พี่ยกผลไม้พวกนี้ให้น้องฮุนหมดเลยดีไหม”

            “ไม่เอาฮะ ไว้น้องฮุนมาเล่นบ้านพี่ชิงพี่ชิงต้องทำพายองุ่นให้น้อยฮุนด้วย!!! ที่สำคัญต้องชิ้นใหญ่กว่าของพี่คริสด้วย!!! ไม่งั้นน้องฮุนงอนจริงๆด้วย”

            เด็กน้อยตระโกนเสียดังฟังชัด จนคนตัวเล็กตกใจเมื่อได้ยินชื่อคนคนนั้นอีกครั้ง จึงตัดสินใจถามไปอีกครั้งเผื่อความแน่ใจว่าชื่อที่ได้ยินนั้นเขาได้ยินไม่ผิด

            “พี่คริส?

            “ฮะ!!! น้องฮุนไปก่อนนะฮะ มะม๊าใช้น้องฮุนมาซื้อน้ำปลา ถ้าช้าเดี๋ยวมะม๊าต้องตีน้องฮุนแน่ๆเลย บรื้นๆๆๆ”

            เด็กน้อยออกตัวปั่นจักยานสี่ล้อคู่ใจทันทีที่พูดจบ แต่ก็ไม่วายหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่ยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน

            “เดี๋ยวก่อนสิน้องฮุน!!!

            นี่มันแปลกเกินไปแล้ว เขาต้องเป็นใครซักคนที่เรารู้จักแน่ๆ มันต้องมีซักอย่างที่ตอบคำถามนี้ได้แน่ว่า....พี่คริสเป็นใคร...และเขาอยู่ที่ไหน

 

            “พี่คริส...นี่คือชื่อของเขาสินะ”ร่างเล็กตัดสินใจรื้อค้นข้าวของภายในบ้าน แต่ก็ไม่พบอะไรที่จะเป็นเบาะแสได้เลย

            “มันต้องมีอะไรซักอย่างสิน่า”


            เพล้ง!!!

            “เสียงอะไรกัน”ร่างเล็กรีบวิ่งไปดูต้นเสียงของสิ่งนั้น และแน่นอนว่ามันมาจากห้องนั่งเล่นนั้นเอง

            ทันทีที่เขาไปถึงก็ต้องเจอกับกรอบรูปใบเดิม ที่เคยเห็นเมื่อวันก่อน แต่ตอนนี้มันกลับตกลงมาบนพื้น ทั้งๆที่ประตูหรือหน้าต่างก็ไม่ได้เปิดไว้แท้ๆ

            “ตกลงมาได้ไงกันนะ นี่มัน...”

            ทันทีที่คนตัวเล็กหยิบมันขึ้นมามองให้เต็มตาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อบุคคลในรูปภาพนั้นก็คือ...

            “พี่คริส...”

            ภายในรูปใบนี้ไม่ปรากฏสิ่งใดเลยนอกเสียจากผู้ชายสามคนที่กำลังยิ้มให้กล้องอยู่ ณ สถานที่ใดที่หนึ่ง ใช่แล้ว...หนึ่งในสามคนนั้นในรูปใบนี้ คือ คนเดียวๆกันกับคนที่เขาเห็นในกระจกเมื่อวันก่อน และเป็นผู้ชายคนเดียวกันกับคนในความฝันเขาแน่ๆ ผู้ชายที่อยู่ตรงกลางก็คือตัวเขาเอง และผู้ชายอีกคนก็คือปาร์ค ชานยอล เหมือนกับว่าเศษเสี้ยวความทรงจำที่ยังคงตกค้างอยู่ในหัวสมองกำลังถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมา

            “อ๊ะ...โอ๊ย!!!ได้โปรด นึกให้ออกทีเถอะ ได้โปรด...”ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นทันทีที่อาการปวดหัวอย่างรุนแรงกำเริบจนต้องปล่อยกรอบรูปใบนั้นลงกับพื้น

            “ได้โปรด...ขอร้องล่ะ”


            “ทำอะไรน่ะ!!!


                 “ม่ายยยยยยยย”

            “ที่รัก คุณเป็นอะไร ปวดหัวใช่ไหมครับ รอชานแปบนึงนะ เดี๋ยวชานไปเอายามาให้”

            “ชานยอล... อ๊ะ โอ๊ย!!!”ร่างเล็กที่หันไปทางต้นเสียงของผู้มาใหม่ก่อนจะกุมที่หัวตัวเอง เหมือนว่าอาการปวดหัวจะยิ่งหนักขึ้นเป็นเท่าตัว เหมือนจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ

           

 

            “เย็นนี้เราจะกินอะไรกันดีคะ?”ร่างสูงที่ใช้มือซ้ายกุมมือคนรักของตัวเองอยู่เอ่ยถามขณะที่มืออีกข้างยังคงบังคับพวงมาลัยไปบนท้องถนนที่ค่อนข้างเงียบสงัดไร้ซึ่งผู้คน

            “อื้ม...ชิงอยากกินหม้อไฟ วันนี้กินหม้อไฟกันนะ”

            “อยากกินหม้อไฟเหรอคะ...วันก่อนชิงยังบ่นพี่เรื่องน้ำหนักขึ้นอยู่เลยไม่ใช่เหรอหื้ม”

            “ง่า...ก็ชิงอยากกินนี่นา พี่คริสก็”

 

 

            “ไม่นะ ไม่นะ”

 

 

            “โอเคครับๆ นี่ก็ยังไม่ดึกมาก ขับเร็วหน่อยน่าจะทันร้านประจำ  ดึกกว่านี้พี่กลัวว่ามันเป็นเมนูที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

            “งั้นก็ลุยเลยครับ โกโก!!!”ร่างสูงอดยิ้มให้กับท่าทางน่ารักๆของคนข้างตัวไม่ได้ นี่ถ้าไม่ติดว่ากำลังขับรถอยู่แล้วล่ะก็ อยากจะขโมยหอมแก้มซะให้ช้ำกันไปข้างหนึ่ง

            กึก กึก กึกๆๆ

 

            “ไม่นะ ไม่  ไม่!!!!!

 

 

            เมื่อใกล้ถึงทางโค้งหักศอก ร่างสูงพยายามเหยียบเบรกรถหลายต่อหลายครั้ง แต่ความเร็วของรถก็ไม่ผ่อนลงเลยแม้แต่น้อย บวกกับความเร็วที่เร่งเครื่องเมื่อครู่แล้วไม่น่าจะทำให้ความเร็วลดลงได้ ทำให้ร่างสูงเริ่มใจไม่ดี

            “พี่คริสข้างหน้ามัน”ร่างเล็กหันกลับไปมองที่คนข้างกายที่ตอนนี้สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

            “ชิงคะ...เบรกมันแตกจับมือพี่ไว้นะคะ”

            “พี่คริสชิงกลัว ฮื้อ...”คนตัวเล็กรู้สึกขวัญเสีย เมื่อเห็นว่าทางข้างหน้าเป็นทางโค้งหักศอกและดูเหมือนว่าความเร็วของรถจะไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย

            “ไม่ต้องกลัวนะคะคนดี ชิงจะต้องไม่เป็นอะไร เชื่อพี่นะคะ...”           

            “พี่คริส...”

            เอี้ยดดดดดด  ตู้มมมมม

 

            “ม่ายยยยยยยยยยยยย

            สิ้นเสียงร่างเล็กก็ล้มลงบนพื้น ก่อนที่จะหมดสติไปในที่สุด...

 

 

            ...กลางดึก...

            “อ๊ะ...”ร่างเล็กค่อยๆขยับตัวลุกจากที่นอนพร้อมกับอาการเมื่อยล้าตามตัวและอาการปวดหัวที่ค่อยๆทุเราลง

            “จำได้แล้ว...เราจำได้แล้ว พี่คริส...ฮื้ออออชิงจำได้แล้ว”

            “ฮื้อออ...พี่คริสอยู่ไหน พี่ทำไมทิ้งชิงไว้คนเดียว ฮื้ออออพี่คริส  ชิงกลัว ฮึก...ฮื้ออออ”

            ร่างเล็กกอดเข่าตัวเองพร้อมกับฟุบหน้าลงร้องไห้ตัวโยนท่ามกลางความเงียบภายในห้องที่ไร้ซึ่งคนข้างกาย

            เขากำลังเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ความเป็นจริงที่แสนจะโหดร้าย...

 

            “ชิงคะ...พี่ขอโทษ”

            “ฮึก...พี่คริส!!!”ร่างเล็กตกใจกับไออุ่นที่ได้รับ และภาพที่เห็น

            ใช่แล้วไม่ผิดแน่...คนที่กำลังกอดเรา... ความรู้สึกนี้มัน

            “พี่ยังอยู่ใช่ไหมครับ พี่ยังอยู่กับชิงใช่ไหม!!! ฮื้อออ พี่ไม่ได้ทิ้งชิงไว้คนเดียวใช่ไหม ตอบมาสิ”คนตัวเล็กเขย่าคนตรงหน้าเพื่อหาคำตอบ

            นี่มันหมายความว่ายังไง แล้วหลายวันที่ผ่านมาคืออะไร ความฝัน? นี่เราฝันไปงั้นเหรอ พี่คริสยังไม่ตายใช่ไหม? แล้วเราล่ะ เรายังไม่ตายใช่ไหม? ความจริงคืออะไรกันแน่

            “พี่...ตายแล้ว มันคือความจริงค่ะ”

            “ไม่จริง!!! พี่โกหก!!! พี่อยู่ตรงนี้ พี่อยู่กับชิง พี่จะตายได้ยังไง พี่อย่ามาอำกันนะชิงไม่ตลกด้วยเลย ฮื้ออ จริงๆนะ แกล้งกันแบบนี้ ฮึก...มันไม่ขำเลย ไม่ขำเลยซักนิด ฮื้ออออ”

            “ไม่ร้องนะคะ พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้”

            “ไหนบอกจะอยู่ด้วยกันไง ฮื้ออ ทำไม่มีรักษาสัญญาเลย คนโกหก พี่คริส คนโกหก ฮื้อออออ”

            “พี่ขอโทษค่ะ พี่ขอโทษ”ร่างสูงที่กอดคนรักเอาไว้พร้อมกับหัวใจที่ไร้ซึ่งเสียง สองมือหน้าลูบหลังปลอบคนในอ้อมกอด ที่ตอนนี้เอาแต่ร้องไห้สะอื้นไม่หยุด แค่ได้ยินแล้วหัวใจที่หยุดเต้นของเขาแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆอีกรอบ

            หยาดน้ำตาสีเลือดค่อยๆไหลออกจากดวงตา เมื่อคิดแล้วก็ได้แต่นึกโทษตัวเอง ถึงแม้ว่าเขาจะตายไปแล้วก็ตาม...เขาไม่อยากจะเป็นวิญญาณที่ทำให้คนที่ตัวเองรักสุดหัวใจต้องร้องไห้

            “ชิงคะ ฟังพี่นะ ชิงต้องตื่นแล้วหนีไปจากที่นี่ ที่นี่มันไม่ปลอดภัย”

            “หมายความว่ายังไง ที่นี่บ้านเรานะครับ ฮึก...”

            “ไอ้ชานมันคือคนที่อยู่เบื้องหลัง มันเป็นคนตัดสายเบรกรถของเราในคืนนั้น”

            “ทำไมพี่ชานต้องทำแบบนั้นด้วย ชิงไม่เข้าใจ”

            “ชิงต้องตื่นแล้วค่ะ ไม่มีเวลาแล้ว พี่สัญญาพี่จะปกป้องชิงเอง พี่สัญญา”ร่างสูงประทับจูบที่ริมฝีปากบางคนรักแผ่วเบา ก่อนที่จะสลายไปต่อหน้าต่อตาอีกคนทันที

            “พี่คริส!!!

 

 

            “เฮื้อก!!!”คนตัวเล็กสะดุ้งตื่นพร้อมกับความรู้สึกที่หนักอึ้งอยู่เต็มออก ความฝันเมื่อกี้มันช่างเหมือนจริงเหลือกเกิน ขณะที่กำลังจะขยับตัวก็ต้องเบิกนัยน์ตากว้างอีกครั้งเมื่อพบกับสิ่งที่พันธนาการตนอยู่ ข้อมือที่ถูกจับมัดด้วยเชือกเส้นเล็กๆไขว้ไปด้านหลังพนักพิงของเก้าอี้ไม้ตัวสูง สองขาก็ถูกมัดรวบไว้เช่นกัน

       ร่างเล็กสะบัดศีรษะเล็กน้อยเผื่อไล่เอาอาการมึนงงในหัวออกไป แล้วมองไปรอบๆตัวก็พบว่าตัวเขานั้นกำลังอยู่ในห้องนั่งเล่นที่เดิมก่อนที่เขาจะหมดสติไปนั้นเอง บรรยากาศ ภายนอกมืดมิด พร้อมกับสายฝนที่เทลงมาไม่หยุด ดวงไฟขนาดเล็กที่เปิดไว้นานเริ่มมีอาการดับๆ ติดๆ 

            ใช่...สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือต้องหนีไปจากที่นี้

            “อ๊ะ...จะแก้มัดยังไงกันนะ”ทั้งแขนและขาก็พยายามดึงไปมาเผื่อให้เชือกมันหลุด แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล

            “จุจุจุ อย่าดิ้นสิครับคนดี ดิ้นแบบนี้เนื้อตัวจะเป็นรอยเอานะครับ”เสียงทุ้มที่ดังข้างหู กับน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความมืดดำแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

            “พี่ชานยอล ทำไมครับ มัดชิงไว้ทำไม”

            “โอ๊ะโอ...เรียกพี่แบบนี้แสดงว่าความจำกลับมาแล้วสินะ...หว้า หมดสนุกซะแล้วสิ หึ..ก็ดี!!!!

            “ทำไมครับ  ทำไมพี่ต้องทำแบบนี้กับเราด้วย พี่กับพี่คริสเป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่รึไง”ร่างเล็กตะโกนถามคนตรงหน้า

            “ทำไมน่ะเหรอ คนอย่างมันที่เด่นไปซะทุกเรื่อง คนอย่างมันที่แย่งทุกอย่างไปจากพี่ คนอย่างมันที่แย่งนายไปจากพี่ยังไงล่ะ ทั้งๆที่พี่ชอบนายก่อนมันแท้ๆ ฮื้ออ... ทั้งๆพี่มาก่อนมัน พี่เจอนายก่อนมัน มันกลับมาแย่งทุกอย่างไป  คนอย่างไอ้คริสตายไปซะได้ก็ดี!!! ฮ่าๆๆๆ”ร่างสูงหัวเราะอย่างบ้างคลั่ง ทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้อย่างกับคนเสียสติ ใช่ ปาร์ค ชานยอลเสียสติไปแล้ว ไม่เหลือแล้วปาร์คชานยอลที่ยิ้มเก่งและอบอุ่น

            “มันหมายความว่ายังไงกัน พี่จงใจทำให้พวกเราประสบอุบัติเหตุใช่ไหม”

            “หึ ก็ใช่น่ะสิ ทั้งสายเบรก แอร์แบ็ค (ถุงลมนิรภัย)ฝั่งคนขับ ฉันนี่แหละเป็นคนเอาออกเอง เป็นไงล่ะ มันถึงได้ตายไง ฮ่าๆๆๆ มันตายไปแล้วได้ยินไหม ไอ้คริสมันตายไปแล้ว!!!! ฮ่าๆๆ”

            “พี่มันเลว!!! พี่มันเลวที่สุด!!! โอ๊ย!!!

            สองมือหนาบีบไปที่แก้มขาวอย่างแรง แล้วสะบัดไปอีกทางจนหน้าร่างบางหันตามทิศทางของแรง

            “อย่ามาทำปากเก่งไปหน่อยเลยจาง อี้ชิง ถ้ายังไม่หุบปาก พี่จะส่งนายไปอยู่กับไอ้คริสข้างนอกนั้น แต่ก่อนที่เราจะมาสนุกกันต่อ...พี่ว่าเรามาช่วยกันส่งศพไอ้ศริสกันก่อนดีกว่า ฟังดูน่าสนุกดีใช่ไหมล่ะครับ ฮ่าๆๆๆๆๆ”

            “พี่ชานยอลจะทำอะไร!!! พี่คริสอยู่ที่ไหน พี่ชานยอลจะทำอะไรกับพี่คริส”

            “โธ่ๆๆ เรียกชื่อชายอื่นต่อหน้าสามีแบบนี้มันไม่น่ารักเลยนะครับ”


            เพี้ย!!!

            เสียงฝ่ามือหนากระทบกับแก้มขาวอย่างแรงจนแก้มขาวกลายเป็นสีแดงฝาดพร้อมกับมีเลือดไหลออกมาจากมุมปาก

            “หึ  เอาล่ะ มานั่งตรงนี้นะครับ มาเป็นกำลังใจให้สามีส่งเพื่อนรักไปสู่สวรรค์กันนะ”ชานยอลเลื่อนเก้าอี้ของอี้ชิงไปที่ระเบียงก่อนจะเปิดกระจกออก ทำให้อะไรบางอย่างที่ทำให้คนตัวเล็กแทบหยุดหายใจ

            “พี่คริส!!!!! ฮื้อออออ ปล่อยนะ!!! ปล่อยชิงเดี๋ยวนี้!!!!

            “ฮ่าๆๆๆ ฝนตกแรงซะด้วยสิ โธ่เพื่อนคริสคงหนาวแย่เลย สงสัยต้องรีบซะหน่อยแล้ว”ร่างสูงเดินลงไปที่สวนพร้อมกับหยิบเอาจอบที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นมาก่อนจะลงมือขุดบริเวณใกล้ๆกับร่างที่ไร้วิญญาณของใครอีกคน

            “ฮื้อออ ปล่อยชิงนะ ไอ้พี่ชาน!!!ปล่อยชิงเดี๋ยวนี้ ใครก็ได้ช่วยด้วย ใครก็ได้”

 

            เปรี้ยง!!!! ซ่า!!!

            “ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ”

                เสียงฟ้าร้องดังระงมไปทั่วท้องฟ้ามืดทึบก่อนจะตามมาด้วยเม็ดฝนที่ตกลงมาคละคนกับเสียงหัวเราะของปาร์ค ชานยอล ที่ตอนนี้เหมือนคนบ้าเข้าไปเต็มทน

            “ไม่นะ พี่คริส ฮื้ออ ใครก็ได้ช่วยพี่คริสด้วย...”

            ท่ามกลางเสียงฝนที่เทลงมาอย่างไม่ขาดสาย สองมือหนาก็ยังคงขุดต่อไปอย่างบ้าคลั่ง ในหูยังคงแว่วเสียงร้องของคนตัวเล็กที่ดังอยู่ไม่ขาดสาย  ยามค่ำคืนดึกดื่นขนาดนี้คงไม่มีใครที่ไหนจะมาช่วยคนตัวเล็กแน่ๆ

            “มึงตายแล้วไอ้คริส มึงตายแล้ว ฮื้ออ อี้ชิงเป็นของกู ของกูแต่เพียงผู้เดียว และจะไม่มีใครมาแย่งอี้ชิงไปจากกูได้อีกฮ่าๆๆ

 

 


            ปัง!!! ตึงๆๆ

            เสียงประตูที่ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝ่าเท้าของใครหลายๆคนกำลังพุ่งตรงเข้ามายังห้องที่คนตัวเล็กอยู่ และที่สวนก็เช่นกัน

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล้อมไว้หมดแล้ว วางอาวุธลง แล้วมอบตัวซะ”

            “ไม่เป็นไรนะครับ”ตำรวจร่างท้วมหันมาถามที่เขาก่อนจะช่วยแกะเชือกที่มัดออกให้

            “ปล่อยผมนะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด คุณตำรวจมาจับผมเรื่องอะไร”เสียงของชานยอลที่ตอนนี้กำลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวอยู่ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

            “ปาร์ค ชานยอล คุณถูกจับข้อหากักขังหน่วงเหนียว และฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”

            “ผมไม่ได้ทำ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ”ชานยอลที่พยายามดิ้นอย่างบ้าคลั่งขณะนี้โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจลากขึ้นรถไป

            “ขอบคุณคุณตำรวจมากนะครับที่มาช่วยผมไว้ได้ทัน”

            “ไม่เป็นไรครับ พอดีทางเราได้รับแจ้งเลยมาจับกุมได้อย่าทันท่วงที ถ้ายังไงพรุ่งนี้ขอเชิญคุณอี้ชิงไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจด้วยนะครับ ส่วนศพผู้ตาย...ผมเสียใจด้วยนะครับ แต่ทางเราขอเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนไม่ทราบว่าจะเป็นอะไรไหมครับ”

            “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ ต้องขอบคุณคุณตำรวจมากจริงๆครับ”

            “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

            เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายกลับสถานีตำรวจ มีเพียงบางนายที่ยังคงอยู่ทำงานต่อในค่ำคืนนี้เพื่อเก็บหลักฐาน

            “พี่ชิง!!!!”เสียงของเด็กน้อยที่ตะโกนเรียกพร้อมกับวิ่งเข้ามากอดเอวร่างเล็กอย่างแรง

            “น้องฮุน..มาได้ยังไงกันครับ สวัสดีครับคุณโอ”

            “ไม่เป็นอะไรใช่ไหมค่ะ นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว”เสียงของผู้หญิงซึ่งเดินมาพร้อมกับเด็กชายตัวน้อยกล่าวออกมาด้วยความโล่งใจ เขาจำได้แล้วผู้หญิงคนนี้คือแม่ของน้องฮุนนี่เอง

            “มาไม่ทัน?

            “น้องฮุนกับมะม๊าเป็นคนโทรไปแจ้งกับตำรวจเองฮะ พี่คริสบอกว่าพี่ชิงกำลังตกอยู่ในอันตรายได้เวลาซุปเปอร์เรนเจอร์ออกปฏิบัติการแล้ว!!!”

            “พี่คริส...”

            “ค่ะ...คือเมื่อตอนหัวค่ำมีโทรศัพท์โทรมาที่บ้าน ดิฉันได้ยินเสียงคุณคริสบอกว่าให้แจ้งตำรวจให้ที คุณอี้ชิงอยู่ในอันตรายค่ะ เขาบอกมาแบบนั้น ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณคริสอยู่ไหนคะ หรือว่าไปให้ปากคำกับคุณตำรวจ พอดีเมื่อกี้ดิฉันไม่เห็น...คุณอี้ชิงค่ะ เป็นอะไรไปคะ”

            “ฮื้อ พี่คริส ฮื้ออออ”

            ร่างเล็กทรุดตัวลงกับพื้นทันทีที่ได้ยินเรื่องราวต่างๆ เสียงปล่อยโฮดังขึ้นพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลลงมาอาบทั้งใบหน้าของอี้ชิงอย่างไม่ขาดสาย

 

            “พี่สัญญาพี่จะปกป้องชิงเอง พี่สัญญา”

 

            ขอบคุณนะ ขอบคุณที่คอยอยู่ข้างชิง...

            ผมสัญญาไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน...

            ชิงจะไม่มีวันลืมพี่เป็นครั้งที่สองเป็นอันขาด...

            พี่จะอยู่ในใจชิงตลอดไป...ชิงสัญญา...

            ชิงรักพี่คริสนะ...



........................................................จบแแล้วนาจา...........................................................

TALK::

สอบเสร็จเเล้วคิดถึงกันไหมทุกคน 
ตอนเเรกก็เป็นเรื่องสั้นอยู่หรอกน้าาา เเต่ไหงมันยาวก็ไม่รู้อ่ะเนอะ
กะจะให้สยองขวัญ สุดท้ายดันมาม่าเฉยเลยยย
ไงก็ฝากติดตามเรื่องอื่นของเราด้วยน้าาา
ถึงภาษาจะยังไม่สวย เเต่ยังไงก็จะพยายามฮับบบ

 #KLCรักลวงหลอน


เเล้วพบกันนาจา... ด้วยรักเเละบรื้นๆๆๆ

ผลงานทั้งหมด ของ BT.BaiToey

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 hunhunie (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 08:30
    เศร้าอ่ะ สงสารชิง ชานยอลคนเลวทำไมทำแบบนี้
    #6
    0
  2. วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 14:45
    ยังไงลุ้นนอ่ะ
    #5
    0
  3. #4 rough
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 23:41
    อยากได้รถน้องฮุน5555555555555555555555555555555555555555555555555555

    .



    .



    .



    .



    ล้อเล่น

    เรื่องดีมากๆ รีบๆกลับมาแต่งต่อนะ ตั้งใจสอบด้วยล่ะ สอบเสร็จจะได้มาอัพ ♥
    #4
    0
  4. #3 |2e@L
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 22:58
    ยอลหลอกลวงเหรอ ?
    #3
    0
  5. #2 |2e@L
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 07:49
    มันยังไงกัน ยังไงกัน
    #2
    0
  6. วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 15:33
    ติดตามค่ะคงสนุกแน่เลย
    #1
    0