หมุนเวลากลับมารัก (สำนักพิมพ์เป็นหนึ่ง)

ตอนที่ 55 : บทที่ 20 (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    16 พ.ย. 63

อาสะลงจากรถแท็กซี่ แต่ตรงจุดหมายที่เขาจะไปเต็มไปด้วยกลุ่มคน รวมทั้งมีรถตำรวจกับรถพยาบาลอย่างละคันทำให้โซเฟอร์ลังเล เขาจึงจ่ายค่าโดยสารแล้วลงรถมา ก้าวยาวๆ ด้วยความรีบเร่ง

            สถานที่ชื่อพรชัยคลินิคถูกกั้นไว้ด้วยรั้วพลาสติกสีเหลือง ตำรวจสามนายกำลังเดินเข้าออก อีกนายหนึ่งยืนคุยกับผู้หญิงสองคนซึ่งคาดว่าจะเป็นพยาบาลประจำคลินิค อาสะเดินเข้าไปใกล้

            “เห็นหน้าไม่ชัดค่ะ เขาใส่หน้ากากอนามัย สวมแว่นสายตา แล้วก็ใส่หมวกมาด้วยค่ะ” 

            “เสื้อผ้าชุดที่ใส่ล่ะ”

            “เอ่ย ก็เป็นเสื้อเชิ้ต กับกางเกงยีน ฉันก็ไม่ได้สังเกตค่ะ มัวแต่จัดยา จัดคิวคนไข้ แล้วอีกอย่าง คนสวมหน้ากากอนามัยเข้ามาใครๆ ก็คิดว่าเป็นคนป่วย” เธอเล่าด้วยเสียงสั่นเครือ นายตำรวจพยักหน้า 

            “เดี๋ยวดูกล้องวงจรปิดก็น่าจะรู้” เขาหันไปบอกเรื่องนี้กับผู้ใต้บังคับบัญชีแล้วหันมาถามหญิงสาวต่อ “คุณหมอเคยมีปัญหาหรือมีศัตรูอะไรไหม เอาเท่าที่รู้ก็ได้”

            “เท่าที่รู้...ไม่รู้ค่ะ คุณหมอเป็นคนดี เหมือนทั่วๆ ไปน่ะค่ะ เลิกงานจากโรงพยาบาลก็มาทำต่อที่นี่”

            “แล้ววันนี้มีอะไรผิดปกติไหม อะไรก็ได้เล็กๆ น้อยๆ ที่ผิดสังเกตไป”

            พยาบาลสาวเช็ดน้ำตา “ไม่มีนะคะ ก็คุยปกติ แต่...พูดว่าปีใหม่จะเปิดคลีนิคเอง ให้ฉันกับแม่บ้านไปเที่ยวได้เลย”

            นายตำรวจจดลงสมุดพลางพยักหน้า “ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล ถ้ามีอะไรต้องสอบถามก็รบกวนหน่อยนะครับ”

            “ค่ะ” 

            ลับหลังผู้พิทักษณ์สันติราษฎร์อาสะจึงถามกับพยาบาลสาว

“ขอโทษนะครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” อีกฝ่ายเงยหน้า ดวงตาแดงกำ “พอดีผมกำลังจะมาหาคุณหมอ...”

“คุณหมอ...คุณหมอตายแล้วค่ะ มีคน...เข้าไปฆ่าคุณหมอ ฉัน...ฮือ...”

จากที่น้ำตาคลอ ในที่สุดหญิงสาวก็ปล่อยโฮ นอกจากความสะเทือนใจอาสะยังตกใจ เข้าใจในวินาทีนั้นทันทีว่าทำไมโยชิโอะถึงให้เขารีบมาที่นี่ ท้ายที่ก็ไม่ทันการจริงๆ

หนุ่มญี่ปุ่นกำมือแน่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นคือการฆ่าปิดปาก มือปืนที่ยิงเจ้านายของเขาก็เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้พวกเขามาถึงคลีนิคของหมอและได้ข้อมูลไปก่อนนั่นเอง

 

“บ้าจริง! ฉันบอกนายแล้วเห็นไหม”

เป็นครั้งแรกที่อาสะเห็นโยชิโอะสบถ แถมยังเป็นภาษาไทย เมื่อชั่วโมงก่อนเขาคิดว่าเจ้านายเขาเป็นคนเดิม แต่ตอนนี้อารมณ์เหวี่ยงขึ้นเหมือนรถไฟเหาะ หรือบางทีอาจเป็นเพราะอาการบาดเจ็บก็ได้ ตอนนี้ทั้งคู่กันในมุมหนึ่งในโรงอาหารกาแฟของโรงพยาบาล 

แต่แม้ว่าโยชิโอะจะคาดเดาได้ แต่อาสะเลือกเงียบแทนคำขอโทษ

“เล่าเหตุการณ์มาหน่อย” น้ำเสียงของชายหนุ่มอ่อนลง

“คนร้ายปลอมตัวเป็นคนไข้ นั่งรอเหมือนคนอื่นๆ ถึงคิวก็เข้าไปรักษาตามปกติ สักพักก็ออกมาแล้วเดินออกไปเลย พยาบาลสงสัยว่าทำไมไม่มีการสั่งยา พอเข้าไปดูก็เห็นหมอล้มลงที่พื้น พอเขย่าตัวดูก็พบว่าหมอเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าถูกยาพิษ”

“ยาพิษ?”

“ครับ เพราะไม่มีร่องรอยของมีคม หรือคราบเลือด มีแค่จุดที่คอเหมือนถูกเข็มแทง แล้วก็มีอาเจียนกับของเสียที่ถูกขับออกมาเท่านั้น”

โยชิโอะกำลังจะขยับมือขวาแต่นึกได้ว่าตอนนี้แขนถูกคล้องไว้ หมอฉีดยาฆ่าเชื้อให้แล้ว สั่งห้ามขยับและต้องทำแผลทุกวัน จึงขยับมือซ้ายลูบคางแทน 

“เป็นการฆ่าที่เตรียมการไว้แล้ว มันรู้ว่าเราจะไปหาหมอพรชัย ถึงให้คนมายิงสกัด แล้วล่วงหน้าไปฆ่าปิดปากหมอซะ” 

“ถ้าเป็นอย่างนั้น คนที่ลอบทำร้ายคุณโยชิโอะครั้งโน้นก็ยังติดตามความเคลื่อนไหวคุณอยู่ตลอดนะครับ”

“นายด้วย” โยชิโอะตอบทันที อาสะนิ่ง “เพราะฉะนั้น ไม่ว่าฉันจะให้นายไปสืบเรื่องอะไรก็จะรู้ถึงฝ่ายตรงข้ามหมดอยู่ดี บางทีเราต้องเปลี่ยนแผน”

“ยังไงครับ”

“ยังคิดไม่ออก” ตอบแล้วถอนใจ “วันนี้คงไม่ได้อะไรแล้ว กลับกันเถอะ ปวดแผล”

อาสะรีบลุก เดินประกบเจ้านายและคอยระวังยิ่งกว่าเดิม พลางคิดว่าจะรายงานเรื่องนี้ให้คุมิโกะรู้ได้ยังไง 

 

“โยชิคุง เกิดอะไรขึ้นคะ”

ริกะร้องเสียงหลงเมื่อโยชิโอะกลับมาถึงห้องในสภาพที่แขนขวาคล้องผ้า แถมอาสะยังถือถุงยาตามมา ชายหนุ่มเดินไปนั่งที่โซฟา มองคู่หมั้นที่หน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก

“นายไปพักเถอะอาสะ พรุ่งนี้ค่อยมาคุยกัน วันนี้ขอบใจมาก”

อาสะวางถุงยาที่โซฟา ก้มศีรษะแล้วเดินกลับไปที่ห้องตัวเอง 

“โยชิคุง”

โยชิโอะหมุนคอ “ในตู้เย็นยังมีเบียร์เหลืออยู่ไหม”

“มีค่ะ แต่โยชิคุงจะดื่มเหรอ เป็นแผลอยู่ไม่ดีนะคะ”

ชายหนุ่มหลับตา “ชาก็ได้ ชงชามาให้หน่อยสิ”

“ได้ค่ะ รอสักครู่นะ”

เธอรีบลุกไปจัดการให้ โยชิโอะถอนใจ ถ้าริกะยังอยู่ตรงนี้ก็จะถามจี้ไม่หยุด เขาแค่ต้องการจังหวะที่จะได้คิดคำตอบให้เธอเท่านั้น 

ไม่ถึงห้านาทีเธอก็ยกชาร้อนหอมกรุ่นในถ้วยดินเผามาให้ ช่วยประคองให้ดื่มเพราะแขนเขาใช้ได้ข้างเดียว 

“เป็นยังไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นไหม แล้ว...มันเกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย”

“ผมถูกยิง แต่ไม่เป็นอะไรมาก กำลังหาทางจัดการเรื่องนี้กับอาสะอยู่ ริกะรู้แค่นี้ก่อนนะ”

“ทำไมโยชิคุงถึงถูกยิง ทำไมถึงมีคนจ้องทำร้ายคุณ”

โยชิโอะรู้ว่าแม้จะตัดบทไปแล้วเธอก็คงไม่ยอมหยุดความอยากรู้นี้ง่ายๆ จึงใช้กุมมือเธอด้วยมือซ้าย “มีเรื่องบางอย่างที่ยังเล่าให้ฟังไม่ได้ อยากให้ริกะเข้าใจ”

“ฉันไม่เข้าใจ...” เธอเบ้หน้า “มีหลายเรื่องที่ฉันไม่เข้าใจ เรื่องวันนี้ หรือแม้แต่ตัวโยชิคุงเอง ฉันไม่ควรรู้เลยเหรอ ฉันไม่ดีตรงไหนเหรอคะ”

ในที่สุดเรื่องวันก่อนก็ถูกรวมเข้ามาจนได้ “คุณดีกับผมเสมอ แต่ผมมีหลายเรื่องต้องคิด มันยากด้วย บางครั้งถึงได้ละเลยคุณไป” เขาพยายามไม่ใช้คำตรงๆ

“แล้วฉันทำอะไรได้บ้าง บางทีฉันรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินของโยชิคุง แทนที่จะเป็นคู่หมั้น”

“ก็นี่ไง” เขาชี้แขนขวา “ผมคงใช้แขนขวาไม่ได้อีกนาน ถ้าริกะไม่ช่วย ผมทำอะไรไม่ได้เลยนะ”

ริกะนิ่ง แล้วสีหน้าก็กระจ่างขึ้น ทำปากขมุบขมิบเหมือนเด็ก น้ำตาที่ทำท่าจะร่วงในตอนแรกเปลี่ยนเป็นแค่ซึมๆ พร้อมสูดลมหายใจฟุดฟิด

“เจ็บมากไหม แผลลึกหรือเปล่า”

โยชิโอะเล่าให้เธอฟังด้วยอารมณ์ที่ผ่อนคลายมากขึ้น และคาดเดาเพิ่มว่าอาจจะต้องมีวันที่เขาทำงานที่บ้านสักสองวัน และเรื่องประชุมถ้าไม่สำคัญก็คงต้องเลื่อนไปก่อน

“โยชิคุงหิวไหม เดี๋ยวฉันทำอะไรให้กิน มียาตัวไหนต้องกินอีกไหม” เธอพูดแล้วหยิบถุงยา เห็นหน้าซองติดสลากภาษาไทยก็ขมวดคิ้ว

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะนอนแล้ว ริกะช่วยผมอาบน้ำหน่อยแล้วกัน”

ริกะชะงัก แก้มร้อนวูบวาบขึ้นมา แล้วก็พยักหน้า

แต่กระนั้น ‘อาบน้ำ’ ที่ว่าก็เป็นแค่ช่วยเช็ดตัวในท่อนบนเท่านั้น ที่เหลือเขาก็จัดการเอง ถึงแม้เธอจะเสนอตัวว่ามือเขาใช้การไม่ได้ข้างหนึ่งแต่โยชิโอะยืนยันว่าเขาทำได้

ริกะนั่งรอเขาที่โซฟา เช็ดตัว แน่นอนเธอได้เห็นแผ่นหลังของเขา ถ้านับย้อนไปก็แทบจะเป็นครั้งแรกในรอบปี เป็นช่วงเวลาที่เขาหายบาดเจ็บจากอุบัติเหตุใหญ่แล้ว เธอดื่มชา

เมื่อวานซืนโยชิโอะทำให้เธอรู้สึกไร้ค่า เหมือนในอดีตที่เกือบต้องแยกทางกัน แต่ก็มีข้อแตกต่างอยู่ วันที่คิดว่ายังไงก็ถูกทิ้งแน่ หัวใจกลับถูกฉุดขึ้นมาเมื่อโยชิโอะที่เกิดอุบัติเหตุไม่พูดถึงเรื่องการให้สัมภาษณ์อีกเลย เขาดีกับเธอ ไม่เคยลืมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไถ่ถามครอบครัว ใส่ในความรู้สึก หรือแม้แต่จับมือเธอแล้วปลอบโยนด้วยคำพูดไม่กี่คำแบบเมื่อครู่นี้

ห่างเหิน ไม่แตะต้อง แต่ทว่าให้เกียรติ

            ประตูห้องน้ำเปิดออก โยชิโอะในชุดคลุมอาบน้ำที่สวมทับแขนข้างที่เจ็บไปด้วย เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนอนออกมา หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปหา

            “ให้ฉันช่วยนะคะ”

            คราวนี้ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธ เธอช่วยในส่วนที่แขนขวาเขาจะทำงาน กระทั่งเสร็จเรียบร้อย ริกะถือเสื้อคลุมออกไปเพื่อรอให้แม่บ้านเก็บไปซัก เธอหยุดยืนนิ่งแล้วหลับตา 

            พยายามไม่คิดถึงสิ่งที่ได้เห็น ทั้งที่ความจริงปฏิเสธไม่ได้

 

 

จบ

16.11.20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #65 fsn (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 13:20

    อ้อ กำจัดทั้ง 2 ฝ่าย แบบนี้ ข้อสงสัย ก็พุ่งตรงเลย

    ริกะ ควรเริ่มคิดสร้างอาชีพ ให้ตัวเองบ้างแล้วนะ

    #65
    0
  2. #61 ศิรดา (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 19:51

    เดาทางไม่ถูกเลย ใช่พี่ปุณไหม..

    #61
    1
    • #61-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 55)
      17 พฤศจิกายน 2563 / 12:19
      ลุ้นกันต่อเลยค่ะ อิอิ
      #61-1
  3. #60 แซม (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 16:42

    รู้ว่า ไม่ใช่โยชิโอะ ตัวจริงแม่นบ่?

    #60
    1
    • #60-1 Baby Red - อุธิยา(จากตอนที่ 55)
      17 พฤศจิกายน 2563 / 12:19
      มาลุ้นไปพร้อมๆ กันนะคะ
      #60-1