The Keyz ..เสกกุญแจ ไขหัวใจ (เจ้าชาย)นายเย็นชา !

ตอนที่ 1 : บทนำ + The Keyz 1 เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าสอใส่เกือก-Rewrite-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    22 เม.ย. 61

บทนำ

 

ท่ามกลางกลุ่มคนในชุดเครื่องแบบนักเรียนจำนวนมากที่ยืนแออัดบริเวณหน้าประตูทางเข้าอาคารนั้ปรากฏเป็นร่างเด็กสาววัยสิบแปดปีในชุดเครื่องแบบโรงเรียนไม่ต่างจากคนอื่น กำลังจูงมือหญิงวัยกลางคนเข้ามาในพื้นที่บนสนามหญ้าอย่างเร่งรีบร้อนรน

 

เฮ้อ โล่งอกไปที ดูเหมือนว่าเราจะไม่สายนะคะป้าเอลี่ นัยน์ตาสีม่วงอเมธิสต์ฉายรอยยินดี ปากอวบอิ่มฉีกกว้างจนเห็นฟันครบซี่ 

แต่นี่มันสิบโมงแล้วนะ เอ...ทำไมประตูยังไม่เปิดอีกนะ หญิงวัยกลางคนมองไปรอบ บริเวณ ก็พบว่าเด็กนักเรียนและผู้ปกครองกำลังยืนจดจ้องไปที่ประตูสู่อาคารเรียน มีเสียงบ่นพึมพำขึ้นมาว่าทำไมงานปฐมนิเทศจึงล่าช้ากว่ากำหนดการ

นั่นสิคะ...หรือว่าทุกคนจะจำผิดวัน !

เด็กสาวผู้ไม่พร้อมให้โรงเรียนเปิดภาคเรียนเผลอพูดเสียงดังด้วยความหวัง จนทำให้คนรอบ ที่ได้ยินหันมามองแล้วส่งยิ้มขำ

อเมธิสต์ ดวงหน้าของหญิงวัยกลางคนแสดงอารมณ์หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งขำแต่แฝงความเอ็นดูไปพร้อม กันหลานไม่ชอบไปโรงเรียนหรือ ?”

คนถูกถามทำหน้ามุ่ยขึ้นก่อนเอ่ยหนูไม่ได้ขี้เกียจนะคะ...หนูชอบอ่านหนังสือเรียนด้วยตัวเองมากกว่า

เป็นคำตอบที่ไม่ตรงคำถามเสียเลย แต่ถึงอย่างนั้นเด็กสาวผู้ไม่ชอบมาโรงเรียนคนนี้ ก็ยังรักษาผลการเรียนของเธอได้คงที่ นั่นคือการได้เกรดเฉลี่ยไม่เคยต่ำกว่า 4.00 ทุกเทอม

แล้วเรื่องเพื่อนที่โรงเรียนล่ะ คำถามนี้ทำให้หลานสาวคนเก่งชะงักงัน 

หนูชอบไปหลบอยู่ในห้องสมุดมากกว่าน่ะค่ะ เด็กสาวยิ้มแห้งใส่ ขณะที่คนฟังมีสีหน้าไม่สบายใจนัก

อเมธิสต์ คนเราน่ะ...อยู่ตัวคนเดียวตลอดไปไม่ได้หรอกนะ ถ้าวันนึงป้าไม่อยู่...”

ฮื้อ~ ป้าเอลี่อย่าพูดอย่างนั้นกับหนูสิคะ หลานสาวคนเก่งโผเข้าสู่อ้อมกอดของหญิงวัยกลางคนทันที ก่อนเอ่ยอย่างประจบเอาใจ “ป้ายังต้องอยู่กับหนูไปอีกนาน~ เลยนะคะ

หญิงวัยกลางคนก้มมองสาวน้อยวัยสิบแปดปีที่เริ่มทำตัวออดอ้อนเหมือนแมวน้อยจึงมีสีหน้าอ่อนโยนขึ้นแม้ว่าจะมีร่องรอยความกังวลอยู่ลึก ก็ตาม

ป้าแค่เป็นห่วงก็เท่านั้น...เราน่ะโตได้แล้วนะ ในโลกนี้ยังมีสิ่งอื่นที่หลานยังไม่รู้จักอีกมาก...”

เช่น...อะไรเหรอคะ ?”

อเมธิสต์

สตรีวัยกลางคนเลื่อนมือขึ้นมาแตะใหล่บางของหลานสาวมีความจริงจังผ่านทั้งสายตาและน้ำเสียงสัญญาได้ไหม ว่าจะดูแลตัวเองให้ดี ?”

     นัยน์ตาสีม่วงอเมธิสต์ทอดมองอีกฝ่ายที่ดูคร่ำเคร่งผิดปกติไปก่อนพยักหน้าเนิบนาบคิดว่านั่นเป็นเพราะความเป็นห่วงระหว่างป้ากับหลานเท่านั้น

ค่ะ หนูสัญญา

หญิงสาวไม่เคยล่วงรู้เลยว่า สายตาของคนอาวุโสกว่ามีความนัยแฝงว่าอย่างไร

 

สิ่งอื่นที่ไม่รู้จัก 

เรื่องราวที่กำลังต้องพบเจออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง 

บนโลกใบเดิม ที่คิดว่ารู้จักเป็นอย่างดี ได้ซ่อนสิ่งที่เกินจินตนาการเอาไว้

นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าประตูนี้ไป เธออาจต้องลืมสิ่งที่เคยรู้ เปิดใจกับความไม่รู้และยอมรับในความสัมพันธ์ที่กำลังจะผ่านเข้ามา

 

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ อาจเป็นการผจญภัยอันยาวนานหรือแสนสั้น

แต่ขอให้มันทำให้เธอเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น 

 

ส่วนฉันได้แต่ภาวนาให้เธอรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้

 

หญิงวัยกลางคนแย้มรอยยิ้มให้แก่คนที่กำลังวิ่งออกไปพร้อมรอยยิ้มที่สดใส ดวงตากลมโตสีม่วงอเมธิสต์เจิดจรัสท่ามกลางกลุ่มคนนับร้อย ที่กำลังกรูเข้าไปในตัวอาคารเรียน ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก...

 


[1]

 

 

แสงแดดในยามสายวันนี้กำลังเผาพวกเราทั้งเป็น !

ฉันมองผู้คนในชุดนักเรียนที่ดูยังไงมันก็ไม่เหมาะกับสภาพอากาศแบบนี้ เสื้อเชิ้ตยาวสีขาวติดเนกไทสีแดง คลุมทับด้วยเสื้อแขนยาวสีเทาอีกทบ ขณะนี้ร่างชื้นเหงื่อเหล่านั้นกำลังทยอยเดินเข้าไปยังประตูไม้เข้าสู่อาคารโดยมีป้ายขนาดใหญ่สลักเป็นคำว่า 'Welcome back to Capricorn school' 

 

ในที่สุด สิ่งที่พวกเรารอคอยกันอยู่นานนั้นก็เป็นจริงสักที ห้องประชุมที่มีเครื่องปรับอากาศเย็น คือสุดยอดของความปรารถนาในตอนนี้

 

ภายในอาคารเรียนเป็นทางเดินลาดยาวปูพรมด้วยพื้นกระเบื้องสีขาวเรียบดูสะอาดตา ผนังกำแพงด้านข้างถูกประดับด้วยรูปภาพจากจิตรกรฝีมือดี มีแสงสว่างสีเหลืองอ่อนมาจากโคมไฟแก้ว ห้อยระย้าลงมาจากเพดาน

 

โดยรวมแล้วการตกแต่งก็ไม่ได้ต่างอะไรกับภัตตาคารหรือโรงแรมหรูที่มีชื่อเสียงทั่วไป

 

ฝูงชนที่แห่กรูกันเข้ามาจากด้านหลังทำให้ฉันต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อพ้นมุมทางเดิน ด้านขวามือก็พบกับห้องที่มีประตูไม้บานใหญ่ สลักป้ายไว้ว่า 'meeting room' (ห้องประชุม)

 

ทันทีที่ก้าวเข้าห้อง เมื่อปะทะเข้ากับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ก็ดูเหมือนว่าเหงื่อที่เกาะคลุมทุกรูขุมขนนั้น แปรเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งชวนให้รู้สึกสั่นสะท้านแทน

เด็กนักเรียนที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องนี้ต่างมีที่นั่งที่จับจองเอาไว้กันอยู่แล้ว ฉันเห็นพวกเขาโบกมือทักทายกัน แล้วเริ่มการสนทนาอย่างดุเด็ดเผ็ดมันทันที จึงเดินตัวลีบ ออกห่างไปอีกทางเพราะไม่อยากถูกสนใจ จนในที่สุดฉันก็เลือกหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ ที่ตั้งชิดติดมุมกำแพง จากนั้นไม่นานก็เริ่มมีคนเข้ามานั่งข้าง แต่ก็ห่างไปอีกสามที่

 

ไม่แปลกหรอก พวกเขาคงไม่รู้จักฉันด้วยซ้ำ เพราะฉันเป็นเด็กที่เอาแต่อ่านหนังสือ ชอบไปขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดมากกว่า

เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะครื้นเครงก็ได้ยุติลงทันที เมื่อมีผู้หญิงรูปร่างผ่ายผอมไม่สูงนัก ก้าวเข้ามายืนกลางเวทีตรงหน้าโพเดียมที่มีไมโครโฟนและดอกไม้วางจัดเตรียมไว้อยู่ก่อนแล้ว ร่างบางเล็กก็อยู่ในชุดทำงานผ้าไหมสีฟ้าดูเป็นทางการเต็มขั้น ผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บเป็นมวยต่ำไว้ด้านหลัง ที่โดดเด่นคงเป็นแว่นตาทรงสี่เหลี่ยมขอบทองที่เจ้าตัวเผลอดันนิ้วมือขึ้นไปแตะบ่อยครั้ง

 

สวัสดีค่ะนักเรียนที่รักทุกคน ครูดีใจและกระตือรือร้นอย่างยิ่ง ที่จะกล่าวต้อนรับนักเรียนเข้าสู่งานปฐมนิเทศของโรงเรียนแคปริคอร์นอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ก่อนอื่นสำหรับเด็กใหม่ ครูขอแนะนำตัวก่อนนะ ครูชื่อ นิมฟอริด้า ไทรีนอล เป็นอาจารย์ใหญ่ของที่นี่จ้ะ

 

ฉันยิ้มขำออกมาพร้อมกับทุกคนเมื่อนึกถึงฉายาที่เหล่านักเรียนตั้งให้ท่านอาจารย์ใหญ่อย่างลับ ว่า 'เจ๊หนิม'

 

ครูต้องขออภัยนักเรียนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ เนื่องจากหลังทำการล็อกประตูและบานหน้าต่างของอาคารเมื่อคืนนี้แล้ว แม่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลรักษากุญแจ ก็ได้ทำกุญแจตกลงไปในท่อระบายน้ำบริเวณชั้นสามของอาคารเป็นเหตุให้พวกเราไม่สามารถเปิดประตู และหน้าต่างทุกบานของอาคารนี้ได้...”

 

ฉันเริ่มขมวดคิ้วเมื่อฟังสิ่งที่เจ๊แกพยายามจะอธิบายและคิดว่าบางทีฉันอาจจะง่วงนอน จนรู้สึกว่าเข้าใจอะไรได้ยากขึ้นล่ะมั้ง ?

 

“...ประมาณตีสี่ ทางโรงเรียนได้ทราบเรื่องกุญแจตกลงไปในท่อน้ำ จึงได้โทรสั่งให้ช่างประปากว่าสิบคนรีบมาดำเนินการรื้อท่อระบายน้ำทั้งบริเวณชั้นสามของอาคารทันที เพราะทางโรงเรียนกลัวว่าจะเปิดประตูให้นักเรียนเข้ามาปฐมนิเทศไม่ทัน...

ซึ่งช่างประปากว่าสิบคนจำเป็นต้องพังประตูของอาคารเพื่อที่จะเข้าไปทำการรื้อค้นท่อระบายน้ำเพื่อหากุญแจ และในที่สุดก็พบกุญแจเมื่อประมาณยี่สิบนาทีที่แล้วนี้เอง ทางโรงเรียนจึงรีบนำไปเปิดประตูให้นักเรียนทันที...”

 

ฉันว่ามันฟังดูยังไง อยู่นะ พังประตูเพื่อนำกุญแจมาไขประตูเนี่ยนะ แล้วประตูนั่นก็น่าจะพังไปแล้วไม่ใช่เหรอ ? เอาเถอะ รีบจบพิธีเปิดการศึกษานี้สักทีนี่หิวจะแย่แล้ว

 

สำหรับปีการศึกษานี้ทางโรงเรียน...”

เฮ้อน่าเบื่อ

โดยทางเรามุ่งหวังว่า...”

เมื่อไหร่จะจบเนี่ย...

เรื่องกฎระเบียบของโรงเรียนในปีนี้...”

ง่วง

 

ราวกับต้องมนต์สะกด บรรยากาศรอบกายฉันเหมือนมีหมอกลงมาเคลือบไว้ชั้นหนึ่ง

ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นประหลาดที่แทรกซึมไปทั่วร่างกาย

เสียงของอาจารย์ฟังดูนุ่มนวลรื่นหูราวกับบทเพลงไพเราะกล่อมให้ระบบต่อต้านความง่วงในร่างกายให้หยุดการทำงานกะทันหัน

 

ฉันมองไปรอบ ตัว นักเรียนจำนวนมากก็อยู่ในอาการไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่นัก บางคนก็ถึงกับฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ ขณะที่กำลังสะบัดหน้าไล่ความง่วงออกไปนั้นสายตาก็บังเอิญไปหยุด อยู่ที่กลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่เริ่มทยอยเข้ามาในห้องประชุม

 

ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวขึ้นเรื่อย รู้สึกถึงน้ำหนักของหนังตาที่ทิ้งตัวลงมา แต่ประสาทสัมผัสที่อยากรู้อยากเห็นยังไม่ถูกปิดสวิตช์ตามไป ฉันพยายามหันหน้ามองไปทางประตู...

ภาพของเด็กกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาในห้องไหลเข้าสู่สายตา ฉันจำเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ พวกนักเรียนมักจะเรียกเขาว่า เจ้าชายเย็นชา เขาเป็นหนึ่งในนักเรียนห้องพิเศษ และนั่นก็คงเป็นกลุ่มเพื่อนของเขาสินะ

 

เหอะๆ พวกเด็กห้องพิเศษ

พักในหอพักพิเศษในโรงเรียนที่ลือกันว่าแต่ละห้องหรูหรามาก

ต้องมีเส้นสายหรือเงินจำนวนมากเท่านั้นถึงจะเข้าเรียนได้

ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา มาปฐมนิเทศสายแต่กลับไม่มีท่าทีอ่อนน้อม

หยิ่ง

ฉันล่ะเกลียดพวกนี้ที่สุด

 

 

จ่ะ...ขอพูดคร่าว เพียงเท่านี้นะจ๊ะ ขอให้สนุกกับภาคเรียนใหม่ ยังไงก็ยินดีต้อนรับทุกคนกลับมานะจ๊ะเสียงอันคุ้นเคยดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ฉันสะดุ้งนิด ก่อนจะปรือตามองไปรอบ ผู้คนล้วนมีอาการไม่ต่างกันเท่าไหร่คือเพิ่งตื่น พวกเขามองหน้ากันอย่างงงงัน แต่ดูเหมือนนี่ก็ถึงเวลาพักเที่ยงตามที่นาฬิกาดิจิตอลเรือนใหญ่บนผนังบอกไว้

นั่นแปลว่าเจ๊หนิมบรรยายเกือบ 2 ชั่วโมงเลยเหรอเนี่ย !

 

ทุกคนดูเหมือนจะไม่ใส่ใจและต่างเก็บข้าวของเพื่อเตรียมจะเคลื่อนย้ายทยอยออกสู่อาคาร ไปยังด้านนอก ฉันรอให้คนเริ่มบางตาลงหน่อยจึงค่อย ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนเดินสาวเท้าจากห้องประชุม พร้อมกับผู้คนที่แห่กรูมุ่งตรงสู่ทางเข้าโรงอาหาร ทางเดินตอนนี้จึงคับคั่งไปด้วยกลุ่มคนมากหน้าหลายตา

แต่แล้วสายตาประดุจเหยี่ยวของฉันก็ไม่พลาดเหตุการณ์เล็ก บางอย่าง ฉันเห็นผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง กำลังวิ่งสวนออกมาจากประตูโรงอาหารพร้อมถือหนังสือจำนวนหนึ่งไว้ในอ้อมอก

 

ตุบ และด้วยความรีบเธอก็ชนกับไหล่ขวาของผู้ชายคนหนึ่งที่เดินสวนไปอีกทางพอดี

อ๊ะ...ขอโทษค่ะ ผู้หญิงคนนั้นค้อมหัวลงหลายทีเพื่อแสดงความขอโทษ ในขณะที่หนังสือเรียนหลายเล่มในมือร่วงหล่นลงไปกองกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น แม้ยืนจากตรงนี้ ฉันก็ยังเห็นดวงหน้าตื่นตระหนกระคนเสียใจของเธอคนนั้นอย่างชัดเจน

 

เอ๋ คนที่กำลังยืนหันข้างนั่นคือ ทรอนซีรา เจ้าของฉายาเจ้าชายเย็นชาคนนั้นไง !

“...” นอกจากหมอนั่นจะไม่ช่วยเก็บหนังสือพวกนั้นแล้ว ยังปรายตามองผู้หญิงอีกคนอย่างเย็นชา เธอคนนั้นจึงมีอาการตัวสั่นน้อย ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความกลัวที่ถูกมองด้วยสายตาเย็นเยียบแบบนั้น จนในที่สุด หล่อนจึงตัดสินใจก้มลงเก็บของอย่างลนลาน

 

ทรอนซ์ ?” ผู้หญิงอีกคนเดินออกมาจากประตูโรงอาหาร ในมือกำลังถือเครื่องดื่มสองแก้ว นัยน์ตาสีชาอ่อนดูงดงามชวนมอง ร่างระหงมีบุคลิกเปี่ยมล้นไปด้วยมาดนางพญา หล่อนปรายตามองผู้หญิงคนที่กำลังก้มลงเก็บของอย่างตกใจนิด ก่อนเบือนสายตาไปมองสบ กับชายเจ้าของร่างสูงโปร่ง

 

ไปเถอะ แล้วบุรุษเจ้าของฉายาเจ้าชายเย็นชาก็เดินนำออกไป โดยมีสาวงามมาดนางพญาเดินตามไปอย่างติด  

 

ฉันมองตามผู้ชายคนนั้นอย่างอึ้งปนทึ่ง

คนอะไรฟะ ! หน้าตาบอกบุญไม่รับตลอดเวลาจริง จะสงสารก็แต่ผู้หญิงคนนั้น หลังจากก้มเก็บของเสร็จก็รีบวิ่งจากไปอีกทางอย่างรวดเร็วทันที

 

 

โรงอาหาร

เบื้องหน้าของฉันตอนนี้คือห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่พอที่จะจุคนได้เป็นร้อย มีโต๊ะอาหารที่ทำจากไม้ขัดมันเงาวับ ขนาดนั่งได้โต๊ะละหกคนตั้งเรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบ มีร้านค้านับสิบต่างกำลังรีบเร่งทำอาหารให้กับเด็กนักเรียนจำนวนมากที่กำลังยืนต่อแถวรอคิวยาวเหยียด

จากที่ลองกวาดสายตาดูแล้ว ร้านก๋วยเตี๋ยวก็น่าจะมีคนต่อแถวหน้าสุดนะ งั้นเอาร้านนี้แหละ !

 

เมื่อตัดสินใจได้ ฉันก็เดินตามกลิ่นหอม เข้าไปรอไม่นานนักก็มีเสียงถามขึ้นทันที

เอาอะไรดีจ๊ะ ?”

เส้นหมี่น้ำตกค่ะ

ฉันควักเงินออกมาเพื่อเตรียมจ่ายแลกกับชามอาหารที่รับมาจากมือป้าคนขายก๋วยเตี๋ยว แต่แล้ว ก็ต้องกระตุกมือกลับมาเมื่อจู่ เจ้าช้อนที่ฉันหมายตาว่ากำลังจะหยิบกลับค่อย ลอยขึ้นอย่างช้าๆ

 

เดี๋ยวนะช้อนลอยได้ที่ไหนเล่า~ ฮ่าๆๆ

 

ฉันกระพริบตาอีกสองสามครั้งเพื่อให้โอกาสตัวเองได้มองใหม่ และก็พบว่าสิ่งที่เห็นนั้นยังคงเหมือนเดิม เจ้าช้อนคันนั้นบินวนรอบตัวเองราวกับงงทิศ ก่อนที่เหมือนจะรู้ทางไปของมันเองจึงค่อย เคลื่อนตัวออกไปโดยมุ่งไปยังด้านหลังของโรงอาหาร

 

ฉันสะบัดหน้าไล่ความงง กับสิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้

อะไรเหรอจ๊ะหนู ?”

'เปล่าค่ะ แค่หนูเห็นช้อนลอยได้เท่านั้นป้าไม่เห็นเหรอคะ' แค่คิดว่าจะพูดประโยคนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าฉันกำลังจะเป็นบ้าขึ้นทุกที แน่นอนว่าดูเหมือนทุกคนจะมองไม่เห็นสิ่งที่ฉันเห็นอยู่โต้ง เพราะพวกเขาดูไม่แปลกใจอะไรเลย แถมยังมองผ่านมันไปซะด้วยซ้ำ

 

..ไม่มีอะไรค่ะ ฉันตอบก่อนจะเหลียวหลังแอบมองช้อนที่ลอยเฉียดลูกตาคนนั้นทีคนโน้นที และ ทันทีที่ตั้งสติได้ฉันตัดสินใจส่งชามก๋วยเตี๋ยวให้คนที่รอคิวถัดไปแล้วออกวิ่งตามเรื่องเหนือธรรมชาติ ที่กำลังห่างไกลออกไปทุกที มันกำลังมุ่งหน้าตรงไปยังประตูทางออกโรงอาหาร...

 

 

อลิซตามกระต่าย แต่อเมธิสต์ตามช้อน

ฉันคิดอย่างละเหี่ยใจขณะที่ยังคงเดินตามเจ้าสิ่งของขนาดเล็กจนพ้นเขตโรงอาหาร มันตั้งหน้าตั้งตาลอยออกไปเรื่อย โดยไม่สนว่าจะมีใครตามมาหรือเปล่า ยิ่งเวลาผ่านไป มันก็ยิ่งพุ่งไปข้างหน้าอย่างเร็วขึ้นทุกที ทำให้ฉันต้องเปลี่ยนจากการเดินเร็วเป็นวิ่งเต็มฝ่าเท้า

 

แฮ่ก...” ฉันได้ยินเสียงตัวเองหอบหนักขึ้นเรื่อย ขณะที่ช้อนไม่มีท่าทีว่าเหนื่อยเลย (?) มันลอยผ่านสนามกีฬา หอพักนักเรียนหญิง โรงยิม สระว่ายน้ำ และหอสมุด ซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของโรงเรียน

 

ฉันจึงค่อยผ่อนฝีเท้าลงเพราะจากสิ่งที่ทำจากสแตนเลสนี้เริ่มมีการชะลอความเร็ว และหยุดค้างกลางอากาศ มันหมุนซ้ายขวาเหมือนกำลังตัดสินใจเลือกเส้นทางใหม่ แน่นอน นั่นเป็นเพราะเบื้องหน้าคือกำแพงสีขาวสูงราวสิบเมตร สุดเขตบริเวณหลังโรงเรียน มันคงไม่มีที่ไปแล้วสินะ

 

แฮ่ก...เจ้าช้อน แกจนตรอกแล้วสินะ ฉันแอบรู้สึกแปลก ที่คุยกับสิ่งของไม่ใช่คน แต่ในขณะเดียวกันก็กระหายที่จะพิสูจน์เรื่องเหนือธรรมชาติที่เห็นเต็มสองตาให้กระจ่างชัด แต่แล้วช้อนกลับทำสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึง มันค่อย ลอยตรงมาทางฉันอย่างช้า

เดี๋ยวนะนี่มันจะทำอะไรฉันน่ะ ? พุ่งเข้ามาอย่างนั้นคิดจะทำร้ายฉันหรอ !

เฮ้ย ! อย่าเข้ามา !” ฉันร้องห้ามพลางยกมือขึ้นปัดป้องตัวเองเมื่อขณะนี้เจ้าสิ่งนั้น ลอยห่างจากหน้าฉันไปไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัด แต่จู่ มันก็หยุดชะงัก แล้วลอยวนกลับไปยังกำแพงสีขาว ก่อนกระแทกตัวเองเป็นจังหวะช้าเร็วสลับกัน

 

อะไรน่ะ รหัสมอสหรอ ?

ในขณะที่ฉันกำลังพยายามแปลรหัสลับอยู่นั้นภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็เริ่มดึงดูดความสนใจจากฉัน กำแพงสีขาวค่อย แยกตัวออกจากกันจนเปิดเป็นช่องกว้างขนาดประมาณหนึ่งคนแทรกตัวผ่านเข้าไปได้พอดี ลมเย็นพัดผ่านจากช่องว่างระหว่างกำแพงสองด้านเข้ามาปะทะใบหน้า

ไม่มีแม้แต่เสียงกลไกหรือฟันเฟืองการทำงานใดใดของเครื่องกล มันเหมือนกับว่ากำแพงทั้งสองแยกตัวออกจากกันด้วยตัวเอง ไม่มีรอยแตกร้าวให้เห็น ทิ้งไว้เพียงขอบกำแพงเรียบธรรมดาเท่านั้น

 

ฉันมองตามช้อนคันเดิมที่วิ่งตามมากว่ายี่สิบนาที มันได้บินหายเข้าไปผ่านช่องแยกของกำแพง นั่น ทำให้สติที่เริ่มหลุดลอยของฉันกลับเข้าที่เดิมอีกครั้งหนึ่ง

 

เฮ้ย ! ช้อนลอยได้ ! กับกำแพงลึกลับที่ดูยังไงก็ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ !

จิตวิญญาณของเด็กสายวิทย์เริ่มกระหายในการพิสูจน์ยิ่งกว่าเดิม

เอาวะเป็นไงเป็นกัน

 

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อรวบรวมความกล้า แล้วเดินแทรกตัวผ่านรอยแยกของกำแพง ไปสู่อีกฝั่งอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวที่ว่ากำแพงอาจจะปิดและหนีบตัวฉันไว้ จนในที่สุดฉันก็ได้ยืนหลังให้กำแพง แล้วทอดมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกอึ้งหนักกว่าเก่า

 

ภาพเบื้องหน้าที่เห็นนั้น คือสนามหญ้าสีเขียวอ่อนขนาดใหญ่ ลึกเข้าไปประมาณหนึ่งกิโลเมตร มีทะเลสาบขนาดใหญ่สะท้อนเงาของประสาทสีขาวบริสุทธิ์ราวทัชมาฮาล ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นสง่างาม เงาของตัวปราสาทสะท้อนบนพื้นน้ำเป็นประกายระยิบระยับ

 

สวยมาก ! เหมือนปราสาทในเทพนิยายเลย ! ทำไมเจ๊หนิมไม่ยักบอกว่ามีที่แบบนี้ในโรงเรียนด้วย ? เอ๊ะ หรือบอก แต่ฉันหลับก่อนเลยไม่รู้ ? หรือบางที…นี่อาจเป็นโครงการฟื้นฟูตึกใหม่ให้น่าเรียนน่าอยู่ก็ได้มั้ง

 

เฮ้อ รอนานแล้วนะทรอนซ์ เมื่อไหร่จะได้กินหวานเย็นสักที มารีอาบ้าที่สุด เสกหวานเย็นมาให้แต่ไม่มีช้อน กะยั่วฉันชัด เลย~” เสียงทุ้มลึกดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง ฉันสะดุ้งเฮือก พลางหันไปมองรอบตัวเพื่อหาต้นเสียง

 

มารีอาบ้า...บ้า ~” ต้นเสียงดังมาจากภายในรั้วต้นไม้ซึ่งอยู่ห่างจากขวามือของฉันไม่ถึงหนึ่งเมตร โดยที่ไม่รู้ว่าจะทำแบบนี้ไปทำไม แต่ฉันก็เริ่มเปลี่ยนท่าเดินเป็นย่อง สวมรอยเป็นนักสืบโดยค่อย เปิดแง้มรูเล็ก ของรั้วต้นไม้อย่างเงียบเชียบที่สุด

 

ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นโต๊ะกลมตัวเล็กสีขาว มีชายผมทองหน้าตาหล่อเหลาปนทะเล้นกำลังนั่งบนเก้าอี้ นัยน์ตาสีฟ้าเทาเปล่งประกายจับจ้องหวานเย็นถ้วยใหญ่อย่างเอาเป็นเอาตาย โดยมีผู้หญิงผมสีน้ำตาลอ่อน กับนัยน์ตาสีชานั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ยังมีผู้ชายร่างสูงโปร่งอีกคนกำลังยืนพิงต้นไม้ที่ถัดไปไม่ไกลนัก พร้อมกับถือหนังสือไว้ในมือ เงาของต้นไม้ที่ปกคลุมลงมาทำให้ฉันมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก

 

ก็นายบอกว่าอยากกินหวานเย็น แต่ไม่ได้บอกหนิว่าจะเอาช้อนด้วย เสียงหวานพูดในโทนต่ำ สีหน้าเรียบเรียบ มาดนางพญานั้นทำให้ฉันนึกได้ว่า หล่อนเป็นผู้หญิงคนที่เดินออกจากโรงอาหารพร้อมเจ้าชายเย็นชานั่น !

งั้นนี่ก็หมายความว่า

เอาช้อน~”

ไม่ให้ !”

แงแง~ ใจร้าย~”

 

เงียบได้ไหม ราล์ฟเฟ เสียงทุ้มต่ำของคนในเงาต้นไม้ใหญ่เอ่ยแทรกขึ้น เสียงนี้ฉันก็คุ้นเหมือนกันว่าเคยได้ยินที่ไหน

 

อ๊ากๆๆ ช่วยด้วย ชายหน้าตาทะเล้นร้องลั่น นัยน์ตาสีฟ้าเทาสั่นระริก ยามจับจ้องไปยังขนมหวานตรงหน้า ราวกับกลัวว่ามันกำลังจะอันตรธานหายไปทรอนซ์ ! ช่วยด้วย ! หวานเย็นจะละลายแล้ว~ฮือ สีหน้าของเขาในตอนนี้ไม่ต่างจากเด็กที่ถูกแย่งของเล่น และโวยวายไม่ยอมหยุด นั่นสร้างความเหนื่อยหน่ายใจให้กับอีกสองคนชัดเจน โดยดูจากสีหน้าของพวกเขา

 

จนในที่สุดปริศนาที่สงสัยก็ได้คลี่คลายในทันใด เมื่อบุรุษที่ยืนพิงต้นไม้ขยับตัวโผล่พ้นจากขอบเงามืด

พอลองมองให้ดี ปรับโฟกัสกับเลนส์ แล้วซูมเข้าอีกนิด...

ชัดเจน นั่นมันทรอนซีราจริง ด้วย !

ทำไมฉันทำหน้าเศร้าเหมือนเหยียบมดตายแบบนี้น่ะหรอ

ก็เพราะว่าพอจะเก็ทแล้วหละสิว่าที่นี่มันที่ไหน ! ฉันหลงเข้ามาในที่ของพวกเด็กพิเศษ ! ที่ที่คนสามัญอย่างฉันไม่ควรจะมาเหยียบย่ำ ! ได้ข่าวว่าเคยมีคนหลงเข้ามาในเขตพิเศษ แล้วไม่ได้กลับไปอีกเลย มันจริงหรือเปล่าเนี่ย ! บ้าจริง ! ทำไมเรื่องไร้สาระแบบนั้นถึงมาดังในหัวตอนนี้ 

 

ไอซ์ ฟรีซซิ่ง เท่าที่ฉันเห็น ทรอนซ์เพียงยื่นมือข้างหนึ่งไปที่ถ้วยหวานเย็น จากนั้นก็เกิดแสงสว่างวาบสีฟ้าอ่อนขึ้นมา ส่วนผู้ชายคนที่นั่งจ้องของหวานก็หยุดโวยวายทันที

 

ก็ดีอยู่หรอกที่นายช่วยรักษาความเย็นให้ไม่งั้นคงละลายเป็นน้ำไปแล้ว แต่คาถาเรียกของของนายมันได้ผลแน่หรอ นี่มันยี่สิบนาทีแล้วนะ ฉันว่าช้อนนายหลงทางแน่เอหรือไม่มันก็ชะลอเพราะมีใครแอบตามมา ?”

“...”

-เงียบ-

อ๊าก ! อย่าเงียบกันตอนนี้สิ ช่วยพูดกันเยอะ เหมือนเดิมเหอะนะ ฉันเกลียดความเงียบ ! แล้วไอ้ประโยคท้ายที่ว่ามีใครตามมานี่มันสังหรณ์ชอบกลแฮะ พวกเขาอาจหมายถึง...ฉันหรอ

 

เฮ้นั่น !”ชายผมทองร้องลั่นขณะที่ละสายตาจากถ้วยหวานเย็น และชี้นิ้วมายังจุดที่ฉันแอบมองอยู่ การกระทำนั้นก็เล่นเอาใจหายวูบวาบเกือบฉี่แตกเลยทีเดียว แต่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดอันยอดเยี่ยม ฉันถอนสายตาจากรูเล็ก ที่แอบดูได้ทันท่วงที แล้วหมอบตัวลงแนบกับพื้นหญ้าอุ่น อย่างรวดเร็ว

 

ช้อนมาแว้ว~ เย้ ช้อนคันนั้นลอยข้ามหัวฉันเข้าไปในรั้วต้นไม้ ส่วนหัวใจของฉันตอนนี้แทบจะหยุดเต้นไปแล้ว กลิ่นเกสรดอกไม้ลอยโชยเข้าจมูก ทำให้ฉันอยากจะจามออกมาอยู่รอมร่อ

 

ไอ้ช้อนบ้า...ถ้าเจอกันอีกทีเมื่อไหร่ ฉันหักแกทิ้งแน่  ไม่เอาแล้วฉันจะไม่สอดรู้สอดเห็นอีกแล้ว

แต่แล้วความคิดทั้งหมดต้องสะดุดหยุดแค่นั้น

 

มีคน...แอบดูพวกเราอยู่ เสียงเย็นเยียบดังมาจากภายในรั้วต้นไม้

ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจดิ่งวูบลงตาตุ่มอีกครั้ง

 

วิ่งกลับตอนนี้ทันไหมนะ ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,412 ความคิดเห็น

  1. #2342 เปงดี๊ที่รักทอม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 11:33
    ไรค์ค่ะแบบเดิมก็เนื้อหาดีอยู่แล้วนะค่ะ
    หรือว่าแค่เพิ่มเติมให้เนื้อหามันสมบูรณ์มากขึ้น
    (แต่ถ้าเพิ่มฉากฟินๆล่ะก็ เติมที่เลยนะค่ะ)
    #2,342
    1
    • #2342-1 บาบิQ(จากตอนที่ 1)
      8 ตุลาคม 2559 / 11:38
      ฮ่าา แบบเดิมคือไม่ได้ผ่านการขัดเกลาเลยค่ะ งานดิบ>_< บทแรกๆอาจจะเปลี่ยนเยอะหน่อย เพราะคนแต่งตอนนั้น อายุปัจจุบัน-7ปี ค่ะ คือถ้าอ่านไปเรื่อยๆอาจจะรู้ว่าสำนวนมันเปลี่ยนไปมากๆ กำลังพยายามปรับอยู่ค่ะ. แต่พล็อตและเนื้อเรื่องก็ดำเนินไปแบบเดิมนะคะ ฉากฟิน เพิ่มไม่เพิ่มดูที่เนื้อหาก่อน บางฉากคิดว่ายังไม่สุดก็คงเพิ่มค่ะ 555 ขอบคุณที่ให้ความเห็นมากๆเลยนะคะ : )
      #2342-1
  2. #2334 เปงดี๊ที่รักทอม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 15:52
    ทำเป็นเล่มเถอะนะเค้าขอร้อง
    #2,334
    1
    • #2334-1 บาบิQ(จากตอนที่ 1)
      29 กันยายน 2559 / 14:20
      ขอเวลาก่อน อิอิ
      #2334-1
  3. #2332 Aom_1204 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 23:22
    มาอ่านซ้ำรอบ2 ติดเรื่องนี้มากๆ5555 ไรท์เปลี่ยนตงเจ๊หนิมตื่นสายชิป้ะ ก้ว่ายุงงๆ5555 สู้ๆน้าไรท์~~ เป้นกาลางจายห้ายยย~~~ :*
    #2,332
    1
    • #2332-1 บาบิQ(จากตอนที่ 1)
      26 กันยายน 2559 / 11:24
      5555 ใช่ค่ะ เพราะว่ามันยาวมากกกก เดียวรีซ้ำค่ะะ ขอบคุณมากๆน้า ดีใจที่ชอบค่ะ ^^
      #2332-1
  4. #2298 Mymild♥ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 07:54
    กลับมาอ่านอีกรอบ ไรท์อัพอีกอ่านปุ๊ปตืดอีกรอบ
    #2,298
    1
    • #2298-1 บาบิQ(จากตอนที่ 1)
      5 พฤษภาคม 2559 / 11:35
      555 ขอบคุณค่า รอตอนรีไรท์ก่อนน้า เปลี่ยนบทเยอะอยู่ TT
      #2298-1
  5. #2135 Chaffy6681 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:24
    รอนะคะ ตอนนี้ติดนิยายเรื่องนี้มากกอ่ะ สิงอยู่หน้าจอทั้งวันน TTOTT
    #2,135
    1
    • #2135-1 บาบิQ(จากตอนที่ 1)
      22 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:55
      เย้ๆ ยินดีต้อนรับค่ะ หวังว่านิยายเรื่องนี้จะมอบความสุขให้ผู้อ่านมากๆนะคะ
      #2135-1
  6. #2133 Momo Chan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:07
    ขำนางเอกตามช้อนมากค่ะ 55
    #2,133
    1
    • #2133-1 บาบิQ(จากตอนที่ 1)
      22 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:54
      นั่นสิคิดได้ไงเนาะ ._.
      #2133-1
  7. #2009 DDDDDDDDDD (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 21:48
    ชอบมากครับ นางเอกบ๊องมาก สงสัยลอกแบบมาจากไรเตอร์รึเปล่านะ 55
    #2,009
    1
    • #2009-1 บาบิQ(จากตอนที่ 1)
      23 กันยายน 2558 / 16:13
      ปล๊าวววววว(เสียงสูงมาก) ไม่ใช่เลยนะจริงๆ
      #2009-1
  8. #1813 Iturlek (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 16:17
    ดีใจมากค่ะที่ไรต์อุส่าห์มาแปะนิยายบนบล็อคข้าพเจ้า
    อยากอ่านแนวนี้มานานแล้วเหมือนกัน
    นางเอกรั่วมากๆ ปูู่เสื่ออ่านค่ะ^^
    #1,813
    0
  9. #1756 Me_MoZa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 00:31
    มันส์พะย่ะค่ะ *0*
    #1,756
    0
  10. #1738 kwankwan:] (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 21:58
    ยาวม๊วกก แต่ชอบสุดๆๆ ^ -^ นี่เป็นเรื่องแรกเลยที่เราอ่านนิยายแฟนตาซี ขอบอกไรเตอร์ที่แต่งว่า โคตรมันส์!!! สนุกม๊ากกกกกก
    ไม่ได้ยอน้าๆๆ แต่หนุกจิงๆๆ ชอบมากๆๆ วันนี้คงอ่านของไรเตอร์จนดึกๆ55555 ^ + + ^
    #1,738
    0
  11. #1721 Princess_of_Devil ( NJ ) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มกราคม 2555 / 17:08
    สนุก+น่าติดตามมากๆค่ะ

    ทรอนซีราเย็นชาได้ใจมาก ราวกับเจ้าชายน้ำแข็งเลย ^^
    #1,721
    0
  12. #1676 สตอเบอรี่ซ่านะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 21:18

    เว้นอ่านสบายตาดีคร้าาา อ่านไปได้ไม่เท่าไรเอ๊งงงง ยาวมากT^Tแล้วจะกลับมาอ่านใหม่จ้า

    #1,676
    0
  13. #1651 cake01 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 12:06
    นางเอกรั่วไดอีกกก
    #1,651
    0
  14. #1613 หญิงมุก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 21:07
    รั่วจริงๆนางเอก
    #1,613
    0
  15. #1536 melonies (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 03:45
    สนุกค้าาา ชอบๆๆๆๆ นางเอกตลกน่ารัก
    #1,536
    0
  16. #1531 Shubu" (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 07:41
     มารอบสอง แหะๆ 
    มานั่งอ่านก่อนไปเรียนน่ะ >_<,,
    เปิดมาเรื่องการบรรยายเสื้อของตัวเอก การบรรยายเสื้อต้องจากนอกเข้าในนะ เพราะเวลาเห็นจากคนอื่น
    ...เขาจะเห็นจากส่วนนอกก่อน อย่างเช่นเวลามองถุงที่มีของอยู่ข้างใน
    เราก็จะทักว่าอะไรอยู่ในถุง เพราะเราเห็นถุงก่อนที่จะเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
    ประจำเลยผู้บริหาร โรงเรียนนี้....เทอมที่แล้วทีฉันเข้าเรียนสายแค่สองนาทีดันส่งไปหาฝ่ายปกครอง!? ...แล้วเนี่ย! นัดให้ฉันมาปฐมนิเทศเจ็ดโมง นี้มันจะสิบโมงแล้วยังไม่เปิดตึกอีก ให้ตายเหอะ!
    เริ่มที่ตัวหน้า : อันนี้น่าจะติดกันนะ เวลาอ่านออกเสียงมันจะได้เป็น ประจำเลยผู้บริหารโรงเรียนนี้
    ต่อมา ตัวเอียง : เขารู้สึกอ่านแล้วติดกับมันมากๆเลยอ่ะ อธิบายไม่ถููกแฮะ 
    เขาอ่านแล้วก็ว่าขัดตรง 'ดันส่งไปหาฝ่ายปกครอง' ความรู้สึกอ่ะนะ ลองอ่านออกเสียงดู ถ้าเฉยๆ ก็ข้ามไปโล้ด
    ต่อไปตัวสีแดง ต้องเป็นคำว่า 'นี่'
    ฉันแหงนหน้ามองประตูไม้แกะสลักขนาดใหญ่ที่ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเปิดออกเลย กวาดสายตาไปทั่วทั้งตึกซึ่งไม่ยอมมีรูโหว่ให้แสงส่องผ่านถึงข้างในเลยสักนิด จนกระทั่งสายตาสะดุดอยู่กับหน้าต่างบานที่สองด้านข้าง(ซ้าย) ของตึกชั้นล่างสุด...มันแง้มเปิดออกเล็กน้อย
    อ่านแล้วไม่ต่อเนื่องกัน แถมยังสะดุดตรงคำว่าสายตา เพราะประโยคที่สองใช้คำว่าสายตาไปแล้ว
    พอมาเจอรอบสามก็เลยทำให้ติดเล็กน้อย
    ตัวเอียงที่ขีดไว้ อันนี้อ่านแล้วแปลก ตึกซึ่งไม่ยอมมีรูโหว่ให้แสงส่องผ่านถึงข้างในเลยสักนิด
    ตึกไม่น่าจะมีรูโหว่ปะ แบบพวกตึกที่ทำจากปูน ทำจากอิฐ มันน่าจะสมบูรณ์ ฟังดูน่ากลัวนะถ้ามีอ่ะ

    อ๊ะๆๆ ต้องไปเรียนแล้ว T____T แค่นี้ก่อนล่ะกันนะ

    #1,531
    0
  17. #1520 SheetahG (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 04:58
     รอบสองแว๊วว
    #1,520
    0
  18. #1511 ashnarima35 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 19:25
    ยาวดีจัง สละสลวยด้วย (ของเค้าสั้นนิดเดียว > #1,511
    0
  19. #1507 Shubu" (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 07:51
     
    มาอ่านแล้ว...แต่อ่านได้ครึ่งเดียวเองอ่ะ เจริญจริงชีวิตเดี๊ยน 5555
    เริ่มล่ะนะ...!!!
    ตอนแรกเปิดอ่านมาเจ๊อะกับบุคคลที่สาม ประมาณห้าถึงหกบรรทัดได้
    แต่พออ่านไปเรื่อยๆกับพบว่าเขียนบุคคลที่หนึ่ง
    และเมื่ออ่านเรื่อยลงมา บางส่วนรู้สึกได้เลยว่ามันเป็นบุคคลที่สาม
    โดยเฉพาะช่วงที่บรรยายสถานที่ต่างๆ ซึ่งส่วนนี้แหละเป็นส่วนที่ขัดเอามากๆ
    ส่วนที่บอกว่าเป็นบุคคลที่สาม ก็สังเกตได้จากว่าบรรยายในส่วนนั้นเป็นมุมมองจากพระเจ้า
    ไม่ใช่ผ่านสายตา ความรู้สึก ของตัวเอก
    ตั้งแต่ประโยคเริ่มแรก แดดอุ่นๆยามเช้าอาบไล้ร่างบางในชุดนักเรียน หล่อนยกมือปาดเหงื่อที่ไหลผ่านใบหน้า นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์กวาดตามองลานกว้าง ที่เนืองแน่นไปด้วยกลุ่มคนเดินสวนไปอย่างหนาแน่น
    สังเกตได้จากประโยคข้างต้น เป็นส่วนที่มีคนมองนางเอก ไม่ใช่นางเอกมองตัวเอง
    และในระหว่างตอนก็...
    ภายในอาคารจัดแต่งอะไรไม่ได้ต่างจากปีที่แล้ว เป็นทางเดินค่อนข้างยาว มีประตูหลากสีสั้นขนายซ้ายขวา พื้นพรมลวดลายสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วงกลมซ้อนทับกันโดยสลับสีส้มอ่อนและเหลืองผสมผสานกันอย่างลงตัว กำแพงสีขาวถูกประดับด้วยรูปภาพจากจิตรกรฝีมือดี บนเพดานมีโคมไฟสวยงามห้อยระย้าลงมา
    ที่จะแนะนำก็คือเวลาบรรยาย แนะนำว่าถ้าจะเขียนบุคคลที่หนึ่งก็เขียนหนึ่ง ถ้าจะเขียนสามก็เขียนสาม
    สิ่งที่เราคิดก็คือ การเขียนบุคคลที่หนึ่งก็คือการเขียนผ่านความรู้สึกของตัวละครตัวหนึ่ง
    ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เธอเห็น สิ่งที่เธอได้ยิน สิ่งที่เธอได้กลิ่น หรือสิ่งที่เธอรู้สึก
    และจากการบรรยายแทรกบุคคลที่สามที่เราเอามาแปะ ลองคิดภาพว่าปกติเวลาเราเข้าไปในห้องๆหนึ่ง
    เราจะบรรยายสถานที่ขนาดไหนกัน ถ้ามันละเอียดขนาดนั้น สิ่งที่นักอ่านได้รับคือลักษณะนิสัยของตัวละคร
    ตัวละครของเราเป็นพวกช่างสังเกตมากขนาดไหนกัน ถ้าเยอะไปก็เป็นการยัดเยียดให้แก่นักอ่านอีกด้วยนะ
    มีคนเคยเขียนตัวละครที่ออกแนวสืบสวนแต่ตัวละครไม่ใช่นักสืบ
    การเห็นภาพของเขาจะไม่ควรชัดเจนและรู้เรื่องรายละเอียดมากจนเกินไป
    อ่า...อีกกรณีที่น่าจะยกเว้นได้ ถ้านิสัยเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ต้องทำอย่างนั้นให้ตลอด เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่นักอ่านรู้จากเรื่อง
    แต่ก็ต้องจำกัดเรื่องของภาษาอยู่ดีอ่ะนะ เอิ๊กๆ (ส่วนใหญ่เห็นจะแต่งแต่แบบบุคคลที่สาม
    เพราะถ้าสังเกตอะไรมากเกินไป จะทำให้นักอ่านสะดุดปมและรู้ก่อนได้ โฮ่ๆ)
    เรื่องของที่เราบอกไปคือมุมมอง อันนี้บางคนอาจจะไม่ขัดอ่ะนะ 5555 สำหรับเขาเองก็มีปัญหานี้แหละ 
    ต้องกลับไปแก้ ลองไปดูในบทความของเขาได้เลย มีพี่คนนึงมาขีดเส้นเอาไว้ ทั้งยัดเยียดทั้งบุคคลที่สาม
    ช่วงบทที่หนึ่งกับสองค่อยดีหน่อย เพราะรู้แล้วว่านี่ก็เป็นส่วนที่ไม่ดี
    อีกส่วน การปฐมนิเทศมันต้องมีตั้งแต่เปิดภาคเรียนแรกครั้งเดียวและจบปะ เห็นนางเอกบอกว่าเทอมที่แล้ว
    ...ทำไมเทอมที่สองถึงมีได้ล่ะ งงๆเล็กน้อย
    ฉากเปิดตัวเหล่าห้องพิเศษ ทำให้นึกไปถึงเรื่อง Twilight
    ตอนนี้เป็นบทที่หนึ่งหรือบทนำอ่ะ เห็นที่กดข้างหน้าเขียนว่าบทนำ แต่พอเข้ามาในหน้านี้กลับเขียนว่าหนึ่ง
    อีกเรื่องก็คือเรื่อง จุดไข่ปลา หรือ ... ตามหลักการเขียน เขาให้ใช้แค่ สามด็อดเท่านั้นนะ >>> ...
    และก็หลังไม้ยมกต้องเคาะหนึ่งครั้ง ตามหลักการเขียนเช่นเดิม
    อันนี้เป็นรายละเอียดส่วนย่อยที่ไม่อะไรมากขนาดนั้นหรอก แต่แค่แนะนำว่าถ้าทำแบบนี้จะดีกว่า

    เขายังไม่ได้จับเรื่องคำฟุ่มเฟือย(ตัดออกไป ความหมายไม่เปลี่ยน) และเรื่องของภาพโดยรวมที่ได้เนอะ
    แล้วจะมาอ่านใหม่ค้าบบบ จริงๆ มันก็ไม่เชิงวิจารณ์นะ 5555 ถ้าวิจารณ์มันต้องเขียนแบบ...อันนี้ดียังไง รู้สึกยังไง
    อะไรทำให้แต่ละส่วนถูกตัดคะแนนออกไป เรื่องของมุมมอง ความสมเหตุสมผล ฉาก ตัวละคร บลาๆ
    เขาว่าเขียนเป็นหัวข้อแบบนั้นคงต้องอ่านหลายรอบอ่ะ เขาอ่านแบบนี้แค่สองสามครั้งก็พอแล้วมั้ง ก๊ากกก


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 ธันวาคม 2554 / 07:56
    #1,507
    0
  20. #1487 MinZ@ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 19:56
    อเมทิสต์ผู้วิ่งตามช้อน  น่ารักอ่ะ  พ่วงด้วยความรั่วเกินจะบรรยายเป็นคำพูดได้
    อยากรู้ว่าอเมทิสต์เรียนเก่งจริงเรอะ  ดูต๊องๆบ๊องๆขนาดนี้
    #1,487
    0
  21. #1479 e_noo@beamnoi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 20:39
     ราฟน่ารักอ่ะ
    #1,479
    0
  22. #1428 SheetahG (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 22:02
     ราฟน่าร๊ากกกก
    #1,428
    0
  23. #1419 คนดีนิสัย13 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2554 / 21:11
    เย่ๆ ขอบคุณที่เอาลิ้งมาให้อ่าน สนุกดี ชอบๆ ^^
    #1,419
    0
  24. #1400 BigGest-Dino (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2554 / 22:05
    ก่อนอื่นเลย
    ถ้าการปฐมนิเทศมันจะลำบากประหนึ่งกู้เอกราชคืนอย่างนั้น
    ย้ายวันเหอะค่ะทางโรงเรียน...

    อ่านแล้วฮาดี ^^

    ปล. ชอบช้อนลอยมาก
    เป็นนิยายที่กล้าแหวกแฟนตาซีมากเวลานึกภาพนางเอกตามช้อนแล้วอดยิ้มไม่ได้ =o=;;


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 ธันวาคม 2554 / 22:06
    #1,400
    0
  25. #1384 Skydy*nb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 23:08

    >< ชอบอ่ะ ไว้หลังสอบแกทแพทจะมาอ่านอีกนะคะ (พอดีว่ารีดเดอร์อยู่มอหก และหัวกำลังจะระเบิด 5555)
    เราก็แต่งนิยายเหมือนกันนะ แวะไปอ่านได้ค่า
    *ขออนุญาตแปะ !*

    Firstlove Story :) 
    ถ้าแวะไปอ่านก็ช่วยติชมกันด้วยนะคะ :)) ขอบคุณค่า
    #1,384
    0