The Devil Princess's Protector ..ภรรยาของผมเป็นปีศาจ

ตอนที่ 60 : V.2 Chapter [58] ความสัมพันธ์ในอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 691
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 ส.ค. 60

[58]

 

           

            ภายในบ้านไม้หลังเดิม เพิ่มเติมคือหญิงสาวที่ข้าไม่คาดคิดว่าจะเจออีกครั้ง

            โมริน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องทางฝ่ายมารดาของข้า ผู้ซึ่งทรยศต่อความไว้ใจของข้าอย่างเลือดเย็นนั้น กำลังนั่งร้องไห้ไม่หยุด นางถูกเชิญให้นั่งโดยมีโต๊ะซึ่งทำจากหินอ่อนลายครามกั้นระหว่างกลางเอาไว้

            ข้ามองนาง สลับกับอิกดราซิลเลียน เขานั่งอยู่ข้างกายข้า ด้วยท่าทีสงบนิ่ง

 

            จนถึงบัดนี้ นางยังไม่เอ่ยถึงข้า เอาแต่มอง และมองสามีของข้าด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์นัก

 

            ฮึ่ยจะบอกว่าข้าไม่แค้นนางหรือ ? เป็นไปไม่ได้หรอก ข้าโกรธมาก โกรธมาก ๆ จนแทบจะให้แซนดร้ากินหัวนางเข้าไปได้อยู่แล้ว

            แต่ทำแบบนั้นคงไม่ดีนัก สามีของข้าอาจไม่ชอบผู้หญิงหัวรุนแรงก็เป็นได้

            อีกอย่าง ข้าไม่รู้ว่านางเดินทางมาที่นี่ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่

 

            “ฮึก ๆๆ ฮือ” นางยังคงสะอึกสะอื้นไม่หยุด หากนางร้องไห้ขนาดนี้แล้วมาคุกเข่าขอโทษข้า ข้าอาจจะอภัยให้นางสักครึ่งนึงที่นางทำกับข้าก็เป็นได้ แต่นี่นางกลับไม่แม้แต่จะชำเลืองหางตามาทางข้า ทำราวกับว่าเป็นอากาศธาตุไม่มีตัวตน

 

            “โมริริน ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าเองก็อยู่บนโลกมนุษย์เช่นกัน เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ?” สามีข้าเริ่มเปิดประเด็น เขาคงเห็นข้าส่งสายตาไม่พอใจบ้างแหละ

 

“ท่านไม่รู้หรอกข้าฮึกข้าไม่อาจทนอยู่โดยไม่มีท่านข้าถึงขอร้องฮึกให้เทพแห่งโชคชะตาส่งข้าลงมาฮึกข้าเฝ้าติดตามท่านมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่ท่านเกิดเป็นเจ้าชายอันเซียร์ โซลิเซียร์จนท่านเติบโตขึ้นมาอย่างสง่างามข้าสืบรู้ว่าท่านจะเข้าร่วมสถาบันครอส อะคาเดมีข้าจึงปลอมตัวเข้าไปในฐานะ โมริน วิทช์” ความจริงเริ่มถูกเปิดเผยออกมาทีละนิด ข้าเบิกตากว้าง อ้าปากค้างอย่างตะลึงงัน โมริน วิทช์ คนนั้น คนที่ดูจริงใจเปิดเผย ล้วนเป็นบทบาทที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกปิดเรื่องเหล่านี้หรือนี่ !

 

            นางเป็นจอมวางแผน ข้าเกลียดนางขึ้นอีกนิดนึงแล้วล่ะทีนี้

 

            “แต่เจ้าเกิดเป็นปีศาจ…?” อิกดราซิลเลียนขมวดคิ้วอย่างสงสัย ข้าแอบเห็นโมริรินร้องไห้สะดุดไปหนึ่งจังหวะ พลันฉุกคิดได้ว่า เรื่องที่นางเล่าอาจจะมีความเท็จปนอยู่ไม่มากก็น้อยก็เป็นได้

           

            “นางก็เป็นปีศาจนี่” โมรินเริ่มเห็นข้าในสายตา นางโบ้ยมาทางข้าทันที “ท่านเทพแห่งโชคชะตาไม่สนใจในชาติกำเนิดของพวกเราหรอก นอกจากท่านที่เป็นผู้ใช้เวท พวกเราคนอื่น ๆ ก็กลายเป็นปีศาจทั้งสิ้น”

 

            คนอื่น ๆ งั้นหรอ ?

            ข้าขมวดคิ้ว เริ่มงุนงงกับการจับต้นชนปลายเรื่องราวเหล่านี้

            อิกดราซิลเลียนบอกเพียงว่าข้าเคยเป็นเทพีแห่งจันทรา ทำผิดกฎสวรรค์จึงต้องเกิดมาเป็นปีศาจ

            แต่เขาไม่เคยเล่ารายละเอียดของเนื้อเรื่องนั้น ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวโยงกับใครอื่น มากมายถึงเพียงนี้

 

            “นี่มันเรื่องอะไรกันแน่” ข้าเริ่มทนเงียบต่อไปไม่ไหว

 

            “อะไรกัน นี่ท่านยังไม่ได้บอกนางอีกหรือ เรื่องคืนวันเฉลิมฉลองน่ะ ?

 

            “อะไรคือคืนวันเฉลิมฉลอง…? อิกดราซิลเลียน ?” ข้าพยายามไม่หันไปสบตากับนาง อารมณ์ของข้าในตอนนี้คือพร้อมจะเรียกแซนดร้าออกมากินปีศาจเป็นอาหารแล้ว

 

            “แสดงว่าท่านยังไม่ได้บอกสินะ” โมรินพูดด้วยสีหน้าตกใจ ข้าดูออกหรอกนะว่าเจ้ากำลังแสดงละคร เพราะสิ่งนั้นทำให้ข้าเคยหลงเชื่ออย่างหัวปักหัวปำ ว่าเจ้าเป็นห่วง และหวังดีกับข้าจริง ๆ

 

            อิกดราซิลเลียนมีสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มขึ้น

            “เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว โมริริน”

 

            “ข้าข้าขอโทษ” โมรินแสดงความหวาดกลัว คราวนี้ข้าคิดว่านางคงรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ

 

            “อย่าทำแบบนี้ได้ไหมอย่าทำให้ข้าดูเหมือนคนโง่ ที่ไม่รู้อะไรอยู่คนเดียว” ข้าสุดจะทนจริง ๆ เมื่อเบ้ปากให้กับโมรินที่เสแสร้งทำเหมือนอ่อนแอ กับอิกดราซิลเลียนที่ยังพูดจาให้เกียรตินาง ทั้งที่นางเกือบทำให้ข้าต้องตาย

 

            “ซินเธีย” อิกดราซิลเลียนผุดลุกขึ้น ทำท่าทีเหมือนจะเข้ามา

 

            “อิกดราซิลเลียน นางเกือบจะทำให้ข้าต้องตาย ! ถ้าเป็นอันเซียร์ เขาจะไม่ให้อภัยคนที่คิดร้ายกับข้าอย่างแน่นอน !” ข้าเริ่มรู้สึกถึงพลังในกาย มันค่อย ๆ ปะทุขึ้นราวกับลาวาร้อนพุ่งทะลักจากปล่องภูเขาไฟ

            โดยที่ไม่อาจควบคุม กลิ่นไอปีศาจภายในบ้านเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยต้นเหตุไม่ใช่ใครอื่น

 

            “โมริริน ออกไป แล้วจงอย่ากลับมาที่นี่อีก” อิกดราซิลเลียนพูดเสียงดัง เขาเองก็รับรู้ถึงพลังนั่น

 

            อิกดราซิลเลียน ท่านเลือกปกป้องนางอย่างนั้นหรอ

 

            รับรู้ได้ถึงไอร้อนที่แพร่กระจายทั่วเรือนกาย เสียงขู่ฟ่อจากสัตว์เดรัจฉานดังจากด้านหลัง โดยที่ไม่ต้องหันกลับไปมองข้าก็รู้ว่าแซนดร้าปรากฏตัวขึ้น และพร้อมโจมตีทุกเมื่อ

 

            “ซินเธีย” เขาเรียกชื่อข้า ข้าเห็นความหวาดหวั่นในสายตานั่น สลับกับสายตาท้าทายของโมริริน

            หึ นางต้องการแบบนี้สินะ ให้ข้ากลายเป็นปีศาจร้าย แล้วค่อยอ้อนวอนขอความเห็นใจจากสามีของข้า

 

            “แซนดร้า”ข้าเอ่ยนามปีศาจงูขาว เพียงเอ่ยอีกคำ โมรินจะต้องสังเวยชีวิตอย่างแน่นอน

 

            ความดำมือเกาะกินจิตใจ ข้ากลายเป็นปีศาจเหมือนอย่างที่เคยเป็น

            ไม่ใช่สาวน้อยจิตใจอันบริสุทธิ์ที่เกิดจากเวทมนตร์ชำระล้างของผู้ใช้เวทอีกต่อไป

 

            “กริ๊ดดดดดดดดดดดดด !เสียงร้องอันโหยหวนดังขึ้น แต่มันไม่ใช่เสียงของโมริน กลับเป็นเสียงของข้าเอง

            เมื่อรับรู้ว่าผิวกายร้อนผะผ่าวคล้ายจะมอดไหม้ ข้าทรุดตัวลงกุมท้องที่ปวดตุบ ๆ อย่างแสนสาหัส “อ๊าาา”

 

            “ซินเธีย ! เธอเป็นอะไรไป ซินเธีย !” อิกดราซิลเลียนวิ่งพุ่งเข้ามาหาข้า วินาทีนั้น ข้าเห็นลำแสงสีเขียวนั่นอีกครั้ง แสงสว่างจ้า ที่ทำให้สายตาของข้าพร่ามัวขึ้นเรื่อย ๆ

 

            “อย่าอย่าเข้ามา” ข้ากรีดร้องอย่างเจ็บปวด ผิวกายของข้าเปลี่ยนเป็นสีดำไหม้เกรียมเมื่อถูกเนื้อหนังของอิกดราซิลเลียนจับต้อง

 

            “นี่มันอะไร”เขาก้มมองมือตนเอง ด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด

 

            “สิ่งที่พวกเจ้าจะต้องชดใช้อย่างไรล่ะ” โมรินมองมาด้วยสายตาอันสงบเยือกเย็น นางดูไม่ตื่นตกใจอะไรทั้งนั้น

 

            แต่ละวินาทีของความเจ็บปวด ช่างยืดเยื้อยาวนานเหลือเกิน ข้าเริ่มมองไม่เห็น ไม่ได้ยินเสียง ภาพสุดท้ายที่เห็นคือโมรินที่ยืนมองข้าทนทรมานอยู่อย่างนั้น และอิกดราซิลเลียนที่คุกเข่าตะโกนเรียกข้าโดยไม่กล้าจับต้องถูกตัวอีก

 

            ทรมานเหลือเกิน

 

            .

            .

            .

            .

 

 

            “มันเจ็บรึเปล่า” เสียงทุ้มเย็นฟังดูคุ้นหูนักดังขึ้นไม่ไกล เมื่อข้าลืมตาขึ้นจึงพบว่าเขายืนก้มมองข้าซึ่งนอนแผ่อยู่บนพื้นนุ่ม

            แคปริคอร์นัส ? เทพดาวมังกรคนนั้นนั่นเองที่ก้มมองอยู่ พร้อมยื่นมือออกมา

 

            แปลก ? ความเจ็บปวดเมื่อครู่มันหายไปเฉย ๆ เสียอย่างนั้น แล้วที่นี่มันที่ไหนล่ะเนี่ย ?

            ข้ากระพริบตาปริบ ๆ มองขึ้นไปรอบ ๆ ก็พบว่าอยู่ในสถานที่แปลกใหม่ ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เริ่มจากสีของท้องฟ้าอมม่วง สวยงามที่สุดที่เคยเห็น ส่วนพื้นนุ่ม ๆ ที่ว่าก็คือผืนหญ้ากว้างใหญ่ ข้ามองวนกลับไปจ้องใบหน้าอันเรียบเฉยของเทพดาวมังกร มองเลยใหล่เขาก็พบว่ามีต้นไม้ใหญ่ยักษ์อยู่ด้านหลัง

 

            “แอบปีนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ถึงจะเป็นเทพีจันทรา ก็ถือว่าทำผิดกฎนะ” มือหนาอุ่นเอื้อมมาคว้าตัวข้าให้ยืนขึ้น ในขณะที่ข้ายังยืนงง ๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก

 

            “ก็ข้ามีเรื่องจะคุยกับอิกดราซิลเลียนนี่” ปากเอ่ยพูดออกไปอย่างนั้น โดยที่ควบคุมไม่ได้ นี่มันอะไรกันนะ ?

 

            “เจ้ากำลังหาเรื่องชวนทะเลาะต่างหาก”

 

            “ข้าเปล่าหาเรื่องชวนทะเลาะซะหน่อย !

 

            “ถ้าเช่นนั้นเราควรไปจากที่นี่ได้แล้ว”

 

            ข้ารู้สึกอับอาย และโกรธเคืองเทพดาวมังกรเสียเหลือเกิน เขาช่างทำเหมือนข้าเป็นเด็กเล็ก ๆ อยู่เรื่อย จริงอยู่ที่เขาเลี้ยงดูข้ามาตั้งแต่ยังแบเบาะ แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว และข้าโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้วนี่นา

 

            เอ๊ะ

            ความคิดพวกนั้นแล่นพุ่งเข้ามาอย่างฉับพลัน ข้าทั้งได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส และรู้สึกไปกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น โดยที่ไม่อาจควบคุมมันได้อย่างนั้นหรือ

            หรือว่านี่คือเรื่องราวในอดีต ทีี่ข้าจำไม่ได้กันแน่นะ ?

 

            เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อนานแสนนานมาแล้ว

 

            “พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่” เสียงเย็นเยียบดังมาจากด้านบน แหงนมองขึ้นไปก็พบกับเขา !

            อิกดราซิลเลียน อยู่บนนั้น ยืนบนกิ่งก้านของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เพียงแค่นั้นทำไมเขาถึงดูสง่างามนักล่ะ ?

            ทั้งเรือนผมสีเงินที่ยาวมาปรกบนเรือนร่างกำยำ ท่อนอกเปลือยเปล่าเผยความเป็นบุรุษเพศ กับใบหน้าหล่อเหลานั่นก็ดูน่าเกรงขามเหลือเกิน

            แล้วนี่มันความรู้สึกของข้าตอนนี้ หรือตอนนั้นกันแน่ล่ะ ?

 

            “ข้ามาที่นี่เพื่อจะมาถามคำถาม” เสียงของข้าเอ่ยออกไปอย่่างนั้น

 

            “ข้าไม่สนใจจะตอบคำถามของเจ้าหรอกนะ ที่ข้าสน คือเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในเขตแดนแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เฉียบขาดยิ่งนัก

 

            ข้ารู้สึกปวดหนึบในใจ

            “ไม่อนุญาตข้า แต่ให้เทพธิดาเหล่านั้นเข้าออกได้ตามใจชอบงั้นหรอ” นี่ข้าพูดอะไรออกไป นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาถามนี่ ข้าตั้งสติชั่วครู่ก่อนจะโพล่งถามคำถามที่สงสัยออกไป “ข้าได้ยินมาว่าท่านพูดจาให้ร้ายข้า กล่าวหาว่าข้าไม่เหมาะสมแก่ตำแหน่งเทพีจันทรา เรื่องนี้จริงหรือไม่”

 

            เหล่าเทพธิดาพวกนั้นมักหาเรื่องกลั่นแกล้งข้าเป็นประจำอยู่แล้ว ข้าหาได้ใส่ใจ แต่เรื่องนี้กลับติดค้างในใจ จนทนไม่ไหว ต้องมาถามกับเจ้าตัวเอาเอง

            เขาเคยปฎิเสธ ในการเป็นผู้พิทักษ์ของข้า ตั้งแต่ครั้งที่ข้าเกิดมา แล้วยังมาวันนี้ที่มีความเห็นว่าข้าไม่คู่ควรกับตำแหน่ง

            นี่เขารังเกียจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ

 

            “เพิ่งรู้ว่าความเห็นของข้า สำคัญกับเจ้าถึงเพียงนั้น”

           

            “นี่ท่าน !” ข้ารู้สึกฉุนนิด ๆ ที่เขาใช้น้ำเสียงหยอกเย้าเช่นนั้น

 

            “นางแค่ติดใจ จึงมาถามหาความจริง” แคปริคอร์นัสดึงความสนใจจากเทพศักดิ์สิทธิ์ไปแทน “คำตอบคือใช่หรือไม่ใช่ ก็เท่านั้น”

 

            “แคปริคอร์นัส รู้ไหมว่าท่านน่ะตามใจนางจนเสียนิสัยแล้ว”

            “อิกดรา-

            “กลับไปซะ”

           

            ยังไม่ทันพูดจบ เทพแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็พลันหายวับไปอย่างไม่เหลือร่องรอย เป็นการตัดบทสนทนาที่กวนประสาทยิ่ง !

 

            “กลับกันเถอะ” คนตัวสูงข้าง ๆ เอ่ยหลังจากที่ข้านิ่งเงียบ แล้วแหงนจ้องใบของต้นไม้ขยับไหวเป็นเวลานานแสนนาน แม้ว่าบุคคลนั้นจะไปแล้ว แต่ข้าก็ยังคงตรึงสายตาอยู่ที่เดิม

           

            รู้สึกเศร้าเหลือเกิน

 

            “เขาคงจะรังเกียจข้าจริง ๆ” น้ำเสียงนั้นฟังดูสั่นเครือ ข้าหวั่นไหวมากถึงขนาดหลั่งน้ำตาออกมาเงียบ ๆ

 

            แคปริคอร์นัสถอนหายใจ “ถ้าหากเจ้าร้องไห้ โลกจะต้องวุ่นวายแน่ ๆ”

           

            “ฮึกทำไมล่ะ ?

 

            “เพราะว่าดวงจันทร์ มีอิทธิพลกับการควบคุมธาตุน้ำถ้ายังไม่หยุดอีก วันนี้คงเป็นวันโลกาวินาศอย่างแน่นอน”

 

            “…O_O!!!” ข้านิ่งอึ้ง อ้าปากค้าง น้ำตาที่ไหลติ๋ง ๆ พลันแห้งเหือดไปราวกับสั่งได้

            นี่ข้าจะกลายเป็นเหตุให้เกิดการทำลายล้างโลกมนุษย์หรือนี่ !

 

            หมับ ๆ

            ฝ่ามือหนาอุ่นลูบเบา ๆ บนศีรษะของข้า แคปริคอร์นัสกระตุกยิ้มเบา ๆ นั่นทำให้ข้ารู้เลย...รู้ตัวเลยว่าถูกหลอก !

 

            “หลอกข้าอีกแล้วนะ !” ข้าโวยขึ้น พร้อมปัดมือนั่นออกไป

           

            “หึหึ” ดูอารมณ์ดีนักนะ เทพดาวมังกรคนนี้

 

            ข้าแค่นเสียงเหอะ ๆ ขณะที่ก้าวเท้าเดินตามร่างสูงใหญ่ไปทีละก้าว ความสัมพันธ์ของข้ากับเขาเกิดขึ้นตั้งแต่ที่ข้าจำความได้ เขาคือผู้ดูแล ผู้รักษา ผู้ปกป้อง ตำแหน่งที่เหล่าเทพเรียกว่าองครักษ์แห่งเทพีจันทรา

 

            “แล้วใครกันที่นำสาส์นนั้นมาบอกเจ้า” เดินเลยพ้นเขตแดนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ แคปริคอร์นัสจึงเอ่ยถาม ข้าเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง กลับต้องฉุนกึกขึ้นใหม่อีกระลอก

 

            “ลิลลี่”

 

            “แล้วเจ้าเชื่อคำพูดของนางหรือเปล่า”

 

            “ไม่”

 

            “หืม

 

            “ก็นิดหน่อย” ข้าสารภาพตามตรง ถ้าไม่เชื่อป่านนี้คงไม่วิ่งมาถามหาความจริงถึงที่นั่นหรอก “ก็ข้ารู้ว่าเขาไม่ชอบข้า แต่ถ้าทำถึงขนาดใส่ร้ายว่าข้าทำหน้าที่บกพร่อง ข้าก็จะร้องเรียน !

 

            วิ่งไปฟ้องเทพแห่งการเกิด ?” แคปริคอร์นัสคล้ายจะแก้คำให้

 

            “ฮึ !

 

            ข้ายืนกอดอกหัวเสีย เทพดาวมังกรตัวสูงใหญ่เดินเข้ามาใกล้ ทำให้สังเกตว่าข้าสูงไม่ถึงอกเขาด้วยซ้ำ “อะไรเล่า”

 

            “หรือว่าอิกดราซิลเลียนจะพูดถูก เรื่องที่ข้าตามใจเจ้าจนเสียนิสัย”

 

            “ทำไมจู่ ๆ ถึงสงสัยล่ะ !

 

            “ดูเจ้าตอนนี้สิสังเกตอารมณ์ และการกระทำของตนเองว่ามันสอดคล้องกันเสมอใช่หรือไม่ หากเจ้าโกรธ เจ้าก็จะมีทีท่าไม่พอใจแบบนี้” เป๊าะ ! เขาใช้นิ้วชี้ดีดกลางหน้าผากของข้าหรอนี่ ! “หากเจ้าผิดหวัง ก็จะยืนร้องไห้แบบเมื่อครู่นี่”

 

            “ท่านต้องการจะบอกอะไรข้ากันแน่แล้วเมื่อกี้ข้าเจ็บจริงนะ !” ข้าร้องประท้วงขณะคลำหัวป้อย ๆ

 

            “เพียงแค่ลมปากของคนที่ไม่ชอบหน้าเจ้า เจ้าก็ยังนำมาคิดเป็นเรื่องเป็นราว” คำพูดของเทพดาวมังกรนั้นลื่นไหลน่าฟัง แม้มันจะขัดใจข้าอยู่บ้าง แต่ข้าก็ฟังเขาทุกถ้อยคำเสมอ “เด็กน้อยหากเจ้าเชื่อมั่นว่าทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ทำไมจึงต้องฟังคำพูดคนอื่นอีก”

 

            “ก็บอกว่าไม่ได้เอ๊ะ ! ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ ! อีกสองราตรีที่จันทราเต็มดวง ข้าก็จะมีคู่ครองตามกฎของสวรรค์ได้แล้ว !” ข้าแหงนคอมองใบหน้าเขา แล้วกลับต้องชะงัก เมื่อมีบางอย่างอะไรบางอย่างในแววตาของเขาเปลี่ยนไป

 

            “ข้ารู้” แคปริคอร์นัสเอ่ยสั้น ๆ นัยน์ตาสีน้ำเงินไหววูบชั่วขณะหนึ่ง

 

            เทพดาวมังกรพลิกกายเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

 

 

 

 

Writer : มันจะงงเล็กน้อย สำหรับไรท์และนักอ่านทุกท่าน คือตอนนี้เนื้อเรื่องจากดำเนินโดยสลับกัน ปัจจุบันและอดีตน่ะค่ะ สำหรับตอนนี้ซินเธียนางระลึกชาติได้ว่าเคยเกิดเหตุการณ์นี้ (แน่นอนว่าเกิดขึ้นก่อนวันเฉลิมฉลองสำคัญ) ความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งหมดกำลังจะคลี่คลาย และอนาคต แน่นอนว่ามีจุดจบรออยู่ ใครเชียร์ใครอยู่กระซิบบอกน้า คือบทนี่ปรับสดมาก แอบตันหลายซอยอยู่เหมือนกัน แงแง อัพช้ามาก ๆ ขออภัยจริง ๆ ค่ะ // บาบิQ

 

           

 

 

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #638 mayomi09 (@mayom21) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 16:12
    เกลียดโมริน สังหรตั้งแต่นางมาตีสนิทนางเอกล่ะ  
    แคปน่ารัก น่าสงสารเสมอ  ร้ากกกก
    #638
    1
    • #638-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 60)
      5 ตุลาคม 2560 / 23:16
      แคปนี้ มีfcเหมือนกันนะเนี่ย
      #638-1
  2. #633 Toh Pichaya (@messitoh) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 23:29
    หูวววว นางมีความหลังกันมานานแล้วเหรอนี่ คู่แท้มากค่า 555555
    #633
    0
  3. #632 Ubonrat899 (@Ubonrat899) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 23:20
    ไรท์ๆๆๆๆได้โปรดดดดมาต่อที
    #632
    1
    • #632-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 60)
      14 สิงหาคม 2560 / 10:01
      จะพยายามนะคะ ._.//
      #632-1
  4. #631 สมูทตี้นมสด (@0954438399) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 09:25
    ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกสงสารเทพดาวมังกร และหมั่นไส้อิกดราซิล และเกิดเกลียดขี้หน้าโมรินตงิดๆ
    #631
    1
    • #631-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 60)
      14 สิงหาคม 2560 / 10:00
      ขอบคุณที่มาเม้นบ่อยๆนะคะ :))
      #631-1
  5. #630 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 08:04
    ทำไมรู้สึกสงสารเทพดาวมังกรจังค่ะ หาคู่ให้ฮีหน่อยนะคะ สงสารมาก ตอนนี้เริ่มจะหมั่นไส้อิกดราซิลเลียนแล้ว 
    #630
    1
    • #630-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 60)
      14 สิงหาคม 2560 / 10:00
      55555 น่าหมั่นไส้จริง ๆ ค่ะ
      #630-1
  6. #629 เรโกะ จิทาคุ (@modsensei) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 07:34
    แคปคุง ไปคู่กับโมรินซะ อันเซียร์(อิกดราซิลเลียน)คู่กับซินเธียเหมือนเดิมแหละดีแล้ว
    #629
    1
    • #629-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 60)
      14 สิงหาคม 2560 / 09:59
      เอร้ยย แคปคุง !-! คิ้วท์มากก
      #629-1
  7. #628 ~Wazabi-Girl~ (@wazabi-girl) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 01:30
    สู้ๆค่า เป็นกำลังใจให้ไรท์
    จบแบบไหนก็ได้ แต่ขอแฮปปี้เอนดิ้ง 555
    #628
    1
    • #628-1 บาบิQ (@babeqlove123) (จากตอนที่ 60)
      14 สิงหาคม 2560 / 09:58
      ได้เลยย เอาแบบที่ไรท์ แฮปปี้ ใช่เปล่า ? ~ หุๆ
      #628-1