นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[OS] Gift of the wind | wenrene

โดย bOne

ฉันเริ่มรู้จักกับคนคนนึงในวันคริสต์มาส

ยอดวิวรวม

104

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


104

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ธ.ค. 63 / 22:59 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




"ฉันรู้จักกับคนคนนึงในวันคริสมาสต์"

"แล้วฉันก็ได้ของขวัญจากเธอคนนั้นทุก ๆ ปี"



- bOne -

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ธ.ค. 63 / 22:59


            ใบหน้านิ่งเฉยของซนซึงวานที่นั่งอยู่บนดาดฟ้า สายลมของฤดูหนาวพัดผ่านมาอย่างเยือกเย็นทำให้เธอต้องถูมือไปมาเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย

 

“เฮ้อออ!” การถอนลมหายใจอันน่าเบื่อหน่ายนี้ทำให้ซึงวานหยิบชาอุ่นๆ ที่วางข้างตัวขึ้นมาจิบ

 

ดวงดาวส่องแสงริบหรี่บนท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งนั้นทำให้ความน่าเบื่อของเธอหายไปบ้าง เสียงแตรรถที่ดังอยู่ไกลๆ ยังคอยเป็นเพื่อนเธอในเวลาที่ไม่มีถ้อยคำใดๆ เอื้อนเอ่ยจากปาก

 

 

“โอ๊ะ!” เสียงของใครบ้างคนดังขึ้นจากทางขวามือทำให้ซนซึงวานต้องหันไปมองอย่างตกใจ

เมื่อซึงวานรู้ว่าเจ้าของเสียงเป็นใครก็หายตกใจก่อนยิ้มเล็กน้อยแล้วทักทายเธอคนนั้นที่ยืนงงๆอยู่

“สวัสดี” ซนซึงวานมองใบหน้าของเธอคนนั้นที่คุ้นเคย คนที่ถูกมองหันมาสบตาแล้วยิ้มให้อ่อนโยน 

“ทำไมปีนี้มาก่อนตั้งหลายวันนะ” เธอคนนั้นพูดพร้อมเดินมาใกล้ๆอย่างคุ้นเคย

“ฮึฮึ เพราะคุณคิดถึงฉันรึเปล่า” ซึงวานพูดติดตลกพร้อมหยิบชามาดื่ม

“เพราะเธอต่างหาก เธอเรียกฉันมานะ” เธอยังคงยืนเถียงซนซึงวานเหมือนเด็ก

“จะไม่นั่งลงก่อนหรอ?” ซึงวานเลือกที่จะไม่พูดเรื่องก่อนหน้าแล้วส่งสายตาไปยังเก้าอี้ตัวยาวที่กำลังนั่งอยู่ซึ่งมีที่ว่างมากมาย

“...” เธอไม่พูดอะไรก่อนจะหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ แต่ยังคงมีระยะห่างพอที่จะไม่ทำให้ซนซึงวานรู้สึกอึดอัด

“สบายดีมั้ยคุณไอรีน?” ซึงวานหันมามองเจ้าของชื่อด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง

“ฉันสบายดี... สบายดีตลอดนั่นแหละ” ไอรีนตอบแบบตรงๆ

“ฮ่าๆๆ ดีจัง” ซึงวานหันไปหัวเราะก่อนจะหันไปมองทิวทัศน์ตรงหน้าแทน ตอนนี้ทั้งคู่ต่างไม่มองหน้ากันแต่ก็ไม่ได้ดูอึดอัดอะไร

 

“ปีที่แล้วเธอไม่ได้ขออะไร ฉันก็เลยไม่รู้จะเอาอะไรมาให้” ไอรีนพูด

“ฮึ! ก็ใช่นี่นา ไม่เห็นแปลกตรงไหน” ซึงวานพูดปนขำเล็กๆ

“งั้นไปกินข้าวกันมั้ย?” ไอรีนเสนอก่อนจะหันมามองหน้าซึงวาน

“...” 

“ไปดูท้องฟ้าจำลอง?” เธอเสนอต่อ

“ไม่อ่ะ” ซึงวานส่ายหน้าเบาๆแม้จะไม่ได้หันมามองเธอก็ตาม

“ไปร้องเพลงหรอ?” เธอยังพูดต่อ

“นั่งอยู่แบบนี้แหละ นั่งเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ” ซึงวานตอบออกมาก็ทำให้เธอต้องขมวดคิ้วเล็กๆอย่างสงสัยในความไม่สดใสนี้ของซึงวาน

“เป็นอะไรรึเปล่า? ระบายกับฉันได้นะ” ไอรีนพูดจบก็ทำให้ซนซึงวานหันมองสบตาอย่างสั่นเครือ

“ไม่ได้หนักหนาอะไรหรอก... มันก็เหมือนๆกับที่เคยเจอมาแหละ” ซึงวานตอบก่อนจะยิ้มเมื่อเห็นหน้าอีกคนดูกังวลจนคิ้วขมวดเป็นปม

“แน่นะ?” เธอถามซึงวานเพื่อความแน่ใจ

“อื้อ! มันคงเป็นเพราะอากาศหนาวแหละมั้ง ที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้”
“มันไม่มีอะไรหรอก เลิกขมวดคิ้วแบบนั้นได้แล้ว” เมื่อซึงวานพูดจบเธอก็รีบเลิกทำสีหน้ากังวลนั้นเพราะดูท่าทีของซึงวานที่กำลังอมยิ้มนั้นก็ทำให้เธอรับรู้ได้

“ก็ดีแล้วล่ะ แต่ถ้าเธอไม่สบายใจก็ระบายได้นะ เขียนไว้ก็ได้เดี๋ยวฉันมาก็จะมาอ่านเอาก็ได้” ไอรีนพูดด้วยท่าทีจริงจริง

“ฮ่าๆๆ กลายเป็นคนตลกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ซึงวานหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“ฉันไม่ได้ตลกสักหน่อย” ไอรีนรีบสะบัดผมแล้วทำหน้าเชิดๆ

 

 

“ปีนี้ก็ปีที่ 13 แล้วสินะ...” ซึงวานพูด

“ตอนนี้เธอก็อายุ 25 แล้ว...” ไอรีนหันไปมองใบหน้าของซึงวานอีกครั้ง

“ฉันไม่ขออะไรแล้วทำไมถึงยังมาล่ะ?” ซึงวานถามอย่างสงสัย แต่ก็ได้เพียงความเงียบตอบกลับมา ไอรีนเองก็คงมีเหตุผลที่ไม่อยากตอบซึงวานเหมือนกัน

“ถ้าฉันไม่ขออะไรแล้วฉันยังจะได้เจอคุณอยู่ใช่มั้ย? เพราะฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าการเรียกคุณมาของฉันคืออะไรกัน อยู่ๆคุณจะมาก็มา” ความกังวลเล็กของซึงวานทำให้ไอรีนเองก็ยากที่จะตอบ

 

‘เพราะความคิดถึงขอเธอเรียกฉันมาไงล่ะซึงวาน’

ไอรีนไม่ตอบอะไรก่อนจะหลุบตาลงและมองพื้นอย่างนิ่งๆ

 

อ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนั้นโอบกอดมาที่ร่างของไอรีนอย่างอ่อนโยนจนทำให้ไอรีนนั้นก็รู้สึกตกใจกับการกระทำของซนซึงวานไม่น้อย

 “...” เธอค่อยๆ สวมกอดตอบอย่างจริงใจและแสนอบอุ่น

“ขออยู่แบบนี้สักพักนะ” ซึงวานพูดพร้อมกระชับกอดให้แน่นขึ้น

 

‘สำหรับโลกนี้ออาจจะไม่มีคำไหนมาเรียกไอรีนได้เลย... ฉันคิดว่าเธอเหมือนนางฟ้ามันก็คงไม่แปลกไปหรอกนะ เพราะเธอเหมาะกับคำๆ นี้แล้ว’

 

 

 

 

‘ปีนี้ฉันอายุ 12 แล้ว ขอเจอคนใจดีและของขวัญเป็นเครื่องนำโชคด้วยเถิด’

 

หิมะที่โปรยปรายลงมาในยามเช้ากับซนซึงวานที่ตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูถุงเท้าบนต้นคริสต์มาสบริเวณหน้าบ้านอย่างตื่นเต้น

“โอ๊ะ!” ซนซึงวานหันไปเห็นผู้หญิงที่เพิ่งเดินออกจากบ้านไปทำให้ซึงวานรีบเดินตามไปทันที

“เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณคะ!” เสียงตะโกนนี้ทำให้หญิงคนนั้นหยุดเดินแล้วหันมามองซึงวานอย่างนิ่งๆ เธอไม่ใช่ใครที่ไหนเธอคือไอรีนที่แอบตกใจเล็กๆอยู่

 

‘เด็กคนนี้เห็นฉันได้ยังไงกัน...’

 

“คุณมาหาแม่ของฉันหรอคะ? คือ...ฉันเห็นคุณเพิ่งเดินออกมาจากบ้านของฉันน่ะ”

“พี่แค่เข้าบ้านผิดน่ะ ขอโทษที” ไอรีนตอบปัดๆเพื่อไม่ให้ซึงวานมองหน้าของเธอนาน

“อ่อ! โอเคค่ะ” ซึงวานพูดพร้อมก้มหัวให้เธอตามมารยาทก่อนไอรีนจะก้มตอบ

.
.
.

หลังจากที่เดินกลับเข้ามาในบ้านซึงวานก็เดินมาที่ต้นคริสต์มาสอีกครั้งแล้วหยิบถุงเท้าขึ้นมาดูเมื่อรู้ว่ามีของอยู่ข้างในนั้นจึงรีบเปิดดู

“หืม!?” ซึงวานอุทานออกมาอย่างสงสัยเมื่อเธอหยิบของออกมาแล้วสิ่งที่ได้คือเครื่องรางนำโชคของญี่ปุ่นก่อนจะสงสัยเล็กน้อย

“ฉันไม่เคยบอกพ่อกับแม่เลยนะว่าอยากได้ หรือว่า...” ซึงวานนึกถึงผู้หญิงคนเมื่อครู่ก่อนจะรีบวิ่งออกไปหาเธออีกครั้งแต่กลับไม่เจอเธอแล้ว

“หรือพี่คนนั้นจะเป็นคนเอามาให้นะ”

 

 

*********

 

 

‘ฉันอายุ 15 แล้ว... ฉันขอเสื้อกันหนาวไหมพรมสีแดงกับผ้าพันคอสีครีมด้วยเถิด’

 

“ปีนี้ฉันต้องรอดูเธอให้ได้เลยว่ามาตอนไหนกัน” ซึงวานพูดขึ้นพร้อมมองไปที่ต้นคริสต์มาสหน้าบ้านอย่างคาดหวัง

 

03:00 น.

“หืม! ฉันเผลอหลับไปหรอเนี้ย!” ซึงวานรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ในห้องแล้วรีบเดินออกมาอย่างเงียบๆ

“...” ซึงวานสงสัยเล็กน้อยเมื่อเห็นไอรีนนั่งอยู่ที่หน้าบ้านของเธออย่างนิ่งๆ ก่อนซึงวานจะรีบเดินเข้าไปหาเธอที่กำลังเหม่อลอยอยู่

“คุณ”

“โอ๊ะ!” ไอรีนกำลังจะลุกขึ้นหนีนั้นโดนมือของซึงวานคว้าไว้ก่อน

“ปล่อยนะ!” ไอรีนทำหน้าขู่แต่ซึงวานก็ไม่ยอมที่จะคลายมือนั้นออกจากแขนเธอ

“คุณเป็นอะไรกันแน่หรอ? แซนตี้หรอ? หรืออะไรทำไมต้องมาทุกปีเลย?” ซึงวานยิงคำถามใส่เธออย่างสงสัย

“ฉันไม่ใช่ทุกอย่างที่เธอพูดนั่นแหละ” ไอรีนตอบ

“คุยกันก่อนได้มั้ย? ทำไมต้องหนีตลอดเลย” ซึงวานมองหน้าเธอด้วยแววตาอ้อนวอน

“อื้อ! ได้สิ” ไอรีนตอบก่อนจะมองที่มือของซึงวานที่จับอยู่

“โอ๊ะ! ขอโทษที” ซึงวานรีบคลายมือแล้วให้เธอนั่งลง

หิมะที่ตกหนักเรื่อยๆทำให้ซึงวานจมูกเริ่มแดงขึ้นทำให้ไอรีนค่อยเอื้อมมือมาจิ้มที่ปลายจมูกของเธออย่างเอ็นดู

“จมูกแดงหมดแล้ว เอานี่ไป” ไอรีนยื่นฮอทแพคให้ซึงวาน

“แล้วคุณจะไม่หนาวหรอ?” ซึงวานมองอีกคน

“ไม่เท่าเธอหรอกน่า” เธอพูดพร้อมยัดใส่มือซึงวาน

“...” ซึงวานมองฮอทแพคในมือแล้วเงยหน้ามองเธอ 

 

“มีอะไรจะถามหรอ?” เธอพูดขึ้น

“คุณเป็นใครหรอ? ทำไมต้องมาทุกช่วงของคริสต์มาสเลย” ซึงวานตอบเธอไปแล้วมองใบหน้าที่นวลเนียนนั้น

“เป็นคนส่งของขวัญให้ครอบครัวเธอจากคำขอน่ะ” ไอรีนตอบแต่ก็ไม่รู้ซึงวานจะเชื่อรึเปล่า

“คุณไม่ใช่คนหรอ?” ซึงวานถามต่อ

“ฉันอยู่คนละมิติกับเธอน่ะ จะมาที่นี่ได้ก็แค่มีคำขอจากครอบครัวเธอส่งไปหรือไม่ก็ตัวเธอ” เธอพูดพร้อมหันมามองซึงวานด้วยแววตาที่เป็นประกาย

“อ่อ!” ซึงวานพยักหน้า

“เชื่อฉันหรอ?”

“อื้อ! ปีที่แล้วคุณหายตัวไปต่อหน้าฉันเลยนี่นา” ซึงวานตอบ

“ไม่กลัวฉันหรอ?” เธอถามซึงวานอีกครั้ง

“ไม่นะ คุณก็ใจดีออก” ซึงวานพูดพร้อมยิ้มให้เธอ

“...” ไอรีนไม่พูดอะไรก่อนจะหันหน้าไปมองหิมะที่กำลังตกหนักขึ้น

 

“ว่าแต่ตัวฉันทำไมหรอ? เมื่อกี้คุณพูดยังไม่จบหนิ” ซึงวานถามอีกรอบ

“เธอสามารถเรียกฉันมาได้ แต่จะได้ก็ต่อเมื่อเธอคิดถึงฉันเท่านั้น” ไอรีนตอบ

“ตั้งแต่คุณหายไปต่อหน้าวันนั้นฉันก็คิดถึงคุณมาตลอดเลยนะ คุณไม่เห็นจะมาเลย” ซึงวานพูด

“เพราะเพิ่งอายุ 15 ไงล่ะ” ไอรีนอธิบายให้ซึงวานเข้าใจ

“อ่อ...”
“คุณมาเวลานี้ทุกๆปีมั้ย?” ซึงวานยังคงยิงคำถามอีกครั้ง

“แล้วแต่ของขวัญที่เธออยากได้ด้วย ถ้าหายากก็จะเอามาให้ก่อนเช้าน่ะ” เธอตอบก่อนจะพูดต่อ
“แล้วอีกอย่างคือเราต้องเฝ้าของขวัญจนกว่าจะเช้า เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตัวได้รับแล้ว”

“อ่อ!” ซึงวานพยักหน้าเข้าใจ

 

“มีอะไรจะถามอีกมั้ย? งั้นฉันจะไปแล้วนะ” ไอรีนหันมามองซึงวาน

“ปีหน้ามาให้กับมือเลยไม่ได้หรอทำไมต้องหลบๆซ่อนๆด้วย” ซึงวานพูด

“ก็ได้ ถ้าเธออยากให้ทำแบบนั้น” เธอตอบและลุกขึ้น
“รีบไปหยิบของขวัญ แล้วรีบไปนอนได้แล้วเด็กน้อย” เธอใช้นิ้วจิ้มหน้าผากของซึงวานหนึ่งครั้งก่อนที่ซึงวานจะเริ่มรู้สึกง่วงจัดๆ แล้วรีบเดินไปหยิบของขวัญใต้ต้นคริสต์มาส

“คุณชื่ออะไรหรอ?” ซึงวานหันมาถามเธอ

“ฉันชื่อไอรีน” เธอตอบก่อนซึงวานจะพยักหน้าเบาๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันขอตัวไปนอนแล้วนะ”

“ฝันดีนะซึงวาน” ไอรีนพูดกับซึงวานก่อนจะค่อยๆเดินหายไป

 

 

“ไว้เจอกันใหม่นะ ไอรีน”

 

 

*********

 

 

ซนซึงวานที่กำลังนั่งลงที่หน้าสุสานของพ่อและแม่เธออย่างเศร้าหมองนั้นรีบปาดน้ำตาเมื่อได้ยืนเสียงเท้าของใครกำลังเหยียบหญ้าและเดินมาใกล้ๆ

“...” ซึงวานหันไปมองร่างนั้นกำลังยืนเคารพพ่อกับแม่เธอด้วยสีหน้าเศร้าหมองเช่นกัน 

เมื่อซึงวานรู้ว่าเป็นไอรีนจึงหันกลับมาแล้วหลุบตาลงที่พื้นหญ้าอย่างแข็งใจ แต่น้ำตาที่ควบคุมไม่อยู่นั้นก็ได้เอ่อออกมาอีกครั้ง

“...” เมื่อมือเล็กๆของไอรีนเอื้อมมาสัมผัสมือของซึงวานนั้นก็ทำให้น้ำตาที่กลั้นอยู่ไหลออกมาอาบแก้มอีกครั้ง ไอรีนค่อยๆ ใช้แขนอีกข้างโอบกอดเธอเพื่อปลอบประโลม

“ร้องออกมาให้พอนะ... ฉันจะอยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนเธอเอง” เมื่อไอรีนพูดจบน้ำตาของซึงวานก็ไหลออกมาไม่ขาดสาย

 

‘สำหรับเด็กวัย 19 อย่างเธอคงลำบากและทุกข์ใจไม่น้อยเลยกับการเสียคนที่รักทั้งคู่ไปแบบนี้’

‘โชคชะตาได้โปรดดูแลรักษาเธอในอนาคตด้วยเถิด แม้แต่ตัวฉันเองก็ไม่อาจจะเป็นความสุขให้เธอในวัยที่เติบโตขึ้นนี้ได้หรอก’

 

 

*********

 

 

เมื่อซนซึงวานค่อยๆ คลายกอดจากไอรีน แววตาที่ดูนิ่งเฉยเมื่อครู่ก็ดูสดใสขึ้นทำให้ไอรีนยิ้มออกมาด้วยความดีใจเล็กๆ

“...” ซึงวานได้แต่มองเธอที่นั่งอมยิ้มอยู่อย่างสงสัยก่อนจะพูดขึ้น

“เขินหรอ?” ซึงวานยกคิ้วถามอย่างกวนๆ

“เปล่าซะหน่อย!” ไอรีนรีบพูดกลบเกลื่อน

“หูแดงเพราะหนาวสินะ” ซึงวานมองที่ใบหูของอีกคนที่แดงมาก

“ก็ใช่น่ะสิ” ไอรีนตอบแล้วทำท่าทีเชิดๆอีกครั้ง

 

 

 

“ท้องฟ้าสวยมากเลยนะ... สวยกว่าทุกๆวันเลย ดูสิ” ซึงวานพูดอีกครั้งหลังจากทั้งคู่เงียบมาสักพัก

“ท้องฟ้าก็สวยมาตลอดอยู่แล้วไม่ใช่หรอ” ไอรีนเงยหน้ามองดวงดาวตามอีกคน

“เพราะมีคุณมันเลยสวยขึ้นน่ะ” ซึงวานยังคงมองดวงดาวเหล่านั้นเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเองที่มากล้น

“...” ไอรีนหันมามองหน้าซึงวานที่ยิ้มให้กับท้องฟ้าที่สวยงามนั้น

 

‘เรื่องของเรามันจะเป็นไปได้มั้ยนะ’

 

‘ฉันหวังว่าสักวัน... มันจะเป็นไปได้บ้าง แต่ความหวังมันก็น้อยเหลือเกิน’

 

‘ฉันอยากอยู่กับเด็กคนนี้ไปตลอดชีวิตแล้วสิ’

 

“ฉันคิดแบบที่คุณกำลังคิดอยู่นั่นแหละ... คิดมาตลอดเลย” ซึงวานหันมาสบตากับเธออย่างอ่อนโยน แม้จะไม่รู้ว่าในใจอีกคนคิดอะไรอยู่แต่ทุกอย่างมันผ่านแววตาของเธอมาหมดแล้วจนซึงวานไม่ต้องได้ยินมันก็ได้

“...” 

“ฉันอยากเจอคุณไปตลอดชีวิตเลย”

“...” ไอรีนไม่ได้พูดอะไรก่อนจะสวมกอดซึงวานอย่างอ่อนโยน ซึงวานกอดตอบเธออย่างอบอุ่นและกระชับกอดให้แน่นกว่าเดิม

 

“ฉันอยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน” เธอคลายกอดนั้นแล้วปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของตัวเองอย่างลวกๆ

ซึงวานเอื้อมมือไปปาดน้ำตาบนใบหน้าของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าไปจูบที่หน้าผากของเธอแล้วเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากสีสวยของเธอ เธอหลับตารับสัมผัสอันอ่อนโยนนั้นอย่างช้าๆ มือของซึงวานก็ค่อยๆ ยกขึ้นมาประคองใบหน้าสวยของไอรีนไว้ ก่อนจะค่อยๆ ผละออกอย่างอ้อยอิ่ง

“ฮึ!” ซึงวานหัวเราะในลำคอก่อนจะยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างเขินๆ ก่อนจะดึงไอรีนเข้ามากอดอีกครั้ง

“ถึงเธอจะไม่อยากได้อะไรในคริสต์มาสแล้วก็ตาม ฉันก็จะมาหาเธอเสมอนะซึงวาน” เธอพูดพร้อมกอดซึงวานแน่นขึ้น

“ถ้ามีพรสักข้อทำให้เราอยู่ด้วยกันก็คงดีนะ” 

“นั่นสินะ ฮึ!” ไอรีนหัวเราะ

 

 

หิมะที่ร่วงโรยลงมาทำให้ซึงวานมองเห็นได้ชัดทำให้เธอค่อยๆ คลายกอดนั้นแล้วมองหน้าไอรีน

“กลับเข้าห้องกันเธอหิมะตกอีกแล้ว”

“อื้อ! ได้สิ” ไอรีนตอบก่อนที่ซึงวานจะเอื้อมมือไปจับมือเล็กๆ ของเธอแล้วพาเธอเดิน มุมปากของไอรีนยกยิ้มอย่างมีความสุข

.

.

.

แสงยามเช้าสาดส่องมายังหน้าต่างห้องของซึงวาน ร่างบางของไอรีนค่อยๆ ขยับเมื่อรู้สึกตัว ดวงตาเธอค่อยๆ ลืมขึ้นมาก่อนจะพบใบหน้าของซึงวานที่นอนอยู่ข้างๆ รอยยิ้มของเธอนั้นปรากฏบนใบหน้าอย่างสดใส เธอค่อยลุกขึ้นอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้คนที่หลับอยู่นั้นรู้สึกตัว

 

“เมื่อเช้าพรุ่งนี้มาถึงค่อยเปิดจดหมายนี้ขึ้นมานะไอรีน”

 

เมื่อเธอจำได้ว่าได้จดหมายของผู้ควบคุมมิติเวลาเมื่อคืนก่อนจะมาหาซึงวานได้ก็รีบลงจากเตียงแล้วเดินไปหยิบจดหมายนั้นในกระเป๋าโค้ทที่แขวนอยู่และเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว

 

“ ถ้าหากเป็นอ้อมกอดเธอก็จะได้เวลาที่นานขึ้น

ถ้าหากเป็นพรหมลิขิตเธอจะมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน

และ... ”     

 

“และ... และอะไรกัน?” ไอรีนถามจดหมายนั้นที่เขียนไม่จบอย่างสงสัย

สักพักหมึกเหล่านั้นในจดหมายก็เปลี่ยนไปและสร้างประโยคใหม่

 

“และ... จูบแห่งรักนิรันดร์ได้เกิดขึ้นแล้ว”

“จงดูแลและรักษากันได้ตามที่ต้องการ โดยไม่มีกฎแห่งเวลามาเกี่ยวข้อง”

 

“...จริงหรอเนี้ย!” เธอพูดด้วยท่าทีตื่นเต้นและดีใจ

“ไอรีน” เสียงของซึงวานดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะเดินออกมาจากห้องและมองไอรีนที่กำลังน้ำตาคลอด้วยความดีใจ

“เป็นอะไ-” ซึงวานไม่ทันพูดจบก็โดนไอรีนวิ่งเข้ามาสวมกอดอย่างแนบแน่น

“ฉันอยู่กับเธอตลอดไปได้แล้วนะซนซึงวาน” เธอพูดจบก็รีบคลายกอดแล้วยื่นจดหมายในมือให้ซึงวานอ่าน

“จริงใช่มั้ย?” ซึงวานถามเธออย่างดีใจก่อนเธอจะพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

“ดีใจจัง” ซึงวานพูดจบก็ดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง

 

 

‘ปีนี้เป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับฉันเลยล่ะ... ไอรีน’

 

 

*********

THE END.

 

Talk.
สวัสดีค่าาา
ใกล้จะคริสต์มาสแล้วเลยมาแต่งเรื่องสั้น (ที่ไม่สั้นเท่าไหร่)
ปีนี้อาจจะไม่คึกครื้น แต่ก็ขอให้รีดเดอร์ทุกคนมีความสุขมากๆนะคะ
ขอบคุณทุกๆการติดตามนะคะ จุ้บๆ^^

TB

ผลงานอื่นๆ ของ bOne

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 เพนกวินเค (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 04:29
    ในที่สุดก็ได้อยู่ด้วยกัน อบอุ่นหัวใจมากเลยค่ะ
    #1
    0