[จบแล้ว/E-BOOK]จอมนางเหนือบัลลังก์ [王位上等]

ตอนที่ 1 : อารัมภบท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 956 ครั้ง
    18 มิ.ย. 63


ขึ้นแปดค่ำ เดือนเก้า รัชศกเฉิงหู่ แคว้นเยี่ยน ปีที่สอง

บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้ถูกลิขิตมาให้ได้อย่างใจหวังไปเสียทุกอย่าง ต่อให้เราดิ้นรนหลีกหนีก็ไม่มีวันพ้น เฉกเช่นเดียวกันกับชะตากรรมของเฉินอิงเย่ว บุตรสาวคนที่สามของใต้เท้าเฉินอิงหลางเจ้าเมืองหลิวตานที่ต้องเดินทางเกือบร้อยลี้เพื่อเข้าวังไปเป็นพระสนมปลายแถวของจักรพรรดิเลือดเย็นตามราชโองการด่วน

เฉินอิงเย่วในวัยสิบห้าปีเพิ่งจะผ่านพิธีปักปิ่นได้เพียงหกเดือน ฮูหยินสี่มารดาของนางถูกบีบบังคับให้ผูกคอตายหนีความอับอายโทษฐานคบชู้ทั้งๆที่ไม่เป็นความจริง เฉินอิงเย่วกลายเป็นหญิงสาวระทมทุกข์ที่ไม่สนใจผู้ใดนับแต่นั้นเป็นต้นมา หากคนในจวนเฉินไม่ยุ่งกับนาง นางก็จะไม่ยุ่งกับพวกเขา แต่นางก็รู้ดีว่าฮูหยินใหญ่กับพี่สาวทั้งสองคนของนางเกลียดชังนางจนอยากไล่ให้นางไปตายมากเพียงไร

หากการเข้าวังครั้งนี้จะส่งเสริมพวกนางให้ขึ้นเป็นฮองเฮาได้พวกนางย่อมไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือ แต่เพราะยามนี้จักรพรรดิแคว้นเยี่ยนที่เพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่ถึงปีทรงกริ้วเฉินอิงหลางบิดาของนางที่บังอาจทำเรื่องผิดต่อกฎหมายเมื่อหลายเดือนก่อน หนำซ้ำยังมีตระกูลจ้านคอยเป่าพระกรรณว่าเฉินอิงหลางพยายามสั่งสมกองกำลังหลายหมื่นเพื่อการใหญ่ซึ่งเป็นภัยต่อราชบัลลังก์ แม้จะไม่รู้ข้อเท็จจริงแต่เพราะความไว้ใจที่หมดสิ้นลง จักรพรรดิผู้ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคมหอกคมดาบก็ปักใจเชื่อไปเกินครึ่ง หากไม่มีความดีความชอบที่เคยทำเอาไว้มีหรือจักรพรรดิผู้นี้จะปล่อยบิดาของนางให้อยู่รอด

หากไม่หูหนวกตาบอดผู้ใดก็ย่อมรู้ว่าการที่พระองค์ทรงต้องการให้เฉินอิงหลางส่งตัวบุตรสาวเข้าไปถวายตัวถึงในวังก็เพราะต้องการควบคุมถ่วงดุลอำนาจตระกูลเฉินและตระกูลจ้านเอาไว้ แล้วอย่าได้คิดหวังว่าบุตรสาวจากตระกูลเฉินจะเข้าไปอย่างมีเกียรติและอยู่ดีมีสุขสบาย ในเมื่อจักรพรรดิตั้งแหง่เกลียดชังเฉินอิงหลางเพียงนี้ก็มีแต่ต้องก้มหน้ารับกรรมที่ตนไม่ได้ก่อเอาไว้เท่านั้นเอง

ทว่าในระหว่างที่รอถวายตัวครั้งแรก เฉินอิงเย่วก็ตัดสินใจใช้ผ้าขาวสามฉื่อผูกคอตายหนีทุกอย่าง แต่ก็ถูกช่วยเอาไว้ได้ทันเวลา

เมื่อต้องถวายตัวครั้งที่สอง ก่อนที่ฮ่องเต้จะเสด็จมาถึงตำหนัก นางกลับกระโดดลงสระมรกตข้างตำหนักตนเอง ทว่าสุดท้ายก็ยังถูกช่วยเอาไว้ได้เช่นเดิม

กระทั่งในการถวายตัวครั้งที่สามนี้เองที่นางตัดสินใจดื่มยาพิษรุนแรงหมายจะหนีความทุกข์ที่มี และในทันทีที่ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องก็ทรงกริ้วอย่างหนักจึงมีรับสั่งให้หมอหลวงพยายามยื้อชีวิตนางเอาไว้ให้ได้ คนอย่างเขาหากไม่สั่งให้ตาย ผู้ใดก็ห้ามตายเด็ดขาด

ทว่า หลังจากนางฟื้นคืนหมอหลวงก็พบว่านางต้องตาบอดทั้งสองข้างจากผลข้างเคียงของยาพิษ และในเมื่อเป็นเช่นนี้นางก็คงไม่อาจถวายตัวได้อีก ซุนหลงฮ่องเต้จึงมีราชโองการส่งพระสนมเฉินซึ่งตาบอดสนิทออกจากวังไปพำนักอยู่ที่เรือนหลินหลิงซึ่งรกร้างอยู่กลางป่าเป็นการถาวร

อย่าว่าแต่คนในวังเลยที่ไม่มีผู้ใดสนใจเหลียวแลนาง แม้แต่คนในตระกูลเฉินเองก็แทบไม่นับนางเป็นญาติแล้วด้วยซ้ำ

ได้...ในเมื่อนางไม่เป็นที่ต้องการเช่นนี้ก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออันใด

เฉินอิงเย่วตัดสินใจอาศัยช่วงเวลาที่นางกำนัลคนสนิทออกไปหาของกินถือผ้าขาวไปที่ศาลเจ้าร้างห่างจากเรือนหลินหลิงไม่ถึงลี้ นางใช้เวลาไม่นานนักก็เดินคลำทางมาถึงเพราะความเคยชิน

เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาได้นางก็ลากโต๊ะไม้ตัวหนึ่งมาตรงกลางก่อนจะปีนขึ้นไปผูกผ้า แล้วตัดสินใจปลิดชีวิตตนเองลงในทันที

สุดท้ายแล้วพระสนมเฉินผู้น่าสงสารผู้นี้ก็ต้องสิ้นใจตายอย่างโดดเดี่ยวที่ศาลเจ้าร้างกลางป่าเช่นนั้นเอง

 

เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน พ.ศ. 2562

ภายในรถบัสท่องเที่ยว ที่เบาะยาวด้านหลังสุดฝั่งริมหน้าต่าง อภิญญาร้องไห้อย่างหนักจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นหลังจากที่ถูกแฟนหนุ่มชาวจีนที่เพิ่งคบหาเป็นแฟนได้ไม่ถึงปีทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัส มีอย่างที่ไหนมาโกหกเธอว่าโสดทั้งๆที่แต่งงานมีลูกมีเมียอยู่แล้ว หากเธอไม่มาเซอร์ไพรส์เขาถึงที่นี่เธอก็คงจะเป็นคนโง่ให้เขาหลอกไปตลอดอย่างนั้นสินะ

จริงๆตลอดทั้งชีวิตของเธอมันก็ออกแนวรันทดยิ่งกว่าละครหลังข่าวมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ แต่ครั้งนี้ใจเธอมันเกินจะทนรับไหวจริงๆ ตั้งแต่จำความได้เธอก็รู้ตัวว่าเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อแม่ไม่รักแล้วนำมาทิ้งที่ศูนย์สงเคราะห์เด็กอย่างไม่ใยดี แต่นั่นก็ไม่ใช่ปมในใจที่จะทำให้เธอท้อแท้ พออายุครบสิบแปดปีเต็มเธอก็ออกจากศูนย์สงเคราะห์เด็ก เพื่อหางานทำ เธอยินดีทำทุกอย่างเพื่อจะหาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาคณะเภสัชศาสตร์ เธอหวังก็เพียงแค่จะเลี้ยงดูตัวเองได้ มีเงินเก็บมากพอจะใช้ไปจนแก่เฒ่า และได้พบกับคนที่เธอคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจนวันตาย

กระทั่งเธอได้พบกับเขาเผิงซงหนานผู้ชายที่สุดแสนจะเพอร์เฟคคนนั้น เธอและเขาได้รู้จักกันเพราะเขาเป็นเซลล์ขายสมุนไพรจีน เขาเป็นผู้ชายที่อยู่ใกล้ๆแล้วทั้งอบอุ่นและมีความสุขไปทั้งวัน เธอที่ไม่เคยมีคนรักมาก่อนตกหลุมรักเขาอย่างง่ายดาย ถึงขนาดยอมจ่ายเงินซื้อสินค้าของเขาเพียงเจ้าเดียวเพื่อให้ได้พบหน้าเขาบ่อยมากขึ้น แล้ววันหนึ่งสิ่งที่เธอหวังก็เป็นความจริงเมื่อเขาขอเธอเป็นแฟน

ช่วงเวลาที่เธอคบหาดูใจกับเขามันเป็นอะไรที่เธออธิบายไม่ถูก ทั้งสุขใจ สุขกายไปหมด แต่จะติดอยู่เรื่องเดียวก็เรื่องที่เขาต้องเดินทางไปๆมาๆระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนอยู่เสมอ เธอเองก็ให้พื้นที่เขามากพอสมควร ไม่พยายามไปยุ่งก้าวก่ายให้เขาต้องอึดอัดใจ

แต่ว่าเธอก็แอบไปรู้มาว่าอีกสามวันข้างหน้าเป็นวันเกิดเขา เธออยากใช้เวลาอยู่กับเขาในวันนั้น แต่เขากลับบอกเธอว่าเขาติดธุระสำคัญที่ประเทศจีนยังกลับไทยไม่ได้

เพราะอย่างนี้เธอเลยคิดว่าจะมาเซอร์ไพรส์เขาที่ปักกิ่งเสียเลยดีไหม ไม่ทันได้ไตร่ตรองอะไรเธอก็จองตั๋วแล้วก็กรุ๊ปทัวร์เอาไว้เรียบร้อย กะเอาไว้ว่าจะชวนเขาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆให้ชุ่มปอดก่อนกลับมาไทย

แต่ที่ไหนได้ ไปๆมาๆ เธอกลับเป็นฝ่ายถูกเขาเซอร์ไพรส์เสียเองเมื่อเธอไปหาเขาถึงบ้าน 

วินาทีแรกที่เธอเห็นเขาอุ้มลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชังออกมาเปิดประตูรับเธอเธอก็รู้สึกว่าโลกทั้งโลกมันพังทลายลงไปต่อหน้า ปากเล็กๆของเธออ้าค้างอยู่อย่างนั้นโดยไร้เสียงพูด ยิ่งได้ยินประโยคที่ภรรยาของเขาเอ่ยเรียกเขาว่า ที่รัก เธอก็ยิ่งทั้งจุกทั้งเจ็บ เธอเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าเขาให้หายแค้นที่หลอกลวงเธอ ทว่า พอเห็นดวงตาใสซื่อของลูกสาวของเขาเธอก็ชะงักมือเอาไว้

แต่คนอย่างเธอ หากไม่เอาคืนซะเลยมันก็ไม่ใช่อภิญญาน่ะสิ เธอหันไปยิ้มกับภรรยาของเขาอย่างขมขื่นก่อนจะรื้อในกระเป๋าเดินทาง หยิบของขวัญชิ้นหนึ่งให้ พร้อมกับทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้ให้เก็บกู้กันเอาเอง

เธอไม่คิดจะรอฟังหรอกนะว่าทั้งคู่ก่นด่ากันว่าอะไรบ้าง จากนี้เธอกับเขาไม่มีอะไรที่ต้องพูดคุยกันอีก เธอจะถือว่ามันเป็นเวรกรรมที่เธอต้องพบต้องเจอในชาตินี้ ชาติหน้าก็ขอให้ชีวิตสุขสบายกว่านี้ก็แล้วกัน

ว่าก็ว่าเถอะ ไอ้ความรู้สึกที่เสียไปน่ะเธอไม่แคร์เท่าไหร่หรอก แต่เงินหลายแสนที่เธอเอาไปเปย์เขาจนเป็นหนี้หัวโตน่ะสิ เธอจะทำยังไงเล่า

ไอ้บ้าห้าร้อย! ไอ้บัดซบเอ้ย!! ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจเลยเว้ย!

แล้วคืนนั้นเธอร้องไห้ฟูมฟายเป็นเผาเต่าอยู่เพียงลำพังในโรงแรม อยากกลับเมืองไทยใจจะขาด แต่ก็เสียดายเงินที่จองกรุ๊ปทัวร์เอาไว้แล้ว

ไหนๆก็ไหนๆ ไปเที่ยวให้หายเศร้าหน่อยก็ดี เพราะเหตุนี้วันนี้เธอจึงต้องลากร่างที่บอบช้ำทางใจมาเที่ยวตามลำพัง เพลงที่เปิดคลอในรถก็ไม่รู้จะเศร้าไปไหนสิ ยิ่งคิดมันก็ยิ่งเศร้าจนอดสะอื้นฮักออกมาอีกครั้งไม่ได้ คุณป้าที่นั่งข้างๆต้องหันมามองเธอหลายรอบด้วยความสงสัย

“หนู เป็นอะไรรึจ๊ะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ให้ฉันบอกคนขับให้ไหม” คุณป้าถามเธอด้วยความเป็นห่วง

อภิญญาหันใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตามาหาตอบด้วยเสียงสั่นเครือ “ไม่มีอะไรค่ะ หนูแค่ถูกผู้ชายเลวๆทิ้งมาน่ะค่ะคุณป้า”

“โธ่ถัง เอาอย่างนี้สิ ที่ที่เรากำลังจะไปมีศาลเทพเจ้ากวนอูอยู่ เขาว่ากันว่าท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ท่านศักดิ์สิทธิ์มากนะ หนูลองไปขอท่านดูสิ ขอให้ท่านส่งคนที่จะซื่อสัตย์กับหนูไปชั่วชีวิตไงล่ะ อ้อ แล้วก็มีเย่ว์เซี่ยเหล่าเหรินที่ช่วยเรื่องความรักด้วย ป้าว่าท่านเทพทั้งสองคงช่วยหนูเรื่องนี้ได้มากเลยล่ะจ๊ะ”

อภิญญายิ้มให้คุณป้าทั้งน้ำตา รู้สึกดีที่ยังมีคุณป้าคนนี้เป็นห่วงเป็นใยในขณะที่เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเคว้งคว้างไม่เหลือใครแล้วจริงๆ

“ขอบคุณนะคะคุณป้า หนูจะลองขอพรท่านดูค่ะ” เธอรับคำพร้อมกับล้วงทิชชู่ขึ้นมาสั่งน้ำมูก แล้วก็ร้องไห้ออกมาอีกรอบ

เกือบๆชั่วโมงรถที่เธอนั่งก็มาถึงจุดหมาย ทันทีที่รถบัสจอดนิ่งสนิท นักท่องเที่ยวคนอื่นๆรวมทั้งคุณป้าท่านนั้นก็พากันเดินลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว ส่วนอภิญญายังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถ เธอหยุดร้องไห้นานแล้ว แต่เธอไม่มีอารมณ์จะไปเที่ยวชมทิวทัศน์ของที่นี่เหมือนคนอื่นๆเขาสักเท่าไหร่ แถมตอนนี้ก็รู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมด หัวใจก็เต้นจังหวะแปลกๆด้วย

แต่ไหนๆก็มาแล้ว ไปขอพรท่านสักหน่อยก็แล้วกัน เผื่อท่านจะเมตตาเธอบ้าง เธอก็แค่อยากขอให้ตัวเองได้มีชีวิตที่มีความสุขมากกว่านี้ ขอให้ได้พบผู้ชายดีๆและรักเธอเพียงคนเดียว

หรือถ้าขอทั้งสองอย่างพร้อมกันไม่ได้ ขออย่างหลังก่อนก็แล้วกัน

ทว่าทันทีที่อภิญญาก้าวเท้าลงมาจากรถเธอก็ต้องแปลกใจเมื่อสถานที่ที่เธอคิดว่าควรจะมีผู้คนพลุกพล่านกลับดูรกร้างราวกับอยู่กลางป่าเขา ศาลเทพเจ้ากวนอูตรงหน้าแม้จะยังอยู่ในสภาพเดิมแต่บรรยากาศรอบข้างกลับไม่เหมือนเดิม ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่าเธอควรจะกลับขึ้นไปบนรถ แต่ทว่าพอเธอหันหลังกลับเพื่อจะวิ่งไปขึ้นรถบัสก็พบว่ามันได้อันตรธานหายไปแล้ว

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย” เธอสบถออกมาอย่างงงงัน เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม

เงียบ นี่มันเงียบมากจริงๆให้ตาย คนหายไปไหนกันหมด แล้วที่นี่มันที่ไหนกันแน่

เมื่อเป็นอย่างนี้อภิญญาจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปในศาล หวังว่าจะเจอใครที่พอจะขอความช่วยเหลือได้บ้าง และทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาได้เธอก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าจีนโบราณกำลังดิ้นรนอยู่บนขื่อเหนือศีรษะก่อนจะแน่นิ่งไป

“เฮ้ย!! คุณ!!” ด้วยความตกใจอภิญญาจึงรีบวิ่งตรงเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้นเพื่อจะช่วยเหลือ

แต่ทว่าในจังหวะที่เธอเอื้อมมือไปแตะตัวของผู้หญิงคนนั้น ร่างของอีกฝ่ายก็ร่วงลงมา ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองก็มีแสงสว่างวาบขึ้นในศาลจนเธอต้องหลับตาหลบแสงนั่นตามสัญชาตญาณ

ครู่ต่อมาเธอจึงค่อยๆลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวนอนอยู่กับพื้นซ้ำยังมีผ้าปิดตาอยู่ อภิญญาจึงยันกายลุกขึ้นนั่งแล้วดึงเศษผ้าบางๆที่คาดดวงตาตัวเองออกอย่างงุนงง

และคราวนี้เธอก็ต้องตกตะลึงจริงๆ เพราะภาพรอบๆตัวของเธอมันเปลี่ยนไปหมดแทบไม่เหลือเค้าเดิม ศาลเทพเจ้ากวนอูที่เคยเห็นกลายเป็นศาลเจ้าร้างผุพังทรุดโทรม

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับเธอ!


TALK: บางทีก็อยากแอบมาแต่งเรื่องนี้เหมือนกัน หากรู้สึกว่าเรื่องนู้นตันก็จะแวบมาเรื่องนี้นะคะ บอกไว้ก่อนว่าอาจจะไม่มีวันอัพที่แน่นอนเน้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 956 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,352 ความคิดเห็น

  1. #540 2NUNO (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 07:47
    เปลี่ยนเทพเจ้าเถอะ เทพเจ้ากวนอูเป็นเรื่องสู้รบมากกว่านะ
    #540
    1
    • #540-1 biojib(จากตอนที่ 1)
      18 มิถุนายน 2563 / 21:38
      อันนี้เห็นด้วยค่ะ
      #540-1
  2. #476 Lomruc (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 12:42

    มัยน่าลุุ้นตรงที่นางจะสามารถใช้ชีวิตแบบอย่างคนในภพนั้นได้มั้ยที่ให้เป็นธรรมชาติ

    #476
    1
    • #476-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      25 เมษายน 2563 / 13:12
      ขอบคุณนะคะ
      #476-1
  3. #355 Enset (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 08:56
    นางเอกตาบอดทำไมยังอุตส่าห์ปีนขึ้นโต๊ะไปผูกผ้าได้อีกค่ะ แถมยังเป็นสถานที่ที่นางมาอยู่หลังตาบอดแล้ว ไม่น่ากะระยะการโยนผ้าต่างๆได้ง่ายๆนะคะ เราว่าให้นางตายแบบง่ายกว่านี้ดีกว่ามั้ยคะ เช่นไปหยิบมีทำครัวแทงตัวเองอะไรแบบนี้ (แอบซาดิสนิดๆ555)
    #355
    3
    • #355-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      7 เมษายน 2563 / 09:06
      นางอาศัยความเคยชินค่ะ ไรท์ตัดตอนมากไปหน่อย นางทำหลายครั้งแล้วแต่ไม่สำเร็จเพราะหลัวเอ๋อร์มาห้าม คราวนี้ดันสำเร็จเพราะฟ้ากำหนดเอาไว้แล้ว ต้องขอโทษนะคะถ้าอ่านแล้วมันแปลกๆ แงงงง
      #355-1
    • #355-3 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      7 เมษายน 2563 / 09:10
      พระสนมถูกส่งมาอยู่ที่ฉางซูเป็นปีแล้วค่ะ นางเลยชินกับตาบอดคลำทางเองได้ แต่ไรท์คงย่อมากเกิน ฮือ
      #355-3
  4. #209 บัวสโรชา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 09:49

    บทวาปไปภพอดีตเริ่ด!!

    #209
    0
  5. #102 chanchan123 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 08:40
    อ่านอารัมภบทแล้วน้ำตาคลอ สสารพระสนมเฉิน
    #102
    0
  6. #89 Poonchanit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 09:57
    สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ให้ออกตอนอายุ 18 ปี
    #89
    1
    • #89-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      8 มีนาคม 2563 / 10:01
      โอ้ จริงเหรอคะ ความรู้ใหม่ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ ไรท์จะแก้ไขค่ะ
      #89-1
  7. #74 Airzaa1810 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 12:04
    สนุกอ่ะ มาลุ้นช่วยน้องกันนนนน
    #74
    1
    • #74-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      22 ธันวาคม 2562 / 12:43
      รอพาทหน้าคับป๊ม
      #74-1
  8. #55 หลิน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 10:53

    ตามๆ ไรท์อัพบ่อยหน่อยน้าาาา

    #55
    1
    • #55-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      26 ตุลาคม 2562 / 11:24
      จะพยายามค้าบ
      #55-1
  9. #27 kulyasalin2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 22:45
    บทนี้ดีมากจริงๆ จินตนาการตามแล้วสนุกมาก
    #27
    1
    • #27-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      1 ตุลาคม 2562 / 08:51
      ขอบคุณค้าบ
      #27-1
  10. #16 sungkyunglee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:57
    ยัวไม่มาเพิ่มอิอิแต่ยังไงก็รออยากอ่านเรื่องนี้มากกก
    #16
    1
    • #16-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      15 กันยายน 2562 / 13:10
      ขอบคุณที่รอนะคะ ขอไรท์แต่งบุปผาจบก่อนน้า พยายามแต่งพร้อมกันแต่มันไม่รอดค่ะ แงงงง
      #16-1
  11. #13 Emmajung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 18:04
    รอจ้า โดนใจอีกแล้วครับท่าน อิอิ
    #13
    9
    • #13-7 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      12 กันยายน 2562 / 12:40
      เข้าใจงับ ไรท์กะอยากแต่งให้ได้เยอะๆอัพเรวๆนะแต่ต้องทำงานประจำด้วยเลยช้า
      #13-7
    • #13-9 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      12 กันยายน 2562 / 15:51
      ช่ายค่า เราจะดองทั้งงานทั้งนิยายไปพร้อมๆกัน 5555
      #13-9
  12. #12 piamya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 15:07

    จะรอนะค่ะ

    #12
    1
    • #12-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      10 กันยายน 2562 / 10:16
      รอก่อนน้าาา ไรท์ตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งให้จบเป็นเรื่องๆค่ะ สองเรื่องไม่น่าจะรอด
      #12-1
  13. #11 nats_tee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 19:00
    แต่งพร้อมกันทั้งสองเรื่องเลยได้ไหม สนุกทั้งคู่เลย
    #11
    0
  14. #10 Jira123 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 12:42
    ไม่เทเรื่องนี้แต่งให้จบเป็นโอ... อย่างน้อยเดือนละตอนก็ยังดีเน้อ
    #10
    1
    • #10-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      7 กันยายน 2562 / 13:02
      โอเครค่าาาา
      #10-1
  15. #8 แอนอารี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 10:47

    คือไม่ใช่แว็บมาแต่งค่ะ แต่ต้องมาต่อเนื่องค่ะไรท์ไเพราะรีดรออออออยู่ น่ะๆๆๆ

    #8
    1
    • #8-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 1)
      7 กันยายน 2562 / 11:08
      ถ้ามาทางเพ้ ทางโพ้นกะหยุดเด้อ ฮ่าๆๆๆ
      #8-1