[จบแล้ว/E-BOOK]จอมนางเหนือบัลลังก์ [王位上等]

ตอนที่ 2 : 1#ลิขิตฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,541
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 977 ครั้ง
    9 พ.ย. 62



“เฮ้อ! อภิญญาในร่างของเฉินอิงเย่วนั่งขัดสมาธิเท้าคางกับหัวเข่าตนเองถอนหายใจเสียงดังลั่นอยู่ภายในศาลเจ้าร้างหลังจากผ่านการร้องไห้เพราะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาหนึ่งยก ไอ้ตกใจมันก็ตกใจนั่นละ แต่พอหายตกใจนางก็เริ่มมีสติมากขึ้น จากตกใจ รับไม่ได้ ตั้งตัวไม่ทัน กลายเป็นรู้สึกโมโหที่ต้องมาติดแหง็กอยู่ที่ภพอดีตนี่แทน

ทางกลับเรือนหลินหลิงน่ะนางจำได้ แต่มันไม่ใช่ที่ของนางแล้วนางจะกลับไปเพื่ออันใดกันเล่า บ้านเกิดของนางอยู่เมืองไทยสักหน่อยไม่ใช่ที่นี่

นางก็ไม่รู้หรอกว่ามันเกิดเรื่องบ้าห่าเหวอันใดขึ้นกับตัวเองกันแน่ นางรู้เพียงว่าร่างๆนี้มันไม่ใช่ตัวนางแต่เป็นร่างของพระสนมเฉินหรือเฉินอิงเย่วผู้ถูกทอดทิ้งจากคนรอบข้างจนเกิดสภาวะซึมเศร้าแล้วมาฆ่าตัวตายที่นี่ แล้วไอ้ที่ที่นางอยู่ตอนนี้นางก็ไม่รู้ว่ามันคือที่ใดบนโลก แต่ดูจากศาลเจ้าร้างนี่และการแต่งกายของพระสนมเฉินแล้วก็ไม่น่าจะใช่ยุคปัจจุบันแน่ๆ

เคยอ่านแต่ในนิยายที่ขายตามแผงหนังสือเรื่องที่สามารถข้ามกาลเวลาทะลุมิติย้อนอดีตได้ ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอเข้ากับตัวเอง ความทรงจำทุกอย่างของพระสนมเฉินที่น่าสงสารคนนี้นางล้วนจดจำได้หมด ทั้งเรื่องราวของตระกูลเฉินที่มีทั้งดีและเลว ทั้งภาษาที่ใช้พูด วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ตั้งแต่เกิดจนตอนนี้ หรือแม้แต่กระทั่งสิ่งที่นางถูกกระทำตั้งแต่หยียบย่างเข้าประตูวังหลวง  ไม่แปลกใจเลยที่พระสนมเฉินเลือกที่จะปลิดชีวิตตัวเอง ขนาดครอบครัวตนเองยังไม่เคยมีผู้ใดมาเยี่ยมเยียนนางเลยสักครั้ง

หมาหัวเน่าที่แท้ทรู

แล้วอย่างนี้นางควรจะทำเช่นไรล่ะ จะฆ่าตัวตายอีกรอบบอกตรงๆนางไม่ใช่คนใจเด็ดอย่างพระสนมเฉินหรอกนะ จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้นางเจ็บช้ำกับความรักจนอยากตาย แต่นางก็คิดไปเช่นนั้นเอง นางก็รักตัวเองเป็นนะ อุตส่าห์ทำงานเลี้ยงตัวเองส่งตัวเองเรียนจบสูงขนาดนั้น แต่ต้องมาตายเพราะอกหักแค่ครั้งเดียวนางก็เป็นสตรีที่โง่เต็มทน

ดวงตาหงส์เงยขึ้นมองพระพุทธรูปตรงหน้า พักตร์ของท่านดูคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม ทว่าดวงตาของท่านก็ดูเหมือนจะจ้องมองใบหน้าที่กำลังเซ็งของนางอยู่เช่นเดียวกัน

“ข้าขอให้ท่านช่วยให้ข้ามีชีวิตที่ดีขึ้น แล้วก็มีคู่ครองที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ให้ท่านส่งมาอยู่ในร่างของพระสนมที่มีแต่ตัวซ้ำยังถูกทิ้งไว้กลางป่าอย่างนี้เสียหน่อยนะเจ้าคะ ท่านต้องได้ยินข้าผิดไปแน่ๆ” อิงเย่วถอนหายใจออกมาอีกรอบ แล้วร่างเดิมของนางเล่า ยังอยู่ที่ภพเดิมหรือเปล่า เสียชีวิตไปหรือยัง

มารดามันเถอะ ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวจริงๆ

ตกลงว่านางต้องทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้จริงๆใช่หรือไม่

“พระสนม!! พระสนมเพคะ!!” เสียงร้องเรียกที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายดังมาจากด้านนอกศาล อิงเย่วไม่ได้ตกใจหรือรีบหันไปมองเพราะรู้ดีว่าเป็นเสียงของผู้ใด นางคือนางกำนัลคนสนิทของพระสนมเฉินนามว่าคังซูหลัว ซึ่งเป็นคนเดียวที่ยังคอยดูแลพระสนมเฉินอย่างดีมาตลอดตั้งแต่นางเข้าวังหลวงจนกระทั่งตอนนี้นางกลายเป็นพระสนมพิกลพิการไปแล้วก็ยังไม่เคยปริปากบ่น หลายครั้งที่พระสนมเฉินไล่ให้นางไปเสียแต่นางก็ยืนกรานว่าจะอยู่รับใช้จนกว่าจะสิ้นลมหายใจจากกัน

“หลัวเอ๋อร์ เจ้าไปทางนี้ ข้าจะไปตามหาพระสนมทางนั้น!!

ส่วนอีกเสียงนั่นก็คือหลูจิน เด็กหนุ่มกำพร้าที่พระสนมเฉินช่วยเอาไว้ไม่ให้อดตายอยู่ในศาลเจ้าร้างนี่ นับตั้งแต่นั้นมาเขาจึงมีใจภักดีคอยดูแลเรื่องที่ต้องใช้แรงภายในเรือนหลินหลิงไม่ยอมจากไปไหนอีกเลย

มีคนดีๆอยู่ข้างกายถึงสองคนเช่นนี้ ไยพระสนมเฉินจึงคิดอยากจะตายอีกเล่า พิการมองไม่เห็นมันก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจอยู่ แต่เคยร่ำเรียนวิชารักษาคนมาขนาดนี้ แม้ตาจะบอดก็ยังจับชีพจรตรวจอาการคร่าวๆได้ หากวันหนึ่งพระสนมเฉินมีชื่อเสียงขึ้นมา ลืมตาอ้าปากได้ด้วยตนเองแล้วกลับไปตอกหน้าคนพวกนั้นให้หงายหลังมันจะไม่สะใจยิ่งกว่าหรอกหรือ

“พระสนม!!” ซูหลัวส่งเสียงร้องเรียกด้วยความดีใจ นางคิดว่าอีกฝ่ายจะปลิดชีวิตตนเองลงเสียแล้ว พลันนั้นพอได้เห็นผ้าขาวที่กองอยู่ข้างกายของอิงเย่ว ซูหลัวก็โผเข้าฟูมฟายแทบตักอีกฝ่ายทันที “พระสนม คิดสั้นอีกแล้วหรือเพคะ ไยจึงได้คิดน้อยถึงเพียงนี้เล่า หากพระองค์จากไปแล้วหม่อมฉันจะอยู่ได้อย่างไร โฮ!

“เดี๋ยวๆ หลัวเอ๋อร์ ใจเย็นๆก่อนเถิด ข้าไม่เป็นไรเห็นหรือไม่ ข้าไม่เป็นไร” อิงเย่วหรืออภิญญาลูบหลังนางกำนัลคนสนิทป้อยๆ เห็นแล้วนึกถึงตัวเองเมื่อครู่เหลือเกิน ดูสิ อิงเย่ว นางรักและเทิดทูนเจ้าเพียงนี้ยังตัดช่องน้อยแต่พอตัวหนีนางไปอีก จิตใจเจ้าทำด้วยอันใดกัน ก้อนหินงั้นหรือ โธ่เอ้ย

“หม่อมฉันขอร้อง...อย่าทำเช่นนี้อีกเลยนะเพคะ หม่อมฉันใจจะขาดจริงๆ” ซูหลัวสะอึกสะอื้นซุกหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตาอยู่กับตักของนายตน

“เอาล่ะๆ ข้าไม่ทำแล้ว เงยหน้าขึ้นมาคุยกันก่อน นะ” อิงเย่วร้องขอ

ซูหลัวยอมเงยหน้าขึ้นมาตามคำสั่ง ขณะเดียวกันหลูจินก็เข้ามาข้างในพอดี พอเห็นว่าอิงเย่วปลอดภัยดีก็เข่าทรุดลงนั่งกับพื้นในทันที “โธ่ กระหม่อมก็คิดว่าพระองค์ไปที่ใดเสียแล้ว”

“จริงๆก็อยากจะไปนั่นละ แต่ห่วงพวกเจ้าทั้งสองคนเช่นนี้ แล้วจะไปที่ใดได้” เห็นซูหลัวฟูมฟายใจจะขาดเช่นนี้นางก็รู้สึกไม่ดีนัก

หลูจินอ้าปากจะเอ่ยบางอย่างออกมาทว่าพอสังเกตบางอย่างได้เขาก็ตัวแข็งค้างตาเบิกกว้างก่อนจะค่อยๆยกมือขึ้นมาแล้วชี้นิ้วที่สั่นระริกไปที่อิงเย่ว

“พระ...พระสนม”

ซูหลัวรู้สึกถึงความผิดปกติจึงหันไปมองหลูจิน “มีอันใดอาจิน ไยต้องทำเสียงตื่นปานนั้น”

“หลัว...หลัวเอ๋อร์ พระ...พระสนม มอง...มองเจ้าอยู่นะ”

แล้วซูหลัวก็รีบหันกลับมาหาคนตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะพบว่าพระสนมเฉินของนางกำลังจับจ้องนางอยู่ เนิ่นนานกว่านางจะเข้าใจ ดวงตาหงส์คู่นั้นไม่ได้ขุ่นมัวดังเดิม หากแต่งดงามและสุกใสเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม คล้ายจะไม่ใช่แต่ก็ใช่ นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่

“พระสนม...มองเห็นหม่อมฉันหรือเพคะ” นางถามย้ำเพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้ตาฝาดและคิดไปเอง

“เห็นสิ นี่ไง” อิงเย่วยกมือขึ้นจับปอยผมที่หลุดลุ่ยของซูหลัวขึ้นทัดหู พร้อมกับใช้นิ้วโป้งเล็กๆไล้คราบน้ำตาออกจากพวงแก้มอย่างเบามือ “เชื่อหรือยัง”

“เชื่อแล้วเพคะ หม่อมฉันเชื่อแล้ว”

ครานี้ไม่ใช่เพียงแค่ซูหลัวที่ร่ำไห้ออกมา แม้แต่หลูจินก็ยังกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ พวกนางเฝ้าขอพรพระพุทธองค์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่อยากจะเชื่อว่าสวรรค์จะเมตตาพระสนมผู้แสนดีเสียที

หลังจากปลอบกันไปมาอยู่พักใหญ่ ทั้งสามจึงพากันกลับเรือนหลินหลิง ทั้งซูหลัวและหลูจินต่างก็มีสีหน้าชื่นมื่นผิดกับอิงเย่วที่ยังรู้สึกเซ็งกับเรื่องที่เพิ่งพบเจอและการย้อนอดีตของตนเองอยู่ จริงๆนางมันพวกปรับตัวได้ง่ายเพราะชีวิตที่ผ่านมาต้องพบกับความยากลำบากและอุปสรรคมากมาย พอเจอเรื่องไม่ดีๆขอแค่ได้ร้องไห้จนพอใจนางก็จะสามารถกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้ใหม่

แต่คราวนี้มันต่างออกไป ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วยามนางเพิ่งผ่านการถูกคนรักทำร้ายจิตใจมา หนำซ้ำเขายังเป็นรักแรก จะให้ทำใจได้ในวันสองวันมันคงยาก พอเริ่มจะทำใจได้กลับต้องเจอเรื่องน่าตกใจเรื่องใหม่ในเวลาติดๆกัน เป็นคนอื่นอาจจะช็อกตายรอบสองไปแล้ว

“เฮ้ย!” อิงเย่วเผลออุทานเป็นภาษาไทยออกมาเมื่อได้เห็นสภาพเรือนหลินหลิง นี่มันกระท่อมร้ายๆปลายนาชัดๆเลย ตอนที่เฉินอิงเย่วถูกพามาตาก็บอดแล้วจึงไม่เห็นว่าที่ที่นางมาอยู่มัน...อนาถาเพียงไร

เรือนหลินหลิงนี้แท้จริงแล้วฮ่องเต้คงทรงสร้างเอาไว้เพื่อกักขังผู้ที่ถูกเนรเทศจากวังหลวงเท่านั้น ซึ่งนั่นก็รวมถึงตัวนางที่ไม่สามารถถวายตัวซ้ำยังพิการด้วย แล้วจะหวังให้คนจากวังหลวงแวะเวียนนำอาหารหรือข้าวของเครื่องใช้มาให้น่ะหรือ เฮอะ ฝันไปเสียเถอะ เมืองฉางซูนี่ห่างจากเมืองหลวงเป็นสิบๆลี้ ไม่ว่าจะมองทางใดก็สุดแสนจะทุรกันดาร อาหารการกินก็ไม่ได้อุดมสมบูรณ์นักแต่ก็ไม่ถึงกับอดยากปากแห้ง หากอยากได้ของดีๆก็ต้องมีอัฐมากๆเพื่อนำไปซื้อของจากพ่อค้าที่ต้องเดินทางผ่านเมืองเพื่อไปยังเมืองหลวง ส่วนเนื้อสัตว์หรือผักสดหากอยากทานก็ต้องขวนขวายหากันเอาเอง

ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าน้อยใจแทนพระสนมเฉิน ฮ่องเต้แคว้นเยี่ยนผู้นี้ช่างใจไม้ไส้ระกำเสียจริง แต่จะทำเช่นไรได้เล่าในเมื่อฝ่าบาทถือได้ว่าเป็นผู้มีสิทธิ์บัญชาชีวิตของพระสนมแต่เพียงผู้เดียว นับว่าพระองค์ยังพอมีเศษเสี้ยวความเมตตาอยู่บ้างจึงได้เลือกจะไว้ชีวิตพระสนมไร้ค่าเช่นนาง

“มะ...มีอันใดหรือเพคะพระสนม”

“อ่อ เปล่า ไม่มีอันใด ข้าแค่...เอิ่ม...ไม่คิดว่า...จะขนาดนี้” อิงเย่วยิ้มแห้งๆเหลือบมองไปที่เรือนของตนเอง

คล้ายกับจะเข้าใจซูหลัวจึงได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆ อย่าว่าแต่พระสนมเลยที่รับไม่ได้ นางเองที่ได้เห็นที่นี่ครั้งแรกยังอดตัดพ้อแทนนายตนไม่ได้เลย

“เรือนหลินหลิงอาจจะดูทรุดโทรม แต่ภายในค่อนข้างกว้างขวางนะเพคะ”

“งั้นหรือ”

“หลัวเอ๋อร์รีบพาพระสนมเข้าเรือนเถิด ตั้งแต่เช้าพระองค์ยังไม่ได้ทานอันใดเลยนะ” หลูจินเสนอ

จ็อก...

พอพูดถึงท้องเจ้ากรรมก็ส่งเสียงประท้วงขึ้นมาทันที อิงเย่วถึงกับหลุดขำเสียงแห้ง สุดท้ายทั้งสามก็พากันหัวเราะออกมาอย่างไม่เก็บอาการ บรรยากาศตึงเครียดในใจของอิงเย่วก็สลายหายไปในทันที

ในระหว่างที่อิงเย่วรับประทานอาหาร ซูหลัวและหลูจินก็นั่งคอยอยู่ห่างๆ พวกนางจ้องมองนายตนด้วยความสงสัยและเริ่มคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ออกจะแปลกประหลาดอยู่สักหน่อย จู่ๆคนที่หมอหลวงยืนยันว่าต้องตาบอดตลอดชีวิตกลับมามองเห็นได้อีกครั้งช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อนัก ซ้ำแล้วอุปนิสัยการพูดการจาของพระสนมยังเปลี่ยนไปมากไม่เหมือนพระสนมที่นางเคยรู้จัก

“อาจิน”

“หืม”

“เจ้าว่า...นี่จะใช่พระสนมเฉินของพวกเราหรือไม่”

“ไฮ้! เจ้านี่พูดอันใด หากไม่ใช่พระสนมเฉินแล้วจะเป็นผีหรือ”

ซูหลัวหันขวับ “ผีหรือ!

“หลัวเอ๋อร์ หากพระสนมเป็นผีแล้วเจ้าจะประคองนางมาจนถึงเรือนนี้ได้หรือ คิดอันใดไร้สาระจริง”

“แล้วเจ้าไม่เห็นหรือ พระสนมเฉินหาใช่สตรีที่ซุกซนเช่นนี้เสียหน่อย เมื่อก่อนนางกิริยาท่าทางก็เรียบร้อย วาจาก็อ่อนหวาน แต่นี่ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนไปจนหมด ข้ารับใช้นางมาตั้งแต่ยังอยู่ตำหนักไป๋ฮวาข้าย่อมรู้ดี หากเป็นปกติแล้วแววตาของพระสนมเฉินนั้นมักจะเหม่อลอย ไร้สุข และทุกข์ระทมตลอดเวลา หาใช่แววตาสดใสร่าเริงราวกับกวางป่าเช่นนี้ไม่”

หลูจินมองไปที่อิงเย่วซึ่งกำลังตักน้ำแกงขึ้นใส่ปาก ก่อนจะว่า “เห็นสิ ไยข้าจะไม่เห็น แต่ว่านะหลัวเอ๋อร์ เจ้าไม่คิดอย่างข้าหรือว่า พระสนมเฉินพระองค์นี้ดีกว่าพระสนมเฉินพระองค์ก่อนเป็นไหนๆ ทรงมีชีวิตชีวา ทรงแย้มสรวลง่าย ไม่ถือพระองค์ เมื่ออยู่ใกล้ๆแล้วไม่ทำให้อึดอัด ผิดกับพระสนมเฉินคนก่อนหน้านี้ ทรงมีแต่ความระทมทุกข์อยู่บนพระพักตร์ คิดแต่เรื่องมืดมนอยู่ตลอดเวลา บางครั้งข้ายังอดหม่นหมองไปด้วยไม่ได้”

ซูหลัวนิ่งคิด จริงดังที่หลูจินว่า นางเองก็รู้สึกว่าพระสนมเฉินคนนี้ดีกว่าคนก่อนหลายเท่า อยู่ใกล้ไม่ชวนให้อึดอัด ซ้ำยังรู้สึกอารมณ์ดีตามไปด้วย หากให้นางเลือกนางก็คงเลือกคนนี้มากกว่า

หลังจากอิงเย่วรับประทานอาหารจนอิ่มท้องนางก็อารมณ์ดีขึ้นมาก นางออกเดินสำรวจเรือนหลินหลิงจนทั่วเพื่อเป็นการย่อยอาหารไปในตัว ที่นี่ค่อนข้างกว้างจริงๆอย่างที่ซูหลัวบอก ภายในเรือนนี้มีห้องอยู่ถึงสามห้องโดยที่ตรงกลางเป็นโถงสำหรับรับแขก ดื่มชา และรับประทานอาหาร ตัวนางนั้นนอนห้องใหญ่ ซูหลัวนอนอีกห้องข้างๆกัน อีกห้องยังคงปล่อยว่าง ส่วนหลูจินเป็นบุรุษจึงไปใช้ห้องเก็บของด้านหลังเป็นที่นอนแทน

และยามที่ได้เห็นที่นอนหมอนมุ้งของพระสนมเฉินแล้วนางก็ได้แต่ทอดถอนใจ สมบัติติดกายก็มีเพียงน้อยนิด จะจับจ่ายใช้สอยอันใดก็ต้องคิดแล้วคิดอีก

หากจำไม่ผิดตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่  ทางวังหลวงก็มิได้ส่งข้าวสารอาหารแห้งหรือข้าวของมีค่าอันใดมาให้อีกเลย ที่ยังพอมีกินมีใช้ทุกวันนี้ก็เพราะหลูจินเข้าไปของป่ามาขายที่ตลาดเท่านั้น

“พระสนม น้ำขิงอุ่นๆมาแล้วเจ้าค่ะ”  ซูหลัวยกถาดเข้ามาที่โถงรับแขก 

“อิงเย่ว เจ้าช่างเป็นสตรีที่น่าสงสารเหลือเกิน ข้าว่าข้าอาภัพแล้วก็ยังน่าจะมีความสุขมากกว่าเจ้าเสียอีก ” นางพึมพำออกมาเบาๆจนแทบไม่ได้ยิน

ซูหลัวเห็นอิงเย่วคล้ายใจลอยจึงเอ่ยเรียก “พระสนมเพคะ?”

“หืม มีอันใดหรือ”

“ดื่มน้ำขิงสักหน่อย จะช่วยลดอาการท้องอืดได้นะเพคะ”

อิงเย่วอมยิ้ม “นี่เจ้าก็รู้เรื่องสมุนไพรเยอะเหมือนกันนี่”

“หม่อมฉันก็ล้วนแต่จำมาจากพระองค์ทั้งสิ้นเพคะ ตำราเล่มโปรดของพระสนมที่นำติดตัวมาจากจวนมีหลายเล่มจนละลานตา แต่เพราะเกิด...เอ่อ...เรื่องราวมากมายจึงถูกซุกเอาไว้แต่เพียงในหีบพระสนมจึงไม่มีโอกาสได้หยิบออกมาอ่านอีก หม่อมฉันยังรู้สึกเสียดายแทน”

ซูหลัวว่าเสียงเศร้า ก่อนหน้าที่จะถูกฮ่องเต้ใจแคบผู้นั้นเรียกตัวเข้าวัง พระสนมเฉินเคยเล่าว่านางมักหาตำราสมุนไพรมาอ่านหาความรู้อยู่เสมอ เพราะมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นยอดหญิงสมุนไพรเพื่อช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ทว่าสุดท้ายความฝันก็ต้องมาพังทลายลงเพราะบิดาที่เห็นคุณหนูเป็นเพียงสิ่งของที่ไม่ว่าผู้ใดต้องการก็สามารถยกให้โดยง่ายโดยไม่นึกถึงจิตใจของบุตรสาวตนเองเลยแม้แต่น้อย และถึงนางจะมีโอกาสได้ออกมาใช้ชีวิตนอกวังแต่ก็ไม่อาจมองเห็นได้ดังเดิมอีกแล้ว พระสนมเฉินก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออันใด

“ตำรา?” อิงเย่วขมวดคิ้วพลางนึก

จริงสิ เมื่อก่อนเจ้าของร่างนี้ชอบอ่านและศึกษาตำรายาและสมุนไพรคล้ายกันกับนางจริงๆด้วย เมื่อครั้งที่อยู่ภพก่อนในศูนย์ฯของนางมีเด็กกำพร้ามากมาย ทั้งแข็งแรงและอ่อนแอ ด้วยเพราะคุณแม่ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์ไม่มีเงินมากพอจะซื้อหยูกยาได้มากนัก นางจึงมีความฝันอย่างหนึ่งว่าอยากเป็นเภสัชกรเก่งๆเพื่อจะได้หาซื้อยาทั้งแผนปัจจุบันและแผนเก่าในราคากลางมาให้ทางศูนย์ไว้รักษาน้องๆที่เจ็บป่วย ถึงตอนนี้นางจะวางทุกอย่างไว้เป็นระบบหมดแล้ว แต่นางจากมาดื้อๆเช่นนี้ไม่รู้ว่าคุณแม่คนที่สองของนางจะรู้สึกเศร้าเพียงไร

เฮ้อ...ในเมื่อสวรรค์กำหนดชะตาชีวิตของนางให้เป็นเช่นนี้แล้วจะให้นางทำเช่นไรได้อีก หากคิดในแหง่ดีอย่างน้อยๆในภพนี้นางก็ยังมีทั้งซูหลัวและหลูจินอยู่เป็นเพื่อน จะฟูมฟายโทษผู้ใดไปก็เสียเวลาเปล่า บางทีการที่นางต้องมาติดอยู่ในภพนี้อาจมีเหตุผลบางอย่างก็ได้ สู้นางเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างนี้ ทำให้พระสนมเฉินกลับมามีค่ามีตัวตนอีกครั้ง ทำความฝันของนางให้เป็นจริงย่อมดีกว่าเดิมแน่นอน

หรือไม่ สวรรค์ก็อาจจะเมตตาให้นางได้สมหวังในพรทั้งสองข้อที่นางขอไว้ก่อนตายจากภพที่แล้วก็ได้ ผู้ใดจะไปรู้

“เอาล่ะ หลัวเอ๋อร์ ไหนๆข้าก็ไม่ต่างอันใดจากคนที่ไร้ตัวตนเราก็อย่าได้ถือยศถืออย่างกันอีกเลย เรียกข้าว่าคุณหนูตามเดิมเถิด”

ซูหลัวโบกไม้โบกมือ “ไม่ได้นะเพคะ พระองค์ทรงเป็นพระสนมของฝ่าบาทแล้วจะกลับไปเป็นสามัญชนได้อีกเช่นไรกัน”

อิงเย่วกอดอกทำปากยู่ใส่อีกฝ่ายอย่างขัดใจ “ไยจะไม่ได้ ข้าอยู่ที่นี่เป็นเจ้านายที่นี่ ข้าสั่งอันใดเจ้าต้องทำ หยุดเรียกข้าว่าพระสนม แต่ให้เรียกข้าว่าคุณหนูเฉินลี่เซียนเสีย และนับจากนี้ไปเฉินอิงเย่วได้ตายไปแล้ว ยามนี้ข้าเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาๆเท่านั้น”

ที่นางเลือกใช้ชื่อลี่เซียนแทนอิงเย่วก็เพราะว่าชื่อนี้เป็นเขาที่เคยตั้งให้เมื่อครั้งคบหากันใหม่ๆ เขามักเอาใจนางด้วยการชื่นชมนางว่านางมีจิตใจดีงามราวกับนางฟ้าเดินดิน นางก็หลงเชื่อมาตลอดว่าตนเองเป็นนางฟ้าเทพธิดาในสายตาของเขา ฮึ หลอกลวงทั้งเพ

ไม่ใช่ว่านางจะคิดถึงและยังอาลัยอาวรณ์เขาอยู่หรอกนะ แต่นางจะใช้มันเป็นเครื่องเตือนใจว่าบุรุษทั้งหลายบนโลกล้วนเชื่อใจไม่ได้ และที่สำคัญอีกอย่าง หากนางจะเริ่มต้นชีวิตใหม่นางก็ควรเป็นคนใหม่เสียจะได้ไม่มีผู้ใดจับได้ว่านางคือพระสนมเฉินอย่างไรล่ะ

“มัน...มันจะเหมาะสมหรือพ่ะย่ะค่ะพระสนม” หลูจินเองก็รู้สึกว่ามันออกจะเกินไปสักหน่อย

“เหมาะไม่เหมาะย่อมขึ้นอยู่กับข้า ข้าจะอยู่หรือจะตายเคยมีความสำคัญอันใดกับผู้อื่นด้วยหรือ พวกเจ้าอย่าขัดข้าเลย ทำตามที่ข้าบอก แล้วนับจากนี้ข้าจะต้องมีชื่อเสียงในฐานะหมอหญิงยอดสมุนไพรให้ได้ เข้าใจหรือไม่ หลัวเอ๋อร์ อาจิน!

ซูหลัวและหลูจินหันมามองหน้ากันรู้สึกกังวลว่าหลังจากนี้จะมีเรื่องน่าปวดหัวตามมาอีกหรือไม่หนอ


TALK: ลงตอนแรกให้อ่าน แต่ตอนสองและตอนต่อๆไปต้องรอหน่อยจ๊ะ ห้ามทวงนะ เพราะไรท์ยังไม่ได้แต่ง 55555 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 977 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,352 ความคิดเห็น

  1. #1273 abeja2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 00:15

    ขอบคุณครับ

    #1,273
    0
  2. #632 Poonchanit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 22:36
    นิยายให้บ่าวมีแต่ชอบคนใหม่ที่มาสิงร่างเก่า แล้วจงรักภักดีต่อร่างหรือต่อคน
    #632
    0
  3. #477 Lomruc (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:19

    น่าจะใช้แซ่อื่นเพราะสุดท้ายคนต้องการผลประโยชน์ต้องนำเรื่องนี้มาต่อรองอยู่ดี ขอแนะนำสักนิดนะคะว่าจะเขียนแนวนี้ศัพย์สมัยใหม่อย่าใส่เข้าไปเลยค่ะมันตัดอารมณ์เวลาอ่าน ก็เข้าใจว่านางเป็นคนจากยุคนี้ แต่เราย้อนไปพอเราใช้คำวัยรุ่นหรือศัพย์สมัยใหม่มันให้ดูไม่สละสล่วย

    #477
    0
  4. #289 ผ่านมา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 20:11

    แง่ นะคะ ไม่ใช่ แหง่

    แง่ดี แง่ร้าย

    แหง่ ลูกแหง่

    #289
    0
  5. #103 chanchan123 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 18:26
    กำลังจะถามว่านางจะกลับมามองเห็นอีกมั้ย ตอนนี้ได้เฉลยแล้ว ว่ากลับมามองเห็น ดีจัง
    #103
    0
  6. #97 baochompoo2525 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 22:51
    น่าติดตาม.. ต้องหาหลัวต่างแคว้นให้นางนะ.. เพราะแค้วนเดิมอยู่ไม่ได้แล้วอ้ะ
    #97
    1
    • #97-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      8 มีนาคม 2563 / 23:22
      ขอบคุณนะค้าบ
      #97-1
  7. #75 Airzaa1810 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 12:18
    น้องจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว เย้ๆๆๆๆๆ
    #75
    3
    • #75-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      22 ธันวาคม 2562 / 12:45
      รอหน่อยนะคะ ขอจบทีละเรื่องปั่นมะทัน 555
      #75-1
    • #75-3 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      22 ธันวาคม 2562 / 12:47
      ขอบคุณคับ
      #75-3
  8. #57 หลิน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 11:23

    เราอยู่ฝากทวงถาม ทวงรัวๆปาย *-___-*;

    #57
    1
    • #57-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      26 ตุลาคม 2562 / 11:25
      ฮ่าๆๆ
      #57-1
  9. #29 วิมล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 19:18

    อยากทวงแต่ไรท์ไม่ให้ทวง ต้องรออย่างเดียว เฮอ

    #29
    1
    • #29-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      2 ตุลาคม 2562 / 15:20
      จะพยายามอัพอาทิตย์ละตอนนะ 555
      #29-1
  10. #28 kulyasalin2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 23:14
    ไม่ทวงหรอก แค่รอเท่านั้นเอง 55555
    #28
    1
    • #28-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      1 ตุลาคม 2562 / 08:51
      รอนิดนะคะ ไรท์แยกสมองไม่ค่อยเก่ง แต่งสองเรื่องพร้อมกันมันก็จะได้แค่ประมาณนี้ ฮ่าๆ
      #28-1
  11. #25 nongnuch_mint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 23:31

    ติดตามคะ
    #25
    1
    • #25-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      1 ตุลาคม 2562 / 08:51
      รอนิสน้า
      #25-1
  12. #24 nats_tee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 20:39
    ชอบๆ รอตอนต่อไปค่ะ
    #24
    1
    • #24-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      1 ตุลาคม 2562 / 08:51
      รอหน่อยเด้อ
      #24-1
  13. #23 puphaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 18:01
    น่าติดตาท รอค่ะ
    #23
    1
    • #23-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      1 ตุลาคม 2562 / 08:51
      จะรีบเอาตอนใหม่มาอัพน้า
      #23-1
  14. #21 piamya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 10:44

    ขอบคุณนะค่ะ รอตอนต่อไปค่ะ

    #21
    1
    • #21-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      28 กันยายน 2562 / 11:05
      ขอบคุณค่า
      #21-1
  15. #20 usaonly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 10:14

    ขอบคุณค่ะตอนแรก นางเอกของเราก็กลับมามองเห็นอีกครั้งแล้ว เริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นหมอสมุนไพร เลี้ยงตัวเองก็ดี สู้ ๆนะคะ

    #20
    1
    • #20-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      28 กันยายน 2562 / 10:39
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ น่ารักที่สุด
      #20-1
  16. #19 Emmajung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 09:38

    ชอบอ่ะ รอๆจ้า
    #19
    1
    • #19-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      28 กันยายน 2562 / 09:46
      ขอบคุณจ้าาา แวบไปแวบมาแบบนี้แหละชีวิตไรท์
      #19-1
  17. #18 Saminmime (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 09:17

    รอได้ค่ะ
    #18
    1
    • #18-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      28 กันยายน 2562 / 09:33
      ขอบคุณค้าบ
      #18-1
  18. #17 sungkyunglee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 08:56
    แงงกาบังจะทวงตอนต่อๆไปโดรไรท์เบรคซะแระรอๆๆจ้า
    #17
    1
    • #17-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 2)
      28 กันยายน 2562 / 08:58
      ฮะๆๆ ดักทางหัวทิ่มเลยจิ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ๊ะ รักแล้วรอหน่อย อิอิ
      #17-1