นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Terror In Middle Age : The Dept of Forest เรื่องหลอน ณ ยุคกลาง ตอน ป่าลึก

โดย Trianglecat

เรื่องราวเขย่าขวัญ ที่จะทำให้ทุกท่านดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความกลัว ใยฉบับยุคกลางผสมผสานกับเวทมนต์ที่ทุกท่านจะจินตนาการได้ เชิญเข้ามาอ่าน กับ เรื่องหลอน ณ ยุคกลาง

ยอดวิวรวม

36

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


36

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 มี.ค. 63 / 01:16 น.
นิยาย Terror In Middle Age : The Dept of Forest ͧ͹ ؤҧ ͹ ֡

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Terror In Middle Age : The Dept of Forest

เรื่องหลอน ณ ยุคกลาง ตอน ในป่าลึก

 

 

หลังจากที่เหล่านักผจญภัยทั้งสี่ได้พักผ่อนจนเต็มที่อยู่ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใกล้กับป่าที่ๆ พวกเขาทั้งสี่คนจะต้องเดินทางต่อไป จุดมุ่งหมายนั้นอยู่อีกฟากหนึ่งของป่านี้ ที่เหล่าชาวบ้านในละแวกเรียกป่านั้นว่า ป่าอาถรรพ์ ที่ได้ชื่อนั้น เพราะมีตำนานได้กล่าวถึง ชายคนหนึ่ง ที่ตัดไม้อยู่ในป่า และหายสาบสูญไปไม่พบแม้แต่ขวาน ไม่พบแม้แต่ไม้ที่เขาได้ตัดไว้

 

อีกตำนานหนึ่งก็กล่าวถึง อัศวินจากแดนเหนือ ผู้ต้องการพิชิตป่าแห่งนี้ แต่สิ่งที่หลงเหลือ ก็มีเพียงแค่ความว่างเปล่า

 

และหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปเหยียบป่านั้นอีก

 

หลังจากที่นักผจญภัยทั้งสี่ได้แก่ โจนส์ อาร์มอนด์ เรย์มอนด์ และ แดดริกค์ เตรียมตัวกันเสร็จ พวกเขาก็พร้อมที่จะออกเดินทาง สู่ป่าอาถรรพ์ที่พวกเขาล่ำลือกัน

 

โจนส์เป็นชายร่างสูง สวมหมวกหนัง รองเท้าหนัง และเสื้อหนัง รอยยิ้มและสายตาของเขาดูมีเอกลักษณ์ที่สุดในกลุ่ม เขาเป็นคนชอบผจญภัย พิชิตมาแล้วแม้แต่ภูเขาที่สูงที่สุดด้วยแพะตัวเดียว ตอนนีมันก็ได้ลาโลกไปแล้ว เหลือเพียงแต่เขาของมันที่โจนส์นำมาประดับห้อยกางเกงไว้

 

อาร์มอนด์ เป็นชายร่างเล็ก ผอมแห้ง หน้ายาว ชอบอ่านหนังสือ อ่านตำราเกี่ยวกับพืชและผืนดิน นิสัยขี้ขลาดและขี้กลัว แต่ฉลาดเป็นกรด เป็นคนที่โจนส์จ้างมาให้ช่วยดูทางและคอยบอกทิศทางที่ถูกต้อง

 

เรย์มอนด์ เป็นชายหน้าตาดูแก่ หนาวเครายาว หัวล้าน หน้าบึ้งตึงและเหี่ยวย่น ในมือถือไม้คฑาไว้ตลอดเวลา เป็นพ่อมดที่ถูกโจนส์จ้างมาเช่นเดียวกัน มาเพื่อเป็นแรงสนับสนุน คอยให้คำแนะนำและปกป้องภัยอันตรายจากปีศาจ เขามัจะละเมออยู่ตลอดเวลา แต่พอเรียกใช้ก็หายเอ๋อทันที

 

คนสุดท้าย แดดริกค์ นักรบหนุ่มที่สวมชุดเกราะเต็มตัว แม้แต่หน้าก็ไม่เปิดให้เห็น อาวุธคือดาบยักษ์อันทรงพลัง เสียงของเขานั้นทุ้มต่ำไม่ต่างกับร่างกายอันมโหฬารของเขา ถูกจ้างมาเพื่อปกป้องและคุ้มกันโจนส์ที่เป็นหัวหอกของการเดินทางในครั้งนี้

 

เมื่อเตรียมพร้อมกันครบทุกคนพวกเขาก็ออกเดินทางต่อทันที

 

- ณ นอกเขตป่า -

 

"การเดินทางครั้งนี้ จะถูกจารึกไปในประวัติศาสตร์ และข้าจะพิสูจน์ให้ได้ว่า ป่านี้มันไม่ได้น่ากลัวอย่างในตำนานที่ว่านั้นหรอก"

 

ระหว่างเดินโจนส์ก็พูดออกมาเป็นครั้งที่ 10 ตั้งแต่เริ่มการเดินทาง มันเป็นการพูดเพื่อปลุกใจ เพราะการเดินทางครั้งนี้เป็นแค่การเดินทางผ่าน แต่เพราะโจนส์ต้องการความตื่นเต้นกเลยตั้งใจจะผ่านป่านี้มาอยู่แล้ว

 

"อะ..เอ่อ คุณโจนส์" อาร์มอนด์พูดขึ้น

 

"ว่าม่า พ่อหนุ่ม"

 

"คุณแน่ใจนะว่าตำนานนั่นมันไม่ใช่เรื่องจริง" อาร์มอนด์เอ่ยถามด้วยท่าทางที่สั่นกลัว

 

"ชื่อก็บอกอยู่ว่า ตำนาน น่ะ มันจะเป็นจริงได้ไงกันเล่า ไอเรื่องที่เล่ามาพวกนั้น มันก็แค่ไอคนที่หลังป่าโง่ๆ เท่านั้นเองแหละ ฮ่า!ๆๆๆ อีกอย่างนะ เราก็มีจอมเวท กับอัศวินคอยหนุนหลังเราอยู่ พ่อหนุ่มอ๋ย ไม่ต้องกลัวไป การเดินทางครั้งนี้จะเป็นไปได้สวย เชื่อฉันสิ!" โจนส์พูดพร้อมกับลากเด็กหนุ่มผอมแห้งเข้ามากอด

 

พางหัวเราะดังลั่นป่าทำเอานกละแวกนั้นแตกกระเจิง

 

ป่าอาถรรพ์นั้นอยู่ไม่ไกลจากสายตาของพวกเขาแล้ว ระหว่างทางก็มีป้ายเขียนติดไว้ว่าอันตราย ห้ามเข้า ห้ามย่างกรายเข้ามา ป้าทำนองนั้นติดอยู่เต็มตามกิ่งไม้ ก่อนเข้าเขตป่าอาถรรพ์ รอบนอกป่า ก็ไม่ต่างอะไรกับป่าไม้ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ออกจะน่าเดินเข้าไปซะด้วซ้ำไป

 

"งือ....." อาร์มอนด์ที่เห็นรอบนอกของป่า ก็เริ่มรู้สึปอดแหกขึ้นมาและทำท่าจะหนี แต่ก็ถูกโจนส์กอดคอไว้อยู่

 

"ที่นี่แหละป่าอาถรรพ์ พวกเจ้าพร้อมกันมั้ย" โจนส์หันไปหาผู้คุ้มกันทั้งสองที่เดินตามหลังมาติดๆ

 

"ข้าพร้อมจะบดขยี้ทุกอย่าง" แดดริกค์พูด พร้อมกับเอามือจับดาบอันใหญ่ยักษ์ที่สะพายอยู่ด้านหลัง ฝั่งเรย์มอนด์จอมเวทก็ทำเพียงแค่พยักหน้า

 

"ดูสิ อาร์มอนด์ จะกลัวอะไรไป มันก็แค่ป่าธรรมดา ดูสิ!" โจนส์ที่กอดคืออาร์มอนด์อยู่ก็ชี้ให้เขาเห็นว่าป่านั้นมันดูปกติแค่ไหน

 

อาร์มอนด์ที่ถูกโจนส์กอดคออยู่ก็หันไปไหนไม่ได้ ทำได้แค่มองป่ารอบนอก แต่ระหว่างนั้นอาร์มอนด์ก็เหมือนจะเห็นอะไรบางอย่างที่กระโดดไปตามกิ่งไม้และหายวับไป ทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมาทันที

 

"ไม่เอา ผมไม่ไปแล้ว"

 

"เหย.. เอาน่ามันไม่มีอะไร" โจนส์ยังคงกอดคอไม่ปล่อย ก่อนที่ทั้งสี่จะเดินเข้าไปในป่านั้น

 

เวลาผ่านไปไม่นานจากที่ทั้งสี่ได้เดินเข้ามาในป่านัก เสียงฝีเท้าเดินย่ำพื้นนั้นดังทั่วป่า แต่ไร้วี่แววเสียงนกกาหรือสัตว์ป่าอะไรที่ควรจะอยู่แถวนี้เลย อาร์มอนด์ยังคงรู้สึกกลัว แต่โจนส์ก็ยังคงยิ้มและยังร้องเพลงกลบเสียงเท้าดังสนั่น แสดงถึงความไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย

 

แต่ถึงจะเดินมาไม่นาน บรรยากาศในป่าก็เริ่มมืด ทุกนาทีที่เดินอยู่ในป่านี้เสมือนข้ามไปยังช่วงเย็น และใกล้จะดึกในเวลาเดียวกัน มีบางอย่างไม่ปกติเริ่มเกิดขึ้น

 

"อะไรกัน เดินมาแปบเดียวมืดแล้ว เห้ย พักกันหน่อยดีกว่า" โจนส์หันไปบอกทั้งสามคนที่เดินตามหลัง ก่อนที่เหล่านักผจญภัยจะเริ่มก่อแคมป์ไฟ และนั่งพักทานเสบียงที่ได้เตรียมมา

 

ทุกคนมานั่งอยู่รอบกองไฟ แม้จะเป็นเวลาทางข้าว แต่แดดริกค์ก็ไม่ยักจะถอดหมวกเกราะที่เขาสวมไว้ ระหว่างที่นั่งพักไป บรรยากาศในป่าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแสงจากแคมป์ไฟที่ส่องสว่าง

 

"ฉันขอไปทำธุระก่อนนะ" แดดริกค์พูดก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปยังมุมมืดนอกแสงของกองไฟ เพื่อไปทำธุระส่วนตัว

 

"ไหนๆ ก็มานั่งกองไฟแล้ว ฉันจะเล่าอีกตำนานเกี่ยวกับป่านี้อีกหน่อยละกัน" โจนส์พูด

 

"ว่าไงนะ ยังมีอีกเหรอ" อาร์มอนด์เอ่ยถามด้วยความสั่นกลัว

 

" อะแฮ่ม! ที่ป่านี้ เคยมีนักกวีคนหนึ่งได้เข้ามาในป่าแห่งนี้ เขานั้นได้ร้องเพลง คล้ายจะกล่อมป่า แต่ยิ่งเดินลึกเข้ามาเท่าไหร่ มันก็เริ่มมืด...เริ่มมืด และมืดมากเท่านั้น นักกวียังคงเล่นแบนโจของเขาพลางร้องเพลงกล่อมไป แต่ทว่า...มีบางอย่างนั้นร่วมร้องไปกับเขาด้วย เสียงแบนโจเริ่มจะผิดเพี้ยน หนุ่มนักกวีเริ่มหวาดผวา เขาได้หยุดร้องและเริ่มวิ่ง แต่ก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งไล่ตามเขา วิ่งตามไป วิ่งตามไป! แต่ไม่นานหนุ่มนักกวีก็ล้มลง เขาตะเกียกตะกายคลานหนีสิ่งที่ไล่ตามเขาอยู่ แต่ทว่า เขาก็ไม่สามารถไปไหนได้ เจ้าสิ่งที่ไล่ตามเขา ก็ได้ยื่นหน้าเข้ามา และพูดกับนักกวีว่า 'ไม่ร้องแล้วเหรอ'"

 

[โครม!!!]

 

"เสียงอะไรน่ะ!!!" อาร์มอนด์ที่ฟังเรื่องของโจนส์อยู่ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง แต่ไม่ใช่แค่อาร์มอนด์ที่ได้ยิน โจนส์ก็เช่นกัน

 

"แดดริกค์" โจนส์ยืนขึ้นพร้อมกับหยิบไม้ฟืนขึ้นมาท่อนหนึ่งและเดินตามเสียงไป "ระ รอด้วย!!!" อาร์มอนด์วิ่งตามโจนส์ไปติดๆ และทิ้งเรย์มอนด์ไว้อยู่ที่แคมป์ไฟ

 

ป่าตอนนี้นั้นมืดราวกับเป็นกลางคืนที่มืดที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยได้ประสบ เสียงฝีเท้านั้นดังจนกึกก้องไปทั่วป่า

 

"แดดริกค์ แดดริกค์!" โจนส์ยังคงเรียกลูกจ้างของเขา จนกระทั่งพบกับ แดดริกค์ที่ยืนอยู่

 

"โอ้ แกนี่เอง นึกว่าใคร เอ้า..กลับแคมป์กันได้แล้ว" โจนส์พูดพร้อมกับกำลังจะเดินกลับ แดดริกค์นั้นไม่พูดอะไรทั้งยังเดินตาม อาร์มอนด์ที่รู้สึกกลัวกับสิ่งรอบข้างก็ได้กอดตัวของแดดริกค์ไว้แน่น จนพวกเขาเดินมาถึงแคมป์ไฟ

 

ทั้งสองนั่งลง แต่แดดริกค์นั้นยังคงนิ่งและยืนค้างอยู่เช่นนั้น ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่ได้สังเกตเลยคือ

 

"เรย์มอนด์หายไปไหน" อาร์มอนด์พูด

 

"อ้า!!!!!!!!"

 

เสียงร้องของชายคนหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง ไม่ผิดนั่นอาจจะเป็นเรย์มอนด์ ทั้งสามคนจึงรีบเดินตามเสียงนั้นไปพร้อมกับคบเพลิงจริงๆ ในมือ ทั้งสามคนั้นไม่รู้ว่าเสียงมาจากไหน แต่ก็คงอีกไม่ไกล ระหว่างเดินก็มีเสียงใบไม้ กิ่งไม้ ผสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่านักเดินทาง

 

อาร์มอนด์นั้นเริ่มกลัวจนสุดขีดพลางหันไปหาแดดริกค์ที่ไม่ได้ถือคบเพลิง เพราะมือนั้นใหญ่ไป

 

"นี่..นี่แดดริกค์ ตอนนายไป ไปทำธุระ...นะ นายไม่เจออะไรเหรอ" อาร์มอนด์ถามด้วยเสียงที่สั่นกลัว แดดริกค์ก็ตอบเพียงแค่การส่ายหมวกเกราะและเดินต่อ จนกระทั่งพวกเขา พบกับเรย์มอนด์

 

"..." โจนส์นั้นไร้คำพูดใดๆ

 

"..อ้า!!!" อาร์มอนด์ที่เดินมาเห็นก็ร้องกลัวตัวสั่นพลางกอดแดดริกค์ไว้แน่น

 

เรย์มอนด์ จอมเวทแก่ ถูกอะไรบางอย่างตรึงไว้กับต้นไม้สูงพอที่พวกเขาจะเห็นได้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกลัว ร่างของเขาแทบจะติดกับเนื้อไม้ ตายังคงเปิดค้าง ปากยังคงอ้าเหมือนกับว่ากรามของเขาได้ค้างไปกับการร้องตะโกนเมื่อครู่

 

"บ้าเอ๊ย" โจนส์พูดพร้อมกับยืนไว้อาลัยเรย์มอนด์

 

"โจนส์...เอาไงต่อ" อาร์มอนด์เอ่ยถาม

 

"...เดินทางต่อ อาร์มอนด์ ขอทิศทางด้วย"

 

พอได้ยินเช่นนั้นอาร์มอนด์ก็หยิบเข็มทิศออกมาพร้อมกับทำหน้าตกใจ "มะ..มีข่าวร้าย"

 

"อะไร"

 

ตอนนี้เสียงของโจนส์ดูเปลี่ยนไปจากคนร่าเริงกลายเป็นคนที่ดูจริงจังและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

 

"เข็มทิศมัน ใช้ไม่ได้" อาร์มอนด์ยื่นเข็มทิศให้ดู ก็เห็นว่ามันหมุนไม่เป็นทิศเป็นทาง "ช่างเข็มทิศ...ฉันจะใช้สัญชาติญาณ" พอพูดจบโจนส์ก็เดินต่อโดยไม่สนคำจากอาร์มอนด์ จากนั้นทั้งสามก็เริ่มเดินต่อ

 

เดินไปได้ซักพัก ทั้งสามก็พบกับความเงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงโครกครากจากกิ่งไม้รอบๆ

 

"แดดริกค์ เตรียมคัวคุ้มกัน" โจนส์หันไปหาแดดริกค์ แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่ง "แดดริกค์...แดดริกค์! เป็นอะไรของแกเนี่ย!" โจนส์เดินเข้าไปและเคาะชุดเกราะของแดริกค์ แต่มันก็มีเสียงที่แหลมดังออกมา แทนที่จะเป็นเสียงแป๊กๆ เสียงที่ดังออกมานั้นเหมือนกับว่าภายในนั้นว่างเปล่า

 

อาร์มอนด์ที่เริ่มรู้สึกกลัวก็เลยนำคบเพลิงเข้าไปจ่อตรงหมวกเกราะ แต่พลาดท่าทำให้คบเพลิงไปกระทบกับหมวกเกราะของเขาเข้า ทำให้มันร่วงลงมา แต่ภายในกลับไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่า ชุดเกราะนั้นค่อยๆ ร่วงลงมาทีละชิ้นเผยให้เห็นความว่างเปล่าที่แท้จริง

 

"ไม่...ไม่ แดดริกค์!!!" อาร์มอนด์พูดออกมาด้วยความกลัว

 

"อาร์มอนด์ เราต้องรีบออกไปจากที่นี่" โจนส์พูดด้วยใบหน้าที่สั่นกลัวก่อนจะเริ่มวิ่ง ฝั่งอาร์มอนด์ที่ขายังสั่นก็เลยออกตัวช้ากว่าโจนส์ อาร์มอนด์เริ่มรู้สึกถึงเสียงต่างๆ ที่ดังอยู่รอบตัวระหว่างที่วิ่งตามแสงไฟจากคบเพลิงของโจนส์ ในความมืดมิดและเย็นยะเยือก ทันใดนั้นแสงจากคบเพลิงของโจนก็ดับลง

 

อาร์มอนด์ด้วยความเป็นห่วงจึงรีบตามไป จนกระทั่งพบกับคมเพลิงที่ดับอยู่บนพื้นและโจนส์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหน้า หันหลังให้เขา

 

"โจนส์ โจนส์!" อาร์มอนด์วิ่งเข้าไป แต่พอเข้าไปใกล้ๆ..

 

หัวของโจนส์ก็ค่อยๆ หันมา หันมา เหมือนกับความหัวนั้นไม่ได้ติดอยู่กับตัวแล้ว หัวของเขาหมุนมาจนเผยให้เห็นใบหน้าที่หวาดกลัว ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลง และหัวของโจนส์ก็กลิ้งออกมาจากบ่าของตัวเขาเอง กลิ้งมาอยู่ใต้เท้าของอาร์มอนด์ ไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียว

 

"...จะ....โจนส์" ตอนนี้อาร์มอนด์ได้เพียงแต่ยืนตัวสั่น มือนั้นอ่อนจนคบเพลิงหลุดออกจากมือ

 

อาร์มอนด์จากที่สั่นกลัว ก็เริ่มบ้า และสติหลอน เขาเริ่มออกตัววิ่งพร้อมกับร้องตะโกนออกมาด้วยความบ้าคลั่ง เสียงฝีเท้านั้นไล่ตามเขาเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ อาร์มอนด์ยังคงวิ่งจนสุดแรงของเขาเท่าที่จะทำได้ เขาเห็นแสงอยู่ ณ ปลายทาง อาร์มอนด์นั้นเริ่มวิ่ง วิ่ง วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งวิ่งผ่านแสงนั้นไป เขาก็ออกมาจากที่นั่นได้

 

"อาร์มอนด์ อาร์มอนด์!"

 

เสียงคนๆ หนึ่งเรียกสติเขาให้กลับมา หลังจากที่วิ่งผ่านแสงนั่นไป

 

"จะ...โจนส์เหรอ" อาร์มอนด์หันกลับหลังไป ก็พบกับโจนส์ที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าป่า

 

"โจนส์ นายยังไม่ตาย" เขาพูดออกมาด้วยความดีใจ

 

"มานี่สิ อาร์มอนด์ มาช่วยดึงฉันหน่อย" โจนส์ยื่นมือไป อาร์มอนด์ด้วยความเป็นห่วงจึงรีบวิ่งลับไปหาโจนส์ที่กำลังยื่นมือมาหาตน ก่อนที่จะจับมือของเขา และพยายามดึงเขาออกมา

 

"มานี่สิอาร์มอนด์....มาอยู่กับพวกเรา"

 

"ฮะ"

 

โจนส์จับมือของอาร์มอนด์ไว้แน่นก่อนจะดึงเขากลับเข้ามาในป่า ร่างของโจนส์ กลับกลายเป็นร่างไร้หัว และบางอย่างก็เข้ามาจับตัวของอาร์มอนด์ไว้ ไม่ทันจะได้เปล่งเสียง อะไรบางอย่างก็ดึงร่างของเขาเข้าไปในความมืดอันเป็นนิรันด์ และก็ไม่มีใคร เห็นนักผจญภัยทั้งสี่คนนั้นอีกเลย

 

....เพราะทั้งสี่ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งใของมันไปแล้ว

 

จบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 มี.ค. 63 / 01:16


Terror In Middle Age : The Dept of Forest

เรื่องหลอน ณ ยุคกลาง ตอน ในป่าลึก

 

 

หลังจากที่เหล่านักผจญภัยทั้งสี่ได้พักผ่อนจนเต็มที่อยู่ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใกล้กับป่าที่ๆ พวกเขาทั้งสี่คนจะต้องเดินทางต่อไป จุดมุ่งหมายนั้นอยู่อีกฟากหนึ่งของป่านี้ ที่เหล่าชาวบ้านในละแวกเรียกป่านั้นว่า ป่าอาถรรพ์ ที่ได้ชื่อนั้น เพราะมีตำนานได้กล่าวถึง ชายคนหนึ่ง ที่ตัดไม้อยู่ในป่า และหายสาบสูญไปไม่พบแม้แต่ขวาน ไม่พบแม้แต่ไม้ที่เขาได้ตัดไว้

 

อีกตำนานหนึ่งก็กล่าวถึง อัศวินจากแดนเหนือ ผู้ต้องการพิชิตป่าแห่งนี้ แต่สิ่งที่หลงเหลือ ก็มีเพียงแค่ความว่างเปล่า

 

และหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปเหยียบป่านั้นอีก

 

หลังจากที่นักผจญภัยทั้งสี่ได้แก่ โจนส์ อาร์มอนด์ เรย์มอนด์ และ แดดริกค์ เตรียมตัวกันเสร็จ พวกเขาก็พร้อมที่จะออกเดินทาง สู่ป่าอาถรรพ์ที่พวกเขาล่ำลือกัน

 

โจนส์เป็นชายร่างสูง สวมหมวกหนัง รองเท้าหนัง และเสื้อหนัง รอยยิ้มและสายตาของเขาดูมีเอกลักษณ์ที่สุดในกลุ่ม เขาเป็นคนชอบผจญภัย พิชิตมาแล้วแม้แต่ภูเขาที่สูงที่สุดด้วยแพะตัวเดียว ตอนนีมันก็ได้ลาโลกไปแล้ว เหลือเพียงแต่เขาของมันที่โจนส์นำมาประดับห้อยกางเกงไว้

 

อาร์มอนด์ เป็นชายร่างเล็ก ผอมแห้ง หน้ายาว ชอบอ่านหนังสือ อ่านตำราเกี่ยวกับพืชและผืนดิน นิสัยขี้ขลาดและขี้กลัว แต่ฉลาดเป็นกรด เป็นคนที่โจนส์จ้างมาให้ช่วยดูทางและคอยบอกทิศทางที่ถูกต้อง

 

เรย์มอนด์ เป็นชายหน้าตาดูแก่ หนาวเครายาว หัวล้าน หน้าบึ้งตึงและเหี่ยวย่น ในมือถือไม้คฑาไว้ตลอดเวลา เป็นพ่อมดที่ถูกโจนส์จ้างมาเช่นเดียวกัน มาเพื่อเป็นแรงสนับสนุน คอยให้คำแนะนำและปกป้องภัยอันตรายจากปีศาจ เขามัจะละเมออยู่ตลอดเวลา แต่พอเรียกใช้ก็หายเอ๋อทันที

 

คนสุดท้าย แดดริกค์ นักรบหนุ่มที่สวมชุดเกราะเต็มตัว แม้แต่หน้าก็ไม่เปิดให้เห็น อาวุธคือดาบยักษ์อันทรงพลัง เสียงของเขานั้นทุ้มต่ำไม่ต่างกับร่างกายอันมโหฬารของเขา ถูกจ้างมาเพื่อปกป้องและคุ้มกันโจนส์ที่เป็นหัวหอกของการเดินทางในครั้งนี้

 

เมื่อเตรียมพร้อมกันครบทุกคนพวกเขาก็ออกเดินทางต่อทันที

 

- ณ นอกเขตป่า -

 

"การเดินทางครั้งนี้ จะถูกจารึกไปในประวัติศาสตร์ และข้าจะพิสูจน์ให้ได้ว่า ป่านี้มันไม่ได้น่ากลัวอย่างในตำนานที่ว่านั้นหรอก"

 

ระหว่างเดินโจนส์ก็พูดออกมาเป็นครั้งที่ 10 ตั้งแต่เริ่มการเดินทาง มันเป็นการพูดเพื่อปลุกใจ เพราะการเดินทางครั้งนี้เป็นแค่การเดินทางผ่าน แต่เพราะโจนส์ต้องการความตื่นเต้นกเลยตั้งใจจะผ่านป่านี้มาอยู่แล้ว

 

"อะ..เอ่อ คุณโจนส์" อาร์มอนด์พูดขึ้น

 

"ว่าม่า พ่อหนุ่ม"

 

"คุณแน่ใจนะว่าตำนานนั่นมันไม่ใช่เรื่องจริง" อาร์มอนด์เอ่ยถามด้วยท่าทางที่สั่นกลัว

 

"ชื่อก็บอกอยู่ว่า ตำนาน น่ะ มันจะเป็นจริงได้ไงกันเล่า ไอเรื่องที่เล่ามาพวกนั้น มันก็แค่ไอคนที่หลังป่าโง่ๆ เท่านั้นเองแหละ ฮ่า!ๆๆๆ อีกอย่างนะ เราก็มีจอมเวท กับอัศวินคอยหนุนหลังเราอยู่ พ่อหนุ่มอ๋ย ไม่ต้องกลัวไป การเดินทางครั้งนี้จะเป็นไปได้สวย เชื่อฉันสิ!" โจนส์พูดพร้อมกับลากเด็กหนุ่มผอมแห้งเข้ามากอด

 

พางหัวเราะดังลั่นป่าทำเอานกละแวกนั้นแตกกระเจิง

 

ป่าอาถรรพ์นั้นอยู่ไม่ไกลจากสายตาของพวกเขาแล้ว ระหว่างทางก็มีป้ายเขียนติดไว้ว่าอันตราย ห้ามเข้า ห้ามย่างกรายเข้ามา ป้าทำนองนั้นติดอยู่เต็มตามกิ่งไม้ ก่อนเข้าเขตป่าอาถรรพ์ รอบนอกป่า ก็ไม่ต่างอะไรกับป่าไม้ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ออกจะน่าเดินเข้าไปซะด้วซ้ำไป

 

"งือ....." อาร์มอนด์ที่เห็นรอบนอกของป่า ก็เริ่มรู้สึปอดแหกขึ้นมาและทำท่าจะหนี แต่ก็ถูกโจนส์กอดคอไว้อยู่

 

"ที่นี่แหละป่าอาถรรพ์ พวกเจ้าพร้อมกันมั้ย" โจนส์หันไปหาผู้คุ้มกันทั้งสองที่เดินตามหลังมาติดๆ

 

"ข้าพร้อมจะบดขยี้ทุกอย่าง" แดดริกค์พูด พร้อมกับเอามือจับดาบอันใหญ่ยักษ์ที่สะพายอยู่ด้านหลัง ฝั่งเรย์มอนด์จอมเวทก็ทำเพียงแค่พยักหน้า

 

"ดูสิ อาร์มอนด์ จะกลัวอะไรไป มันก็แค่ป่าธรรมดา ดูสิ!" โจนส์ที่กอดคืออาร์มอนด์อยู่ก็ชี้ให้เขาเห็นว่าป่านั้นมันดูปกติแค่ไหน

 

อาร์มอนด์ที่ถูกโจนส์กอดคออยู่ก็หันไปไหนไม่ได้ ทำได้แค่มองป่ารอบนอก แต่ระหว่างนั้นอาร์มอนด์ก็เหมือนจะเห็นอะไรบางอย่างที่กระโดดไปตามกิ่งไม้และหายวับไป ทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมาทันที

 

"ไม่เอา ผมไม่ไปแล้ว"

 

"เหย.. เอาน่ามันไม่มีอะไร" โจนส์ยังคงกอดคอไม่ปล่อย ก่อนที่ทั้งสี่จะเดินเข้าไปในป่านั้น

 

เวลาผ่านไปไม่นานจากที่ทั้งสี่ได้เดินเข้ามาในป่านัก เสียงฝีเท้าเดินย่ำพื้นนั้นดังทั่วป่า แต่ไร้วี่แววเสียงนกกาหรือสัตว์ป่าอะไรที่ควรจะอยู่แถวนี้เลย อาร์มอนด์ยังคงรู้สึกกลัว แต่โจนส์ก็ยังคงยิ้มและยังร้องเพลงกลบเสียงเท้าดังสนั่น แสดงถึงความไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย

 

แต่ถึงจะเดินมาไม่นาน บรรยากาศในป่าก็เริ่มมืด ทุกนาทีที่เดินอยู่ในป่านี้เสมือนข้ามไปยังช่วงเย็น และใกล้จะดึกในเวลาเดียวกัน มีบางอย่างไม่ปกติเริ่มเกิดขึ้น

 

"อะไรกัน เดินมาแปบเดียวมืดแล้ว เห้ย พักกันหน่อยดีกว่า" โจนส์หันไปบอกทั้งสามคนที่เดินตามหลัง ก่อนที่เหล่านักผจญภัยจะเริ่มก่อแคมป์ไฟ และนั่งพักทานเสบียงที่ได้เตรียมมา

 

ทุกคนมานั่งอยู่รอบกองไฟ แม้จะเป็นเวลาทางข้าว แต่แดดริกค์ก็ไม่ยักจะถอดหมวกเกราะที่เขาสวมไว้ ระหว่างที่นั่งพักไป บรรยากาศในป่าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแสงจากแคมป์ไฟที่ส่องสว่าง

 

"ฉันขอไปทำธุระก่อนนะ" แดดริกค์พูดก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปยังมุมมืดนอกแสงของกองไฟ เพื่อไปทำธุระส่วนตัว

 

"ไหนๆ ก็มานั่งกองไฟแล้ว ฉันจะเล่าอีกตำนานเกี่ยวกับป่านี้อีกหน่อยละกัน" โจนส์พูด

 

"ว่าไงนะ ยังมีอีกเหรอ" อาร์มอนด์เอ่ยถามด้วยความสั่นกลัว

 

" อะแฮ่ม! ที่ป่านี้ เคยมีนักกวีคนหนึ่งได้เข้ามาในป่าแห่งนี้ เขานั้นได้ร้องเพลง คล้ายจะกล่อมป่า แต่ยิ่งเดินลึกเข้ามาเท่าไหร่ มันก็เริ่มมืด...เริ่มมืด และมืดมากเท่านั้น นักกวียังคงเล่นแบนโจของเขาพลางร้องเพลงกล่อมไป แต่ทว่า...มีบางอย่างนั้นร่วมร้องไปกับเขาด้วย เสียงแบนโจเริ่มจะผิดเพี้ยน หนุ่มนักกวีเริ่มหวาดผวา เขาได้หยุดร้องและเริ่มวิ่ง แต่ก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งไล่ตามเขา วิ่งตามไป วิ่งตามไป! แต่ไม่นานหนุ่มนักกวีก็ล้มลง เขาตะเกียกตะกายคลานหนีสิ่งที่ไล่ตามเขาอยู่ แต่ทว่า เขาก็ไม่สามารถไปไหนได้ เจ้าสิ่งที่ไล่ตามเขา ก็ได้ยื่นหน้าเข้ามา และพูดกับนักกวีว่า 'ไม่ร้องแล้วเหรอ'"

 

[โครม!!!]

 

"เสียงอะไรน่ะ!!!" อาร์มอนด์ที่ฟังเรื่องของโจนส์อยู่ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง แต่ไม่ใช่แค่อาร์มอนด์ที่ได้ยิน โจนส์ก็เช่นกัน

 

"แดดริกค์" โจนส์ยืนขึ้นพร้อมกับหยิบไม้ฟืนขึ้นมาท่อนหนึ่งและเดินตามเสียงไป "ระ รอด้วย!!!" อาร์มอนด์วิ่งตามโจนส์ไปติดๆ และทิ้งเรย์มอนด์ไว้อยู่ที่แคมป์ไฟ

 

ป่าตอนนี้นั้นมืดราวกับเป็นกลางคืนที่มืดที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยได้ประสบ เสียงฝีเท้านั้นดังจนกึกก้องไปทั่วป่า

 

"แดดริกค์ แดดริกค์!" โจนส์ยังคงเรียกลูกจ้างของเขา จนกระทั่งพบกับ แดดริกค์ที่ยืนอยู่

 

"โอ้ แกนี่เอง นึกว่าใคร เอ้า..กลับแคมป์กันได้แล้ว" โจนส์พูดพร้อมกับกำลังจะเดินกลับ แดดริกค์นั้นไม่พูดอะไรทั้งยังเดินตาม อาร์มอนด์ที่รู้สึกกลัวกับสิ่งรอบข้างก็ได้กอดตัวของแดดริกค์ไว้แน่น จนพวกเขาเดินมาถึงแคมป์ไฟ

 

ทั้งสองนั่งลง แต่แดดริกค์นั้นยังคงนิ่งและยืนค้างอยู่เช่นนั้น ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่ได้สังเกตเลยคือ

 

"เรย์มอนด์หายไปไหน" อาร์มอนด์พูด

 

"อ้า!!!!!!!!"

 

เสียงร้องของชายคนหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง ไม่ผิดนั่นอาจจะเป็นเรย์มอนด์ ทั้งสามคนจึงรีบเดินตามเสียงนั้นไปพร้อมกับคบเพลิงจริงๆ ในมือ ทั้งสามคนั้นไม่รู้ว่าเสียงมาจากไหน แต่ก็คงอีกไม่ไกล ระหว่างเดินก็มีเสียงใบไม้ กิ่งไม้ ผสานกับเสียงฝีเท้าของเหล่านักเดินทาง

 

อาร์มอนด์นั้นเริ่มกลัวจนสุดขีดพลางหันไปหาแดดริกค์ที่ไม่ได้ถือคบเพลิง เพราะมือนั้นใหญ่ไป

 

"นี่..นี่แดดริกค์ ตอนนายไป ไปทำธุระ...นะ นายไม่เจออะไรเหรอ" อาร์มอนด์ถามด้วยเสียงที่สั่นกลัว แดดริกค์ก็ตอบเพียงแค่การส่ายหมวกเกราะและเดินต่อ จนกระทั่งพวกเขา พบกับเรย์มอนด์

 

"..." โจนส์นั้นไร้คำพูดใดๆ

 

"..อ้า!!!" อาร์มอนด์ที่เดินมาเห็นก็ร้องกลัวตัวสั่นพลางกอดแดดริกค์ไว้แน่น

 

เรย์มอนด์ จอมเวทแก่ ถูกอะไรบางอย่างตรึงไว้กับต้นไม้สูงพอที่พวกเขาจะเห็นได้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกลัว ร่างของเขาแทบจะติดกับเนื้อไม้ ตายังคงเปิดค้าง ปากยังคงอ้าเหมือนกับว่ากรามของเขาได้ค้างไปกับการร้องตะโกนเมื่อครู่

 

"บ้าเอ๊ย" โจนส์พูดพร้อมกับยืนไว้อาลัยเรย์มอนด์

 

"โจนส์...เอาไงต่อ" อาร์มอนด์เอ่ยถาม

 

"...เดินทางต่อ อาร์มอนด์ ขอทิศทางด้วย"

 

พอได้ยินเช่นนั้นอาร์มอนด์ก็หยิบเข็มทิศออกมาพร้อมกับทำหน้าตกใจ "มะ..มีข่าวร้าย"

 

"อะไร"

 

ตอนนี้เสียงของโจนส์ดูเปลี่ยนไปจากคนร่าเริงกลายเป็นคนที่ดูจริงจังและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

 

"เข็มทิศมัน ใช้ไม่ได้" อาร์มอนด์ยื่นเข็มทิศให้ดู ก็เห็นว่ามันหมุนไม่เป็นทิศเป็นทาง "ช่างเข็มทิศ...ฉันจะใช้สัญชาติญาณ" พอพูดจบโจนส์ก็เดินต่อโดยไม่สนคำจากอาร์มอนด์ จากนั้นทั้งสามก็เริ่มเดินต่อ

 

เดินไปได้ซักพัก ทั้งสามก็พบกับความเงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงโครกครากจากกิ่งไม้รอบๆ

 

"แดดริกค์ เตรียมคัวคุ้มกัน" โจนส์หันไปหาแดดริกค์ แต่เขาก็ยังคงยืนนิ่ง "แดดริกค์...แดดริกค์! เป็นอะไรของแกเนี่ย!" โจนส์เดินเข้าไปและเคาะชุดเกราะของแดริกค์ แต่มันก็มีเสียงที่แหลมดังออกมา แทนที่จะเป็นเสียงแป๊กๆ เสียงที่ดังออกมานั้นเหมือนกับว่าภายในนั้นว่างเปล่า

 

อาร์มอนด์ที่เริ่มรู้สึกกลัวก็เลยนำคบเพลิงเข้าไปจ่อตรงหมวกเกราะ แต่พลาดท่าทำให้คบเพลิงไปกระทบกับหมวกเกราะของเขาเข้า ทำให้มันร่วงลงมา แต่ภายในกลับไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่า ชุดเกราะนั้นค่อยๆ ร่วงลงมาทีละชิ้นเผยให้เห็นความว่างเปล่าที่แท้จริง

 

"ไม่...ไม่ แดดริกค์!!!" อาร์มอนด์พูดออกมาด้วยความกลัว

 

"อาร์มอนด์ เราต้องรีบออกไปจากที่นี่" โจนส์พูดด้วยใบหน้าที่สั่นกลัวก่อนจะเริ่มวิ่ง ฝั่งอาร์มอนด์ที่ขายังสั่นก็เลยออกตัวช้ากว่าโจนส์ อาร์มอนด์เริ่มรู้สึกถึงเสียงต่างๆ ที่ดังอยู่รอบตัวระหว่างที่วิ่งตามแสงไฟจากคบเพลิงของโจนส์ ในความมืดมิดและเย็นยะเยือก ทันใดนั้นแสงจากคบเพลิงของโจนก็ดับลง

 

อาร์มอนด์ด้วยความเป็นห่วงจึงรีบตามไป จนกระทั่งพบกับคมเพลิงที่ดับอยู่บนพื้นและโจนส์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหน้า หันหลังให้เขา

 

"โจนส์ โจนส์!" อาร์มอนด์วิ่งเข้าไป แต่พอเข้าไปใกล้ๆ..

 

หัวของโจนส์ก็ค่อยๆ หันมา หันมา เหมือนกับความหัวนั้นไม่ได้ติดอยู่กับตัวแล้ว หัวของเขาหมุนมาจนเผยให้เห็นใบหน้าที่หวาดกลัว ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลง และหัวของโจนส์ก็กลิ้งออกมาจากบ่าของตัวเขาเอง กลิ้งมาอยู่ใต้เท้าของอาร์มอนด์ ไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียว

 

"...จะ....โจนส์" ตอนนี้อาร์มอนด์ได้เพียงแต่ยืนตัวสั่น มือนั้นอ่อนจนคบเพลิงหลุดออกจากมือ

 

อาร์มอนด์จากที่สั่นกลัว ก็เริ่มบ้า และสติหลอน เขาเริ่มออกตัววิ่งพร้อมกับร้องตะโกนออกมาด้วยความบ้าคลั่ง เสียงฝีเท้านั้นไล่ตามเขาเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ อาร์มอนด์ยังคงวิ่งจนสุดแรงของเขาเท่าที่จะทำได้ เขาเห็นแสงอยู่ ณ ปลายทาง อาร์มอนด์นั้นเริ่มวิ่ง วิ่ง วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งวิ่งผ่านแสงนั้นไป เขาก็ออกมาจากที่นั่นได้

 

"อาร์มอนด์ อาร์มอนด์!"

 

เสียงคนๆ หนึ่งเรียกสติเขาให้กลับมา หลังจากที่วิ่งผ่านแสงนั่นไป

 

"จะ...โจนส์เหรอ" อาร์มอนด์หันกลับหลังไป ก็พบกับโจนส์ที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าป่า

 

"โจนส์ นายยังไม่ตาย" เขาพูดออกมาด้วยความดีใจ

 

"มานี่สิ อาร์มอนด์ มาช่วยดึงฉันหน่อย" โจนส์ยื่นมือไป อาร์มอนด์ด้วยความเป็นห่วงจึงรีบวิ่งลับไปหาโจนส์ที่กำลังยื่นมือมาหาตน ก่อนที่จะจับมือของเขา และพยายามดึงเขาออกมา

 

"มานี่สิอาร์มอนด์....มาอยู่กับพวกเรา"

 

"ฮะ"

 

โจนส์จับมือของอาร์มอนด์ไว้แน่นก่อนจะดึงเขากลับเข้ามาในป่า ร่างของโจนส์ กลับกลายเป็นร่างไร้หัว และบางอย่างก็เข้ามาจับตัวของอาร์มอนด์ไว้ ไม่ทันจะได้เปล่งเสียง อะไรบางอย่างก็ดึงร่างของเขาเข้าไปในความมืดอันเป็นนิรันด์ และก็ไม่มีใคร เห็นนักผจญภัยทั้งสี่คนนั้นอีกเลย

 

....เพราะทั้งสี่ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งใของมันไปแล้ว

 

จบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Trianglecat

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น