คัดลอกลิงก์เเล้ว

Photo Shoot Stalker : The Lonely Photographer

พรอมพ์โตเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปมาก เขากำลังตามถ่ายรูปของคนคนหนึ่งอยู่ ...รูปถ่ายขององค์ชายน็อกทิส

ยอดวิวรวม

704

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


704

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


12
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 เม.ย. 60 / 12:53 น.
นิยาย Photo Shoot Stalker : The Lonely Photographer Photo Shoot Stalker : The Lonely Photographer | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้






































Photo Shoot Stalker

The Lonely Photographer.



















Talk with Sri

สวัสดีค่า ( ´  ` )
ฟิคนี้ก็อู้เรื่องหลักอีกแล้วค่ะ ฮาาาา
จริง ๆ เรื่องนี้คือเรื่อง
Telephoto Lens ค่ะ
แต่เราแต่งไปแต่งมาดันไม่ตรงพล็อตที่วางไว้แต่แรก
เลยไม่ได้ลงตัวนี้แต่ลงอีกตัวแทน
แต่ก็อุส่าห์แต่งจบน่ะเนอะ ก็อยากลงอะ ฮาาา

ถ้าอ่านแล้วบอกว่าน่าเบื่อก็จะไม่ว่าเลย เพราะนี่ก็ไม่มั่นใจว่ามันสนุกไหม
ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
แต่อย่างน้อยถ้าอ่านแล้วรู้สึกสนุกสักนิดนึงก็จะดีใจมากเลยค่ะ

 

 

 

Please Enjoy.










                                                       
cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 เม.ย. 60 / 12:53


Photo shoot Stalker

Noctis x Prompto

By : มารศรี (DaiyMizNight)




 

 

 

 





Photo Shoot Stalker

The Lonely Photographer.





 

 

 

 

 




 



พรอมพ์โตเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปมาก เขามีงานอดิเรกถ่ายรูปสิ่งต่าง ๆ ที่เขาชื่นชอบไม่ว่าจะต้นไม้ ใบหญ้า สิงสาราสัตว์ทั้งหลาย และแน่นอนเขามักจะพกกล้องตัวโปรดติดตัวตลอดเวลา ปกติแล้วพรอมพ์โตไม่ใช่คนที่ชอบใส่เลนส์เพิ่มเติมเหมือนช่างกล้องคนอื่นนัก เพราะเขาคิดว่ามันยุ่งยากและค่อนข้างเกะกะ อีกอย่างมันเก็บยากด้วยแหละ อันเล็ก ๆ พกง่าย ๆ น่าจะเหมาะกับเขามากกว่า แต่ก็นั่นแหละมันไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือตอนนี้เขากลับเลือกใส่เลนส์เพิ่มทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบนัก เพื่ออะไรน่ะเหรอ

 

แชะ

 

เขากำลังตามถ่ายรูปของคนคนหนึ่งอยู่

 

รูปถ่ายขององค์ชายน็อกทิส

 

.

.

.

.

.

.

.

 

เสียงจ้อกแจ้กจอแจของนักเรียนที่เดินเข้ามาในโรงเรียนดังเช่นนี้เป็นปกติ แต่ที่ไม่ปกตินั่นเพราะว่ามีเสียงร้องตกใจของนักเรียนชายและเสียงวี้ดว้ายด้วยความตื่นเต้นของนักเรียนหญิงเกิดขึ้นเมื่อพวกเธอเห็นนักเรียนใหม่เดินเข้ามาด้วยท่าทางสบาย ๆ แม้จะมีเสียงพูดคุยของเหล่านักเรียนโดยกล่าวถึงเขาในบทสนทนาแต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจและเดินเข้าไปในตัวอาคารเรียน

 

หวา ทำไมวันนี้เสียงดังกันจังเลยน้าปกติไม่ได้เสียงจ้อกแจ้กแบบนี้นี่นา หรือวันนี้จะมีลดเวลาเรียน ก็ดีน่ะสิ!

 

                ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีทองอร่ามเดินเข้ามาในโรงเรียนก็ถึงกลับแปลกใจ แต่ครั้นจะไปถามใครก็ไม่กล้าเพราะก็ไม่ได้มีเพื่อนกับเขาสักคน

 

เฮ่อ นึกแล้วรู้สึกระเหี่ยใจกับตัวเองเลยแฮะ

 

            ชายหนุ่มเดินเข้าอาคารเรียนเปลี่ยนรองเท้าเสร็จสรรพก็เข้าห้องเรียนของตัวเอง แต่ที่แปลกคือตลอดทางเดินมีแต่คนพูดถึงใครสักคน

 

นักเรียนใหม่เหรอ? อืม เดี๋ยวก็รู้เองแหละ พูดกันซะขนาดนี้ด้วยว่าไม่ได้สนใจเท่าไรนัก พรอมพ์โตก็เดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองด้านหลังสุดติดหน้าต่าง

 

            ว้าว วันนี้แสงสวยดีแฮะ ถ่ายเก็บซะหน่อยพรอมพ์โตหยิบกล้องตัวโปรดออกมาถ่ายวิวด้านนอกหน้าต่างเก็บไว้ ก่อนจะเปิดหน้าจอดูว่ารูปเป็นยังไงบ้าง แต่ดูเหมือนจะเผลอถ่ายเพลินจนลืมดูว่าคุณครูโฮมรูมเข้ามาในห้องแล้ว

 

            นักเรียนเตรียม...เคารพหัวหน้าห้องสั่งทำความเคารพคุณครู ทุกคนลุกขึ้นโค้งทำความเคารพพร้อมกัน มีแต่พรอมพ์โตที่ทำช้ากว่าเพื่อน

 

            สวัสดีครับนักเรียน แต่ก่อนจะเริ่มโฮมรูมครูขอถามอะไรสักหน่อยแล้วกันนะซวยล่ะ โดนถามแน่เลย

 

ทำไมเธอถึงลุกขึ้นช้ากันล่ะ หือ คุณอาร์เจนทัมคุณครูสั่งให้นักเรียนนั่งลงก่อนจะถามพรอมพ์โต

 

            เอ่อคือ...ขอโทษครับพรอมพ์โตลุกออกจากเก้าอี้และโค้งขอโทษ

 

อาาา ทำเด๋อซะแล้วสิเรา

 

            คราวหลังอย่าเป็นอีกล่ะ นั่งลงได้

 

            ขอบคุณครับเมื่อได้รับอนุญาตพรอมพ์โตก็นั่งลงตามเดิม

 

            เอาล่ะ วันนี้ทุกคนคงจะรู้แล้วว่าเรามีนักเรียนมาใหม่ เพราะเห็นคุยถึงกันทั้งโรงเรียนเลย

 

            หรือว่าเขาจะมาห้องเราเหรอคะคุณครูนักเรียนหญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม

 

            อ้าว เก่งนี่ที่รู้

 

            จริงเหรอคะครู

 

            จริงเหรอแก ว้ายยยนักเรียนหญิงคนอื่นเริ่มพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น

 

            ดีใจจังเลย

 

            ทำไมเขาได้มาห้องเราอะแก

 

            เชดดด องค์ชายมาห้องเราว่ะส่วนนักเรียนชายก็หันหน้าคุยเช่นกัน

 

            เจ๋ง แล้วองค์ชายหยิ่งไหมวะ ถ้ามาแบบวางท่านี่ก็ไม่ไหวนา

 

            ไม่รู้ว่ะ

 

สิ้นเสียงพูดของครู เสียงพูดคุยของเพื่อนในห้องก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างกับว่านัดกันมาก่อน

 

            งั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก เอาล่ะเข้ามาได้เลยครับองค์ชาย

 

            องค์ชาย?” ก่อนจะได้สงสัยอะไร เมื่อนักเรียนใหม่เดินเข้ามาพรอมพ์โตก็ไม่สงสัยอะไรอีก

 

            ครูหันหลังไปเขียนชื่อบนกระดานว่า ‘Noctis Lucis Caelum’ และหันกลับมาอธิบายเล็กน้อย

 

            จริง ๆ องค์ชายไม่จำเป็นต้องมาเรียนที่โรงเรียนแบบเรา ๆ ก็ได้ เพียงแต่ท่านต้องการเป็นปถุชนคนทั่วไป เพราะฉะนั้นก็ดูแลองค์ชายกันดี ๆ ด้วยล่ะ อยากแนะนำตัวไหมครับองค์ชาย

 

            “...ฝากตัวด้วยครับชายหนุ่มโค้งและกลับมายืนตรงเหมือนเดิมด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ด้วยท่าทางนั้นทำให้พรอมพ์โตนึกในใจว่าองค์ชายเป็นคนไม่กล้าแสดงออกหรือไม่ยี่หระกับอะไรเลยดี แต่แค่นั้นก็พอทำให้สาว ๆ ในห้องจ้ององค์ชายกันตาวาวระยิบระยับกันไปหมด

 

            มีโต๊ะว่างอยู่ที่นึงพอดี เชิญนั่งตรงนั้นนะครับ

 

            จริง ๆ ไม่ต้องสุภาพมากก็ได้ครับ ผมก็นักเรียนคนนึงน็อกทิสหันไปพูดกับครู ก่อนจะเดินไปหาโต๊ะตัวดังกล่าว

 

            เขาเท่จังเลยอะเสียงของนักเรียนหญิงในห้องดังขึ้นเมื่อเขาเดินผ่าน

 

                        แต่เดี๋ยวนะ โต๊ะว่างเหรอ นั้นมันโต๊ะด้านหลังเรานี่หว่า คุณพระ!

 

            น็อกทิสเดินเข้ามาเรื่อย ๆ แล้วมาหยุดที่โต๊ะของพรอมพ์โต

 

            เอ้ะ?...เอ่อ มีอะไร...เหรอครับจู่ ๆ น็อกทิสก็เดินมาหยุดที่โต๊ะของพรอมพ์โต

พรอมพ์โตคิดว่าตัวเองไปทำอะไรให้องค์ชายไม่พอใจหรือเปล่าได้แต่ทำท่าทางลนลานทางสีหน้าซึ่งส่งผลให้มันออกอาการจนทำอะไรไม่ถูก

 

            ฮึ...เปล่าหรอกน็อกทิสหัวเราะเล็ก ๆ และไม่ได้พูดอะไรต่อ เดินไปประจำที่โต๊ะของตัวเองเงียบ ๆ

 

                        นี่เราต้องทักเขาไหม หรือไม่ดี หรือยังไง อ๊าาาาา ก็มันไม่กล้านี่นา

 

            พรอมพ์โตเอี้ยวตัวหวังจะแอบมองว่าองค์ชายกำลังทำอะไรแต่แค่หางตาก็ต้องรีบหันกลับเพราะองค์ชายกำลังมองมาที่เขาอยู่น่ะสิ

 

            พรอมพ์โตรู้สึกแปลก ๆ เมื่อมีคนมองมาจากข้างหลัง เขาอาจจะคิดไปเองเพราะองค์ชายคงมองไปที่กระดานดำมากกว่าที่จะมองเขา คิดได้ดังนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาฟังครูโฮมรูมต่อ แต่พรอมพ์โตก็ประหม่าอยู่ดี

 

            โอเค วันนี้โฮมรูมแค่นี้ เตรียมเรียนวิชาแรกได้ เอ้อ! เกือบลืมแหนะ หัวหน้าห้องดูแลแนะนำโรงเรียนให้องค์ชายด้วยล่ะ

 

            ครับครูเมื่อตอบรับคำสั่งหัวหน้าห้องก็เดินมาหาน็อกทิสด้านหลังห้อง ส่วนครูก็เดินออกไป เพื่อน ๆ คนอื่นก็เตรียมของสำหรับใช้เรียนวิชาแรกกัน

 

            ผมขออนุญาตพาชมโรงเรียนนะครับหัวหน้าห้องปกติว่าสุภาพแล้วตอนนี้ยิ่งกว่าเดิมอีก

 

            ไม่ต้องพิธีรีตรองนักหรอก เรียกน็อกทิสเฉย ๆ ก็ได้

 

            งั้นน็อกทิสคุงไปดูรอบโรงเรียนกัน

 

            จากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องไป ตอนนี้ทุกคนก็เริ่มทยอยออกจากห้องเพื่อไปเรียนที่ห้องประจำวิชา

 

            เฮ่อ…. ทำไมรู้สึกประหม่าอย่างนี้นะพรอมพ์โตรู้สึกตื่นเต้นแปลก ๆ เวลาที่องค์ชายนั่งด้านหลัง เลยเผลอถอนหายใจเสียยาวกว่าปกติ เพราะปกติก็ไม่ค่อยจะมีคนพูดคุยกับเขาอยู่แล้วด้วยความที่ไม่ได้มีเพื่อนเหมือนคนอื่น

 

            พรอมพ์โตหยิบสมุดหนังสือกระเป๋าดินสอแล้วเดินออกจากห้องเรียนไป...

 

            เวลาล่วงเลยไปหลายวัน เพื่อน ๆ ในห้องก็เริ่มเข้าหาองค์ชายน็อกทิสมากขึ้น เนื่องด้วยตัวเขาเองก็ไม่ได้วางตัวเข้าถึงยากหรือเป็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์อะไร เอาไปเอามาก็เหลือแต่เราที่ไม่กล้าทักองค์ชาย

 

            โต๊ะขององค์ชายที่เต็มไปด้วยเพื่อนมากมายรายล้อมผิดกับเราที่แม้แต่เพื่อนสักคนยังไม่มีเลย ในขณะที่ตัวพรอมพ์โตเองขนาดมีเพื่อนเดินชนโต๊ะแล้วขอโทษแต่เขากลับไม่กล้าพูดโต้กลับด้วยซ้ำ เขามันก็แค่รูปถ่ายเบลอ ๆ ที่พอถ่ายออกมาแล้วก็จะถูกกดลบทิ้ง ต่างกับองค์ชายที่เป็นรูปถ่ายที่แสงสวยมีแต่คนต้องการเก็บเอาไว้



เราช่างต่างกันเหลือเกิน

           

 

            วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผ่านไปโดยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เรียน เรียน เรียน ถึงเวลาก็กลับบ้าน พอออกจากโรงเรียนพรอมพ์โตก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บระหว่างทางกลับบ้านเป็นปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็ตรงที่เดิน ๆ อยู่แล้วไปเจอองค์ชายน็อกทิสกำลังนั่งยอง ๆ เล่นกับแมวจรจัดตัวหนึ่ง โดยปกติองค์ชายน่าจะมีคนไปรับไปส่งอยู่แล้ว ทำไมวันนี้ถึงเลือกเดินกลับเองกัน พรอมพ์โตนึกสงสัยจึงแอบหลบมองจากกำแพงรั้วบ้านที่ห่างกับองค์ชายประมาณหลังสองหลังได้

 

                        เห~ องค์ชายก็มีมุมเล่นกับพวกแมวหรือสัตว์อะไรแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย

 

                        อ้ะ! ยิ้มด้วย

 

            ไม่รู้ว่าเพราะแสงพระอาทิตย์ตอนเย็นมันสวยหรือรอยยิ้มที่องค์ชายส่งให้แมวจรจัดตัวน้อยนั้นกันแน่ที่ทำให้เขาหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเก็บไว้

 

                        สวย

 

                   ทำไมมองรอยยิ้มนี้แล้วอดที่จะยิ้มตามไม่ได้กันนะ

 

            หลังจากวันนั้นวันที่พรอมพ์โตถ่ายรูปองค์ชายยิ้มให้แมวน้อยมันก็ดันกลายเป็นรูปที่เขาเผลอกดดูอยู่ตลอด เป็นรูปที่ดูแล้วรู้สึกดีอย่างประหลาด ทำไมกันนะ

 

            และอาจจะเป็นเพราะรูปนั้นมันเลยทำให้พรอมพ์โตเผลอหยิบกล้องออกมาถ่ายจากที่ไกล ๆ เวลาเห็นอีกฝ่ายยิ้มให้กับอะไรก็ตามมันเป็นรอยยิ้มที่ละสายตาออกไปไม่ได้เลย แต่เพราะถ่ายได้แค่จากระยะที่ไกลรูปมันเลยไม่ค่อยชัดเท่าไร

 

                        คงต้องเอาเลนส์มาต่อแล้วมั้ง

 

          เดี๋ยวนะ การถ่ายรูปขององค์ชายไม่ชัดทำให้เขาถึงกับจะเอาเลนส์มาต่อเลยหรือ ดูเหมือนจะเริ่มเป็นการสโตกเกอร์เข้าทุกทีแล้ว

 

            พอคิดได้แบบนั้นก็ดันพึ่งมารู้สึกตัวว่าที่ทำอยู่นี่ก็เข้าข่ายสโตกเกอร์อยู่นะ แต่รูปองค์ชายพอถ่ายออกมามันก็สวยเกือบทุกรูปจริง ๆ เสียแต่ว่ามันไม่ชัดเพราะถ่ายได้แค่จากที่ไกล ๆ พรอมพ์โตสงสัยว่าหรือแว่นของเขาจะมัวกะนจึงมองไม่ชัด

 

            ตอนนี้พรอมพ์โตกำลังยืนถ่ายรูปเล่นอยู่ที่ระเบียงทางเดิน แต่หยุดยืนเพื่อเอาแว่นออกมาเช็ดให้สะอาด เขาเป็นคนที่สายตาสั้นค่อนข้างมาก พอถอดแว่นแล้วก็จะมองไม่ค่อยเห็นรอบ ๆ เท่าไรนัก

 

            ผลจากที่ถอดแว่นอยู่นั้นจึงทำให้ไม่รู้ว่าใครกำลังเดินเข้ามาหาพรอมพ์โต รูปร่างของคนที่มัว ๆ หน่อยเดินมาหยุดที่ด้านหน้าของเขา

 

            อะ..เอ่อ..พรอมพ์โตที่ตอนนี้กำลังเช็ดแว่นอยู่จึงมองไม่ค่อยชัดว่าเขาเป็นใคร

 

            “...ถอดแว่นแล้วก็ไม่เลวนี่ นายน่ะว่าเสร็จเขาคนนั้นก็เดินจากไป แต่กว่าจะเช็ดเสร็จแล้วสวมแว่นกลับคืนร่างของคนคนนั้นก็หายไปแล้ว

 

            คนที่มาหาเราเมื่อกี๊...ใครกันนะผมสีดำ สูงกว่าเขานิดหน่อย ความคิดแรกที่แวบขึ้นมาคือองค์ชายน็อกทิส ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมคนอย่างองค์ชายถึงจะมาทักคนบ้าน ๆ จืดชืดแบบเขากัน

 

            แต่ในใจลึก ๆ พรอมพ์โตกลับรู้สึกว่าอยากให้เป็นเขาคนนั้น รอยยิ้มที่ส่งมาให้ ถึงจะไม่ชัดแต่มันก็ไม่แน่ว่าจะไมใช่

 

                        อ๊าาาา คิดมากน่าพรอมพ์โต! ไม่ใช่หรอก อืม! ไม่ใช่ ๆ ยังไงก็ไม่ใช่

 

            ผลจากที่ถ่ายรูปออกมาไม่ชัดดั่งใจ เลยกลับบ้านไปค้นหาเลนส์กล้องปรากฏว่าก็ไปเจอตัวดี ๆ อยู่เหมือนกันมันคือเลนส์กล้อง Telephoto เหมาะสำหรับซูมถ่ายที่ไกล ๆ พอพรอมพ์โตลองเอามาถ่ายดูรูปก็สวยถูกใจทีเดียว เขาจึงตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะลองเอาไปถ่ายรูปดู

 

            ว่าแล้วพรอมพ์โตก็จัดแจงของเตรียมไว้สำหรับพรุ่งนี้ แต่เมื่อมานึก ๆ ดูแล้วนี่เขากำลังสนุกอยู่ไม่ใช่หรือ สนุกจนเผลอคิดนู่นนี่ตั้งมากมายเพียงเพื่อจะได้ถ่ายรูปรอยยิ้มขององค์ชาย

 

ฮึ..ฮะ ฮะ ฮะพรอมพ์โตหัวเราะเบา ๆ ด้วยความที่แปลกใจกับการกระทำของตน เขาไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานเท่าไรแล้วนะ พรุ่งนี้เขาจะต้องถ่ายรูปสวย ๆ ได้เยอะแยะแน่นอน




            หลังจากเริ่มใช้เลนส์ Telephoto รูปที่ถ่ายออกมากก็สวยชัดถูกใจพรอมพ์โตมาก ๆ โดยเฉพาะรูปขององค์ชาย มันสวยจนเผลอกดถ่ายไว้เสียเยอะแยะ เมื่อเอากลับมาดูก็ทำให้เขารู้สึกตัวว่าแค่เริ่มใช้เลนส์ไม่กี่วันทำไมรูปองค์ชายมีเยอะขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่สนใจเลือกที่จะสนุกไปกับการถ่ายรูปต่อไป

 

            วันแล้ววันเล่าพรอมพ์โตยังคงสนุกไปกับการได้ถ่ายรูปขององค์ชายไม่ใช่แค่ตอนที่ยิ้มเท่านั้น ตอนที่อยู่กับเพื่อน เล่นกีฬา นั่งเล่น เดินตามทางเดิน รู้สึกตัวอีกทีเขาก็ไม่ได้ถ่ายรูปวิวหรือรูปอื่นนอกจากรูปขององค์ชายเลย

 

เมื่อพรอมพ์โตกลับมาตรวจดูรูปที่ถ่ายไป เขาสังเกตว่ามีรูปหนึ่งที่องค์ชายอยู่กับเพื่อน ๆ ในห้องที่ไม่มีใครสนใจมองมาที่เขาด้วยซ้ำตอนที่ถ่าย แต่พอดูดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือนองค์ชายจะมองมาที่กล้องของเขาเสียอย่างนั้น พรอมพ์โตเริ่มหวั่นใจว่าเขาจะทำให้องค์ชายรู้ตัวหรือเปล่าว่าเขาแอบถ่ายอยู่

 

            ตอนนี้พวกเรากำลังเรียนวิชาสุดท้ายและเป็นเวรของพรอมพ์โตที่ต้องช่วยครูยกสมุดไปไว้ที่ห้องพักครู เมื่อออดหมดเวลาดังครูประจำวิชาก็เรียกให้เวรวันนี้ไปยกสมุดช่วย เขาจึงเดินออกไปยกในระหว่างที่เพื่อนคนอื่น ๆ เก็บของอุปกรณ์ต่าง ๆ เตรียมจะกลับบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเขากลับมาจะเหลือแค่กระเป๋าของเขาคนเดียว เพราะไม่ได้มีเพื่อนคนไหนที่จะต้องรอกลับบ้านพร้อมเขา

 

            แต่วันนี้กลับแปลกไป ที่โต๊ะด้านหลังของพรอมพ์โตยังปรากฏคนคนนั่งฟุบหลับอยู่ ถ้านั่งด้านหลังก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าจะเป็นใครองค์ชายน็อกทิส

 

            ครั้นจะให้พรอมพ์โตสะกิดปลุกก็ใช่ว่าเขาจะกล้า แต่จะให้ฟุบหลับไปเรื่อย ๆ ก็ใช่เรื่อง ตอนที่กำลังจะสะกิดปลุกก็ดันบรรเจิดความคิด

 

                        องค์ชายตอนหลับก็น่ารักเหมือนกันแฮะ

 

            เขาหยิบกล้องที่วางไว้ใต้โต๊ะของตนเองขึ้นมาถ่ายเก็บไว้โดยไม่ลืมที่จะปิดเสียงชัตเตอร์

 

                        สวย

 

                   เอ๊ย! นี่ทำอะไรอยู่เนี่ย ต้องปลุกเขาสิ

 

            เอ่อ..คือว่า..พรอมพ์โตยื่นมือไปสะกิดไหล่องค์ชายเบา ๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ไหวติงใด ๆ

 

            คือว่า..องค์ชายคราวนี้ใช้ทั้งมือเขย่าไหล่เบา ๆ

 

            องค์ชายทำท่าเหมือนจะตื่นและอยู่ ๆ มือของอีกฝ่ายก็ยื่นมาคว้ามือของพรอมพ์โต

 

            หมับ!

 

            อ้ะ!ด้วยความตกใจมือของพรอมพ์โตจึงกระตุกกลับเข้าหาตัวเองโดยอัตโนมัติ

 

            อะไร นายเองเหรอ..นี่เลิกเรียนแล้ว?” องค์ชายที่ท่าทางเหมือนพึ่งตื่นลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วบิดขี้เกียจ

 

            “..ใช่..ครับ ขอตัวนะครับว่าแล้วพรอมพ์โตก็รีบบึ่งตัวออกมาแล้วตรงดิ่งกลับบ้านทันที

 

เดินมาได้สักพักพรอมพ์โตก็เริ่มเอะใจว่าเมื่อกี๊เขาวางกล้องไว้ใต้โต๊ะ และถ้าจำไม่ผิดมันไม่ได้วางเหมือนเดิม เป็นไปได้ว่าองค์ชายอาจจะหยิบมาเปิดดู แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เขาคงคิดมากไปเอง



อีกด้านองค์ชายที่พึ่งตื่นจากงีบหลับก็ยกมือข้างที่จับมือของพรอมพ์โตขึ้นมามอง

            “....เห~ น่าสนใจดีนี่

 


 

วันรุ่งขึ้น

 

            วันนี้พรอมพ์โตก็มาโรงเรียนตามปกติ แต่เมื่อเขาเปิดประตูห้องเรียนเท่านั้นมันก็ไม่ปกติทันที เพราะปกติเขาจะต้องเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะโดยไม่มีใครกล่าวทักอรุณสวัสดิ์หรืออะไรใด ๆ แต่วันนี้กลับมีรอยยิ้มขององค์ชายส่งมายังเขา พรอมพ์โตคิดว่าเขาไม่ได้คิดไปเองก็ตรงที่เขายืนมันไม่มีใครเลยนอกจากตัวเขาเอง ถ้าองค์ชายไม่ยิ้มให้กับเขา แล้วจะยิ้มให้กับใครกัน

 

โอ้พระเจ้า!

 

            เมื่อพรอมพ์โตโดนยิ้มใส่แบบนี้เข้ามันทำให้เขารู้สึกใจเต้นแปลก ๆ มีอาการเลือดสูบฉีดมากกว่าปกติอีก

 

เขายิ้มสวยจังเลย เอ๊ย! ไม่ใช่สิ

 

            เมื่อพรอมพ์โตหลุดจากพวังความคิดได้ก็พุ่งตัวมานั่งที่ของตัวเอง จัดของเข้าที่ไม่ให้ตัวเองคิดมโนอะไรไปไกลกว่าเดิม ได้แต่พร่ำบอกตัวเองว่าคิดไปเอง

 

            พรอม---

 

            พรอมพ์โต..

 

            อะ ครับ!เขาเผลอจัดของจริงจังไปจนไม่ได้ฟังเสียงว่ามีคนเรียกชื่อ ตอนแรกคิดว่าครูเป็นคนเรียกแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นครูก็ยังไม่ห้องโฮมรูมเลยด้วยซ้ำ แล้วเสียงใครเรียกเขากัน

 

            ทางนี้เสียงมาจากด้านหลัง พอหันหลังไปก็เจอเข้ากับองค์ชายที่นั่งมองหน้าของเขาอยู่

 

            อะ..องค์ชาย!พรอมพ์โตมีความรู้สึกว่าตอนนี้พวกเขาหน้าใกล้กันมาก ถึงจะห่างกันโต๊ะตัวนึงก็ตาม เพราะได้แต่มองจากที่ไกล ๆ เมื่อได้เห็นใกล้ขนาดนี้ก็รู้สึกประหม่าอย่างเสียไม่ได้

 

            ที่ปลุกฉันเมื่อวานน่ะ ขอบใจนะ แล้ว...นายชอบถ่ายรูปเหรอองค์ชายคุยกับเขา แต่ด้วยคิดอะไรต่าง ๆ นานาจึงไม่ทันได้ตั้งใจฟังนัก

 

            เฮ่ ฟังอยู่รึเปล่า

 

            เอ้ะ อะ คือผม...ดูเหมือนร่างกายจะทำงานก่อนสมองสั่ง มันขยับไปเองโดยที่จู่ ๆ ก็ลุกพรวดพราดเดินออกจากห้องไป

 

                        ทำไงดี มันตื่นเต้นไปหมดเลย ไปห้องน้ำสงบสติอารมณ์ก่อนแล้วกัน

 

          ตัดสินใจได้อย่างนั้นก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปในห้องน้ำชายที่ใกล้ที่สุดทันที ด้านในห้องน้ำมีนักเรียนชายสองสามคนกำลังล้างมือและคุยกันที่อ่างล้างหน้าถัดไปหน่อย

 

            “...ฉันหมั่นไส้ไอ้องค์ชายบ้าบอนั่นว่ะ สาวกรี๊ดหน่อยทำได้ใจ

 

            วางมาดชิบหายเลย

 

            เออ คิดว่าเป็นองค์ชายแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไง

 

                        ขนาดผมล้างหน้าอยู่ข้าง ๆ เขายังไม่พากันหยุดนินทาองค์ชาย นี่มันจะมากไปแล้วนะ! องค์ชายเขาไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาพูดเลยสักนิด

 

            พรอมพ์โตที่ทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้วเลยหลุดปากโต้ตอบไป

 

            องค์ชายไม่ได้เป็นอย่างที่พวกคุณพูดสักหน่อยนะครับ!

 

            หาาาา? ทำไม แกเป็นองครักษ์ไอ้องค์ชายนั่นหรือไงถึงได้ออกปากปกป้องมัน

 

            ไม่ใช่ครับ...

 

            เหอะ เป็นไอ้ขี้แพ้แล้วยังจะทำเป็นเก่ง อยากโดนนักหรือไง ฮ้า!!ชายคนหนึ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อพรอมพ์โต

 

            ตะ..แต่คุณก็ไม่ควรพูดอย่างนั้นนะครับช่วยถอนคำพูดด้วย

 

            ว่าไงน---ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ลงมือทำร้ายพรอมพ์โตก็มีคนเข้ามาในห้องน้ำพอดี

 

            เฮ่ย หยุดก่อนเถอะเพื่อนของชายที่กำลังจะทำร้ายพรอมพ์โตจู่ ๆ ก็ร้องเตือนขึ้น

 

            ทำไมวะ!ด้วยอารมณ์เดือดดาลเต็มที่พร้อมที่จะต่อยคนตรงหน้าจึงรู้สึกไม่พอใจเมื่อถูกขัดจังหวะ

 

            นั่นน่ะเพื่อนของชายคนนั้นชี้ไปที่ประตูทางเข้าห้องน้ำที่ตอนนี้ปรากฏร่างของชายคนหนึ่ง

 

            “...ชิ!ชายคนนั้นปล่อยมือจากคอเสื้อของพรอมพ์โตจากนั้นจึงเดินออกไปจากห้องน้ำพร้อมเพื่อน ๆ ของเขา

 

            ขะ..ขอบคุณ..องค์ชายมาก..นะครับเป็นองค์ชายนั่นเองที่เข้ามาช่วยเขาในห้องน้ำ พรอมพ์โตพูดขอบคุณน็อกทิส

ฉันก็ขอบคุณที่นายพูดปกป้องฉันด้วยนะ

 

ดะ..ได้ยิน..งั้นเหรอครับพรอมพ์โตพูดเบามากเพราะประหม่าแต่น็อกทิสก็ได้ยิน

 

ก็ตั้งแต่ต้นเลยนั่นแหละ

 

องค์ชายเดินตามผม..เหรอครับน็อกทิสผงะเล็ก ๆ

 

ฉะ..ฉันเปล่าเดินตามสักหน่อยเขาเกาท้ายทอยแก้เก้อ

 

งั้นเหรอครับ แต่ก็ขอบคุณที่ช่วยไว้นะครับพรอมพ์โตยิ้มให้

 

โอ้ ก็..นะ

 

ว่าแต่ทำไมนายอยู่คนเดียวตลอดเลย ชอบอยู่คนเดียวหรือไงน็อกทิสหันมาถาม

 

มะ..ไม่ใช่หรอกครับ คือก็..มัน..เอ่อ..พรอมพ์โตได้แต่อ้ำอึ้งเพราะไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี

มันไม่กล้าที่จะคุย...กับใคร..ก่อน..น่ะครับเมื่อเขาพูดไปเสียงก็เบาลงเรื่อย ๆ ขนาดคุยแค่นี้เขายังประหม่าเลย

 

แต่ที่ทำอยู่นี่ก็คุยไม่ใช่หรือไง

 

เอ๊ะ อ๊ะ จะว่าไป…” ดูเหมือนว่าพรอมพ์โตพึ่งจะรู้สึกตัว

 

มาสิ มาเป็นเพื่อนกัน

เอ๋!? เป็นเพื่อน..กับองค์ชาย..มิบังอาจหรอกครับพรอมพ์โตก้มหัวหงุด

 

เพื่อนก็เพื่อนสิ ตอนนี้ฉันคือน็อกทิสไม่ใช่องค์ชายสักหน่อยพรอมพ์โตเริ่มเงยหน้าและครุ่นคิด

 

ว่าไงน็อกทิสยื่นมือออกไป

ถ้า..ไม่รังเกียจนะครับพรอมพ์โตค่อย ๆ ยื่นมือออกไปจับแต่มันช้าเกินองค์ชายเลยคว้าหมับแล้วเขย่าเบา ๆ

 

จากนี้เราก็เป็นเพื่อนกันแล้วนะน็อกทิสส่งยิ้มให้พรอมพ์โต

 

“...ครับ!

 

โอ้! อีกอย่างไม่ต้องสุภาพกับฉัน แล้วก็ฉันให้นายเรียกฉันว่า น็อก ได้ โอเค้?”

 

น็อก...ทิส

 

ไม่สิ ต้องน็อก’ ” องค์ชายย้ำอีกครั้ง

 

นะ..น็อก…” ด้วยความที่พรอมพ์โตรู้สึกอายจึงพูดออกมาไม่ถนัดนัก

 

ใช่ นั่นแหละองค์ชายทำสีหน้าพอใจ

 

“...น็อก!พรอมพ์โตที่เริ่มรู้สึกว่าตนเองได้มีเพื่อนกับเขาแล้วก็ทำให้เจ้าตัวตื่นเต้นและดีใจมาก ๆ

 

หวาาา ตื่นเต้นไปหมด หุบยิ้มไม่ได้เลย

 

ฮะ ฮะ ว่าไงน็อกทิสหัวเราะเล็ก ๆ แล้วยิ้มมาให้พรอมพ์โต

 

โอ้พระเจ้า! ผมดีใจ ดีใจมาก ๆ เลย

 

ฉันเป็นเพื่อนกับน็อก!ด้วยความที่ตื่นเต้นมากพรอมพ์โตก็โผเข้ากอดน็อกทิสอย่างลืมตัว

 

อะ ขอโทษครับ ผมชื่อพรอมพ์โตนะ พรอมพ์โต อาร์เจนทัม

 

แหนะ ไม่ต้องครับสิ ไม่ต้องผมด้วย อีกอย่างฉันรู้ชื่อนายอยู่แล้ว

 

”..อื้ม! แต่ไปรู้ชื่อผะ-- เอ๊ย ฉันจากไหนเหรอ

 

นี่เราอยู่ห้องเดียวกันนะ ชื่อเพื่อนในห้องก็ต้องพอรู้อยู่แล้วพรอมพ์โตพยักหน้าน้อย ๆ เพื่อบอกว่าเข้าใจแล้ว

 

เอาล่ะ เย็นนี้นายว่างไหมน็อกทิสถาม

 

ก็ว่างอยู่หรอก ทำไมเหรอ

 

งั้นตอนเย็นรอฉันนะ

 

ดะ..ได้แล้วพวกเขาก็เดินกลับห้องเรียนไปพร้อมกัน




เลิกเรียน

 

รอนานไหมน็อกทิสที่เป็นเวรยกสมุดวันนี้พึ่งกลับมาจากห้องพักครูและเดินมาหาพรอมพ์โตที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะเรียน

 

ไม่เลย

 

งั้นเราไปเที่ยวกันน็อกทิสคว้ากระเป๋านักเรียนแล้วพูดขึ้น

 

เอ๋!? ปะ..ไปไหนพรอมพ์โตถามขึ้นด้วยความตกใจ

 

ไปเปลี่ยนลุคของนายกัน

 

เปลี่ยนฉัน ยังไงอะ ดะ..เดี๋ยวเซ่---ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พูดตกลงอะไรองค์ชายก็จับมือจูงให้เดินตามตัวเองไป



วันต่อมา

 

มันจะดีเหรอ ลุคนี้น่ะ ฉันว่ามัน--พรอมพ์โตทักท้วงน็อกทิสอีกครั้ง

 

เชื่อฉันเหอะหน่าน็อกทิสยังคงยืนยันคำเดิม

 

แต่--ไม่พูดพร่ำทำเพลงน็อกทิสเปิดประตูห้องเรียนและเข้าไป ปกติทุกคนหันมามองที่องค์ชายและทักทาย แต่วันนี้ไม่ได้มองแค่องค์ชายแต่ทุกคนมองคนที่มากับเขาด้วย

 

ว่าไงองค์ชาย.. ว้าวววว พาใครมาด้วยน่ะ เพื่อนเหรอเพื่อนคนนึงทักขึ้น

 

นี่พรอมพ์โตไง จำไม่ได้ล่ะสิ

 

หะ?”

 

“….”

หาาาา????”

 

โหหหห ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยนะเนี่ย

 

เปลี่ยนเป็นใส่คอนแทกต์เลนส์แทนแล้วเหรอ

 

น่ารักมาก ๆ เลยพรอมพ์โตคุง

 

“...เอ่อ..ขอบคุณนะพรอมพ์โตตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก

 

จริง ๆ หมอนี่มันอยากเป็นเพื่อนกับพวกนายตั้งนานแล้ว แต่อายเกินเลยได้แต่อยู่คนเดียวน็อกทิสบอก

 

จริงเหรอ.. จริง ๆ พวกเราก็อยากเป็นเพื่อนกับเธอนะ แต่เราไม่รู้จะเข้าหายังไงน่ะสิ ก็เธอเล่นเอาแต่อยู่คนเดียวไม่พูดจาอะไรเลยเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งตอบ

 

งั้นฉันก็เป็นเพื่อนกับทุกคน..ได้ใช่ไหม

 

อื้ม! แน่นอนเพื่อนผู้หญิงอีกคนตอบ

 

ขอบคุณมากนะ ฮึก ขอบคุณ…” พรอมพ์โตดีใจจนเผลอร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตัน

 

เฮ่ ไม่ร้องสิ เดี๋ยวคอนแทกต์ก็หลุดหรอกน็อกทิสหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดให้พรอมพ์โต

 

อื้ม ขอบคุณนะ น็อก

 

เอ้ะ นี่สนิทขนาดเรียกว่า น็อก เฉยๆเลยเหรอ

 

อ้าว ทุกคนไม่ได้เรียกกันอย่างนี้เหรอผมถามเขา

 

ไม่อะ ก็เรียกน็อกทิส งั้นพวกฉันก็เรียกว่าน็อกเฉย ๆ ได้น่ะสิเพื่อนคนนั้นตามพูดแซวน็อกทิส

 

ไม่ยุ่งสิองค์ชายพูดปัดจากนั้นจึงเดินไปนั่งที่โดยไม่ตอบคำถามใด ๆ อีก

 

เอออออ๋ ใจร้ายอะ แบบนี้พรอมพ์โตก็ขี้โกงดิ ได้เรียกอยู่คนเดียวแต่เขาก็ยังไม่ล้มเลิกการแหย่น็อกทิสเล่น

 

ยุ่งหน่าน็อกทิสถลึงตาใส่ด้วยอารมณ์เริ่มรำคาญ

 

แอ้ แอ้~~~~”

 

ฮั่นแน่~”

 

เพื่อน ๆ ก็แซวกันอยู่นานจนครูโฮมรูมเข้าห้องเลยต้องวงแตกกันไป

 

            ระหว่างที่ครูกำลังโฮมรูมอยู่นั้นพรอมพ์โตก็หันหลังไปคุยกับน็อกทิส

 

            จริง ๆ ด้วยฉันน่ะนะ คิดว่าคงจะได้มองน็อกผ่านแค่เลนส์กล้องตัวนี้ซะอีก แต่ตอนนี้ก็ได้มองหน้ากันตรง ๆ แล้ว ดีใจจังพรอมพ์โตยิ้มให้น็อกทิสแล้วก็หันกลับมาด้านหน้าห้อง แต่ก่อนหันกลับน็อกทิสก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ พรอมพ์โตคิดว่าน็อกทิสคงอยากนอนจึงปล่อยไปไม่ได้พูดอะไรอีก



            หลังจากวันนั้นวันเวลาที่ได้อยู่ที่โรงเรียนของพรอมพ์โตก็เปลี่ยนไป จากที่แต่ก่อนต้องอยู่คนเดียว เอารูปถ่ายขึ้นมาดูเงียบ ๆ อยู่ในมุมที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีเพื่อน มีแค่กล้องที่อยู่ด้วยกันตลอด ตอนนี้กลับต่างออกไป น็อกทิสเข้ามาพาเขาออกไปจากมุมที่ไม่มีคนสนใจ ทำให้คนขี้อายอย่างเขามีเพื่อน ทำให้เราร่าเริงขึ้น มีเรื่องสนุก ๆ ที่ไม่เคยได้ทำมาตลอด

 

เปลี่ยนจากคนที่เป็นได้แค่รูปเบลอ ๆ ไม่มีใครต้องการกลายเป็นรูปที่ชัดเจนและสดใสขึ้น ทุกอย่างเป็นเพราะน็อกทิส ไม่สิ อาจจะเป็นเพราะรูปถ่ายวันนั้น วันที่เขาได้เห็นรอยยิ้มของน็อกทิสครั้งแรก










ขอบคุณนะ เจ้ารูปถ่าย





















ผลงานอื่นๆ ของ 『• DaiyMizNight • 』

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 เมษายน 2560 / 22:36
    น่าร้ากกกกกกกก 
    อ่านแล้วเห็นภาพตามเลยค่าาา >//<
    #4
    1
  2. วันที่ 14 เมษายน 2560 / 23:22
    *วิ่งกริ๊ดรอบบ้าน*
    โฮกกก U////////U ฮีลใจสุดๆค่ะะ หัวใจได้รับการเติมเต็ม
    #3
    1
  3. วันที่ 13 เมษายน 2560 / 21:40
    มันจะมีตอนต่อใชไหมคะ??? มันค้างๆ คาๆ ชอบกลลล

    อยากรู้ว่าน็อคสนใจพรอมพ์ได้ยังไงงง ปริศนา?? แล้วได้แอบดูรูปจากกล้องพรอมพ์หรือเปล่าาา ฮือออ

    เราชอบพลอคเรื่องนี้จังค่ะ มันอบอุ่นดี พรอมพ์ตอนยังขี้อายนี่น่ารักมากก ชายก็น่ารักกกก >///<

    อยากให้มีตอนต่อจังเลยค่ะ ฮือออ อ้อนวอนน
    #2
    1
    • 18 เมษายน 2560 / 22:33
      ถ้ามีแรงก็ไม่แน่ค่ะ รอดูต่อไป ฮาาาา
      #2-1
  4. วันที่ 13 เมษายน 2560 / 20:11
    อมกกก//////////// โอ๊ยย ชอบมากค่ะะ หนุ่มๆวัยเรียนนี่มันดีจริงๆ
    #1
    1