มายาหัวใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 405 Views

  • 0 Comments

  • 9 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9

    Overall
    405

ตอนที่ 7 : มายาหัวใจ 2/4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 ก.ย. 61

ที่ร้านอาหารติดริมน้ำบรรยากาศดี เป็นร้านอาหารร้านดังที่คนในจังหวัดรู้กัน ร้านแห่งนี้เปิดบริการตั้งแต่บ่ายสามจนถึงเที่ยงคืน... รถมอเตอร์ไซด์สีหวานน่ารักวิ่งเข้ามาในเขตร้านเด็กรับรถโบกให้ไปจอดข้างในลึกสุดของร้านหญิงสาวขอลงจากรถก่อนรีบถอดหมวกกันน็อกส่งให้ชายหนุ่มเก็บแล้วมายืนสางผมอยู่ท้ายรถเบนซ์คันสีขาวรอ จนชายหนุ่มจอดรถเรียบร้อยแล้วเดินมาหา หญิงสาวยิ้มอ่อนพลางสอดแขนเรียวคล้องที่ต้นแขนล่ำพากันเข้าไปในร้าน

ตอนนี้ยังหัววันผู้คนยังทยอยมาไม่เยอะโต๊ะยังว่างหลายโต๊ะรวมทั้งโต๊ะที่ติดริมน้ำด้วย บริกรในร้านเดินนำทั้งสองคนไปยังโต๊ะเล็กที่อยู่ด้านลึกสุดของร้านมองไม่เห็นแม้ผืนน้ำ หญิงสาวถามว่า

          อยากนั่งริมน้ำ ขอนั่งโต๊ะติดแม่น้ำได้มั้ยคะ

          บริกรหญิงร่างป้อมมัดผมจุกไว้กลางศีรษะยิ้มจืดๆ บอกว่า

          ไม่ได้ค่ะ โต๊ะริมน้ำถูกจองไว้หมดแล้ว

          เหรอคะ...หญิงสาวทำหน้าผิดหวัง กวาดตาดูรอบๆ หาโต๊ะอื่นที่บรรยากาศดีกว่าโต๊ะที่บริกรพามานั่ง ก่อนถามพนักงานที่ยืนปั้นหน้ายากอยากจะรับออร์เดอร์เต็มทนอีกว่า แล้วถ้าจะจองโต๊ะก่อนต้องทำยังไงคะ

          ต้องโทรมาจองค่ะ นี่ค่ะนามบัตรร้าน

          มือป้อมล้วงลงไปในผ้ากันเปื้อนที่ผูกติดกับเอว หยิบนามบัตรใบเล็กสองใบออกมาวางไว้บนโต๊ะ มือเรียวหยิบขึ้นมาพลิกดูหน้าหลัง กระอ้อมกระแอ้มกับชายหนุ่มว่า

          อยากนั่งติดริมน้ำบ้างน่ะดิน มาทีไรไม่เคยได้นั่งกินบรรยากาศริมน้ำสักครั้งเลย นี่อุตส่าห์มาแต่หัววันแล้วนะ

          ชายหนุ่มหยิบนามบัตรร้านมามอง ก่อนบอกว่า

          คราวหลังดินจะโทรมาจองโต๊ะก่อนแล้วกันนะ ครั้งนี้เรานั่งตรงนี้ก็ได้

          หญิงสาวถอนหายใจพรืดอย่างขัดๆ ไม่ค่อยชอบโต๊ะที่ได้นั่งอยู่นี้นัก หากก็ต้องยอมนั่งเพราะเหลียวหาโต๊ะอื่นที่มุมดีกว่านี้ก็ไม่มีแล้ว

          จะสั่งอาหารเลยมั้ยคะ

          ทั้งสองคนเงยหน้ามองเจ้าของน้ำเสียงห้วนๆ ยืนหน้าตึงๆอยู่ใกล้ๆ หญิงสาวแอบบิดริมฝีปากไม่ตอบ เสก้มมองเมนูอาหาร

          ครับ สั่งเลย

          เมนูอาหารพื้นๆ ห้าอย่างถูกยกมาเสิร์ฟจนครบใช้เวลารอกว่าครึ่งชั่วโมง ต้มแซบกระดูกอ่อน ส้มตำปูปลาร้า น้ำตกหมู ปลาทับทิมเผา ยำรวมมิตรและข้าวเหนียวสองกระติบเล็ก ...มือเรียวเขี่ยอาหารไปมาประกอบกับใบหน้างอๆ กึ่งบึ้ง

          ไม่อร่อยเหรอขวัญ กินไปนิดเดียว

          ถ้าจะมากินอาหารพวกนี้กินที่ร้านใกล้ ม. ก็ได้ ไม่เห็นต้องขับมอไซด์เอาหน้าตากลมมาถึงร้านนี้เลย

          ก็ดินให้ขวัญสั่งขวัญก็บอกให้ดินสั่งเลย ดินเห็นว่าของพวกนี้ก็ของชอบขวัญนะ

          อีกครั้งที่ได้ยินเสียงถอนหายใจ ใบหน้าหญิงสาวยิ่งตึงเข้มกว่าเดิม ปล่อยช้อนส้อมลงกับจานดังเพล้ง ! จนหลายโต๊ะหันมามอง แล้วสะบัดหน้าฉับหนีจากเขา

          ขวัญ...คนอื่นมองแล้วนะเขาปรามเสียงอ่อน ใบหน้าบูดบึ้งจึงหันกลับมามองเขาอีกครั้งแลไพล่สายตามองไปรอบตัว

          ก็ขวัญไม่ชอบ ไม่อยากนั่งตรงนี้ ไม่ได้ดูน้ำ เด็กเสิร์ฟก็ไม่ค่อยมาบริการ

          เอาน่าขวัญ ครั้งหน้านะถ้าขวัญอยากมากินร้านนี้อีกดินจะโทรมาจองโต๊ะไว้ก่อน ดินเก็บนามบัตรร้านไว้แล้ว กินข้าวต่อเถอะอาหารร้านนี้อร่อยนะ ขวัญอยากสั่งอะไรเพิ่มมั้ยล่ะ สั่งเลยมื้อนี้ดินเลี้ยงขวัญอยู่แล้ว

          แขนเรียวยื่นไปหยิบเมนูที่เสียบไว้กับสเตชั่นมาเปิดดู คิ้วเรียวยังขมวดมุ่นไม่คลาย เขาจึงแซวว่า

          ยิ้มหน่อยสิ ทำหน้าบูดอย่างนี้เดี๋ยวก็แก่เร็วหรอก

          หญิงสาวเหลือบตามองเห็นเขาทำหน้าทะเล้นอยู่ ใบหน้านิ่วบึ้งนั้นจึงค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาทีละน้อย ชายหนุ่มจ้องดูยิ้มๆ จนหญิงสาวกลั้นขำไม่ไหวก็หลุดหัวเราะ

          ดินอ่ะ แกล้งขวัญอีกแล้ว...เอานี่เพิ่ม นี่ด้วยนะ...

          เขารับคำแล้วเรียกบริกรมารับออร์เดอร์ตามเมนูที่หญิงสาวชี้

          อาทิตย์นี้ดินไม่ได้ทำงานพิเศษ บอกผู้จัดการร้านไว้แล้วว่าจะกลับไปช่วยยายเกี่ยวข้าว ขวัญก็กลับพร้อมกันใช่ปะ

          ไม่อ่ะ อาทิตย์นี้ขวัญไม่กลับ ขวัญบอกยายแล้วว่ามีนัดทำรายงานกับเพื่อน กลับไม่ได้หรอก

          ชายหนุ่มหน้าเผื่อนลงแวบหนึ่ง ทอดสายตามองเธอละห้อย

อ้าว...เหรอ

          อืม...ยังไงฝากดินช่วยยายด้วยละกันนะ อาทิตย์หน้าขวัญถึงจะกลับบ้าน ให้เกี่ยวข้าวเสร็จก่อนขืนกลับยายก็บังคับให้ขวัญลงไปช่วยคนงานที่จ้างมาไม่กี่คนเกี่ยวอีก ปีก่อนฟางข้าวก็บาดขาขวัญแสบหมดเลย

หญิงสาวบอกอย่างสบายอารมณ์พลางใช้ส้อมจิ้มชิ้นปลาหมึกย่างจุ่มน้ำจิ้มซีฟูดสูตรของร้านมารับประทานไม่ได้มองหน้าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเลยสักนิดว่ามีสีหน้าอย่างไร

          อืม... แต่ดินคิดว่าเกี่ยวข้าวหลายๆคนก็สนุกดี

          ดินสนุกไปคนเดียวเถอะ งานลงแรงแบบนี้ขวัญไม่เอาด้วยหรอก

          ...

          ภูบดินทร์เงียบไม่พูดอะไรต่อ... ทั้งสองคนรับประทานอาหารต่อไปเรื่อยๆ  ท้องฟ้ามืดลงแล้วบนเวทีมีนักดนตรีมาร้องเพลงเป็นสีสันให้ร้านแต่โต๊ะที่เธอนั่งมองไม่เห็นเวทีหรอก หญิงสาวพยายามส่องหน้ามองหาต้นเสียงที่เพราะแต่ก็ติดกระถางพุ่มไม้สูงที่ตั้งประดับจึงหมดโอกาสที่จะเห็นนักร้อง ใบหน้างามมุ่นลงพร้อมกระแทกลมหายใจ งึมงำอย่างหัวเสียกับเรื่องเดิม

          นั่งตรงนี้มองไม่เห็นอะไรสักอย่าง

          ชายหนุ่มไม่ตอบ เพียงแต่ฝืนยิ้มที่มุมปาก พอดีในจังหวะนั้นมีหนุ่มสาวอีกคู่เดินเข้ามาในร้านบริกรหญิงคนเดิมนำพามานั่งที่โต๊ะใกล้ๆกัน ทว่าผู้หญิงสวยที่เดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มดูดีอีกคนบอกขึ้นว่า

          ไม่อยากนั่งตรงนี้เลยค่ะพี่ หนูอยากนั่งริมน้ำมองดูนักดนตรีร้องเพลง ตรงนี้เป็นมุมอับ มองไม่เห็นอะไรเลย โต๊ะริมน้ำว่างอีกสองโต๊ะ ไปนั่งไม่ได้เหรอคะ

          ประโยคท้ายหญิงสาวคนนั้นหันไปพูดกับบริกร และก็ได้คำตอบแบบนุ่มนวลกับรอยยิ้มที่ขึ้นไปไม่ถึงดวงตาของบริกรหญิงคนนี้ว่า

          ไม่ได้หรอกค่ะ โต๊ะนั้นเป็นโต๊ะใหญ่ และอีกอย่างมีลูกค้าจองไว้ก่อนแล้วค่ะ

          โต๊ะจองแต่ไม่มีป้ายจองตั้งไว้เนี่ยนะ คงจะเก็บโต๊ะไว้ให้คนที่มาหลายคนใช่มั้ย ถึงฉันจะมาแค่สองคนแต่ฉันก็สั่งอาหารในร้านเยอะนะ สั่งแต่เมนูแพงๆทั้งนั้น

          เหมือนหญิงสาวคนนั้นไม่ค่อยยอมอ่อนข้อ ผู้ชายที่มาด้วยกันจึงพูดขึ้นว่า...

          เอาอย่างนี้ได้มั้ยน้อง แฟนพี่เขาชอบนั่งทานอาหารและกินบรรยากาศไปด้วย น้องช่วยเคลียร์โต๊ะแยกออกมาหน่อยได้มั้ยให้พี่ได้นั่งริมน้ำ พี่จะสั่งอาหารเมนูเด็ดๆของร้านทุกเมนูเลย นะ...

          ผู้ชายพูดด้วยถ้อยคำนุ่มนวลมีรอยยิ้ม พร้อมเปิดกระเป๋าตังค์หยิบธนบัตรสีแดงยื่นให้บริกรที่ยืนหน้าหงิกอยู่นั้น พลันมือป้อมยื่นมารับแล้วเก็บใส่ในช่องกระเป๋าผ้ากันเปื้อนอย่างไว ยิ้มหน้าชื่นขึ้นทันทีบอกว่า...

          ได้ค่ะ คุณพี่เชิญทางนี้เลยค่ะ

          ...

บริกรหญิงร่างป้อมเดินนำสองหนุ่มสาวคู่มาใหม่ไปนั่งโต๊ะริมน้ำที่ถูกแยกออกจากโต๊ะใหญ่ ขวัญชนกลอบบิดริมฝีปากให้อย่างขุ่นเคือง

โถ่เอ้ย ! ไหนว่าจอง อยากได้เงินก็ไม่บอก รู้งี้ควักจ่ายไปตั้งแต่แรกก็จบ

ชายหนุ่มถอนหายใจเงียบ ดวงตาคมหม่นแสงลงมองหญิงสาวนั่งหน้ามู่ทู่ด้วยความรู้สึกว่าสักวันเขาจะบันดาลทุกอย่างให้เธอจงได้...

ขวัญอิ่มแล้ว

อืม...งั้นเก็บตังค์แล้วกลับเลยนะ

...ใบหน้างอง้ำพยักหงึกๆ เขาจึงยกมือเรียกพนักงานมาเก็บตังค์

ค่าอาหารวันนี้พันกว่าบาทได้รับเงินทอนเป็นเศษเหรียญบาทสี่เหรียญ บริกรนำมาคืนพร้อมบิลรายการอาหาร มือหนาหยิบมาตรวจเช็คไล่ดูทุกรายการที่สั่งไปและเก็บเงินทอนทั้งแบงค์และเหรียญหมดทุกบาท...เด็กเสิร์ฟลอบมองหน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น