มายาหัวใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 406 Views

  • 0 Comments

  • 9 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10

    Overall
    406

ตอนที่ 6 : มายาหัวใจ 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.ย. 61

          สองปีต่อมา...เรือสำปั้นลำใหญ่ลอยอยู่กลางกอบัวที่แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างในเวิ้งน้ำแห่งเดิม คนพายเรือก็เป็นชายหนุ่มรูปร่างล่ำสันคนเดิม และผู้ที่นั่งอยู่หัวเรือคอยบัญชาการกับแกะเมล็ดบัวกินก็หญิงสาวนางเดิม ในท้องเรือเต็มไปด้วยสายบัวและฝักบัวที่คนทั้งสองเก็บไว้... ภูบดินทร์นั่งนิ่งคล้ายตกอยู่ในภวังค์ทอดสายตามองผู้ที่นั่งชันเข่าอยู่หัวเรือกินเมล็ดบัวอย่างอร่อย หญิงสาวแลตามามองครั้นรู้สึกว่าถูกจ้องนิ่งๆอยู่นานแล้วก่อนจะเอ่ยถาม

          เป็นอะไรดิน จ้องขวัญทำไม

          ดวงตาคมทอประกายหม่นคู่นั้นหลุบลงพร้อมทอดถอนหายใจอ่อน

          เปล่าหรอก แค่คิดว่าเดือนหน้าก็จะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยกันแล้ว

          หญิงสาวเบ้ริมฝีปากเพราะไม่ยินดี ใบหน้าตูมทันทีเมื่อพูดเรื่องนี้ขึ้น

          ขวัญไม่อยากเรียนที่ราชภัฎ ขอยายไปเรียนที่กรุงเทพฯ ยายก็ไม่ให้

          ขวัญไปเรียนที่กรุงเทพฯ แล้วใครจะอยู่กับยาย

          ขวัญก็กลับมาหายายเสาร์อาทิตย์ไงดิน กรุงเทพฯ กับโคราชไม่เห็นจะไกลกัน นั่งรถไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง

          ทำไมขวัญถึงอยากไปกรุงเทพฯ นัก

          ก็ขวัญอยากออกไปเจอใครใหม่ๆ คนใหม่ๆ สังคมใหม่ๆ นี่ อยู่ที่นี่ก็เจอแต่อะไรเดิมๆ ขวัญอยากเที่ยว อยากเดินช็อปปิ้งตามห้างใหญ่ๆ เผื่อมีแมวมองมาเจอขวัญจะได้ไปเป็นดาราไง ตั้งแต่เด็กจนโตดินก็เห็นว่ายายไม่ให้ขวัญไปไหนไกลๆ เลย...

          ดวงตาคมเข้มมองเธออย่างพ้อนิดๆ โคลงศีรษะให้เนือยๆกับถ้อยคำจำนรรจานั้น หากหญิงสาวก็ยังคงพยายามตีหน้าซื่อแล้วพูดต่อไป

          ขวัญอยากเที่ยว อยากแต่งตัวสวยๆ อยากไปกินอาหารริมแม่น้ำในโรงแรมเหมือนในหนัง อยากให้ชีวิตมันดีกว่านี้ ไม่อยากเป็นเด็กกะโปโลตามบ้านนอก เรียนจบมาเราก็ต้องเข้าไปหางานที่กรุงเทพฯ ทำอยู่ดีนั่นแหละอยู่ที่บ้านเราจะมีงานอะไร

          ขวัญมีสวน มีที่นาให้ทำกิน หางานแถวบ้านเราทำประกอบกับทำสวนทำนาที่บ้านก็อยู่ได้อย่างสบายแล้วดินว่า

          โอ้ย ! ดิน จะให้ขวัญพูดให้ฟังอีกกี่รอบว่าขวัญไม่ทำสวน ทำนาหรอก...หึ

          ชายหนุ่มทำหน้าเคร่งมองอย่างอ่อนใจ ใบหน้าเรียวสะบัดฉับหนี ย่นหน้าให้เขาเช่นกัน  

          ดินคิดว่าพอเข้าไปเรียนในเมือง ดินจะหางานพิเศษทำช่วยค่าใช้จ่ายหลวงลุง...และจะเก็บเงินพาขวัญไปเที่ยวกรุงเทพฯนะ

          จริงเหรอดิน !”

          ใบหน้างอๆนั้นหันกลับมามอง ดวงตากลมโตเปล่งประกายสดใสขึ้นทันที โน้มตัวมาข้างหน้าจนเรือไหวแรง

          จริงนะ อย่าโกหกนะ

          คนอย่างดินพูดคำไหนคำนั้น ไม่เคยโกหกใครอยู่แล้ว

          ขวัญชนกยิ้มกริ่ม ดวงหน้าแจ่มใสขึ้นสบตากับเขาด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม

 

 

          มหาวิทยาลัยราชภัฏเปิดภาคเรียนใหม่ต้อนรับนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งจากหลายอำเภอและหลายจังหวัดเข้ามาเรียนศึกษาหาความรู้เพื่อนำไปประกอบอาชีพ ภูบดินทร์ได้โควตานักเรียนเรียนดีจากโรงเรียนเข้าศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ ส่วนขวัญชนกนั้นเลือกเข้าเรียนในคณะนิเทศศาสตร์ตามความใฝ่ฝันที่อยากทำงานในแวดวงโทรทัศน์ จึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่คนทั้งคู่ต้องแยกกัน ตอนเข้าเรียนในช่วงปีแรกในมหาวิทยาลัยวิชาพื้นฐานที่นักศึกษาเข้าใหม่ต้องเรียนทำให้ทั้งสองคนยังได้เจอกันอยู่บ้าง จนขึ้นปีสองที่ต่างคนต่างแยกไปเรียนตามสาขาวิชาของคณะที่ตัวเองเลือกเรียนทำให้ทั้งคู่ไม่ได้นั่งเรียนด้วยกันแล้ว แต่อย่างไรเสียทั้งสองคนก็ให้ตารางเรียนของกันและกันไว้เพื่อในเวลาว่างจะได้มาเจอกันและในวันหยุดสุดสัปดาห์หากไม่มีกิจกรรมอะไรที่ต้องทำในมหาวิทยาลัยทั้งสองคนก็จะนั่งรถกลับบ้านพร้อมกัน แต่ช่วงหลังมาชายหนุ่มได้ทำงานพิเศษเป็นพนักงานที่ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าใหญ่ในตัวเมืองแลกกับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง ยิ่งทำชั่วโมงเยอะค่าตอบแทนก็จะเยอะและยิ่งมีงานล่วงเวลาเข้ามาเขาก็จะรับไว้ก่อนใครทันที เรียกได้ว่าเรียนเสร็จภูบดินทร์ก็จะตรงดิ่งเข้างานเลย เช่นนั้นใช่ว่าการติดต่อระหว่างเขาและหญิง ที่รัก จะห่างหายไป แม้ว่าจะทำงานหนักแค่ไหนหลังเลิกงานก็จะแวะเวียนมาหาเธอที่หอพักอยู่ไม่ให้ขาดซักอาทิตย์...เช่นวันนี้

          ใต้หอพักนักศึกษาที่เป็นหอรวม ร่างสูงของบุรุษจัดว่ารูปร่างหน้าตาดีดูดีในชุดเสื้อยืดสีขาวแบบธรรมดาใส่คู่กับกางเกงยีนสีเข้มสวมกับรองเท้าผ้าใบนั่งอยู่โต๊ะหินอ่อนในท่ามือสองข้างสอดนิ้วประสานกัน ค้อมตัวลงมาพอให้ศอกตั้งไว้กับหน้าขา บ่อยครั้งที่ใบหน้าหล่อเหลาคอยชะเง้อคอมองทางเข้าเพื่อรอคนที่นัดกันไว้...ร่วมชั่วโมงจึงเห็นรถเก๋งสีดำคันหนึ่งวิ่งมาจอดอยู่หน้าประตูหอพักอึดใจต่อมาร่างบอบบางในชุดศึกษาหญิงก็เปิดประตูออกมาจากด้านหลังคนขับมายืนอยู่บนฟุตบาต มือเรียวโบกไหวๆให้คนที่ขับมาส่งพร้อมรอยยิ้มหวานเป็นเชิงขอบใจ รอให้รถคันนั้นเคลื่อนออกไปหญิงสาวจึงได้เดินเข้ามาในหอ

          ขวัญ !”

          ภูบดินทร์ไหวตัวลุกขึ้นตั้งแต่เห็นใบหน้างามถนัดนั้นชัดเจนในตอนที่หล่อนก้าวลงมาจากรถ คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากันจนกลายเป็นนิ่วเมื่อเห็นเจ้าหล่อนส่งยิ้มและโบกมือให้กับชายที่ลดกระจกลงมา ตอนนั้นเองที่เขาอยากจะเดินเข้าไปกระชากตัวเธอออกมาเสียเร็วๆ

          ดิน...มารอนานแล้วเหรอขวัญร้องทักในสีหน้าและน้ำเสียงปกติ

          อืม..นาน...ใครมาส่งน่ะ...ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ในอาการบึ้ง หากก็พยายามระงับอารมณ์กรุ่นถามออกไปอย่างใจเย็น

 

          ...เห้ย...ดิน

          อะไรโชค

          เมื่อวานไอ้ตินมันเห็นขวัญนั่งรถไปกับผู้ชาย กูไปสืบมาให้มึงแล้วว่าเป็นรุ่นพี่คณะเดียวกันกับขวัญ มึงระวังแฟนมึงไว้นะเว้ย รุ่นพี่คนนี้ได้ข่าวว่าเป็นลูกนักการเมืองในจังหวัด รูปหล่อ พ่อรวย เปย์ผู้หญิงไม่อั้น

          ดวงตาสีเข้มวาวขึ้นเขม้นมองเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกันสามกันในเชิงขุ่นเคือง แล้วบอกว่า

          ขอบใจที่บอก แต่กูเชื่อใจขวัญ กูกับขวัญรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ

          เออ พวกกูรู้แค่อยากจะเตือนมึงไว้

          มือหนาของเพื่อนตบลงที่ไหล่เขาเบาๆ ก่อนทั้งหมดจะแยกย้ายกันไปหลังเรียนเสร็จในคลาสวันนี้...

 

          อ๋อ รุ่นพี่ที่คณะหญิงสาวตอบเสียงซื่อๆ ดวงตาซื่อๆกับรอยยิ้มจางๆ

          ทำไมต้องให้มาส่งด้วยล่ะขวัญ มาส่งกี่ครั้งแล้วเนี่ย

          ก็...สามสี่ครั้ง

          คำบอกทำให้ใบหน้าเขาขรึมลงและเงียบ เพียงเท่านี้แหละที่เขาแสดงอาการออกมา ภูบดินทร์ไม่เคยทำอะไรมากไปกว่าการเงียบแล้วให้คนอื่นคิดไปตามที่อยากจะคิด

          ขวัญชนกถอนหายใจพรืดจ้องหน้าเขาในแววตาโปร่งใสไม่มีอะไรต้องปกปิด...

          ดิน... ดินก็เห็นนี่ว่าขวัญไม่ได้มากับพี่เขาสองคนนะ ในรถยังมีเพื่อนขวัญอีกสองคนนั่งมาด้วย พี่คนนั้นเขาเป็นแฟนกับเพื่อนขวัญ แฟนเขานั่งข้างหน้าคู่กันไง ถ้าดินเห็นว่าขวัญลงมาจากรถดินก็ต้องเห็นว่าขวัญลงมาจากเบาะหลัง

          หญิงสาวไล่เลียงอธิบาย คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างกังวลใจเช่นกัน ภูบดินทร์แลสบตาหญิงสาวใบหน้ายังไม่คลายบึ้งนัก พยักหน้ากับคำอธิบายก่อนพูดเสียงอ่อยว่า

          ขวัญไม่น่าย้ายออกมาอยู่หอรวมเลยนะ มันดูไม่เป็นระเบียบ มั่วๆ กันยังไงก็ไม่รู้ ดินว่า...สายตาเขาไพล่ไปมองหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินโอบกอดกันเข้ามาในหอนี้พอดี

          เอ้า ไม่ดีเหรอ ดินจะได้ขึ้นไปหาขวัญที่ห้องได้

          ...เขาสบตาเธอแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร

          ขวัญหิวแล้วไปกินข้าวกันเถอะ ดินจะขึ้นไปรอขวัญเปลี่ยนเสื้อผ้าบนห้องมั้ยล่ะ

          ไม่ล่ะ รอข้างล่างนี่แหละ

          หญิงสาวเหยียดยิ้มขันมองเขาในสายตาล้อ

          ไม่กลัวขวัญจะซุกใครไว้บนห้องเหรอไม่ขึ้นไม่ดูน่ะ

          “!!!” ดวงตาของคนฟังเป็นประกายจ้าขึ้นแทนการพูด

          ขวัญล้อเล่นน่า...หญิงสาวหัวเราะอย่างขันๆ หน้าดินเมื่อกี้ตลกดี

          ชายหนุ่มปรับใบหน้าให้ขรึม...เงียบ...

          แล้วเราจะไปยังไง

          ยืมมอไซด์เพื่อนมา

          อ๋อ...ใบหน้าเรียวหันไปมองมอเตอร์ไซรุ่นฟีโน่สีชมพูหวาน ยิ้มหน้าเฉยแล้วว่า

          อืม เดี๋ยวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะรีบลงมา

          ...ชายหนุ่มพยักหน้า

          ร่างบางเดินนวยนาดผ่านหน้าเขาเข้าไปในหอพัก ชายหนุ่มเคยขึ้นไปบนห้องของเธอแล้วเมื่อตอนที่ช่วยย้ายข้าวของออกมาจากหอเก่าและเขาก็เป็นคนช่วยจัดห้องให้เธอด้วย ดวงตาคมหลุบต่ำถอยตัวไปนั่งรอที่โต๊ะหินอ่อนตามเดิม ริมฝีปากหยักเหยียดเป็นรอยยิ้มนิดๆ ดวงตาทอดมองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นเพราะความระลึกที่มีอยู่ในใจเต็มเปี่ยมว่า ตอนนี้ตัวเขายังไม่มีอะไรเป็นเพียงเด็กวัดที่หลวงลุงอุปการะหากเทียบกับเธอแล้วยังถือว่าห่างชั้น แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งยายและหญิงสาวจะไม่ได้มองว่าเขาเป็นคนอื่นใดเลย แต่หญิงสาวคนนั้นก็มีสิ่งที่มากกว่าเขาที่ไม่มีทรัพย์สมบัติใดติดตัวเลย เธอมีที่นา ที่สวนมะม่วง ที่ทำกินอีกหลายไร่ สิ่งนี้จึงเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องตั้งใจเรียน เพราะความรู้จะช่วยให้เขามีปัญญาก้าวรุดไปข้างหน้าแล้วสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยตัวเองให้คู่ควรกับหญิงที่รักเพียงคนเดียว แล้ววันนั้นไม่ว่าหญิงสาวอยากได้อะไร อยากไปเที่ยวที่ไหนในโลกนี้เขาก็จะพร้อมเปย์พาเธอไปทุกๆที่ หลายครั้งที่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพังบนห้องหากชายหนุ่มต้องยับยั้งใจไม่ให้เผลอไผไปกับความต้องการอันเป็นเรื่องธรรมชาติของหนุ่มสาว แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายจะมีใจให้กันเสมอมาเช่นกันแต่เขาก็ต้องอดใจรอและถนอมเธอไปจนถึงวันที่ได้แต่งงานกัน

          ดิน...ปะ

          ร่างบางเดินมาฉุดต้นแขนเขาลุกขึ้นก่อนเจ้าตัวจะลุกเสียอีก สองแขนเรียวสอดคล้องเข้ากับลำแขนล่ำซ้ำยังเบียดตัวเข้ามาชิดจนทรวงอกอวบสัมผัสกับแขนล่ำๆ หล่อนสวมเสื้อแขนกุดกับกางเกงยีนขายาวเข้ารูปโชว์เรียวสล้างอวดสัดส่วนงดงาม คล้องกระเป๋าสีดำใบเล็กไว้ที่ไหล่ ใส่รองเท้าส้นสูง ผมยาวสลวยเป็นลอนใหญ่ๆปล่อยยาวลงมาถึงกลางหลัง ดวงหน้าหวานละมุนแต่งเติมเครื่องสำอางลงไปแต่พองาม... ภูบดินทร์ขยับริมฝีปากยิ้มเฝื่อนๆ แกะแขนเรียวที่คล้องกับแขนเขาเปลี่ยนเป็นจับมือกัน หญิงสาวทำหน้ากร่อยลงเขาเลยรีบให้เหตุผลว่า...

          ดินกลัวคนอื่นจะมองขวัญเสียหายต่างหาก

          ...หญิงสาวพยักหน้าเรียบๆลอบถอนหายใจอ่อน ก่อนชายหนุ่มจะจูงมือเธอไปที่รถหยิบหมวกกันน็อกมาสวมให้หญิงสาวแล้วค่อยสวมให้ตัวเอง

^

^

^

***โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ

0 ความคิดเห็น