เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 38,061 Views

  • 136 Comments

  • 893 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18,727

    Overall
    38,061

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5803
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 342 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

 

          ณ ภูเขาแห่งหนึ่ง มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหน้าผาจ้องลงไปเบื้องล่าง

          "ข้าเบื่อ" ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่าหนิงเยว่ เป็นคนแซ่หวางที่เป็นชาวไร่ชามาหลายชั่วอายุคน แน่นอนหนิงเยว่เองก็เป็นหนึ่งในนั้น

          "หนิงเยว่ เจ้ามาทำอะไรบนนี้อีกแล้ว ทำไมไม่ลงไปช่วยบิดาเจ้าทำงานบ้าง" ผู้มาใหม่นั้นเป็นสตรีที่รูปร่างหน้าตาแม้จะดูเหมือนเด็กน้อยแต่นางเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เดินตามกันมาของหนิงเยว่

          นามของนางก็คือ ลู่หลิ่ง

          "อะไรหอบท่านมากันละท่านหญิงลู่หลิ่ง"หนิงเยว่หันไปกล่าวด้วยวาจาล้อเลียน

          "หนอยเจ้า" ลมปราณหอบใหญ่ก่อตัวในมือของลู่หลิ่งหมายจะสั่งสอนสหายปากปีจอของตน

          "ทำไมข้าจะเรียกเจ้าว่าท่านหญิงไม่ได้ละ 'เทพธิดาของหมู่บ้านวิมานหมอกผู้มีปราณตั้งต้นขั้น พื้นฐาน ระดับ 2' แถมยังหมั้นกับท่านชายจากเมืองหลวงไปแล้วหนิ" หนิงเยว่พูดพลางจ้องมองไปที่แหวนหยกในมือของลู่หลิ่ง

          ลู่หลิ่งทำอะไรไม่ได้นอกจากสลายปราณพร้อมแม้มปากแน่น

          "ข้าแค่เก่งกว่าคนอื่นนิดหน่อยไม่ได้แปลว่าเจ้ากับข้าจะแตกต่างกันนะ เรายังเป็นสหายกันอยู่นิ"

          "หึ นิดหน่อย นิดหน่อยของเจ้าเนี่ยมันใหญ่มากเท่าไหร่รู้ไหม!! คนทั่วไปนะเมื่อเข้ารับการเปิดจุดลมปราณระดับส่วนใหญ่ของหมู่บ้านเราคืออะไรรู้ไหม! ก่อเกิด ระดับ 2 แต่เจ้า เจ้าได้ถึงพื้นฐานขั้น1 มันไม่ใช่แค่สูงในหมู่บ้านเรา แต่ข้างนอกนั่น มันก็ยังสูงมากอยู่ดี" หนิงเยว่ตะโกนอย่างเดือดดาล

          "แถมดูบอกเข้าจะเป็นสหายกับข้า เหอะ ความคิดนั่นจะคิดไปได้อีกสักกี่ปี 1ปี? 2ปี? หรือแค่ครึ่งปี หลังจากเจ้าก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านนี้ไปสู่ข้างนอกนั่น" หนิงเยว่หันหลังกลับไปมองท้องฟ้าอีกครั้งหลังจากที่พูดทุกอย่างในใจตนเองไปหมดแล้ว

          ปล่อยให้ลู่หลิ่วร้องไห้วิ่งกลับหมู่บ้านไป ด้วยความเจ็บช้ำ

          "ท้องฟ้าเอ๋ย นี่คงจะดีที่สุดแล้วสินะ" หนิงเยว่นั่งลง

          "ข้านี่น่ามันสมเพศจริงๆ อิจฉาเพื่อนของตนเองเนี่ยนะ" หยาดน้ำตาไหลรินลงมาจากดวงตาของหนิงเยว่

          เมื่อครั้งยังเยาว์ ทั้งสองชอบเล่นเป็นจอมยุทธกันโดยมีความฝันว่าสักวันจะได้ออกไปผจญโลกกว้าง

          แต่ความฝันทั้งหมดก็ต้องพังทลาย ลู่หลิ่งกลายเป็นอัจฉริยะในรอบพันปีผู้เกิดมาด้วยพรสวรรค์สูงส่ง

          วนฝั่งหนิงเยว่กลับไม่ใช่แค่ระดับพื้นฐาน เขานั้นไม่มีลมปราณ ไม่ใช่แม้ก่อเกิดระดับ 1 มันว่างเปล่าทั่วชีพจรลมปราณของเขานั้นไม่มีสิ่งใดวิ่งวนอยู่เลย

          ความฝันของทั้งสองจะจบแค่นี้เชียวหรือ? แน่นอนว่าไม่ หนิงเยว่เคยลองพยายามฝึกพร้อมกับลู่หลิ่งแล้ว

          ผลที่ได้นะเหรอ

          เขาพ่ายแพ้ทันทีที่อีกฝั่งรวบรวมลมปราณเพราะยืนรับแรงกดดันไม่ไหว

          พลังกายนะเหรอ เขาพ่ายแพ้ตั้งแต่ที่นางสามารถยกต้นไม้ทั้งตัวด้วยเคล็ดเสริมพลัง

          กระบวนท่านะเหรอ เขาฝึกมันไม่ได้ด้วยซ้ำ

          "หากลมปราณคือชีวิต ไยข้าไร้ลมปราณทำไมข้ายังไม่ตาย?" หนิงเยว่ตั้งคำถามกับตนเอง หนิงเยว่ในตอนนี้มีเพียงแต่ความอ้างว้างและความเหงา สหายเพียงหนึ่งเดียวของตนก็ออกเรือนไปแล้ว

          "ขยะอย่างข้าตายไปก็คงไม่มีใครสนใจอยู่แล้วละนะ" หนิงเยว่ลุกขึ้นก้าวไปยืนบนขอบหน้าผา

          หนิงเยว่ก้มมองไม่ยังทะเลหมอกเบื้องล่าง เขามั่นใจว่าถ้าตนกระโดดลงไปย่อมเสียชีวิตอย่างไม่ทุกข์ทรมาณแน่นอน

          กึก กึก

          ยิ่งเดินเข้าใกล้สุดขอบหน้าผาเท่าไหร่ขาของหนิงเยว่ก็สั่นแรงขึ้นเท่านั้น

          วูบ

          มีลมหอบใหญ่พัดมาจากที่ไหนก็ไม่รู้พัดหนิงเยว่กระเด็นลงไป

          ด้วยสัญชาตญาณหรือด้วยความกลัวตายก็ไม่รู้ หนิงเยว่เกาะกิ่งไม้ที่ยืนออกไปนอกหน้าผาได้ทัน

          "ข้ายังไม่อยากตาย ข้ายังอยากจะออกไปสู่ยุทธภพ ข้าอยากจะมีครอบครัว ข้าอยากจะช่วยให้พ่อแม่ของข้าสุขสบาย ข้ายังไม่อยากตาย!" หนิงเยว่พยายามปีนกิ่งไม้กลับขึ้นไปบนหน้าผา

          แต่ราวกับฟ้ากลั่นแกล้ง กิ่งน้อยหรือจะรับน้ำหนักของชายเต็มวัยได้ มันเริ่มที่จะหักออก

          "ไม่นะ ไม่ ไม่ ไม่" หนิวเยว่กรีดร้องอย่างหวาดกลัว แต่กิ่งไม้เจ้ากรรมหาได้สนใจไม่ มันยังคงแต่หักอย่างต่อเนื่อง

 

 

          วูบ

          ที่ปลายทางของความสิ้นหวัง จู่ๆก็มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ลมสวรรค์หรืออย่างไรพัดให้ร่างของหนิงเยว่ลอยคว้างมาตกที่บนหน้าผา

          "ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณสวรรค์ ต่อไปนี้ข้าจะไม่คิดฆ่าตัวตายอีกแล้ว" หนิงเยว่ก้มกราบลงกับพื้นหลายครั้ง

          ทันทีที่ลุกขึ้นหนิงเยว่ก็รีบวิ่งกลับไปยังจุดปลอดภัยที่ตนเคยยืนอยู่

          "หากเป็นเซียน ไม่สิของแค่ข้ามีระดับปราณเท่าลู่หลิ่งมันก็พอจะช่วยให้ข้างรอดจากเหตุการณ์นั่นได้แล้ว" หนิงเยว่นั่งลงด้วยร่างอันสั่นเทา

          "ทำไมโลกช่างโหดร้ายกับข้ายิ่งนัก!" หนิงเยว่ต่อยต้นไม้อย่างรุนแรง แน่นอนว่าต้นไม้มิได้รับความเสียหายใด แต่มือของหนิงเยว่นั้นบวมแดง

          แต่หนิงเยว่ยังคงต่อย และต่อย จนมือบวมแดง นิ้วแตกหัก หนังถลอกจนเกือบเห็นกระดูก

          ครืน เสียงต้นไม้ค่อยๆโค่นลง

          "แฮก แฮก" หนิงเยว่นั่งลงพิงต้นไม้ที่เหลือครึ่งต้นก้มลงมองมือของตนเองพลางร้องไห้อย่างเจ็บใจ

          "ฝ่ามือเดียวของลู่หลิ่วก็พอจะโค่นต้นที่ใหญ่กว่านี้นับสามเท่า แต่ข้ากลับแทบต้องแลกมาด้วยมือทั้งสองข้า"

          หนิงเยว่ก้มลงนั่งขัดสมาธิลองรวบรวมลมปราณจากธรรมชาติดั่งที่เคยเรียนรู้มา แต่ผลย่อมเหมือนเดิม ไม่มีลมปราณเพิ่มหรือหมุนวนเข้ามาเลย

          "เห้อ" หนิงเยว่ถอนหายใจพร้อมนอนทอดตัวยาวไปกับผืนดิน

          กลิ่นของต้นไม้และใบหญ้าอันสดชื่นลอยเข้ามาในโสตประสาทของชายหนุ่ม

          "หากธรรมชาติเป็นเพียงธรรมชาติ มิใช่แหล่งพลังปราณจะเป็นเช่นไรกันนะ" หนิงเยว่ที่คิดแบบนั้นก็ลองกลับมานั่งสมาธิอีกครั้ง แต่คราวนี้จากที่เป็นการโคจรลมปราณ เขากลับเพียงนั่งสงบรับรู้ถึงโลกภายนอกแทน

          หลังจากนั่งสมาธิไปประมาณหนึ่งชั่วยาม หนิงเยว่ก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป เส้นพลังลมปราณจากที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้มันนั้น

 

 

          "เส้นลมปราณข้าหายไปไหน?"

 

 

 

 

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 342 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #128 อรุณทอแสง (@feerix) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 15:18
    กรรม หนักกว่าเก่า
    #128
    0
  2. #95 poick90 (@poick90) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:31
    โถ่ นึกว่าจะได้พลัง
    เล่นแบบนี้จบเลย
    #95
    1
    • #95-1 DarkestLight (@arttytack) (จากตอนที่ 1)
      4 เมษายน 2562 / 22:01
      พลังนั่นแหละครับ อยากรู้มายังไงก็อีกนานนนนนเลย
      #95-1
  3. #9 ฮุ่ยเหมย (@SoraPhantom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:15

    อ้าว เส้นปราณหาย
    #9
    0