เทพหมัดสะท้านฟ้า นามของข้าคือ!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 39,717 Views

  • 141 Comments

  • 909 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    20,383

    Overall
    39,717

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 347 ครั้ง
    22 ก.พ. 62

       "ช่างมัน ไม่มีกับว่างเปล่าก็คงไม่ต่างกันมากหรอก" หนิงเยว่ลุกขึ้นเดินกลับหมู่บ้านของตน

          หนิงเยว่ทันทีที่กลับถึงหมู่บ้านก็มองเห็นรถม้าที่ประดับประดาไปด้วยเครื่องทรงมากมายขับผ่านออกไปทางประตูทางเข้าหมู่บ้าน

          "ลาก่อน ลู่หลิ่ง" หนิงเยว่กล่าวอย่างเศร้าสร้อย ขณะเดินเข้าบ้าน

         บ้านของหนิงเยว่นั้นเป็นกระท่อมไม้เล็กๆที่มีพ่อกับเขาอาศัยอยู่กันสองคน ส่วนแม่ของเขานั้นพ่อบอกว่านางตายไปนานแล้ว

          "หนิงเยว่ มานี่" ทันทีก้าวเข้ามาในบ้าน หนิงเยว่ก็ถูกเรียกโดยบิดาที่นั่งรออยู่บนเก้าอี้ไม้สัก

          เขาคนนี้มีนามว่าหนิงหลง เป็นบิดาของหนิงเยว่ มีร่างกายกำยำพร้อมทั้งระดับปราณขั้นสูงระดับ 9

          "ขอรับท่านพ่อ" หนิงเยว่คุกเข่าลงต่อหน้าบิดา เขาสัมผัสได้ถึงอารมณ์โกรธมหาศาลโพยพุ่งออกมาจากร่างของบุรุษเบื้องหน้า

          "รู้ไหมว่าเจ้าทำผิดอะไร" หนิงหลงกล่าวเสียงต่ำจากโทสะ

          หนิงเยว่หยุดคิดสักครู่ก่อนจะตอบกลับไปว่า 

          "ข้าขอโทษที่โดดงานขอรับ พอดีช่วงนี้ข้าเหนื่อยมาก"

          "แค่นั้น" เสียงของหนิงหลงนั้นมีอารมณ์โกรธแฝงมาอย่างชัดเจน

          "แค่นี้ครับ" หนิงหลงที่ได้ยินคำตอบของหนิงเยว่ก็สูดหายใจเข้าลึกๆทีหนึ่ง ก่อนจะตะโกนออก

          "เจ้าโง่!!!!!!!!!!!!!!!!!" เสียงแฝงพลังปราณระดับสูงขั้น9เขย่าบ้านทั้งหลังให้สั่นสะเทือนกำแพง วัตถุมากมายตกแตกกระจาย
         
"ถ้าสมองน้อยๆของเจ้าคิดไม่ได้ข้าจะบอกให้ ความผิดของเจ้าคือเจ้าปล่อยลู่หลิ่งไป รู้ไหมว่าอนาคตของนางนั้นไกลเหนือกว่าจะคาดคะเนได้

          "แต่เจ้ากลับตัดเยื่อไยกับนางถึงขนาดทำให้นางวิ่งร้องไห้ขึ้นรถม้าไป ทั้งๆที่นางอุตส่าห์ยืดเยื้อเวลาออกไปรู้ไหมเพราะอะไร เพราะเจ้า!!"

          "นางพยายามเจรจากับองค์ชายให้นางนำเจ้าไปด้วย ทางองค์ชายเองก็เริ่มใจอ่อนแต่ดู ดูสิ่งที่เจ้าทำมัน มัน" หนิงหลงคำรามออกมาอย่างดุดัน ทุกประโยคที่พูดพลังปราณยิ่งโพยพุ่ง

          หนิงหลงหยุดหอบหายใจทีหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบดาบศิลาข้างกาย

          "ขยะแบบเจ้า ข้าไม่ต้องการ!!" หนิงหลงฝาดดาบศิลาขนาดยักษ์แฝงพลังปราณขั้นสูงระดับ9ใส่บุตรชายของเขาที่ไม่มีแม้แต่ลมปราณหมายจะปลิดชีพของหนิงเยว่

          หนิงเยว่นั้นแม้จะยอมรับผิดตามที่บิดาพูดมา

แต่เขาก็ไม่อยากตาย!

เรื่องอะไรเขาจะมายอมตายเพียงแค่ไม่ยอมติดตามสตรีนางหนึ่ง

          แต่หนิงเยว่นั้นรู้ตัวเองดีว่าต่อให้มีร้อยพันชีวิตก็ไม่อาจจะต้านทานคมดาบเบื้องหน้าได้ เขาจึงตัดสินใจ หลบ!

       ฟุบ

     ก่อนสมองจะทันสั่ง ร่างกายของหนิงเยว่ก็ได้กระโดดตีลังกาไปยืนอยู่หน้าประตูบ้านรอดจากคมดาบไปก่อนแล้ว

          'เกิดอะไรขึ้น' หนิงเยว่มองจุดที่ตนอยู่กับจุดที่ตนเองเคยอยู่อย่างงุนงง

          เขามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกัน?

          "หนอยแก กลับมานี่!" หนิงหลงตะโกนอย่างเดือดดาลพลางลุกขึ้นวิ่งไล่หนิงเยว่

          หนิงเยว่ที่แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่เขารอดชีวิต เขาก็ยังมีสติพอจะรีบเปิดประตูวิ่งหนีออกไป

          "คิดว่าจะหนีข้าพ้นเรอะ!" เสียงของหนิงหลงประชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ

          "ข้อขอโทษท่านพ่อ แต่ข้าจะมาตายตรงนี้ไม่ได้!! ข้าเริ่มมองเห็นอนาคตของตัวเองแล้ว" หนิงเยว่รู้สึกว่าร่างของตัวเองเบาขึ้น เร็วขึ้น

          ข้างหน้านั้นเป็นตลาดขนาดใหญ่หนิงเยว่รีบกระโดดขึ้นหลังคาบ้านเรือนแล้วถีบตัวไปตามหลังคา

          "ข้าทำได้ ข้าทำได้" ภาพการเคลื่อนไหวมากมายวิ่งแล่นไปทั่วศรีษะของหนิงเยว่

เมื่อก่อนเขาแค่วิ่งให้พ้นบิดาของมันก็ไม่มีทางทำได้แล้ว แต่ตอนนี้เขาสามรถแม้แต่กระโดดขึ้นหลังคาภายในก้าวเดียง ทั้งยังสลัดบิดาหลุดพ้น! ไม่ต้องบอกเลยว่าตอนนี้ภายในใจของหนิงเยว่นั้นโลดแล่นเพียงใด

          หนิงเยว่ยังคงรับรู้ถึงจิตสังหารขนาดใหญ่พุ่งตามหลังมาอย่างต่อเนื่อง เขาจึงทำได้แต่วิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่ง

          แต่อนิจจา หมู่บ้านวิมานหมอกนั้นเป็นเกาะปิดที่รอบข้างมีเพียงทะเลหมอก ทางเข้าออกเพียงทางเดียวก็คือสันเขายาว

          หนิงเยว่วิ่ง วิ่งจนในที่สุดก็วิ่งมาถึงขอบเหวที่อีกฝากแสนไกลนั้นเป็นป่า เขาตัดสินใจจะไม่ไปที่ทางออกหลักเนื่องจากบิดาคงไปดักรอเขาที่นั่น

          หารู้ไม่ว่าบิดานั้นยังตามเขามาอยู่ ขณะที่หนิงเยว่หยุดนิ่ง มีกำแพงวายุก่อขนาบข้างเป็นครึ่งวงกลมล้อมรอบหนิงเยว่

          "แกจบแล้วหนิงเยว่ ใช้ได้ที่แกสามารถรอดมาถึงนี่ แต่แกไม่มีทางหนีอีกแล้ว ข้าจะนำหัวของแกไปขอโทษแม่นางลู่หลิ่งเองเพราะงั้นส่งมันมาสะ" หนิงหลงกำชับดาบในมือของตัวเองแน่น พลังปราณวายุของมันเริ่มก่อตัวเป็นสีเขียวเข้ม

          ข้างหน้าคือคมดาบ ข้างหลังคือหุบเหว ไม่ว่าจะทางไหนก็มีแต่ความตายรออยู่ 

          หนิงเยว่จึงตัดสินใจ ถึงแม้มันจะไกล เขาก็ต้องไปให้ถึง!

          "นั่นแกจะทำอะไร แม้แต่ข้าก็ข้ามหุบเหวนั่นไม่ได้ หยุดนะไอบ้าเอ้ย"หนิงหลงร้องเสียงหลง เมื่อรู้ว่าหนิงเยว่คิดจะทำอะไรหลังจากที่มันถอยมาออกหลายก้าวตั้งท่าจะวิ่ง

          หนิงเยว่กลั้นหายใจหนึ่งครั้ง ตั้งสมาธิแน่วแน่ มองไปยังอีกฝั่งของหุบเหวแล้วออกตัววิ่ง!

       ตุบ ตุบ ตุบ ทุกฝีก้าวของหนิงเยว่นั้นหนักแน่น ทุกครั้งที่ฝ่าเท้าสัมผัสกับพื้นต่างมีหลุมลึกเกิดขึ้น

          เมื่อมาถึงขอบเหวหนิงเยว่ตะโกนลั่น "ลาก่อนท่านพ่ออออออ"

          หนิงเยว่กดเท้าลงกับพื้นส่งแรงทั้งหมดในการถีบตัวไปข้างหน้า

 

 

          "นี่ๆ ท่านอาจารย์เรามาทำอะไรกันที่นี่หรอคะ" เสียงใสของฮุ่ยเหอศิษย์สตรีแห่งสำนัก วิหควารี กล่าวถามอาจารย์ของตนด้วยใบหน้าเหนื่อยหอบ

          "วันนี้เรากำลังมาล่า นกยูงสายธารกัน หรือว่าเจ้าลืมไปแล้ว?" อาจารย์ของฮุ่ยเหอนั้นเป็นสตรีที่งามยิ่ง นางมีเอกลักษณ์ที่เส้นผมยาวทีขาวนวล นามของนางเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วเมืองสีหมอก ธิดาเหมันณ์ ซูลี่

          "นกยูงสายธาร มันเป็นสัตว์อสูรขั้นสูงระดับ1 ข้าไม่ไหวหรอก ข้ายังพึ่งพื้นฐานระดับ6เองนะท่าน" ฮุ่ยเหอเอ่ยด้วยความกังวล ระดับของนางกับสัตว์ร้ายเบื้องหน้าห่างชั้นกันพอสมควร

          "ไม่ต้องห่วงถ้าเกิดอันตรายถึงชีวิตข้ายื่นมือเข้าช่วยเอง" อาจาย์สาวให้คำมั่น

          "เป้าหมายของเราอยู่ตรงหน้าแล้ว ทำงานของเจ้าซะ ถ้าสำเร็จเราจะมีขนหางมากพอที่จะทำพัดธาราให้เจ้า" ซูลี่ชี้ไปยังนูกยงตัวยักษ์ขนาดสูงกว่า2เมตร มันกำลังเดินนวยนาดอยู่ริมแม่น้ำออกหาปลากินตามธรรมชาติของมัน

          หลังทำใจได้ ฮุ่ยเหอก็วิ่งออกไปด้วยร่างกายที่ห่อหุ้มไปด้วยลมปราณสีฟ้า

          "ย่ะ" วิชาของสำนักวิหควารีนั้นใช่พัดคู่กับกระบี่ในการต่อสู้

          กระบวนท่าแรกของฮุ่ยเหอคือการใช้กระบี่พุ่งเข้าใส่ดวงตาของเป้าหมาย

          นกยูงที่เห็นว่ามีศัตรูเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว มันที่พยายามจะหลบจึงโดนการโจมตีเข้าไปเพียงถากๆแต่ก็ส่งผลให้ดวงตาของมันได้รับบาดเจ็บ

          "สำเร็จ" ฮุ่ยเหอที่เท้าสัมผัสกับพื้นนั้น ได้หันหลังด้วยความประมาทเพราะกำลังได้ใจ

          "ฮุ่ยเหอ!!" ซูลี่พยายามจะเตือนศิษย์ตนแต่ไม่ทันกาล

นกยูงลุกขึ้นใช้เท้ากระทืบฮุ่ยเหอจมดิน

ซูลี่นั้นคิดจะช่วยเหลือศิษย์ของตน แต่ว่าในสภาพที่ทั้งสองอยู่ติดกันแบบนี้มันอันตรายสำหรับฮุ่ยเหอไป ด้วยพลังของจอมยุทธระดับ2อาจทำให้ศิษย์ได้รับบาดเจ็บไปด้วย

          ฮุ่ยเหอที่เสียท่าเพราะความประมาทพยายามใช้กระบี่และพัดในมือตนพยายามสร้างความเสียหายให้กับขาของนกยูงสายธาร

แต่นกยูงสายธารมันเองก็เป็นถึงสัตว์อสูรระดับสูง พร้อมด้วยขาของมันที่แข็งแกร่งกว่าส่วนอื่น ทำให้ฮุ่ยเหอไม่สามารถทำความเสียหายให้มันได้

          นกยูงส่งน้ำหนักไปที่เท้ามากขึ้นหมายจะขยี้ผู้มาทำร้ายมันให้แหลกติดพื้น

          "อา.. อาจารย์ช่วยข้าด้วย!!" ฮุ่ยเหอพยายามต้านทานน้ำหนักด้วยแรงที่ขณะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือไปยังผู้เป็นอาจารย์

          ซูลี่ในที่สุดก็ยอมรวบรวมพลังปราณของตนด้วยความคิดที่ว่า

'บาดเจ็บยังรักษาได้ แต่ตายนั้นทำอะไรมิได้แล้ว' นางเลือกใช้วิชาฝ่ามือลมปราณเพื่อลดความเสียหายให้น้อยที่สุด

          ฝ่ามือสีขาวพุ่งออกไปยังร่างของนกยูงสายธารอย่างรวดเร็ว

 

 

          "ว็ากกกกก" หนิงเยว่ที่ลอยคว้างมาจากบนฟ้าตกทะลุผ่านร่างของตัวอะไรบางอย่างไป

          "ข้าทำได้!! แอ็ก" หนิงเยว่ที่กำลังดีใจกับผลงานของตนก็โดนฝ่ามือปราณสีขาวปริศนาระเบิดใส่ร่างเต็มๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 347 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #54 KrKuKong (@KrKuKong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 21:07
    พ่อบ้าอะไรเปิดตอนมาก็จะฆ่าลูกแล้ว
    #54
    0
  2. วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 11:26
    พ่อ-เ-้ยยย

    เหมือนจะบอกว่า "ถ้ามืงไม่เกาะผู้หญิงกินมืงตาย"
    #34
    0
  3. #1 0622288682 (@0622288682) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:22
    มาแบบนี้พ่อเลวใช่ไหม
    #1
    1
    • #1-1 DarkestLight (@arttytack) (จากตอนที่ 2)
      10 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:20
      รอลุ้นครับ ไม่จบบทแค่นี้แน่
      #1-1