คำสัญญาไม่เสื่อมสูญ - นิยาย คำสัญญาไม่เสื่อมสูญ : Dek-D.com - Writer
×

คำสัญญาไม่เสื่อมสูญ

ยอดวิวรวม

69

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


69

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนตอน : 0 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  25 ต.ค. 53 / 00:00 น.

แท็กนิยาย

#นิยาย


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

คำสัญญาไม่เสื่อมสูญ

 

                ปลายเดือนกุมภาพันธ์อากาศเริ่มร้อนขึ้น แต่ทำให้ทันศึกรู้สึกสดชื่นกับแสงแดดอันสดใสโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาประมาณบ่าย 3 โมงเขากระปรี้กระเปร่ามากเป็นพิเศษ เมื่อมองออกไปนอกห้องทำงานซึ่งอยู่ชั้นที่ 3 แม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ห่างไปเพียง 10 กว่าเมตรเท่านั้น เขาเห็นกิ่งไม้เอนไหวตามแรงลมไม่ขาดระยะ บางครั้งลมก็พัดแรงจนทำให้ต้นไผ่กอใหญ่ที่อยู่ติดกับอาคารบริษัทลู่เอนเสียดสีกันไปมาคล้ายกับว่ากำลังบรรเลงเพลงแห่งฤดูร้อน

                ชนะนายไปดูคอมพิวเตอร์ให้คุณโฟนหน่อย เห็นว่าติดไวรัสอีกแล้ว ตรีพลวางหูโทรศัพท์แล้วหมุนเก้าอี้ที่เขานั่งหันหลังมาเรียกชื่อเล่นของทันศึก พวกเขาทั้งคู่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอมพิวเตอร์บริษัทออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์

                อีกแล้วเหรอ เพิ่งฆ่าให้เมื่อ 2 วันก่อน เขาพูดแล้วลุกขึ้นยืน บอกตรีพลหรือบอยว่า

                ไปทำบาปก่อนนะ เดี๋ยวกลับมา เขาหมายถึงการฆ่าไวรัสในคอมพิวเตอร์

                หลังจากฆ่ามันแล้วอย่าลืมสวดให้มันด้วย ตรีพลหยอกขณะที่เพื่อนกำลังเตรียมอุปกรณ์

                เขาเดินขึ้นไปชั้น 4 เพื่อพบโฟนหรือพรภิรมย์เจ้าหน้าที่ออกแบบ

                ขอโทษค่ะที่ต้องรบกวน โฟนทำอะไรไม่ถูกเลยค่ะ กลัวว่ามันจะเข้าไปทำลายข้อมูลในเครื่อง โฟนคิดว่าไวรัสคงติดมากับอีเมล์ที่ลูกค้าส่งมาให้ เธออธิบายทันทีที่เขาเดินเข้ามา สีหน้าวิตกกังวล

                เขานั่งลงดูข้อมูลในจอคอมพิวเตอร์ แล้วบอกเธอซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เขาว่า

                ไวรัสคงทำลายข้อมูลในคอมของคุณโฟนหมดแล้วมังครับ

                จริงหรือคะ เธอตกใจหน้าซีด รีบมองที่จอ

                ผมพูดเล่นครับ เขาพูดแล้วยิ้ม

                โฟนใจหายหมดเลยค่ะ คุณชนะเล่นหยอกกันแบบนี้ เธอยิ้มโล่งอก ต่อมาเธอชวนคุยขณะที่เขากำลังตรวจสอบไวรัส

                คุณชนะมาทำงานที่นี่นานเท่าไรแล้วคะ โฟนเพิ่งเห็นไม่นานมานี้

                1 เดือนครับ เขาตอบ

                คุณชนะมีชื่อเล่นหรือเปล่าคะ ครั้งต่อไปโฟนจะได้เรียกชื่อเล่น

                ชนะเป็นชื่อเล่นครับ ชื่อจริงผมชื่อทันศึก

                ชื่อแปลกจังเลยค่ะ

                พ่อผมตั้งให้ เพราะรู้ว่าในอนาคตผมต้องทำศึกกับไวรัสในคอมพิวเตอร์ เลยตั้งชื่อเล่นว่าชนะมาให้ด้วย เขาอธิบาย

                จริงหรือคะ เธอรู้สึกทึ่ง

                ผมพูดเล่นครับ เขายิ้มกว้างกว่าเดิม

                แหม คุณชนะนี่ ทำเอาโฟนคิดไม่ทันเลย เธอมองเขาด้วยความพอใจ

                ขอโทษค่ะคุณชนะอายุเท่าไหร่แล้วคะ เธอพยายามรู้จักเขาให้มากที่สุดจึงตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง

                27 ครับ

                จริงหรือคะ โฟนคิดว่าเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ หน้ายังเด็กมากเลย เธอรู้สึกชื่นชมเขาอย่างมาก

                เวลาแต่ละวันผ่านไปเร็วจริงๆ นะครับ มันเป็นปัญหาสำหรับผมมาก

                ทำไมหรือคะ

                ทำให้หน้าผมแก่ตามไม่ทัน

                ฮ่ะๆๆ เธอหัวเราะ เกือบจะหยิกที่ต้นแขนเขาแต่ตั้งสติได้ทัน

                เอาละ ผมคิดว่าเจอไวรัสที่อยู่ในคอมของคุณโฟนแล้ว เขาหันมาบอกเธอ

                หรือคะ ไวรัสชื่ออะไรคะ

                เอชไอวีครับ สีหน้าของเขาเครียด

                หรือคะ เอ๊ะมีไวรัสคอมพิวเตอร์ชื่อนี้ด้วยหรือคะ เธอทำหน้างงๆ

                ผมล้อเล่นครับ เขายิ้ม

                คุณชนะนี่ มีมุขเยอะจังเลยค่ะ เธอยิ้มหวานให้เขา

                ทันศึกใช้เวลาอีกประมาณ 10 นาทีในการฆ่าไวรัสและตรวจสอบระบบต่างๆ ให้เรียบร้อย  เสร็จแล้วเขาขอตัวกลับไปทำงาน

                พอเขาเดินออกจากห้อง เธอรีบลากเก้าอี้ไปนั่งข้างเพื่อนร่วมงานชื่อสุพัฒน์ซึ่งทำตำแหน่งเดียวกันแล้วกระซิบเบาๆ เนื่องจากเกรงว่าเพื่อนร่วมงานอีก 3 คนจะได้ยิน

                เขามีอารมณ์ขันจังเลยแก เธอยิ้มเหมือนความฝันเป็นจริง

                แผนของแกที่ปล่อยไวรัสเข้าไปในคอม แกแน่ใจมั้ยว่าจะไม่ติดเข้าไปในระบบของบริษัทจนทำให้เครื่องของคนอื่นรวมทั้งของชั้นมีปัญหาไปด้วย สุพัฒน์วิตก

                แกอย่ากังวลไปเลย ชั้นป้องกันไว้แล้ว รับรองว่าเครื่องอื่นปลอดภัย

                แล้วแกจะใช้แผนนี้อีกกี่ครั้งเพื่อจะได้ใกล้คุณชนะ

                ชั้นยังมีไฟล์ไวรัสอีกเป็นร้อย คนวางแผนยิ้มพอใจสุดขีด

                นี่แกจะใช้แผนนี้ทั้งปีเลยเหรอ สุพัฒน์วิตกกังวลมากขึ้นอีก

                จะบ้าเหรอ เดี๋ยวเขาก็จับได้กันพอดี

                แต่แกไม่กลัวหรือว่าถ้าแกจีบเขาสำเร็จ เวลาเดินด้วยกัน คนอื่นอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าแกเป็นพี่สาวเขา ต่อไปอีกสัก 5 ปีคนอื่นอาจจะมองว่าแกเป็นน้าหรืออีก 10 ปีทุกคนคิดว่าแกเป็นป้าเขา คราวนี้สุพัฒน์เริ่มเป็นห่วงเพื่อนมากกว่าคอมพิวเตอร์ของบริษัท

                ชั้นกลัวว่าจะไม่ถึง 10 ปีนะซิที่คนอื่นเห็นเราสองคนแล้วจะคิดว่าชั้นเป็นป้าของเขา ความคิดนี้สร้างความรู้สึกสยองให้แก่พรภิรมย์อย่างมาก ในสมองคิดถึงรายชื่อคลินิกต่างๆ เพื่อจะตัดสินใจว่าจะไปทำหน้าใสที่ใดดีและเมื่อใดควรจะเริ่มดึงหน้า        

.............................................

 

                ในช่วงเวลา 2 เดือนที่ทันศึกทำงานในบริษัทแห่งนี้ เขาสนิทสนมกับตรีพลมาก ในวันหยุดทั้งคู่ดูหนังด้วยกันค่อนข้างบ่อย วันนี้พวกเขามาก่อนเวลาหนังฉายประมาณครึ่งชั่วโมงจึงนั่งรอหน้าโรงหนัง ตรีพลนั่งไม่ถึง 3 นาทีก็บอกทันศึกว่า

                ชนะ เราปวดหัวจนตาลายไปหมดแล้ว พร้อมกับยกมือทั้ง 2 ข้างจับศีรษะ ตาปรือ

                นายเป็นอะไร เขาตกใจมากเมื่อเห็นอาการของเพื่อน

                เรานั่งแค่ 2 นาทีกว่าเห็นผู้หญิงสวยๆ ผ่านไปมาตั้ง 10 คนแล้ว เรามองไปมองมาจนตาลายแล้วล่ะ แต่ตรีพลรีบทำตาลุกโตมองผู้หญิงอีกคนซึ่งกำลังเดินมาเข้าแถวรอซื้อตั๋ว

                นายนี่สุดยอดจริงๆ เรื่องใช้สายตามองผู้หญิง เขาส่ายหน้า ยอมรับว่าแพ้ทางความคิดในด้านนี้ของเพื่อน

                เก่งสุดเราก็แค่มองเท่านั้นเอง แต่ไม่กล้าเข้าไปทักหรือแซวหรอก ตรีพลทำหน้าซื่อบอก

                ทำไมเหรอ

                เดี๋ยวพวกเธอจะบอกว่า เธอเป็นใบตองแห้ง หลังจากนั้นพวกเธอจะบอกว่าเราเป็นอะไรและกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ

                ทันศึกนึกถึงสำนวนหมาเห่าใบตองแห้ง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบเพื่อนรีบห้ามเสียก่อน บอกว่า

                นายไม่ต้องพูด ละไว้ในฐานที่เข้าใจก็พอ

                เขาหัวเราะจนหมากฝรั่งที่กำลังเคี้ยวเกือบจะหลุดลงไปในลำคอ

                ชนะ 2 เดือนที่เรารู้จักกัน เรายังไม่เคยได้ยินนายพูดเรื่องผู้หญิงเลย นายมีแฟนหรือยัง ตรีพลถาม

                เขาเงียบแต่ปากยังเคี้ยวหมากฝรั่ง

                ตรีพลพูดว่า นายคายออกมาเลย

                ทันศึกถาม นายจะเอาหมากฝรั่งที่เราเคี้ยวเหรอ เดี๋ยวเราเอาเม็ดใหม่ให้นายดีกว่า

                ไม่ต้องมาไขสือเลยชนะ นายคายเรื่องผู้หญิงของนายมา

                เราก็ยังรอเหมือนนาย

                ไม่ต้องมาเหมือนเรา ยังไงเราก็ไม่ได้รอคนเดียวกันอยู่แล้ว และที่แน่นอนที่สุดคือเราไม่ได้รอนาย ตรีพลพูดจบแกล้งหันหน้าไปทางอื่นแปลความหมายว่าไม่สนใจเขาสักนิด

                ทันศึกยิ้มขำเพื่อน

                ตรีพลหันมาหาเขาอีกครั้งพูดว่า

                ว่าไง บอกให้คายมาเร็วๆ พอเราไม่ได้มองก็ฉวยโอกาสเงียบเลยนะ

                ไม่มีอะไร รอก็คือรอ ถึงเวลาก็ได้คำตอบเองแหละ

                ไม่ต้องมาพูดเป็นปรัชญา ตอนนายเรียนมหาวิทยาลัย นายเรียนคณะปรัชญาหรือไง

                ไม่ใช่ เราเรียนคณบดี พอจบแล้วคิดว่าจะเรียนอธิการบดีต่อ แต่ไม่มีเงิน เลยต้องออกมาทำงาน เขาถือโอกาสพูดตลกกับเพื่อน

                เราไม่ถามนายแล้ว เสียโอกาสดูอะไรดีๆ ของเราเปล่าๆ แล้วตรีพลช้อนสายตาขึ้นมองผู้หญิง 2 คนซึ่งกำลังเดินออกมาจากโรงที่เพิ่งฉายหนังจบ คนหนึ่งในนั้นสวยมากจนทำให้เขาตกตะลึงและทำท่าจะลุกขึ้นยืนมองแทบไม่รู้สึกตัว แต่ดีที่ทันศึกรีบจับข้อมือฉุดเขาให้นั่งลงได้ทัน

.............................................

 

                ภายในร้านรับจัดงานวิวาห์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า ช่างตัดเย็บกำลังให้ลูกค้าลองชุดวิวาห์ แม่ของฝ่ายหญิงช่วยเสนอความคิดว่าควรจะเพิ่มเติมรายละเอียดอะไรที่ชุดอีกบ้าง ฝ่ายว่าที่เจ้าบ่าวหลังจากลองชุดเสร็จแล้วได้นั่งคุยกับเจ้าหน้าที่ด้านการตลาดของร้าน

                ถ้าคุณนรินทร์ต้องการเพิ่มดอกไม้หรือเปลี่ยนแปลงรายการอาหาร ยังสามารถเปลี่ยนได้ค่ะเพราะร้านดอกไม้และโรงแรมที่เราติดต่อให้สามารถพูดคุยได้เนื่องจากทำงานร่วมกันมาหลายปีแล้ว

                รุ้งหทัย พนักงานการตลาดของร้านบอกลูกค้า

                เรื่องนั้นให้แฟนและว่าที่แม่ยายของผมมาคุยดีกว่า ผมมีหน้าที่จ่ายเงินครับ ลูกค้าหนุ่มวัยเฉียด 40 ยิ้มตื่นเต้นกับงานวิวาห์ครั้งแรกเลยตั้งใจทุ่มสุดตัว

                ตอบเสร็จ เขาก็เล่าให้รุ้งหทัยฟังว่าเขาพบว่าที่ภรรยาที่ไหน จีบเธอด้วยวิธีการใด จนกระทั่งขอเธอแต่งงานอย่างไร รุ้งหทัยจำได้ว่าเขาเคยเล่าให้เธอฟัง 4 ครั้งแล้วนับตั้งแต่วันแรกที่เขาพาแฟนมาติดต่อเพื่อเตรียมจัดงานวิวาห์เมื่อนับครั้งนี้ด้วยจึงเป็นครั้งที่ 5  และที่พิเศษที่สุดก็คือเขาพูดเหมือนเดิมแทบทุกคำ

                คุณนรินทร์รักเธอมากจังเลยนะคะ เล่าได้เหมือนครั้งก่อนๆ แทบจะทุกคำ รุ้งหทัยชม

                เธอคิดว่าเดี๋ยวเขาคงจะเล่าเรื่องแผนการใช้ชีวิตคู่ของเขาอีกประมาณ 10 นาทีเป็นครั้งที่ 5

                ที่รักคะ ช่วยดูชุดให้หน่อยซิคะว่าเรียบร้อยดูดีแล้วหรือยัง ว่าที่เจ้าสาววัยใกล้เคียงกันของเขาเรียก

เขาขอโทษรุ้งหทัยที่ต้องหยุดการสนทนาและลุกเดินยิ้มหวานไปหาแฟนสาว แต่ทำให้เธอโล่งอกถึงแม้ว่าเธอประทับใจในความรักของคู่นี้มาก แต่ 4 ครั้งที่ผ่านมาเธอจำแผนการใช้ชีวิตคู่ของเขาได้เกือบหมดแล้ว

                สวัสดีครับคุณรุ้ง เธอเงยหน้ามองคนทัก เธอจำเสียงของเขาได้ดี     

                สวัสดีค่ะคุณนิว เธอยกมือไหว้ ยิ้มสุภาพให้เขา

                ผมซื้อเค้กมาฝากทุกคนครับ รัฐกรหรือนิวส่งถุงที่ใส่ขนมเค้กให้เธอ

                ขอบคุณมากค่ะ คุณนิวมาทำธุระแถวนี้หรือคะ

                ผมพาลูกค้าที่โอนบ้านมาทานอาหารเย็นที่ร้านในห้างนี้ เสร็จแล้วก็เลยแวะมาเยี่ยม

                รัฐกรทำงานธุรกิจของครอบครัวเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้าง เขาเจตนาเลี้ยงอาหารลูกค้ารายหนึ่งที่ห้างนี้เพราะจะถือโอกาสมาพบเธอ

                ธุรกิจของคุณนิวเป็นยังไงบ้างคะ

                ไม่ใช่ของผมคนเดียวหรอกครับ ของทั้งครอบครัว เขาพูดให้เกียรติครอบครัวเสมอ ช่วงนี้ก็เรื่อยๆ ไม่คึกคักมาก แล้วคุณรุ้งล่ะครับ งานเยอะมั้ย

                ดีกว่า 2-3 เดือนก่อน วันนี้ก็ได้ลูกค้า 2 รายค่ะ

                เขาเห็นชายหญิง 2 คนซึ่งกำลังลองชุดวิวาห์จึงถามว่า

                  คุณรุ้งกำลังติดลูกค้าอยู่หรือครับ

                ใช่ค่ะ

                ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนเวลาทำงานของคุณรุ้ง ผมขอตัวกลับก่อนแล้วกัน

                เธอรู้จักนิสัยของเขาดีว่าเขาให้เกียรติลูกค้ามาก ถ้าเกี่ยวกับงานเขาจะเลี่ยงเรื่องส่วนตัวที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน เขาพูดประโยคสุดท้ายกับเธอก่อนจะออกไปว่า

                อย่าลืมสัญญาของเรานะครับ

                ค่ะ เธอลุกเดินไปส่งเขาที่ประตูร้าน

                ลูกค้าทั้ง 2 คนเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดปกติ ช่างตัดเย็บเดินยิ้มแย้มเข้ามาถามรุ้งหทัยว่า

อีบุ๊กในซีรีย์เดียวกัน ดูทั้งหมด

loading
กำลังโหลด...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น