คัดลอกลิงก์เเล้ว

花に赤い糸 Hana ni akai ito ❀ gyuwoo

โดย arisuu_kisu

ได้โปรดส่งความรักนั้นมาให้ฉันหน่อยนะ - nwh :)

ยอดวิวรวม

142

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


142

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 พ.ย. 61 / 21:18 น.
นิยาย 花に赤い糸 Hana ni akai ito ❀ gyuwoo

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

花に赤い糸 Hana ni akai ito

Pairing : Sunggyu x Woohyun ( feat. Sungyeol )

Rate : PG



สวัสดีคนที่หลงเข้ามานะคะ เรื่องนี้เราได้แรงบรรดาลใจมาจากคลิปทางด้านบนค่ะ เพลงของ HoneyWorks

แนะนำว่าถ้ามีเวลา เปิดเพลงฟัง อ่านเนื้อเพลงไปพลาง ๆ ก่อนก็ได้นะคะ ของเขาดีจริง ๆ (^v^)b

ในเรื่องที่มีข้อความทางด้านขวาคือเนื้อเพลงที่เรานำมาจากในเพลงน้า

เราแต่งได้ไม่ดี แต่ก็นั่งปั่นจนจบ สบายใจแล้วววว อิอิ

คาดว่าจะมีภาคต่อ ถ้าแต่งไหวค่ะ แงงงงง TvT)/

ไม่เม้นไม่ว่ากัน แต่ขอให้อ่านแล้วยิ้ม ๆ กลับไปบ้างก็ดีนะคะ เลิ้บ

Enjoy Reading ค่ะ

PS. กูคุยกับใครวะเนี่ย! - by HRK


เนื้อเพลงในเรื่อง : MUSICMelody

theme ▴ Thememie B U T T E R ▾ テーマバター

t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 พ.ย. 61 / 21:18



นี่ ความรู้สึกของเธอนั้น

ช่วยเปิดเผยมันจะได้ไหมคะ?

 

รุ่นพี่ซองกยู!”

 

อ่าว อูฮยอน สอบเข้าโรงเรียนนี้ได้ด้วยเหรอเรา

 

อื้อ! ผมเก่งใช่ไหมล่ะ คิคิ

 

ครับ น้องชายของพี่ต้องเก่งอยู่แล้วสิ

 

รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของนัมอูฮยอนที่ยังคงส่องแสงสดใสในก่อนหน้านี้ เริ่มจางหายไปเมื่อตนได้รู้ว่ากำลังตกหลุมรักพี่ชายคนสนิที่ยืนอยู่ด้านหน้าของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่พยายามอะไรมากมายเพื่อพี่คนนี้

 

แต่เขากลับไม่เคยเห็นมันเลย….

 

.

.

.

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่อูฮยอนพยายามสอดส่องรุ่นพี่ซองกยูภายในโรงเรียน เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง เขามักจะวิ่งออกจากห้องเรียนเป็นคนแรกเพื่อซื้อขนมปัง 2-3 ติดมือกลับมาจากโรงอาหารของโรงเรียน จากนั้นจึงรีบวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้า เพื่อเฝ้ารอใครบางคน ที่มักจะมาที่นี่ตลอดเมื่อถึงเวลาพัก

 

เขาไม่ใช่คนกินอะไรเยอะมาก แต่ที่ต้องซื้อขนมปังมาเยอะ ๆ ก็เพราะรุ่นพี่ซองกยูมักจะไปซื้อของกินจากโรงอาหารไม่ทันตลอดเลย นัมอูฮยอนคงมองรุ่นพี่ของตนอดอาหารเที่ยงแบบนี้ไม่ได้แน่ ๆ เพราะงั้นเขาจึงต้องเป็นคนทำเรื่องพวกนี้

 

ทั้งหมดนี่น่ะ มันก็เพื่อรุ่นพี่ทั้งนั้นเลยนะ….

 

ครั้งนี้พี่ก็ต้องรบกวนเราอีกแล้ว ขอบคุณมากนะอูฮยอนอาซองกยูยกยิ้มให้อีกฝ่าย เมื่อเขาเห็นว่าอูฮยอนมานั่งรอที่ดาดฟ้าของโรงเรียนเหมือนเช่นทุกวัน ร่างบางมักจะพกขนมปังติดตัวมา 2-3 อัน พร้อมกับแบ่งให้เขากินด้วยเสมอ เพราะเขาเรียนอยู่ตึกที่ไกลจากโรงอาหารมากกว่า จึงแทบจะไปซื้อของกินไม่ทันเลย

 

ใจจริงก็อยากจะพกข้าวมาโรงเรียนเองบ้าง แต่ที่บ้านเองก็ไม่ได้มีใครสะดวกจะมาทำอาหารกล่องให้เขาทานหรอกนะ

 

ผมยินดีครับ วันนี้รุ่นพี่อยากทานอันไหนน้า~” ร่างบางวางขนมปังทั้ง 3 แบบไว้บนผ้าผืนสีขาวสะอาดที่วางอยู่บนพื้น เพื่อให้ร่างสูงพิจารณาอาหารที่จะตกไปอยู่ในท้องของตน ก่อนจะเข้าเรียนช่วงบ่ายที่แสนหนักหน่วง

 

อืม…. วันนี้ขอขนมปังไส้สตรอวเบอร์รี่แล้วกันครับซองกยูหยิบห่อขนมปังไส้ที่ตนต้องการมา และย้ายไปนั่งขัดสมาธิอยู่ข้าง ๆ อีกฝ่าย ร่างสูงขยับแขนซ้ายขึ้นเพื่อส่งขนมปังเข้าปากของตน และจ้องมองไปยังโทรศัพท์ที่อยู่ในมือขวา ระยะห่างของพวกเขานั้นช่างใกล้เหลือเกิน ใกล้จนอูฮยอนนึกหวั่นใจ กลัวจะแสดงท่าทีแปลก ๆ จนรุ่นพี่คนนี้สังเกตได้ เขาจึงตัดสินใจเขยิบออกห่างจากร่างสูงนิดหน่อยโดยที่ไม่ให้อีกคนจับได้

 

เมื่อทั้งคู่ได้อาหารที่อยากจะทานแล้ว พวกเขาก็นั่งทานมันกันอย่างเงียบ ๆ ไม่มีใครเอ่ยปากกล่าวอะไรออกมา และมันมักจะเป็นแบบนี้ประจำ อูฮยอนจะกลายเป็นคนเงียบ ๆ เมื่อไม่ได้มีเพื่อนสนิทอย่างอีซองยอลคอยป่วนอยู่ใกล้ ๆ เรื่องนี้คือสิ่งที่คิมซองกยูสังเกตมาสักพักแล้ว เขาไม่ได้เก็บอะไรมาคิดจนมากมาย เพราะถึงยังไง อูฮยอนก็ยังเป็นเด็กนิสัยดีที่เขารู้จักมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้นจากโรงเรียนเก่า

 

พวกเขาเคยอยู่โรงเรียนมัธยมต้นเดียวกัน เพราะฉะนั้นคงจะไม่แปลกเท่าไหร่ถ้าพวกเขาจะดูสนิทกันมาก รวมถึงอีซองยอลที่ติดสอยห้อยตามอูฮยอนมาตั้งแต่เรียนอนุบาล เพราะเด็กสองคนนี้เป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เกิด เรียกได้ว่าที่ไหนมีอูฮยอน ที่นั่นก็จะต้องมีซองยอลอยู่ด้วยนั่นแหละ

 

ยกเว้นในเวลาแบบนี้

 

เวลาที่อูฮยอนสามารถอยู่กับรุ่นพี่ซองกยูสองต่อสอง โดยไม่มีใครมารบกวนอะไรพวกเขา

 

รุ่นพี่ครับ ดื่มน้ำหน่อยไหม เดี๋ยวจะติดคอนะร่างบางที่เหม่อมองรุ่นพี่ของตนเองมาสักพัก ตัดสินใจหยิบขวดน้ำข้างตัวของตนยื่นไปให้อีกฝ่าย ซองกยูพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่าย ยื่นมือแกร่งออกไปรับขวดน้ำนั้นมาอย่างเต็มใจ

 

เพียงแค่นี้ มันก็ทำให้อูฮยอนมีความสุขแล้ว….

 

นี่ ความอ่อนแอของเธอแบบนี้

สามารถแสดงให้คนอื่นเห็นได้ไหมคะ?

 

อูฮยอนรู้ว่ารุ่นพี่ซองกยูแอบชอบใครบางคนอยู่ แต่เขาก็ไม่รู้หรอกว่าใครเป็นผู้โชคดีคนนั้น เขาพยายามถามรุ่นพี่ของตนตลอดเวลาเมื่อเดินกลับบ้านด้วยกันยามเลิกเรียน อีกฝ่ายก็เอาแต่บอกปัดว่ามันไม่ใช่เรื่องของเด็กหรอกหน่า

 

อูฮยอนไม่เด็กแล้วนะ ตอนนี้ก็มีความรักในแบบของตัวเองแล้วด้วยซ้ำ

 

ร่างบางงอนแก้มป่องใส่อีกฝ่ายเมื่อรู้ว่าคะยั้นคะยอมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็ไม่ยอมบอกความจริงกับเขา อูฮยอนแอบสังเกตอีกฝ่ายผ่านดวงตากลมโตคู่งามที่มักจะส่องแววประกายสดใสตลอดเวลาเมื่อได้อยู่กับรุ่นพี่ซองกยู แต่แล้วแววตาสดใสของร่างบางก็หายไป เมื่อเห็นว่าร่างสูงข้าง ๆ ตนกำลังฝืนยิ้มออกมา

 

ทำไมรุ่นพี่ทำหน้าแบบนั้นละครับอูฮยอนถาม ซองกยูที่เห็นว่ารุ่นน้องจับได้ว่าเขากำลังทำหน้าแปลก ๆ ที่ไม่สมกับเป็นตัวเขาเองอยู่ จึงส่งรอยยิ้มที่คิดว่าจะทำให้ร่างตรงนี้สบายใจขึ้นกลับไปแทนคำตอบที่จะออกมาจากปากของตน โดยที่เขาไม่ได้รู้เลยว่า ยิ่งทำแบบนี้ หัวใจดวงน้อยของนัมอูฮยอนก็ยิ่งบีบรัดมากยิ่งขึ้น รอยยิ้มที่เสแสร้งทำออกมา ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อยากจะยิ้มเลยนั่นน่ะ

 

รอยยิ้มเศร้า ๆ แบบนั้นน่ะ อูฮยอนไม่ชอบเลย….

 

ทั้งแกล้งทำเป็นงอน

ทั้งแกล้งทำเป็นเหี่ยวเฉา

ดอกไม้ที่แทงด้วยหนามนั้นยังคงก้มหน้าอยู่

 

รุ่นพี่ซองกยู วันนี้กลับบ้านด้วยกันไหมครับ

 

เป็นปกติที่อูฮยอนมักจะมาที่ห้องเรียนประจำของซองกยูเพื่อชวนอีกฝ่ายกลับบ้านพร้อมกัน เป็นภาพที่นักเรียนภายในห้องเดียวกับคิมซองกยูเห็นเป็นประจำจนชิน แต่วันนี้มันออกจะแตกต่างจากทุกวันออกไปหน่อย เพราะซองกยูปฏิเสธที่จะกลับพร้อมกับรุ่นน้องของตน เพราะเขาติดทำธุระชมรมของตน

 

ขอโทษทีนะอูฮยอนอา วันนี้พี่คงต้องกลับดึก เรากลับก่อนเถอะซองกยูพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะรีบเก็บของบนโต๊ะของตนเข้ากระเป๋าสะพายคู่ใจ ก่อนจะลุกขึ้นมาและวิ่งไปที่ประตูที่อูฮยอนกำลังยืนอยู่ ร่างสูงส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจให้กับน้องชายของตนและยื่นมือไปลูบผมสีดำของคนตรงหน้าเบา ๆ ราวกับอยากจะขอโทษกับเรื่องที่กลับบ้านด้วยไม่ได้

 

อยากจะงอแงที่กลับด้วยกันไม่ได้แท้ ๆ แต่เพราะอูฮยอนก็เป็นแค่น้องนี่นะ

 

อูฮยอนส่งยิ้มกลับไปให้พี่ชายร่างสูงของตน ก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยเพื่อเป็นมารยาท และจ้ำอ้าวเดินออกไปทันทีโดยที่ไม่ได้รอให้ร่างสูงยกมือออกจากกลุ่มผมของตนเลย ซองกยูที่เห็นท่าทางแบบนั้นของร่างบาง ก็คิดได้ทันทีว่าเจ้าตัวเล็กนั่นจะต้องงอนเขาแน่ ๆ พรุ่งนี้คงต้องหาวิธีมาง้อแล้วล่ะ

 

ร่างบางที่รีบเดินจ้ำอ้าวออกมาจากอาคารเรียนของรุ่นพี่ เดินมาหยุดอยู่ที่สวนดอกไม้ใหญ่ภายในโรงเรียน สวนดอกไม้นี้ตั้งอยู่ข้าง ๆ กับอาคารที่อูฮยอนเรียนอยู่ และคงด้วยความโชคดีของอูฮยอนเองที่ได้อยู่ห้องเรียนที่ติดกับสวนดอกไม้งามตรงหน้านี้ อาจจะด้วยเพราะความที่เขามักจะมองเห็นมันเป็นประจำ อูฮยอนจึงเป็นอีกคนหนึ่งที่เสียสละเวลาว่างของตนเองมาดูแลสวนดอกไม้นี้พร้อมกับเพื่อน ๆ ผู้หญิงคนอื่นที่ชอบมันเช่นกัน วันนี้เป็นเวรที่อูฮยอนจะดูแลเจ้าดอกไม้พวกนี้ จึงไม่มีใครอยู่แถว ๆ นี้แล้ว

 

แต่ร่างบางนั้นจัดการดูแลพวกมันก่อนที่จะไปหารุ่นพี่ของตนเองแล้ว เขาจึงไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรต่อ นอกจากมองพวกมันด้วยสายตาเศร้า ๆ ที่เผลอแสดงออกมา ทั้ง ๆ ที่คิดไว้แล้ว่วาจะไม่มีทางเศร้าหรือเสียใจกับเรื่องแบบนี้ ไม่อยากเป็นเด็กงี่เง่า งอแง กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จนมากเกินไป เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะรำคาญ

 

ดอกทิวลิปแสนสวยนั้น มันช่างสวยงามจริง ๆ เมื่อพวกมันได้เจอทั้งแสงแดดที่อบอุ่นกับน้ำที่เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับพวกมัน อูฮยอนไม่เคยรู้เลยว่าความหมายของดอกทิวลิปแต่ละสีคืออะไร จนกระทั่งเขามีโอกาสได้นั่งคุยกับเพื่อนสาวที่ดูแลสวนด้วยกัน เป็นคนบอกความหมายของดอกไม้แต่ละสีให้อูฮยอนฟัง

 

ดอกทิวลิปสีแดง หมายถึงความมั่นคงในความรัก ความซื่อสัตย์และรักอย่างหมดหัวใจ

 

ดอกทิวลิปสีชมพู  หมายถึงความสดใส ความสุขสมหวัง ความรักที่ลึกซึ้ง และความคิดถึง

 

ดอกทิวลิปสีขาว หมายถึงความรักที่ไม่หวังผลตอบแทน พร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อคนที่รัก

 

ดอกทิวลิปสีม่วง หมายถึงความซื่อสัตย์ และความมั่นคง

 

และดอกทิวลิปสีเหลือง หมายถึง ความรักที่ผิดหวัง แต่ก็มีอีกความหมายที่ต่างออกไปคือ ความเบิกบาน

 

เสียงพูดของเพื่อนที่กำลังอธิบายถึงความหมายของสีดอกทิวลิปทำให้อูฮยอนยกยิ้มกับความหมายที่แสนลึกซึ้งของพวกมัน เขาคิดว่ามันดูโรแมนติคมาก ๆ เลยล่ะ ทุกอย่างก็มีความหมายในรูปแบบของมัน และสามารถแยกความแตกต่างของพวกมันด้วยสีได้อีก นอกจากจะแค่ทำให้คนที่ได้เชยชมพวกมันได้รู้สึกดีแล้ว ก็ยังสามารถทำให้คนเราแสดงความรู้สึกบางอย่างผ่านพวกมันได้ด้วย

 

เขาเองก็อยากจะสดใสราวกับดอกทิวลิปที่แสนงดงามพวกนี้บ้าง

 

หวังว่าเขาจะมีวันนั้นบ้าง

 

ความลับนี้อยากจะเก็บมันไว้ แต่ก็อยากให้มันเบ่งบาน

สำหรับบาดแผลครั้งแรกนี้ ขอบคุณมากนะ

 

ซองยอล เค้าควรไปสารภาพรักดีไหมอะ

 

หา?? กับใคร??” อีซองยอลขมวดคิ้วใส่เพื่อนสนิทของตนที่ตอนนี้นั่งทำรายงานวิชาภาษาอังกฤษอยู่ตรงหน้าเขา วันนี้อาจารย์ประจำวิชาติดประชุม จึงได้ทิ้งงานไว้ให้นักเรียนทุกคนแยกคู่กันทำ และเป็นเรื่องปกติที่ซองยอลจะต้องคู่กับอูฮยอนอยู่แล้วเมื่อถึงเวลาทำงานคู่ เขาจะยกโต๊ะของอูฮยอนให้หันมาด้านหลังที่เป็นโต๊ะของเขาแล้วหันมันชนเข้าหากัน โชคดีจริง ๆ ที่พวกเขาได้นั่งใกล้ ๆ กันแบบนี้

 

อูฮยอนยังคงเงียบไม่ตอบอะไรซองยอล ร่างสูงได้แต่นั่งมองเพื่อนของตนอย่างไม่เข้าใจ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเอ่ยปากอะไรออกมา ก็คงไม่ดีที่เขาจะไปก้าวก่ายอะไรมาก

 

เค้าชอบพี่ซองกยูเมื่อผ่านไปสักพัก อยู่ดี ๆ อูฮยอนก็พูดขึ้นมา เขาพูดออกมาเพียงเบา ๆ เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามได้ยินเท่านั้น ซองยอลละสายตาจะงานที่ตนทำแล้วมองไปที่เพื่อนสนิทอีกรอบ ร่างบางยังคงจดจ่ออยู่กับงานที่ทำอยู่ ไม่ได้มองขึ้นมาหาเขาแต่อย่างใด แต่จากสายตาที่ซองยอลมองเห็น อูฮยอนดูเศร้าไป ซึ่งจริง ๆ เมื่ออูฮยอนพูดถึงซองกยูทีไร ก็มักจะยิ้มอย่างมีความสุขตลอดเวลา เหตุใดที่เพื่อนตัวน้อยของเขาถึงเป็นแบบนี้ไปนะ?

 

อืม อันนี้ก็รู้อยู่แล้วล่ะ ใคร ๆ ก็ดูออกซองยอลพูด ก่อนจะละสายตาจะเพื่อนตนกลับมาสนใจงานที่อยู่ตรงหน้าต่อ เรื่องที่อูฮยอนชอบใครก็รู้อยู่แล้วล่ะ

 

เดี๋ยวนะ

 

ห๊ะจะบอกว่า ชอบเจ้านั่น แล้วจะไปสารภาพรักกับเจ้านั่นเหรอ!!!”

 

ราวกับเวลาภายในห้องหยุดลง ซองยอลคิดขึ้นได้ว่าเผลอหลุดปากพูดออกมาเสียงดัง ปากกาที่ถืออยู่กับมือของร่างโปร่งร่วงหล่นลงพื้นทันทีเมื่อพูดจบประโยค เพื่อนร่วมห้องคนอื่นหันมามองที่พวกเขากันหมด พร้อมกับทำหน้าสงสัยว่าสองคนนี้กำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ อูฮยอนรู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่กำลังจ้องมาทางเขา ร่างบางจึงนั่งนิ่งไม่พูดอะไรออกมาเลย ซองยอลที่เห็นแบบนั้นจึงรู้สึกผิด ที่เผลอพูดอะไรเสียงดังออกไป แถมเป็นเรื่องของเพื่อนตัวเล็กตรงหน้านี้อีก

 

..เอ่อ เรากำลังพูดถึงการ์ตูนที่เจ้าเตี้ยนี่เพิ่งดูไปน่ะ ฮ่า ๆ ไม่มีอะไรหรอก อย่าสนใจพวกฉันเลย ซองยอลยกมือขอโทษเพื่อน ๆ ในห้อง ซึ่งเมื่อจบประโยค ทุกคนในห้องก็กลับไปสนใจงานที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาเหมือนเดิม

 

ซองยอลมองเพื่อนของตนเด้วยสีหน้าที่ราวกับจะขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อูฮยอนกลับก้มหน้าสนใจกระดาษรายงานตรงหน้าตัวเองอย่างเดียว ไม่คิดแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเขาเลย

 

อูฮยอนนนน ขอโทษษ

 

ไม่ได้โกรธนี่ ก็ไม่มีใครสนใจอะไรอยู่แล้ว

 

ดีกันนนนนนซองยอลเอื้อมมือไปจับแขนเพื่อนของตนมาใกล้ ๆ พลางเขย่าเบา ๆ เพื่อให้เพื่อนของตนเองเลิกสนใจรายงานตรงหน้าแล้วมาสนใจเขาก่อน

 

ปล่อยหน่า ทำงานต่อได้แล้วอีซองยอลอูฮยอนพยายามดึงแขนตัวเองกลับมา แต่เขาก็สู้แรงร่างสูงตรงหน้าไม่ได้จริง ๆ จึงยอมวางปากกาและเลิกสนใจงานที่ทำอยู่ เงยหน้าขึ้นมามองซองยอลด้วยแววตาที่เหมือนจะหยอกคนตรงหน้าว่า

 

ไม่ได้โกรธนะ แต่แกล้งนายนี่มันสนุกจริง ๆ

 

อูฮยอนไม่เคยโกรธซองยอลอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นเพื่อนกันมานาน แล้วเรื่องที่ซองยอลหลุดปากพูดเสียงดังไปก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้เขาอยู่แล้ว เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่าอูฮยอนชอบใคร ถึงแม้ซองยอลจะบอกว่าใคร ๆ ก็ดูออก แต่ไม่จริงหรอก

 

ย๊า นึกว่าโกรธจริง ๆ นะเนี่ย ชิ เสียเวลาง้อจริงๆเมื่อร่างสูงเห็นว่าเพื่อนของตนไม่ได้โกรธแถมแกล้งเยาะเย้ยที่ตกหลุมพรางนั่นอีก ทำให้อีซองยอลปล่อยมือจากแขนของอูฮยอนและเอื้อมมันไปขยี้หัวของร่างบางแรง ๆ แทน

 

เอามือออกไปป ผมยุ่งหมดแล้วเนี่ย!” อูฮยอนเอ็ดเพื่อนตนเองและปัดมืออีกฝ่ายออก

 

ทำเป็นหวงไปได้ เดี๋ยวนี้จับหัวไม่ได้เลยสิ มีคนอื่นคอยลูบหัวให้แล้วใช่ไหมล่ะ ร่างสูงพูดหยอกเพื่อนตัวเอง โดยที่ลืมไปเลยว่าเพื่อนตัวเล็กคนนี้กำลังมีปัญหาหัวใจเกี่ยวกับรุ่นพี่ของพวกเขาอยู่

 

อูฮยอนที่ได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้น ใบหน้าที่มีรอยยิ้มก่อนหน้านี้ก็กลับกลายเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่แฝงไปด้วยความเศร้า จนซองยอลเองก็ดูออกแล้วว่า เขาเผลอพูดอะไรมักง่ายออกไปอีกแล้ว

 

ขอโทษ อูฮยอนส่ายหัวให้เพื่อนตนเองเพื่อกล่าวกลาย ๆ ว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องขอโทษ และชวนให้ซองยอลกลับมาสนใจงานคู่ของพวกเขาต่อ

 

ถ้าอยากสารภาพ ก็ทำเลยสิ นายทำได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

 

เมื่อพวกเขากลับมาทำงานกันอย่างเดิม ซองยอลก็กลับมาพูดเกี่ยวกับประเด็นเดิมที่อูฮยอนพูดทิ้งไว้ตอนแรกว่าอยากสารภาพรักกับรุ่นพี่คิมซองกยู ตัวซองยอลเองที่ไม่เคยไปสารภาพรักกับใคร ก็คงเป็นผู้ช่วยอะไรเทือก ๆ นั้นให้อูฮยอนไม่ได้อยู่แล้ว ร่างบางที่ได้ยินซองยอลพูดแบบนั้นก็ได้แต่คิดในใจ ว่าเขาจะมีความกล้าพอที่จะไปสารภาพรักจริง ๆ เหรอ

 

ทุกคนอาจจะมองว่าเขาเป็นคนเข้าหาง่าย ใจดี ตลก แต่กับรุ่นพี่คนนั้น เขาแทบจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคน เขามักจะพูดน้อยเมื่ออยู่กับรุ่นพี่ที่แอบรัก แต่เพราะซองกยูเป็นคนที่คุยง่าย เขามักจะเป็นคนชวนอูฮยอนคุยก่อน มากกว่าที่อูฮยอนจะเข้าไปคุยด้วย

 

ทุกอย่างที่ผ่านมา มันทำให้อูฮยอนไม่มีความมั่นใจเลย

 

ไม่รู้สิ ฉันกลัวพูดไม่ออกน่ะ

 

พอถึงเวลาไปยืนตรงหน้ารุ่นพี่แล้ว กลัวจะพูดอะไรไม่ออกเลย ถ้ารุ่นพี่ปฏิเสธขึ้นมาล่ะ ฉันควรจะทำหน้าแบบไหนออกไป…”

 

ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันควรจะทำอะไรยังไงเหรอ ซองยอล

 

.

.

.

 

ได้โปรดส่งความรักนั้นมาให้ฉันหน่อยนะ

ให้ฉันได้ผูกมัดมันไว้เถอะ ความรักนั้น

ผูกไว้อย่างหนาแน่น ด้วยด้ายแดงนี้

 

ได้โปรดให้ฉันสัมผัสความรักนี้ด้วยเถอะ

ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าเลยนะ

แต่ทำไมถึงอยากร้องไห้ขึ้นมากันนะ

 

โอ้ยย บ้าจริง ๆ นัมอูฮยอน ลืมได้ยังไงเนี่ยว่าวันนี้เป็นเวรที่ต้องดูแลสวน อ๊ากกก

 

เสียงฝีเท้าของนักเรียนร่างเล็กคนหนึ่งดังไปทั่วอาคารเรียนที่ตอนนี้กลับเงียบสงัด เพราะตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นแล้ว นักเรียนส่วนใหญ่ก็กลับบ้านกันไปหมด ยกเว้นนักเรียนที่ยังมีกิจกรรมชมรม พวกเขามักจะกลับดึกกว่าเพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เสมอ

 

แต่นัมอูฮยอนที่ยังอยู่ในโรงเรียนเวลานี้น่ะ เพราะเขามัวแต่ไปดูซองยอลซ้อมบาสอยู่ที่ชมรมนั่นแหละ ถึงได้ลืมไปว่าตัวเองต้องรดน้ำสวนดอกไม้ที่ดูแลกับเพื่อนคนอื่น ๆ จนต้องรีบวิ่งมาหยิบอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนที่ภารโรงจะมาปิดห้องนี้ไป

 

เมื่อได้อุปกรณ์ดูแลสวนทั้งหมดมาแล้ว อูฮยอนก็รีบย้ายข้าวของไปบริเวณสวนดอกไม้ทันที แต่ก่อนที่จะเดินไปถึง เขากลับเห็นรุ่นพี่ที่แอบรัก อยู่กับหญิงสาวบางคนที่เขามองเธอไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่จากบริเวณหลังโรงเรียนนี้ คงจะไม่ใช่แค่มาคุยกันเฉย ๆ แน่เลย

 

อูฮยอนไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่คน ๆ นั้น รุ่นพี่ที่เขาแอบรักมาตลอด กำลังคุยอะไรกับใครอยู่ มันเป็นเหมือนสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อูฮยอนอยากเข้าไปฟังเหลือเกิน เมื่อคิดได้แบบนั้น อูฮยอนก็ค่อย ๆ วางของที่ถือมาลงกับพื้นเบา ๆ และรีบวิ่งไปแอบใกล้ ๆ กับซอกตึกที่อยู่ในบริเวณเดียวกับรุ่นพี่คนโปรดของเขากำลังยืนอยู่

 

เห็นแล้ว

 

นั่นมันรุ่นพี่ยุนโบรา ที่รุ่นพี่ซองกยูสนิทด้วย

 

ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของอูฮยอน การที่ได้เห็นรุ่นพี่ยุนกับรุ่นพี่ซองกยูยืนอยู่ด้วยกันนั้น มันช่างเป็นภาพที่งดงามจริง ๆ ถ้าเป็นคนอื่น ก็คงจะคิดแบบนั้น แต่กับนัมอูฮยอนนั้น

 

มันช่างเป็นภาพที่แสนเจ็บปวดเหลือเกิน

 

.

.

.

 

ซองกยู มีอะไรรึเปล่าถึงเรียกออกมาเนี่ยยุนโบราเอ่ยปากถามเพื่อนชายสนิทของตน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยเผยออกมาจนอีกฝ่ายดูออกทันที ซองกยูหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งรอบก่อนจะเอ่ยประโยคในใจที่ตนเก็บไว้มานานแสนนานออกไปต่อหน้าหญิงสาว

 

เมื่อได้ยิน เธอทำหน้าราวกับตกใจในสิ่งที่เธอได้ยินออกมา ใบหน้าหวานตอนนี้เริ่มเป็นสีแดงอ่อน ๆ เต็มไปหมด เธอก้มหน้าลงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็นมัน แต่ร่างสูงตรงหน้ากลับยื่นมือออกไปจับที่ใบหน้าของหญิงสาว เพื่อให้เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขา ทั้งคู่ยังคงเงียบอยู่ ไม่มีใครเอ่ยปากอะไรออกมา เช่นเดียวกับ

 

อูฮยอนได้แต่มองภาพตรงหน้าของตนด้วยความรู้สึกหลาย ๆ อย่างที่เข้ามาตีกันเต็มหัวเขาไปหมด ร่างบางที่ยังคงยืนอยู่ในที่เดิมไม่ขยับไปไหน ได้แต่มองไปยังภาพด้านหน้า มือที่เคยดูแลเหล่าดอกไม้อย่างอ่อนโยน ตอนนี้กำลังกำแน่นราวกับพยายามเก็บความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ในใจ ไม่ให้มันรั่วไหลออกมา

 

เขาเลือกที่จะวิ่งออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ ไปที่ไหนก็ได้ที่จะไม่มีใครเห็นเขา ที่ไหนสักที่ ที่ทำให้เขาสบายใจขึ้น โดยที่ไม่ลืมหยิบอุปกรณ์สวนดอกไม้ที่นำมาจากห้องเก็บของไปด้วย

 

สองขาของอูฮยอนที่วิ่งมาจนเริ่มจะหมดแรง ทำให้ร่างบางต้องนั่งลงกับพื้นทันที เจ้าตัววิ่งมาจนถึงสวนดอกไม้ที่ต้องมาดูแล แต่ตอนนี้ใจเขาไม่พร้อมจะทำอะไรทั้งนั้น ความรู้สึกมันมากมายจนเขาไม่รู้เลยว่าควรจะทำอะไร จะคิดอะไร ร่างบางเปลี่ยนจากท่านั่งขัดสมาธิเป็นการนั่งชันเข่าขึ้นมาแทน เขาก้มหน้าลงไปบนเข่าที่แสนจะอ่อนแรงของตัวเอง มือที่สั่นระรัวยกขึ้นมากอดขาของตัวเอง พร้อมกับน้ำตาที่อยู่ดี ๆ ก็ไหลออกมาจากดวงตาคู่งามที่ใคร ๆ ก็บอกว่ามันช่างสดใสเหมาะกับอูฮยอนจริง ๆ

 

ซองยอลเดินมาล้างหน้าที่ก๊อกน้ำแถว ๆ สนามบาสของโรงเรียน โดยที่ถัดไปไม่ไกลมาก จะเป็นสวนดอกไม้ที่อูฮยอนรับหน้าที่ดูแลกับเพื่อน ๆ คนอื่น และเป็นปกติที่เขามักจะสอดส่องสายตาไปแถว ๆ นั้นเพื่อดูว่าเพื่อนตัวเล็กของเขาอยู่ไหม ปกติอูฮยอนจะมาที่สวนไว ๆ เพื่อรีบไปหาซองกยูต่อ เพราะแบบนั้น ซองยอลจึงเห็นอูฮยอนอยู่แถวนั้นน้อยมาก ๆ เพราะเขาเองก็ต้องเข้าชมรม ไม่ได้มีโอกาสมาคอยดูเพื่อนตัวเองสักเท่าไหร่

 

เมื่อมองไปเรื่อย ๆ ซองยอลก็เห็นใครบางคนกำลังนั่งชันเข่ากอดตัวเองอยู่ ดูจากชุดก็ทราบได้ว่าคนนั้นเป็นผู้ชาย มีผมสีดำเหมือนกับนักเรียนคนอื่น ๆ ทั่วไป และมีอุปกรณ์ดูแลสวนดอกไม้วางอยู่ด้านหน้าของคน ๆ นั้น แต่เมื่อสังเกตดี ๆ เขาก็รู้ได้ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น คือเพื่อนของเขา

 

อูฮยอน

 

ซองยอลไม่รอช้า รีบวิ่งไปตรงสวนดอกไม้ทันที โดนไม่สนใจเสียงของเพื่อนในชมรมที่เรียกให้เขากลับไปซ้อมได้แล้ว เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าซองยอลไม่สนใจ เขาจึงได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ แล้ววิ่งกลับไปซ้อมเหมือนเดิม

 

อูฮยอน!” ซองยอลตะโกนเรียกชื่อเพื่อนสนิทของตนเองโดยไม่สนว่ามันจะรบกวนใครไหม เมื่อเขาวิ่งมาถึงร่างเล็กของเพื่อนตน เขายื่นมือไปผลักไหล่บาง ๆ ของเพื่อนตนขึ้นมา ทางด้านอูฮยอนที่มัวแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่ ก็สะดุ้งตกใจเมื่อมีคนมาดันตัวเขาขึ้น

 

เมื่อซองยอลได้เห็นหน้าเพื่อนตนเอง เขาได้แต่กำหมัดแน่นราวกับจะเก็บความโกรธแค้นเอาไว้ไม่ให้มันประทุออกมาต่อหน้าอูฮยอน ใบหน้าหวานที่ตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุด ดวงตาแดงก่ำที่ทำให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังเจ็บปวด จมูกแดง ๆ นั่นก็เช่นกัน มันทำให้ซองยอลดึงร่างบางที่อยู่ตรงหน้าเข้าสู่อ้อมกอดตนเองทันที โดยที่ลืมไปว่าเขากำลังซ้อมกีฬาอยู่

 

ซองยอล…”

 

ชู่วไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันจะอยู่ตรงนี้นะอูฮยอน ถ้าอยากร้อง ก็ร้องออกมา แต่ขอให้มันเป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะ ที่นายจะร้องไห้เพื่อผู้ชายคนนั้น

 

เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่ได้บอกไปวันนั้น

วันนี้ก็สิ้นสุดลงทั้งที่ยังไม่ได้พูดอะไรมาก

อา~ เธอเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้วนะ

 

หนึ่งเดือนต่อมา

 

ทุกวันที่ผ่านมา ยังคงเป็นเหมือนเดิมทุกอย่าง อูฮยอนยังคงไปหารุ่นพี่บ้างตามโอกาสที่มีอยู่ ถ้าให้ถามว่าเขาทำใจได้เหรอที่จะไปเจอรุ่นพี่ จริง ๆ ก็ทำใจไม่ได้หรอก แต่ถ้าไม่ได้เจอละก็ เขาจะต้องคิดถึงอีกฝ่ายมาก ๆ แน่เลย เพราะฉะนั้น เขาจึงยอมไปหาอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม ดีกว่าเปลี่ยนให้ทุกอย่างมันแย่ลงไป

 

แค่ได้อยู่ด้วยกัน อูฮยอนก็มีความสุขแล้วจริง ๆ

 

วันนี้กลับบ้านพร้อมกันนะอูฮยอน

 

เอ๋วันนี้ไม่ได้เข้าชมรมเหรอครับ

 

อ่า ก็ประมาณนั้นแหละ

 

อูฮยอนพยักหน้าตอบอีกคน เขาดีใจมาก ๆ เลยที่รุ่นพี่มาชวนกลับบ้านทั้ง ๆ ที่ปกติจะเป็นเขามากกว่าที่ชวนอีกฝ่าย ร่างบางได้แต่เก็บความดีใจเอาไว้ในใจของตัวเอง โดยที่ในใจลึก ๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมีใจให้ใครอยู่

 

ทั้ง ๆ ที่รู้แบบนั้น ก็ขอตักตวงความสุขตรงหน้าไว้ก่อนที่จะไม่มีโอกาสคว้ามันมาได้อีกแล้วกันนะ

 

ทั้งคู่เดินกลับบ้านด้วยกันไปเรื่อย ๆ ตามทางที่พวกเขามักจะเดินกลับด้วยกัน ซองกยูยืนอยู่ฝั่งที่ติดกับถนน ส่วนอูฮยอนยืนอยู่ด้านในที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ควรจะเป็นเวลาที่มีเด็กมาวิ่งเล่นกันแท้ ๆ แต่กลับโล่งจนผิดปกติ ร่างบางเงยหน้ามองขึ้นฟ้า จึงได้พบว่ามีเมฆขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่มาบริเวณนี้

 

อ่าฝนจะตกแล้วสินะ

 

ไม่อยากให้เวลามันผ่านไปไว ๆ เลย

 

อยากจะอยู่ตรงนี้นาน ๆ เหลือเกิน

 

อูฮยอน แวะสวนสาธารณะกันหน่อยไหมซองกยูหันหน้าไปหาอีกคนเพื่อชักชวน นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้มาที่นี่ด้วยกัน ถ้าไม่ติดชมรม ซองกยูมักจะพาอูฮยอนมาเล่นที่นี่ก่อนส่งกลับบ้าน เพราะเจ้าตัวเล็กคนนี้มักจะไปวิ่งเล่นกับเด็ก ๆ ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้

 

แต่ฝนมัน…”

 

แค่แปบเดียวเท่านั้นแหละ พี่ยังไม่ค่อยอยากกลับบ้านน่ะ แต่ถ้าเราอยากกลับ ก็ไม่เป็นไรน…”

 

ไม่ครับ!! ผมจะไปด้วย

 

อูฮยอนรีบตอบกลับไปทันทีเมื่อได้ยินร่างสูงพูดว่าจะให้เขากลับไปก่อน เขาไม่ยอมหรอก อุตส่าห์มีโอกาสได้กลับบ้านด้วยกันแล้วแท้ ๆ อูฮยอนไม่ยอมหรอก

 

เมื่อคิดได้แบบนั้น อูฮยอนก็หันกลับมายิ้มให้อีกฝ่าย และดึงมือของอีกคนให้เดินไปทางสวนสาธารณะด้วยกัน อูฮยอนพาร่างสูงที่เดินมาที่ชิงช้าขนาดกลางภายในสวน เขาปล่อยมือของอีกฝ่ายออกและลงไปนั่งกับชิงช้าฝั่งซ้าย โดยที่ซองกยูก็เดินไปนั่งที่ฝั่งขวาข้าง ๆ ของอูฮยอน พวกเขาปล่อยให้ความเงียบเข้ามาครอบคลุมบริเวณรอบ ๆ มีเพียงเสียงของสายลมที่พัดผ่านไปมา เสียงของฝูงนกที่กำลังกลับรังของพวกมันเท่านั้น แต่ก็เป็นเสียงที่ทำให้รู้สึกสบายใจสุด ๆ สำหรับอูฮยอน

 

ร่างบางยื่นมือไปจับที่โซ๋ข้าง ๆ ชิงช้าของตน เขายันขาของตัวเองไว้แล้วดันตัวเองไปข้างหลังเล็กน้อย ก่อนจะยกขาเล็ก ๆ นั้นขึ้นมาเพื่อให้เก้าอี้ชิงช้าของตนแกว่งไปมาเบา ๆ เขาเลือกที่จะไม่พูดอะไรกับอีกฝ่าย ถ้าซองกยูอยากพูดอะไร เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายคงอยากจะพูดออกมาเองมากกว่าให้ใครมาบีบคั้น

 

อูฮยอน ช่วยรับฟังอะไรหน่อยได้ไหมเมื่อความเงียบผ่านไปสักพัก ซองกยูก็เอ่ยปากชวนคนข้าง ๆ ของเขาคุย เขาไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้ควรจะพูดให้อีกฝ่ายฟังไหม ในเมื่อมันเป็นเรื่องส่วนตัวของตัวเขาเอง แต่การได้ระบายอะไรให้ใครบางคนฟัง ซองกยูก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ได้แย่อะไร ยิ่งอีกฝ่ายเป็นอูฮยอนที่เขารู้จักมานานแล้ว เขาเชื่อใจคนตรงนี้ ว่าจะไม่นำเรื่องของเขาไปบอกคนอื่น

 

ครับ ผมยินดีรับฟังอยู่แล้ว อูฮยอนหยุดแกว่งชิงช้าของตนเองทันทีเมื่อซองกยูพูดขึ้นมา เขากลับมานั่งนิ่ง ๆ และหันหน้าไปทางรุ่นพี่ของตนเอง ใบหน้าคมกับดวงตาเรียวเล็ก ๆ นั่นยังคงทำให้อูฮยอนหวั่นไหวได้ตลอดเวลา แม้จะเป็นตอนนี้ ถึงซองกยูจะทำหน้าเศร้าจนอูฮยอนอดสงสารไม่ได้ แต่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขาแอบฟังตอนที่สารภาพรักกับคนอื่นอยู่ อูฮยอนจึงได้แต่นั่งเงียบ ๆ ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร

 

ทั้ง ๆ ที่ใจรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องพูดอะไรออกมา

 

พี่เพิ่งไปสารภาพรักกับคนที่แอบชอบมาน่ะ

 

เหรอครับยินดีด้วยนะครับรุ่นพี่

 

หื้ม…? ยินดีอะไรล่ะเรา พี่น่ะ….”

 

อกหักกลับมานะ

 

เอ๋….

 

อกหักหมายความว่า รุ่นพี่ถูกปฏิเสธอย่างงั้นเหรอ

 

.

.

.

 

หนึ่งเดือนที่แล้ว

 

ฉันชอบเธอนะยุนโบราซองกยูกล่าวออกไปด้วยสีหน้าที่จริงจังต่อหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าของตน เขากำมือแน่นเพื่อลดความประหม่าและความตื่นเต้นของตนเองลง แต่มันก็ช่วยไม่ได้นักหรอก

 

ได้โปรดเถอะครับพระเจ้า ขอให้เขาคิดแบบเดียวกับผมที

 

ขอบคุณที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้กันนะซองกยูหญิงสาวตอบกลับมาด้วยเสียงสั่น ๆ เธอก้มหน้าลงกับพื้นไม่ยอมมองขึ้นมาหาอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย จนซองกยูต้องเป็นคนที่ยื่นมือออกไปจับไหล่อีกฝ่ายเพื่อให้เธอเลิกเงยหน้า แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาแล้ว

 

เธอกลับร้องไห้ด้วยสายตาที่แสนเจ็บปวด

 

เธอไม่ได้มีความสุขกับการสารภาพรักของซองกยูเลย

 

ฉันมีแฟนแล้วน่ะซองกยู ขอโทษจริง ๆ นะที่รับความรู้สึกของนายไม่ได้

 

แต่ฉันเองก็ชอบนายนะ แต่ว่า…’

 

ตอนนี้มันไม่ใช่นายอีกแล้ว ฉันขอโทษจริง ๆ

 

.

.

.

 

เขาบอกพี่ว่า เขามีคนที่ชอบอยู่แล้วน่ะ เสียใจชะมัดเลยเนี่ย ความรักครั้งแรกแท้ ๆ แต่โดนปฏิเสธกลับมาซะพี่แทบเดินไม่เป็นเลยล่ะ พี่อึดอัดมาก ๆ จนคิดว่าอยากจะระบายให้ใครสักคนฟัง พี่เลยขอให้เรากลับบ้านพร้อมกัน เพราะพี่คิดว่าอูฮยอนเนี่ยแหละ เป็นผู้รับฟังที่ดีของพี่เลย

 

ในขณะที่ซองยังคงพูดทุกสิ่งที่อัดอั้นในใจออกมา อูฮยอนที่ได้ฟัง ก็แทบจะเก็บความรู้สึกทุกอย่างไม่ไหวแล้ว

 

เขาดีใจ ที่รุ่นพี่ยุนปฏิเสธรุ่นพี่ซองกยู

 

เขาดีใจ ที่รุ่นพี่ซองกยูยังไม่ได้เป็นของใคร

 

แต่เขาก็เสียใจมากเช่นกัน

 

เสียใจ ที่ได้รับรู้ว่ารุ่นพี่ยุนโบราคือรักแรกของอีกฝ่าย

 

เสียใจ ที่รุ่นพี่ซองกยูยอมเสียน้ำตากับคน ๆ นั้น

 

เสียใจ ที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรในยามที่อีกฝ่ายกำลังเศร้าอยู่ได้เลย

 

อยากจะเป็นคน ๆ นั้นจังเลย

 

อยากเป็นคนที่ถูกรุ่นพี่รักจนหมดใจ

 

แต่ตอนนี้พี่คิดว่าพี่โอเคขึ้นแล้วล่ะ แถมได้พูดอะไรออกไปเยอะแยะเลย ขอบคุณมากนะอูฮยอ…” ร่างสูงที่ได้ระบายสิ่งที่เก็บไว้ในใจมาตลอดหนึ่งเดือนเริ่มรู้สึกดีขึ้น เขาตั้งใจจะหันไปขอบคุณอีกฝ่าย แต่เมื่อเขาหันไป เขากลับเห็นอูฮยอนที่นั่งมองเหม่อขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ตอนนี้เมฆครึ้ม ๆ ก็เริ่มขยับเข้ามาเรื่อย ๆ

 

บนใบหน้าหวานของร่างบาง กลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาสีใสที่ร่วงหล่นลงมาจากดวงตาหวานคู่นั้น ราวกับมันเป็นภาชนะแก้วที่ไม่สามารถรับอะไรเข้าไปได้อีกแล้ว จึงค่อย ๆ เอ่อล้นออกมา ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้นที่ทำให้ร่างสูงได้ยิน มีเพียงรอยน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนใบหน้าเท่านั้น จมูกรั้น ๆ ของเจ้าตัวตอนนี้กลับกลายเป็นสีแดงอ่อน ๆ แม้มันจะทำให้อูฮยอนดูน่ารักในเวลาที่งอแงไม่ได้ของที่อยากได้จนร้องไห้ แต่ในตอนนี้ มันกลับทำให้ซองกยูรู้สึกเจ็บปวด ซึ่งมันเพราะอะไรล่ะ?

 

ซองกยูนิ่งไป เขาไม่รู้ว่าทำไมอูฮยอนถึงร้องไห้ออกมา ในใจเรียกร้องบอกให้ถามอีกฝ่ายออกไป แต่เขากลับไม่มีเสียงที่จะพูดอะไรออกไปเลย ใบหน้าของอูฮยอนสะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่เจ้าตัวกักเก็บมันไว้มานาน เขาไม่ทราบว่ามันคืออะไร แต่เพราะเขาเองก็เพิ่งจะผ่านเรื่องร้าย ๆ มา ทำให้เขารู้ว่าอูฮยอนกำลังเจ็บปวดมาก ๆ

 

มากพอกับสิ่งที่เขาได้รับมาก่อนหน้านี้

 

..ฮึก รุ่น..พี่ครับเสียงสะอื้นที่หลุดออกมาพร้อมกับเสียงที่เรียกใครบางคนอยู่ ทำให้ซองกยูได้สติอีกครั้ง อูฮยอนยกมือบางของตัวเองขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาที่อาบอยู่บนใบหน้านั้นเบา ๆ แล้วส่งยิ้มให้กับรุ่นพี่ของตนเอง

 

ผม…..”

 

ครื้นนนน-

 

เสียงฟ้าร้องทำให้คำพูดของอูฮยอนขาดหายไป ซองกยูไม่ได้ยินอะไรที่อีกฝ่ายพูดเลย จึงขอให้อูฮยอนพูดมันอีกรอบ อูฮยอนละสายตาจากรุ่นพี่ของตน มองขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกรอบ ก็พบว่าเม็ดฝนกำลังร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าเสียแล้ว

 

พระเจ้าคงไม่อยากให้เขาพูดมันออกไปสินะ

 

ผมแค่จะบอกว่า เรากลับบ้านกันเถอะครับ ฝนมันจะตกแล้วน่ะ

 

เขาทำถูกแล้วสินะ ที่จะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องของอีกฝ่าย

 

เพราะเขาน่ะ ก็ทำได้แค่เป็นคนที่รับฟังของรุ่นพี่มาตลอดเลยนี่

 

เขาน่ะ เท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แม้จะเจ็บปวดไปบ้าง แต่อย่างน้อย เขาก็ยังไม่ได้ถูกลบเลือนไปจากใจของอีกคน

 

เพียงแค่นี้ อูฮยอนก็คิดว่าตัวเองได้รับอะไรมามากมายเพียงพอแล้วจริง ๆ ….

 

.

.

.

 

สองปีที่แล้ว

 

อูฮยอนอา!”

 

อ่าว พี่ซองกยู วันนี้ก็เป็นคนดูแลดอกไม้พวกนี้อีกแล้วเหรอครับ

 

อูฮยอนวิ่งมาตามทางที่ใครบางคนตะโกนเรียกเขาขึ้นมา คน ๆ นั้นคือคิมซองกยู นักเรียนชั้นม.3 ที่อีกไม่นานก็จะจบการศึกษาเพื่อไปเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว ร่างสูงกำลังยืนรดน้ำให้กับดอกไม้นานาชนิดที่อยู่ภายในแปลงดอกไม้ขนาดกลางบนชั้นดาดฟ้าของโรงเรียน เมื่อเลิกเรียน อูฮยอนมักจะเดินขึ้นมาตากลมด้านบนจึงได้พบกับอีกฝ่ายบ่อย ๆ จนกลายเป็นคนสนิทกัน

 

ใช่แล้ว รอบนี้พี่เอาเมล็ดทิวลิปมาปลูกด้วยล่ะ แต่พี่คงไม่ได้ดูตอนมันโตแล้วแน่ ๆ เลยเนี่ย ช่วงหลังก็ต้องอ่านหนังสือสอบอย่างเดียวแล้ว ไม่มีเวลามาดูแลแน่ ๆ เลยซองกยูกล่าวพลางทำหน้าเศร้า ๆ ไปด้วย ด้วยภาพลักษณ์ที่คนอื่นเห็น อาจมองว่าซองกยูเป็นคนเฉยชา และเป็นเด็กเกเร แต่จริง ๆ แล้วเขาก็แค่เป็นคนที่ชอบความสงบ มีเพียงแค่นักเรียนในชมรมแปลงดอกไม้และอูฮยอนเท่านั้นที่ทราบว่าร่างสูงชอบการปลูกดอกไม้ เพราะคุณแม่ของเขามักจะทำแบบนี้ที่บ้านเสมอ ซองกยูจึงต้องเป็นลูกมือช่วยคุณแม่ของตน

 

มันต้องสวยมาก ๆ แน่เลยครับ! อืมช่วงที่พี่กยูจบออกไปแล้ว ผมจะเป็นคนดูแลต่อให้เอง ดีไหมครับ?” อูฮยอนเสนอความคิดเห็นออกไปให้อีกฝ่ายพิจารณา ซองกยูที่ได้ยินแบบนั้นจึงยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และกล่าวขอบคุณรุ่นน้องที่จะมาดูแลดอกไม้ของเขาต่อ โดยที่ไม่ลืมจะขอไลน์ของอีกฝ่ายมา เผื่อถึงวันที่ดอกทิวลิปออกดอกแล้ว จะขอรบกวนให้รุ่นน้องส่งภาพมันกลับมาฝากหน่อย ซึ่งอูฮยอนก็ยินดีอย่างยิ่ง

 

ผมจะดูแลมันอย่างดีเลยครับ มันต้องออกมาสวยแน่ ๆ เลย

 

พี่ก็หวังว่าแบบนั้นเหมือนกัน ถ้ายิ่งเป็นอูฮยอนดูแลมันให้พี่ มันคงจะยิ่งสวยมาก ๆ เลยล่ะ เพราะเราน่ะน่ารักมาก ๆ เลย ถ้ามันได้รับการดูแลจากคนน่ารัก ๆ แบบเรา พี่ว่ามันคงดีใจเมื่อซองกยูพูดจบ ร่างบางข้าง ๆ ก็นิ่งไปจนผิดสังเกต อูฮยอนที่เพิ่งได้สติจากประโยคที่อีกฝ่ายพูดก็รีบหันหลังให้รุ่นพี่ของตัวเองทันที ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อกี้ กลับกลายเป็นสีแดงราวกับลูกมะเขือเทศน้อย ๆ ริมฝีปากหนาถูกฟันของเจ้าตัวกัดอยู่เพื่อลดความประหม่าลง ดวงตาที่เคยมอบแต่ความสดใสให้คนอื่นในตอนนี้กลับสั่นระริก มันเต็มไปด้วยความรู้สึกหลาย ๆ อย่าง ทั้งความตกใจ ความประหม่า ที่อยู่ดี ๆ อีกฝ่ายก็เอ่ยปากชมเขาออกมา

 

รุ่นพี่ก็ พูดอะไรก็ไม่รู้!” อูฮยอนตะโกนกลับไป เพื่อปิดบังความเขินอายของตนเอง อีกฝ่ายที่ได้ยินก็หัวเราะร่าออกมาทันที

 

ขอโทษที ๆ ก็อูฮยอนน่ารักจริง ๆ นี่นา แต่เพราะแบบนี้แหละ พี่ถึงได้ชอบเรานะเจ้าตัวเล็ก

 

ซองกยูยังคงพูดมันออกมาและหัวเราะไปด้วยเหมือนเดิม เขายื่นมือไปขยี้ผมสีดำของร่างเล็กที่นั่งหันหลังให้อยู่ ทำให้อูฮยอนหันกลับมาหาอีกฝ่ายเพื่อจะตำหนิที่มาลูบผมเขา แต่เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มของร่างสูงที่อยู่ด้านหลังนั้น หัวใจของเขากลับยิ่งเต้นเร็วยิ่งขึ้น ขาที่ยืนอยู่ตอนนี้มันสั่นราวกับเขาจะไม่สามารถยืนได้อีกต่อไปแล้ว เขาไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้เลย และหวังว่ามันจะไม่หลุดออกไปจากปากของเขา และการกระทำต่าง ๆ ของเขา

 

สิ่งที่อูฮยอนเป็น เขารับรู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรและเพราะใคร

 

เขารู้ตัวดี

 

วันนั้นคือวันแรกที่อูฮยอนได้รู้ตัวว่า เขาได้ตกหลุมรักร่างสูงคนนี้เข้าไปแล้ว

 

.

.

.

 

วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงวันที่ซองกยูต้องจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมต้นแห่งนี้ นักเรียนทุกคนต่างแสดงความยินดีต่อกันที่ได้เรียนจบ ร่วมถึงนักเรียนรุ่นน้องที่เข้าไปยินดีกับรุ่นพี่ของตน โรงเรียนในตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มมากมาย แม้จะมีรุ่นพี่ผู้หญิงบางกลุ่มยืนร้องไห้กันเพราะพวกเธอไม่ได้เรียนต่อในโรงเรียนเดียวกัน แต่นั่นก็เป็นหยาดน้ำตาที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติ ไม่ใช่ความโศกเศร้าเสียใจแต่อย่างใด

 

นัมอูฮยอนในวันนี้เอง ก็เตรียมของมาให้รุ่นพี่ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนไป เขามอบขนมถุงเล็ก ๆ ให้กับรุ่นพี่ที่เคยพูดคุยด้วยพร้อมกับแสดงความยินดี และถ่ายรูปพร้อมกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนจะขอตัวออกมา

 

เขาวิ่งกลับเข้าไปในอาคารเรียนของตนเอง และมาหยุดอยู่ตรงประตูชั้นดาดฟ้า มือบางพลักมันเพียงเล็กน้อย ประตูก็แง้มออกอย่างที่ควรจะเป็น เขาเดินไปยังแปลงดอกไม้แสนสวยที่ตอนนี้มันออกดอกเต็มแปลงไปหมด

 

รวมถึงดอกทิวลิปที่ซองกยูฝากฝังให้อูฮยอนดูแลมันแทนเช่นกัน ดอกทิวลิปหลากสีที่ขยับไปมาเพราะแรงลมของชั้นดาดฟ้า เป็นภาพที่สวยมาก ๆ ในสายตาของอูฮยอน เขามีความสุข ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เขาก็ได้ดูแลพวกมัน จนเติบโตมาได้สวยงามแบบนี้

 

เขาอยากให้รุ่นพี่ได้เห็นมัน

 

.

.

.

 

รุ่นพี่กยู!” ซองกยูหันหน้าไปทางที่มีเสียงเรียกชื่อของตน เมื่อนั้น เขาก็ได้พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่วิ่งดุ๊ก ๆ มาพร้อมกับถือช่อดอกทิวลิปแสนงามอยู่บริเวณอกอย่างเอ็นดู รอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าหวานนั้น ทำให้คนรอบข้างมองแล้วก็อมยิ้มกัน

 

ร่างเล็กวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของคิมซองกยูพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงงดงามเหมือนทุก ๆ วัน อูฮยอนยื่นดอกไม้ที่อยู่ตรงอกของตนไปทางร่างสูง เขาก้มมองพิจารณาดอกไม้ที่อยู่ในมือของร่างบาง ก็ได้รู้ว่า ดอกไม้ที่แสนงดงามพวกนี้

 

คือดอกทิวลิปหลากสีที่อูฮยอนดูแลมันด้วยความรักมาตลอดเวลาที่เขาไม่สามารถดูแลมันได้

 

ดอกทิวลิปสีขาวที่ดูเด่นชัดมากกว่าดอกอื่น ๆ ภายในช่อเพราะอูฮยอนเลือกที่จะใส่ดอกทิวลิปสีขาวนี้มามากกว่าสีอื่น และนำมันไว้ตรงกลางรอบ ๆ สีอื่น

 

แม้คนทั่วไปจะคิดว่ามันเป็นการแต่งให้งดงามเฉย ๆ แต่ในใจอูฮยอนน่ะ ไม่ได้คิดแค่ให้มันสวยหรอกนะ

 

มันมีความลับมากกว่านั้น

 

เพราะความหมายของมัน

 

ดอกทิวลิปสีขาว หมายถึงความรักที่ไม่หวังผลตอบแทน พร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อคนที่รัก

 

รุ่นพี่คิมซองกยู ยินดีด้วยนะครับ!”

 

สำหรับความรักครั้งแรกนี้ ขอบคุณมากนะ

สำหรับคำว่า ชอบครั้งแรกนั้นก็ขอบคุณมากนะ

จำนวนดอกไม้ที่มากมายในปีนี้

เป็นดอกไม้ที่เธอชื่นชอบสินะ


.

.

.


- แถม (Sungyeol Part) -

 

ถ้าเขามีความกล้าอีกสักหน่อย เขาอาจจะมีหวังที่จะได้ครอบครองหัวใจของคนที่แอบชอบมาตั้งแต่เด็กแล้วแท้ ๆ

 

แต่ทำไมกันนะ ทำไมเขาถึงไม่มีความกล้าที่จะพูดมันออกไป

 

จนสุดท้ายต้องมานั่งเสียใจกับผลลัพธ์ที่ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้

 

อีซองยอลที่กำลังเดินกลับบ้านพร้อมกับเพื่อน ๆ ในชมรมกำลังคิดอะไรกับตัวเองอยู่ เมื่อละสายตาจากถนนด้านหน้า มองไปยังสวนสาธารณะที่เขามักจะมาเล่นเป็นประจำ ก็พบกับเพื่อนสนิทของตนเองที่กำลังนั่งอยู่ที่ชิงช้า

 

กับรุ่นพี่ที่เพื่อนของเขาหลงรัก

 

ถึงแม้จะค่อนข้างไกล แต่เขาก็เห็นได้ว่าอูฮยอนกำลังร้องไห้อีกครั้ง

 

ซองยอลตัดสินใจเดินเข้าไปขวางการสนทนาของทั้งคู่ แต่เขากลับมองเห็นว่าอูฮยอนกำลังเอ่ยอะไรออกมา คำพูดที่แม้จะไม่ได้ยินเสียงแต่ซองยอลก็รู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร ทำให้ฝีเท้าของเขาหยุดลงกับที่ทันที

 

ผมชอบรุ่นพี่ซองกยูครับ

 

อ่าสายไปแล้วสินะอีซองยอล

 

ฮะ ๆ ทำไม

 

ทำไมฉันต้องอกหักทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย

 

พระเจ้าใจร้ายกับเขาชะมัดเลย

 

ซองยอลหันหลังกลับมาและออกเดินทันที หลังจากพ้นสวนสาธารณะมา ร่างโปร่งกลับเปลี่ยนจากการเดินเป็นการวิ่งทันที สายฝนที่กระหน่ำเทลงมากระทบกับร่างกายของซองยอล ไม่ได้ช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย น้ำตาที่ไม่เคยไหลออกมาเพราะเรื่องความรัก กำลังเอ่อล้นออกมาจนซองยอลไม่สามารถมองเห็นทางได้อีก เขาจึงหยุดวิ่งลง คุกเข่าลงกับพื้นปูนและปล่อยโฮออกมาสุดเสียงโดยไม่สนใจว่าจะมีใครอยู่ใกล้ ๆ ไหม

 

ถ้าพระเจ้าจะประทานท้องฟ้าที่มีแต่เสียงร้องที่แสนน่ารำคาญ กับหยาดน้ำตกลงมาอย่างรุนแรงไม่แยแสต่อคนที่ไม่ได้พกร่มมาอย่างอีซองยอลแบบนี้

 

เขาก็จะน้อมรับในสิ่ง ๆ นั้น

 

เพียงแค่แว๊บเดียวที่ซองยอลแอบคิดว่าจริง ๆ แล้วพระเจ้าต้องสงสารเขาแน่ ๆ

 

จึงได้ส่งเสียงฟ้าร้องและสายฝนลงมาเพื่ออีซองยอลคนนี้

 

เพื่อที่จะไม่ให้มีใครได้รับรู้ว่าเขากำลังเสียใจกับความรักครั้งแรกของเขา

 

ความรักครั้งแรก ที่ไม่สมหวังของอีซองยอล

 

ขอขอบคุณพระเจ้าที่ปลอบโยนเขาในแบบแปลก ๆ

 

ขอบคุณที่นัมอูฮยอนทำให้อีซองยอลได้รู้ว่า

 

ความรักนั้น มันช่างแสนเจ็บปวดเหลือเกิน

 

 

End(?)

ผลงานอื่นๆ ของ arisuu_kisu

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 cheeeetis (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 01:56
    เศร้าเลยย ฮื่อ ขอต่ออีกสักนิดไม่ได้หรอคะ ฮื่อ อยากให้น้องสมหวังอ่าา
    #1
    0