The Perfect suicide - นิยาย The Perfect suicide : Dek-D.com - Writer
×
NC

คำเตือนเนื้อหา

เนื้อหาของเรื่องนี้อาจมีฉากหรือคำบรรยายที่ไม่เหมาะสม

  • มีการบรรยายฉากกิจกรรมทางเพศ
  • มีการบรรยายเนื้อหาที่เกี่ยวกับความรุนแรงสูง
  • มีเนื้อหาที่เครียดหรือหดหู่มาก ซึ่งอาจกระทบต่อภาวะทางจิตใจ

เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรใช้วิจารณญานในการอ่าน

กดยอมรับเพื่อเข้าสู่เนื้อหา หรือ อ่านเงื่อนไขเพิ่มเติม
ปิด

    The Perfect suicide

    เมื่อเทพจอมมารนึกสนุกจึงมาป่วนโลก Overlord แทนท่านไอนซ์ เรื่องนี้ไม่กาวมีแต่กามและเลือด (แต่ละตอนลงช้ามากนะครับเพราะมีประมาณ 30,000 ตัวอักษรขึ้นไป)

    ผู้เข้าชมรวม

    592

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    14

    ผู้เข้าชมรวม


    592

    ความคิดเห็น


    4

    คนติดตาม


    36
    จำนวนตอน :  2 ตอน
    อัปเดตล่าสุด :  12 พ.ค. 67 / 21:46 น.
    คำเตือนเนื้อหา NC

    มีการบรรยายฉากกิจกรรมทางเพศ, มีการบรรยายเนื้อหาที่เกี่ยวกับความรุนแรงสูง, มีเนื้อหาที่เครียดหรือหดหู่มาก ซึ่งอาจกระทบต่อภาวะทางจิตใจ

    อีบุ๊กจากนิยาย ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

     

    เรารู้ว่าโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บางคนได้ยินแล้วก็หัวเราะขบขัน บ้างก็ร้องไห้ แต่คนส่วนใหญ่มักจะเลือกอยู่เงียบๆในพื้นที่ของตัวเอง ผมจำประโยคหนึ่งในพระคำภีร์ภควัทคีตาของฮินดูได้ พระวิษณุพยายามเกลี่ยกล่อมให้เจ้าชายออกรบ และเพื่อคลายข้อสงสัยของเขา พระองค์จึงแสดงพลังอำนาจให้เขาได้เป็นที่ประจักษ์ แล้วทรงตรัสว่า 

    บัดนี้ข้าคือความตาย ผู้ทำลายล้างโลกทั้งมวล

     - เจ โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ บิดาแห่งระเบิดปรมณู -

    ༺?“??☠︎︎?“??༻

     

    คำเตือน

    ตัวละครบางตัวมีนิสัยที่เลวและโรคจิตและซาดิสต์น่าเกลียดบัดซบเกินจนยากเกินที่จะให้อภัย พูดง่ายๆก็บักคนชั่วนั้นแหละ 

    ขอย้ำว่านิยายเรื่องนี้ไม่ได้แสดงสันดานของไรต์นะครับ ผมแต่งเล่นๆเพื่อความบันเทิงเท่านั้น !

    เรื่องจะมีการก็อปประโยคการสนทนา รวมไปถึงเนื้อหาของอนิเมะนิยายและมังงะมาทำเป็นฟิคบ้างแค่ในช่วงแรกๆกันทั้งดุ้นเลย แต่จะมีการเสริมเติมแต่งเล็กน้อยนะครับ เรียกว่าน้อยของน้อยเลยล่ะในช่วงแรกๆ 

    สำหรับใครที่เคยอ่านหรือเคยดูมาก่อนก็อาจจะทำให้หายคิดถึงบรรยากศเดิมๆได้บ้างไม่มากก็น้อย

     

    มี 4 ภาค

    1. Paradox : สิ้นสุดลงเมื่อถล่มสภาอาร์กแลนด์

    2. Termina (ภาคสั้น) : สงครามกลางเมืองในอณาจักรของอาซวาร์ล

    3. Odyssey : หลังการตายของเทพจอมมารอาซวาร์ล ได้เกิด Chaos Beast สิ่งมีชีวิตจากต่างมิติออกมาอาระวาด เป็นจังหวะเดียวกันที่หนึ่งในเพื่อนของโมมอนกะที่มีนิสัยคล้ายกันถูกวาร์ปมา และต้องร่วมมือกับเหล่าผู้กล้าเพื่อปราบหายนะในครั้งนี้

    4. Ragnarok (ตามความเชื่อของจีน เลข 4 จะออกเสียงคล้ายกับคำว่า 死 ซึ่งแปลว่าตาย) : การกลับมาของอาซวาร์ล และวันพิพากษาโลก

     

    Season 1

    Paradox

    [ จุดเริ่มต้นของจุดจบ ]

     

    EP

    Supremebeing

     

    1 ĀĘ

    (After Explore)

    ตึก ตึก ตึก ตึก

    เสียงฝีเท้าของขบวนทหารม้ากำลังมุ่งหน้าไปยังที่ไหนสักแห่ง

    “นายพลกาเซ็ฟ”

    นายพลกาเซ็ฟหันมามองนายทหารคนสนิทที่ควบม้าขนาบข้างก่อนจะหันไปมองทางข้างหน้าต่อ เขากัดฟัน แววตาเคร่งเคลียด

    เบื้องหน้าเห็นกลุ่มควันลอยคลุงอยู่

    กาเซฟ : “ชิ”

    “รองหัวหน้า นำทหารบางส่วนคุ้มกันคนที่เหลือรอดไปยังเอรันเทลซะ” กาเซ็ฟสั่ง

    “ท่านนายพลครับ”

    “มีอะไร ?”

    “คำสั่งขององค์ราชาคือ… ให้ทำการสำรวจพวกกลุ่มคนที่จู่โจมหมู่บ้านแถวชายแดน และจัดการปราบปรามให้หมดครับ”

    “ใช่แล้ว”

    “แต่ว่าถ้าเจอพวกอัศวินของบาฮารุธจริง ทหารที่สามารถสั่งให้ออกรบได้ก็มีแค่ 50 นายเท่านั้น”

    “ก็เพราะเป็นภารกิจลับไง”

    รองหัวหน้า

    “ฝีมือพวกขุนนางซินะครับ ? แม้แต่ในเหล่าเชื้อพระวงศ์เอง ถ้าท่านแม่ทัพได้รับการเชื่อใจมากที่สุดพลาดละก็… คงเป็นเหตุให้เกิดการล้มล้างกษัตริย์เป็นแน่ ความคิดตื้นเขินซะจริง”

    “พอแค่นี้เถอะ”

    “ท่านแม่ทัพเองก็น่าจะรู้สึกได้นะครับ นี่เป็นกับดักอย่างเห็นได้ชัดครับ ถ้าต้องแบ่งกองกำลังและลดจำนวนทหารที่นี่ละก็… ทุกคนกลับไปที่เอรันเทลกันก่อนเถอะครับหัวหน้า ถึงแม้จะต้องเสียสละหมู่บ้านแถวนี้ไปอีกกี่หมู่บ้านก็ตาม แต่การสูญเสียนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดเช่นหัวหน้าไป นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของราชอณาจักรเลยนะครับ”

    “ฉันก็แค่เห็นประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ”

    “ผมเองก็เช่นกันครับ”

    “การอาศัยอยู่ในหมู่บ้านก็เหมือนอยู่ต่อหน้าบานประตูนรกนั่นแหละ การจะโดนมอนสเตอร์จู่โจมก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรือไง ?”

    “ใช่ครับ”

    “เพราะงั้นเลยไม่คาดหวังอะไรอย่างงั้นเหรอ ? ว่าจะมีขุนนางหรือนักผจญภัยฝีมือดีมาช่วยน่ะ ?”

    “ถ้าบอกว่าไม่ได้คาดหวังละก็คงเป็นการโกหก”

    “แต่ในความจริงก็ไม่มีใครโผล่มาเลย”

    “ถ้างั้นพวกเราก็แสดงให้เห็นซะซิ” “พวกเราที่จะปกป้องทุกชีวิตจากอันตราย ผู้แข็งแกร่งที่จะปกป้องคนอ่อนแอ !”

     

     

    “Gate”

     

    “พี่คะ”

    “ตายซะ” อัศวินเลวเงื้อดาบขึ้นเหนือหัวหมายจะฟันร่างของหญิงสาวที่กำลังกอดน้องสาวของตนไว้ให้ตายตกไปตามกัน

    “เนมุ” หญิงสาวพูดสั่งเสียต่อน้องสาวก่อนที่ตัวเองจะถูกฆ่า

    หนีไปเร็วเอ็นริ ! หนีไป ! รีบไปเร็วเข้า!

    เอ็นริ : [ ถ้าไม่ถ่วงเวลาให้เนมุหนีไปได้ละก็… ]

    “อ๊ะ” จู่ๆอัศวินก็ชะงักและลดดาบลง

    เอ็นริรู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง ความเย็นยะเยือกไหลซ่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เธอหันไปมอง เงาตะคุ่มๆบางอย่างค่อยๆก้าวจากประตูมิติบานใหญ่ออกมาช้าๆ ปรากฎร่างยักษ์สองตนเท้าลอยอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย ตนหนึ่งสูง23เมตรคลุมฉลองพระองค์สีเหลืองทองอร่ามคล้ายจักรพรรดิจีนโบราณสลักลวดลายแสนปราณีตด้วยเพชรนิลจินดาระยิบระยับ ส่วมหมวกทรงสูงที่บนกระหม่อมประดับตัวมังกรที่กำลังเลื้อย อีกตนสูง29เมตรใส่เสื้อเกราะทองเหลืองและหมวกราชสีห์มีเขางอกออกมา แปลงขนบนหมวกเกราะสบายออกดุจแผงคอราชสีห์เจ้าป่า

    เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายทันตั้งตัว Grab Heart (Tier 9)” ยักษ์ชุดเหลืองเสกหัวใจขึ้นมาก่อนจะขยี้มันทิ้ง ทำให้อัศวินคนหนึ่งล่มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น

    อัศวิน : “ไอ้สัตว์ประหลาด !?”

    ยักษ์ชุดเหลือง : “ทั้งที่ไล่ตามผู้หญิงกับเด็กมาตลอดแท้ๆ แต่คู่ต่อสู้ที่แตกต่างกว่ากลับยอมแพ้อย่างงั้นเชียวเหรอ ? อุตส่าห์มาหาแล้วทั้งที ถึงแกจะไม่เต็มใจตายตายที่นี้แต่ฉันขอทดสอบพลังหน่อยแล้วกัน” 

    Dragon Lightning (Tier 5)” ที่ปลายนิ้วของยักษ์ชุดเหลืองถูกจุดด้วยเปลวกระแสไฟฟ้า ทำให้อัศวินเกิดลนลานแล้วรีบวิ่งหนี แต่ก็ไม่ทันการสายฟ้าได้พุ่งเข้ามาช็อตดับอนาถ “อ่อนแอซะจริง ไม่นึกเลยว่าจะตายง่ายดายขนาดนี้” พลางชำเรืองมองหญิงสาวที่ชื่อเอ็นริ 

    ยักษ์ชุดเหลือง : “Summon” 

    มีกลุ่มก้อนสีม่วงดำบางอย่างโผล่ขึ้นมาก่อนจะท่วมลงไปที่ร่างของอัศวินที่เสียชีวิต มันชโลมร่างของคนที่ตาย และให้กำเนิดใหม่เป็นเวนดิโก้ อสูรกายผิวซีดเผือดสูง 3 เมตร ที่หัวเป็นมูส ตัวเป็นคน และกลีบเท้ากวาง “เวนดิโก้ฉันขอสั่งให้แกไปกำจัดพวกอัศวินที่บุกโจมตีหมู่บ้านนี้ซะ” เวนดิโก้แผดเสียงร้องคำรามและเริ่มวิ่งจ้ำอ้าวออกไปหาเหยื่ออย่างรวดเร็ว

    “ท่านพ่อเราควรทำอย่างไรกับไอ้สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเช่นนี้ดีขอรับ ?” ยักษ์ในชุดเกราะทองเหลืองถาม สายตาก็จ้องเอ็นริกับน้องสาวเนมุน้องสาวด้วยแววตารังเกียจไปถึงขั้วกระดูกดำ

    “ก่อนอื่นศัตรูก็คือเหล่าพวกกระป๋องส่วมเกราะที่อยู่ตรงโน้น”

    “รับทราบแล้วขอรับ”

    “ดูท่าทางจะได้รับบาดเจ็บนะแม่หนู” อาซวาร์ลยื่นขวดโพชั่นสีแดงไปให้ “ดื่มซะ”

    เอ็นริ : “เลือด !?” “จะ ฉันจะดื่มค่ะ เพราะงั้นได้โปรดปล่อยน้องสาวของฉันไปด้วยเถอะค่ะ”

    เนมุ : “พี่คะ ไม่ได้นะ”

    “เนมุเงียบไปเลยนะ !” เอ็นรอตวาด

    “แต่ว่า …”

    “ช่างเถอะน่าอยู่เฉยๆเนมุ !”

    “ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ !”

    “เป็นแค่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำแท้ๆ !”ง้าวในมือยักษ์เกราะทองเหลืองสั่นก่อนจะยกขึ้นเหนือหัวหมายจะทิ่มสองพี่น้องให้ตาย

    ยักษ์ชุดเหลือง : “เดี๋ยวก่อน ! อย่าใจร้อน ? ซาตานเจ้าจงลดอาวุธลงซะนี้คือคำสั่ง”

    “รับทราบขอรับ” ซาตานวางง้าวลงอย่างว่าง่าย

    อาซวาร์ลย่อเข่าลงแล้วอธิบายให้เอ็นริฟัง “นี้เป็นยารักษา รีบดื่มเข้าไปเถอะ”

    เอ็นริรับคำหยิบมาดื่มจนหมดขวด เพียงชั่วครู่แผลของเธอก็หายเป็นปลิดทิ้ง เด็กสาววัยรุ่นมองดูรอยแผลที่ตอนนี้ได้หายไปแล้วอย่างไม่อยากจะเชื่อในสายตาตัวเอง “โกหกน่า ?”

    “ความเจ็บปวดหายไปแล้วซินะ ?”

    “ค่ะ … ค่ะ”

    “พวกเธอรู้จักสิ่งที่เรียกว่าเวทย์มนต์รึเปล่า ?”

    “ค่ะ … ค่ะ ฉันรู้จักคนๆหนึ่งเป็นนักปรุงยาที่จะมาหมู่บ้านนี้เป็นบางครั้งอยู่ค่ะ เพื่อนสนิทคนนั้นของฉันก็ใช้เวทย์มนต์ได้เหมือนกันค่ะ”

    “งั้นเหรอ !?” “ถ้างั้นก็ค่อยคุยกันง่ายหน่อย” อาซวาร์ลพูดจบก็เสกโดมสีเขียวล้อมรอบเอ็นริกับเนมุไว้สองชั้นคือ Anti-Life Cocoon รังไหมที่ไม่ให้สิ่งมีชีวิตเข้ามาได้ กับ Wall of Protection from Arrows กำแพงที่ลดพลังโจมตีของลูกศร “ฉันร่ายเวทย์มนต์ป้องกันไว้ให้แล้ว โดยปกติถ้าพวกเธออยู่ในนี้ก็จะปลอดภัย และก็ความแน่ใจฉันจะยกเจ้านี้ให้ด้วย” อาซวาร์ลโยนขลุ่ยเขาสัตว์อันใหญ่ไปให้พร้อมอธิบาย “แค่เป่าเจ้านี้ก็จะมีกองทัพก็อบลินโผล่ออกมารับใช้เจ้า ใช้สิ่งนี้ปกป้องตัวเองซะนะ”

    ขลุ่ยเขาสัตว์

    “เอ่อคือ … ที่มาช่วยฉัน ต้องขอขอบคุณมากเลยนะคะ”

    เนมุ : “ขอบคุณมากคะ”

    ยักษ์ชุดเหลือง : “ไม่ต้องคิดมากหรอก”

    เอ็นริ : “ว่าแต่ … ช่วยบอกชื่อของคุณท่านให้ทีได้ไหมคะ ?”

    “ชื่อขอข้าคือ อาซวาร์ล ! จงจดจำนามนี้เอาไว้ !”

     

    ร่างเอลีอ่อนอัศวินขี้เมาลอยละลิ่วกลางอากาศก่อนล่วงตกกระแทกพื้นเสียงกระดูกดังกร๊อบ ท่ามกลางความหวาดผวาของชาวบ้านที่ถูกทหารจับตัวไว้เพื่อเตรียมสำหรับการประหาร

     

    เวนดิโก้ LV 70 / 350 cm.

    “โฮก ! ! !” เวนดิโก้คำราม

    นายทหารริลิกที่พยายามวิ่งหนีถูกเวนดิโก้ฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ ประเดิมเป็นศพแรก

    “หนอย” ทหารอีกคนฟันดาบไปที่ข้อเท้าของเจ้าสัตว์ประหลาดร่างยักษ์แต่คมดาบกลับไม่ระคายผิวของมันเลย แม้แต่จะทิ้งร่องรอย ก่อนเวนดิโก้หันมาตระครุบเขาจนร่างแหลกเละเป็นก้อนเนื้อ และอีกคนที่พยายามวิ่งหนีก็ไม่รอดถูกกรงเล็บมฤตยูจ้วงและควักไส้ออกมาเคี้ยวกินสดๆ “โฮก ! ! !”

    “เจ้าปีศาจนั่นมันกำลังเล่นสนุกอยู่เรอะ ?” รองหัวหน้าอัศวินพูด

    ทหาร : “พระเจ้า โปรดช่วยคุ้มครองพวกเราด้วย พระเจ้า”

    “พวกแก ! ต้านเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นไว้ซะ ! ฉันไม่ใช่คนที่สมควรมาตายในที่แบบนี้” หัวหน้าอัศวินพูด “นี้คือคำสั่ง พวกแกจงถ่วงเวลามันไว้ซะ !”

    ทหาร : “ท่านหัวหน้าเบริอุส”

    เบริอุสก้าวถอยหลัง สายตาก็เหลือบไปเห็นศพของนายทหารที่ร่างโชกเลือดนอนแน่นิ่งอยู่

    เวนดิโก้หันมามองเหยื่อรายใหม่ มันค่อยๆเดินดุ่มๆเข้ามาอย่างเชื่องช้า ปากก็แสยะยิ้มแยกเขี้ยวน่าขนลุก

    เบริอุส : “งะ เงิน ! ฉันจะยกให้ 200 เหรียญทองเลย ไม่ซิ 500 เหรียญทองเลย !”

    และเวนดิโก้ก็ยืนประชิดตัวเบริอุส

    “หนึ่งพันเหรียญทอง” มือปริศนาได้ขว้าหมับเข้าที่ขาของเบริอุส เจ้าของมือปริศนานั้นก็คือร่างของนายทหารรายหนึ่งที่มีใบหน้าสยดสยองเหมือนศากศพ น้ำเสียงแหบแห้ง

    “อ่าาา ! ! !” เบริอุสถึงกับตาเหลือก ล่มลงสลบด้วยภาพสยองที่เห็น ไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสเวนดิโก้จ้วงกรงเล็บเข้าไปเต็มท้องของเบริอุส เลือดสาดกระเซ็น เจ้าตัวดิ้นทุรนทุรายแสนสาหัส “อ่าาา ! ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ! รีบทำอะไรสักอย่างเร็วเข้า อั่ก !” กรงเล็บมรณะเสียบซ้ำๆย้ำๆแทงร่างของเบริอุสโดยไม่หยุด เบริอุสดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้นอย่างทุกข์ทรมานไม่ยอมตายสักที

    เบริอุส :  “เงิน เงิน ฉันจะยกให้ เงิน” ในที่สุดเบริอุสก็ขาดใจตาย

    เวนดิโก้หันมามองพวกทหาร พลางเลียคราบเลือดที่ริมฝีปาก และแสดงแววตาโรคจิตออกมา

    ทหาร : “ไม่นะ ! ไม่นะ ! อย่านะ ! พระเจ้าช่วย อย่าเข้ามา !”

    “ใจเย็นไว้” รองหัวหน้าอัศวิน ลอนเดส ดี แคลมป์ ผู้อุทิศตนต่อศาสนา ตะโกนเรียกสติให้ทุกคนอยู่ในควมสงบ “ถอยทัพ ! พอให้สัญญาณก็เรียกทหารม้ากับพลธนูมา คนที่เหลือถ่วงเวลาเอาไว้ เริ่มลงมือได้ !” เขาออกคำสั่งมอเรตต์ กับดาเซ็น

    ลอนเดส ดี แคลมป์

    ทหารตั้งกาดเตรียมตั้งรับ เพียงอึดใจเดียวระยะทางของเวนดิโก้ก็ถูกย่นเข้ามาใกล้ทันที คนที่ขวางมันถูกกรงเล็บฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ

    “ย่าาา ! ! !” รองหัวหน้าอัศวินไม่หวั่รเกรงความตายเลือกกำดาบพุ่งเข้าใส่เจ้าสัตว์ประหลาด เวนดิโก้สนองให้ด้วยการฟันฉับเข้าที่คอของหัวหน้าอัศวิน ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นขณะที่หัวขาดก็คือดวงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงเจิดจ้า หัวของลอนเดสเกลือกกลิ้งไปกองกับพื้น ตาเบิกโพรง ร่างที่ไร้หัวล่มลงไปคลุกฟุ่น เลือดที่คอพุ่งออกมาราวน้ำพุ 

    “เวนดิโก้ พอแค่นั้นแหละ”

    เวนดิโก้หยุดตามคำสั่ง

    ปรากฎร่างของยักษ์ใหญ่ทั้งสอง อาซวาร์ลและซาตานที่ส่วมหน้ากาก

    “ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่าน ข้ามีชื่อว่าอาซวาร์ล”

    ทหาร : “อาซวาร์ล ?”

    “ข้าจะปล่อยให้ทุกท่าน(ทหาร)กลับไปแบบมีชีวิต แล้วก็จงไปบอกหัวหน้าของทุกท่าน ไว้ว่าถ้ามาก่อความวุ่นวายแถวนี้อีก คราวหน้าจะนำพาความตายไปสู่อณาจักรของพวกท่านด้วย ไปซะ ! แล้วกบอกชื่อของข้าไว้ให้เป็นที่ประจักษ์ด้วย”

    พวกทหารเลวทุกคนรวมถึง มอเรตต์และดาเซ็น ต่างโยนอาวุธทิ้งและวิ่งหนีไปทันที เมื่อสัมผัสถึงรัศมีอำมหิตของยักษ์ทั้งสอง

    “นี้ท่าน” ผู้ใหญ่บ้านพูด

    “หื๊ม ?”

    “ท่านคือผู้ใด ?”

    “พอดีเห็นว่าหมู่บ้านนี้ถูกโจมตีเข้าพอดี ข้าก็เลยมาช่วย เอาล่ะ พวกท่านทุกคนปลอดภัยแล้ววางใจข้าได้” อาซวาร์ลย่างก้าวเข้าไปใกล้ๆชายแก่ แล้วก็หยุดก่อนจะคิดเรื่องหนึ่งได้ “ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้มาช่วยฟรีๆหรอกนะ ข้าน่ะอยากจะได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมด้วย”

    อาซวาร์ลถามถึงประเทศเพื่อนบ้าน และเรื่องหมู่บ้าน เลยรู้ว่าที่แห่งนี้ชื่อ คาร์เน่ ตั้งอยู่ในราชอณาจักรรีเอสทีเซ่ และที่ติดกันก็มีเทือกเขาขนาดใหญ่ทอดยาวเหนือจรดใต้ คือจักรวรรดิบาฮารุธ ทั้งสองดินแดนมีความขัดแย้งกันมาช้านาน เมืองเอรันเทลซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนของบาฮารุธประเทศเพื่อนบ้าน และที่ทุ่งหญ้าใกล้กับเมืองเอรันเทล ดูเหมือนว่าจะมีการต่อสู้กันทุกๆปี ส่วนดินแดนทางใต้ของแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ ก็คือศาสนจักรเสลน เป็นไปได้ว่าการบุกโจมตีของเหล่าทหารในครั้งนี้เป็นการจัดฉากของเสลน เพื่อให้อณาจักรรีเอสทีเซ่ กับ บาฮารุธ ขัดแย้งกันมากขึ้นเหมือนสุมไฟให้โหมกระหน่ำ

     

    ผู้ใหญ่บ้าน

    “มีอะไรเหรอครับ ?”  ผู้ใหญ่บ้านถามอาซวาร์ลที่จู่ๆก็เงียบ

    “เปล่าไม่มีอะไร ว่าแต่ขอฟังข้อมูลอื่นหน่อยได้รึเปล่า ?”

    “คะ ครับ เมืองที่ใกล้หมู่บ้านแห่งนี้ที่สุดก็คือเมืองเอรันเทลครับ แถวนี้จะมีก็อบลินกับอ็อคโผล่มา ถึงจะมีมอนสเตอร์มามากมาย แต่เนื่องจากมีนักผจญภัยสัญจรผ่านมาบ่อยๆ ถ้าไปตามถนนเส้นหลักก็คงจะปลอดภัยครับ”

    “นักผจญภัย ?”

    “เหล่าคนที่จัดการมอนสเตอร์เพื่อแลกกับเงินค่าตอบแทนน่ะครับ ในเอรันเทลเองก็มีกิลด์ของนักผจญภัยที่คอยให้งานพวกเขาอยู่ครับ”

    “กิลด์นักผจญภัย ? แล้วเอรันเทลที่ว่ามีประชากรอยู่ประมาณกี่คนเหรอ ?”

    “ต้องขอโทษด้วยครับ เราไม่รู้ตัวเลขที่ถูกต้องหรอกครับ”

    “งั้นเหรอครับ ?”

     

    ชาวบ้านยืนไว้อาลัยต่อหลุมศพของคนที่เพิ่งเสียชีวิต บรรยกาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าต่อการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

    อาซวาร์ล : “เท่านี้ก็ทำเรื่องที่ควรจะทำเสร็จหมดแล้ว … ซาตานเจ้ากับข้ากลับกันเถอะ”

    “ทราบแล้วขอรับ”

    “เอายังไงดีละครับ ? คุณผู้ใหญ่บ้านบ้าน ? ไม่มีวิธีดีๆ เลยเหรอ ?”

    ผู้ใหญ่บ้าน : “เอ่อ ?”

    อาซวาร์ล : “มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ ? คุณผู้ใหญ่บ้าน”

    “อ้อ ท่านอาซวาร์ล”

    “ความจริงแล้วดูเหมือนว่าพวกอัศวินกำลังใกล้เข้ามาน่ะครับ”

    “อย่างนี้นี่เอง เข้าใจแล้วล่ะ ช่วยรีบกันรวบรวมชาวบ้านที่เหลือไปยังบ้านของคุณผู้ใหญ่บ้านที คุณหัวหน้าหมู่บ้านอยู่ที่ลานกว้างกับข้า”

    “คะ ครับ”

    ขณะที่ ผู้ใหญ่บ้าน และ อาซวาร์ล ยืนอยู่ลานกว้างหมู่บ้านก็มีกองทหารเดินเข้ามา

    นายกองหยุดม้า แล้วกล่าวทักทายอาซวาร์ล “ฉันคือหัวหน้านักรบแห่งราชอณาจักร รีเอสทีเซ่ มีนามว่า กาเซ็ฟ สโตรนอฟ เพื่อจะปราบปรามพวกอัศวินบาฮารุธที่อาระวาดอยู่แถวชายแดน จึงได้ตรวจตราตามหมู่บ้านตามคำบัญชาขององค์ราชา”

    ผู้ใหญ่บ้าน : “แม่ทัพแห่งวังหลวง ?”

    “คุณคงเป็นหัวหน้าของหมู่บ้านแห่งนี้ซินะ ? แล้วคนที่อยู่ด้านข้างคือใครกัน ? ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหม ?” กาเซ็ฟมองอาซวาร์ลที่ตอนนี้ลดขนาดตัวจนเหลือเพียง ประมาณ 190 เซนติเมตร ส่วนซาตาน 350 เซนติเมตร

    ผู้ใหญ่บ้าน : “ท่านผู้นี้คือ…”

    “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ยินดีที่ได้รู้จักท่านแม่ทัพแห่งวังหลวง ข้ามีนามว่า อาซวาร์ล เนื่องจากเห็นว่าหมู่บ้านแห่งนี้ถูกโจมตี ข้าก็เลยมาช่วยไว้”

    “หือ ?” กาเซ็ฟ สโตรนอฟ ลงจากหลังม้าทันทีและเดินเข้าหาอาซวาร์ล “การที่มาช่วยหมู่บ้านนี้เอาไว้ รู้สึกซาบซึ้งจนหาที่เปรียบมิได้เลย”

    นายทหาร : “ท่านแม่ทัพ พบกองกำลังไม่ทราบที่มา กำลังปิดล้อมหมู่บ้านและกำลังใกล้เข้ามาแล้วครับ”

     

    “ว่ายังไงนะ !?”

     


     

    อัศวินบาฮารุธ (ที่สเลนปลอมตัวมาอีกที) LV 3 - 8

     

    เบริอุส

    เบริอุสมนุษย์ธรรมดาที่มีผมสีบลอนด์นัยน์ตาสีเทา ส่วมเกราะเต็มแผ่นและแนบดาบไว้ที่ลำตัว

    • เนื่องจากเขาเติบโตมาอย่างร่ำรวย จึงอารมณ์ร้อนและชอบใช้ความรุนแรง แต่กลับขี้ขลาด
    • เหตุผลหลักที่เบริอุสสามารถเข้าร่วมอัศวินแห่งเทวาธิปไตยเสลนได้ก็เนื่องมาจากสถานะที่สูงส่งของครอบครัวา ซึ่งร่ำรวยและเป็นเจ้าของที่ดินหลายแห่งในอณาจักร เบริอุสเป็นกัปตันแค่ในนามเท่านั้น เพราะความขี้ขลาดของเจ้าตัวจึงไม่ได้ความเคารพ
    • เขาเป็นไอ้ชั่วที่สังหารพ่อแม่ของเอ็นริกับเนมุ

     

    *อาซวาร์ล* / 2,301.24 cm.

    Full Name : แดริส โครโนส บีเยา เกลดีเอ ซิอาซวารุซ เอลี นามอว์กูรีลาเล ดาลีออน แอช วีซ โนปาซมา แจดอลล์ ไลคาเมกอน อูนี-ดาลีออน แอช เอมบาซมา โตลีอ็อก เลทตีลเลอ กีบา แอช ซันไดรซีส (เทพกษัตริย์อาซวาร์ลแห่งกาลเวลา ผู้มีเรือนผมสีทองสง่า พระนามแรกของท่าน ผู้ดำรงนิรันด์ ราชันแห่งโลก นรก สวรรค์ และจักรวาลแห่งความไม่รู้ ผู้ปกครองแห่งเอกภพทั้งปวง ผู้อยู่เหนือกฎเกณฑ์ บิดาแห่งเหล่ามังกร)

    ตาเป็นต้อหินมัวหม่อง ผิวเทาซีดซึ่งแตกพล่านและแห้งกรัง ด้วยรูปร่างที่ผอมกะหร่องจนหนังหุ่มกระดูกสภาพเหมือนโครงกระดูกเดินได้ ติ่งหูยาวย้อยลงมาถึงปลายคาง เวลาพูดจะใช้แมลงที่หลอมรวมกับกล่องเสียงเอาไว้สื่อสารแทน ดูจากพื้นฐานร่างกายแล้วเหมือนคนอายุหมื่นปี

    - (-Race-) - << : >>  ST.Paramat Chaos Breaker PRIME Arahant God

    ** เซนต์ปรมาตมัน เคออสเบรคเกอร์ ไพร์ม อรหันต์ก็อด **

    Sense of Justice : -500 (Merciful) ????

    - (-LVL-) - << : >> ????+

    - (-Job Class-) - << : >> EXTRA UNIQUE NIRVANA World Champion <<( ( (( SIGMA+ )) ) )>>

    Personal Color : Golden Yellow

    Personal Weapon : ดาบคาตานะที่มีโซ่พันที่ท้ายด้ามจับซึ่งมีไว้เพื่อพันอาวุธเข้ากับมือไม่ให้มันหลุดออก

    Katana / Lenght : 1,463.13 cm.

    Weight : 1,145.45 kg. (น้ำหนักสมัยหนุ่ม : 13,734.4 kg.)

    *  เนื่องจากเป็นโรคกระดูกพรุนทำให้สูญเสียมวลกระดูกไปกว่า 10%

    *  1,145.45 kg. เท่ากับชายฉกรรจ์ สูง 6 feet (182.88 cm.) น้ำหนัก 89.7  : 12.7 คน

     

    *ซาตาน* <อายุมากจนแม้แต่พระเจ้าที่เป็นอมตะก็ยังแก่ตาย> / 4,671.5172 cm.

    Full Name : เปรีชีซ ซาตานนุซ ปาซาบาเร (ซาตานผู้มีความซื่อสัตย์โชติชวญดุจเปลวเพลิง)

    ผมแดง ตาขาวสีดำ ตาดำสีแดง หน้าไหม้เกรียมและหยาบกร้านผิวสีดำม่วง ฟันเหมือนกอริลล่าสีเหลืองแหลมคม

    (Race) < : > ST.Paramat Chaos Breaker PRIME Arahant Angel

    Sense of Justice : -500 (Extreme Evil)

    (LVL) : ????

    (Job Class) < : > UNIQUE NIRVANA World Champion <<( ( (( SIGMA )) ) )>>

    Personal Color : Red

    Personal Weapon : Chinese Halberd

    Weight : 56,598.1 kg.

     

    กาเซ็ฟ สโตรนอฟ <34 yrs> / 188 cm. ~ 113 kg.

    Sense of Justice : 100 (Neutral Good)

    Job Classes

    Fighter

    Mercenary

    Champion

     

     


    Separated into (4) categories of Spells

    1. Arcane : พลังงานธรรมชาติ เช่นดิน,น้ำ,ลม,ไฟ 
    2. Divine : ฟื้นฟู,รักษา 
    3. Spiritual
    4. Alternative : ไม่รวมสายไหน เป็นเวทย์มนต์เฉพาะตัว

    (11th) Level of Tier Magic

    • Tier 1 (Lv 1 - 7) : สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทุกเผ่าพันธุ์สามารถใช้ได้จากการฝึกฝน และต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้ไม่มีพรสวรรค์
    • Tier 2 (Lv 8 - 14) : มีผู้ใช้ได้แค่ 1 ใน 5,000 หรือ 1 ใน 10,000 เท่านั้น นักผจญภัยจึงมุ่งมั่นฝึกเวทย์มนต์ระดับนี้ให้ได้เพราะจะทำให้หาเลี้ยงชีพได้สบาย
    • Tier 3 (Lv 15 - 21) : ต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์เท่านั้นถึงจะใช้ได้
    • Tier 4 (Lv 22 - 28) : เวทย์มนต์ระดับสูงสุดที่ลูกศิษต์ของฟูลเดอร์ใช้ได้ภายใต้การสั่งสอนของเขา และมีแค่บางคนหรือบางเผ่าพันธุ์เท่านั้น ในโลกใหม่ผู้ที่สามารถใช้เวทย์มนต์นี้ได้จัดว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ในหมู่ผู้มีพรสวรรค์
    • Tier 5 (Lv 29 - 35) : น้อยคนนักสามารถจะใช้ได้ ผู้อาศัยในโลกใหม่เข้าใจว่านี้คือเวทย์มนต์ระดับสูงสุดแล้ว เหล่าวีรชนอย่าง 13 ผู้กล้า หรือผู้ที่เป็นจุดสูงสุดของเหล่ามวลมนุษย์จะใช้ได้กัน
    • Tier 6 (Lv 36 - 42) : เวทย์มนต์ระดับสูงสุดที่ผู้อาศัยในโลกใหม่สามารถจะใช้ได้ ซึ่งมีน้อยคนนักจะไปถึง ว่ากันว่าทั่วทั้งทวีปมีมนุษย์ 4 คนเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือ ฟูลเดอร์ พาลาไดน์
    • Tier 7 (Lv 43 - 49) : ในโลกใหม่มันถือเป็นเวทย์มนต์ในตำนาน
    • Tier 8 (Lv 50 - 56) : เวทย์มนต์ระดับนี้กล่าวกันว่า Night Lich สามารถใช้มันได้ ในโลกใหม่ต้องใช้คนจำนวนมากประกอบพิธีกรรมขนาดใหญ่เพื่อใช้งานเวทย์มนต์ระดับนี้
    • Tier 9 (Lv 57 - 63)
    • Tier 10 (Lv 64 - 70)
    • Super Tier Magic (Lv 71 - 100) : บางเวทย์มนต์มีพลังเทียบเท่ากับเวิร์ดไอเทมบางชิ้นเลยทีเดียว ไม่ต้องใช้ มานาร่ายแต่สามารถใช้ได้จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน ตอนที่เพิ่งเรียนรู้จะใช้ได้วันละครั้ง และเมื่อเลเวลเกิน 70 ก็จะเพิ่มขึ้น 1 ครั้งต่อทุกๆ 10 เลเวลขึ้นไป

     

    ⚔︎ Adventurer Rank

    1. (Copper) / F Class 1~10 : 1 - 4 lv ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการมอนสเตอร์ระดับต่ำ เช่น ก็อบลินธรรมดา
    2. (Iron) / E Class 11~20 : 5 - 8 lv ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนให้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่คนทั่วไปไม่สามารถเอาชนะได้ เช่น อสูร
    3. (Silver) / D Class 21~30 : 9 - 12 lv 
    4. (Gold) / C Class 31~40 : 13 - 16 lv ระดับสูงสุดซึ่งมนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีความสามารถพิเศษอะไรจะสามารถบรรลุได้
    5. (Platinum) / B Class 41~50 : 17 - 20 lv 
    6. (Mithril) / A Class 51~60 : 21 - 23 lv
    7. (Orichalcum) / A+ Class 61~70 : 24 - 26 lv 
    8. (Adamantite) / A++ Class 71~ : 27- 29 lv 
    ✉︎ มีนักผจญภัยหลายคนทีเดียวที่ใฝ่ฝันถึงการผจญภัยในอุดมคติ แต่หลายครั้งก็ต้องพบกับความสูญเสียระหว่างทาง หรือพังทลายลงเมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริง

     

    ⚠︎ Danger Level

    No.

    LVL

    RANK

    1.

    30+

    Hero

    2.

    35+

    National Threat

    3.

    46+

    Ancient Dragon

    4.

    60+

    Evil Gods

    5.

    80+

    World Threat

    6.

    100+

    Supreme being

     

    $ Currency

    Exchange rate

    Copper

    Silver

    Gold

    Platinum

    1 (Coin)Copper10.0770.000770.000077
    1 (Coin)Silver1310.010.001
    1 (Coin)Gold13,0010010.1
    1 (Coin)Platinum13,0001,000101

    ✉︎ เพียงแค่สามเหรียญทอง ก็เพียงพอแล้วที่จะเลี้ยงปากท้องของครอบครัวปกติได้ตลอดทั้งเดือน

    ✉︎ 30,000 เหรียญทอง = 300,000 เยน

     

    นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    คำนิยม Top

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    คำนิยมล่าสุด

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    ความคิดเห็น