หลานสาวฮองเฮา (ชุด เล่ห์ ลวง รัก)

ตอนที่ 12 : ตอน อาบน้ำให้้ข้าที

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 295 ครั้ง
    12 ก.พ. 62



ทักทาย

     น้องหยูเฟยคงยังไม่รู้ภายใต้หน้าหวานๆ ของเฮียพอถอดผ้าออกมันไม่ได้บอบบางเหมือนร่างหนูนะจ้ะ แล้วเฮียเขาก็เป็นนักถู แต่ไม่ใช่นักถูหลัง เป็นนักถูไถ55555 วันนี้แค่นี้ก่อนมีภารกิจ แวะมาแปะให้อ่านเฉยๆ พรุ่งนี้มาอ่านกันต่อนะคะ ว่าเฮียจะถูยังไง

     ขอบคุณค่ะ

     ชิงลี่

(ที่ลงให้อ่านเป็นร่างแรกด้นสด เดี่ยวประมาณ 15-16 จะตรวจคำผิดและรีไรต์ไล่ลงทับตอนเดิมให้นะคะ)


ยามดึกสงัดจางหยูเฟยไม่อาจข่มตาหลับลงได้นางอยากรู้ว่าเกิดเรื่องใดกับยอนฮวาถึงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยทิ้งซารังน้อยให้ถามหาแม่ทุกวัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ นางไม่รู้ว่าจะปกปิดซารังน้อยไว้ได้อย่างไร



          “พี่ยอนฮวา ท่านหายไปไหน ไม่ห่วงซารัง ลูกรักของท่านหรือไง”นางพยายามคิดแต่ในแง่ดี แต่เมื่อส่งคนออกสืบหาข่าวนางกลับยังไม่ได้รับข่าวดี มีเพียงข่าวที่ชวนให้คิดไปว่าพี่ยอนฮวาอาจไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว



          “คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูจะอาบน้ำหรือยังเจ้าคะบ่าวจะได้เตรียมน้ำอุ่นให้” สาวใช้นางหนึ่งเอ่ยถามอย่างรู้หน้าที่ ทำให้ร่างบางที่เอนศีรษะพิงพนักเตียงหลุดจากภวังค์



          “ข้ายังไม่อาบ พวกเจ้าไปดูทีสิว่าซารังนางอาบน้ำหรือยัง ถ้ายังก็จับนางอาบน้ำและพาเข้านอนด้วย”


          “เจ้าค่ะคุณหนู”


          สายตาคู่งามซึ่งล้อมด้วยแพขนตาหนากระพือขึ้นแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างความมืดที่โรยลงมาปกคลุมทว่าเวลานี้นางกลับเห็นร่างสูงโปร่งในชุดขาว ร่างนั้นราวกับเปล่งรัศมีเรืองรองสองมือกำลังประครอง ผีผาเครื่องดนตรีทำจากไม้มีลักษณะคล้ายลูกแพร์ผ่าซีก


          นิ้วเรียวยาวนั้นดีดสายได้อย่างคล่องแคล่ว ดวงตาคู่งามจ้องเขม็งไปที่ภาพนั้นหากมองผ่านๆ ราวกับเป็นภาพจากปลายพู่กันของจิตกรเอง ที่วาดภาพเทพธิดาดอกบ๊วยยืนบรรเลงผีผาขึ้นมาให้ผู้คนได้ชื่นชมความงาม


           แต่เมื่อเพ่งมองนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่งความอ้อนช้อยนั้นกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่าง ราวกับว่าเป็นรูปปั้นเทพเซียนบนสวรรค์ที่ใครบางคนบรรจงปั้นขึ้นมาให้มนุษย์เดินดินได้มีโอกาสยล


           เสียงผีผาหวานแว่วนั้นชักจูงให้จางหยูเฟยเดินตามเสียงนั้นไป แล้วเมื่อขยับไปใกล้ๆนางกลับพบว่าผู้ที่ยืนบรรเลงผีผาด้วยท่าทีสงบไม่ไหวติงนั้นคือ


          “ลี่ถิง เจ้าเองหรือ เหตุใดค่ำมืดจึงมายืนบรรเลงผีผา ไม่ต้องคอยปรนนิบัติแม่สามีที่สุขภาพอ่อนแอของเจ้าหรือ” จางหยูเฟยลอบถอนหายใจ ไม่รู้นางเป็นสะใภ้ประเภทใดกัน ท่าทางแม่สามีกลัวนางหงอ


          ลี่ถิงหยุดบรรเลงผีผาแล้วหันมามองจางหยูเฟย เพียงแค่นางเดินเข้ามาใกล้กลิ่นหอมจางๆ และเรือนร่างเย้ายวนก็ทำให้ดอกบ๊วยที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งเหล่านี้แทบจะหลบเร้นหุบกลีบดอกให้กับความงดงามน่ามองของจางหยูเฟย


          “ข้าน้อยมายืนเล่นผีผาตรงนี้ เพราะอดคิดถึงสามีที่ออกไปร่วมรบเพื่อรับใช้ชาติไม่ได้ ข้าน้อยขออภัยคุณหนูด้วยที่ส่งเสียงรบกวน”


          จางหยูเฟยมองลี่ถิงพรางถอนหายใจ นางเองก็เกลียด สงครามและเกลียดมากกว่าสงครามก็คือ ฮ่องเต้กระหายสงคราม


          “ข้าเข้าใจหัวอกเจ้า ข้าเองก็เกลียดสงคราม เกลียดการพลัดพราก แต่เราจะทำเยี่ยงใดได้เล่า เจ้าก็รู้ชาวบ้านอย่างเราเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน ข้าก็ไม่เข้าใจเหตุใดฮ่องเต้จึงได้ละโมบวันๆ คิดเอาแต่คิดช่วงชิงดินแดนผู้อื่นมาเป็นของตน”  


          โอรสสวรรค์กระจ่างชัดนางมีอคติต่อฮ่องเต้


          เหตุใดนางดูไม่ชอบข้าเอาเสียเลย


          นั่นทำให้พระองค์หวลคิดไปว่าบางทีคืนนั้นยอดฝีมือที่ลอบเข้าไปในตำหนักใหญ่และทำปิ่นตกไว้อาจเป็นธิดาคนงามของอดีตท่านแม่ทัพ


          “คุณหนูดูจะไม่ชื่นชอบคนในราชสำนักนะเจ้าคะ”


          “แล้วเจ้าชอบหรือ คนเกเร ชอบรังแกผู้อื่น”


          นางพูดแล้วมองไปทางอื่นจึงไม่เห็นว่า แวบหนึ่งดวงตามังกรฉาบแววไม่พอพระทัย


          จู่ เจ้ามาว่าข้าเป็นคนเกเร ชอบรังแกผู้อื่น


          หรือข้าควรจะรังแกเจ้าอีกคนดีล่ะ...จางหยูเฟย


          พระองค์ลอบมองนางอย่างขุ่นเคืองพระทัย


          จางหยูเฟยมองดอกบ๊วยดอกหนึ่งที่ปลิดปลิวลงสู่พื้นดินร่างอรชรเยื้องกายราวกับดอกไม้ที่ปลิวตามสายลมแล้วย่อตัวลงไปเก็บดอกบ๊วยดอกนั้นขึ้นมา


           แม้ดอกบ๊วยจะงดงามและทนทานเแต่ที่สุดมันก็ต้องโรยราหล่นร่วงสู่พื้นดิน มารดาของนางเป็นสตรีที่งดงามและแข็งแกร่ง ยามเมื่อบิดาของนางต้องออกไปทำศึก แม้มารดาจะบอกให้นางและพี่ชายเข้มแข็งเสมอไม่นานบิดาองนางจะต้องได้รับชัยชนะกลับมา


          แต่หลายครั้ง ที่จางหยูเฟยในวัยที่ยังไม่พ้นการปักปิ่น เห็นมารดาแอบมาร้องไห้อยู่ที่ใต้ต้นบ๊วยต้นนี้ บิดาของนางต้องนำทัพบางครั้งใช้เวลาหลายเดือน การกรำศึกอย่างหนัก หากดินแดนใดนั้นแข็งแกร่งทนทานต่อการบุกยึดของทหารฮั่นบิดาของนางจะหายหน้าออกจากบ้านไปแรมปี


          จนระทั่งวาระสุดท้ายของมารดา บิดานางไม่ได้อยู่เคียงข้างมีเพียงนางและพี่ชายได้กุมมือคนละข้างของมารดาเอาไว้ ก่อนที่มารดาจะละร่างกายเอาไว้บนโลกเหลือเพียงความดีเอาไว้ให้จดจำ


          โอรสสวรรค์ยืนเล่นผีผาอยู่ครู่หนึ่งแล้วชักเมื่อยจึงนั่งลงบนโขดหินใหญ่ แล้วได้ยินเสียงของคุณหนูคนงามดังขึ้น “เจ้ารู้ไหมลี่ถิง ท่านแม่ของข้าชอบต้นบ๊วยต้นนี้มาก”


          “แม่ของคุณหนูชอบกินบ๊วยหรือเจ้าคะ”


          ร่างนุ่มนิ่ม กรุ่นไปด้วยความหอมและไออุ่นพาแพขนตางอนงามกระพือหันมามองลี่ถิงที่นั่งถือผีผารับลมดวงตาของจางหยูเฟยเข้มขึ้นแล้วกล่าวเสียงแข็ง


          “แม่ของข้าไม่ได้ชอบกินผลบ๊วย แต่นางชอบดอกบ๊วย แม้ตอนที่ท่านแม่สิ้นใจ ท่านก็สั่งเสียข้าให้ฝังร่างท่านไว้ที่ใต้ต้นบ๊วยต้นนี้”


          ไม่สุดหางเสียงโอรสสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรไปทั่วทุกทิศ แต่ไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะไม่เกรงกลัวต่อวิญญาณรีบลุกพรวดพอหันกลับไปมองในความมืดมิดก้อนหินสีขาวขนาดใหญ่ใต้ต้นบ๊วยปรากฏอักษรแสดงให้รู้ว่าเป็นที่พำนักสุดท้ายของฮูหยินสกุลจาง


          “ลี่ถิงขออภัยคุณหนูเจ้าค่ะ ข้าเลอะเลือน ซุ่มซ่ามไม่มองให้ดีก่อนนั่งลงไป”


          จางหยูเฟยไม่อยากถือสาเพราะนี่ก็มืดค่ำลี่ถิงเพิ่งมาอยู่ใหม่คงไม่ได้สังเกต อีกอย่างสกุลอื่นคงไม่มีการฝังศพแบบนี้แต่นี่คือความปรารถนาของมารดาที่อยากนอนหลับฝันไปชั่วนิรันดร์อยู่ที่ใต้ต้นบ๊วยต้นนี้ ซึ่งต้นบ๊วยต้นนี้อยู่กลางสวน มารดาของนางจะได้มองเห็นท่านพ่อของนาง และลูกๆ ทั้งสองคนได้อย่างชัดเจน


          “ช่างเถอะ ข้ารู้เจ้าไม่ได้หลบหลู่ เจ้าคงไม่สังเกต ดึกดื่นแล้วเจ้าไปนอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาดูแลเด็กๆ เพราะช่วงนี้ข้าต้องออกไปพบพวกพ่อค้าเร่แทบทุกวันไม่มีเวลาดูแลพวกเด็กๆ ยิ่งพ่อค้าที่เข้ามาค้าขายกับเราต้องการผ้าไหมมากขึ้นค้าก็ต้องออกไปกว้านซื้อสินค้าจากชาวบ้านมากขึ้น”


          “ข้าเคยได้ยินมาว่าพวกพ่อค้าเร่ที่เข้ามาทำการค้ากับชาวฮั่นบางครั้งมีพวกหน้าตาแปลกๆ สีผิว และสีผมแตกต่างจากพวกเรา นอกจากนี้ยังพูดคนละภาษากับพวกเรา คุณหนูสื่อสารกับคนพวกนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ” ดวงตาของลี่ถิงลอบมองอย่างจับสังเกต


       

  จางหยูเฟยเอื้อนเอ่ยแต่ละครั้งริมฝีปากของนางราวกับกลีบดอกไม้พริ้วไหวชวนมองนัก “ข้าสื่อสารภาษาของคนพวกนั้นได้ก็เพราะพี่ยอนฮวา นางเป็นแม่ของซารัง แต่เวลานี้นางหายไปจนข้าอดห่วงไม่ได้”


          ยอนฮวา แม่ของซารัง น่าสงสัยนัก


          แม่ของซารังเป็นคนสอนภาษาเพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกับผู้คนจากดินแดนอันไกลโพ้น จางหยูเฟยเป็นคนเรียนรู้เร็วไม่นานนางก็สื่อสารได้หลายภาษา แรกเริ่มนางเองก็รู้สึกแปลกใจเหตุใดยอนฮวาถึงรู้ภาษาของชาวต่างชาติมากมายนักทั้งที่อ้างว่าความจำเสื่อมจำได้เพียงว่ากำลังวิ่งหนีสงครามระหว่างที่ฮั่นบุกเข้าล้อมอาณาจักรโซซ็อนโบราณ


          ซึ่งยอนฮวาบอกว่าบางครั้งสมองของนางกลับมีความทรงจำอันพร่าเลือนว่านางถูกขายเป็นทาสให้กับคนต่างชาติตั้งแต่ยังเด็ก แม้ความทรงจำของนางยังประติดประต่อไม่ได้ แต่นางกลับสื่อสารกับคนพวกนั้นได้รู้เรื่อง


          การที่สกุลจางนำชาวโซซ็อนโบราณมาอยู่ในจวนซ้ำยังพูดสื่อสาร ทำการค้ากับพ่อค้าเร่ต่างชาติได้เช่นนี้นับว่าประหลาดนัก แล้วจะให้พระองค์ปล่อยผ่านไปได้อย่างไร ไม่ผิดแล้วที่พระองค์ยอมลงทุนปลอมแปลงพระองค์เข้ามาสืบหาความจริง เพราะเวลานี้รองแม่ทัพจางจิ้นไชพี่ชายของจางหยูเฟยก็นับว่ามีบทบาทในกองทัพ


          “งั้นข้าน้อยไม่รบกวนคุณหนูหยูเฟยแล้ว ข้าขอไปดูแลท่านแม่ก่อนเจ้าค่ะ”


          ร่างสูงโปร่งในชุดสีขาวปานเทพเซียนกำลังหมนุกลับไปทว่า “เดี๋ยวลี่ถิง คืนนี้ร้อนอบอ้าว ข้าชักอยากอาบน้ำ เจ้าตามข้ามา ช่วยอาบน้ำให้ข้าก่อนแล้วค่อยกลับไปที่เรือน”


          นางทำงานหนักช่วงเวลาที่ได้ผ่อนคลายที่สุดนั่นก็คือเวลาที่ร่างกายของนางได้แช่ลงไปในน้ำอุ่นๆ โดยมีสาวใช้ช่วยกันปรนนิบัตินวดเฟ้น เพียงแต่ว่าพรุ่งนี้พ่อค้ารายหนึ่งนัดจะมารับเครื่องปั้นดินเผา นางให้สาวใช้ในจวนช่วยกันเตรียมสินค้า ที่เหลือก็ถูกนางใช้ไปดูเด็กๆ ในเมื่อลี่ถิงต่อไปต้องกินข้าวสกุลจาง รับเงินสกุลจาง นอกจากจะดูแลเด็กๆ แล้วก็ต้องทำงานให้นางด้วย


          “แต่ว่า ข้า...”


          หยูเฟยเห็นสีหน้าท่าทางตกใจของลี่ถิง หรือหญิงสาวนางนี้จะเป็นคนเกียจคร้าน ผู้เป็นนายสั่งนางกลับยังทำมึนตึง “เจ้าทำตามที่ข้าสั่งไม่ได้หรือ”


          โอรสสวรรค์เองนั้นเคยชินต่อการปรนนิบัติมาตั้งแต่เปิดพระเนตรขึ้นดูลูก พระองค์เป็นฝ่ายถูกปรนนิบัติ ไม่ใช่เกิดมาเพื่อปรนนิบัติผู้ใด


          จางหยูเฟยกล้าดีอย่างไรบังอาจใช้พระองค์อาบน้ำให้ แต่เมื่อคิดได้ว่าบัดนี้พระองค์ปลอมตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กในสกุลจวนเพื่อภารกิจใด อีกทั้งจางหยูเฟยนั้นก็งดงามราวกับอัญมณีล้ำค่า วันนี้พระองค์จะยอมลดตัวลงไปปรนนิบัติอาบน้ำ ถูหลัง นวดเฟ้น ให้นางสักวันก็ได้


          “หรือว่าเจ้าไม่เต็มใจ”


          “หาเป็นเช่นนั้นไม่เจ้าค่ะ ลี่ถิง เต็มใจอาบน้ำ ถูหลังให้คุณหนูเจ้าค่ะ”


          “ดีงั้นก็รีบตามมา ข้าร้อนจะแย่ วันนี้ขอแช่นน้ำนานๆหน่อยก็แล้วกัน”

                             ++++++++++++++++++++

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 295 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

575 ความคิดเห็น

  1. #368 จีจี้ผู้ตะปมหมีด้วยมือเปล่า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 20:58

    แม่ของซารังน่าจะเ็นคนที่มาจากอนาคตไม่ก็ต่างโลกรึเปล่านะ???

    #368
    0
  2. #142 Tiemchan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:06
    มาไวๆนะคะไรท์
    #142
    0
  3. #140 Goody2526 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:47
    ช่วยคนงามอาบน้ำ!!! อิเต้ได้กำไรเห็นๆ แหมมมมม
    #140
    1
  4. #139 แมงมุมอยู่บนหลังคา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:40
    ตอนต่อไปด่วนๆเลยไรท์
    #139
    1