คัดลอกลิงก์เเล้ว

SF ปล้นรัก...รักนาย MY SWEET THIEF [HANHYUK]

โดย apiinify

เมื่อหัวขโมยจอมแสบดันโดนขโมยหัวใจโดยสารวัตรรูปหล่อจมูกสันเขื่อนที่อุปการะตัวเอง จะเกิดอะไรขึ้นน้า ;เรื่องที่สองค่ะ ลองอ่านดูนะค่ะ

ยอดวิวรวม

1,285

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,285

ความคิดเห็น


10

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 มิ.ย. 53 / 21:44 น.
นิยาย SF ѡ...ѡ MY SWEET THIEF [HANHYUK] SF ปล้นรัก...รักนาย MY SWEET THIEF [HANHYUK] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

              

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 มิ.ย. 53 / 21:44


SF ปล้นรัก...รักนาย MY SWEET THIEF
 
“ว้ายยยย!!!!!!!!!! ช่วยด้วยค่า ขโมยๆ ช่วยด้วยๆ”
แฮ่กๆ สวัสดีคับ ผม ลีฮยอกแจ ตอนนี้ผมกำลังทำอะไรน่ะเหรอ วิ่งน่ะสิคับ ใช่แล้วพี่น้อง ผมเป็นขโมย ตอนนี้ผมกำลังวิ่งหนีสุดชีวิตเข้าตรอกซอกซอยที่ผมชำนาญทาง เพราะถิ่นนี้ถิ่นผมเอง ผมวิ่งไปแล้วก็หันกลับไปดูปรากฎว่าไม่มีใครตามมา หุหุ สงสัยงานนี้รอดไปอีกงานชัวร์ ไก่ฟันธะ....อ๊ะ!!!!
ตุ๊บ!!!!!!!
แอ๊ก!!!!!!
โอ้ย!!!!เจ็บเป็นบ้า ผมชนไรอ่ะ มันมีกำแพงตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่ะ โอ๊ยเจ็บก้นอ่ะ
“ฮึ!! คิดว่าจะรอดเหรอห๊ะ ไอ่โจรเตี้ย”
“อ๊ากกกกกกกก ปล่อยนะเว้ยยยยยย ปล้อยยยยยยยยยย ว๊ากกกกกกกก”
ฮือๆ ใช่แล้วคับพี่น้อง ผมโดนอุ้ม..เอ้ย!!...โดนจับ เพราะไอ่กำแพงมันไม่ใช่กำแพง แต่เป็นตำรวจ แล้วที่สำคัญเป็นสารวัตรฮันคยองที่ผมรู้จัก แต่เค้าไม่รู้จักผมหรอก แล้วผมก็ไม่อยากให้เค้ามาผมด้วยรู้จักด้วย ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ผมยังไม่อยากติดคู๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (เอ่อ คุก นั่นแหละ)
 
 
แล้วผมก็ได้มานั่งเฉิดฉายชีช้ำกิมจิดองอยู่ในสถานีตำรวจ ที่โต๊ะทำงานของสารวัตรสุดหล่อที่ผมรู้จัก แต่เค้าไม่รู้จักผม คนอะไร หล่อแทบบ้า ตาคม จมูกนั่นก้ออย่างกะสันเขื่อน หุ่นนายแบบชัดๆ เอ๊ะรึว่าเราจะแนะนำให้เค้าเปลี่ยนอาชีพเป็นนายแบบดี เค้าจะได้ปล่อยผมไป อ๊ากจะบ้าเหรอไอ่ไก่ เค้าจะจับนายเข้าคู๊กกก(ยังวิบัติต่อ) แล้วคอยไปเป็นนายแบบน่ะสิ
“ทำไมทำแบบนี้ ไม่รู้รึไงว่ามันไม่ดี มันผิดกฎหมาย ไอ่วิ่งราวของคนอื่นเนี่ย ห๊ะ!!!!!
“รู้ฮะ แต่ทำไงได้ ไม่งั้นผมก็ไม่มีไรกินดิ”
จริงๆนะฮ่ะ ถ้าไม่ทำงี้ผมก็ไม่รู้จะไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อข้าว   ไม่อยากทำหรอก ไอ่ขโมยของชาวบ้านเนี่ย เหนื่อยจะตาย แถมต้องหลบๆซ่อนๆอีก
“แล้วบ้านอยู่ไหน”
“ไม่มี”
“อย่ามากวน”
“ผมไม่ได้กวนฮ่ะ แต่ผมไม่มีบ้านจริงๆ”
“แล้วนายนอนที่ไหน”
“กับพื้น เอ่อ ก็แล้วแต่ฮ่ะ ค่ำไหนนอนนั่น ถ้าฝนตกก็ใต้สะพานลอย”
อันนี้ก็จริงอีกนั่นแหละฮ่ะ ผมไม่มีบ้าน เป็นเด็กกำพร้า เจ้าคุณพ่อกะหม่อมแม่โยนผม หรือลืมผมก็มิอาจทราบได้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของโบสถ์แห่งหนึ่ง ถึงผมจะโตมาในนั้น แต่ผมก็ได้รับความอบอุ่นนะฮ่ะ คุณแม่อธิการเอ็นดูเด็กทุกคน ได้เรียนหนังสือ มีข้าวกิน มีที่นอนอุ่นๆให้นอน สอนให้ทำความดี เชื่อในพระเจ้า แต่ทำไมตอนนี้ผมต้องมานอนตามถนน ขโมยของเค้าไปทั่วน่ะเหรอฮ่ะ ฮึๆ ก็พอคุณแม่อธิการเสีย สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ถูกไฟไหม้หลังจากนั้นไม่นาน แล้วก็ไม่มีใครรับผิดชอบชีวิตเด็กกำพร้าตาดำๆเลยซักคน ปล่อยให้กระจัดกระเจิงไปตามทางของแต่ล่ะคน หลังจากนั้นผมก็ไม่เชื่อในพระเจ้าอีก ผมเชื่อตัวผมเอง เพราะไม่มีใครมาช่วยผมได้อีกแล้วนอกจากตัวผม นึกถึงตอนนี้ผมก็น้ำตาจะไหลอ่ะ ผมไม่อยากทำแบบนี้จริงๆนะฮ่ะ
“เฮ้อ~~~~~~~~ แล้วพ่อแม่ล่ะ”
“ไม่มีฮ่ะ”
“แล้วนี่ก็คงไม่ได้เรียนหนังสือด้วยล่ะสิ”
“ฮ่ะ”
ผมตอบ พร้องกับพยักหน้างึกงักจนปวดคอ พยายามทำตาแป๋วที่มันมีน้ำตาคลอนิดๆ เพราะโหมดเศร้าเมื้อตะกี้ หวังให้สารวัตรนายแบบไม่ส่งผมเข้าคู๊กกกกกก (มันยังวิบัติไม่เลิก) สุดชีวิต ตาคมมองผมด้วยแววตาที่ผมอ่านไม่ออก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสงสาร หรือสมเพชกันแน่ แต่ผมก็ตัดสินใจพูดขึ้นมาว่า
“เอ่อ สารวัตรฮ่ะ จะเป็นไรมั้ยถ้าผมจะบอกว่า ผมหิ....”
จ๊อกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ใช่แล้วฮ่ะ ผมหิว พร้อมเสียงซาวด์เอฟเฟคที่สตีลเบิร์กยังอายมายืนยัน ยังกะเซ็นสำเนาถูกต้องยังไงยังงั้นเลย สารวัตรจมูกสันเขื่อน (เอ่อ แกจะเปลี่ยนชื่อฮันคยองเค้าไปไหนเนี่ย หลายชื่อแล้วนะ) ยิ้มอย่างอ่อนโยนที่ทำเอาผมละเมอค้างแต่ท่ามกลางเสียงซาวด์ประกอบอย่างต่อเนื่องของท้องผม อย่างกะจะบอกว่า เร็วดิ กุหิวโว้ยยยยยยยยยยย สารวัตรก็หันไปเรียกหมวดอ้วนๆหน้าห้องให้ไปซื้อข้าวให้สงเคราะห์ให้ผมหน่อย
หลังจากที่ผมได้สวาปามข้าวเข้าไป 5 กล่องที่หมวดชินดง ก็หมวดที่ไปซื้อข้าวให้เมื่อกี้แหละจนหมด เพื่อชดเชยอาหารมื้อก่อนๆที่ผมแทบจะไม่ได้กินอะไรมาได้ 2-3 วันมาแล้ว ทำเอาสารวัตรอึ้งกันไปเลย พออึ้งเสร็จสารวัตรก็ซักถามประวัติผมต่อ แต่ก็ได้ไรไม่มากหรอก ก็ผมไม่มีอะไรเลยนี่หน่า แต่สุดท้ายคำพูดต่อมาของสารวัตรที่ทำเอาผมอ้าปากค้างก็คือ
“เอางี้ ไปอยู่บ้านชั้นมั้ย เดี๋ยวชั้นจะส่งเสียเราเรียนเอง”
“ห๊า!!!!!!!!    O_0
“นี่ จะอ้าปากค้างไปไหน แมลงวันมันจะบินเข้าปากอยู่แล้ว”
“อุ๊บ!!!!!!!! แหวะ .......แค่กๆ อี๊ยยยยย”
ยังไม่ทันขาดคำ ทันทีที่ผมหุบปากเพราะตั้งสติได้ ไอ่แมลงวันบ้ามันก็บินเข้าปากผมพอดี แหวะ! ผมจะอ้วก ถึงผมจะอดอยากแต่ก็ไม่ถึงกินแมลงวันหรอกนะ  แล้วดูอีตาสารวัตรนั่น ฮึ่ย หัวเราะจนตกเก้าอี้ไปเลย เฮอะ! พอปีนขึ้นเก้ออี้มาได้ก็ยังจะมาพูดอีก
“ฮ่าๆๆๆๆๆ โอ๋ๆ ไม่เอาน่าอย่ามาทำหน้ายุ่งอย่างงี้สิ อยากกินแมลงวันก้อไม่บอก”
ไม่พูดปล่าวยังเอื้มมือมาลูบหัวผม แล้วก็เอานิ้วเช็ดซอสที่เปื้อนแก้มผมอย่างอ่อนโยน ทำเอาผมอึ้งแล้วหน้าร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แล้วยังจะรอยยิ้มที่อ่อนโยนนั่นอีก ทำเอาผมหัวใจจะหยุดเต้น หรือว่าผมจะหลงรักสารวัตรจมูกสันเขื่อนซะแล้ว
 
 
 “นี่!!!!!!! ตื่น!!!!!!!!!!!!!!!ได้แล้ววววว   นายทำชั้นสายนะ เดี๋ยวยัยเจ๊คิมฮีก็มาด่าชั้นอีก ย่าห์!!
 “ห้านาทีน้าค้าบบบบ พี่ฮัน”
แล้วผมก็มาอยู่บ้านของพี่ฮัน ก็คือสารวัตรรูปหล่อนั่นแหละฮ่ะ อยู่มาได้เกือบสามเดือนแล้วล่ะฮ่ะ พี่ฮันส่งเสียผมเรียนต่อที่โรงเรียนแถวๆโรงพักที่พี่เค้า แล้วตอนนี้ผมกำลังฝันดีบนที่นอนนุ่มๆ เอิ๊กๆ โดยมีพี่ฮันที่กำลังเพียรพยายามงัดผมออกจากเตียงด้วยการเอาเท้า เน้น เท้าคับมาสะกิดหลังผมยิกๆ แต่ยังไงๆก็ไม่ตื่นหรอก ได้แต่งัวเงียจานอนอ่ะ
โครมมมมมมม!!!!!!!
ซ่าส์!!!!
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!
“พี่ฮัน โยนผมลงน้ำทำม้ายยย”
“ก็ห้านาทีของนายน่ะ ก็ปาไปเกือบแปดโมงแล้วนะ”
“ห๊ะ!! ว๊ากกก แล้วไม่พี่ไม่ปลุกผมอ่ะ”
“”แล้วนายคิดว่าชั้นกำลังไรอยู่ห๊ะ เร็วเลย ชั้นไม่อยากหูชาเพราะครูของนาย”
หลังจากที่ผมโยนลงน้ำเสร็จ ก็ส่ายหน้าอย่างปลงๆ ก่อนจะเดินออกมาจาห้องน้ำ ปล่อยให้ผมวุ่นวายโวกเวกในการจัดการตัวเองอย่างเร่งด่วนมากกกกก ก็อาจารย์คิมฮีซอล หรือที่พี่ฮันเรียก เจ๊คิมฮี ส่วนผมเรียก เจ๊โหด ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียน แล้วก็เป็นเพื่อนกับพี่ฮันตั้งแต่อนุบาลนั่นน่ะโหดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดทั้งมวล  แต่ถึงยังงั้นผมก็รักอาจารย์คิมฮีซอลคนนี้มากๆ พอๆกับพี่ฮันนั่นแหละ แต่กรณีของพี่ฮันมันเป็นความรักอีกอย่าง รีดเดอร์รู้ชิมิว่าแบบไหนเอิ๊กๆ เขินวุ้ย
 
 
 
“นี่ไอ่สารวัตรฮัน ทำไมแกถึงพาลูกศิษย์ชั้นสายได้ทุกวันเลยห๊ะ!!
“นี่เจ๊ ชั้นก้อไม่อยากหรอกนะ แต่ลูกนายน่ะ มันตื่นสาย นี่กว่าจะงัดมันมาได้เหนื่อยแทบตาย”
“ง่ะ ครูคิมฮีสุดสวย ผมป่าวนะ ก็พี่ฮันอ่ะปลุกผมช้าเอง จริงนะฮ่ะ”
แล้วผมก็มาสายจนได้ และแน่นอนผมกับพี่ฮันกำลังยืนฟังเจ๊โหดสวดอยู่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าโรงเรียนมา เมื่อเจ๊โหดตวัดสายตาพิฆาตมาให้ผมเท่านั้น ผมก็เปิดโหมดไก่น้อยขี้อ้อนที่ไม่รู้ว่าตัวเองไปขุดมาจากไหนมาอ้อนทันที เกาะแขนเรียวของอาจารย์สุดสวย(แต่โหด) แล้วเอาหัวถูไปมา ตบท้ายด้วยการส่งสายตาอันใสซื่อบริสุทธิ์ส่งไป แค่นี้เจ๊โหดก้อโหดเหอะก็ต้องใจอ่อนไปโดยง่ายเรียบร้อยโรงเรียนไก่เปลี่ยนโหมดมาอ่อนโยนลูบหัวผมแล้วก็บอกให้ผมเข้าเรียนทันที แต่ตอนท้ายก็ยังไม่วายส่งสายตาพิฆาตให้เสียววูบ
“เฮ้อ ไปเรียนได้แล้วฮยอกแจ สายแล้ว แล้วพรุ่งนี้ก็อย่าตื่นสายล่ะ”
“คร้าบผม”
“ส่วนนาย ทีหลังก็ปลุกให้เร็วๆหน่อย เข้าใจมั้ยห๊ะ!!
“เออ!!!
 
 
แต่ก็เป็นแบบนี้ตลอดแหละฮ่ะ มาสายตลอด แล้วก็โดนเจ๊สวดตลอด แต่ผมก็มีความสุขมาตลอด ถึงแม้ว่าที่โรงเรียนผมมีเพื่อนที่สนิทอยู่แค่ไม่กี่คน เพราะบางคนพอรู้ว่าผมเคยเป็นอะไรมาก่อนก็หลีกเลี่ยงที่จะเป็นเพื่อนกับผม บางทีก็มองด้วยสายตากลัว ไม่เป็นมิตร หรือไม่ก็แอบบนินทาผมลับหลัง แต่ผมไม่แคร์หรอก เพราะผมมีพี่ฮันที่ผม(แอบรัก) มีเจ๊โหดที่เอ็นดูผม(ถึงโหดบ้างก็เหอะ) แล้วก็เพื่อนๆที่เข้าใจ และก็ยอมรับผม นั่นก็คือ ซองมิน ดงแฮ แล้วก็เรียวอุค แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้วล่ะฮ่ะ
“เฮ่อ อิ่มจัง”
“ชั้นดีใจนะที่ได้ยินคำนี้จากแก ซองมิน”
“เชอะ ไอ่ด๊อง มาว่าชั้น ขอให้คิบอมไม่รัก”
“อ่าวไอ่นี่ เดี๊ยะ บอมมี่น่ะรักชั้นตลอดแหละ แกนั่นแหละ อวบระยะสุดท้ายแบบนี้ ระวังเหอะ คยูทิ้งแกชัวร์”
“ไอ่ปลาเน่า!!! แกต๊ายยยยยยยย!!!!!!!!
แล้วก็บังเกิดสงครามเล็กๆระหว่างปลากะกระต่ายไล่กัดกันไปมาเหมือนอย่างทุกวัน ส่วนผมกะเรียวอุคได้แต่ยืนมองอย่างขำๆแล้วก็เดินเข้าห้องไป เพื่อนเรียนภาคบ่ายต่อ แต่เมื่อถึงเวลาเจ๊โหดก็เข้าห้องมาพร้อมๆกับชินวู เด็กห้อง A ที่ผมไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่ เพราะชอบดูถูกผมตลอด ผมก็พยายามไม่ยุ่งกะมันเพราะไม่อยากมีปัญหา ว่าแต่ว่ามันจะมาห้องผมทำไม (ลืมบอกไป ผมน่ะหัวไม่ดีเลยเลยอยู่ห้อง F ฮ่าๆ)
“เอาล่ะ เงียบๆ พอดีเพื่อนเราชินวูน่ะมาร้องเรียนกับชั้นว่ามือถือเค้าหาย ชั้นก็เลยพอมาค้นว่าใครขโมยไป รู้ใช่มั้ยว่าข้อหาลักขโมยน่ะ มีโทษถึงกับไล่ออก เอาล่ะ ชินวูไปค้นสิ ทุกคนเปิดกระเป๋าให้เพื่อนค้นซะ”
แล้วนายชินวูก็เริ่มการค้นหามือถือตัวเองทันที ผมก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะผมไม่ได้ทำอยู่แล้ว ตั้งแต่ที่ผมมาอยู่กับพี่ฮันผมก็เลิกขโมยเด็ดขาด ก็มันไม่จำเป็นที่ต้องทำแล้วนี่ พอชินวูเดินมาถึงคิวผมซึ่งอยู่หลังห้อง มันก็แสยะยิ้มให้ผมทันที แล้วก็เริ่มค้นกระเป๋าผม ผมก็รู้สึกสังหรณ์ใจตะหงิดๆ แต่ก็ไม่นาน ลางสังหรณ์มันก็เป็นจริง ชินวูหยิบโทรศัพท์เครื่องสวยที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนออกมาจากกระเป๋าผม  ทำเอาผมอึ้งสิฮ่ะ มันมาอยู่ในกระเป๋าผมได้ยังไง
“ลีฮยอกแจ ตามชั้นมา ที่เหลือไปเรียนได้”
 
 
HANKYUNG’S PART 1
               
                “ไอ่ฮัน มาที่โรงเรียนชั้นด่วน ฮยอกแจโดนข้อหาขโมยของ แต่.....ตู๊ดๆๆๆๆ”
               สวัสดีครับ ผมสารวัตรฮันคยองครับ ทันทีที่รับสายเพื่อนคนสวยขาโหดคิมฮีซอล (นี่พวกแกคิดจะเรียกชั้นดีๆบ้างเนี่ย ห๊า>>>เอ่อ ใจเย็นสิเจ๊) ว่าเด็กน้อยของผมนั้นโดนข้อหาขโมยของ ข้อหาเก่าที่เจ้าตัวเคยใช้เลี้ยงชีพ ผมก็บึ่งไปโรงเรียนของเพื่อนสาว? ทันที โดยไม่สนใจว่าเจ้าตัวจะพูดอะไรต่อ เพราะผมโกรธมาก แต่ความผิดหวังมันมีมากกว่า ทั้งๆที่ผมอุตส่าห์อาสาส่งเสียเลี้ยงดู โดยไม่คาดหวังอะไรทั้งสิ้น ขอแค่ให้เจ้าตัวกลับตัวเลิกเป็นหัวขโมย แล้วมีชีวิตที่ดีกว่าแค่นั้นเอง เพราะแค่เห็นดวงตากลมโตที่ติดรั้นๆ แต่เศร้านั้น ผมก็รู้ทันทีว่ามันไม่ได้เกิดจากนิสัย แต่เป็นความจำเป็นต่างหาก
                แต่นี่ทำไม ลีฮยอกแจ
          ทำไมเธอต้องทำมันอีก
          รึว่าชั้นมองเธอผิดไป
          ทั้งๆที่...ชั้นรักเธอแท้ๆ...เด็กน้อย
 
                “ลีฮยอกแจ ทำไมถึงทำแบบนี้ห๊ะ!! ทำไมถึงไปขโมยของอีก ที่ชั้นให้ไปไม่พอรึไง”
                “ฮึก..พะ..พี่ฮัน..ผะ..ผมปะ..”
                “ฮึ ปล่าวงั้นเหรอ จะปฏิเสธงั้นเหรอ”
                “ไอ่ฮันปล่อยโว้ย ใจเย็น”
               ทันทีที่ผมถึงห้องทำงานของเพื่อนผม ผมก็ปราดเข้าไปหาฮยอกแจทันที ด้วยความโกรธบวกกับความผิดหวังทำให้ผมกระชากตัวบางๆของฮยอกแจมาเขย่าแรง แล้วตวาดออกไปทันที โดยไม่สนใจเด็กตัวเล็กๆอีกคนที่อยู่ในห้อง หรือเพื่อนผมที่พยายามดึงเอาฮยอกแจออก ซึ่งตอนนี้มันเอาเท้ามายันตัวผมแล้วด้วย -*-
 “ไม่หยุด ว่าไงฮยอกแจ รึว่ามันเป็นสันดานของนาย ห๊ะ!!!
“เออ มันเปนสันดานของผม พอใจรึยัง ผมขโมยเอง พอใจมั้ยฮะ...”
เพี๊ยะ!!!!!!!
ผมทำอะไรลงไป 
ผมตบหน้าเด็กน้อยของผมได้ยังไง 
ทันทีที่ผมจิตหลุดตบหน้าฮยอกแจไป ผมก็ได้สติ ได้แต่มองมือของตนเองที่ใช้ตบหน้าเด็กน้อยของผม ปล่อยให้ร่างบางของเด็กน้อยวิ่งหนีออกจากห้องไป พร้อมกันเสียงเรียกฮยอกแจที่แหลมบาดหู แต่ก็ไม่บาดใจของผม เพราะสิ่งที่บาดใจผมมากกว่าคือสีหน้าของฮยอกแจที่ขาวซีด ข้างแก้มมีรอยแดงเป็นรูปมือของผมเกือบครึ่งหน้า มองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งออกไป
“ไอ่ฮัน แกทำบ้าอะไรห๊ะ ฮยอกแจไม่ได้ขโมย แต่โดนใส่ร้ายต่างหาก”
“อะ...ไร...นะ”
“เด็กแกน่ะถูกใส่ร้าย เห้อ เล่าซิแทมินชั้นปวดหัว”
ว่าพลางฮีซอลก็กุมขมับแล้วไปนั่งที่โต๊ะ ส่วนผมน่ะเหรอทรุดลงนั่งบนโซฟา หมดแรงทันที แล้วก็หันไปตามเสียงเล็กๆข้างตัว ที่เริ่มเล่าเรื่องราวความจริงให้ผมฟัง
“เอ่อ ผมอยู่ห้องเดียวกับฮยอกแจฮ่ะ คือเมื่อกลางวันผมลืมกระเป๋าตังค์ เลยกลับไปที่ห้อง แต่ผมก็เห็นชินวูกับพวกเค้าแอบเอามือถือใส่กระเป๋าฮยอกแจฮ่ะ แล้วก็บอกว่าจะใส่ร้ายฮยอกแจให้โดนไล่ออกเลยฮะ”
“จริงเหรอ”
“ก็เออดิว่ะ แกไม่ต้องมองชั้นยังงั้นเลยไอ่ฮัน โทรไปบอกก็ฟังไม่จบ พอมาถึงก็ก็ว๊ากๆใส่ฮยอกมันอย่างเดียว แล้วชั้นจะบอกแกทั้นมั้ยว่ะ เอ้า เฮ้ย ยังด่าไม่เสร็จก็ไปอีก เอ้อ แทมินไปเรียนได้แล้ว ขอบใจมาก”
ผมทำอะไรลงไป
ช่วยบอกผมที ว่าผมทำอะไรลงไป
ผมวิ่งเพื่อตามหาเด็กน้อยของผม แล้วก็ไปเจอร่างเล็กกำลังนั่งกอดเข่าคุดขู้อยู่ใต้ต้นไม้ ไหล่กำลังสั่นเพราะกำลังร้องไห้ ผมเดินไปหาเจ้าของร่างที่ดูบอบบางเหลือเกิน ทั้งๆที่เคยสัญญาไว้กับตัวเองแท้ๆว่าจะปกป้อง แต่ผมกลับทำให้เด็กน้อยร้องไห้ 
“ฮือๆ ทำไมต้องว่าผมด้วย คนอื่นว่าผม ผมไม่สนแต่ทำไมต้องเป็นจากปากคนที่ผมรักด้วย ฮือๆ พี่ฮัน”
อะไรนะ ผมฟังผิดรึเปล่า 
ผมยังปล่อยให้เด็กน้อยคร่ำครวญต่อโดยที่ไม่รู้ว่าผมอยู่ข้างหลัง
ช่างความรู้สึกช้าจริงๆ เด็กน้อย
“ทั้งๆที่...ฮึก...ผมรักพี่มากขนาดนี้...ฮือๆ...ผมรักพี่นะฮ่ะ พี่ฮันคยอง ฮือๆ อ๊ะ!!
“พี่ก็รักนาย เด็กน้อย”
 
--------------- END OF HANKYUNG’S PART 1 ---------------
 
 
 
ผมหนีออกมานั่งร้องไห้ใต้ต้นไม้หลังโรงเรียนซึ่งผมมักจะมาประจำเมื่อผมไม่สบายใจ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน แต่เป็นอะไรที่มากที่สุดตั้งแต่ที่คุณแม่อธิการเสีย ผมรับไม่ได้จริงๆ คนอื่นว่าผมเลวยังไง  ผมไม่สน หาว่าผมขี้ขโมยยังไงผมก็ไม่แคร์ แต่ครั้งนี้มันมาจากปากของคนที่ผมรักที่สุดผมรับไม่ได้จริงๆ ผมก็เลยพูดประชดออกไป แต่ก็ได้สิ่งที่ทำให้ผมเจ็บมากกว่า เหมือนแผลที่เหวอะหวะแล้วโดนราดด้วยทิงเจอร์ หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ผมได้แต่คร่ำครวญคนเดียวอยู่ที่นี่ พร่ำบอกรักเค้าอย่างข้างเดียวอย่างที่เคยทำมาตลอด เพราะกลัวว่าพี่ฮันจะรับไม่ได้ ก็ผมเป็นผู้ชายนี่ แต่สัมผัสอ้อมกอดอบอุ่นที่โอบตัวผมจากด้านหลังอยู่นี้ เสียงทุ้มนุ่มๆที่กระซิบอยู่ข้างหูผมนี้ ช่วยบอกผมที ว่า....
ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย
“พี่รักนาย รักมากด้วย ขอโทษนะ เด็กน้อย ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้”
เสียงทุ้มข้างหูนั้นดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆกับสัมผัสจูบอบอุ่นที่แผ่วเบาตรงใบหู ไล่เลื่อนมาที่ข้างแก้มที่ช้ำแดง และอ้อมกอดที่กระชับแน่นขึ้นนั้น ราวกับช่วยย้ำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้ฝัน ผมหันไปมองด้วยสายตาที่ตื่นตะลึง แต่ก็ไม่ค่อยชัดเพราะมันมีม่านน้ำตาอยู่เต็มดวงตา ผมเลยขยี้ตาแรงๆ แต่ก็โดนดูกลับมาจนได้
“ฮื่อ อย่าขยี้สิ เดี๋ยวก็ยิ่งแดงเข้าไปอีก เด็กน้อย”
“พะ..พี่ฮันคยอง”
“ว่าไงครับ”
พี่ฮันตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นเหลือเกินอบอุ่นยิ่งกว่าที่เคย มันทำให้ผมหัวใจเต้นรัวเข้าไปอีก ได้แต่ก้มหน้างุด พูดอู้อี้อยู่กับอกกว้างนั้นเบา
“พี่หายโกรธผมแล้วเหรอ”
“ไม่แล้ว พี่รู้ความจริงแล้ว ขอโทษนะที่ไม่เชื่อใจ แล้วยัง...ทำให้เจ็บอีก ยกโทษให้พี่นะ”
พี่ฮันพูดพลางไล้ปลายนิ้วบนแก้มผมที่มีรอยแดงเพราะฝีมือตัวเองแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นที่ได้รับนั้นทำให้ผมได้แต่ส่ายหน้ายิ้มแทนคำพูดว่าไม่เป็นไร เพราะมันพูดไม่ออก ที่จริงผมไม่ได้โกรธหรอก แค่น้อยใจ แต่ความรู้สึกนั้นมันก็หายไปตั้งแต่คำบอกรักครั้งแรกแล้วล่ะ แล้วตอนนี้ผมก็รู้สึกมีความสุขที่สุดจนต้องร้องไห้ออกมาอีกรอบจนได้
“ฮึกๆ...ฮือๆๆๆๆๆ....ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“เฮ้ย เด็กน้อย   ฮยอกแจ เอ่อ เป็นอะไร บอกสิร้องไห้ทำไม โธ่เว้ย”
“ฮือๆ ผะ ผม ...ระ...รักพี่...อุ๊บ!!!!!!!!
ผมกำลังลอยได้ฮ่ะ
ผมกำลังลอยเพราะ...รสจูบของพี่ฮัน
ผมมีความสุขจัง
 
HANKYUNG’S PART 2
 
                ผมตื่นมาได้ก็สักพักแล้วล่ะครับ แต่ยังไม่อยากลุก อยากนอนกอดเด็กน้อยของผมมากกว่า ผมนอนดูร่างเล็กนอนซุกเข้าหาความอบอุ่นกับแผงอกของผมด้วยท่าทางน่ารัก ยิ่งตอนนี้เริ่มมีแสงแดดเข้ามาแยงตาเด็กน้อยก็ยิ่งซักหลบแสงมากขึ้น ก็แหงล่ะ ตอนนี้ก็สายแล้ว 9 โมงกว่าเกือบ 10 โมงแล้วด้วย และผมก็ต้องเตรียมฟังเจ๊คิมฮีสวดยาวอีกแน่ แต่ช่างเหอะผมไม่สนหรอก ก็เมื่อคืนกว่าผมกับฮยอกแจจะได้หลับก็เกือบค่อนคืน อ๊ะๆ แต่ไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่านะครับ พอดีไรเตอร์เค้าไม่อนุญาตให้มี NC เพราะฮยอกยังเด็ก เฮอะผมอ่ะเซ็ง 
แล้วมัวทำอะไรน่ะเหรอ ก็เด็กน้อยของผมน่ะสิดันงอนผมต่อ ก็ตอนที่โดนผมจูบที่หลังโรงเรียนน่ะ เจ๊คิมฮีดันพาเพื่อนในแก็งค์มา เพื่อปลอบใจเด็กน้อยพอดี เลยเห็นช็อตเด็ด ผมโดนเจ๊มหาประลัยด่า แถมไล่กระทืบโทษฐานลวนลามศิษย์รัก ส่วนฮยอกแจก็โดนเพื่อนแซวยกใหญ่ เด็กน้อยเลยอาย พาลมางอนผมต่อที่บ้าน กว่าจะง้อขอนอนด้วยได้ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า
                “อืมมมม  อื้อ”
“ว่าไง เด็กน้อย ตื่นแล้วเหรอ”
เด็กน้อยของผมตื่นแล้ว แล้วผมก็อดใจไม่ไหวก้มลงไปจูบเก็บน้ำหวานในปากของเด็กน้อยรับวันใหม่ทันที จนเจ้าตัวทุบหลังดังอั๊ก เพราะขาดอากาศหายใจนั่นแหละ ผมถึงยอมถอนจูบออกมาอย่างเสียดาย
“แล้วนี่กี่โมงแล้วฮ่ะ”
“อืม ก็เกือบ 10 โมงแล้วล่ะ”
“อ๊า อย่างงี้ก็โดนอาจารย์คิมฮีด่าแน่เลย”
“ไม่หรอกหน่า ไม่ว่าหรอก” ว่าพลางผมก็ก้มลงไปหาความหวานจากเด็กน้อยอีกรอบ แต่ก็...
“ไอ่ฮันนนนนนน แกทำไรลูกศิษย์ช้านนนนน แกตายยยยยยยยย!!!!!!!
นั่นแหละครับ อยู่ๆก็มีเสียงแปดหลอดจากนรกมาแทน พร้อมๆกับวัตถุอันตราย(สำหรับผม) ทำเอาผมกระโดดหลบแทบไม่ทัน ส่วนเด็กน้อยน่ะเหรอมุดใต้ผ้าห่มเพื่อหลบลูกหลงและอายตั้งนานแล้ว ปล่อยให้ผมเผชิญกับหายนะคนเดียว ไม่ช่วยผมเลย
เด็กน้อยช่วยชั้นด้วย อ๊ากกกกกกกกกกก
 
----------------------------THE END OF MY SWEET THIEF ---------------------------
 
 
 
 
 
PS. เรื่องนี้ออกแนวตัวละครเล่าเรื่องเอง  ไม่รู้ว่าจะถูกใจรึเปล่า  แต่พอดีไรเตอร์ของอ่านนิยายที่เล่าเรื่องแบบนี้  มันสนุกดีไปอีกแบบ ตอนนี้กำลังคิดว่าอยากลองแต่งเรื่องยาวดู วางตัวละครแล้ว แต่ว่าวางพล๊อตเรื่องไม่เป็น ที่มีก็มีแต่ที่ลอยในหัวอ่ะ เคยแต่อ่านของเค้าก็งี้แหละ 555 รีดเดอร์คนไหนที่แต่งนิยายอยู่เหมือนกัน ยังไงก็ช่วยแนะนำไรเตอร์มือใหม่หน่อยได้มั้ยอ่ะว่าทำไง โดยเฉพาะการผูกเรื่อง ทำไงให้ไม่งงอ่ะ กลัวแต่งๆไปจะงง แล้วจบไม่ลง แถมไม่สนุกอีก สุดท้ายท้ายสุดก็ขอขอบคุณคนอ่านทุกๆคนเลยน้า บ้ายบาย
 
 
 

ผลงานอื่นๆ ของ apiinify

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. #10 mormilk
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:18
    สนุกจัง ชอบ ชอบ^^
    #10
    0
  2. วันที่ 9 ตุลาคม 2553 / 21:45
    ป๋าฮาอ่ะ

    ฮยอกน่ารักก ก
    #9
    0
  3. วันที่ 6 มิถุนายน 2553 / 13:34

    ไม่มีNC เพราะตวามผิดไรเตอร์นะเนี้ย(กลัวโดนพรากผู้เยาว์ก็ว่ามา55+)

    #8
    0
  4. วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 21:10
    น่ารักอ่ะ
    #7
    0
  5. วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 20:52
    น่ารักดีค่ะ แต่งเยอะๆนะคะ

    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์จ้า สู้ๆนะ อิอิ
    #6
    0
  6. #5 moonoi
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 13:08
    น่ารักมากๆเลยคะ



    ชอบๆๆๆๆๆ ขำเจ๊คิมฮี ตลกดี ฮ่าๆๆ



    ฮันฮยอกน่ารักมากกก
    #5
    0
  7. วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 11:05
    น่ารักจัง>__________<

    กรี๊ดดด!!! เขิน
    #4
    0
  8. วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 09:22
    คิกคิก น่ารักอ่ะ
    ชอบมากๆเลย
    #3
    0
  9. วันที่ 4 มิถุนายน 2553 / 23:45

    เรื่องน่ารักดีค่ะ มาแต่งเรื่องอื่นเพิ่มอีกนะ

    #2
    0
  10. วันที่ 4 มิถุนายน 2553 / 22:10
    น่ารัก *0* ชอบจัง...
    #1
    0