แหย่เสือ

ตอนที่ 5 : จ๊ะเอ๋

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 พ.ค. 62

                เย็นวันนั้น เขาก็ได้เจอเข้ากับ ลูกศิษย์ หลังจากที่ไม่ได้เจอหล่อนมาหลายปี จนเกือบจะลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำ ว่าแม่น้องสาวสุดที่รักของเพื่อนนั้น หน้าตาเป็นอย่างไร เพราะหนนั้นเขาอาจจะมัวแต่หมกมุ่นกับตัวเองมากไปหน่อย เขามาเพื่อพักจริงๆ มานอน มากิน ไม่ไปไหนสักที่ ยึดห้องนอนที่ลักษณ์จัดให้เป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดูดเขาไว้ให้ติดอยู่ตรงนั้น หนนั้นเขาโดนหล่อนแกล้งเสียด้วยซ้ำ ใช่...น้องสาวของนายลักษณ์ แสบมาก

                นัยน์ตาคมกริบสีสวย กำลังมองจับจ้องร่างบางเล็ก ที่เดินพลางกระโดดพลางเข้ามาในบ้าน แล้วก็ร้องเพลงไปด้วย หล่อนดูสดใส น่ารัก แล้วก็เจิดจ้า...

                เจิดจ้า...

                คำนี้คงจะไม่ผิดนัก...ถ้าจะใช้เปรียบกับมนุษย์ผู้หญิงที่เขาได้เห็น ใบหน้านั้นสวยน่ารัก ปากนิดจมูกหน่อย นัยน์ตากลมโตปลายเฉียงนั้น เหมือนกับตาแมว จมูกโด่งปลายรั้นนิดๆ ริมฝีปากสีชมพูจัดนั้น...เขารู้หรอกว่าเคยถูกจัดอันดับไว้ในระดับไหน เรื่องความน่าจูบ เขาเองก็อยากจัดอันดับให้ริมฝีปากสีกุหลาบคู่ที่เขาได้เห็นเช่นกัน

                มันไม่ใช่ริมฝีปากแบบที่สาวๆ คงจะนิยมไปทำศัลยกรรม แต่มันเต็มอิ่ม อิ่มเอิบสีสวย น่า...

                เขานั่งนิ่งๆ อยู่ตรงโซฟามุมห้อง พลางจ้องมองคนตัวเล็กบางในชุดนักศึกษาแบบชนิดหัวจรดเท้า มองย้ำไปย้ำมา หล่อนก็ยังไม่รู้สึกตัวว่ากำลังถูกมองจับจ้องเยี่ยงเหยื่อตัวน้อยที่ถูกหมายตา...

                “อารมณ์ดีอะไรนักหนาตาหวาน”

 เสียงทุ้มๆ ตะโกนดังมาจากห้องครัวของบ้าน ลอออรย่นจมูกน้อยๆ พลางป้องปากตะโกนตอบพี่ชาย

                “อารมณ์ดีที่จะไม่ต้องมีผู้คุม ตั้งหลายวัน อารมณ์ดี๊ ดี จะได้หนีเที่ยว”

                “หึ หึ หึ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากคนที่อยู่ในครัว พร้อมกับเสียงประกอบอาหาร มีกลิ่นหอมๆ ลอยมาประกอบด้วยว่า เย็นนี้อาหารขึ้นโต๊ะที่บ้านคงจะอร่อยน่าดู

                “คุณครูเสือตายของพี่ลักษณ์น่ะ มาหรือยัง”

เจ้าหล่อนตะโกนถามพี่ชาย แล้วเปิดโทรทัศน์ เธอเห็นอะไรจากหางตาแวบๆ มุมห้อง แล้วก็นิ่งไปนิด...เงา...เงาคน เมื่อกี้เธอเห็นเงาคน...

                “ตาหวาน! ห้ามไปเรียกเพื่อนพี่ว่าแบบนั้นนา ระวังเหอะ! หมอนั่นได้ยินขึ้นมาล่ะก็...”

เสียงตะโกนดังมาจากครัว แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยังละวางมือมาจัดการกับยัยตัวแสบไม่ได้ ลักษณ์ไม่รู้เลยว่า เพื่อนของเขาที่บอกว่าจะไปเดินเล่น กลับมาแล้วเรียบร้อย แถมยังนั่งอยู่ตรงโซฟามุมห้อง ทำตัวนิ่งเงียบราวกับผี! ฟังสองพี่น้องตะโกนคุยกันเสียด้วย

                ตอนนี้ลอออรตัวแข็ง เกิดอาการพูดไม่ได้กะทันหัน เธอเห็นจริงๆ...ใช่ไหม...กลางวันแสกๆ เสียด้วย

                ก้าวขาก็ไม่ออก...

                โอย...

                นะโมตัสสะ ภะคะวะโต...

                “ยังไม่ตาย”

เสียงทุ้มๆ นั่นดังขึ้น ชัดเจนเสียด้วย ทำให้เธอกะพริบตาปริบๆ อาการกลัวผีหายไปในทันเธอ พูดได้...ภาษาอังกฤษเสียด้วย ไม่ใช่ผีล่ะงานนี้

                เธอหันขวับไปทางต้นเสียง แล้วอ้าปากค้าง คนที่นั่งหน้านิ่งอยู่ตรงโซฟา มองหน้าเธอ แล้วเอ่ยอีกหน

                “พี่ไม่ใช่คุณครูเสือตาย ชื่อพี่แปลว่าเสือ...”

                “เอ่อ...แหะ...”

ไม่รู้จะทำอะไรได้ดีไปกว่ายิ้มอีกแล้ว นาทีนี้ ลอออรยกมือไหว้เขา ไทเกอร์ไม่ได้รับไหว้ตอบ เขามองจ้องหล่อนนิ่งอยู่แบบนั้น สายตาดุวับๆ นั่น มันชักจะทำให้ลอออรนึกกลัวขึ้นมาเสียแล้ว

                เออ...เอายังไงดีเรา...ไปว่าเค้าแบบนั้น...แล้วมองมาแบบนี้ ไม่พูดไม่จา มองทำไมนักหนา ไหว้ก็ไม่รับไหว้ตอบ นั่งนิ้งงงง นิ่ง จ้องเขม็งมาแบบนั้น โอย...คนอะไรตาดุเหลือเกิน

                แล้วหล่อนก็หาทางออกจากสถานการณ์โดนพิฆาตด้วยสายตาของเสือ ด้วยการ...ทำสิ่งที่เสือเองก็ถึงกับอึ้ง

                ลอออรเริ่มเต้น ออกสเตปท่าที่เธอลองโคฟเวอร์เต้นตามกับเพื่อนๆ ด้วยเพลงยอดนิยมในตอนนี้ เต้นเอาดื้อๆ นั่นแหละ จังหวะมันอยู่ในใจ ไม่ต้องอาศัยเสียงเพลงใดๆ เต้นไปก็เริ่มเขยิบห่างออกจากเขาทีละนิด ทีละหน่อย แล้วเมื่อเห็นว่าเขากำลังมองเธออย่างงงๆ เผลอแล้ว ลอออรก็ถือโอกาสวิ่งฉิว หนีเข้าห้องของตัวเอง ปิดประตูดังปัง!

                พ่อเสือที่กำลังตะลึง เพราะไม่คิดว่าจะโดนล่อหลอกด้วยกลเม็ดอะไรแบบนั้น เมื่อได้ยินเสียงปิดประตู เขาก็รู้ว่าเจ้าหล่อนหนีไปเสียแล้ว

                หนีเอาดื้อๆ แบบ...

                “ หึ หึ หึ”

                ไทเกอร์ถึงกับหลุดขำออกมา แล้วเมื่อลักษณ์ที่ทำอาหารเสร็จแล้ว นึกแปลกใจกับเสียงที่เงียบไปของยัยตัวแสบ จึงออกมาตาม ก็ได้เห็นภาพเพื่อนรักที่มักจะทำหน้านิ่งหน้าตายของตน หัวเราะจนไปนอนกลิ้งอยู่กับพื้นพรม

 

                ..........................................................................................................................................................

 

                อาหารขึ้นโต๊ะโดยฝีมือลักษณ์วันนี้ เป็นอาหารไทยที่เลือกแล้วว่าเพื่อนสนิทของตนชอบ นั่นคือไข่เจียวกุ้งสับ แกงขี้เหล็ก ผัดผักรวมมิตร มองกับข้าวบนโต๊ะแล้ว ลอออรที่ตอนนี้เรียกสติกลับมาได้แล้ว ถึงกับอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น เพราะหนึ่งในนั้นก็เป็นของชอบของเธอเช่นกัน

                “กรี๊ดๆ แกงขี้เหล็ก พี่ลักษณ์ของโปรดตาหวานเลย รักพี่ชายอะ อุตส่าห์ทำให้กินก่อนจะบินไป ตาหวานอยากกินมาตั้งนานแล้ว พี่ลักษณ์ไม่ยอมทำให้กินสักที”

                “ทำให้ไทเกอร์ ของโปรดครูสอนพิเศษเราน่ะ”

 ลอออรถึงกับขมวดคิ้ว แล้วหันมองขวับไปยัง...ครูสอนพิเศษของตน ที่พึมพำขอบใจเพื่อน แล้วเริ่มตักของโปรดราดกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วเอาเข้าปากกินตุ้ยๆ ดูท่าอร่อย

                “หะ...ฝรั่งอะไรผิดประเภท ชอบแกงขี้เหล็ก”

 ฟังแล้วลักษณ์ที่กำลังจะตักอาหารเข้าปาก และคนที่กำลังเคี้ยวๆ ข้าวอยู่ถึงกับแทบจะสำลัก เมื่อรู้ตัวว่าเผลออุทานอะไรออกไป เจ้าหล่อนก็เอามือปิดปาก แล้วทำตาโตแป๋ว

                “อะแฮ่ม!

ไทเกอร์กระแอม แล้วเขาก็ตักอาหารโปรดกินต่อ ไม่รู้ไม่ชี้ว่าโดนยัยเด็กแสบว่าเอาว่าเป็นฝรั่งผิดประเภท เขาฟังภาษาไทยออก แล้วก็พูดได้อีกด้วย ฉะนั้น...ที่ลอออรพูดน่ะ เขาฟังออกทุกคำนั่นแหละ

                “ตาหวาน มีแขก พูดภาษาอังกฤษสิ”

 พี่ชายทำเสียงดุปราม ยัยตัวแสบยิ้มแหย ก่อนจะค้อนพี่ชาย เมื่อนึกขึ้นได้ ว่าลักษณ์เอาใจแต่ไทเกอร์

                “ก็ตาหวานนึกว่าพี่ลักษณ์ทำเอาใจตาหวานนี่นา...ใครจะไปคิดว่าพี่ไทเกอร์จะชอบกินอะไรแบบนี้ นี่มันของแรร์ไอเทมของประชาชนชาวไทยนี่คะ แกงขี้เหล็กนี่ ฝรั่งส่วนใหญ่ อาหารไทยแนะนำส่วนใหญ่ มันจะต้องเป็นต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ผัดไท อะไรทำนองนี้ไม่ใช่หรือคะ แล้วพี่ไทเกอร์ไปรู้จักได้ยังไงกัน แกงขี้เหล็กนี่”

                “ก็ชอบ...”

ไทเกอร์ตอบสั้นๆ แค่นั้น แล้วก็กินต่อ ทิ้งให้แม่ตัวแสบมองเขาแล้วกะพริบตาปริบๆ เพราะหวังจะได้คำอธิบายให้เยอะกว่านี้สักนิด ลักษณ์เลยเป็นคนพูดบอกให้น้องสาวเข้าใจเสียเอง

                “ก็พี่ไงล่ะคนทำให้ลองกิน แล้วก็อธิบายไปด้วยว่า ขี้เหล็กนี่มีสรรพคุณดียังไงแบบไหน ไทเกอร์เป็นพวกรักสุขภาพ บ้าสมุนไพรไทย ก็เลยรักแกงขี้เหล็กเพราะว่าหมอถ่ายไม่ออก กินไอ้นี่ไปแล้วเข้าห้องน้ำแต่เช้า แถมยังนอนหลับสนิทอีกด้วย” คำอธิบายของพี่ชายทำให้ลอออรค้อน แล้วย่นจมูกน้อยๆ พลางบ่น

                “ทีตาหวานชอบกินจะตาย ไม่เห็นพี่ลักษณ์ค่อยจะทำให้กิน”

                “แหม...ใบขี้เหล็กสวยๆ อ่อนๆ หายากจะตาย สองต้นหลังบ้านเราที่พี่ลงทุนปลูกไว้ก็มีหนอนมาอยู่ เราก็ไม่ให้พี่ฆ่าแถมไม่กล้าไปเก็บ แล้วจะเอาวัตถุดิบที่ไหนมาทำให้กินล่ะ”

                “แล้วทำไมวันนี้มี”

เธอทำตาเขียวใส่พี่ชาย ลักษณ์ที่อธิบายฉอดๆ อ้าปากค้างไปนิดหน่อย ก่อนจะหาคำตอบออกมาจนได้

                “วันนี้เค้ามาขายพอดีอะ”

                “เหอะ!

 ยัยตัวแสบทำปากยื่น หน้างออย่างจริงจัง ทำให้พี่ชายต้องตักนั่นเติมนี่ เอาอกเอาใจ พร้อมกับสัญญาว่าจะทำแกงขี้เหล็กให้ทุกครั้งที่ลอออรอยากกิน เอาให้เบื่อกันไปเลย เจ้าหล่อนเลยหายงอนได้ หน้าตาดีขึ้น ชวนพี่ชายคุยจ้อได้เหมือนเดิม

                แขกร่วมโต๊ะแม้จะทำทีเหมือนสนใจอาหารตรงหน้าตน แต่ก็ยังแอบมองคนทั้งสองเป็นระยะ จับจ้องพิเศษที่คนบางคน โดยที่เจ้าหล่อนไม่รู้ตัว

                เขาเองก็มีพี่สาว สองพี่น้องมักจะมีกันและกันในโต๊ะอาหารเกือบทุกมื้อ เขาโตมาเพราะฝีมือทำอาหารของชีน่า และส่วนใหญ่คือบริการเดลิเวอรี่ เพราะทั้งพ่อและแม่ของเขาตั้งแต่จำความได้ ท่านก็งานยุ่งตลอด ตั้งแต่ใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกัน จนแยกทางหย่าขาดกัน พวกท่านก็ยังยุ่ง...ยุ่งมาก...จนแทบไม่มีเวลาให้ลูกชายอย่างเขาสักเท่าไหร่ จนเขาแยกไปใช้ชีวิตส่วนตัว ชีน่าเป็นพี่สาวคนสนิทของเขาที่เขาจะติดต่อทุกเรื่อง แต่หลังๆ มานี่พี่สาวของเขากำลังสนุกและเก็บตัวกับการทำงาน มันทำให้ไทเกอร์ไม่ค่อยจะอยากกวนหล่อนสักเท่าไหร่ มื้อครอบครัวของเขาที่พร้อมหน้า ก็คือมื้อคริสมาสต์อีฟ ที่บ้านของบิดา และมื้อขึ้นปีใหม่ที่บ้านของมารดา แล้วเขาก็ไม่ได้ไปมาสองสามปีนี้แล้วด้วยสิ เพราะบางทีเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนนอก

                พอมาเห็นบรรยากาศพี่น้องแบบนี้...ความสัมพันธ์แบบนี้ มันทำให้ไทเกอร์รู้สึก...อิจฉาและคิดถึงพี่สาว อย่างบอกไม่ถูก

                “ของหวานเป็นแตงโมหวานฉ่ำ เย็นชื่นใจครับผม”

ลักษณ์ที่เมื่ออาหารคาวเรียบร้อยแล้ว เขาก็เอาของหวานล้างปากมาเสิร์ฟต่อ ตอนนี้ทุกคนอิ่มอาหารเย็นแล้ว ช่วยกันเก็บล้างเสร็จ กำลังนั่งรวมตัวกันอยู่ในห้องโถงของบ้าน ซึ่งมีโซฟาตัวใหญ่นุ่มตั้งอยู่ มีโทรทัศน์จอขนาดหกสิบนิ้ว และเครื่องเสียงอย่างดีติดตั้งไว้ ลักษณ์เป็นคนชอบดูภาพยนตร์ เขาจึงลงทุนกับความสุขแบบนี้ในราคาที่แพงพอสมควร

                “ของโปรดของ...” ลอออรเหลือบตาไปทางไทเกอร์ ที่กำลังรื้นค้นดูแผ่นภาพยนตร์ในตู้ ด้วยท่าทีสบายๆ ลักษณ์กระแอม แล้วรีบบอกน้องสาวก่อนที่เจ้าหล่อนจะงอนเขาขึ้นมาอีก

                “ไม่ได้เป็นของโปรดพิเศษของใคร แต่รถเค้ามาขายหน้าบ้าน พี่ก็เลยลองชิมดู มันหวานชื่นใจดี ก็เลยซื้อมา”

                “เหรอ?” เธอทำปากยื่นให้กับพี่ชาย การเป็นคนสำคัญเสมอของลักษณ์ มันทำให้ลอออรรู้สึกด้อยลงเมื่อเขาสนใจคนอื่นมากกว่าเธอ

                “พรุ่งนี้เช้าพี่จะทำข้าวต้มกุ้ง” งอนดีนัก ก็เลยล่อหลอกด้วยของโปรดเอาใจเสียเลย แม่น้องสาวยิ้มแป้นเลยทันที พร้อมกับชูสองนิ้ว

                “ขนมปังปิ้งขอบกรอบๆ ทาแยมลูกเบอรี่ด้วยนะพี่ลักษณ์”

                “แถมไข่ลวกอีกฟองหนึ่งเอ้า”

                “โหย...ไม่ต้องบำรุงกันขนาดนั้นก็ได้”

 เจ้าหล่อนหัวเราะ แล้วดึงหมอนใบโปรดมากอด มันเป็นหมอนที่เธอเป็นคนทำปลอกของมันซึ่งเป็นผ้ามาต่อๆ กันหลากสี งานฝีมือของเธอตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ซึ่งเจ้าตัวภูมิใจมากกับฝีมือของตนเอง

                “ไทเกอร์ จะดูหนังเหรอ?”

 เขาหันไปให้ความสนใจกับแขกเมื่อเห็นว่าแม่ตัวยุ่งหายงอนเขาบ้างแล้ว ตอนนี้หล่อนกำลังกอดหมอน เอียงคอมองดูแขกตาแป๋วอยู่เช่นกัน

                “อืม...นายมีเรื่อง...เรื่องอะไรนะ ที่นายเคยแนะนำฉันว่าเป็นหนังที่ทำให้นายกลัวจนไม่กล้าไปห้องน้ำตอนกลางคืนน่ะ”

                “เอ่อ...จะดูเรื่องนั้นจริงๆ น่ะเหรอ” ลักษณ์ลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่ ไปช่วยเพื่อนค้นแผ่นหนังที่ไทเกอร์อยากดู เขาชูแผ่นขึ้นมาแล้วส่งให้เพื่อนสนิท

                “เรื่องนี้หรือเปล่า ชัตเตอร์”

                ฟังชื่อเรื่อง ลอออรก็คอหด เธอเป็นคนกลัวผีมาก ความลับเรื่องนี้ของเธอมีไม่กี่คนหรอกที่รู้ เพราะขืนให้รู้กันมาก ว่าเธอกลัวอะไรแบบนี้ ลอออรกลัวว่าจะเสียมาดเอาน่ะสิ

                ก็หล่อนเป็นคนช่างแกล้ง ช่างหยอก ก็ทำวีรกรรมกับใครต่อใครไว้ไม่น้อย หยอกเล่นบ้าง แหย่แรงบ้าง ขืนให้ใครรู้ว่าเธอกลัวอะไรแบบขึ้นสมอง มีหวังโดนแกล้งกลับ ตายกันพอดี

                “ห้าว...” เธอทำเป็นปิดปากหาวทั้งที่เพิ่งจะสองทุ่ม “ง่วงแล้วอะพี่ลักษณ์ ไปนอนก่อนนะ”

                “เออๆ ไปนอนเถอะ แล้วก็เตรียมตัวล่ะ ว่าพรุ่งนี้จะให้นายไทเกอร์สอนอะไรเราน่ะ”

                “เจ้าค่ะ ไปนอนล่ะ ฝันดีนะคะพี่ชาย”

เจ้าหล่อนเดินเข้าไปใกล้กับลักษณ์ เขย่งเท้าเพื่อจะจุ๊บแก้มของชายหนุ่ม ซึ่งผู้เป็นพี่ชายเหมือนจะรู้ดีว่าน้องสาวจะทำอะไร ก็ก้มตัวอำนวยความสะดวกให้เขา กิริยาของสองพี่น้องนั้น ช่างอบอุ่น น่ารัก ดูประทับใจคนที่แอบมองมากๆ

                “นายจะไปวันไหน” ไทเกอร์ถามขึ้นหลังจากที่ดูภาพยนตร์ไปด้วยกันแล้วสักครู่ ต้องบอกว่าคนดูน่ะคือไทเกอร์ ส่วนลักษณ์ดูเสียครึ่ง หลับตาเสียครึ่ง

                “อีกสองวันน่ะ ฝากตาหวานด้วยนะไทเกอร์ ถ้ายุ่งนัก อนุญาตให้ดุ ให้ตีได้เลย”

                “หึๆ ตีได้ด้วยหรือ” เขานึกถึงการจับเจ้าหล่อนมาพาดตักแล้วฟาดก้นงอนๆ นั่น...มันคงจะเป็นการลงโทษที่เขารู้สึกดีมาก

                “แหม...พูดไปงั้นล่ะ ห้ามตีน้องฉันนะโว้ย ยัยตาหวานน่ะ แก้วตาดวงใจของฉันเลย ฉันเลยกล้าฝากกับนาย เพราะเป็นนายนะเพื่อน ฉันถึงกล้าฝากน้องสาวไว้น่ะ”

                “จะดูแลให้อย่างดี ให้เหมือนแก้วตาดวงใจของฉันเหมือนกัน” ไทเกอร์พูดเสียงแผ่ว...แทบจะไม่ได้ยิน ก่อนจะต้องปิดหูเมื่อคนข้างๆ แหกปากร้องลั่นอย่างตกใจ เมื่อถึงฉากที่ผีโผล่ออกมาในภาพยนตร์

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

2 ความคิดเห็น