ตอนที่ 6 : แหย่เสือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 พ.ค. 62

                “เอ้า...ทิชชู”

 มือหนายื่นส่งกระดาษทิชชูให้เธอ เมื่อแผ่นที่เธอใช้ซับน้ำตาก่อนหน้านี้ มันเริ่มเปียก ลอออรหันมาขอบคุณเขา แล้วก็เอาไปซับน้ำตาต่อ แล้วต่อด้วยการสั่งน้ำมูกดังพรืด

                ลอออรร้องไห้ตั้งแต่ที่ลักษณ์ขึ้นเครื่องไป ตอนไปส่งเขาที่เกต หล่อนยังยิ้มสดใสเจิดจ้าส่งให้กับพี่ชายพร้อมกับโบกมือด้วยหย็อยๆ บอกเขาว่าไม่ต้องห่วงเธอและเที่ยวให้สนุก แต่พอคล้อยหลังลักษณ์เท่านั้น เจ้าหล่อนก็เริ่มร้องไห้ เล่นเอาไทเกอร์ที่ยืนอยู่ด้วยถึงกับทำอะไรไม่ถูก พอเขาเอื้อมมือโอบบ่าเธอเป็นเชิงปลอบ ลอออรก็โผนเข้ากอดเขา แล้วร้องไห้ฮือๆ

                ร้องมาจนถึงตอนนี้นั่นแหละ นี่คงจะค่อยซาอารมณ์เศร้าแล้วกระมัง เจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นจากทิชชู พลางส่งยิ้มแหยให้เขา ที่ยังคงมองหล่อนด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกแบบเดิม ทั้งสองคนนั่งรถแท็กซี่ขากลับ และอยู่เบาะหลังด้วยกัน

                “ขอบคุณนะคะสำหรับทิชชู แหะ...”

สายตาของเธอลดลงมองที่อกเสื้อของเขา เสื้อยืดสีเทาล้วนของไทเกอร์ มีรอยน้ำตาของเธอเป็นด่างดวง...ชะอุ๋ย...มันมี...เอ่อ...อย่างอื่นเป็นคราบติดอยู่ด้วย ลอออรรีบเอื้อมมือไปซับให้เขาอย่างรวดเร็ว ไทเกอร์ที่จู่ๆ ถูกบุกรุกเข้าแบบนั้น ก็ยอมให้หล่อนทำ แต่ก็กระแอมเบาๆ

                “อะไรติดเสื้อพี่หรือ?”

                “ขี้มูก...เอ๊ย...ฝุ่นน่ะค่ะ”

                มันไม่ยักกะยอมออกง่ายๆ เป็นคราบเหมือนกาวเลย ลอออรพยายามเช็ด แต่นอกจากไม่ออกแล้ว มันยังเปื้อนเลยเถิดยาวยืดยาดไปอีกด้วย

                ไทเกอร์ก้มลงมองว่าเธอกำลังทำอะไรกับเสื้อของเขา เมื่อเห็นเข้าว่านอกจากคราบน้ำตาแล้ว เขาได้ของแถมเป็นอะไร ใบหน้านิ่งเป็นนิตย์นั้น ก็ขึงไปเล็กน้อย แถมยัง...ลอออรถึงกับกะพริบตาปริบๆ ละลามือจากการพยายามทำให้ขี้มูกของตนเปื้อนเสื้อเขามากขึ้น เมื่อเห็นว่าใบหูของไทเกอร์เริ่มเป็นสีแดงเรื่อๆ

                ไอ้ย่ะ! นี่โกรธเราจนหูแดงเลยเรอะ

                “ไม่ต้องเช็ดแล้ว ยิ่งเช็ดยิ่งเปื้อน” เขาว่าเสียงเรียบ เป็นภาษาไทยชัดเจน แม้จะแปร่งเล็กน้อยแบบฝรั่งพูดไทย

                “พี่ไทเกอร์พูดภาษาไทยชัดมาก”

เหมือนจะเพิ่งสังเกตเขากระมังนั่น แถมยังทำตาโตใส่เขาอีกด้วย แล้วหล่อนก็...ให้ตาย...ยิ้มได้เจิดจ้าอะไรขนาดนั้นกันนะ

                “แปลกตรงไหน”

 เขาทำทีเป็นมองไปยังการจราจรภายนอก จะว่าไปแล้วหนนี้...เขาพูดยาวๆ ก็เป็นแหะ หนก่อนที่เขามาที่บ้านเธอนั้น ไทเกอร์ประหยัดคำยังกับคนใบ้ จนทำให้เธอกับเพื่อนๆ คิดเกมสนุกกันขึ้นมาแบบเด็กแก่นแก้ว โดยเอาเขาเป็นเดิมพันว่าใครจะทำให้เขาพูดเป็นประโยคยาวๆ ได้ ซึ่งนั่นเธอก็ชนะ กินเงินเดิมพันเรียบเลยทีเดียว เพราะกลเม็ดส่วนตัว น้ำแข็งพิฆาตนั่นแหละ

                “แปลกสิคะ ก็...ทำไมถึงไปเรียนภาษาไทยมาล่ะ”

                “ว่าง...” ตอบสั้นๆ แล้วก็ทำเหมือนจะไม่อยากพูดต่อ ลอออรเลิกคิ้ว เธอยังคงซักต่อ ตามประสาคนช่างพูดช่างคุย

                “พี่ไทเกอร์จะเอาไว้แต่งเพลงเหรอคะ...หรือว่าจะจีบสาวไทย...ถึงได้ไปเรียนภาษาไทยอะ”

                “...”

 พ่อหนุ่มตาดุ หันขวับมามองคนที่กำลังพูดแจ้วๆ เหมือนลืมไปแล้วว่าสร้างคราบเลอะขี้มูกไว้บนเสื้อ...อืม...เจ้าหล่อนจะรู้ไหมนะว่าเสื้อตัวนี้ใครให้เขามาน่ะ...เฮ้อ...

“แหม...ก็ตาหวานอยากรู้นี่คะ อยากรู้จริงๆ นะ นะ ขอรู้นิดหนึ่งนะ...จะได้หายสงสัย ไม่อย่างนั้นนอนไม่หลับแน่ๆ นะคะ นะ”

แล้วเจ้าหล่อนก็ทำให้เขาตาพร่าไปนิดหนึ่งกับรอยยิ้มที่แย้มริมฝีปากเต็มที่จนเผยให้เห็นฟันขาวเรียงราวไข่มุก แก้มข้างขวาของหล่อนบุ๋มลงเล็กน้อย เป็นคล้ายลักยิ้มแต่ไม่ลึกขนาดนั้น ตาเหมือนตาแมวนั่นยิ่งเป็นประกายเจิดจ้า น่ารักจริงๆ

น่ารัก...

ใช่หล่อนน่ารัก...ลักษณ์เคยบอกว่าไม่เคยใจแข็งได้เลยกับรอยยิ้มของน้องสาว เขาเองก็พอจะรู้แล้วล่ะ ว่าทำไม...แม้แต่เขาก็...

“พี่ชอบประเทศไทย ชอบที่นี่ ก็เลยอยากพูดภาษาไทยเป็น เพราะเพื่อนสนิทที่สุดของพี่ก็คือคนไทย”

“พี่ลักษณ์ใช่ไหมคะ เพื่อนคนที่ว่า” เจ้าหล่อนเอ่ยถาม แม้จะรู้อยู่แล้ว เธอดูจะยืดๆ เหมือนภูมิใจที่พี่ชายของตนได้เป็นเพื่อนสนิทของคนดังแบบไทเกอร์

“อืม” เขาตอบสั้นๆ เริ่มเมินหน้าออกนอกหน้าต่างอีกหน...รู้สึกแปลกๆ กับรอยยิ้มเจิดจ้า กับนัยน์ตาสดใสนั่น

“พี่ไทเกอร์พูดภาษาไทยแบบนี้ได้ก็ดีเลย ตาหวานจะได้สบายหน่อย บางทีคิดศัพท์ไม่ค่อยจะออกน่ะค่ะ”

“กลับไปก็เรียนเลยก็แล้วกัน”

เขาว่า พอคุยกับหล่อนเลยต้องหันหน้ามาอีกหน หนนี้เห็นเจ้าหล่อนทำแก้มป่องใส่เขา แล้วก็ค้อนนิดๆ ให้ด้วย

โอ...

หูของเขาเริ่มแดงอีกแล้ว ร้อนผ่าวเอาเสียด้วย

“โธ่...ขอเวลาหน่อยสิคะ ตาหวานยังเศร้าอยู่เลย คิดถึงพี่ลักษณ์อะ”

“หืม?”

 คิ้วเข้มนั้นขมวดเข้าหากัน เธอถอนใจเฮือก แล้วค้อนเขาอีกรอบ

“ทำไมอะ...พี่ไทเกอร์จะว่าตาหวานติดพี่หรือยังไง เวอร์มากหรือยังไง...พี่ลักษณ์ไปไม่ถึงสองชั่วโมงเลยก็คิดถึงละ ก็มันแบบนี้จริงๆ นี่นาความคิดถึงน่ะ มันห้ามกันได้ที่ไหน”

“ก็ไม่ได้ห้ามนี่”

เขาอมยิ้ม ทำให้ใบหน้าคมดุนั่นคลายความดุลง คนมองเองก็กะพริบตาปริบๆ เหมือนได้เห็นเป็นบุญตาเลยก็ว่าได้ ไทเกอร์ยิ้ม! ถึงจะเป็นการอมยิ้มก็เหอะ แล้วความทะเล้นลืมตัวของลอออร ก็ทำให้หล่อนยื่นมือทั้งสองไปที่แก้มเขาโดยอัตโนมัติ

“พี่ไทเกอร์ยิ้มเป็นด้วย นี่ค่ะต้องยิ้มอีกนิดๆ ต้องแยกเขี้ยวยิงฟันอีกหน่อย แบบนี้ๆ”

มือน้อยๆ คู่นั้นกำลังยุ่งวุ่นวายกับการช่วยเขายิ้ม กลายเป็นหยิกแก้มเขาไปแล้ว

“อะแฮ่ม!

 คนทำเหมือนจะรู้ตัวว่าไปแหย่...เสือ...เข้าเสียแล้ว เจ้าหล่อนยิ้มแหย แล้วเอามือลง พร้อมกับแสร้งนั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อย แล้วหันมามองเขาพลางทำตาโต

“เห็นพี่ไทเกอร์ยิ้มแล้วตาหวานลืมตัว แหะๆ จะไม่ทำอีกแล้วอะค่ะ”

“อื้ม”

ตอบได้เพียงแค่นั้น แล้วก็แกล้งกระแอมกระไอ...เหมือนจะพยายามกลั้นอะไรบางอย่างไว้

หูของพ่อเสือยังคงแดงเรื่ออีกนาน

หัวใจของเขาก็เต้นเร็วกว่าปรกติ

ไอ้...ปากนี่ก็ยังไงจะกระตุกยิ้มให้หล่อนได้ใจ

ยัยตัวแสบตาหวาน...

ไทเกอร์รำพึงบางอย่างในใจ ขณะที่ลอบมองคนตัวเล็กข้างๆ เขา ที่ตอนนี้หยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น พร้อมกับลอบถอนใจ

ถ้าเขาเกิดมาเสียคนตอนนี้เข้า...เพราะเด็กนี่...จะเป็นยังไงนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

2 ความคิดเห็น