คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [Fic FFXV] - Our Game - [Fic FFXV] - Our Game - | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
- - - - - - - - - - - - - - - - -




- - - - - - - - - - - - - - - - - 

Title : Our  Game

Fandom : Final Fantasy XV

Pairing : GladyPromp

Warning : คู่นี้เป็นเรือเล็กและฟิคนี้ก็เพื่อสนองนีทและมาจากความเมากาวล้วนๆ  ถ้าคาร์แรคเตอร์แตกหรืออย่างไรต้องกราบขออภัยนะคะ / โดมิโนเป็นเกมที่สนุกมาก  แนะนำให้ลองเล่นก่อนอ่านหรืออ่านเสร็จแล้วไปเล่นจะฆ่าเวลาได้ดีมากค่ะ



ฝากอ่านและ comment ติชมเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ♥



photo cr. : Twitter @bestofgladio

ขอบคุณธีมสวยๆจาก

cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ก.พ. 60 / 22:31



 

 

แชะ!

 

 

เสียงกดชัตเตอร์ของกล้องยี่ห้อดีดังขึ้นพร้อมกับแสงแฟลชที่สาดใส่หน้าเจ้าชายน๊อคทิส  ลูซิส  เจลัมแบบเต็มๆ

 

 

ดวงตาสีน้ำเงินค่อยๆปรือเปิดขึ้นอย่างหงุดหงิดหลังถูกรบกวนการ งีบก่อนมื้อเย็น จากปาปารัสซี่ตัวแสบขาประจำ  น๊อคทิสคิ้วขมวดทันทีเมื่อเห็นพรอมโต้ยืนจังก้ากลางเต็นท์หลังใหญ่พร้อมกับหันเลนส์กล้องมาทางเขา  ดูก็รู้แล้วว่าเจ้าตัวคงได้ช๊อตเด็ดๆไปเก็บไว้เป็นที่ระทึกอย่างแน่นอน

 

 

ถึงน๊อคทิสจะมั่นใจว่าตัวเองดูดีแค่ไหนแต่เขาก็ไม่โอเคหรอกนะถ้าจะมีรูปตัวเองตอนหลับน้ำลายยืดในกล้องของคนอื่นโดยเฉพาะกล้องของเพื่อนสนิท

 

 

“ตื่นได้แล้วฝ่าบาท~

 

 

พรอมโต้กล่าวอย่างสดใส  น๊อคทิสชันตัวขึ้นนั่งขัดสมาธิขยี้ตาอย่างงัวเงีย  คงเป็นเพราะวันนี้ต้องต่อสู้ในภารกิจตลอดทั้งวันทำให้เขารู้สึกอ่อนเพลียและชิงเอนหลังหลับทันทีเมื่อกลาดิโอ้กางเต็นท์สำหรับตั้งแคมป์เสร็จ

 

 

“อืม...”  องค์ชายแห่งลูซิสครางรับในลำคอ  “ได้เวลากินข้าวแล้วหรอ”

 


“ยังหรอก  อิกนิสกำลังเริ่มทำน่ะ”

 

 

“ฉันบอกให้ปลุกหลังมื้อเย็นเสร็จไม่ใช่รึไง”

 

 

“ฉันไม่ได้ปลุกสักหน่อย  นายต่างหากล่ะที่ตื่นมาเอง  อย่าโทษกันสิน๊อคโตะ!

 

 

ว่าแล้วก็...

 

 

แชะ!

 

 

            ช๊อตตอนกำลังป้องปากหาวของน๊อคทิสถูกถ่ายเก็บไว้เป็นที่เรียบร้อย

 

 

          “...พอเถอะน่า..”  คนถูกถ่ายแบบไม่ทันตั้งตัวพึมพำเชิงบ่น

 

 

          “แต่นายตื่นมาก็ดีแล้วล่ะ”  พรอมโต้พูดต่อพร้อมกับเก็บกล้องลงกระเป๋าเสื้อ  “นอนหัวค่ำแล้วไปตื่นกลางดึกไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ  ยิ่งต้องทนฟังเสียงกลาดิโอ้ตอนกรนด้วยแล้วยิ่งเลวร้ายสุดๆไปเลย”

 

 

          “อือ...”

 

 

          “อิกนิสกำลังเตรียมทำเมนูโปรดของฉันด้วยล่ะ  สเต็กซี่โครงผัดเผ็ดไง!  นายจำได้มั้ย  ครั้งล่าสุดที่พวกเราได้กินก็เมื่อนานมาแล้วนู่นนน”

 

 

          “อือ...”

 

 

          “อ้า!  โถ่!  พูดอะไรบ้างสิน๊อคโตะ!

 

 

          “น่าอร่อยจังเลยน้า”

 

 

          “ประชดกันเห็นๆเลย!

 

 

          พรอมโต้โวยวายใส่น๊อคทิสที่นั่งอมยิ้มอย่างขบขัน  องค์ชายรูปงามค่อยๆลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ  ชายผมทองเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักตื่นเต็มที่แล้วก็กระโจนออกจากเต็นท์  เดินกลับไปหาอิกนิสเพื่อเตรียมเป็นลูกมือช่วยอีกฝ่ายทำอาหาร  แม้ว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากช่วยจัดเก้าอี้และยืนดูเป็นกำลังใจก็ตาม

 

 

          น๊อคทิสก้าวขาออกจากเต็นท์  หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเจอแสงจากกองไฟร้อนระอุตรงกลาง  กลาดิโอ้ที่นั่งอยู่ไม่ไกลยกมือขึ้นทักทายเขาพอเป็นพิธีก่อนจะกลับไปก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเล่มโปรดต่อ  เจ้าชายตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ผ้าใบ  เหม่อมองทิวทัศน์บนเชิงผารอบกาย  ปล่อยตัวเองไปกับอารมณ์

 

 

          ฝ่ายพรอมโต้ที่ยืนด้อมๆมองๆอิกนิสประกอบอาหารเริ่มรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้านิ่วคิ้วขมวด  มือที่สวมถุงมือลูบคางอย่างพินิจพิเคราะห์  ร่างสูงโปร่งๆนั่งยองๆจ้องมองภายในกล่องเก็บเสบียงผ่านแว่นตาเหมือนกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง

 

 

          “นี่  พรอมโต้”

 

 

          “อะไรหรอ ?”

 

 

          แชะ!

 

 

          ช็อตราชหัตถเลขากำลังหมุนคอมาพร้อมกับอ้าปากหวอถูกเก็บไว้ในกล้องถ่ายรูปไปอีกราย  นับเป็น Moving Shot ที่พรอมโต้รู้สึกภูมิใจลึกๆ

 

 

          แต่อิกนิสไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยที่ตัวเองโดนถ่ายรูปหลุด  เขายังคงเอ่ยสิ่งที่ตั้งใจจะพูดต่อ

 

 

          “ฉันมีเรื่องบางอย่างอยากจะบอกนาย”

 

 

          “ว่ามาเลย  อยากให้ฉันคนนี้ช่วยอะไรก็แค่สั่งมา!

 

         

          พรอมโต้ยกนิ้วโป้งชี้เข้าหาตัวเอง  อิกนิสยืนขึ้นเต็มความสูง  เขานิ่งไปสักพักก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

 

          “เนื้อสำหรับทำสเต็กซี่โครงดูเหมือนจะหมดแล้ว”

 

 

          “เอ๋!!!!!!

 

 

          พรอมโต้หวีด(?)ร้องเสียงยาวเหยียด  ทำเอาสองหนุ่มที่นั่งอยู่อีกมุมสะดุ้งโหยง

 

 

          “จริงๆแล้วก็ไม่เชิงหมดหรอก  เพียงแต่มันเหลือชิ้นเดียว  ซึ่งนั่นไม่มีทางพอสำหรับพวกเราสี่คน”  อิกนิสยกแขนทั้งสองข้างเท้าเอว  ถอนหายใจออกมาสั้นๆ  “โชคดีที่ยังเหลือบะหมี่อีกสามถ้วย”

 

 

          “ไม่เห็นจะโชคดีเลย!  นายตัดแบ่งให้ได้สี่ส่วนไม่ได้เลยหรออิกนิส ?”

         

 

          “ฉันไม่คิดว่านั่นจะเป็นทางออกที่ดีหรอกนะ  ขืนทำแบบนั้นพวกเราคงได้กินแต่เศษเนื้อติดกระดูก  ไม่พอเป็นพลังงานสำหรับเดินทางต่อวันพรุ่งนี้แน่ๆ”

 

 

          อิกนิสยังคงอธิบายถึงสถานการณ์ของอาหารเย็นด้วยสีหน้าขึงขังไม่ต่างจากเวลาวางแผนรบกับศัตรู  เพียงแต่ในครั้งนี้คนที่เขากำลังเผชิญหน้าด้วยไม่ใช่กองทัพหุ่นยนต์ของจักรวรรดิแต่เป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบที่ทำทรงผมเหมือนนกโจโคโบะ

 

 

          หน้าใสๆของพรอมโต้หมองลงจนดูจ๋อย  เขาเบ้ปากออกมาเมื่อรู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้กินอาหารจานโปรดพร้อมกับเพื่อนๆคนอื่นในคณะเดินทาง

 

 

          “ถ้างั้นก็หมายความว่า...”  เจ้าชายน๊อคทิสเปรยขึ้นบ้างหลังจากนั่งฟังเรื่องราวมาตลอด  “จะมีแค่หนึ่งในพวกเราเท่านั้นที่ได้กินสเต็กซี่โครงอะไรนั่นงั้นสินะ ?”

 

 

          “อา  ถูกต้อง”  อิกนิสพยักหน้า  “ขอโทษด้วยที่ฉันสะเพร่าไม่เช็คเสบียงให้ดีก่อน  ไม่อย่างนั้นพวกนายที่เหลือคงไม่ต้องกินบะหมี่ถ้วยกันแบบนี้”

 

 

          “เอาน่า  เดี๋ยวขับเข้าเมืองเมื่อไหร่ก็มีอะไรดีๆให้กินเองนั่นแหละ”

 

 

          องค์รัชทายาททำเสียงเนือยๆ  น๊อคทิสไม่ค่อยซีเรียสเรื่องอาหารการกินเท่าไหร่อยู่แล้วตราบใดที่มันไม่มีผัก

 

 

          “แต่ก่อนอื่นปัญหาของเราคือใครจะได้เป็นคนกินชิ้นเนื้อชิ้นสุดท้ายนั่นเป็นมื้อเย็นวันนี้”

         

 

          กลาดิโอ้โยนหนังสือเล่มหนาเข้าไปในเต็นท์แล้วผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจนน๊อคทิสที่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ตกใจจนเกือบจะเรียกดาบประจำกายออกมาเพราะคิดว่ามีปีศาจหมียักษ์วาร์ปมาโผล่กลางแคมป์ไฟ

 

 

          “แล้วจะทำยังไงดีล่ะ  ให้ตัดสินใจกันแบบนี้มันใจร้ายจะตาย!”  พรอมโต้ส่งเสียงตัดพ้องอแง  แต่แล้วน้ำเสียงนั่นก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาคิดอะไรบางอย่างออก  “อ้ะจริงสิ!  กลาดิโอ้ชอบนิชชินมากใช่มั้ยล่ะ  นายคงจะไม่อยากกิ--”

 

 

          “ฝันไปเถอะพรอมพ์  สเต็กฝีมืออิกนิสฉันก็อยากกินไม่แพ้นายเหมือนกัน”

 

 

          โล่แห่งราชาตัดบทแทบจะทันที  สำหรับเขาแล้วก็จริงที่บะหมี่นิชชินยอดรักนั้นเป็นของโปรดปราน  แต่มันก็เป็นสิ่งที่หากินได้ตลอดๆผิดกับสเต็กซี่โครงของอิกนิสที่ค่อนข้างจะแรร์กว่า

 

 

          พรอมโต้  อาร์เจนทัมเองก็ไม่ได้อยากจะเอาแต่ใจยึดซี่โครงผัดเผ็ดไปกินคนเดียวเลย  แต่ในเมื่อสถานะการณ์บีบบังคับแบบนี้ก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากชักแม่น้ำทั้งห้า ยัดเยียดข้อหาให้คนอื่นแบบอ้อมๆ

 

 

          แต่ดูเหมือนมันจะใช้ไม่ได้ผลกับชายร่างใหญ่กล้ามโตซะแล้ว  เพราะฉะนั้นก็เหลือแค่น๊อคทิสที่บางทีอาจจะพอเจรจาด้วยได้บ้าง

 

 

          “นี่  น๊อคโตะ~”  เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยานๆ  “สเต็กซี่โครงผัดเผ็ดน่ะผักมันเยอะมากๆเลยน้า  นายคงไม่ชอบใช่มั้ยล่ะ”

 

 

          “ค่อยเขี่ยออก”

 

 

          “โถ่...”

 

 

          สุดท้ายแล้วมือปืนประจำกลุ่มก็หมดหนทางเพราะดูเหมือนคู่แข่งคนอื่นจะไม่ยอมอ่อนข้อเลยแม้แต่น้อย  พรอมโต้หันกลับไปส่งสายตาเว้าวอนขอความช่วยเหลือจากอิกนิสที่ส่งยิ้มบางๆแทนความเห็นใจในแบบของเจ้าตัว

 

 

          ดูจากการแสดงออกของแต่ละคนแล้วก็คงไม่มีใครยอมกันง่ายๆ  เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่จะตัดสินทุกอย่างโดยไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบเห็นทีจะต้องพึ่งเรื่อง...

 

 

          ดวง

 

 

          “ทำไมถึงไม่ตัดสินกันด้วยเกมแบบที่พวกนายชอบเล่นกันล่ะ”

 

 

          คำพูดของอิกนิสทำให้พรอมโต้ทำตาโต  ชายหนุ่มผมสีเหลืองอำพันทุบกำปั้นลงกับฝ่ามือเมื่อในที่สุดก็หาทางออกของปัญหานี้ได้สำเร็จ

 

 

          “จริงด้วยสินะ!  เรามาเล่นโดมิโนกันเถอะทุกคน!

 

 

          “หา!?”

 

 

          เสียงย้อนแย้งของเจ้าชายดังขึ้นตามมา

 

 

          “ตัดสินกันในตาเดียวเลยเป็นไง  ใครชนะก็จะได้ซัดสเต็กซี่โครง  แต่จะบอกอะไรให้น้า  ฉันมั่นใจว่าวันนี้เทพธิดาแห่งชัยชนะจะต้องอยู่ข้างฉันแน่นอน!

 

 

          “เป็นความคิดที่ไม่เลวนี่  ฉันเอาด้วย!  เตรียมแพ้ไปได้เลยพรอมโต้!” 

 

 

กลาดิโอ้เป็นคนแรกที่เสนอตัวเข้าร่วมเกมชิงมื้อเย็น  ตามด้วยอิกนิสที่พับแขนเสื้อเชิ้ตของตนขึ้นถึงศอกเตรียมพร้อมเสร็จสรรพเหมือนจะออกศึกและคว้าชัยชนะมาให้ได้

 

 

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็คงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะนะ”  ราชหัตถเลขาหันไปถามความเห็นจากองค์ชายที่ยังคงนั่งเท้าคางทำสีหน้าลำบากใจ  “แล้วนายล่ะ  น๊อคโตะ”

 

 

น๊อคทิสเริ่มจะคิดหนัก  ครั้งก่อนที่เล่นปาลูกดอกกันในห้องพักของโรงแรมพรอมโต้ก็ชนะเขาไปได้อย่างน่าเจ็บใจ  มาครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าสหายในวัยเรียนคนนี้จะมีโชคเข้าข้างอย่างที่ว่าจริงๆรึเปล่า

 

 

บางทีเขาอาจจะเป็นเจ้าชายที่ไม่มีดวงเลยก็ได้

 

 

“ว่าไงล่ะฝ่าบาท  จะยอมแพ้ไปก่อนแล้วนั่งกินบะหมี่ถ้วยดูพวกกระหม่อมเล่นก็ไม่ว่าหรอกนะ”

 

 

แต่แล้วเสียงยียวนของกลาดิโอ้ก็ทำให้น๊อคทิสคิ้วกระตุก  เขาเบนสายตามององครักษ์ที่ยืนกอดอกเลิกคิ้วใส่เขาอย่างหยามเหยียด

 

 

กลาดิโอ้มักจะเป็นคนที่รู้เสมอว่าเขากำลังคิดอะไรและบ่อยครั้งก็มักจะเป็นคนที่พูดจาอะไรปลุกใจเข้าได้ด้วย  แม้คำพูดแต่ละคำมักจะเหมือนมีดที่เชือดเฉือนหัวใจคนฟังก็เถอะ  แต่ก็นี่แหละกลาดิโอลัส  อามิซิเทีย  นอกจากกับน้องสาวแล้วก็ไม่เคยเห็นเขาพูดจานุ่มนวลกับใครอีกเลย

 

 

และครั้งนี้เองก็เช่นกัน  คำพูดของชายร่างยักษ์จุดไฟบางอย่างในตัวองค์รัชทายาท  เห็นที่เขาคงต้องยอมเสี่ยงเพื่อข้าวเย็นอันแสนอร่อยดูบ้างแล้ว

 

 

“ฉันเอาด้วย”  น๊อคทิสยืนขึ้นพลางทำสีหน้าจริงจัง  “สเต็กซี่โครงจะต้องเป็นของฉันคนนี้คนเดียว”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 










ท่ามกลางความเงียบสงัดของผืนป่ายามค่ำคืน  มีเพียงแค่เสียงจิ้งหรีดและเสียงกึกกักของฟืนที่ถูกเผาอยู่กลางแคมป์เท่านั้นที่ทำให้รู้สึกว่าที่นี่ยังไม่ใช่ป่าช้า

 

 

4  หนุ่มคณะเดินทางต่างพากันนั่งล้อมเป็นวงกลมกันคนละมุมไม่มีใครพูดอะไรออกมา  บนมือแต่ละคนมีโดมิโนพลาสติกสีดำที่คละแบบคละจำนวนกันไป 

 

 

การจะตัดสินหาผู้ชนะในเกมนี้นั้นง่ายนิดเดียวเพียงแค่โดมิโนบนมือใครหมดก่อนคนคนนั้นก็จะเป็นเดอะวินเนอร์และได้กินสเต็กฝีมืออิกนิสในขณะที่คนอื่นต้องยอมซดบะหมี่ถ้วยกันไปตามกฎกติกา

 

 

ผู้ที่มีแววว่าจะคว้าชัยในตอนนี้ยังไม่ชัดเจน  แต่ละคนมีจำนวนโดมิโนในมือน้อยใกล้เคียงกันหมด  เพราะฉะนั้นบรรยากาศก็เลยตึงเครียดพอสมควร

 

 

แต่คนที่ดูจะซีเรียสกว่าใครเพื่อนเลยก็คือพรอมโต้  อาร์เจนทัม

 

 

เด็กหนุ่มอายุยี่สิบเป๊ะจ้องโดมิโนตัวอื่นที่ถูกวางลงบนพื้นเรียงต่อกันจากการเล่นตาก่อนๆจนดวงตาสีครามคู่นั้นแทบจะหลุดลงมาแปะบนพื้นหญ้า  พรอมโต้ดูตั้งหน้าตั้งตาเล่นมากจนแทบจะลืมหายใจ

 

 

มีของโปรดเป็นเดิมพันทั้งที  ใครบ้างที่จะไม่ทุ่มสุดกำลัง

 

 

บนมือของเขาเหลือโดมิโนแค่สองตัว  เท่ากับของกลาดิโอ้และน๊อคทิสซึ่งตานี้เป็นตาที่เจ้าชายเพื่อนซี้จะต้องลงพอดี

 

 

เจ้าชายแห่งอาณาจักรลูซิสนั่งเท้าคางวางศอกบนขาเคาะนิ้วกับโดมิโน  ท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิดอย่างมีแผนการ  แต่แท้จริงแล้วกลับตรงกันข้าม  เขาแค่อยากจะเก๊กท่าให้ดูเหมือนตัวเองมีภูมิมีแผนและน่ากลัวเท่านั้น  เพราะยังไงซะเกมนี้ก็วัดกันที่ดวงอยู่แล้ว  คิดวิเคราะห์ให้หนักสมองไปก็เปล่าประโยชน์

 

 

แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีความจำเป็นต้องทำฟอร์มให้เมื่อยอีกแล้ว

 

 

“...บ้าเอ๊ย..”

 

 

เสียงทุ้มสบถอย่างหัวเสีย  สุดท้ายแล้วก็คือน๊อคทิสต้องจั่วโดมิโนจากในกองขึ้นมาบนมือเพราะองครักษ์ของเขาเหมือนจะรู้ทันดันลงแต้มเลขสามดักไว้ซึ่งเป็นแต้มที่เขาไม่มีในครอบครองเลย

 

 

วิแรกเกือบจะคิดว่าโชคคงไม่เข้าข้างเขาอีกแล้ว  แต่ดูเหมือนว่าจะยังพอมีหวังเล็กน้อย  เจ้าชาย(ผู้น่าสงสาร)หงายโดมิโนขึ้นมามองและพบว่าแต้มมันตรงกับที่กลาดิโอ้ลงไว้ตาเมื่อกี้พอดี

 

 

น๊อคทิสโล่งอก  ตัดสินใจวางโดมิโนที่จั่วได้ลงต่อเป็นแถวยาว  เท่ากับว่าตอนนี้เจ้าชายผู้ไม่บริโภคผักยังคงเหลือโดมิโนบนมือสองตัวเหมือนเดิม

 

 

พรอมโต้สูดลมหายใจเข้าอย่างเสียวสันหลัง  โชคดีที่เป็นตาของอิกนิสต่อเพราะแต้มที่น๊อคทิสลงมันไม่มีในมือเขา  แต่ก็ยังต้องลุ้นอยู่ดีว่าตัวที่อิกนิสจะลงต่อนั้นเขาจะมีหรือไม่  มันจะต่อชีวิตเขาหรือดับชีพให้ต้องจั่วเพิ่มอีกรึเปล่า

 

 

เมื่อถึงตาของชายหนุ่มสวมแว่น  อิกนิสก็ยกมือขึ้นลูบคาง  คิ้วขมวดเข้าหากัน  แต่นี่ไม่ใช่แค่การทำท่าให้เท่ไปงั้นๆเหมือนน๊อคทิส  ใครๆก็รู้ว่าคนที่จริงจังไปซะทุกเรื่องอย่างเลขาส่วนพระองค์ย่อมกำลังวางแผนอย่างแยบยลเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะเป็นแน่

 

 

ดวงตาคมกริบหลังแว่นหนาเตอะกวาดสายตามองหยั่งเชิงคู่แข่งอีกสามคนที่เหลือ  น๊อคทิสมีโดมิโนสองตัว  เขามีสาม  พรอมโต้สอง ส่วนกลาดิโอ้ก็เหลือสอง

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นในส่วนของจำนวนโดมิโนในมือก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ  เพราะฉะนั้นเขาจะยังประมาทหรือตัดสินว่าควรต้องระวังใครเป็นพิเศษไม่ได้

 

 

อันที่จริงเขาควรจะระวังทุกคนนั่นแหละ  เพราะตอนนี้เขาตามหลังคนอื่นๆอยู่ด้วยจำนวนของโดมิโนบนมือที่มีมากกว่า

 

 

“รีบๆลงซะทีอิกนิส  นายคิดนานเกินไปแล้วนะ”

 

 

พรอมโต้ร้องเตือนเพราะเจ้าตัวเริ่มจะอยู่ไม่สุข  รู้สึกกระสับกระส่ายยิ่งกว่าเวลาปวดฉี่กลางทางแล้วคนขับรถไม่ยอมจอดแวะข้างทางให้

 

 

อิกนิสไม่ได้พูดอะไรต่อ  มือในถุงมือหนังสีดำวางโดมิโนลงเบาๆเหมือนกลัวว่ามดที่นอนอยู่ในพื้นหญ้าจะตื่น

 

 

ทันทีที่พรอมโต้ซึ่งนั่งลุ้นมานานเห็นแต้มโดมิโนของอิกนิส  หนุ่มน้อยผู้หลงใหลโจโคโบะก็เด้งตัวลอยขึ้นจากพื้นทันทีจนเกือบจะเรียกว่าเป็นกระโดดก็ได้

 

 

“เยี่ยม!!  ฉันเหลือแค่ตัวเดียวแล้วล่ะ!!

 

 

ชายหนุ่มผมสีทองกู่ร้องดีใจออกมาพร้อมกับปาโดมิโนตัวที่มีแต้มพอดีลงกับพื้นแล้วชูกำปั้นขึ้นฟ้าทำหน้าเบิกบานอย่างกับชนะไปแล้ว  ลำบากอิกนิสต้องหยิบโดมิโนผู้เคราะห์ร้ายตัวนั้นมาวางต่อจากของเขาดีๆให้เรียบร้อย

 

 

พรอมโต้กระดี๊กระด๊าขึ้นมาทันทีผิดกับเมื่อตะกี้ที่ยังทำหน้าเครียดเหมือนคนอึไม่ออก  ร่างผอมบางในแจ๊คเกตแขนกุดโยกตัวเต้นไปมา  ยังไงซะไม่ว่าใครจะลงตัวไหนต่อตอนนี้เขาก็คือคนที่ใกล้จะถึงเส้นชัยที่สุดแล้ว

 

 

แต่ทว่า...

 

 

“หึ...”

 

 

เสียงแค่นหัวเราะในลำคอจากกลาดิโอ้ที่นั่งอยู่ที่พื้นก็ทำให้คนที่กำลังดีใจยิ่งกว่าถูกหวยหยุดชะงักลงทันที  เขาขมวดคิ้วอัตโนมัติ  หันคอไปทางชายตัวโตช้าๆพร้อมกับทำตาโตอย่างหวาดระแวง

 

 

“โทษทีนะพรอมพ์  แต่ดูเหมือนเทพธิดาอะไรนั่นจะอยู่ข้างฉันมากกว่านายซะแล้วล่ะ”

 

 

ปึก!!

 

 

“ดับเบิ้ล”

 

 

โล่แห่งราชากระแทกโดมิโนสองตัวสุดท้ายบนมือลงพร้อมกับยิ้มอย่างผู้ชนะ

 

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก  ไม่จริงน่า!!!

 

 

เสียงโหนหวยดังออกมาจากปากของพรอมโต้  อาร์เจนทัมที่กลายเป็น นก ไปอย่างสมบูรณ์แบบ  หนุ่มน้อยผู้รักการถ่ายรูปและสเต็กซี่โครงทรุดลงไปนั่งกับพื้นพร้อมกับดิ้นไปดิ้นมาท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของกลาดิโอ้และสายตาขององค์ชายน๊อคทิสที่ถึงกับเอามือกุมหน้าผาก  เขาไม่เคยชินกับท่าทีเป็นเด็กๆของเพื่อนสนิทคนนี้ได้เลย

 

 

“สรุปแล้วผู้ชนะคือกลาดิโอ้สินะ”

 

 

มีเพียงอิกนิสที่ยังคงพูดอย่างสงบนิ่ง  แต่ลึกๆแล้วเขาก็เจ็บใจไม่น้อยเหมือนกัน

 

 

“อย่าลืมที่สัญญาไว้ล่ะอิกกี้!

 

 

“เข้าใจแล้ว  จะไปทำให้เดี๋ยวนี้แหละ”

 

 

อิกนิสลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษดินตามลำตัวก่อนจะผินหลังเดินกลับไปทางโต๊ะอุปกรณ์ทำอาหาร  เหลือเพียงแต่พรอมโต้ที่นอนคว่ำหน้ากับพื้นเพราะดิ้นจนหมดแรงและเจ้าชายน๊อคทิสซึ่งทำสีหน้าเบื่อหน่ายและค่อนข้างจะหมดหวังกับชีวิตตัวเอง

 

 

“แพ้แบบนี้ทุกทีเลยสินะ...”

 

 

น๊อคทิสเอนตัวลงช้าๆหลับตานอนพิงกับกระเป๋าสัมภาระ  แม้ว่ากลาดิโอ้จะไม่ชอบท่าทีเฉื่อยชาของเจ้าชายในการอารักขาสักเท่าไหร่  แต่ถ้าเรื่องเกมเล็กๆน้อยๆแค่นี้ก็คงไม่มีปัญหา  รอให้เป็นเรื่องของภารกิจ  บทบาทหน้าที่ของรัชทายาทหรือการต่อสู้ดูสิ  การสั่งสอนด้วยกำลังและคำพูดสะเทือนไส้ติ่งในแบบของเขาคงได้เปิดฉากขึ้นแน่ๆ

 

 

แต่ว่าตอนนี้คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือพรอมโต้

 

 

“เฮ้ย!  ลุกได้แล้วน่า  จะมุดเข้าไปอยู่ในดินรึไง”

 

 

กลาดิโอ้ใช้มือผลักไหล่เล็กจนคนโดนผลักกลิ้งหลุนๆกลับมานอนหงายกางแขนกางขาเป็นปลาดาวเกยตื้น

 

 

“...สเต็กซี่โครงของฉัน....”  สหายรักแห่งองค์ชายครวญคราง  “นายจะต้องโกงอะไรแน่ๆเลยกลาดิโอ้!

 

 

“เฮ้ยๆ  แพ้เองก็อย่ามากล่าวหากันสิฟะ”

 

 

พรอมโต้ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้  เขาอยากจะดิ้นไปดิ้นมาอีกสักร้อยรอบถ้าไม่ติดว่าตอนนี้เขาหิวมากๆจนไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะต่อล้อต่อเถียงกลาดิโอ้  มือบางๆที่ใช้ถือปืนยามต่อสู้ยันร่างกายของตัวเองกับพื้นหญ้าแล้วพยุงตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินคอตกไปทางอิกนิสที่หยิบนิชชินคัพนูดเดิ้ลออกมาวางอย่างรู้งาน

 

 

ท่าทางที่ไม่สดใสร่าเริงเหมือนหมาหงอยถูกจ้องมองผ่านดวงตาสีอำพัน  ไม่บ่อยนักที่คนๆนี้จะแสดงอาการแบบนี้ให้เห็นเพราะเจ้าตัวเป็นคนที่กระตือรือร้นและซุกซนตลอดเวลา

 

 

และเพราะแบบนี้ทำให้กลาดิโอ้เริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 














พรอมโต้  อาร์เจนทัมนั่งซึมอยู่ที่เชิงผาไม่ไกลจากแคมป์ไฟ  ในมือประครองถ้วยบะหมี่ที่ยังไม่ลดปริมาณลงแต่แต่ถูกวางทิ้งไว้เฉยๆให้ขึ้นอืดและเย็นชืดจนไม่หลงเหลือความอร่อย  ใบหน้าหวานล้ำแม้จะเป็นบุรุษดูหม่นหมองและเหม่อลอย 

 

 

อยู่ดีๆเขาก็รู้สึกไม่อยากจะทำอะไร  พูดจาสนทนากับใคร  หรือกระทั่งกินมื้อเย็นแม้ท้องจะส่งเสียงเรียกร้องมากแค่ไหนก็ตามจนบะหมี่ที่เคยส่งกลิ่นควันหอมฉุยกลับเหลือแค่เส้นจืดๆกับน้ำซุปที่เย็นแล้วเท่านั้น

 

 

เขายอมรับว่ากำลังรู้สึกนอยด์เรื่องเกมโดมิโนที่ตัวเองดันแพ้ไม่เหลือท่าเมื่อตะกี้นี้  อุตส่าห์ทุ่มซะสุดตัวและคาดหวังมากว่าตัวเองจะต้องชนะและได้เป็นคนสวาปามสเต็กซี่โครงผัดเผ็ดฝีมืออิกนิสอย่างมีความสุข

 

 

แต่ก็ดันมาพลาดให้กับหมียักษ์จอมพลังผู้พิศวาทบะหมี่นิชชิน...

 

 

พรอมโต้ก้มหน้าลงมองบะหมี่ถ้วยในมือ  เขาไม่อยากจะทำตัวงี่เง่าหรืองอนเป็นเด็กสามขวบเพราะนี่อายุก็ปาเข้าไปเลขสองแล้ว  แต่ความรู้สึกก็เป็นสิ่งที่ใช่ว่าจะห้ามกันได้ง่ายๆ

 

 

มันน่าเจ็บใจจริงๆนี่นา...

 

 

ผู้ใช้ปืนคิดในใจ  เขาหยิบส้อมขึ้นมาคนๆเส้นบะหมี่สีเหลืองแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะม้วนเส้นขึ้นมาใส่ปากรับประทาน

 

 

จนกระทั่ง...

 

 

โป้ก!!

 

 

“โอ้ย!

 

 

จู่ๆก็มีอะไรบางอย่างแข็งๆกระแทกเข้าที่กลางศีรษะทำให้พรอมโต้กระเด็นหลุดออกมาจากจากภวังค์ความคิด  เขายกมือขึ้นลูบหัวตัวเองปอยๆแล้วหันมองคนที่เดินมาอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้และแอบลอบทำร้ายเขาด้วยจานกระเบื้อง

 

 

“กะ...กลาดิโอ้!

 

 

คนที่ยืนตระหง่านอยู่คือชายร่างใหญ่โตเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวมเสื้อแจ็คเก็ตไม่ติดกระดุม  เจ้าของนามขมวดคิ้วมองพรอมโต้อย่างสงสัย  ในมือถือจานอาหารเย็นซึ่งไม่ต้องถามก็รู้ว่าคงเป็นจานสเต็กซี่โครง  ของรางวัลอันล้ำค่าจากชัยชนะในเกม

 

 

“มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียว”

 

 

“อ้อ  เปล่าๆ  ฉันเห็นว่าวิวมันสวยดีเลยมานั่งถ่ายรูปอ่ะ”

 

 

“แต่กล้องนายอยู่ตรงนู้น”

 

 

“อ่า...งั้นหรอ”

 

 

นอกจากทักษะการถ่ายรูปแล้วก็คงทักษะการโกหกให้แนบเนียนนี่แหละที่ยังต้องฝึกอีกมาก

 

 

“....”

 

 

เด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าแหงนหน้าขึ้นมององครักษ์ร่างมหึมาเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดๆ  แต่ทันทีที่สบตาเข้ากับใบหน้าดุดันมากด้วยรอยแผลเป็น  พรอมโต้ก็รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาเคลือบแคลงใจเหมือนจะจับผิดอะไรบางอย่าง

 

 

เมื่อเห็นกิริยาท่าทีที่แปลกไปของสหายร่วมเดินทาง  กลาดิโอ้จึงหรี่ตาลงก่อนจะถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นดินข้างๆ  หันลำตัวเข้าหาอีกคน  ในมือยังคงถือจานสเต็กเอาไว้ไม่ปล่อย

 

 

“เป็นอะไรของนาย  ฉันเห็นแปลกๆไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

 

 

“ไม่มีอะไรหร๊อกก”

 

 

“จะไม่มีอะไรได้ยังไง  เลิกทำนิสัยแบบนี้แล้วพูดความจริงซะที  พรอมโต้”

 

 

“แล้วนายจะขึ้นเสียงทำไมเล่า...”

 

 

พรอมโต้ที่นั่งหันข้างลำตัวให้ยอมหมุนคอมาสบตาผู้พูดแต่โดยดีแม้สีหน้าก็ยังคงอารมณ์เดิม  เขาย่นคิ้วและเบะปากเล็กน้อยจนกลาดิโอ้พอจะเดาออกได้แล้วว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังเป็นอะไร

 

 

“โทษที...” 

 

 

บุตรแห่งตระกูลอามิซีเทียกล่าวแล้วกดน้ำเสียงให้ค่อยลง

 

 

แม้จะอย่างนั้นคนกำลังโกรธก็ยังไม่หยุดทำหน้าหงิกหน้างอ  ดวงตาสีฟ้าสวยหลุบลงมองต่ำ  เลือกใช้ความเงียบเป็นคำตอบแทนว่าเขายังไม่อยากจะพูดอะไรตอนนี้

 

 

แต่กลาดิโอลัสก็ยังไม่ละความพยายาม  ในเมื่อถามดีๆแล้วไม่ตอบเขาก็จะเค้นให้จนมุมไปเลย

 

 

“นายโกรธที่ฉันชนะนายเมื่อกี้รึไง  ?”

 

 

“เปล่าซะหน่อย...”

 

 

“ถ้างั้นเป็นอะไรล่ะ”

 

 

“ไม่มีอะไร  ฉันปกติดี”

 

 

“อิกนิสกับน๊อคโตะเข้าเต็นท์ไปแล้ว  ตอนนี้ข้างนอกเหลือแค่นายกับฉัน”

 

 

ได้ยินแบบนั้นเด็กขี้งอนก็ชำเลืองตามองมายังองครักษ์หนุ่มตัวใหญ่ด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับ

 

 

เป็นอย่างที่กลาดิโอ้คาดเอาไว้  ที่พรอมโต้ไม่ยอมพูดอะไรออกมาแล้วมุบมิบปิดบังทุกอย่างเป็นเพราะกลัวว่าอีกสองคนที่เหลือจะมาได้ยินเข้านั่นเอง

 

 

“ว่าไง”  กลาดิโอ้ถามต่อ  “จะยอมสารภาพได้รึยังว่าที่มานั่งตรงนี้คนเดียวเป็นเพราะไม่พอใจฉัน  ?”

 

 

ร่างบางเม้มปากแน่น  ชั่งใจว่าจะพูดดีหรือไม่

 

 

แม้เขากับกลาดิโอ้จะมีความสัมพันธ์พิเศษๆต่อกันและอิกนิสกับน๊อคทิสก็ทราบดี  แต่เขาก็ไม่อยากจะทำตัวงอแงเหมือนเด็กไม่รู้จักโตหรอกนะ

 

 

ยิ่งอีกฝ่ายเป็นถึงกลาดิโอลัสคนนั้น  คนที่ตัวใหญ่เหมือนหมีควาย  ดุยิ่งกว่ากระทิงและเคยหยอกล้อกันโดยการล๊อคคอเขาจนแทบหายใจไม่ออกตายคาแขนล่ำๆมาแล้ว

 

 

“นายก็รู้ว่าอยู่กับฉันไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรทั้งนั้น  พรอมโต้”

 

 

แต่ในความรุนแรงและแข็งกระด้างของกลาดิโอ้ก็ยังคงมีความอ่อนโยนในแบบของเขาซ่อนอยู่  อาจจะเป็นผลพลอยได้มาจากการมีน้องสาวผู้น่ารักทำให้โล่ผู้อยู่เคียงข้างราชารู้วิธีการประนีประนอมและเข้าหาคนรอบข้าง

 

 

เห็นหน้าบากเป็นโจรป่าแบบนี้  กลาดิโอลัส  อามิซิเทียแคร์คนที่เขารักมากกว่าตัวเองเสมอ

 

 

“...อือ..”

 

 

“ทำเสียงแบบนั้นคิดว่าฉันจะเข้าใจรึไง”

 

 

“..ก็...แค่น้อยใจนิดหน่อย....นิดหน่อยจริงๆนะ  นายไม่ต้องใส่ใจหรอก  ในเมื่อฉันแพ้เองนี่นา”

 

 

“....”

 

 

กลาดิโอ้เงียบเสียงแต่ยังไม่ละสายตาไปจากใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีกระขึ้นเล็กน้อยดูน่ารัก  บวกกับร่างกายที่ถ้าเทียบกับคนอื่นๆในกลุ่มแล้วนับว่าผอมบางที่สุดทำให้พรอมโต้ยิ่งดูเหมือนลูกเจี๊ยบสีเหลืองตัวเล็กๆน่าทะนุถนอม

 

 

คนที่โดนจ้องพอรู้ตัวว่าตัวเองกำลังโดนมองก็ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา

 

 

“...ถือนี่ให้ทีสิ”

 

 

“เอ๋ ?”

 

 

พรอมโต้รับจานสเต็กที่ถูกยื่นมาตรงหน้ามาถือไว้ในมืออย่างงงๆ  เขามองเนื้อย่างสีน้ำตาลที่ยังมีควันร้อนๆพวยพุ่งสลับกับหน้าคมเข้มของกลาดิโอ้ที่อยู่ดีๆก็ไหว้วานอะไรแปลกๆไม่รู้ทั้งๆที่มืออีกข้างของตัวเองก็ยังว่างอยู่

 

 

“ส่งไอ้นั่นมา”

 

 

“นายหมายถึง...นิชชินหรอ ?”

 

 

“เออ”

 

 

“จะเอาไปทำอะไรอ่ะ”

 

 

“ส่งมาเถอะน่า”

 

 

ร่างเล็กกระพริบตาปริบๆแต่ก็ยอมส่งถ้วยบะหมี่เย็นชืดไร้รสชาติให้อีกฝ่ายแต่โดยดี  เพราะถ้าขืนถามอะไรมากไปกว่านี้คนขี้โมโหอาจจะผลักเขาตกหน้าผาเนื่องจากรำคาญก็เป็นได้

 

 

“แล้วนายก็กินเนื้อนั่นไปซะ  ฉันจะกินไอ้นี่เอง”

 

 

“เอ๊ะ!!  ไหงงันล่ะ!  แล้วนายไม่กินแล้วหรอ ?”

 

 

“ไม่ล่ะ  ฉันอยากกินนิชชินที่รักของฉันมากกว่า”

 

 

“แต่ว่านายชนะในเกมนะ  พวกเราตกลงกันไว้แล้วนี่  อยู่ดีๆมาเปลี่ยนแบบนี้มัน....”

 

 

“คนชนะจะสละสิทธิ์มันไม่ได้รึไง”  กลาดิโอ้ถามด้วยน้ำเสียงกระชากปนดุ  “จะจริงจังอะไรนักหนากับเกมบ้าๆนั่น  ที่ฉันสนใจคือนายกำลังงอแงจนไม่ยอมกินข้าวเย็นปล่อยให้ตัวเองแห้งตายต่างหาก”

 

 

“ฉันไม่ได้งอแงซะหน่อย!  มันแค่ไม่หิวเท่านั้นเอง!

 

 

“ไม่หิวแล้วเสียงท้องร้องที่ฉันกำลังได้ยินนี่มาจากเด็กคนไหนหรอ ?”

 

 

พรอมโต้หน้าขึ้นสีโทนร้อน  ยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองทันที  ลืมตัวไปเลยว่ากระเพราะของเขากำลังส่งเสียงประท้วงหลังจากไม่มีอะไรให้ย่อยมาตั้งเกือบชั่วโมง

 

 

“แต่ว่า...”  ชายหนุ่มเรือนผมสีทองยังพยายามต่อความ  “บะหมี่นั่นมันอืดหมดแล้วนะ  คงไม่อร่อยแล้วล่ะ”

 

 

“นายไม่รู้อะไร  นิชชินน่ะไม่ว่าจะกินตอนไหนก็อร่อยทั้งนั้น”

 

 

“นิชชินเป็นบะหมี่จากสวรรค์รึไงนะ”

 

 

พรอมโต้พึมพำอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

 

 

เอาจริงๆเขาก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าคู่สนทนากำลังโกหก  ไม่มีบะหมี่ที่ไหนบนโลกนี้หรอกที่พออืดแล้วจะอร่อย

 

 

กลาดิโอ้แค่อยากจะพูดเพื่อให้เขาสบายใจและยอมรับในการเสียสละของหมอนั่นเท่านั้นเอง

 

 

คิดได้แบบนั้นหนุ่มอายุน้อยก็ลอบยิ้มออกมาอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่

 

 

“ยิ้มอะไรน่ะ”

 

 

“เปล่าๆ!”  พรอมโต้ส่ายศีรษะแล้วฉีกยิ้มกว้าง  “ยังไงก็ขอบคุณมากนะกลาดิโอ้!

 

 

"แค่ขอบคุณไม่พอหรอก"

 

 

"??"

 

 

กลาดิโอ้ใช้จังหวะที่บุรุษตัวเล็กกำลังทำหน้าอึนมึนงงพุ่งตัวอย่างรวดเร็วไปข้างหน้า  ยื่นหน้าไปใกล้ๆหวังจะกดจมูกที่เป็นสันคมของตัวเองเข้ากับแก้มขาวนุ่มนิ่มนั่นด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

 

แต่พรอมโต้ไหวตัวทัน  เขารีบยกฝ่ามือขึ้นแปะเข้ากลางหน้าของคนฉวยโอกาสแล้วผลักอีกฝ่ายให้ถอยออกไปห่างๆจนกลาดิโอ้แทบหงายหลัง

 

 

"อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะ  นายไม่รู้รึไงว่าหนวดของนายมันแหลมบาดหน้าฉันไปหมดแล้ว"

 

 

ผู้เสียหายจากหนวดเคราบ่นจุกจิกใส่จำเลย  ถึงกลาดิโอ้จะชอบลวนลามเขาแบบนี้บ่อยๆเวลาอยู่กันตามลำพังสองคน  แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกชินสักทีเวลาโดนหนวดเคราสากๆเหล่านั้นจิ้มแก้มจนรู้สึกจั๊กจี้

 

 

"รู้สิ  แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่  ไม่งั้นจะให้ฉันทำยังไงล่ะ"

 

 

“ทำยังไงน่ะหรอ...”  พรอมโต้ยกมือกอดอกพลางใช้สมองประมวลผล  “อ้ะ!  คิดออกแล้วล่ะ!

 

 

“คิดอะไรออก  ไม่ใช่ว่าจะให้ฉันไปโกรธหนวดนะ”

 

 

“ไม่หรอกน่า  ฉันชอบนายในสไตล์แบบนี้อยู่แล้ว   แต่ถ้าอยากรู้ล่ะก็เอาหูมาสิ”

 

 

กลาดิโอ้ขยับตัวอีกครั้งโดยเอียงใบหน้าด้านข้างเข้าหาเพื่อให้พรอมโต้กระซิบเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็น  ความลับ  ให้เขาฟังข้างหู  ไม่รู้เหตุผลว่าทำไมต้องลงทุนทำตัวเป็นคู่รักกุ๊งกิ๊งในนิยายที่เขาเคยแอบอ่านของน้องสาวถึงขนาดนี้ทั้งๆที่แค่พูดกันเบาๆเสียงก็ไม่น่าจะดังพอให้น๊อกทิสกับอิกนิสที่อยู่ในเต็นท์ได้ยิน

 

 

ถ้าไม่ใช่พรอมโต้...เขาคงไม่ตามใจทำอะไรไร้สาระด้วยหรอก

 

 

นายอาร์เจนทัมเองเมื่อเห็นพ่อหมีตัวเบิ้มยอมเชื่อฟังก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  เขาชันตัวนั่งคุกเข่า  เอามือป้องหูคนตรงข้ามเอาไว้แล้วทำทีเป็นจะกระซิบกระซาบ  แต่เมื่ออยู่ในระยะที่พอดิบพอดีแล้ว เด็กหนุ่มขี้เล่นก็เปลี่ยนแผนกระทันหัน

 

 

จุ๊บ~

 

 

ริมฝีปากสีธรรมชาติมอบจุมพิตลงเบาๆที่ขมับอย่างรวดเร็วจนถ้าไม่มีสมาธิพอก็คงยากที่จะรู้สึก  พรอมโต้รีบผละออกมาแล้วยิ้มทะลึ่งทะเล้นให้กลาดิโอ้ซึ่งกำลังตาค้างเอามือลูบข้างศีรษะของตัวเองไปมา

 

 

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเขาตั้งตัวไม่ทัน

 

 

“เมื่อกี้...นาย..”

 

 

“นี่แหละที่ฉันคิดออก”  พรอมโต้อธิบายต่อ  “ก็จริงที่ฉันไม่ชอบหนวดแหลมๆของนาย  เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ฉันจะเป็นฝ่ายจูบนายเอง!

 

 

ข้างแก้มที่มีรอยแผลขององครักษ์หนุ่มขึ้นสีจางๆและรู้สึกร้อนจนต้องใช้นิ้วเกาแก้เขิน  เนตรสีน้ำผึ้งเหลือบมองทางอื่นเพราะไม่กล้ามองหน้าคนที่เพิ่งจะขโมยจุ๊บเขาไปเมื่อกี้

 

 

ถึงกลาดิโอลัสจะเป็นคนหน้าหนาหน้าทนและแข็งทื่อ  แต่ประสบการณ์ในเรื่องรักเขาก็ไม่ได้โชกโชนถึงขั้นที่ว่าเป็นฝ่ายถูกกระทำแล้วจะไม่รู้สึกอะไร

 

 

“...อืม....ก็ดีนี่..”

 

 

“ไม่จริงน่า  นายเขินหรอกลาดิโอ้  อย่าเพิ่งนะอย่าเพิ่ง  ขอฉันเก็บรูปนายตอนนี้ไว้ก่อน”

 

 

“ไม่ใช่ซะหน่อย!  อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะพรอมพ์!

 

 

แขนกำยำมีรอยสักรีบฉุดรั้งร่างของพรอมโต้ไว้เมื่อเจ้าตัวลุกขึ้นเตรียมจะวิ่งไปหยิบกล้องคู่ใจมาถ่ายช๊อตน่าอายของเขา  ไม่อย่างนั้นถ้าอีกสองคนที่เหลือมาเห็นรูปนี้เข้า  เขาได้โดนล้อทั้งวันทั้งคืนแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่หารู้ไม่ว่าเรื่องราวทั้งหมดและทุกโสตเสียงทุกคำพูด...น๊อคทิสและอิกนิสได้ยินชัดแจ๋วยิ่งกว่าไปนั่งอยู่ข้างๆ

 

 

ราชหัตถเลขาทำเป็นไม่ใส่ใจเพราะเขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของคนสองคนข้างนอกนั้นเป็นอย่างไร  หนักกว่านี้เขาก็เคยเจอมาแล้ว  อย่างเช่นเมื่อหลายวันก่อนที่ตั้งแคมป์พักกันในป่า  ด้วยความที่เป็นคนตื่นก่อนนาฬิกาปลุกเสมอทำให้เขาต้องมาเจอกับอะไรที่จะว่าน่าตลกก็ไม่เชิง

 

 

พรอมโต้นอนดิ้นอีท่าไหนไม่รู้จนกลับหัวกลับหาง  เท้าไปอีกทางหัวไปอีกทาง  และกลาดิโอ้ที่ดึกๆชอบละเมอดึงคนข้างกายมากอดเสมอก็กลายเป็นว่ากำลังกอดและซุกหน้าลงกับขาบางๆของเด็กหนุ่มเรือนผมสีทองแทน

 

 

 อิกนิสกลั้นขำเมื่อนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ  ตั้งหน้าตั้งตาเช็ดแว่นของตัวเองให้สะอาดหลังจากที่มันมีไอน้ำเกาะเป็นฝ้าจากการกินบะหมี่ถ้วยร้อนๆ

 

 

ส่วนเจ้าชายแห่งลูซิสที่นอนเอกเขนกหลังอาหารก็สบถด่าไม่เป็นศัพท์เพราะความรำคาญปนอิจฉา

 

 

“คู่รักปัญญาอ่อนเอ๊ย...”

ผลงานอื่นๆ ของ LETMAO'

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. #9 DevilSweet (@DevilSweet) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:29
    อิจฉาล่ะสิน็อค อิๆ
    #9
    0
  2. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:06
    โอ๊ย น่ารักอ่ะ
    อ่านแล้วเขินเลย หาอ่านยากมากเลยนะสำหรับคู่นี้(หรือความจริงไม่ได้หาอ่านยากแต่เราหาไม่เจอเองกันนะ TT^TT)
    พรอมพ์โต้ไม่ว่าจะกับใครก็น่ารัก ยิ่งคู่กับกอลิ เอ้ย กลาดี้แล้วเราว่ายิ่งเหมาะ 
    อันที่จริงพรอมพ์โต้จะกับใครก็น่ารักหมดนั่นแหล่ะ คิกคิกคิก น้องเขามัเสน่ห์ดึงดูดเพศเดียวกันมากกว่าพวกสาวๆ และนกได้ทุกงาน//ร้องไห้

    ขอบคุณที่แต่งมาให้ได้อ่านนะคะ
    #8
    0
  3. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:47
    ชอบมากค่ะะ อ่านไปยิ้มไป โอ๊ย ตายๆ
    //////////////คู่นี้เราชอบมากก มีคนเเต่งแล้วว ดีใจจ 
    #7
    0
  4. #6 ลูกท้อของโมโมทาโร่
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:48
    อ่านเพลินไม่มีสะดุดเลยคะ หวานมาก ตอนจะฮ่าก็ฮ่าหลุดหัวเราะเลย 555555

    ตอนหวานก็แทบกรี๊ด จิกหมอนฟัดไปมากันเลยทีเดียว คู่นี้ดีต่อใจจริงๆ >///<
    #6
    0
  5. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:10
    โอ๊ยๆน่ารักเบา//อิกนิสเคยเห็นอะไรนอกจากนั้นอีกสินะ
    #5
    0
  6. #4 donghyuk
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:48
    กรีดร้องในลำคอ อิกกี้เห็นอะไรอีกคะ กางสมุด เตรียมจด
    #4
    0
  7. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:26
    หวานดีจัง ชอบ
    #3
    0
  8. #2 ปิ้วๆ ปุ๊ดๆ
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:46
    ดีงามพระรามแปด ชอบอ่าาา น่ารักกกกก อ่านไปเขินไป พรอมโตเหมือนเด็กเลย > <
    #2
    0
  9. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:45
    อ๊าาา พร้อมโตน่ารักมากๆเลย ดูงุ้งงิ้งงอแง บวกกับกลาดิโอที่มาง้อ(?)แล้วก็เป็นห่วงพร้อมแล้วมันน่ารักมากเลยยย ฮือออ ชอบมากๆเลยค่า ///7///
    #1
    1
    • 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:10
      พรอมโต้กินกับใครก็อร่อยนะคะ ความน่ารักของน้องถูกใจแม่ยกมากมาย (???)
      #1-1