นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย [FIC - TOPBOM] : Fiction

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Description

 
อัพ fiction ของคู่ชาย-หญิงที่มี main character มาจากวง BIGBANG กับ 2NE1
แล้วก็เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องราวในบล๊อคนี้
เป็นแค่จินตนาการของคนเขียน ไม่ได้มาจากเรื่องจริงแต่อย่างใดค่ะ

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 พ.ค. 56 / 09:56


Title : Fiction

Paring : TOP x BOM

Note :     Fiction is Fiction, it’s not real…but nice :P

Note2 : เหมือนจะเป็นภาคต่อของ 100% Romantic





 

---------------------------------------





 

                “ดารา...ดาราอา...”

 

                ปาร์คบอมเดินลั้นลาเรียกชื่อของเพื่อนสาวเข้ามาตั้งแต่หน้าประตู ซานดาราที่ถูกเรียกหากำลังนอนคว่ำอ่านอะไรบางอย่างจากแท็บเล็ตเครื่อง บางอย่างสบายใจบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของหอพัก บอมเบียดตัวนั่งข้างๆ ซานดาราแล้วก้มหน้าลงไปดูของในมือเพื่อนสาวใกล้เสียจนผมยาวสวยของเธอระไปกับโซฟา
 

                “อ่านอะไรเหรอ”
 

                ดาราลุกขึ้นนั่งแล้วยิ้มกับบอมที่ทำตาแป๋วเป็นน้องแมวเหมียวในรองเท้าบู๊ต ด้วยความสงสัย ถ้าปาร์คบอมไม่ได้เข้าใจผิดไปเอง เธอว่าเธอเห็นตากลมโตของดาราเป็นประกายระยิบระยับด้วยล่ะ
 

                “ก็..กำลังอ่านฟิคน่ะ”
 

                “อ๋า....” บอมพยักหน้ารับแล้วหรี่ตาทำท่าล้อเลียนก่อนจะเอาไหล่ชนไหล่เพื่อนสาวเบาๆ “ฟิคคู่ใครกับใครเหรอ นี่เธอจิ้นวายกับเขาด้วยเหรอ ดารา”
 

                “ใครบอกเธอว่าฉันอ่านฟิควายกันเล่า” ดาราคว้าหมอนอิงมาตีปาร์คบอมเบาๆ “ฉันน่ะ อ่านฟิคชายหญิงต่างหาก”
 

                “อ้าว ก็นึกว่าเธอจะอ่านฟิควายด้วยนี่นา” บอมกอดหมอนอิงแล้วลดเสียงพูดเป็นเสียงกระซิบ “อ่านฟิคของใครกับใครเหรอ”
 

                “ทำไมต้องกระซิบด้วยล่ะ เราอยู่กันสองคนพวกเด็กๆ ไม่ได้อยู่ซักหน่อยนะ” ซานดาราหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วยักคิ้วใสเพื่อนสาวทีหนึ่ง “ฉันอ่านฟิคเธอกับท๊อปล่ะ บอมมี่”
 

                “อะไรนะ ฟิคบอมมี่ออนนี่กับท๊อปโอปาเหรอ!!”

 

                “แชริน!!!”
 

                สองสาวตระกูลปาร์คถึงกับอึ้งไม่น้อยตอนที่ลีแชรินน้องสาวอีกคนในวงเดินฉับๆ เข้ามาในห้องนั่งเล่นโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง เด็กสาวเดินมาหาดารากับบอมที่โซฟาก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
 

                “ออนนี่ ในฐานะที่หนูเป็นหัวหน้าวง หนูขอถามอย่างจริงจังว่า มีฟิคท๊อปบอมจริงๆ เหรอคะ”
 

                “อ่า...คือว่าก็มีอ่ะนะ” ดาราหันไปมองปาร์คบอมที่ทำหน้าสีหน้าอธิบายยากเพื่อขอความช่วยเหลือ “มันก็แค่นิยายเรื่องนึงเองน่ะแชริน”
 

                “แล้ว...” แชรินขมวดคิ้วและถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มีฟิคเท็ดดี้ซีแอลมั่งมั้ยคะ หนูอยากอ่านอ่ะ”
 

                ดารากับบอมมองหน้ากันก่อนที่บอมจะเป็นฝ่ายระเบิดหัวเราะออกมาก่อน และซานดาราที่หัวเราะจนตัวงอน้ำหูน้ำตาไหล ส่วนแชรินก็นั่งหน้าหงิกอย่างเซ็งๆ อยู่ข้างๆ พี่สาวสองคนที่หัวเราะจนต่อมสติดับวูบไปเรียบร้อย





 

------------------------------




 

                เพราะเรื่องที่ซานดารานั่งอ่านฟิคท๊อปบอมแล้วแชรินไปเจอเข้า ทำให้ในฐานะหัวหน้าวงลีแชรินก็ต้องไปเตือนเด็กน้อยมินจีไม่ให้ไปอ่านนิยายประโลมโลก(?) แบบนั้นในอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเจ้ามักเน่ของวงดูเหมือนจะเป็นเด็กที่มีชีวิตอยู่กับทวิตเตอร์ และอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา แต่ดูเหมือนว่าโชคจะไม่เข้าข้างปาร์คบอมที่โดนจับไปเป็นนางเอกจำเป็นใน ฟิคชั่นเท่าไหร่นัก เพราะชเวดองอุคซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเป็นผู้มีอิทธิพลใน YG บังเอิญมาได้ยินตอนที่แชรินกำลังบ่นกับมินจีในห้องซ้อมเต้นอยู่พอดี
 

 

                “แชริน..เธอบอกว่ามีฟิคชั่นของคู่ท๊อปบอมด้วยอย่างงั้นเหรอ” ชเวดองอุคเริ่มคาดคั้นน้องสาวสองคนที่ยืนหน้าซีดหาทางหลบเลี่ยงสถานการณ์ อันตรายตรงหน้าไม่ได้ “ว่าไงเด็กๆ มีฟิคบอมมี่กับซึงฮยอนด้วยงั้นเหรอ”
 

                “เอ่อ..มีค่ะ” แชรินตอบเสียงเบา “แต่หนูไม่ได้อ่านนะคะ ดาราออนนี่เปิดเจอในเน็ตอ่ะค่ะ”
 

                “งั้นเหรอ..แล้วเด็กน้อยกงมินจี อ่านกับเขาด้วยรึเปล่า” ชเวดองอุคหันไปถามน้องสาวอีกคนซึ่งก็ได้รับคำตอบพร้อมกับอาการส่ายหน้าแบบ ไม่กลัวคอเคล็ดของน้องสาว
 

                “หนูเปล่าค่ะ”
 

                “ดีมาก เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าเพิ่งหัดมีความรัก ไว้ถึงเวลาโอปาจะแนะนำคนดีๆ ให้รู้จัก” ดองอุคขยี้ผมน้องสาวทั้งสองคนเบาๆ “งั้นโอปาไปละ”
 

                แล้วชเวดองอุคก็เดินลิ่วๆ ออกไปจากห้องซ้อมปล่อยให้มินจีกับแชรินมองหน้ากันแบบงงๆ มินจียกไอโฟนคู่ใจขึ้นมากดจึ๊กๆ ก่อนจะเอ่ยถามพี่สาวโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองว่า
 

                “ออนนี่ว่าดองอุคโอปาจะเอาเรื่องฟิคชั่นไปพูดกับใครต่อมั้ยคะ”
 

                แชรินมองน้องสาวที่กดพิมพ์ตอบใครซักคนในโปรแกรมทวิตเตอร์แล้วถอนหายใจเบาๆ ลีดเดอร์ของ 2NE1 เอ่ยอย่างมั่นใจกับน้องเล็กของวงว่า
 

                “ถ้าดองอุคโอปารู้ คนทั้งโลกก็ต้องรู้เชื่อสิ”





 

                “นี่ๆ ยังไม่จบแค่นั้นนะ ในฟิคอ่ะ ยังมีตอนที่ซึงฮยอนไปแข่งกันกับจียงขอความรักจากบอมด้วย”
 

                ชเวดองอุคเล่าเรื่องในฟิคชั่นที่ตัวเองเพิ่งไปอ่านมาสดๆ ร้อนๆ ให้คูซ เท็ดดี้ จียง ฟังอย่างเมามัน ซึ่งคนฟังก็ไม่ได้ทำให้คนเล่าผิดหวัง เพราะทั้งคูซ เท็ดดี้ จียง นั่งหัวเรากับเรื่องที่ดองอุคเล่าได้เร้าใจประหนึ่งว่าเป็นไรท์เตอร์เอง แต่ดูเหมือนจะมีคนหนึ่งที่ไม่สนุกกับเรื่องที่ดองอุคกำลังเล่าเท่าไหร่ คนคนนั้นก็คือชเวซึงฮยอนนั่งหน้าบูดเป็นลิงอดกล้วยอยู่คนเดียว
 

                “เป็นไรอะฮยอง หรือน้อยใจที่ผมไปแย่งจีบบอมมี่นูน่ากับฮยอง”
 

                เป็นควอนจียงที่เอ่ยแซวพี่ใหญ่บิ๊กแบงที่นั่งเซ็งอยู่ที่มุมห้อง ทำเอาพี่ๆ ที่เหลือต้องมองตามไปด้วย เท็ดดี้ยักไหล่แล้วถามซึงฮยอนด้วยอีกคน
 

                “นั่นดิซึงฮยอน ทำไมต้องทำหน้าคิดมากด้วยวะ แค่เรื่องนิยายในเน็ตเอง”
 

                “เลิกพูดเรื่องฟิคชั่นซักทีเถอะน่าฮยอง ผมไม่เห็นว่ามันจะตลกตรงไหน” ซึงฮยอนหน้าหงิกอย่างหงุดหงิดเต็มที่ “ผมกลับก่อนดีกว่า”
 

                “อะไรของมันน่ะ” ชเวดองอุคขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยักไหล่แล้วหันไปพูดกับคนอื่นต่อ “นี่ๆ แล้วมีอยู่อีกเรื่องนึงที่บอมเป็นกิ๊กกับจียงลับหลังซึงฮยอนด้วยล่ะ ดราม่าน้ำตาท่วมมากๆ”

               

                ชเวซึงฮยอนปิดประตูสตูดิโอของเท็ดดี้เสียงดังสนั่นหลังจากที่ได้ยินประโยค สุดท้ายของชเวดองอุค เล่นเอาคนในห้องต้องมองหน้ากันด้วยความสงสัย เพราะปกติชเวซึงฮยอนไม่เคยทำท่าทางแบบนี้มาก่อน ทุกสายตามองไปที่ควอนจียงในฐานะที่เป็นหัวหน้าวง แต่คนตัวบางกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับลิง หน้าหล่อที่เดินออกไป


 

----------------------------------





 

                ฮึ่ย!!! หงุดหงิดๆๆๆ

 

                ชเวซึงฮยอนถอนหายใจแรงๆ แล้วเดินลงส้นปึงปังเหวี่ยงดินฟ้าอากาศอยู่คนเดียว ตาคมจ้องเลขของลิฟต์ที่เคลื่อนขึ้นมาจากชั้นล่างช้ามากๆ ในความรู้สึกของเขาวันนี้ ทำไมดองอุคฮยองต้องเอาเรื่องฟิคชั่นบ้าๆ นั่นมาพูดด้วยก็ไม่รู้ แล้วคนที่คิดฟิคชั่นนั่นมันอะไร ให้จียงมาแข่งกับเขาเพื่อจีบบอมมี่นี่นะ

 

                ให้ตายเถอะ...บ้าจริง

 

                ต่อให้คนทั้ง YG ไม่รู้ แถม VIP กับ Blackjack ทั่วโลกไม่รู้...แต่ที่สำคัญคือ ชเวซึงฮยอนกับปาร์คบอมรู้

 

                รู้ว่าหัวใจของบอมมี่น่ะ...มีชเวซึงฮยอนเป็นเจ้าของแค่คนเดียว คนอื่นห้ามแตะ

 

                เพราะชเวซึงฮยอนเป็นเด็กน้อยขี้งอนของบอมมี่นี่

 

 

                ติ้ง!

 

                “อ้าว ฮยองจะไปไหนฮะ”
 

                “จะกลับแล้วล่ะยองเบ”
 

                ชเวซึงฮยอนรีบเอ่ยตอบน้องชายตัวล่ำที่แต่งตัวมาพร้อมจะเข้ายิม ยองเบเห็นหน้าพี่ใหญ่ของวงงอหงิกก็อดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้
 

                “ฮยอง เป็นไรไปรึเปล่าฮะ หน้าตาไม่ค่อยสบายเลยนะ”
 

                “อ่า..ไม่หรอก” ซึงฮยอนถอนใจอย่างหงุดหงิด “ที่จริงก็มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย”
 

                “ถ้างั้นเล่าให้ผมฟังก็ได้นะฮะ ถ้าฮยองอยากจะเล่าอ่ะนะ” ยองเบรีบบอก เพราะพี่ใหญ่ของวงมีท่าทีกระอักกระอ่วนใจพิกลๆ
 

                “งั้นก็ได้..ไปหาที่นั่งคุยกัน”


 

                สุดท้ายชเวซึงฮยอนก็ลากน้องชายเข้ามานั่งแปะด้วยกันในแคนทีนซึ่งร้างผู้คนใน ยามบ่าย ทงยองเบจิบน้ำมะม่วงปั่นเย็นชื่นใจไป ฟังพี่ใหญ่บ่นพล่ามถึงเรื่องที่ไม่สบายใจไปร่วมชั่วโมงเศษโดยที่เขาจับใจ ความสำคัญของเรื่องทั้งหมดได้เพียงแค่ว่า
 

                “ตกลงฮยองหงุดหงิดที่มีฟิคชั่นของฮยองกับบอมมี่นูน่า ไม่สิๆ” ยองเบส่ายหัวจนผมที่ไม่ได้เซ็ตเป็นทรงโมฮอกอย่างเคยสะบัด “ฮยองหงุดหงิดเพราะฟิคท๊อปบอมมีจียงเป็นมือที่สาม”
 

                “เฮ้ย มะ..ไม่ใช่แบบนั้น” ซึงฮยอนรีบเถียงเสียงทุ้มๆ สูงปรี๊ด “ฉันแค่ไม่เข้าใจทำไมต้องมีฟิคฉันกับบอมมี่ด้วย เรื่องมือที่สงมือที่สามอะไร ไม่มี ไม่เกี่ยวเลย”
 

                “ก็แฟนๆ อาจจะเห็นว่าฮยองอยู่กับบอมมี่นูน่าแล้วน่ารักดี” ยองจิบน้ำมะม่วงปั่นที่เหลืออยู่ก้นแก้วจนหมด “เหมือนที่แฟนๆ เห็นว่าจียงกับดารานูน่า จียงกับซีแอลอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักไง”
 

                “แล้วทำไมต้องให้มันเป็นเรื่องรักสามเส้าระหว่างฉัน จียง แล้วก็บอมด้วยอ่ะ” ชเวซึงฮยอนหน้าบูด แต่ทงยองเบยิ้มกว้างจนตาปิด ยิ้มของยองเบเปล่งประกายสมกับชื่อแทยัง ที่แปลว่าพระอาทิตย์
 

                “สรุปฮยองไม่ชอบที่จียงมาเป็นมือที่สามความรักของฮยองกับบอมมี่นูน่าในฟิคว่างั้นเถอะ”
 

                “โหย พอเลยยองเบ ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะ ฉันกลับบ้านดีกว่า”

 

                ชเวซึงฮยอนเดินหน้างอตุปัดตุป่องออกจากแคนทีนไป ทงยองเบเหมือนจะได้ยินเสียงพี่ใหญ่โทรเรียกคนขับรถด้วย หนุ่มล่ำแห่งบิ๊กแบงหัวเราะหึๆ กับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นเอาแก้วน้ำมะม่วงปั่นไปหย่อนใส่ถังขยะ เสียงนุ่มๆ บ่นเบาๆ



 

                “จริงซินะที่บอกว่าดาราแสดงความรู้สึกเก่ง ซึงฮยอนฮยองเลยแสดงออกมาหมดเลย”





 

------------------------------





 

                “บอมมี่อา เลิกกินข้าวโพดได้แล้ว เดี๋ยวเกิดซาบูนิมมาเห็นก็โดนดุหรอก”

 

                ซานดาราเขย่าแขนเพื่อนสาวที่เอาแต่นั่งแทะข้าวโพดฝักแล้วฝักเล่าไม่ยอมหยุด ตั้งแต่เช้า ใบหน้าหวานสวยของปาร์คบอมหงิกงอ และแทะข้าวโพดแต่ละฝักราวกับมันเป็นศัตรูตัวร้ายที่ต้องกำจัดให้สิ้นซาก
 

                “บอมมี่อา เป็นอะไรไป เธอนั่งกินข้าวโพดมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก”
 

                “ก็ฉันหงุดหงิดอ่ะ” ปาร์คบอมยอมหยุดกินข้าวโพด ตากลมสวยของบอมดูหม่นหมอง “ดาราอา ทำไงดี ทำไงดี ฉันไม่ชอบให้ใครๆ พูดเรื่องฟิคชั่นเลยอ่ะ ไม่ชอบๆๆๆ”
 

                ปาร์คบอมส่ายหน้าไปมาจนผมยาวสวยสยายไปด้วย ซานดารานั่งลงข้างๆ และเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะปกติปาร์คบอมเป็นคนอารมณ์ดีอยู่เสมอ
 

                “ทำไมล่ะ เรื่องฟิคชั่นมันทำไมเหรอ”
 

                “ก็พวกเท็ดดี้โอปา แล้วก็ดองอุคอ่ะ ล้อฉันมาสองสามวันแล้วอ่ะ” ปาร์คบอมอมลมจนแก้มป่องด้วยความหงุดหงิด “พวกนั้นแซวฉันอยู่ได้ว่าจะเลือกใคร จะเลือกจียง หรือจะเลือกซึงฮยอนอ่ะ”
 

                “เพราะฟิคชั่นที่ฉันอ่านเธอเลยโดนแกล้งเหรอ บอมมี่อา ขอโทษนะ” ดาราหน้าสลด เพราะรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นสาเหตุให้ปาร์คบอมโดนหนุ่มๆ ในบริษัทแซวเอา “ขอโทษนะบอมมี่ ขอโทษจริงๆ”
 

                “ดาราอา ไม่ต้องขอโทษนะ มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยอ่ะ” ปาร์คบอมกอดเพื่อนสาวเอาไว้แน่น “ไอ้วิกฤติฟิคคชั่นที่เกิดขึ้นเนี่ยเดี๋ยวมันก็จบไปเอง แต่ว่า....”
 

                “แต่ว่าอะไรเหรอบอมมี่”
 

                “คือว่า..” บอมมีท่าทีลำบากใจเมื่อเมื่อจะพูดต่อ ตากลมใสดูมีริ้วรอยแห่งความกังวล “ซึงฮยอนไม่ยอมพูดกับฉันเลยอ่าตั้งแต่พวกเท็ดดี้โอปาแซวเรื่องฟิคชั่นอ่า”
 

                “แล้วซึงฮยอนโกรธเหรอ บอมมี่”
 

                “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
 

                ปาร์คบอมหน้าเศร้าและเอนไปซบไหล่ซานดารา น้ำตาเริ่มเอ่อคลอดวงตาคู่สวยของหญิงสาว เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมซึงฮยอนถึงต้องหลบหน้า และไม่ยอมพูดยอมจากับเธอด้วย ทั้งที่จียงก็ยังพูดคุยกับเธอตามปกติและเห็นเรื่องฟิคชั่นนั่นเป็นเรื่องตลกด้วยซ้ำ
 

                “อา..อย่าร้องไห้น่าบอมมี่ ซึงฮยอนไม่โกรธหรอกมั้ง”
 

                “ฉันกังวลไปหมดแล้วอ่า” ปาร์คบอมปาดน้ำตาที่เริ่มจะไหลออกมาอีกรอบ “เด็กเอเลี่ยนนั่นคิดอะไรเหมือนคนปกติที่ไหนล่ะ ฮือ..ฉันเครียดอ่า”
 

                “อ่า ไม่เป็นไรน้า..เราเป็นคนในค่ายเดียวกัน ซึงฮยอนคงไม่คิดมากหรอก” ซานดาราปลอบใจเพื่อนสาวไปตามเรื่องตามราว แต่เหมือนปาร์คบอมจะไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่นัก

 

                ปาร์คบอมกระพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำตาที่เริ่มจะเอ่อออกมา

 

                โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย...แถมหลบหน้ากันตลอดเวลา เด็กบ้า...ไอ้เอเลี่ยนขี้งอน

 

                ทำไมต้องหายไปแบบนี้ด้วยนะ...ไม่รู้รึไงว่าทำให้หัวใจของปาร์คบอมเต้นแผ่วลงขนาดไหน

 

                อา...เคยมีคนบอกไปรึยังนะว่าปาร์คบอมน่ะเป็นคนอ่อนไหวนะ





 

-----------------------------------



 

 

                “บอมออนนี่ ตั้งใจซ้อมหน่อยสิคะ เราเต้นกันมาสิบรอบแล้วนะ”

 

                ลีแชรินโวยวายเสียงดังเมื่อปาร์คบอมเต้นผิดเต้นถูกอยู่หลายรอบ วันนี้พี่สาวคนสวยของวงดูไม่มีสมาธินัก มินจีเดินไปแอบอยู่หลังดาราตอนที่แชรินเดินไปหาพี่สาวอีกคน
 

                “ออนนี่ วันนี้เป็นอะไรไปคะ ไม่มีสมาธิเลย”
 

                “ขอโทษนะแชริน ขอโทษนะทุกคน” ปาร์คบอมพูดกับน้องสาว แล้วหันไปขอโทษแดนเซอร์ที่เหลือ “แชริน วันนี้ออนนี่ไม่ค่อยสบายขอกลับก่อนได้มั้ย”
 

                “ถ้างั้นก็ได้ค่ะ” แชรินเสียงอ่อนลง “ว่าแต่ออนนี่เป็นอะไรมากมั้ยคะ ไปหาหมอมั้ย”
 

                “ไม่ๆ แค่ปวดหัวนิดหน่อยเอง”
 

                “บอมมี่อออนนี่ไม่สบายเหรอคะ หนูกลับเป็นเพื่อนมั้ยคะ” มินจีเดินมาหาพี่สาวคนสวยที่กำลังทำหน้าเหนื่อยล้า “ให้เมเนเจอร์โอปาไปส่งมั้ยคะ”
 

                “ไม่เป็นไร ออนนี่กลับเองได้” บอมลูบผมมินจี แล้วยิ้มจางๆ “ออนนี่กลับก่อนนะ ขอโทษอีกครั้งนะทุกคน”
 

                “กินยาแล้วนอนพักนะบอมมี่” ดาราบอกอย่างห่วงใย
 

                “อื้อ”

               

                ปาร์คบอมโค้งลาทุกคนในห้องแล้วเดินออกมาเงียบๆ เกือบอาทิตย์แล้วที่เธอต้องอยู่กับความกังวลใจไม่มีที่สิ้นสุดแบบนี้ เพราะเอเลี่ยนบ้าๆ นั่นทีเดียวเลย ทำไมต้องหลบหน้าหลบตาด้วย ทั้งๆ ที่คนในบริษัทก็เลิกแซวเรื่องฟิคชั่นกันไปตั้งนานแล้ว ทำไมยังต้องหลบหน้าหลบตากันอีก

 

                ....มีอะไรที่ทำให้ลำบากใจนักรึไงกัน....

 

 

                ติ้ง!!

 

                ปาร์คบอมอยากตีตัวเองชะมัดตอนที่รู้สึกตัวว่าเผลอทำหน้าดีใจตอนที่เห็นคน หน้าคมอยู่ในลิฟต์คนเดียว แต่กลับกลายเป็นว่าเธอต้องยิ้มค้าง เพราะอีกฝ่ายกลับก้มหน้าหลบตา แต่มือเรียวแข็งแรงแบบผู้ชายก็เอื้อมไปกดปุ่มให้ประตูลิฟต์เปิดค้างเอาไว้รอ หญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ด้านนอก สุดท้ายซึงฮยอนก็เป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบออกมาก่อน
 

                “จะลงไปพร้อมกันไหม”


 

                ปาร์คบอมไม่ตอบแต่เดินเข้าไปในลิฟต์แล้วเลือกยืนหลบอีกมุมหนึ่ง ทั้งลิฟต์เงียบสนิทจนทำให้บอมรู้สึกอึดอัด ตากลมสวยเหลือบมองคนที่ยืนก้มหน้ามองพื้นไม่ทุกข์ไม่ร้อนข้างๆ แล้วรู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาเฉยๆ แต่ปาร์คบอมก็ต้องรีบกระพริบตาไล่หยดน้ำที่เอ่อขึ้นมาที่ขอบตาเมื่อลิฟต์ เปิดขึ้นที่ชั้น 4 และพนักงานคนอื่นๆ ทยอยกันเข้ามาจนเต็มลิฟต์
 

                สัมผัสอุ่นๆ ที่ปลายนิ้วที่ถูกเกาะกุมไว้ทำให้ปาร์คบอมต้องเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ขยับตัว มายืนข้างๆ อย่างเนียนๆ ดูเผินเหมือนคุณชายทีโอพีจะขยับเปิดพื้นที่ให้คนที่เข้ามาใหม่ในลิฟต์ เพราะชเวซึงฮยอนยืนชิดกับเธอเสียจนไม่มีใครทันสังเกตว่า นักร้องดังของ YG ทั้งสองคนกำลังจับมือกัน จนกระทั่งลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่างอีกฝ่ายถึงจะยอมปล่อยมือ

 

                “เดี๋ยวจะไปรอที่ลานจอดที่หอเหมือนเดิมนะ”

               

                สาบานว่า...คนหน้าตายที่ทำจนเกือบจะทำเธอร้องไห้อยู่รอมร่อคนนั้น คือคนเดียวกันกับผู้ชายใจดีที่จับมือเธอเอาไว้แน่น แล้วยังจะมากระซิบนัดเจอกันพร้อมกับแววตาอ่อนโยนที่ส่งมาอีก ปาร์คบอมส่ายหัวเบาๆ แล้วเดินขึ้นรถแวนที่คนขับมาจอดรออยู่หน้าตึกอย่างสับสน
 

                ...ไม่เคยจะเข้าใจความคิดของเด็กโข่งนั่นเลยซักครั้งเดียว...




 

-------------------------------




 

                รถคันหรูของซึงฮยอนจอดอยู่ที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำฮัน คนขับรถส่วนของเขาลงไปเดินเล่นเตร็ดเตร่รับสายลมเย็นๆ จากแม่น้ำ และจะไม่กลับมาจนกว่าเขาจะโทรไปเรียก ส่วนในรถที่กำลังติดเครื่องและเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำก็มีเขากับหญิงสาวที่นั่ง แก้มป่องไม่พูดไม่จาอยู่ข้างๆ กัน
 

 

                “บอมมี่” เสียงทุ้มของเขาดึงสายตาของหญิงสาวให้มาสบตากัน “ไม่ได้คุยกันตั้งอาทิตย์นึงนะ”
 

                “ก็..ก็นายนั่นแหละไม่ยอมคุยอ่ะ” ปาร์คบอมตีเพี๊ยะลงไปที่แขนของซึงฮยอน “โทรไปหาก็ไม่ยอมรับสาย”
 

                “ก็งอนอ่ะ แต่วันนี้หายแล้ว” ชเวซึงฮยอนตอบออกมาหน้าตาเฉยจนปาร์คบอมต้องหยิกไปที่ท่อนแขนของอีกฝ่าย “โอย เจ็บนะ หยิกทำไมอ่ะ”
 

                “นายจะบ้าเหรอ อยู่ๆ ก็มางอนฉัน แล้วนึกจะหายก็หายง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ”
 

                “ก็งอนอ่ะ” ปากก็บอกว่างอน แต่ชเวซึงฮยอนก็ขยับไปโอบบอมเอาไว้เนียนๆ แถมเอาคางเกยไหล่ทำตาป๋วใส่อีกต่างหาก “ก็บอมมี่ไปกิ๊กกับจียงอ่ะ”
 

                “ใครกิ๊กกับจียง” บอมถามเสียงสูงปรี๊ด ตากลมๆ เบิกกว้างด้วยความตกใจ “นายเอาที่ไหนมาพูดเนี่ย”
 

                “ก็...” กอดแน่นอีกนิดนึง แต่คราวนี้ชเวซึงฮยอนกดจมูกโด่งๆ ลงไปบนแก้มนุ่มเบาๆ ด้วย “ไปอ่านฟิคมา บอมมี่ไปกิ๊กกับจียงลับหลังเด็กน้อยชเวซึงฮยอนอ่ะ”
 

                “เอเลี่ยน!!”
 

                ปาร์คบอมผลักเอเลี่ยนที่กลายร่างเป็นตุ๊กแกออกเต็มแรง แล้วฝ่ามือเรียวก็ฟาดไม่ยั้งลงบนท่อนแขนแน่นๆ ของชายหนุ่มที่ทำหน้างอแงอยู่ตรงหน้า
 

                “นายไปอ่านฟิคมา แล้วมางอนเนี่ยนะ ไอ้..ไอ้เอเลี่ยนบ้า”
 

                “ก็หึงนี่” ซึงฮยอนดึงปาร์คบอมเข้ามากอดไว้จากด้านหลัง เสียงทุ้มๆ กระซิบแผ่วอยู่ข้างหู “ไม่ชอบให้บอมมี่ไปมองคนอื่น แล้วก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับบอมมี่ด้วย”
 

                “ติงต๊อง” ปาร์คบอมบ่นอุบอิบๆ “ไปอ่านฟิคเองแล้วก็น้อยใจเอง นิยายกับเรื่องจริงก็แยกกันไม่ออกรึไง”
 

                “บอมมี่ รักนะครับ”
 

                ปาร์คบอมกลั้นยิ้มจนแก้มป่องเพราะเด็กขี้อ้อนที่มาทำหน้าหล่ออยู่ข้างๆ แต่หญิงสาวก็เชิดหน้าแล้วทำหน้างอ หรี่ตาน้อยๆ ซึ่งดูเหมือนลูกแมวตัวแสบในสายตาซึงฮยอน
 

                “ไม่รัก” เสียงหวานสะบัดเหมือนกับใบหน้าสวยของปาร์คบอม “ไม่รักแกแล้ว ไอ้เอเลี่ยนบ้า ไอ้เอเลี่ยนคิดมาก!!”
 

                “ฮือ..ไม่เอา ต้องรักเซ่~~~”
 

                ชเวซึงฮยอนกอดบอมเอาไว้แน่นเป็นลูกลิงกอดแม่ แล้วส่งเสียงครางครวญเหมือนจะร้องไห้หวังเรียกคะแนนความสงสารจากปาร์คบอม แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล
 

                “ปล่อยเลยไอ้เอเลี่ยนบ้า ไม่ปล่อยใช่มั้ย นี่แน่ะๆๆ”
 

                มือเรียวหยิกแก้มทั้งสองข้างของซึงฮยอนแล้วดึงจนยืดโดยไม่สนใจเสียงครางครวญ ของคนหน้าหล่อที่โดนดึงแก้มแต่อย่างใด สุดท้ายพอบอมยอมปล่อยซึงฮยอนก็ลูบแก้มตัวเองป้อยๆ
 

                “เจ็บนะเนี่ย หยิกซะแก้มช้ำไปหมดแล้ว”
 

                “เหอะ!”
 

 

                ปาร์คบอมเชิดหน้าแล้วปรายตามองเด็กน้อยที่นั่งคอตกทำหน้าสำนึกผิดพลาง ลูบแก้มตัวเองไปพลางอย่างน่าสงสาร ซึงฮยอนสะดุ้งน้อยๆ เมื่อบอมโถมตัวเข้าไปกอดเขาไว้แน่น แขนเพรียวคล้องอยู่ที่คอเขา หัวกลมๆ ที่มีกลุ่มผมยาวนุ่มสลวยของบอมซบอยู่กับไหล่กว้างของเขา

               

                “ชเวซึงฮยอน ต่อไปอย่าคิดอะไรบ้าบออย่างนี้อีกนะ” เสียงหวานของบอมแผ่วผ่านอยู่ที่ข้างหู “ฉันกังวลไปหมดเลยตอนที่นายหลบหน้ากัน”
 

                “ขอโทษนะ ก็อ่านฟิคแล้วมันอินนี่นา” มือแข็งแรงของซึงฮยอนสางผมยาวของคนรักเล่นเบาๆ
 

                “ฟิคชั่นมันก็แค่นิยายน่า ทำไมต้องไปเชื่อด้วยเล่า”
 

                “ก็อ่านแล้วมันอิน คนเขียนก็เขียนซะสมจริงเชียว”
 

                “แล้วมันจริงที่ไหนเล่า เรื่องของเราต่างหากที่จริงน่ะ”
 

 

                ชเวซึงฮยอนสบตากับหญิงสาวในอ้อมกอด ภาพที่ฉายชัดในตากลมโตคู่นั้นคือเงาของเขา ไม่ว่าเรื่องที่เขาอ่านจะสมจริงแค่ไหน แต่เงาในแววตาของคนตรงหน้ามีแต่เขาคนเดียวเท่านั้น


 

                มีแค่ชเวซึงฮยอนคนเดียวเท่านั้นในหัวใจของปาร์คบอม เหมือนกับที่เขามีแค่บอมคนเดียวเท่านั้นในหัวใจ




 

----------------------------------------





 

                “แชริน ทำอะไรน่ะ”

 

                ลีแชรินแทบทำแท็บเล็ตตกลงจากมือตอนที่ได้ยินเสียงดองอุคดังมาจากด้านหลัง เด็กสาวรีบตะครุบเจ้าอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์คู่ใจแต่ก็ไม่ทันความมือไวของชเว ดองอุค ตาเรียวสวยของดองอุคกวาดมองบนหน้าจอแท็บเล็ตอยู่สองสามนาที ก่อนที่พี่ชายในค่ายคนนี้จะโวยวายจนลั่น แล้ววิ่งพรวดมาหาสมาคมชาว YG ที่นั่งจัดการมื้อเย็นในแคนทีนของบริษัทโดยมีแชรินวิ่งกระหืดกระหอบตามมา
 

                “อะไรกันเนี่ย นี่มันอะไรกัน”
 

                “มีอะไรวะดองอุค ร้องลั่นยังกะบ้านไฟไหม้”
 

                คูซเอ่ยถามแล้วชะโงกหน้าไปดูหน้าจอแท็บเล็ตที่ดองอุคถือไว้ในมืออย่าง สงสัย แต่เพราะมุมที่ดองอุคถืออยู่ทำให้คูซมองได้ไม่ชัดนักนอกจากเห็นตัวอักษรยาว เป็นพรืด
 

                “ก็เนี่ยๆ ดูซิ แชรินอ่านฟิคชั่นอ่ะ” ชเวดองอุครีบฟ้องสมาคมชาวแฟมิลีอย่างว่องไว ในขณะที่แชรินหน้าซีดเหลือสองนิ้ว “เป็นเด็กเป็นเล็กมาอ่านอะไรก็ไม่รู้อ่ะ”
 

                “ไหนฮะ ขอผมดูหน่อย” ควอนจียงทิ้งตะเกียบในมือแล้ววิ่งแถ่ดๆ ไปกวาดสายตาอ่านฟิคชั่นที่ดองอุคว่า “เฮ้ย!!!”
 

                เพราะเสียงร้องลั่นของควอนจียงทำเอาสมาชิกที่เหลือของแฟมิลี่มองหน้ากัน เลิกลั่ก บอมรีบเดินมาหาแชรินส่วนซานดารานั่งเป็นหลักให้มินจีเกาะไว้ สมาชิกที่เหลืออย่างคูซและเท็ดดี้ก็รอคำอธิบายเพิ่ม
 

                “นี่มัน” จียงพูดเสียงเบา แล้วหันไปมองหน้าแชริน “ฟิคคู่เท็ดดี้ซีแอลอ่ะ”


 

                พรวด!!!

                ปาร์คฮงจุนสำลักน้ำที่กำลังยกขึ้นดื่ม โปรดิวเซอร์ชื่อดังของวายจีคว้าทิชชู่มาซับปาก แล้วไอค่อกๆ แค่กๆ ก่อนจะทำสีหน้ายากจะอธิบาย ชเวดองอุคหันไปมองหน้าแชรินที่ตอนนี้ยืนคอตกอยู่ข้างบอมก่อนจะเอ่ยปาก
 

                “แชริน เอาอะไรมาอ่านก็ไม่รู้” ดองอุคกอดอกแล้วเชิดหน้า “แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ จะอ่านคนเดียวคงไม่สนุก จียงแกอ่านให้ทุกคนฟังดิ๊”
 

                “เฮ้ย ฮยองทำไมต้องผมอ่ะ” จียงบ่านเสียงอ่อย แต่ก็ตั้งท่าจะอ่านเพราะเห็นสายตาพิฆาตที่ดองอุคส่งมาให้
 

                “โอปา มันก็แค่นิยายเอง” แชรินมองดองอุคที มองจียงทีแล้วเหลือบมองเท็ดดี้ที่นั่งตักข้าวเข้าปากเคี้ยวง่ำๆ ไม่พูดไม่จาที “เอาคืนหนูมาเถอะนะคะ”
 

                “นั่นสิดองอุค ก็แค่นิยายน่า อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย” บอมรีบออกหน้าปกป้องน้องสาวทันที
 

                “จริงอย่างที่บอมกับแชรินว่า” เท็ดดี้พูดเรียบๆ เพราะใครๆ ก็รู้ทั้งนั้นว่าเขาเอ็นดูแชรินอย่างน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น “พอเหอะดองอุค แชรินจะร้องไห้แล้วนะ”
 

                “ไม่ได้!” ชเวดองอุคปฏิเสธเสียงเฉียบขาด “เรื่องของคนใน YG เป็นเรื่องของคนในครอบครัว ทุกคนต้องรู้โดยทั่วถึง จียงอ่าน!”
 

                “พอเหอะน่าดองอุคฮยอง เลิกแกล้งแชรินซักที”
 

                พี่ใหญ่ของบิ๊กแบงเป็นคนลุกขึ้นมาสงบศึกตรงหน้าด้วยการดึงแท็บเล็บจากมือ ของจียงส่งคืนให้แชริน ก่อนจะโอบไหล่ชเวคนพี่ไว้หลวมๆ
 

                “ฮยอง ผมได้ไวน์มาใหม่ เพิ่งเอาไปให้เท็ดดี้ฮยองที่สตูดิโอแล้วขวดนึง ส่วนของฮยองอยู่ที่ห้องผม เราไปดื่มกันดีกว่านะ”
 

                “นั่นดิฮยอง ไปกันเหอะ” ควอนจียงช่วยเสริมเป็นปี่เป็นขลุ่ยพร้อมหลิ่วตาให้พี่ใหญ่ของวงอย่างรู้กัน “ท๊อป เดี๋ยวฉันกับดองอุคฮยองจะแวะซื้อของกินเข้าไป นายไปรอที่บ้านเลยนะ”
 

                “ได้ๆ ไปกัน”

 

                สองหนุ่มลากดองอุคออกไปจากแคนทีนโดยไม่ยอมปล่อยให้พี่ชายจอมเอาแต่ใจคน นั้นขัดขืนอีก ส่วนแชรินก็เหลือบตามองเท็ดดี้อย่างหงอยๆ
 

                “โอ้ย อิจฉาคนมีเด็กคราวหลานมาแอบปลื้มจริงๆ โว้ย”
 

                “พอเลยเมิง”
 

                เท็ดดี้ขว้างทิชชู่ที่เพิ่งเอามาซับปากเมื่อกี๊นี้ใส่คูซ แต่อีกฝ่ายก็ไวปานวอก เพราะหลบทันทีแถมท้ายด้วยเสียงหัวเราะกวนประสาทจนเท็ดดี้แทบอยากจะยันให้ตกเก้าอี้
 

                “แชรินอา” เท็ดดี้เกาหัวตัวเองผ่านฮู้ดเพราะไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางตรงไหน “อย่าไปใส่ใจดองอุคเลย มันก็แกล้งไปงั้นเอง”
 

                “ค่ะ” แชรินพยักหน้ารับ แล้วหันไปยิ้มให้บอมที่ยืนบีบไหล่เธอเบาๆ




 

                ครืด..ครืด


 

                ปาร์คบอมหยิบโทรศัพท์ที่กำลังสั่นขึ้นมาดูแล้ว กดเปิดข้อความที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา หญิงสาวทำหน้านิ่งๆ ทั้งที่ในใจอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ

 

                บอมมี่ ห้ามไปอ่านฟิคชั่นนะ เดี๋ยวเคลิ้ม ห้ามอ่านเด็ดขาด เข้าใจไหม : เด็กน้อย


 

                “บอมมี่ ใครส่งข้อความมาอ่ะ อ่านนานแล้วนะ”
 

                คูซเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นปาร์คบอมทำท่ากลั้นยิ้มใส่โทรศัพท์มือถือ คนโดนถามเงยหน้าขึ้นมามอง ตากลมโตเป็นประกายพราวระยับจนคนในแคนทีนรู้สึกเหมือนเห็นประกายวิ้งวับส่ง ออกมาจากตัวหญิงสาว ปาร์คบอมถือมือถือไว้แนบอกแล้วยิ้มกว้างก่อนจะตอบ
 

                “อ๋อ ข้อความโฆษณาเบอร์ดูดวงทางโทรศัพท์น่ะ”
 

                คนฟังอย่างคูซ เท็ดดี้ ดารา แชริน แม้กระทั่งมินจี ทำหน้างงๆ พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เพราะข้อความจำพวกนั้นไม่น่าจะทำให้หญิงสาวตรงหน้ายิ้มกว้างได้ขนาดนั้น

 

                ครืด...ครืด

 

               ลืมบอกไปว่าถ้าจะอ่านก็ได้นะ แต่ต้องอ่านคู่เราเท่านั้น อ่านแล้วก็เคลิ้มๆ ให้เยอะๆ เลยนะ รักน้า~~ :  เด็กน้อย

 

                “คิกๆ ดูสิ ส่งมาอีกแล้ว ติงต๊องจัง”
 

                ปาร์คบอมหัวเราะคิกคักแล้วเดินไปหยิบข้าวโพดต้มฝักหนึ่ง หญิงสาวจิ้มโทรศัพท์ไปมือหนึ่งอีกมือก็ยกข้าวโพดขึ้นมาแทะไปด้วย แล้วเดินลั้นลาออกจากห้องไปทิ้งให้พวกที่เหลือมองหน้ากันอย่างงงๆ เท็ดดี้ปิดประเด็นด้วยประโยคที่อธิบายพฤติกรรมปาร์คบอมอย่างง่ายๆ และได้ใจความที่สุดว่า
 

                “คนในระบบสุริยะอย่างเราไม่มีทางเข้าใจคนที่มาจากกาแล็กซี่อื่นอย่างบอมมี่หรอก”


 

 ------------------------------------

 

 

 

 

Epilogue

 

                ชเวซึงฮยอนรั้งหญิงสาวเข้ามาประกบจูบอย่างเร่าร้อน กลิ่นไวน์ กลิ่นบุหรี่ปะปนมากับลมหายใจของร่างสูงจนปาร์คบอมอยากจะเบือนหน้าหนี แต่การที่ทำแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ชเวซึงฮยอนยิ่งเพิ่มความร้อนแรงให้กับรสจูบ นั่นอีก กว่าซึงฮยอนจะยอมปล่อยให้ปาร์คบอมเป็นอิสระหญิงสาวก็แทบหมดแรงอยู่ในอ้อมแขน ของร่างสูง 

              “บอม เธอน่ะ...ไม่มีทางหนีไปจากฉันได้หรอกนะ” 

              หนุ่มหล่อตรงหน้ายิ้มร้ายโดยไม่ใส่ใจหญิงสาวที่มีน้ำตาเอ่อคลอเพราะการกระทำ ที่จาบจ้วงของซึงฮยอน แต่เหมือนยิ่งเห็นน้ำตาของเธอ อีกฝ่ายก็ยิ่งกอดรัดเธอไว้แน่นขึ้นจนปาร์คบอมอึดอัด 

              “พ่อเธอน่ะ ขายเธอให้ฉันแล้ว จำไว้” 

 

 

                ปาร์คบอมโยนแท็บเล็ตที่ใช้อ่านฟิคชั่นในมือลงบนเตียงก่อนจะคว้าหมอนใบโตมา กัดไว้และกรีดร้องกับหมอนเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดปนน้อยใจ
 

                ชเวซึงฮยอน ไอ้เลี่ยนบ้า เอลี่ยนเห็นแก่ตัว ทำไมชอบทำตัวหื่น เอะอะก็มารังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ เลวมาก ชเวซึงฮยอนเลวมากๆ !!!!

 

 

                ครืด...ครืด...ครืด...

 

                “ฮัลโหล”

 

                “โทรมาทำไอ้เอเลี่ยนบ้า”

 

                “อ้าว ก็เด็กน้อยคิดถึงบอมมี่อ่า เราก็คุยกันก่อนนอนทุกคืนนี่นา”

 

                “นายไม่ต้องมาพูดดีเลย เอเลี่ยนลามก ไอ้คนหน้าหื่น”

 

                “บอมมี่ ทำไมพูดแบบนี้อ่า น้อยใจแล้วนะ”

 

                “น้อยใจทำไมอ่ะ

 

                "ก็ซึงฮยอนน้อยของบอมมี่ยังไม่ได้ทำไรผิดซักนิดเดียวเลยนะ”

                 

                “ไม่ทำไรผิดได้ไง ก็นายข่มเหงจิตใจฉัน ย่ำยีศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของฉันด้วย โฮ...”

 

                “เฮ้ย บอมมี่ ร้องไห้ทำไม ฉันไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลยนะ”

 

                “ฮึก ไม่ทำได้ไง นายทำอ่ะ ในฟิคอ่ะ นายรังแกฉันอ่ะ ฮือ...”

 

                “บอมมี่ เดี๋ยวๆ นี่ไปอ่านฟิคมาเหรอ”

 

                “ก็ใช่นะซิ ฮึก นายใจร้ายมากเลย รังแกฉัน โฮ...”

 

                “บอมมี่ มันก็แค่ฟิคนะ มันไม่ใช่เรื่องจริงนะ”

 

                “ฮือ..ก็ฟิคมันสนุกอ่ะ ฉันอ่านแล้วอินนี่ นายมันคนใจร้าย ชเวซึงฮยอน!!”

 

                “บอมมี่ นั่นมันฟิคนะ ตัวจริงเค้าออกจะเป็น Pure boy”

 

                “ฮือ...นายไม่ยอมรับผิดอ่ะ”

 

                “บอมมี่ไปกันใหญ่แล้ว ห้ามอ่านฟิคแล้วนะ เข้าใจไหม หยุดร้องไห้น้า เดี๋ยวไปรับมากินไอติม อีกครึ่งชั่วโมงมารอข้างล่าง โอเค?”

 

                “ฮึก จะกินวัฟเฟิลไอศครีมอ่ะ”

 

                “ก็ได้ๆ ไม่ร้องแล้วน้า แล้วก็ห้ามอื่นฟิคแล้วเข้าใจมั้ย”

 

                “ไม่อ่านแล้ว มารับเร็วๆ เดี๋ยวร้านไอศกรีมปิดนะ ฮึก”

 

                “รู้แล้วๆ ไปเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวจะนั่งยานอวกาศไปเลยดีมั้ย”

 

                “นั่งมาทำไม จะบ้าเหรอ”

 

                “ก็เธอชอบว่าฉันเป็นเอเลี่ยนอ่ะ”

 

                “ชเวซึงฮยอน!!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- E N D -

 






Talk ::: ฝากผลงานด้วยนะคะ ติชมกันได้เต็มที่ ขอบคุณค่า ^^

ผลงานอื่นๆ ของ Ployniezz

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 ปู่ป้าโอนลี่
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 12:49
    แต่ละคน วุ่นกันทั้งวายจีเลยนะ 555
    #2
    0
  2. #1 Piktai
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 20:41
    อิปู่!!! ขี้อ้อนนะแกเนี้ย เป็นไงล่่ะเนอป้าอินกับฟิคบ้าง 555 งงเรยล่่ะงิ น่ารัก!!!
    #1
    0