นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย [FIC - TOPBOM] : 100% Romantic

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Description
 
อัพ fiction ของคู่ชาย-หญิงที่มี main character มาจากวง BIGBANG กับ 2NE1
แล้วก็เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องราวในนี้ เป็นแค่จินตนาการของคนเขียน ไม่ได้มาจากเรื่องจริงแต่อย่างใดค่ะ
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 พ.ค. 56 / 09:44


Title : 100% Romantic
Paring : TOPBOM
Theme song : Min Sul - 100% Romantic
 
---------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
            คมเซมารีกา ฮันชิบเบ อิซซอ..

 

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เป็นเพลงหมีสามตัวที่ใครฟังก็รู้ว่าปาร์คบอมเป็นคนร้องเอง ดังขึ้นขัดจังหวะเสียงเจี๊ยวจ๊าวของสาวๆในห้องนั่งเล่นที่หอพักของ 2NE1 มินจีเงยหน้าจากการ์ตูนเล่มโปรดก็เห็นพี่สาวตะครุบโทรศัพท์มือถือวิ่งเข้าห้องนอนไปเรียบร้อยแล้ว



“ใครโทรมานะ ทำไมบอมมี่ออนนี่ถึงคุยตรงนี้ไม่ได้”



แชรินบ่นขึ้นมาพลางมองหน้ามินจีที่ได้แต่ยักไหล่ ส่วนพี่สาวอีกคนอย่างดาร่าก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พอกหน้าต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แชรินเขย่าแขนดาร่า แต่พี่สาวตัวน้อยกลับส่ายหน้า พร้อมกับพูดแบบแทบไม่ขยับปาก
 


“แชรินอา อย่ากวนน่า ดาร่าออนนี่พอกหน้าอยู่นะ”
 


“ออนนี่อ่า”



แชรินจิ๊ปากด้วยความสงสัย หันมามองมินจีที่เอาแต่หัวเราะคิกคักกับการ์ตูนอินุยาฉะในมือแบบปลงๆ เด็กสาวคว้าโทรศัพท์มือถือตัวเองมากดจึ๊กๆ แล้วคุยกับคนปลายสายอย่างเซ็งๆ



“โอปา หนูจะเข้าไปสตูฯนะคะ ค่ะๆ แล้วเจอกันนะคะ”
 


แชรินรูดซิปเสื้อฮู้ด ยกหมวกคุลมหัว ใส่แว่นตาแล้วหันมามองมินจีที่ขมวดคิ้วใส่หนังสือการ์ตูนในมือ แชรินบอกสองศรีพี่น้อง


“หนูไปสตูฯนะคะ”


“อือ / ค่ะ”


ดาร่ากับมินจีตอบรับพร้อมกันเหมือนไม่ใส่ใจอะไร แตุ่จุดที่ทั้งสามสาวมองไปก็คือประตูสีขาวบานใหญ่ที่ปิดสนิท และเจ้าของห้องที่เก็บตัวอยู่ในนั้น







“ใครให้โทรมาตอนนี้หา”


บอมพูดใส่โทรศัพท์เสียงเบา ถึงจะอยู่ในห้องส่วนตัวแล้ว แต่เธอก็ยังอดกลัวว่าเสียงจะเล็ดลอดออกไปให้เพื่อร่วมวงได้ยินไม่ได้อยู่ดี


“บอมมี่อา...”


เสียงทุ้มๆ ถูกดัดจนอ่อนหวานลอดมาตามสาย ปาร์คบอมอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกว่าเจ้าของเสียงนั่นจะทำหน้าหงอ ตาคมๆ จะมีแววเศร้าสร้อยเหมือนลูกหมาโดนทิ้ง มัน...น่ารักจริงๆนะ


“ว่าไงเอเี่ลี่ยน พูดมาเร็วๆ ซิ ฉันต้องรีบออกไปนะ เีดี๋ยวคนอื่นสงสัย”


“ไปกินบุฟเฟ่เค้กกันไหม”


“นายจะบ้าเหรอ” หญิงสาวรีบกัดปากตัวเองเมื่อรู้ว่าเผลอพูดเสียงดังออกไป ก่อนจะลดระดับเสียงให้เหลือเท่าเดิม “จะไปกินบุฟเฟ่เค้กได้ไง ฉันลดน้ำหนักนะ เทรนเนอร์ฮวังดุอีกแน่ๆ ถ้าลดไม่ได้น่ะ”


“ไม่กินเค้กก็ไปกินอย่างอื่นไง” ยังคงตื้อไม่เลิกราจนปาร์คบอมชักหงุดหงิดที่อีกฝ่ายเอาแต่งอแงเลยเผลอทำเสียงดุใส่


“ก็บอกว่ากินไม่ได้ไง ทำไมพูดแล้วไม่เข้าใจล่ะเนี่ย”


“.........”


“นี่..ยังอยู่มั้ยอ่ะ”


“........”


“ซึงฮยอน อย่าเงียบซิ”


“.........”


“เด็กน้อย ขอโทษน้า ไม่โกรธน้า ดีกันๆ นะคะคนดี”


ปาร์คบอมรับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังน้อยใจ เสียงหวานเลยเปลี่ยนเป็นออดอ้อน กระทั่งคำที่ใช้เรียกกันก็เป็นชื่อที่อีกฝ่ายชอบที่สุดเวลาเธอเรียกแบบนั้น


“ก็แค่..อยากเจอ” เสียงทุ้มตอบกลับมาเบาๆ “ไม่คิดถึงกันเลยซินะ”


นั่นไง...งอนแล้วจริงๆ โธ่เอ้ย..ปาร์คบอมอยากจะตีตัวเองจริงๆ ที่พลั้งปากดุเด็กน้อยขี้งอนที่อยู่ปลายสายไป เธอยู่หน้า แล้วถอนใจก่อนจะเอ่ยปากกับปลายสายอย่างยอมแพ้


“งั้นมารับซิ มาถึงก็โทรมานะ จะลงไป”


“จริงนะ”


เสียง หมาหงอยเมื่อกี๊นี้กลายเป็นสดใส ปาร์คบอมนึกถึงหมาโกลเด้นท์ตัวใหญ่ๆ กำลังดีใจจนหูหางกระดิก เสียงทุ้มปลายสายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว


“งั้นอีกสิบนาทีจะไปจอดรอที่ลานจอดรถ รีบลงมานะ”


“อือ”




ดาร่าที่เพิ่งออกจากห้องน้ำหลังล้างครีมที่พอกหน้าไว้ออกถึงกับตกใจ เมื่อเห็นเพื่อนสาวที่เดินเข้าห้องไปวิ่งออกมาจากห้องด้วยท่าทางรีบร้อน สาวตัวเล็กเอ่ยถามปาร์คบอมที่ส่งยิ้มแหยๆ มาให้อย่างนึกสงสัย


“บอมมี่ จะไปไหนเหรอ”


“ไปบริษัทเหรอคะออนนี่”


มินจียอมวางการ์ตูนอินุยาฉะเล่มใหม่ที่เพิ่งแกะอ่านในมือลง และมองพี่สาวด้วยคววามประหลาดใจ กางเกงขาสั้น ใส่คู่เสื้อยืดคอกว้างที่ยาวเลยสะโพกกับรองเท้าสนีกเกอร์คู่โตแบบที่ปาร์คบ อมชอบใส่ในวันสบายๆ คงไม่ทำให้แปลกตานัก ถ้าไม่มีเสื้อฮู้ดกับแว่นตากันแดดอันโต    


“เปล่าๆ ไป..ธุระน่ะ” คนโดนถามส่ายหัวดุ๊กดิ๊กจนผมยาวถึงกลางหลังส่ายไปมาอย่างน่าดู


“ไปเป็นเพื่อนมั้ย พี่ผู้จัดการก็ไม่อยู่เพราะพาแชรินไปส่งที่บริษัท” ดาร่าถามขึ้นอย่างเป็นห่วง


“ไม่เป็นไร ไปเองได้ แป๊ปเดียวเอง”


ปาร์คบอมรีบปฏิเสธเสียงสูงปรี๊ด โบกมือลาดาร่ากับมินจีแล้วรีบเดินออกไปจากห้อง น้องเล็กมองหน้าดาร่าแบบงงๆ พี่สาวตัวน้อยได้แต่ยักไหล่แล้วเอ่ยชวนมินจีอย่างร่าเริง


“มิงกี้อา เย็นนี้กินอะไรกันดี”



 


ปาร์คบอมที่ซ่อนหน้าไว้ใต้หมวกเสื้อฮู้ดตัวโคร่งแถมด้วยแว่นตากันแดดที่ปกปิดใบ หน้าไปเกือบครึ่งนึงเดินก้มหน้าก้มตาไปเปิดประตูรถยนต์คันหรูที่ติดเครื่อง จอดรออยู่ใต้หอพักอย่างรีบร้อน


“มาไวดีจัง”   


หลังมือบางถูกแตะไว้นิดหนึ่งทันทีที่เธอเข้าไปนั่งที่เบาะด้านหลังคนขับเคียงคู่ กับร่างสูงที่รออยู่ในรถแล้ว ปาร์คบอมหันไปยิ้มให้เด็กโข่งที่กำลังยิ้มหวาน แล้วเอ่ยทักทายคนขับรถอย่างสดใส


“โอปา สวัสดีค่ะ”


“ครับ” คนขับรถประขำตัวของชเวซึงฮยอนยิ้มรับคำทักทายของ ‘หญิงสาว’ ของเจ้านายแล้วเอ่ยถาม “วันนี้ไปไหนครับ”


“สวนสาธารณะใกล้ๆ นี่ก็ได้ฮยอง บ่ายๆ แบบนี้คนคงไม่เยอะ”


“ครับ”


รถคันหรูเคลื่อนออกจากลานจอดรถอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศในรถแม้จะไม่มีถ้อยคำใดๆออกจากปากหนุ่มสาวที่นั่งอยู่เบาะหลัง แต่มือแข็งแรงที่เกาะเกี่ยวกับมือบางไว้ก็ทำให้ความเงียบนั้นอบอุ่นอย่าง ประหลาด




บ่ายแก่ๆ วันนั้นในสวนสาธารณะ ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินเข้มปิดหน้าปิดตา กับหญิงสาวที่สูงไล่เลี่ยกันเดินทอดน่องเคียงข้างกันไปตามถนนที่ปูอิฐเอาไว้ ในสวนสาธารณะ สายลมอ่อนๆ พร้อมกับแดดที่ไม่แรงนักยามบ่ายจัด ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสดชื่น ปาร์คบอมยิ้มหวานให้เด็กผู้หญิงสองพี่น้องที่วิ่งสวนทางไป คนเป็นน้องใส่ชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องยิ้มตอบอย่างเอียงอาย และรีบวิ่งไล่หลังพี่สาวไป ร่างสูงมองใบหน้าหวานของคนข้างกายที่ประดับด้วยรอยยิ้มสดใสแล้วอดยิ้มตามไม่ได้


“ย่าห์ นายนี่”


ปาร์คมบอมขู่ฟ่อ เมื่อคนข้างกายดึงมือบางไปจับไว้หน้าตาเฉย รอยยิ้มร้ายๆ ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าคม ปาร์คบอมหนีบเข้าที่เนื้อต้นแขนแน่นของคนมือปลาหมึกไม่แรงนัก แต่คนโดนหยิกกลับร้องโอดโอยเหมือนเจ็บจนทนไม่ไหว แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือบางที่เกาะกุมเอาไว้แ่น่น


“ปล่อยน่า ถ้าคนจำได้จะทำยังไง”


“ก็จำได้ไง”


ซึงฮยอนแค่ยิ้มแล้วก็ยักคิ้ว มือแข็งแกร่งดึงมือบางไปกุมไว้ไปซุกในกระเป๋าหน้าของเสื้อฮู้ด ตาคมเป็นประกายเจ้าเล่ห์แม้จะมองผ่านแว่นตาดำ ปาร์คมบอมรู้สึกร้อนผ่าวๆ ที่แก้มทั้งสองข้างอย่างบอกไม่ถูก


“ไม่หนาวซักหน่อย” แก้มนุ่มๆ ข้างหนึ่งถูกพองลมไว้จนป่อง แต่ก็ไม่ได้ดึงมือออกจากการเกาะกุม


“ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกมาเจอกันเลย” เสียงทุ้มพูดเรื่อยๆ ในขณะที่เดินเคียงข้างกันไปอย่างไม่มีจุดหมาย “คิดถึงนะ”


“รู้น่า..ก็เหมือนกันแหละ” ปาร์คบอมก้มหน้าต่ำ แก้มทั้งสองข้างแดงปลั่ง “ช่วงนี้กินข้าวตรงเวลามั้ย”


“ม่ายอ่ะ” ซึงฮยอนลากเสียงยานคาน แต่หญิงสาวข้างตัวกลับจ้องหน้าพร้อมถามเสียงเข้ม


“บอกให้กินข้าวให้ตรงเวลาไม่ใช่เหรอ”


“ก็..อยากกินข้าวด้วยกัน” มือบางที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อฮู้ดรับรู้ถึงแรงบีบเบาๆ “อยากช่วยบอมมี่ทำกับข้าว”


“เหอะ” ปาร์คบอมทำเสียงในลำคออย่างเห็นเป็นเรื่องขำ “นายช่วยป่วนล่ะซิไม่ว่า”


“ป่วนอะไรเล่า”


ซึงฮยอนแกล้งทำหน้าบูดจนปาร์คบอมหัวเราะเสียงใส ร่างสูงรั้งให้เธอเดินตามไปนั่งที่ม้านั่งยาวริมสระที่ขุดเอาไว้ในสวน สาธารณะ ลมพัดเอาไอเย็นจากผิวน้ำมากระทบตัว ให้ความรู้สึกสบาย และผ่อนคลายศีรษะของร่างสูงเอนลงมาซบไหล่บาง บอมเอียงคอมองเด็กโข่งขี้อ้อนหน่อยหนึ่งแล้วเอ่ยปากถาม


“ช่วงนี้เหนื่อยเหรอ”


“อือ”

 

 

แรงขยับจากการพยักหน้ารับ ทำให้หญิงสาวรับรู้ถึงสัมผัสยุกๆ ยิกๆ ที่ผ้าฮู้ดเสียดสีกัน มันให้ความรู้สึกจั๊กกะจี้ แต่กลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น...แค่มีอีกคนอยู่ข้างๆกัน


“อดทนหน่อยนะ นายเป็นพี่ชายคนโต ต้องเข้มแข็งเพื่อน้องๆ รู้มั้ย”


“มีอะไรเป็นรางวัลอ่ะ”


ซึงฮยอนเด้งตัวกลับมานั่งจ้องหน้าหญิงสาวของตัวเอง ตาคมปิดสนิทแล้วทำปากยื่นมาหา ปาร์คบอมจิ้มหน้าผากมนๆ ของคนหน้าหล่อตรงหน้าจนหน้าหงาย ซึงฮยอนหน้าบูด แล้วทำเสียงเล็กเสียงน้อยงอแง


“ใจร้าย”


บอมหัวเราะเสียงใสมือบางเลื่อนไปสอดกุมกับมือใหญ่ของอีกฝ่าย แววอ่อนหวานปรากฏขึ้นในดวงตากลมโต หวานจนชเวซึงฮยอนรู้สึกวูบวาบในอกไปหมด


“ฉันมีแฟนเด็ก หรือฉันมีลูกกันแน่เนี่ย อ้อนจริงๆเลย”


“อ้อนแล้วรักมั้ยล่ะ” ยักคิ้วแถมยิ้มหล่อใส่ แต่คนขี้แกล้งก็ต้องหน้าแดงบ้างเมื่อได้ยินคำตอบตรงๆ จากปากของหญิงสาวตรงหน้า


“รักสิ รักที่สุดเลย”


“บอมมี่อา” แขนยาวๆโอบรอบไหล่บาง ปาร์คบอมเอนซบไหล่กว้าง “เราบอกเรื่องของเรากับคนอื่นกันเถอะ”


“อื้อ..อย่าเพิ่ง” หญิงสาวพูดอู้อี้กับอกอุ่นของซึงฮยอน “ขอเวลาทำใจก่อน..นะ”


ปลายเสียงหวานอ่อน ออดอ้อนจนซึงฮยอนอดใจกดจูบแผ่วๆ ลงตรงข้างขมับคนช่างอ้อนไม่ได้ ไม่มีถ้อยคำใดๆ จากทั้งคู่ มีแต่เสียงลมหายใจ และเสียงของความสงบรอบๆ ตัว มือบางกับมือแกร่งเกาะกุมกันไว้


ไม่แน่น..แต่ก็ไม่ปล่อย

 


ไม่ร้อนรุ่ม..แต่อบอุ่น ปลอดภัย

 


แค่รู้ว่า..ถ้าอีกฝ่ายยังกุมมือเอาไว้แบบนี้

 


แค่นี้ก็เพียงพอแล้วจริงๆ กับการมีชีวิตครั้งหนึ่ง








   
            “นี่ กลับกันมั้ย คนเยอะแล้วนะ”
   
            ปาร์คบอมดันตัวออกห่างจากไหล่กว้าง แล้วดึงหมวกเสื้อฮู้ดของตัวเองให้เข้าที่ เมื่อเห็นว่าเริ่มมีประชาชนชาวโซลทะยอยเข้ามาในสวนสาธารณะเพื่อพักผ่อนมาก ขึ้นเรื่อยๆ

            “เอาสิ..บอมมี่”

            “หือ”

            ปาร์คบอมจ้องตาซึงฮยอนที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ซึงฮยอนดึงมือบางๆ มากุมไว้ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังที่เจ้าตัวใช้ไม่บ่อยนัก

            “อายเหรอ ถ้าจะบอกใครว่าเราคบกันน่ะ”

            “ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย” บอมหัวเราะเสียงใส “นายคิดดูซิ เราสองคนอยู่ที่บริษัทน่ะ เราเป็นเหมือนพี่น้องกันนะ แล้วถ้าจู่ๆ เดินไปบอกใครๆ ว่า ทุกคนเราคบกันนะ บึ้ม! ระเบิดลงแน่ๆ”

             บอมพูดไป ทำท่าประกอบไปด้วยว่าการระเบิดลงมันเป็นยังไง ที่จริงซึงฮยอนก็พอรู้ว่าทั้งเขาแล้วก็บอมคงจะโดนคนในค่ายรุมเฉ่งแน่ๆ ถ้าเกิดไปบอกว่าความจริงว่าแอบคบกันมาพักนึงแล้ว

             “ก็จริงนะ ใครระเบิดลงไม่รู้ แต่ควอนจียงต้องอาละวาดแน่ เพราะฉันไม่ยอมบอกให้เขารู้นะ” ซึงฮยอนหัวเราะพร้อมกับทำเสียงเลียนแบบจียง “ทำไมนายมีไรอะไรไม่ยอมพูด ฉันเป็นหัวหน้าวงนะเว่ย มีไรต้องบอกกันดิ”

            “เห็นมั้ยล่า” บอมทำเสียงยานคางแล้วบีบจมูกโ่ด่งๆ นั่นเบาๆ “เพราะฉะนั้น..เก็บไว้ก่อนนะ”

            “โอ้ย เหนื่อยๆๆๆๆๆ” ซึงฮยอนบ่นออกมา แล้วเนียนกอดบอมเอาไว้ แถมเอาคางเกยไหล่หญิงสาวไว้ด้วย “ต้องแอบๆ ไม่ให้แฟนๆ รู้ แถมต้องแอบคนในบริษัทอีก”

            “ถ้าเหนื่อยมาก” บอมทำเสียงขรึม เก็กหน้านิ่งใส่ “เลิกกันเลยป่ะ”
 
            "ไม่เอ๊า”

            ซึงฮยอนโวยวายเสียงดัง จนบอมต้องหัวเราะออกมา พอมองหน้าซึงฮยอนดีๆ เธอถึงได้สังเกตว่า ใบหน้าคมหล่อเหลาของคนที่ทำตัวเป็นโคอาล่ายักษ์เกาะไม่ยอมปล่อยดูเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เด็กหนุ่มหน้าโหด แต่ชอบยิ้มแบบคนขี้อายในวันแรกที่เพิ่งรู้จักกัน กลายมาเป็นหนุ่มหล่อ มั่นใจในตัวเอง และ..เอ่อ..ติงต๊องในบางที
           
             “ไม่เลิกหรอกน่า” บอมปลอบเด็กแกล้งงอแงให้เลิกทำเสียงแง๊วๆใส่ “ฉันอายุขนาดนี้แล้ว จะหาแฟนหล่อกว่านายก็หายากแล้ว”

            “พูดอะไร ไม่เห็นแก่เลย ถึงจะไปหาใหม่ก็ไม่ให้ไปหรอก” ซึงฮยอนพูดออกมาอย่างจริงจัง ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะยื่นมือมาหา “กลับกันเถอะ”

            บอมพยักหน้า แล้วส่งมือให้อีกฝ่ายจับไว้ สองคนเดินเคียงข้างกันไปตามถนนที่ปูด้วยอิฐเส้นเดิม แสงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินเป็นสีส้มจัด อาบย้อมให้ทุกสิ่งสวนสาธารณะดูอ่อนหวาน และอบอุ่นแม้จะเป็นแสงสุดท้ายของวัน








            “อ้าว ทำไมบอมมากับนายล่ะ”
 
           
             เซเว่นเอ่ยถามเมื่อเห็นชเวคนน้องเดินเข้ามาพร้อมกับปาร์คบอม ซึงฮยอนโค้งทักทายพี่คูซ พี่ชอร์นที่กำลังเชียร์ฮายุลให้ทำท่าฮิพฮอพ ส่วนฮารังก็นั่งคุยง๊องแง๊งอยู่กับยองเบอยู่บนโซฟา ที่มุมห้องเท็ดดี้ที่มีฮาอึมนั่งอยู่บนตักกำลังจับมือเล็กๆ กดเปียโนเล่น ใกล้ๆ กันก็มีแชรินนั่งอยู่

            “เจอบอมมี่นูน่าในร้านกาแฟน่ะ เลยชวนมาบริษัท ไม่งั้นนูน่าคงฟาดวัฟเฟิลไอศครีมหมดร้านแหงๆ”

            “เอเลี่ยน แกว่าชั้นเหรอ”

             บอมพุงปรี๊ดไปบีบคอซึงฮยอนไว้ไม่เบานัก ร่างสูงรีบแกะมือออกแล้วรวบข้อมือทั้งสองเอาไว้ไม่ยอมปล่อย บอมแตะไปที่หน้าแข้งของอีกฝ่ายไม่แรงนัก แต่ซึงฮยอนก็ไม่ยอมปล่อยมือ
   
            “บอมมี่ ใช้ความรุนแรงกับคนหล่อได้ไงเนี่ย”

            “เอเลี่ยน แกเป็นน้องนะ มาเรียกชื่อเฉยๆ ได้ไง”
 

บอมโวยวาย แก้มสองข้างแดงปลั่ง ทำไมจะไม่รู้ว่านี่เป็นแผนของอีกฝ่ายที่จะจับมือเธอต่อหน้าคนอื่นๆ แบบเนียนๆ ไม่ให้มีใครจับได้


“เลิกเล่นกันได้แล้วมั้ง ใช้ความรุนแรงต่อหน้าเด็กๆ อ่ะ ไม่ดีเลยนะ


พี่ี่ชอร์นพูดอย่างไม่จริงจังนัก เพราะหวังแค่จะให้น้องสองคนสงบศึกกันเฉยๆ ซึงฮยอนยอมปล่อยมือบางแต่โดยดี ส่วนบอมเองก็หยุดโวยวาย ซึงฮยอนหยิบกระเป๋าก่อนตั้งท่าจะเดินจากห้อง


“ไปแคนทีนนะฮะ เดี๋ยวผมจะดูให้ว่ามีข้าวโพดมั้ย ถ้ามีจะให้ป้าแม่ครัวเก็บไว้ให้พวกฮยอง ไม่งั้นบอมมี่ต้องใส่ถุงกลับไปกินที่หอหมดแน่”


‘พวกฮยอง’ ที่ซึงฮยอนพาดพิงระเบิดหัวเราะกันแทบเป็นแทบตาย เพราะรู้สึกเหมือนเห็นประกายไฟพุ่งพวยในตากลมๆ ของบอม แถมควันยังพุ่งปรี๊ดออกจากหูอีกต่างหาก ซึงฮยอนเองก็คงจะเห็นเหมือนกันเลยวิ่งอ้าวไปไกล โดยมีบอมวิ่งตามหลังไป พร้อมกับเสียงเอะอะ


“เอเลี่ยน แกอยากตาย หยุดเดี๋ยวนี้น้า”


จียงหยุดค้างที่หน้าประตู คิ้วขมวดมุ่นอย่างสงสัย เมื่อเห็นพี่ใหญ่วงตัวเองกับพี่สาวอย่างบอมวิ่งไล่เตะกันไปตามทางเดิน จียงยักไหล่เอ่ยถามพวกพี่ๆ ในห้องที่เหลือ


“มีไรกันเหรอฮะ”


“เด็กอนุบาลทะเลาะกันน่ะ”


เท็ดดี้ตอบ เสียงเอะอะของบอมกับซึงฮยอนลอยลอดประตูเข้ามาในสตูดิโอ เสียงทะเลาะที่ชวนให้คนฟังในห้องหัวเราะกันจนน้ำตาแทบไหล



“เอเลี่ยน แฮ่กๆ..หยุดนะ บอกให้หยุดวิ่งไง แฮ่กๆ”


“โหย..ป้า แฮ่กๆ อะไรอ่ะ วิ่งแค่นี้..แฮ่กๆ ก็หอบแล้วเหรอ แฮ่กๆ”


“แก..แฮ่กๆ เอเลี่ยน แฮ่กๆ หยุดน้า”    

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
END
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Talk........ฝากผลงานไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ><

ผลงานอื่นๆ ของ Ployniezz

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น