นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย [FIC - WINNER : MINYOON] Grumbling Boy

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 มี.ค. 58 / 11:36


[OS] Grumbling Boy

Pairing : MinYoon

Fandom : WINNER

Rating : PG










“การจัดจานอาหารของญี่ปุ่นเป็นงานศิลปะนะ ถ้ามองดีๆ จะเห็นว่าเขาจะจัดมาพอดีคำ ทุกอย่างจะต้องสวย ต้องพิถีพิถันในการจัดจาน เพื่อให้อาหารออกมาสวยงาม”

นัมแทฮยอนเลิกคิ้วตอนที่ซงมินโฮบรรยายเรื่องอาหารเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่กลับมาถึงหอพักตอนที่เสร็จงานแล้ว แทฮยอนมาแอบซื้อเบียร์กระป๋องมาจากมินิมาร์ทข้างล่างหอพักและรอจนพี่ๆ ทีมงานกลับกันหมดแล้วถึงเอาออกมาเปิดดื่มกับมินโฮที่นั่งกินแตงโมหวานฉ่ำที่ ป้าแม่บ้านเตรียมไว้ให้ในตู้เย็น น้องเล็กของวงถอนหายใจเสียงดังแบบไม่เกรงใจตอนซงมินโฮทำตาเป็นประกายใส่ โบรชัวร์ร้านซูชิที่เพิ่งเปิดใหม่

“แทฮยอนอา ดูดิๆ เนี่ย เขาจัดเบนโตะน่ากินมากเลย มีปลาดิบด้วย”
“ก็น่ากินอ่ะนะ” น้องเล็กตอบเสียงเรียบ “แต่ที่น่าแปลกคือพี่ยังคิดเรื่องกินอยู่ได้ยังไงหลังจากที่กินแตงโมไปคน เดียวจนหมด นี่ไม่อิ่มอีกเหรอ”
“ไม่ได้อยากกินเลย แค่ดูว่าเขาจัดสวยดี”

ซงมิ นโฮเถียงอย่างจริงจังก่อน แต่แทฮยอนกลับทำหน้าเบ้แล้วยกเบียร์ที่เปิดไว้ซดจนหมดกระป๋องโดยไม่พูดอะไร ต่อ น้องเล็กของวงยัดกระป๋องเบียร์เปล่าใส่มือพี่ในวง

“เอากระป๋องเบียร์ไปล้างแล้วทิ้งให้ด้วยนะ”

แทฮ ยอนพูดจบก็ลุกขึ้นหาวแล้วทำหน้ายุ่งโดยไม่สนใจสายตาของพี่ชายที่มองหน้าที มองกระป๋องเบียร์เปล่าที่โดนยัดเยียดใส่มือให้ทีอย่างงุนงง น้องเล็กของวงเกาหัวอย่างหงุดหงิดก่อนจะบ่นเสียงดัง

“นี่พี่จินอูกรนอีกแล้วเหรอเนี่ย”
“นายไม่น่าว่าพี่จินอูเลยนะ นายเองยังนอนดิ้นเตียงพังได้เลย”

มินโฮพูดจบแล้วก็ยิ้มแหยเพราะแทฮยอนกัดปากแล้วเหลือบมองอย่างไม่สบอารมณ์ น้องเล็กของวงทำหน้ายุ่งใส่ก่อนจะเถียงอย่างหนักแน่น

“พี่จะมาว่าผมได้ไง เตียงมันเก่าแล้ว มันก็ต้องพังเป็นธรรมดา”
“ก็เพราะนายละเมอลุกชึ้นมายิงปืนไง มันเลยพังอ่ะ”
“พี่...” นัมแทฮยอนทำเสียงเย็น “ไอ้หุ่นที่ซื้อมาแล้วโดนยึดปืนไปที่สนามบินนี่ยังจำเป็นอยู่ไหม”
“จำเป็นดิ๊ อย่ามายุ่งกับเด็กๆ ของฉันนะ ไม่งั้นฉันฟ้องพี่ท๊อปแน่”
“พี่ท๊อปเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย” แทฮยอนขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
“พี่ท๊อปรักตุ๊กตาเหมือนกัน พี่เขาทนไม่ได้หรอกถ้าจะมีใครมาทำร้ายตุ๊กตาอ่ะ”
“โอโห ตรรกะนี่สุดๆ ไปเลยเนอะ” แทฮยอนทำหน้าระอา “เอาละ ผมไม่เล่นกับพี่แล้ว เอากระป๋องเบียร์ไปทิ้งให้ด้วยนะ ตามนี้ รู้เรื่อง”

น้อง เล็กของวงพูดจบก็เดินลิ่วๆ เข้าห้องนอนแถมปิดประตูล๊อคห้องเรียบร้อย ปล่อยให้ซงมินโฮบ่นงึมงำเรื่องกระป๋องเบียร์ไปคนเดียวตอนที่ทำความสะอาด กระป๋องก่อนจะทิ้ง ที่จริงเมื่อก่อนเขาไม่ได้วุ่นวายกับการแยกขยะมากนัก เพราะแม่เป็นคนดูแลจัดการทุกอย่าง แต่ตั้งแต่มาอยู่หอมินโฮก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น

ถ้าพูดให้ถูกจริงๆ ต้องระมัดระวังตั้งแต่มาอยู่หอที่มีจอมขี้บ่นอย่างคังซึงยูนนี่แหละ

มิ นโฮก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมผู้ชายเหมือนกันถึงได้ขี้บ่นได้ขนาดนี้ เพราะซึงยูนบ่นทุกคนและคนที่โดนหนักสุดก็เป็นเขาทุกที ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ ก็แค่ซ้อมเสร็จกลับมาถึงหอตอนเกือบตีสอง พออาบน้ำเตรียมเข้านอนก็นอนไม่หลับเพราะท้องมันว่างเลยลุกมาต้มรามยอนในครัว ซึงยูนที่โดนพี่จินอูไล่ออกมานอนโซฟาในห้องนั่งเล่นเพราะไม่ยอมอาบน้ำได้ยิน เสียงกุกกักเลยลุกมาดู

แค่นั้น ....

แค่นั้นน่ะ เป็นเรื่องให้โดนซึงยูนบ่นอยู่สามสี่วัน

‘จะลุกมากินอะไรดึกๆ ดื่นๆ นอนได้แล้ว’
‘นายอ้วนจนจะเป็นหมูแล้วนะยังจะกินอีกเหรอ’
‘ถ้าฉันเจอนายแอบลุกมากินอะไรตอนดึกอีก ฉันจะฟ้องซาบูนิมแน่ๆ นี่ลีดเดอร์นะ ฟ้องได้’


ซงมิ นโฮจำได้ว่าตอนนั้นที่ซึงยูนบ่นแล้วทำปากมุบมิบๆ ตลอดเวลา เขานึกอยากจะตบตัวเองให้หายแค้น ตอนเข้ามาวายจีใหม่ๆ เห็นหน้าขาวๆ ปากแดงๆ ของซึงยูนเลยคิดว่าเป็นคนไม่มีพิษมีภัย อายุก็ห่างกันแค่ปีเดียวเป็นเพื่อนกันไม่ต้องเป็นพี่น้องก็ได้ แต่พอเป็นเพื่อนกันนี่กลายเป็นซึงยูนบ่นเช้าบ่นเย็นเรื่องจุกจิกๆ นี่ถ้าเป็นพี่น้องกันแต่แรกก็คง ...

ความคิดของมินโฮหยุดอยู่ที่ตรง นั้นเพราะมองไปเห็นกระป๋องเบียร์ที่เพิ่งล้างเสร็จ และได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า ถึงเป็นพี่น้องกันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เพราะลำดับอายุไม่ใช่ดรรชนีชี้วัดสถานะทางสังคมสำหรับวงนี้ ดูไอ้น้องเล็กสิ เพิ่งจะใช้ให้พี่ล้างกระป๋องเบียร์แล้วเอาไปทิ้งให้

โธ่! ชีวิต

มิ นโฮเดินไปหยิบน้ำดื่มและพุดดิ้งถ้วยหนึ่งออกมาจากตู้เย็นแล้วกลับมานั่งเล่น มือถือต่อ เพราะว่าดันอาส่งข้อความมาหา มินโฮคิดว่าวันนี้เป็นวันดีๆ เพราะได้คุยกับน้องสาวที่ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว แถมแตงโมที่เพิ่งกินไปกับพุดดิ้งที่กินอยู่ตอนนี้ก็หวานอร่อย สดชื่นอย่าบอกใครด้วย

“จะตีสองแล้วยังจะกินอยู่อีกเหรอเนี่ย”

คำ ว่าสะดุ้งสุดตัวอาจจะยังน้อยไปสำหรับที่ซงมินโฮสะดุ้งเมื่อครู่ เพราะจู่ๆ คังซึงยูนก็โผล่มาในห้องครัวทั้งที่ใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงวอร์มแถมทำหน้า เหมือนเพิ่งตื่น เพราะตาเรียวๆ ยังไม่เปิดดีด้วยซ้ำ

“ทำอะไรเนี่ย” คนถามทำปากยื่น “แอบกินตอนดึกอีกแล้วเหรอ อ้วนจนเป็นหมูแล้วยังจะกินอีก”

ซงมิ นโฮทำปากคว่ำใส่คนที่เปิดขวดน้ำดื่มดับกระหาย ซึงยูนเกาต้นคอเหมือนคันๆ ก่อนจะยืนพิงตู้เย็นและเริ่มทำปากยื่นอีกรอบ มินโฮรู้ได้ทันทีว่ากำลังจะโดนบ่นแน่ๆ

“นายน่าจะกินให้น้อยๆ แล้วออกกำลังให้เยอะนะ ตอนนี้เราเดบิวต์แล้ว ต้องออกงาน ต้องเจอสื่อ เราต้องดูแลเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเอง”
“รู้แล้วน่า”

มินโฮพูดเหมือนรำคาญแต่มือแข็งแรงก็เอื้อมมาดึงถ้วยพุดดิ้งเข้ามาใกล้ตัว เพราะเห็นตาเรียวๆ ของอีกฝ่ายมองมาเหมือนเอาเรื่อง

“รู้แล้วๆ นายก็พูดแบบนี้ประจำเลย รู้แล้วแต่ทำไมยังกินอีกล่ะ พอออกกล้องนะ ตัวนายจะขยายเป็นสองเท่าเลย คราวนี้นะ ก็จะโดนแซวว่าอ้วน”
“รู้หรอก ฉันก็เคยออกทีวีเหมือนกันน่าคังซึงยูน นายนี่มันขี้บ่นชะมัดเลย น่ารำคาญอ่ะ”

มิ นโฮพูดอย่างไม่จริงจังนักแต่เหมือนคนฟังไม่คิดแบบนั้น ปากอิ่มเม้มแน่นก่อนจะยัดขวดน้ำที่ยังดื่มไม่หมดกลับเข้าตู้เย็นและเดินปึง ปังกลับไป บรรยากาศเปลี่ยนเป็นอึดอัดจนมินโฮต้องค่อยๆ ลุกไปเก็บพุดดิ้งที่กินไปได้คำเดียวเข้าตู้เย็น

ยังไงพรุ่งนี้ค่อยตื่นมากินก็คงจะไม่เสีย

เดิน ย่องๆ ไปห้องนั่งเล่นที่ปิดไฟมืดแล้วมินโฮถึงได้เห็นว่าซึงยูนนอนขดตัวอยู่ที่โซฟา ที่จริงพี่จินอูไม่ได้ดุจริงจังนักเรื่องที่ซึงยูนไม่ค่อยอาบน้ำก่อนเข้านอน และซึงยูนดูไม่ได้คิดมากกับเรื่องนั้น แต่ที่ย้ายมานอนที่โซฟาห้องนั่งเล่นเพราะบางครั้งซึงยูนกลับมาจากสตูดิโอดึก กว่าคนอื่นเลยไม่อยากทำเสียงดังรบกวนพี่ใหญ่ที่หลับไปแล้ว

“ซึงยูนอา หนาวไหม ให้พี่ปรับฮีทเตอร์เพิ่มหน่อยไหม”

มิ นโฮถามเสียงอ่อน แถมเรียกตัวเองว่า พี่ แทนที่จะพูดกันตามปกติ เขารู้สึกว่าซึงยูนหงุดหงิดเรื่องที่เถียงกันเมื่อครู่ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะหลับไปแล้วเพราะซึงยูนไม่ยอมตอบ มือแข็งแรงเลยปรับอุณหภูมิเพิ่มอีกหน่อยเพื่อให้ห้องอุ่นและเดินไปชะโงกหน้า ดูเด็กขี้บ่น

“ฝันดีน้า”

คนเป็นพี่ทำเสียงเล็กเสียงน้อยเพราะ คิดว่าซึงยูนแกล้งหลับ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ ซงมินโฮเลยได้แต่เดินคอตกกลับไปแปรงฟันเตรียมตัวเข้านอน ถึงจะปิดไฟแล้วแต่ก็ยังมาชะโงกดูว่าซึงยูนลุกมาทำอะไรหรือเปล่า แต่ซึงยูนกลับนอนท่าเดิม สุดท้ายมินโฮเลยต้องยอมแพ้และเข้านอนบ้าง เพราะพรุ่งนี้ตารางงานเริ่มแต่เช้า

ต้องรีบนอน เดี๋ยวตื่นสาย เจ้าเด็กปากยื่นนั่นจะบ่นอีก

มิ นโฮคิดแบบนั้นแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อนึกถึงท่าบ่นพลางทำปากยื่นของ ซึงยูน แรพเปอร์หน้าเข้มของวินเนอร์ไล่ความคิดขบขันนั้นออกไปและหลับลงอย่างรวดเร็ว



“พี่ซึงฮุน พี่ว่าแบบนี้ดีไหม”

เสียง เบาๆ ของแทฮยอนที่นั่งอยู่เบาะหลังกับซึงฮุนและจินอูดังขึ้นทำลายความเงียบ มินโฮเลยละสายตาจากมือถือที่กำลังคุยกับดันอาหันไปมองเพื่อนร่วมวง 3 คนที่เบาะหลัง

อย่าคิดนะว่าไม่มีใครรู้ทัน

มินโฮคิดในใจตอน ที่เห็นนัมแทฮยอนยื่นมือถือไปให้ซึงฮุนดูแล้วทำท่าเหมือนกำลังคิดอะไรสัก อย่างก่อนจะเอนตัวไปจนเกือบซบไหล่พี่ซึงฮุนที่นั่งตรงกลาง พี่จินอูน่ะ ชะโงกหน้ามาดูมือถือแทฮยอนจนเกือบจะเกยไหล่ที่ซึงฮุนอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่นัมแทฮยอนนี่เบียดไหล่พี่ซึงฮุนแบบนั้นมันจงใจ

นึกว่าพี่ซึงฮุนไม่รู้หรือไงเจ้ามังเน่ รู้จักปูซานบอยน้อยไปแล้ว

ตุบ!

เสียง ของหล่นลงบนพื้นใกล้ตัวทำให้มินโฮหันมามองซึงยูนที่นั่งอยู่ตรงเบาะเดี่ยว ข้างๆ กัน ตอนนั้นเองถึงได้เห็นว่าซึงยูนหลับสนิทจนกระเป๋าเป้หล่นลงมาจากตักก็ยังไม่ ตื่น มือแข็งแรงเลยหยิบกระเป๋าเป้ใบนั้นมาถือให้แทน ช่วงนี้กลางวันก็มีตารางงานติดๆ กัน แถมยังเดินทางไปต่างประเทศกันทั้งวงเป็นว่าเล่น แต่ซึงยูนก็เข้าไปสตูดิโอเพื่อทำเพลงแล้วก็อยู่ดึกจนหลังตีสามแล้วถึงจะกลับ หอ

มินโฮจำได้ว่าวันนั้นลุกมาดื่มน้ำในครัวตอนตีสี่กว่า ซึงยูนกลับเข้าห้องมาด้วยอาการสะโหลสะเหล พอเห็นมินโฮยกมือขึ้นเป็นเชิงทัก ก่อนเดินไปจะล้มตัวลงนอนหลับสนิทที่โซฟา กลายเป็นมินโฮต้องช่วยห่มผ้ากับปรับฮีทเตอร์ในห้องนั่งเล่นให้ ทั้งที่ซึงยูนมักจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่าตัวเองไม่ต้องทำงานหนักเพราะสมาชิกในวงวินเนอร์ทุกคนคอยช่วยเหลือกัน แต่ซึงยูนก็ยังทุ่มความสนใจทุกอย่างลงไปเพื่องานของวินเนอร์

เพราะทุกอย่างที่พวกเขาทั้ง 5 คนได้มาวันนี้ไม่ง่ายเลย ถึงต้องพยายามกันไม่หยุดแบบนี้

กว่า ซึงยูนจะตื่นรถก็กลับไปถึงหอพักแล้ว เพราะว่าพรุ่งนี้ไม่มีงานพี่ผู้จัดการจึงอนุญาตให้ออกไปพักผ่อนกันได้ แทฮยอนเลยชวนพี่จินอูและพี่ซึงฮุนให้ออกไปดูเสื้อที่เลือกแบบกันไว้บนรถ แต่ก่อนออกจากห้องเจ้าน้องเล็กก็เดินมาทำคิ้วตกใส่และพูดกับมินโฮเสียงเบา

“พี่ไปทำอะไรหรือเปล่า” แทฮยอนทำท่าบุ้ยใบ้ไปทางห้องนั่งเล่นที่ซึงยูนไปนอนต่อ “ทำไมช่วงนี้ดูอารมณ์ไม่ค่อยดี”
“เปล่านะ”

มิ นโฮทำตาโตด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่านัมแทฮยอนจะถามอะไรแบบนี้ ช่วงนี้ซึงยูนดูเงียบและเหมือนจะหงุดหงิดๆ อยู่ตลอดเวลา แต่มินโฮคิดว่าเป็นเพราะทำงานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพักหรือเวลาส่วนตัว ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้ซึงยูนอารมณ์ไม่ดี

“นายแหละ ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า”
“เปล๊า!”

แทฮ ยอนทำเสียงสูงก่อนจะขมวดคิ้วจนคิ้วตกอีกหน น้องเล็กรีบตัดบทแล้วเดินออกไปหาพี่อีก 2 คนที่ยืนรออยู่ข้างนอก ทิ้งให้มินโฮอยู่ห้องกับเด็กปากยื่นที่กำลังหงุดหงิดอยู่คนเดียว แค่คิดว่าจะโดนบ่นก็หูชารอไว้แล้ว

ตอนนี้มินโฮอยากจะโทรไปหาพี่ท๊อปขอปรึกษาเรื่องตุ๊กตาแทนการฟังซึงยูนบ่นเลยครับ ออมม่า

ถึง จะรู้สึกถึงเมฆดำๆ ที่กระจายอยู่ทั่วห้องจนบรรยากาศอึมครึม แต่มินโฮก็ยังกลั้นใจเดินไปชะโงกหน้าดูเด็กที่นั่งทำหน้าง่วงอยู่ตรงโซฟาใน ห้องนั่งเล่น ซึงยูนกำลังนั่งกดโทรศัพท์มือถือแล้วทำคิ้วขมวด

“ซึงยูนอา” มินโฮทำตาใส “ทำอะไรอยู่เหรอ”
“เปล่านี่”
“เหรอๆ”
“อือ...” ซึงยูนเลิกคิ้วมองพี่ในวงที่เกาะขอบผนังห้องนั่งเล่น “ทำไมเหรอ มีอะไรหรือเปล่า”

มิ นโฮยิ้มกว้างตอนที่ซึงยูนใช้น้ำเสียงเหมือนตอนที่พยายามไกล่เกลี่ยเวลาคนใน วงมีเรื่องขัดแย้งกัน มินโฮรู้ดีว่าซึงยูนเป็นคนใจกว้างและเห็นอกเห็นใจคนอื่น แต่ความที่เป็นลูกคนเดียวทำให้ซึงยูนไม่ใช่คนที่แสดงออกแบบอ่อนโยนเหมือนพี่ จินอู พี่ซึงฮุน

“ว่าไง นายเป็นอะไรหรือเปล่า มีเรื่องอะไรพูดกันได้นะ”
“เปล่าๆ แต่เห็นแทฮยอนบอกว่าช่วงนี้นายอารมณ์ไม่ดีไง”
“ไม่มั้ง แทฮยอนคิดไปเองแล้ว”

ซึง ยูนพูดแล้วทำท่าปากยื่นเหมือนเด็กๆ โดยที่ไม่รู้ตัว มินโฮหัวเราะแล้วตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะรีบฉวยจังหวะที่ซึงยูนดูผ่อนคลายพูดออกไปก่อน

“ไปดูหนังกันไหม”
“ได้สิ ยังไงวันนี้ก็ว่าง” ซึงยูนตอบรับง่ายๆ “ชวนคนอื่นไปด้วยเนอะ”
“ไม่ต้องชวนหรอก เขาออกไปข้างนอกกันหมดแล้ว”
“อะไร เนี่ย ออกไปไม่ชวน” ซึงยูนเริ่มต้นบ่น “แล้วนี่ออกไปไหนกัน ช่วงนี้ไปไหนเจอแฟนๆ เยอะ ต้องแต่งตัวดีๆ ระวังๆ ท่าทางด้วย เดี๋ยวจะมีคนเอาไปเขียนอะไรแย่ๆ เพราะเริ่มมีคนจำได้แล้วนะ”
“บ่นอีกแล้วเนี่ย พี่ซึงฮุนกับพี่จินอูไปกับแทฮยอน แค่ออกไปซื้อของเอง”
“ก็ไม่ได้ว่าอะไร” หัวหน้าวงพูดเสียงอ่อยเมื่อมินโฮทำหน้าดุ “ก็แค่เป็นห่วง แล้วก็ไปกันไม่ชวนเลยอ่ะ”
“นี่ไง ฉันเลยมาชวนนายไปดูหนัง”
“ไปกันสองคนเนี่ยนะ”
“ทำไม” ซงมินโฮถามเสียงเข้มแล้วจ้องหน้าซึงยูนตรงๆ “ไปสองคนมันทำไมเหรอ”
“เปล่านี่”

คัง ซึงยูนตอบเสียงสูงแล้วรีบลุกไปหยิบเสื้อนอกกับผ้าพันคอ มินโฮเห็นเด็กตัวผอมนั่นหูแดงและรอยเลือดฝาดปรากฎตรงลำคอขาวเนียนด้วย สุดท้ายก็อดขำไม่ได้ว่าซึงยูนจะเขินทำไมกับแค่ไปดูหนังกับเพื่อนร่วมวงแค่ นี้
ก็เป็นเพื่อนร่วมวงกันไม่ใช่เหรอ

“ซึงยูนอา แต่งตัวเสร็จยัง จัดแฟชั่นโชว์อยู่หรือไง”
“เสร็จแล้วน่า”

เสียงหัวหน้าวงตะโกนออกมาจากในห้องน้ำก่อนจะเดินออกมา ไม่มีรอยเลือดฝาดบนผิวขาวๆ นั่นแล้วแต่มินโฮก็ยังขำเด็กที่ทำหน้านิ่งอยู่ดี

“ไปกันๆ เราไปกินข้าวกันก่อนเนอะ แล้วค่อยไปดูหนังรอบดึก”
“กินอีกแล้ว อ้วนจนจะเป็นหมูแล้วนะ” ซึงยูนบ่นคำเดิม แต่คราวนี้มินโฮหัวเราะ
“ฉันมีวิธีลดน้ำหนักของฉันน่า”
“แล้วจะคอยดู” ซึงยูนพูดอย่างเบื่อๆ “ไปกินอาหารทอดกันเนอะ ร้านนั้นอ่ะ อร่อยมากเลย แต่อาจจะต้องต่อคิวหน่อย”
“ไม่มีปัญหา ของอร่อยต้องรอ ว่าแต่นายอยากดูหนังเรื่องอะไร”
“ไม่รู้อ่ะ มีเรื่องอะไรน่าดู”
“Interstellar ไหม น่าดูนะ ส่งเสริมความหวังที่เราจะเซ็นสัญญากับ NASA ไง”
“พอเลย”

คัง ซึงยูนพูดพลางหัวเราะ แต่มินโฮก็เกาะไหล่แล้วเขย่าๆ แล้วพูดถึงเรื่องว่าถ้าได้เซ็นสัญญากับองค์กรที่ศึกษาเรื่องอวกาศแบบนั้น จริงๆ คงจะสุดยอดไปเลย สุดท้ายซึงยูนก็ตอบกลับไปว่าถ้าเป็นจริงจะจัดคอนเสิร์ตที่ดาวอังคารแต่ตอน ร้องเพลงคงจะออกเสียงออกมาเหมือนตอนที่สูดแก๊สฮีเลียมเข้าไปแน่ๆ

เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กหนุ่มหายเงียบไปจากห้องตอนปิดประตูหอ แต่เสียงหัวเราะอย่างมีชีวิตชีวาสะท้อนอยู่ตรงโถงทางเดินของหอพัก












END

ผลงานอื่นๆ ของ Ployniezz

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Mo_mo
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 13:47
    ไม่มีต่อเหรอคะะะ ฮื่อออ ทำไมน่ารีกกันจังเลย
    #2
    0
  2. #1 yuka
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 18:34
    งื้อ กำลังเพลินเลยค่ะ อยากให้มีต่อจัง 55

    คู่นี้นี่น่ารักจริงๆน้า ที่คิดไว้ก็ประมาณในฟิคนี้เลย

    นัมฮุนนี่ยังไงกันน้อ -..-
    #1
    0