ชิดกลางใจ

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 พ.ค. 51

       
            พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว พนิตานั่งตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเองภายในห้องพัก  ศีรษะได้รูปเอนพิงพนักหลับตาลงเมื่อคิดถึงผู้ชายที่เพิ่งแยกกันเมื่อครู่ ธีมปทินธ์  หล่อนจะต้องคอยระวังตัวไม่ให้ชายหนุ่มรู้ว่าหล่อนยังรักเขาได้นานสักแค่ไหน ในเมื่อเขาออกจะน่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง หล่อนไม่ได้บอกเขาเรื่องโทรศัพท์ที่ผู้หญิงคนนั้นโทรมาเพราะคิดว่าอีกฝ่ายโทรมาคุยธรรมดาไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น  จึงไม่เห็นมีความสำคัญอะไรที่จะต้องบอก  หล่อนให้เวลาเขาในการพิสูจน์ตัว แต่หล่อนเองนั่นแหละจะทนไหวหรือเปล่ากับการที่ยืนอยู่บนเส้นเชือกที่ไม่รู้ว่าจะแกว่งให้หล่อนตกลงไปในห้วงแห่งความผิดหวังหรือความสุข

         ส่วนธีมปทินธ์นั้นกำลังอารมณ์ดีเพราะได้เจอหญิงสาวที่รัก ได้พูดคุยไม่หนีห่างเขาอีก  แล้วก็ต้องคิ้วขมวดเมื่อปัญหาบางอย่างวิ่งเข้ามากระทบ ใครกันที่อ้างว่าเป็นแฟนเขา  

       

         คืนเดียวกันนั้นเอง คุณเกษรามองหลานสาวที่กำลังนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน แล้วเอ่ยเลียบๆเคียงๆถามเรื่องงาน สมัครงานไปบ้างหรือยัง

           นัยน์ตาโตสวยมองย่าเกดอย่างแปลกใจ ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ ยังเลยค่ะ ที่ตราดไม่ค่อยมีน่าสนใจเลยแล้วแววตาก็เป็นประกายขึ้นเมื่อคิดอะไรออก ที่ตราดหาตำแหน่งยาก ลูกชิดขอลองสมัครที่กรุงเทพฯได้มั้ยคะ นฌิชร์ลองหยั่งเชิงอีกครั้ง ดูว่าย่าเกดจะว่าอย่างไร ผู้สูงวัยอาจเปลี่ยนใจยอมให้หล่อนไปทำงานที่กรุงเทพฯ ก่อนจะส่งสายตาไปขอความเห็นใจจากปู่ดิศแว่บหนึ่ง

          คุณเกษรายิ้มบางพร้อมกับพยักหน้า ได้สิ แต่.. นัยน์ตามองหน้าของหลานสาวที่กำลังตั้งใจฟัง ต้องเป็นบริษัทที่ย่าเลือกนะ

            นฌิชร์เริ่มคิดหนัก ประโยคแรกของย่าเกดฟังแล้วออกจะดีใจ พอประโยคต่อไปนี่สิ เสียงอ่อนๆอย่างไม่ค่อยแน่ใจเอ่ยถามกลับผู้สูงวัย ไม่ใช่บริษัทในเครือนะคะ ย่าเกดสั่นหน้า  หล่อนจึงถามอีก ไม่ใช่บริษัทคู่ค้า ย่าเกดก็สั่นหน้าช้าๆอีก คนถามชักแปลกใจ แล้วมันบริษัทอะไร’ “ไม่ใช้เส้นเข้านะคะ หล่อนเล่นไม้สุดท้ายเพราะถ้าเป็นบริษัทที่ย่าเกดอยากให้เข้าต้องใช้เส้นละ 

         คุณเกษรายิ้มกว้าง ไม่ใช่จ้ะ ก็แค่ให้ไปสมัคร เขาจะรับหรือเปล่าก็เรื่องของเค้า

         นัยน์ตาคู่สวยกระพริบปริบๆมองไปทางปู่ดิศแต่ชายชราเหมือนนั่งอยู่ต่างโลก ที่ไม่มีทั้งหล่อนและย่าเกดอยู่ใกล้ตัว นฌิชร์ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าย่าเกดคิดอะไร แถมช้างเท้าหน้าที่คอยฟังช้างเท้าหลังก็ช่วยไม่ได้ จึงตัดสินใจตอบเลี่ยงๆไปก่อน นฌิชร์ดูก่อนนะคะย่าเกดแล้วยังหยอดคำประจบเข้าไปอีกหน่อย ลูกชิดยังอยากอยู่ใกล้ๆปู่กับย่า

           คุณเกษรายิ้มเอ็นดูแกมหมั่นไส้ที่หลานสาวประจบ อยากอยู่ใกล้ย่าจริงเหรอ

          จริงสิคะเสียงใสตอบอย่างไว พลางยิ้มให้ย่าเกดอย่างน่ารัก

           คุณกษิดิษแอบเหล่ตามองภรรยาแล้วเหลือบมองลูกชิดที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว แล้วลอบผ่อนลมหายใจ

 

               อาทิตย์ต่อมานฌิชร์เข้ากรุงเทพพร้อมมารดาเพื่อไปเยี่ยมตาและยาย หล่อนจึงถือโอกาสไปหาเพื่อนรุ่นพี่ที่คอนโดตอนช่วงเย็นๆของวันเสาร์

           พี่ฟาง ดีกะนายธีมแล้วใช่มั้ยคะ  นฌิชร์ได้พูดคุยกับพี่ฟางมาก่อนหน้านี้ ทั้งโดนดุที่ไปตั้งศาลเตี้ยรุมต่อว่าคนหน้าเกาหลีที่เกาะช้าง ทั้งยังเล่าเรื่องที่ชายหนุ่มขอให้ใช้เวลาพิสูจน์ว่าไม่มีใคร

            พนิตายิ้มบางๆแต่แววตายังไม่สดใสนักในสายตาของนฌิชร์ ก็คุยกันเหมือนเมื่อก่อน

           นฌิชร์ลังเลที่จะถามต่อ แต่ก็เอ่ยถามออกไปจนได้ แล้วผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นแฟนเขาละคะ  ยังโทรมามั้ย

           หายไปเลยจ้ะพนิตาตอบเรียบๆเพราะหลังจากวันนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่โทรมาอีกเลย

            นฌิชร์เอนหลังพิงพนัก  แหงนศีรษะเหม่อมองไปที่เพดานห้องขณะกำลังประมวลความคิด พอมาขอคืนดี อีกคนก็หายไปแบบนี้มันเตี๊ยมกันเปล่าหว่า  เสียงพี่ฟางทำให้หล่อนต้องเลิกคิด

            มากรุงเทพฯกี่วันคะ

          อาทิตย์นึงแต่บางทีลูกชิดอาจอยู่ต่อก็ได้ค่ะ ให้แม่กลับตราดคนเดียว ก่อนจะเอ่ยปรึกษาเรื่องงานกับเพื่อนรุ่นพี่ พี่ฟาง พี่ฟางว่าถ้าลูกชิดดื้อ แอบไปสมัครงาน แล้วพอได้งานก็ไม่รู้ไม่ชี้ มาทำที่กรุงเทพฯ จะโดนโกรธมั้ย       

          พนิตาหัวเราะแล้วย้อนถาม ลูกชิดคิดจะทำแบบนั้นเหรอค่ะ  เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับจึงพูดต่อ ก็มีบ้างแหละคะ ผู้ใหญ่เขาเป็นห่วงเราแต่เราก็มีชีวิตของเราเพียงแต่เราอาจมองไม่กว้างและไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงได้ให้ทำแบบนั้นแบบนี้ ลูกชิดต้องถามตัวเองก่อนนะคะว่า เหตุผลที่ไม่อยากทำงานกับที่บ้านแต่พยายามหางานเองเพราะอะไร มีเหตุผลพอมั๊ย แล้วถ้าโดนท่านทั้งหลายงอนหรือโกรธ ลูกชิดจะทำยังไง

         พอฟังจบ เสียงใสๆของคนที่คิดจะดื้อก็เปรยออกมา หรือจะเรียนต่อดี

            พนิตายิ้ม คนที่มีทางเลือกก็เลือกได้ บางคนไม่มีทางเลือกก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อคว้าโอกาสที่ยื่นมาตรงหน้า หรือบางคนอาจโชคร้ายขนาดโอกาสยังไม่มีก็ต้องดิ้นรนกันไป ลูกชิด หล่อนเรียกชื่อหญิงสาวเสียงอ่อนหวาน ลูกชิดโชคดีที่สามารถเลือกได้ ลูกชิดต้องตัดสินใจให้ดีให้ถูกนะคะ

         นัยน์ตาโตสวยกระพริบปริบๆ พลางคิดว่า พี่ฟางหมายความว่าอะไร หรือว่าการฟังผู้ใหญ่ไว้ก่อนจะดีที่สุดสำหรับตัวหล่อนที่ยังไม่รู้จะเอายังไง จังหวะเดียวกันนั้นโทรศัพท์มือถือของพี่ฟางดังขึ้น ทำให้ร่างบอบบางเดินไปรับโทรศัพท์

             สวัสดีค่ะ เสียงทักจากอีกฝ่ายดังขึ้นทันทีที่พนิตากดรับ

              ร่างบางชะงักเมื่อปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงที่หล่อนจำได้  ก่อนจะตอบรับ สวัสดีค่ะ

             เป็นไงบ้างคะ พอดีคิดถึง

            พนิตาพยายามกลืนก้อนแข็งๆลงคอ ก่อนตอบไปเพียงว่า สบายดีค่ะ

               มุรียิ้มพลางเหลียวมองธีมปทินท์ที่ลุกจากโต๊ะไปตักอาหารกับเพื่อนๆ ร้านนี้เป็นร้านบุพเฟ่ พวกเพื่อนๆที่นั่งข้างๆลุกไปพร้อมกัน ความคิดบางอย่างของหล่อนเลยแว่บเข้ามา พอดีมาทานข้าวกับธีมนะคะ ช่วงนี้เขาดีขึ้น เอาใจฉัน นี่ก็นัดมาทานข้าว

            พนิตาเม้มปาก ธีมปทินท์บอกหล่อนว่าวันนี้มีงานเลี้ยงฉลองที่ทำโครงการเสร็จ เขาโกหกหรือ

            นัยน์ตาโตสวยของนฌิชร์ลอบมองพี่ฟางที่หน้าเจื่อนๆ แล้วหันไปหยิบหนังสือมาแกล้งเปิดอ่านแล้วตั้งใจฟังการสนทนา

           ฉันก็ใจอ่อนตลอด อภัยให้เรื่อย เขาไม่มีผู้หญิงคนอื่นแล้วค่ะ เขาบอกฉันแบบนั้น ไม่รู้จะจริงมั๊ย       

        ดีใจด้วยนะคะที่คืนดีกับ..ธีม พนิตากลั้นใจพูดตอบออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ

            คุณละคะ มีแฟนใหม่หรือยัง

           ยังค่ะแล้วพนิตาแทบหยุดหายใจเมื่อมีเสียงธีมปทินท์แทรกเข้ามา มาแล้วครับ 

        ธีม เสียงหวานๆของมุรีตอบกลับให้อีกฝ่ายได้ยิน ธีมมาแล้ว แล้วฉันจะโทรหานะคะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ แล้วจะโทรไปคุยใหม่ค่ะ

         มุรีวางสายแล้วหันไปยิ้มให้เพื่อนๆและชายหนุ่ม ขอบคุณที่ตักมาให้  หล่อนฝากชายหนุ่มให้เอาอาหารมาเผื่อหล่อน ครั้งนี้หล่อนทำใจกล้าใช้มือถือตัวเองโทรหาอีกฝ่าย โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่คิดว่าเป็นเบอร์โทรของหล่อนจริงๆเพราะทุกครั้ง หล่อนใช้เบอร์ที่ได้รับแจกฟรีมา แล้วก็ทิ้งไป แต่ถึงจะโทรกลับมาจะทำอะไรหล่อนได้ แค่ผู้หญิงติ๋มๆคนนึง  แล้วก็เป็นดังคาด พนิตาไม่สนใจเบอร์ที่โทรเข้า เพราะเคยโทรกลับไปแล้วก็ไม่เคยมีการตอบรับ แต่คนที่สนใจกลับเป็นแขกที่มาอยู่ด้วย นฌิชร์มองตามร่างบอบบางของพี่ฟางที่ขอตัวไปห้องน้ำหลังจากวางสาย  แล้วรีบคว้าโทรศัพท์ของพี่ฟางที่วางทิ้งไว้มากดหาเบอร์โทรเข้าล่าสุด ก่อนจะรีบกดบันทึกไว้ที่เครื่องโทรศัพท์ของตนเอง

            พออีกฝ่ายเดินกลับมาด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก นฌิชร์เลยเอ่ยถามตรงๆ ผู้หญิงคนนั้นหรือคะพี่ฟาง

            พนิตาพนักหน้ารับ เม้มปากเข้าหากันไม่เอ่ยอะไรต่อเพราะหล่อนเองกำลังสับสน หล่อนโดนแกล้ง โดนโกหกหรืออะไร ควรบอกธีมไหม ควรทำอย่างไร

           พี่ฟาง นฌิชร์เอ่ยเรียกแล้วมองพี่ฟางของหล่อนที่ช้อนตาขึ้นมามองด้วยหน้าเศร้าๆ เขาว่าอะไรบอกลูกชิดได้มั้ยคะ ลูกชิดสัญญาว่าจะไม่ไปต่อว่านายธีม หล่อนสัญญาว่าจะไม่ว่านายเกาหลี แต่เบอร์ที่ได้มานั้นไม่แน่  แล้วก็ไม่เล่าให้สาฟังด้วย

          พนิตาผ่อมลมหายใจ กัดริมฝีปากล่างของตนเอง แล้วพยายามกลั้นน้ำตาเมื่อคิดว่าโดนชายหนุ่มหลอก เขาโทรมาบอกว่าทานข้าวอยู่กับธีม เขาดีกัน ธีมเอาใจเขา 

          ผู้หญิงคนนั้นอาจโกหก  นฌิชร์ออกความเห็น

              แต่พี่ได้ยินเสียงธีม

               คำพูดของพี่ฟางทำให้คิ้วของคนฟังขมวดเข้าหากัน  พี่ฟางค่อยๆเล่าต่อ

              ธีมบอกพี่ว่า เย็นวันนี้มีงานเลี้ยงฉลองที่ทำงานเสร็จ พลางมองใบหน้าค่อนข้างกลมของคนฟังที่กำลังหน้านิ่ว ถ้าเป็นในงานเลี้ยงทำไมผู้หญิงคนนั้นมาพูดเรื่องส่วนตัวแบบนั้นได้ล่ะลูกชิด

           คนฟังคิดตามก่อนจะปลอบออกไป ก็แค่...แอบคุยก็ได้นี่คะ เมื่อนึกถึงปฏิกิริยาของชายหนุ่มตอนที่โดนหล่อนกับสลิสารุมตอนนั้น นายธีมเหมือนไม่รู้เรื่องจริงๆ แล้วที่พี่ได้ยินเสียงนายธีม เพราะเขาอาจเพิ่งมาถึงงาน

            พนิตาใจชื้นขึ้นมา หล่อนมัวแต่ระแวงไม่ทันคิดอีกแง่หนึ่ง ผงเข้าตาตนเองจริงๆ  ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม อาจจริงอย่างที่ลูกชิดว่า 

            แต่ทางด้านคนปลอบยังไม่แน่ใจ ในเมื่อความคิดหล่อนนั้นมันก็เป็นไปได้ 3 ทาง พี่ฟางโดนธีมปทินท์หลอก โดนผู้หญิงคนนั้นหลอกหรือโดนคนทั้งคู่สุมหัวกันหลอก แต่ก็พูดออกไปไม่ได้ เมื่อพี่ฟางเป็นคนค่อนข้างคิดมาก แล้วยิ่งเป็นเรื่องของความรักแล้ว หล่อนเข้าใจดีว่าผู้หญิงเรานั้นยิ่งคิดมากเป็น 10 เท่า ถึงตัวหล่อนเองยังไม่เคยมีแฟนก็ตาม แต่ที่แน่ๆ ลูกชิดว่า ผู้หญิงคนนั้น ตั้งใจกวนพี่ฟาง ไม่ใช่ความหวังดีแน่นอน        

            เสียงหวานตอบกลับ ระยะหลังพี่ก็คิดว่าอย่างนั้น แต่ไม่รู้จะทำยังไง

             นฌิชร์หงุดหงิด ก็ตอกกลับไปสิคะ  แต่พอรู้จักนิสัยพี่ฟางดีจึงได้แต่เพียงบอกว่า ทำเป็นรู้ไม่ทันดีแล้วค่ะ ให้เขาเชื่อว่าเราเชื่อเขาจะได้จับผิดได้ง่ายๆ 

          พนิตาสั่นศีรษะช้าๆ หล่อนไม่แน่ใจว่าใครกันที่กำลังหลอกหล่อน ธีมปทินท์หรือผู้หญิงคนนั้น  คนที่คุยได้พูดได้ก็มีแต่เพื่อนรุ่นน้อง 2 คน คือนฌิชร์กับสลิสา ซึ่งรู้เรื่องของหล่อนดีทีเดียว จึงพูดระบายความในใจ พี่ไม่แน่ใจว่าธีมเขาหลอกพี่หรือเปล่า ส่วนผู้หญิงคนนั้นเขาจะตั้งใจให้พี่เข้าใจผิดหรือบอกความจริงเยาะเย้ยพี่  แบบไหนพี่ก็ไม่รู้ความจริงอยู่ดี

         ทำไมพี่ไม่โทรกลับไปถามผู้หญิงคนนั้นละคะว่าต้องการอะไรนฌิชร์โผล่งออกไปตามนิสัยที่ชอบพูดตรงๆให้รู้เรื่อง

          พี่เคยโทรไปแล้ว แต่ไม่เคยมีสัญญาณสักครั้ง เหมือนเขาโทรมาแล้วปิดโทรศัพท์

         แบบนี้ ตั้งใจป่วนนี่หว่า นฌิชร์งึมงัม  พลางคิดถึงเบอร์ที่อุตส่าห์แอบเก็บเข้าโทรศัพท์ตัวเอง แย่จริง

           แปลกดีนะ ไม่คิดเลยว่าในชีวิตจริงจะเจอแบบนี้ได้ เหมือนนิยาย  พนิตาพูดปนหัวเราะ    ไม่เป็นไร ลูกชิดไม่ต้องห่วงพี่หรอก เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าเป็นกังวล พี่ก็เผื่อใจไว้ ลองดูไปเรื่อยๆ ...คุยเรื่องอื่นดีกว่านะคะ...

             

 

            นฌิชร์ขับรถกลับถึงบ้านก็เกือบ 3 ทุ่ม ขึ้นไปบนห้องนอนก็หยิบโทรศัพท์มากดดูเบอร์ที่เก็บไว้ในเครื่อง  ลองโทรดูก่อน ถ้าไม่ติดก็ลบทิ้งไปซะรกเครื่องเปล่าๆแต่แล้วต้องตาโตเมื่อมีสัญญาณให้รอสาย ลังเลว่าจะรีบกดวางสายหรือพูดดี อีกฝ่ายก็รับเสียก่อน เสียงค่อนข้างหวานและสุภาพดังขึ้นมา

         สวัสดีค่ะ

         นฌิชร์รีบพูดตอบ ขอสายคุณพินค่ะ  พินเป็นใครไม่รู้ มั่วไปก่อนแล้วกัน

         ไม่ใช่ค่ะ  โทรเบอร์ไหนค่ะ

         นฌิชร์ตอบเบอร์ที่ตัวเลขข้างหน้าผิดไป1 ตัว พออีกฝ่ายบอกไม่ใช่ หล่อนก็รีบขอโทษแล้ววางสาย  ก่อนจะยิ้มเมื่อเบอร์ที่โทรไปมีคนรับจริงๆไม่ใช่ไม่มีสัญญาณเหมือนที่พี่ฟางว่า  
      


            

         สายๆวันอาทิตย์ร่างสูงของชายหนุ่มที่วางแผนจะขยายสาขาของบริษัทมองแบบแปลนตึกที่ได้วาดร่างคร่าวๆ โดยดัดแปลงต่อเติมจากตึกเก่าซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง ที่มีคนนำมาเสนอให้เช่าระยะยาวอย่างพอใจ ส่วนมากเขาจะใช้เวลาว่างจากการทำงานในการร่างแบบและคิดเกี่ยวกับระบบงานที่เขาจะเป็นคนบริหารจัดการ  ตอนนี้ทุกอย่างใกล้เสร็จแล้วพร้อมที่นำเสนอต่อที่ประชุมของบริษัทในสัปดาห์หน้า แล้วต้องหวนคิดถึงโครงการปรับปรุงรีสอร์ทที่เกาะช้าง ซึ่งตอนนี้กำลังเตรียมคนงานและติดต่อเช่าเครื่องมือก่อสร้าง ซึ่งคงได้เริ่มลงมือทำก่อนสาขาใหม่ไม่เท่าไหร่ ทีนี้เขาคงต้องไปอยู่ที่นั้นนานเหมือนกัน แล้วก็มีเสียงเคาะประตูเรียก

         ศิลป์ ลูกทำงานอีกแล้วเหรอ มารดาเขาเปิดประตูห้องทำงานเล็กๆของเขาเข้ามา  หนูแก้วมานะ เดี๋ยวขับรถพาแม่กับหนูแก้วไปห้างหน่อยนะ

         ครับ

         คุณฤดียิ้มอย่างพอใจ อีก15 นาทีนะศิลป์ แล้วงับประตูปิดให้เหมือนเดิม 

         ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ หรือจะแต่งงานให้จบๆไปจะได้เลิกวุ่นวายเสียทีก่อนจะลงมือเก็บแปลนบนโต๊ะเขียนแบบ แล้วเดินออกไปพบกับมารดาและหญิงสาว

          ไหมแก้วนั่งอยู่ที่เก้าอี้นวมในห้องรับแขก หันไปยิ้มหวานให้ชายหนุ่มที่เดินมา พี่ศิลป์ วันอาทิตย์ยังทำงานอีกเหรอคะ

          งานสาขาใหม่น่ะ  แล้วไปทรุดตัวนั่งฝั่งตรงข้าม

          ทำแต่งาน คุณฤดีบ่นเบาๆแล้วนึกได้ สาขาใหม่ ทวนคำแล้วถามบุตรชาย ที่ไหนนะศิลป์

          ศิศิลป์นิ่งไปชั่วครู่ก่อนตอบ ตราดครับแล้วกลั้นใจมองหน้ามารดาที่มีสีหน้าแปลกใจ

          ตราด ทำไมเปิดสาขาไกลนักล่ะศิลป์ แล้วที่เคยได้ยินพ่อลูกคุยกันเรื่องศิลป์จะคุมสาขาใหม่เอง หมายถึงที่ตราดนี่หรือเปล่า

          ครับแม่

           คุณฤดีคิ้วขมวด สายตาเพ่งมองบุตรชาย ไปซะไกล

          แม่ครับ ถึงผมจะไปทำงานที่นั่นแต่ผมจะกลับบ้านทุกอาทิตย์นะครับรับรอง หรือคุณแม่จะไปพักตากอากาศที่นั่นก็ได้ ชายหนุ่มรีบบอกก่อนที่จะโดนมารดาคัดค้าน

           ฟังบุตรชายพูดแล้วก็เริ่มไม่สบายใจ เพราะมีลูกอยู่คนเดียวก็ทั้งห่วงหวงทั้งอยากให้อยู่ใกล้กัน นางจะได้ไม่เหงา แล้วยังมีเรื่องการจับคู่ที่นางแอบหวังให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆมาเกี่ยวดองกันเสียทีจะได้มีคนมาอยู่เป็นเพื่อน แล้วก็จะมีหลานตัวเล็กๆเกิดขึ้นตามมา นี่อะไร บุตรชายจะไปทำงานเสียไกล นางพอรู้ว่าลักษณะงานแบบนี้ ต้องคอยอยู่ดูแล แล้วบุตรชายจะได้กลับบ้านบ่อยๆหรือ ทำไมไปไกลนัก หาที่ใกล้ๆดีกว่า สมุทรปราการ  ชลบุรี ก็ใกล้ดี

           คู่แข่งเยอะแล้วครับ

           จะทิ้งพ่อกับแม่ไปเหรอไงคุณฤดีเริ่มเสียงเขียว

           คุณแม่ขา ไหมแก้วเอ่ยขัดขึ้น พี่ศิลป์ไม่ทิ้งคุณแม่หรอกค่ะ ถ้าคุณแม่เหงาแก้วจะมาอยู่เป็นเพื่อนทุกวัน หรือบางวันไปหาพี่ศิลป์กันก็ได้นะคะ

           หนูแก้วน่ารักจริง แล้วหันไปตาเขียวใส่ลูกชาย ไปแค่ 2 3 วันแล้วกลับบ้านทีได้มั๊ย ไม่งั้นแม่ไม่ยอม  

            ชายหนุ่มนิ่งเพราะรู้ว่าไม่สามารถรับปากได้  จึงใช้วิธีตอบเลี่ยงๆ ผมไม่ทิ้งคุณแม่แน่ครับ  ถ้าสาขาเข้าที่เข้าทางก็ให้คนอื่นดูแลต่อ ผมแค่อยากลองเริ่มต้นดูเท่านั้นเองครับ ไงๆผมก็กลับบ้าน ผมจะไปไหนได้ล่ะครับ

            ทุกวันก็ทำแต่งาน กลับบ้านก็มืด เสาร์อาทิตย์หยุดอยู่บ้านก็จริง แต่เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องทำงาน อยู่ก็ไม่เหมือนไม่อยู่อยู่แล้วนี่ แล้วค้อนขวับ

            คนโดนว่ากลืนน้ำลายก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย จะให้ผมพาไปห้างไหนครับคุณแม่ เท่านั้นก็ได้สายตาค้อนขวับของมารดากลับมาอีกหน แต่ก็สามารถเปลี่ยนเรื่องได้ เมื่อมารดาบอกถึงสถานที่ที่ต้องการไปและลุกขึ้นเดินออกจากบ้าน     




     นึกว่าจะมีฝนตกมาที่ไหนได้ ร้อนอีกแล้วเซ็งเลย  ฝนตกจะออกมากระโดดโลดเต้น พอร้อนๆจะหลบกลับหลุม ฉะนั้น ถ้ามีแต่ความร้อนเดาได้เลยว่า heydon หายหัว  รักนักอ่านผู้อดทนทั้งหลายจริงๆ      

   miow   ขอบคุณที่รอ ขอน้อมคารวะความอดทน  
   ann   คนเขียนอู้เก่ง ความขี้เกียจเป็นเลิศ หายหัวเป็นนิสัย  เอิ๊ก  ขอบคุณที่ตามอ่านนะ ว่าแต่คนอ่านลืมเลย  heydon ยังลืมว่า พ่อแม่พระเอกชื่อไรหว่าต้องย้อนอ่าน ทู่เร่ศจริงๆ    
   คนผ่านมา  ใช่คนผ่านมา (บ่อยๆเปล่าหว่า)  ถ้าใช่ เราก็เคยทักกันเนอะ  ยังอ่านนิยายไร้สติไร้สาระของเราอยู่อีก ดีใจจัง  ถ้าไม่ใช่บอกด้วยจะได้ทักใหม่
  
 
nekojung   มาแล้วเหรอยะ แหมมาแบบนิ่งๆเสียด้วยกลัวกระดิกมากแล้วไขมันทลายละสิ  เด็กหล่อบอกให้ไปให้กำลังใจ นี่ยังหาทางเข้าไม่เจอเลยวะ เดี๋ยวต้องถามใหม่ว่าชื่อไร  
   silhouette   มาทวงในนี้ด้วย โห มีชื่อน้องประกอบใน id ดีใจเว้ย 
   เธ›เธฅเธฒ   ใครหว่า มาหลายทีแต่อ่านไม่ออก ขอบคุณมาก
   lala  ขอบคุณที่บอกว่า สนุก แต่หนุกเหรออย่าเพิ่งชมเพราะมันอาจจะพลิกล๊อค 555+ 
  
BerserkeR    คนอ่านส่งวิญญาณบังคับให้ขยันมามากเกินไปไล่ไม่ทัน เลยโผล่หัวมานะสิ  ก็มันร้อนนี่หว่าฝนหายไปอีกแล้วแรงหดสมองลด  เดี๋ยวจะหายหัวไปอีกแล้ว 
   a-mi     จะแพร่เชื้อให้ก็ไม่เอา ภูมิต้านทานสูงนะ 
   ginn_jinn  เอาไปดองแบบลืมได้เลย ก็มันร้อนจนไม่มีแรงเลย นอนกลิ้งไปกลิ้งมาดีกว่า (แก้ตัวได้ข้อเดียว)  แต่ก็เรียกง่ายๆว่า  ขี้เกียจ

290 ความคิดเห็น

  1. #188 MooNMa@฿∑!!ity (@bellity_2533) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 04:11
    ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หึหึ ปมแรกจะถูกคลายแล้ว555+
    #188
    0