ชิดกลางใจ

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ต.ค. 51

           หลังจากคิดอยู่ 2 -3 วัน พนิตาก็ตัดสินใจบอกธีมปทินท์ในเย็นวันหนึ่งซึ่งนัดเจอกัน ถึงเรื่องโทรศัพท์จากผู้หญิงที่ชายหนุ่มเคยบอกให้บอกเขาถ้ามีโทรมาอีก ธีมคะ  ผู้หญิงคนนั้นโทรหาฟาง พูดแล้วมองจับพิรุธสีหน้าของอีกฝ่าย ซึ่งมีสีหน้าเครียดขึ้นทันทีที่หล่อนพูดจบ

          เมื่อไหร่ครับ

          วันที่ธีมบอกว่าไม่ว่าง มีงานเลี้ยงฉลองงานเสร็จน่ะค่ะ

          เขาว่ายังไงบ้างครับ

          พนิตายังมีความระแวงในใจว่า อีกฝ่ายอาจรู้ดีอยู่แก่ใจ จึงไม่พูดตอบชายหนุ่ม ไม่มีอะไรสำคัญ ธีมให้บอกฟางก็บอก

          ฟาง เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกหญิงสาว ผมไม่รู้เขาพูดอะไรกับคุณ บอกผมไม่ได้เหรอครับ อย่างน้อยผมอาจจะได้รู้ว่าเขาเป็นใครจากคำพูดที่เขาคุยกับฟางไงครับ

          พนิตาประสานสายตากับอีกฝ่าย ก่อนจะพูดอย่างไม่มั่นใจ แน่ใจเหรอคะว่าธีมไม่รู้

          ฟาง เขาเรียกชื่อหญิงสาวอีกหนก่อนจะถอนหายใจเบาๆเมื่อจับได้ว่า หญิงสาวยังไม่ไว้ใจเขาจริงๆ ผมไม่รู้จริงๆนะครับ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แล้วหยุดพูดเมื่อไม่รู้จะอธิบายอย่างไร  แล้วคิดได้ ฟางเก็บเบอร์ที่โทรเข้าไว้มั้ย

         พนิตาสั่นศีรษะช้าๆ ลบทิ้งไปแล้วค่ะ เพราะฟางเคยโทรกลับแต่ไม่มีสัญญาณสักครั้ง เลยไม่รู้จะเอาไว้ให้.. หญิงสาวหยุดพูด เมื่อพยายามสั่งให้ตัวเข้มแข็งก่อนจะพูดต่อ รกเครื่องทำไม

        คนฟังมองหญิงสาวอ่อนหวานบอบบางตรงหน้าอย่างเข้าใจ ปัญหาเกิดจากเขาที่ไม่ได้เป็นคนก่อ แล้วคนก่อปัญหาเป็นใครเขาก็ยังไม่รู้ การที่จะพิสูจน์ตัวเองให้หญิงสาวที่รักเห็น เหมือนจะยากขึ้นถ้าผู้หญิงคนนั้นยังโทรหาพนิตา และยิ่งลำบากเข้าไปอีกเมื่อพนิตาเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมพูดยอมถามอะไร เหตุผลที่ทำให้พนิตาห่างเขาไปเมื่อครั้งนั้น เขาก็รู้จากหญิงสาวนัยน์ตาโตสวยซึ่งมีฐานะเป็นนายจ้าง หรือว่าเขาจะขอให้พนิตายอมพูดยอมถามอะไรกับเขาเองตรงๆได้หรือเปล่า ฟางมีอะไรบอกผมตรงๆได้มั๊ยครับ ข้องใจอะไรให้ถามผม อย่าหนีอย่าห่างผมไปเฉยๆเพราะผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ   

     ฟางให้เวลาธีมพิสูจน์ตัวเอง ฟางไม่หนีหรอก 

     แล้วบอกผมได้หรือเปล่า ผู้หญิงคนนั้นเขาพูดอะไร

     พนิตาตัดสินใจบอกสั้นๆ เขาบอกว่า เย็นวันนั้นธีมนัดทานข้าวกับเขา แล้วก็เข้าใจกันดีแล้ว มีความสุขกันมาก เท่านี้ค่ะ

     คนอยากรู้นิ่งไปนานทีเดียวก่อนจะเปรยออกมา งั้นเขาคงต้องรู้ละสิว่า ผมไม่ว่างเย็นนั้น

     ใบหน้าสวยก้มลงเพราะไม่รู้จะพูดอะไร

     ฟางครับ ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ผมรู้สึกพิเศษได้เท่าฟางมาก่อน ผมจะรักษาความสัมพันธ์เราไว้ให้ได้ ตอนนี้ผมยังไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น สักวันผมจะให้ฟางเห็นความจริงใจของผม

      พนิตาเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับนัยน์ตาคม แล้วยิ้มรับ     

 

       วันต่อมาช่วงเย็น ธีมปทินท์เหลือบมองนาฬิกาของสำนักงาน อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว หัวสมองเขาไม่ค่อยแล่นตั้งแต่เช้ามาแล้ว อาชีพแบบเขาบางครั้งก็ต้องใช้จินตนาการหรือความคิดสร้างสรรค์ คนอื่นเป็นอย่างไรไม่รู้แต่สำหรับตัวเขานั้น ถ้ามีอะไรกลุ้มใจงานก็มักจะล่าช้าไปจากที่คาดไว้ เรื่องโทรศัพท์จากผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นแฟนของเขาแล้วโทรหาพนิตา คอยมารบกวนสมาธิเขาเป็นระยะ ขณะที่กำลังพยายามรวบรวมสมาธิใหม่เพื่อทำงานต่อ สายตาก็เห็นร่างสูงของศิศิลป์ก็เดินตรงมาหาที่โต๊ะทำงาน

        เสาร์นี้ไปตราดด้วยกันมั๊ย

        ธีมปทินท์มองคนที่เป็นทั้งเพื่อนและเจ้านายที่เดินดุ่มมาหาโดยที่ไม่พูดเกริ่นอะไรสักอย่างอย่างงงๆ  แล้วอีกฝ่ายก็วางแปลนกระดาษลงบนโต๊ะ กางออกแล้วชี้ให้เขาดูแบบร่างคร่าวๆที่วาดไว้พร้อมเอ่ยต่อ

        ไปดูตึกกันอีกที ถ้ามีเวลาก็แวะไปดูโครงการปรับปรุงรีสอร์ทที่เกาะช้างด้วย         

        ธีมปทินท์มองแบบร่างขั้นต้นที่เพื่อนกางให้ดู แล้วเดาว่าคงเป็นแปลนตึกสาขาใหม่ที่ตราดเพราะคุยกับเพื่อนเรื่องนี้บ่อยๆจึงเอ่ยถาม แบบสาขาใหม่เหรอ

 ใช่     

 สวยดี เอาแบบนี้แน่นอนเลยหรือเปล่า

 แบบสุดท้ายแล้ว คิดว่าไม่เปลี่ยน อาจจะมีปรับบ้าง ต้องไปเทียบของจริงดูอีก

 สวัสดีค่ะคุณศิลป์ เสียงใสๆแทรกเข้ามา ศีรษะเล็กๆก้มลงเป็นเชิงสวัสดีให้ร่างสูงที่ยืนเอามือกางแบบแปลนอยู่

 มุรี ธีมปทินท์เอ่ยทัก ว่าไง

 เลิกงานแล้วเลยเดินมาหา ยังคุยเรื่องงานกันอยู่หรือคะ งั้นมุรีไม่กวนหรอกค่ะ  

 ไม่มีอะไร ไม่ใช่งานหรอก ศิศิลป์บอกยิ้มๆ แล้วหันไปหาธีมปทินท์ มาชวนไปเป็นเพื่อน จะไปก็ได้ ไม่ไปก็ได้  ไปก่อนนะ”   

  อ้าว ธีมปทินท์มองเพื่อนที่เดินห่างไป พร้อมบ่นอุบอิบ อะไรกัน

  มุรีมองตามหัวหน้าที่เดินห่างไป แล้วจึงหันไปหาธีมปทินท์ ทำงานต่ออีกแล้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังไม่วางมือจากงาน งานด่วนเหรอ

       เปล่าหรอก เสียงทุ้มตอบเนื่อยๆ พอดีคิดไม่ออก แล้วหันไปยิ้มให้หญิงสาว มุรีจะกลับบ้านแล้วเหรอ

      งานเราไม่ต่อเนื่องไง ก็เลยสบาย ไม่เหมือนแผนกธีมหรอกแล้วชะโงกหน้าไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งยังแสดงผลเป็นโปรแกรมทำงานของชายหนุ่ม คิดไม่ออกตรงไหนกัน ก็สวยดีนี่

      คนโดนชมหัวเราะในลำคอ สวยแค่ด้านตรงนี้นะสิ อีกด้านยังมีแต่พื้นว่างๆอยู่เลย

      หญิงสาวนั่งลงที่เก้าอี้ของลูกค้าแล้วพูดเรื่อยๆ ธีมได้ออกไปทำงานนอกสำนักงาน บางทีก็ออกไปต่างจังหวัด เหนื่อยแต่น่าสนุกดีนะ

       บางทีก็เบื่อเหมือนกันแหละ บางครั้งเสาร์อาทิตย์แทบไม่ได้พัก เมื่อกี้ศิลป์เพิ่งมาชวนไป

       คราวนี้ไซด์ไหนล่ะ

       ตราด ...เกาะช้าง แต่ไม่ได้ไปพบลูกค้า ไปดูที่เฉยๆ

        มุรีชวนคุยไปเรื่อยไม่ได้หวังอะไร แต่แล้วคำตอบของอีกฝ่ายกลับทำให้หล่อนสนใจ ไม่ได้ไปทำงานเหรอ

       มันก็ไม่ใช่งานนักหรอก โครงการของศิลป์ แล้วอาจจะไปดูสถานที่ของลูกค้าอีกครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ทางการอะไร

       มุรีไปด้วยได้หรือเปล่า พูดทีเล่นทีจริง แล้วพอเห็นอีกฝ่ายนิ่งไป เลยหัวเราะ พูดเล่น แค่อยากไปทะเล...ไม่ไปก็ได้  

        ใบหน้าคมเกลี้ยงยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นสีหน้าเศร้าๆของอีกฝ่าย เดี๋ยวจะถามศิลป์ว่า ไปคราวนี้เอาลูกน้องพ่วงไปอีกสักคนได้มั๊ย

         นัยน์ตาคู่สวยเป็นประกาย ริมฝีปากสีชมพูอ่อนคลี่ยิ้ม แล้วก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือของหล่อนดังขึ้น จึงกดรับสวัสดีค่ะ

    ขอสายคุณบีค่ะ

    คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน  โทรผิดแล้วค่ะ

    ขอโทษนะคะ

     มุรีกดวางสาย แล้วบ่นเบาๆ กดโทรศัพท์ยังไง กดผิดมาได้แล้วคุยกับชายหนุ่มต่อ โดยไม่ได้เฉลียวใจเรื่องโทรศัพท์ที่โทรผิดเมื่อครู่ว่า  เป็นเสียงเดียวและเบอร์เดียวกับที่โทรผิดเมื่อครั้งที่แล้ว

 

     นฌิชร์ยิ้มเมื่อเบอร์ที่ตนเองโทรไปนั้นยังมีคนรับและมั่นใจว่าเป็นเสียงผู้หญิงคนเดิม ถึงจะใช้มุขเดิมแต่อีกฝ่ายก็ไม่มีน้ำเสียงที่แสดงว่า  จำหล่อนได้   ใช่จริงๆแหละ เราว่า  หล่อนหันไปบอกเพื่อนที่นั่งอยู่บนเตียงในห้องของหล่อน 

     กล้ามากที่ใช้เบอร์ตัวเองโทรหาพี่ฟาง สลิสาพูด

     นั่นสิ  สาว่าถ้าเราใส่ไปตรงๆ ผู้หญิงคนนั้นจะไปทำอะไรพี่ฟางเปล่า ความจริง หล่อนอยากจะต่อว่าตรงๆ หรือพูดให้รู้เรื่อง ติดแต่ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะร้ายแค่ไหน ถ้าไปทำอะไรพี่ฟางเข้าก็แย่ 

      สลิสานิ่งคิดหน้ามุ่ย โดยมีสายตาของเพื่อนมองอย่างรอคำตอบ โทรไปแกล้งพี่ฟางได้ ก็คงไม่ใช่พวกอ่อนแน่ แล้วอีกอย่างเราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เขารู้ว่าพี่ฟางเป็นใครนี่สิ

      นฌิชร์พยักหน้า เราก็คิดงั้น แล้วมีที่คิดอีกอย่างนะ อย่างที่เราเคยบอก ถ้าเป็นแฟนนายธีมจริงๆ เราว่าสักวันต้องเจอกัน เพราะนายธีมไปทำงานให้ปู่ดิศ  ลองตามหึงตามหวังดีซะขนาดนี้ ต้องตามไปแน่ เราจะโทรเข้ามือถือตอนนั้นเลย    

       แล้วถ้าไม่ตาม หรือไม่ใช่ สลิสาถามขึ้น

       ก็เอาเบอร์ให้นายธีมดูซะ ว่ารู้จักมั๊ย นฌิชร์พูดตอบทันทีเพราะคิดไว้ แต่เราว่า จับให้ได้ต่อหน้านายธีม น่าจะสะใจกว่า

       ยาก 

       นฌิชร์ยักไหล่ ไม่ได้ก็ช่าง ก็ให้ตาธีมปทินท์ดู ถ้าสุ่มหัวกันก็จะได้รู้ว่าเรารู้ทัน ถ้าไม่รู้เรื่องจริงๆก็ไปฉะกันเอง  

       สลิสาฟังแล้วทีสีหน้าเห็นด้วย ก่อนจะถาม ตกลงได้ยังว่าจะกลับตราดพร้อมน้าเนยไหม      

       กลับอาทิตย์หน้าดีกว่า เราว่าจะไปลองสมัครงานดู แล้วทำเสียงกระซิบทั้งที่อยู่ภายในห้องเพียง 2 คน อย่าเอะไป แอบๆ

      สลิสาหัวเราะเบาๆ มีคนสนับสนุนละสิ

      แน่นอน ตากับยายอยากให้อยู่ที่นี่ แต่เราแค่ไปลองดู อยากรู้ว่ามีคนสนใจความสามารถเรามะ ยังไงก็ติดย่าเกดอยู่ ดันรับปากไปแล้วด้วย แต่ถ้าได้นะ ต้องหาทางอ้อนให้ได้เลยนฌิชร์พูดอย่างมั่นใจว่าจะต้องอ้อนขอย่าเกษราได้ หากมีงานทำ

     ตามบายเหอะ แล้วไม่สนใจสอบ IELTS (International English Language Testing System) กับเราเหรอ

        ยังละขี้เกียจ เพิ่งสอบ TOEIC (Test of English for International Communication) มาเอง เราไม่ได้ไปเรียนต่อนี่หว่า ไว้รอไปเรียนก่อน

        แล้วจะไปสมัครงานที่ไหน

        เดี๋ยวนะ เดี๋ยวหยิบให้ดู นฌิชร์เดินไปรื้อของบนโต๊ะหนังสือ เลือกหยิบกระดาษที่พิมพ์มาจากคอมพิวเตอร์ 2 3 แผ่นให้เพื่อนดู ก่อนจะคุยกันไปเรื่อย จนกระทั่งสลิสาขอตัวกลับบ้านเพราะเย็นมากแล้ว

 

           วันเสาร์ช่วงเย็น มุรีเดินตามชายหนุ่ม 2 คนอย่างอารมณ์ดีอยู่ที่ถนนเลียบชายหาด ถึงธีมปทินท์จะไม่ค่อยสนใจหรือคิดอะไรเป็นพิเศษกับหล่อน แต่การมาครั้งนี้ก็สร้างความสุขใจให้กับหล่อนได้มาก เพราะธีมปทินท์เป็นสุภาพบุรุษที่คอยห่วงคอยถามว่าหล่อนอาจจะเบื่อที่ต้องมาเดินตามเขาและเจ้านายดูงานที่แม้จะไม่เป็นทางการ แต่ศิศิลป์ก็เอาการเอางานเหมือนมาทำงานจริงๆ  ตอนนี้กำลังเดินไปที่รีสอร์ทของลูกค้า ซึ่งหล่อนมองดูไกลๆแล้วเห็นว่าเป็นรีสอร์ทเล็กๆที่น่าพัก พอไปใกล้ๆจะเห็นว่าสภาพบ้านพักทรุดโทรมบ้างแล้วแต่ยังสะอาด ตอนนี้เจ้าของคิดปรับปรุงก็คงจะเรียกลูกค้าและทำกำไรต่อได้อีกเยอะ

        เหนื่อยรึยัง ธีมปทินท์หันไปถามหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างหลัง ขับรถออกมาจากกรุงเทพฯตั้งแต่เช้า ไปดูตึกที่คิดจะเช่า พักทานข้าวกลางวันแล้วก็เดินทางต่อมานี่เลย เขาและศิศิลป์ออกภาคสนามบ่อยและเป็นผู้ชาย จึงเดินทางได้สบายๆทั้งวัน 

       เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนถามหญิงสาว  ศิศิลป์คิดได้ว่าเขาไม่ได้ให้เพื่อนแวะพักนั่งเล่นที่ไหนเลยนอกจากทานข้าว เดี๋ยวเรานั่งพักที่เก้าอี้ ตรงนั้นก่อนก็ได้ด้านหน้ารีสอร์ทมีม้าหินตั้งไว้ นั่งตรงนั้น จะหันมองทะเลหรือรีสอร์ทก็ได้ 

       หญิงสาวรู้ว่าชายหนุ่มทั้ง 2 คนเป็นห่วงจึงพูด คุณศิลป์ไม่ต้องห่วงมุรีหรอกค่ะ  มุรีรบกวนขอติดรถมาเองเพราะอยากมาเที่ยวสูดอากาศบ้าง ถ้าจะเดินต่อมุรีก็เดินได้ค่ะ

        ศิศิลป์หันไปมองธีมปทินท์เพราะเพื่อนสนิทกับหญิงสาวที่มาด้วยมากกว่า 

       มุรีนั่งเล่นไปก่อนมั๊ย ผมกับศิลป์เดินไม่นานหรอกธีมปทินท์บอกหญิงสาวเมื่อเพื่อนหันมามองเขาเป็นเชิงขอความเห็น

       มุรีนิ่งคิด ถ้าเดินไปกับชายหนุ่มก็ไม่มีอะไร นอกจากคุยกันเรื่องงาน ถ้านั่งมองทะเลคงดีกว่าเดินมองรีสอร์ท จึงตอบตกลง ค่ะ 

       พอร่างสูง 2 คนเดินเข้าไปภายในรีสอร์ท หล่อนก็นั่งมองคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง คิดถึงเรื่องที่เพิ่งได้รู้การที่หล่อนตามชายหนุ่มมา ทำให้รู้ว่าศิศิลป์จะเปิดสาขาใหม่ที่นี่ ถ้าหล่อนเดาไม่ผิดธีมปทินท์อาจจะมาทำงานกับศิศิลป์เพราะ 2 คนนั้นสนิทกัน  แต่ผู้หญิงที่ชื่อฟาง คนนั้นล่ะ ธีมปทินท์จะมาหรือเปล่าเพราะถ้ามาก็ต้องห่างผู้หญิงคนนั้น เป็นโอกาสของหล่อนแล้ว ถ้าธีมปทินท์มาทำงานที่นี่หล่อนจะต้องมาด้วยให้ได้     

290 ความคิดเห็น

  1. #189 MooNMa@฿∑!!ity (@bellity_2533) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 04:16
    เกือบแล้วอีกนิด  เอ่ มีอะไรกับโทรศัพท์อ่ะเปล่าเนี่ย???
    #189
    0
  2. #73 lala (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2551 / 22:44
    ไม่อยากเชื่อเลยวันนี้ได้อ่านตอนใหม่ รอนานมาก แต่ก็ยังดีที่มาupให้ ดีใจจริงๆ แต่ลงถี่กว่านี้ก็จะดีมากเลย
    #73
    0