เพลิงพิศวาสพ่ายราคี

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 เพื่อนสนิท 100 เปอร์เซ็นต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 770
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 ก.ย. 62


“แม่หลิวครับ ปราชญ์อยากทานอเมริกันเบรกฟาสท์” ร่างเล็กในชุดนักเรียนลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ มองดูคนที่ตัวเองเรียกว่า แม่หลิว ตั้งแต่จำความได้ กำลังตักข้าวต้มใส่ชามบนเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร

“พรุ่งนี้แม่หลิวจะทำให้นะ เช้านี้เราทานข้าวต้มก่อนนะค่ะ” ต่อรองแล้วเดินมากอดรัดร่างกลมป้อมด้วยความรักใคร่

“ไม่เอา ปราชญ์เบื่อข้าวต้ม นะครับแม่หลิว ทำให้หน่อยนะครับ”

ลากเสียงออดอ้อนพร้อมโอบอ้อมแขนเล็ก ๆ โน้มลำคอเฌอรีนเข้ามาใกล้เพื่อกระหน่ำหอมแก้มซ้าย-ขวา จนผู้เป็นบิดาที่เป็นคนจัดเตรียมแก้วน้ำวางไว้บนโต๊ะอาหารต้องรีบขัดขึ้น เพราะเขารู้ว่าหญิงสาวที่ยืนกอดลูกชายของเขาอยู่นั่นคงจะไม่ขัดใจอีกเช่นเคย

“ถ้าปราชญ์ไม่ทาน ข้าวต้มที่แม่หลิวทำก็ต้องเหลือและเราคงต้องเททิ้ง แล้วอย่างนี้ชาวนาที่ปลูกข้าวให้เราทานจะเสียใจไหมครับ” ร่างสูงที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวและกางเกงยีนส์สีซีด ก้าวมายืนพิงเคาน์เตอร์เคียงข้างบุคคลทั้งสอง

เด็กน้อยทำท่าคิดนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้าราวกับตัดสินใจสละของโปรดปราณเพื่อส่วนรวมอย่างไรอย่างนั้น “ก็ได้ครับ ปราชญ์จะทานให้หมดชามเลย ชาวนาจะได้มีกำลังใจปลูกข้าวให้เราทานอีก มือเล็กข้างหนึ่งโน้มไปกอดคอบิดา เพื่อตัวเองจะได้เล่นห้อยโหน โดยให้บ่าของคนทั้งสองเป็นฐานสำหรับแขนเล็กป้อมของตน

“อุ้ย! ไม่เล่นแล้วนะคะ เราสายมากแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเข้าแถวเคารพธงชาติ” มือบางเตรียมจะยกร่างเด็กไซส์ฝรั่งลงมาจากเก้าอี้

ยกอาหารไปเถอะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง ส่งยิ้มให้หญิงสาวที่ตอนนี้แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ สวยละมุน มองดูแล้วสบายตา จากนั้นจึงตวัดอุ้มลูกชาย แกร่งไกวด้วยท่าทางหวาดเสียว จนเกิดเสียงหัวเราะดังเอิ๊กอ๊ากก้องกังวาฬไปทั่วบ้าน แถมเด็กน้อยยังเรียกร้องให้ทำอีกครั้งและอีกครั้ง...

ถึงแม้ปราชญ์จะขาดแม่ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก แต่ความรักความอบอุ่นที่ได้รับจากคนรอบข้างทำให้เด็กน้อยกลายเป็นเด็กที่อารมณ์ดี เลี้ยงง่าย ไม่มีปมด้อยให้ใครได้สัมผัสเลยสักหน โดยเฉพาะจากคนเป็นพ่อ ที่ทุ่มเวลาเลี้ยงดูลูกชายให้เติบใหญ่ตามวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกผสมผสานกันด้วยความพากเพียร ถึงแม้จะมีงานยุ่งมากขนาดไหน เขาก็มักให้ความสำคัญกับลูกอยู่เสมอ

คริสโตเฟอร์มักให้ลูกเป็นที่หนึ่งในชีวิต ส่วนเรื่องอื่น ๆ จะเป็นเรื่องรองลงมา เว้นแต่ในระยะขวบปีหลังมานี่ เขาเริ่มจะฝึกให้ลูกชายช่วยเหลือกิจวัตรประจำวันของตนเอง และฝึกให้เด็กน้อยรักการอ่านมากกว่าการเล่นเกมส์ตามเครื่องอิเลกทรอนิกส์ทุกชนิด

ซึ่งนั่นนับว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับปราชญ์ เพราะทุกคนในครอบครัวก็ให้ความร่วมมือ ไม่กดเครื่องมือสื่อสารหรือคอมพิวเตอร์ให้เด็กได้ลอกเลียนแบบเลยสักครั้ง

“เช้านี้พี่วานไปส่งที่ศูนย์รถก่อนไปบริษัทได้ไหม” ระหว่างที่ทานอาหารเสียงเข้มก็ดังมาถึงเธอที่วันนี้ดูจะสนใจแต่ลูกชายของเขาเท่านั้น

“ทำไมไม่ให้คนที่ศูนย์มารับรถไปล่ะคะ” เสียงหวานแย้งไปเบา ๆ เพราะทุกคนในบ้านหลังนี้รวมถึงเธอด้วยตกลงกันไว้ว่า จะไม่ทะเลาะกันต่อหน้าเด็กน้อย

“เอาไปส่งให้เช้า ๆ แบบนี้ เย็น ๆ เขาจะได้เอามาส่งให้ทันเวลาเลิกงาน เพราะไหน ๆ วันนี้พี่ก็จะเข้าไปไซน่าลอจิสติกส์อยู่แล้ว ก็จะอยู่รอรับรถที่นั่นเสียเลย”

อยากจะอ้าปากบอกปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นดวงตาสีน้ำตาลบ๊องแบ๊วที่มองสลับใบหน้าของผู้ใหญ่ทั้งสองแล้ว เธอจำต้องหุบปากไว้แน่น

“คุณพ่อครับ เย็นนี้ปราชญ์ขออนุญาตไปงานวันเกิดซีซีนะครับ” วางช้อนข้าวต้มที่หมดชามอย่างที่สัญญาไว้ด้วยความเรียบร้อย

“วันเกิดซีซีเหรอ” เลิกคิ้วเป็นเชิงถามเฌอรีนว่ารู้เรื่องนี้ไหม

“เออ... เมื่อวานหลังเลิกเรียนแล้ว เราเข้าไปในร้านของเล่นที่อยู่หน้าโรงเรียน พอดีแม่ของน้องซีซีกำลังติดต่อเรื่องสถานที่จัดงานเลี้ยงวันเกิด เขาก็เลยชวนปราชญ์ไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดลูกเขาที่นั่นด้วย” อธิบายยืดยาวเพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบใจนักที่ต้องรู้เรื่องอะไรก็ตามของลูกชายทีหลังแบบนี้

“จัดที่ร้านนั่นนะเหรอ” ร้านขายของเล่นเด็กเป็นบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่มากนัก ซึ่งดูแล้วไม่น่าเป็นสถานที่จัดงานสำหรับเด็ก ๆ ได้เลย

“ค่ะ ด้านหลังมีสนามหญ้าและเครื่องเล่นกลางแจ้งสำหรับเด็กอยู่”

“มีด้วยเหรอ” พึมพำเบา ๆ เพราะเวลาเขาพาลูกชายไปซื้อของก็มักจะเดินแค่โซนหน้าร้านเท่านั้น ยังไม่เคยรู้เลยว่ามีสนามเด็กเล่นอยู่หลังบ้านนั้นด้วย

“มีครับ เมื่อวานผมกับซีซีก็ยังไปขี่ม้าฮี่ ๆ กันที่นั่นเลย” ใบหน้าเล็กกระจ้อยร่อยรอฟังคำตอบจากบิดาด้วยท่าทางลุ้นเต็มที่

“ถ้าแม่หลิวว่างพ่อก็อนุญาต เพราะเย็นนี้พ่อมีประชุม” โบ้ยไปให้หญิงสาวเสมือนเป็นการลงโทษที่ปกปิดเรื่องนี้กับเขามาตั้งแต่เมื่อวาน

“ตกลงจ้ะ แม่หลิวจะไปรับปราชญ์ที่โรงเรียนและเราจะไปงานวันเกิดซีซีด้วยกัน” หญิงสาวก็รับลูกต่อจากเขาด้วยความยินดีเหมือนเช่นทุกครั้ง

“เย้ ขอบคุณครับ” กระโดนลงมาจากเก้าอี้เพื่อเดินอ้อมโต๊ะ กอดแม่หลิวของตัวเองด้วยความดีใจ ท่ามกลางสายตาตรึกตรองของผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่อย่างสงบ แต่จิตใจหวั่นไหวชะมัด

ความคิดที่อยากจะรั้งตัวหญิงสาวให้อยู่กับลูกชายของเขาตลอดไปกำลังขมวดเกลียวแน่นเต็มอกอีกครั้ง ซึ่งระยะหลังเขาไม่รู้ว่าความคิดนี้ จะมีเพื่อลูกชายหรือเพื่อตัวเขากันแน่

เพลิงพิศวาสพ่ายราคี  ราคาอีบุ๊ค 99 บาท

 

ซีรีส์หนี้รัก มีทั้งหมด 3 เรื่องดังนี้
1. เบี้ยพันธะพรหมจรรย์ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
2. ล่าสวาทนางบำเรอ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
3. กรงเสน่หาอสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

พ่ายสวาทจ้าวหัวใจ ราคาอีบุ๊ค 99 บาทจ้า....

**ขอฝากนิยายวาย นามปากกา  Medic (เมดิค) 

ซีรีส์แรกมีทั้งหมด 3 เรื่อง
1. Servant Love Demon (ทาสรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
 

 2. Love Spell of the Demon (มนต์รักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

3. Demon’s Love Rebound (หวนรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

*************

 

ซีรีส์ Tonight มีทั้งหมด 2 เรื่อง

1.    หนี้อสูรร้าย (เป็นเรื่องต่อจาก ใต้เงาเมียซาตาน) ราคา 29 บาท

2. ทัณฑ์อสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

ซีรีส์ Only Love  มีทั้งหมด 3 เรื่อง

1.   ไฟรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

2.   เสน่ห์ร้อนจำเลยสวาท ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

3.   พ่ายรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

 

ซีรีส์เล่ห์รัก (ลูก ๆ พ่อเลี้ยงภู) มีทั้งหมด 5 เรื่อง

1. เพลิงพ่ายบำเรอใจ (ณภัทร+วรรณรสา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

2. วิวาห์ผลาญใจ (พงศ์กฤต+อาทิตยา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

3. ซ่อนรักคืนพิศวาส (ภานุพันธ์+ณัชชา) อีบุ๊คราคา 39 บาท

4. ยั่วสวาทสามีสุดที่รัก (พจน์+ปริศรา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

5. เมียลับจำยอม (ปรีชา+นภา) อีบุ๊คราคา 4บาท

**ขอฝากนามปากการังรอง ราคาเรื่องละ 29 บาท... กลกามา / เกลียวคลื่นสวาท/ สกุณายั่วรัก/ บูรพาเริงรัก

และขอฝากอีบุ๊คทุกเรื่องไว้ในอ้อมอกนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ 


 




 

 



 

  

 

 

 



 

 




 




  


 


 


 

 



             

 

 

 

 

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น