เพลิงพิศวาสพ่ายราคี

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 เพื่อนสนิท 85 เปอร์เซ็นต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ก.ย. 62


เช้าตรู่เฌอรีนไขประตูด้านหลังเข้าไปในบ้านปัทมวิสุทธิ์ เท้าเล็กก้าวเดินท่ามกลางความมืดอย่างคุ้นชิน ในขณะที่มือบางก็หิ้วหม้อข้าวต้มใบกะทัดรัดที่เธอลุกขึ้นมาทำตั้งแต่ตีสี่นำหน้า ปกติเธอทำอาหารไม่เป็นและมักจะหลีกเลี่ยงห้องครัวอยู่เสมอ แต่เมื่อมีโอกาสเลี้ยงดูเด็กชายปราชญ์แทนหนุ่ม ๆ ในบ้านหลังนี้ เธอก็ยินดีที่จะหัดทำมัน

เพราะบางครั้งสามพี่น้องติดพันกับธุรกิจที่กำลังรุ่งเรืองของครอบครัว เธอจะเป็นผู้ดูแลและฝึกทำอาหารง่าย ๆ หลากหลายเพื่อบำรุงเลี้ยงเด็กน้อยคนที่เธอรักด้วยความบริสุทธิ์ใจได้รับประทานสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดต่อร่างกายอย่างอิ่มหนำสำราญ

การแสดงความชื่นชอบโดยการหอมแก้มแม่หลิวของเด็กชายปราชญ์ทำให้เฌอรีนมีกำลังใจเต็มเปี่ยมที่จะหัดทำของโปรดให้เด็กน้อยมากขึ้นอีกหลายเมนูเลยทีเดียว

ใบหน้าใสที่ปราศจากเครื่องสำอางมองดูนาฬิกาเรืองแสงบนข้อมือเล็กของตัวเองที่บอกเวลาตีห้าครึ่งอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะนำสิ่งของทุกอย่างที่เธอเตรียมมา พร้อมกระเป๋าสะพายใบเล็กวางไว้บนโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย แล้วนั่งรอเวลาให้เข็มสั้นชี้เลขหก ถึงจะขึ้นไปปลุกเด็กชายปราชญ์เหมือนเช่นทุกครั้งที่แวะมาที่นี่ยามเช้ามืด

แต่วันนี้ทุกอย่างคงเปลี่ยนแปลงไปบ้าง หลังจากสิ่งที่คริสโตเฟอร์พูดและกระทำอย่างไม่ให้เกียรติเธอเมื่อค่ำคืนนี้

แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังคงเชื่อในพลังแห่งรักบริสุทธิ์ของเธอ ถ้าเขาโง่ไม่ยอมรับก็ช่วยไม่ได้ และอย่าหวังว่าเธอจะเป็นฝ่ายขยับขาก้าวเดินไปพลีความรักให้เขาได้เหยียบย่ำอีกเป็นอันขาด

พอกันที ผู้ชายงี่เง่าพรรค์นี้ เธอจะไม่มีวันเสียน้ำตาให้กับเขาอีกต่อไป

ดวงตาที่แดงช้ำผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาเมื่อคืน ทำให้หญิงสาวคิดได้ว่าต้องลดต้นทุนของความทุ่มเทใจให้กับเขาเหลือเพียงห้าสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไอ้ที่จะทุ่มเต็มร้อยเต็มพันเปอร์เซ็นต์เหมือนที่ผ่านมาคงต้องลาขาดเสียที

“ข้าวต้มเหรอ หอมจัง...” เสียงแหบห้าวดังขึ้นที่หน้าประตูครัว ทำให้ร่างสาวที่นั่งเอามือเท้าคางอยู่สะดุ้งโหยง หัวใจแทบหยุดเต้นก่อนจะกลายเป็นกระหน่ำรัวด้วยความระทึก หันไปมองร่างสูงที่อยู่ท่ามกลางความสลัวจากแสงฟ้าวันใหม่ที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาใกล้

ผิดคาด นึกว่าจะโดนจิกกัดเหมือนเช่นทุกครั้งเสียอีก แต่ทำไมใจไม่รักดีของเธอถึงยินดีปรีดากับคำทักทายที่แสดงถึงการงอนง้อของเขาเช่นนี้

“ค่ะ” รับคำเสียงแผ่วเบาอย่างเนือง ๆ พร้อมลุกขึ้นยืน หวังจะเดินผ่านชายหนุ่มออกประตูไปขึ้นชั้นบนยังห้องลูกชายของเขา

“ทำเผื่อพี่หรือเปล่า สงสัยคงเพิ่งหายไข้ ตอนนี้หิวเป็นบ้าเลย” มือใหญ่ฉวยข้อมือบางสกัดกั้นการหนีของหญิงสาวไว้มั่น

“หิวก็ตักทานเองสิคะ” บิดแขนเพื่อให้หลุดจากสิ่งเกาะกุม แต่อีกฝ่ายแค่คลายออกหลวม ๆ ให้เท่านั้น แต่ยังคงล็อกข้อมือเล็กไว้อย่างเหนียวแน่น

“แล้ว...เออ... หลิวไม่ตักให้พี่เหรอ” น้ำเสียงราบเรียบแต่คนที่คลุกคลีกันมาเกือบสิบปีรู้ว่านี่คือการออดอ้อนของเขา

“ไม่ค่ะ ต่อนี้ไปหลิวจะไม่ทำตัวให้พี่รำคาญใจอีก แค่นี้หลิวก็ทุเรศตัวเองมากพอแล้ว ปล่อยค่ะ” น้ำเสียงสั่นเครือ ที่มาพร้อมกับน้ำใส ๆ ที่เอ่อคลอรอบดวงตากลมโต ทำให้เจ้าของรีบกระพริบไล่ความขมขื่นให้จมหายเข้าไปในอก เพียรสั่งตัวเองไม่ให้ร้องไห้ออกมา แต่น้ำตาเจ้ากรรมกลับล้นไหลออกมาให้เจ้าของอับอายขายหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กี่ครั้งกี่หนมันถึงจะหลาบจำเสียที

“หลิว...” ความเงียบขรึมและการร้องไห้เงียบ ๆ ของหญิงสาวตรงหน้า ทำให้คริสโตเฟอร์ใจไม่ค่อยดีที่เห็นโหมดคนอารมณ์ดีเป็นนิตย์กำลังทุกข์ระทมเพราะตัวเขาเป็นเหตุ

“ปล่อย...” บิดมืออีกครั้ง แต่ก็เป็นอีหรอบเดิม เธอจึงหันไปประจันหน้ากับเขาเสียเลย

แสงสว่างเรืองรองส่องผ่านม่านน้ำตาที่วับวาวของหญิงสาวทำให้จิตใจที่แข็งกระด้างของคริสโตเฟอร์อ่อนยวบ อยากจะเตะหมาที่หลุดออกจากปากและปีศาจร้ายที่เผยตนของตัวเองเมื่อคืนนี้ดีนักที่ขยันทำร้ายน้ำใจของสาวน้อยตรงหน้าเสียเหลือเกิน

“เรื่องเมื่อคืน...”

“ปล่อย” ฝืนแรงสะบัดข้อมือหนีอีกครั้ง แต่ไม่ได้ผล

“ไม่ เราต้องคุยกันก่อน”

“เราไม่มีอะไรจะคุยกัน”

“มีสิ”

“งั้นเป็นเรื่องอะไรล่ะ เราควรคุยกันเรื่องอะไรกันดีล่ะ หลังจากสิ่งที่หลิวได้รับจากพี่เมื่อคืนนี้น่ะ” เฌอรีนจ้องใบหน้าคมเข้มเขม็ง

 “เออพี่...พี่” พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ท่าทางก็ดูเคอะเขินแปลก ๆ ราวกับไม่ใช่ตัวเอง ทำให้คริสโตเฟอร์อดสบถก่นด่าตัวเองในใจระงม “เรื่องเมื่อคืนพี่หงุดหงิดกับอาการไข้และยาบ้า ๆ ที่หลิวให้พี่กินจนน๊อคหลับเป็นตายไปทั้งวันนั่นไปหน่อย แถมหลิวตบหน้าพี่อย่างแรงตั้งสามครั้ง มันก็เลยระเบิดออกมาอย่างที่เห็น”

“แสดงว่าจิตใจลึก ๆ ของพี่ก็เลวพอ ๆ กับร่างกายของพี่นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นมันจะแสดงความหยาบคายออกมาคงเส้นคงวาอย่างนั้นหรือ” คำสารภาพที่เขาเอ่ยมาช่างอ่อนเสียเหลือเกิน มันไม่สามารถทำให้เธอเคลิบเคลิ้มได้หรอกน่า

ยัง เธอยังไม่ใจอ่อนง่าย ๆ

“พี่เสียใจ” เป็นครั้งแรกที่เขาสำนึกผิดต่อการกระทำของตัวเอง นั่นเพราะทุกครั้ง เขาไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปแม้แต่ครั้งเดียว แต่เหตุการณ์เมื่อคืนเขารู้ว่าทำตัวแย่กับหญิงสาวจริง ๆ “เสียใจต่อคำพูด เสียใจต่อทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่มีอย่างหนึ่งที่พี่ไม่เสียใจเลย... นั่นก็คือ จูบ หลิว”

ใบหน้าขาวซีดเมื่อสักครู่เริ่มมีสีสัน จนคนมองอดที่จะไล้นิ้วชี้ไปรอบพวงแก้มนุ่มอย่างเบามือเสียไม่ได้

“จริง ๆ พี่...” อยากจะบอกว่าอยากจูบเธอมาตั้งนานแล้ว “ไม่รู้สิ...” มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นเสยผมอย่างสับสน “แรงตบอาจทำให้ต่อมอยากจูบหลิวมันถูกกระตุ้นผิดที่ผิดเวลาไปหน่อยมั้ง”

แรงตบนี่นะหลังจากได้ยินคำพูดของเขาแล้ว เธอก็เริ่มงงงวยกับตัวเองว่า ควรจะโกรธต่อหรืออภัยให้เขาเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

อือฮึ ไม่เชื่อก็ลองดูอีกก็ได้ ดวงตาวาววับท้าทาย ซึ่งก็มักเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้เธอ ถ้าไม่แหย่ให้โกรธก็พูดจาชวนทะเลาะเบาะแว้งกัน จนเขามักจะชินชากับมัน แล้วมีทีท่าอยากจะกระทำต่อเนื่องไปอีกนาน ๆ

ได้สติแล้วยึดมั่นตามใจตัวเองไว้ก่อน ฮึ เสียใจ วันนี้หลิวไม่มีแรงที่จะมาทะเลาะกับพี่และที่สำคัญไม่อยากได้จูบจากพี่คริสอีกแล้ว แค่ครั้งเดียวก็เกินพอ

ฮ้า... ปากกล้าสำหรับเขาเสมอ แต่กับคนอื่นดูท่าเธอจะสุภาพในตำแหน่งพนักงานฝ่ายโลจิสติกส์ที่รับผิดชอบควบคุมการรับการจัดเก็บและการเบิกจ่ายสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจงานระบบส่งออกของบริษัทอยู่แล้ว

แน่ใจหรือ หรี่ดวงตามองคนหน้าแดง ที่ระยะหลังมีผลต่อจิตใจของเขาน่าดู แต่พี่เชื่อว่าจูบที่สองจะตามมาใกล้ ๆ นี้แน่นอนจ้ะ ทำเสียงมั่นอกมั่นใจเหลือเกิน

พี่คริสพูดอย่านี้หมายความว่าอย่างไร... คิ้วเรียวขมวดมุ่นไม่แน่ใจในน้ำเสียงของเขาเท่าไหร่ ผู้ชายคนนี้มีแผนรอบตัว ยอมรับว่าบางครั้งเธอก็ไม่ทันเกมเขาเหมือนกัน

ก็หมายความตามคำพูดนั่นแหละ

คำพูดที่โพล่งออกมาของเขา ทำให้เฌอรีนสูดลมหายใจเข้าปอดลึก พยายามซึมซาบคำพูดของชายอันเป็นที่รักเข้าสู่หัวใจ เพราะเธอรู้อยู่ตลอดเวลาว่า เธอเป็นตัวผูกพันสุดท้ายในโลกนี้สำหรับอดีตและปัจจุบันของเขา และยิ่งไปกว่านั้น เธอตระหนักว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอตอนนี้มันเลยคำว่ามิตรภาพฉันท์เพื่อนไปมากโข

แล้วมันคืออะไรล่ะ

“นั่นไม่ใช่ จูบ เสียหน่อย”

“ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ ในเมื่อลิ้นพี่เข้าไปในปากหลิวแบบนั้นแล้ว มันก็คือจูบนั่นแหละ”

“เอ๊ะ แล้วทำไมมันไม่เหมือน...” เกือบโพล่งปากถามในสิ่งที่เคยแอบเห็นเขาแสดงมันต่อเพื่อนสนิทของเธอ

“ไม่เหมือนอะไร...”คริสโตเฟอร์นิ่งอึ้งด้วยแรงริ้วแห่งความหึงหวง นี่เธอกำลังเปรียบเทียบจูบเขากับใคร

ไอ้เวรนั่นมันชื่ออะไรทำไมเขาไม่ระแคะระคายว่าเธอเคยคบใครเป็นแฟนเลยวะ

“เปล่า ไม่มีอะไร...”

“ไม่มีอะไรได้อย่างไร... ทั้ง ๆ ที่หลิวกำลังเปรียบเทียบจูบของพี่กับคนอื่นนี่นะ”

ใบหน้างามเงยขึ้นมองใบหน้าเข้มคมด้วยความตระหนก แต่แล้วเมื่อคิดตามคำพูดของเขา เธอก็อมยิ้มในหน้าเมื่อเห็นปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในดวงตาคู่นั้น

ถ้าดูไม่ผิด ผู้ชายคนนี้กำลังหึงหวงเธออยู่ใช่ไหม

“อย่ามาทำเป็นโมโหที่หลิวจูบกับคนอื่นไปหน่อยเลย ทีพี่ไปนอนกับใครมาบ้างหลิวยังไม่เคยพูดอะไรสักคำ เพราะพี่ก็บอกอยู่เมื่อคืนนี้ว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน จำไม่ได้หรือคะ” สมยอมรับว่าเธอมีคนอื่นผ่านเข้ามาในชีวิตและตีกลับสถานะของทั้งคู่ให้เขาได้รับรู้เสียเลย

ถึงเธอจะบ้ารักขนาดไหน แต่ไม่มีวันยอมถวายหัวใจให้เขาโขกสับเล่นแน่นอน

“หลิว...” โธ่เว้ย นี่เขากำลังทำพังครั้งที่สองหรืออย่างไรกัน “เราจะคุยกันดี ๆ ไม่ได้หรือไง เรื่องเมื่อคืนพี่ก็ยอมรับผิด แล้วจะเอาอย่างไรอีกล่ะ” คนมีความอดทนต่ำเริ่มเอาแต่ใจเมื่อไม่เป็นดังที่ใจนึก แล้วมือหนาจึงเปลี่ยนมาจับไหล่บอบบางทั้งสองข้างของหญิงสาวไว้มั่นคง

“ปะ... ปล่อย” ความใกล้ชิดเริ่มทำให้จิตใจแข็งแกร่งของเธอสั่นคลอน จนอยากจะโผซบอกแกร่งที่เนืองแน่น ลมหายใจของเขาที่เป่ารดหน้าผากก่อให้เกิดความเสียววาบที่ไร้การควบคุมอยู่บริเวณในช่องท้องของเธอ “อย่า...อย่าคิดว่าแค่คำพูดยอมรับผิดแค่นี้จะทำ...”

ลมหายใจสะดุดลงเมื่อมือใหญ่ลูบลอนผมนุ่มของเธออย่างเบามือ และไม่ทันตั้งตัวเขาก็กระชับร่างเธอเข้าสู่อ้อมแขน แถมมือของเขาดันศีรษะเล็กให้ซบลงบนบ่าแกร่งด้วยความอ่อนโยน

“ยกโทษให้พี่นะหลิว...เรา เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะครับ”

หมดกัน ราวกับสิ่งนี้คือมนต์ขลังให้เธอหลุดพ้นจากความโกรธ เพราะมันไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ทำให้เธอปฏิเสธเขาได้เลย

แล้วจงจำใส่ใจไว้ด้วยว่า เขามีให้เธอแค่ เพื่อน เท่านั้น

ไม่เอื้อนเอ่ยคำตอบแต่ศีรษะเล็กกลับพยักลงหนึ่งครั้ง ด้วยหัวใจพองโตคับอก และให้ตาย ริมฝีปากอิ่มของเธอกำลังยิ้มแย้มมีชีวิตชีวาราวกับสิ่งที่ทุกข์ระทมมาตลอดทั้งคืนนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอเสียอย่างนั้น

ลืมหมดสิ้น... ก่อนเปิดประตูเข้ามาในบ้านหลังนี้ เธอยังเจ็บแค้นหัวใจกับการกระทำและคำพูดของเขาอยู่เลย แต่พอมาถึงวินาทีนี้ ความรู้สึกเหล่านั้นกลับหายไปเป็นปลิดทิ้ง

เจ็บแล้วไม่เคยจำ เธอถึงช้ำใจอยู่ร่ำไป

แต่ใจส่วนลึกกลับบอกว่า... สิ่งนี้เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากการปะทะอารมณ์กันเมื่อคืนนี้...

จากเป็นพี่เป็นน้องขยับเลื่อนฐานะมาเป็นเพื่อนสนิทก็ยังดี

 

เพลิงพิศวาสพ่ายราคี  ราคาอีบุ๊ค 99 บาท

 

ซีรีส์หนี้รัก มีทั้งหมด 3 เรื่องดังนี้
1. เบี้ยพันธะพรหมจรรย์ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
2. ล่าสวาทนางบำเรอ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
3. กรงเสน่หาอสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

พ่ายสวาทจ้าวหัวใจ ราคาอีบุ๊ค 99 บาทจ้า....

**ขอฝากนิยายวาย นามปากกา  Medic (เมดิค) 

ซีรีส์แรกมีทั้งหมด 3 เรื่อง
1. Servant Love Demon (ทาสรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
 

 2. Love Spell of the Demon (มนต์รักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

3. Demon’s Love Rebound (หวนรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

*************

 

ซีรีส์ Tonight มีทั้งหมด 2 เรื่อง

1.    หนี้อสูรร้าย (เป็นเรื่องต่อจาก ใต้เงาเมียซาตาน) ราคา 29 บาท

2. ทัณฑ์อสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

ซีรีส์ Only Love  มีทั้งหมด 3 เรื่อง

1.   ไฟรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

2.   เสน่ห์ร้อนจำเลยสวาท ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

3.   พ่ายรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

 

ซีรีส์เล่ห์รัก (ลูก ๆ พ่อเลี้ยงภู) มีทั้งหมด 5 เรื่อง

1. เพลิงพ่ายบำเรอใจ (ณภัทร+วรรณรสา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

2. วิวาห์ผลาญใจ (พงศ์กฤต+อาทิตยา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

3. ซ่อนรักคืนพิศวาส (ภานุพันธ์+ณัชชา) อีบุ๊คราคา 39 บาท

4. ยั่วสวาทสามีสุดที่รัก (พจน์+ปริศรา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

5. เมียลับจำยอม (ปรีชา+นภา) อีบุ๊คราคา 4บาท

**ขอฝากนามปากการังรอง ราคาเรื่องละ 29 บาท... กลกามา / เกลียวคลื่นสวาท/ สกุณายั่วรัก/ บูรพาเริงรัก

และขอฝากอีบุ๊คทุกเรื่องไว้ในอ้อมอกนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ 

 

 




 

 



 

  

 

 

 



 

 




 




  


 


 


 

 



             

 

 

 

 

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #2 NungningJunart (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 15:25
    พึ่งมาอ่าน​ นางเอกแนวไหน​ ยอม​ รักแบบโง่ๆเหรอ​?
    #2
    0