ตอนที่ 48 : Second Wave - 9 - บอเรลลีส บทปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 310 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

อ่า”

ในที่สุดผมก็กลับมายังบ้านของผมได้เสียที

วันนี้เป็นวันที่ยาวนานจริง ๆ เลย

เตรียมตัวลุยกับพวกออร์ค ตะลุยฆ่าล้างบางพวกมันจนหมดแล้วก็ซัดกับมังกรเพลิงต่อ หลังจากนั้นก็ได้กลับไปหาออโรร่า เสร็จแล้วก็ออกมาเตรียมตัวที่มิติพิเศษตรวจเช็กอุปกรณ์ที่ได้รับมา ดูแลให้สาเปลี่ยนอาชีพได้สำเร็จและขอเป็นพันธมิตรกับคุณหลี่ซึ่งเป็นคนต่างประเทศ

พอคิดแล้วมันก็เหนื่อยขึ้นมาเลย

ก็ผมยังไม่ได้พักผ่อนจริง ๆ จัง ๆ เลยนี่นะ

ออกมากันได้แล้ว” ผมชูหลังมือทั้งสองข้างขึ้นเรียกบัลและอัลออกมาจากรอยสัก

เมื่อเจ้าตัวแสบทั้งสองตัวออกมาได้ก็โผเข้าใส่ผมทันที

บัลพุ่งเข้ามาใส่อกผมแล้วร้องกี้ ๆ ราวกับยังคงกลัวอยู่ ส่วนอัลเองก็เข้ามาเกาะแก้มผมเอาไว้แล้วร้องไห้โฮออกมา

ดูท่าว่าจะกลัวออโรร่ากันมากเลยแฮะ

จะไปว่าทั้งสองตัวก็ไม่ได้

เพราะวินาทีแรกที่ผมได้พบกับออโรร่าผมก็กลัวมากเหมือนกัน

แต่มันก็แค่ครู่เดียวก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะกลายมาเป็นหลงใหลน่ะนะ

เราไปหาอะไรกินกันเถอะ” ผมเดินลงมาด้านล่างโดยที่ทั้งสองตัวยังเกาะผมเอาไว้ไม่ปล่อย ซึ่งผมเองก็ไม่ได้รังเกียจอะไร

ให้บอกตามตรงก็คือชอบน่ะแหละที่มีเจ้าตัวน่ารักแบบนี้มาอ้อน ถึงผมจะไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนแต่มันก็คงให้อารมณ์ประมาณลูกแมวน้อยใช่ไหม?

ถึงแม้ว่าพลังของมันจะเกินลูกแมวน้อยไปนิดหนึ่งก็เถอะ

แต่เรื่องนั้นผมจะไม่ขอเอามาคิดก็แล้วกัน

หลังจากตรวจสอบวันเวลาเรียบร้อยแล้ว ผมก็เปิดโทรทัศน์ไว้ที่ช่องข่าว แล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อเริ่มต้นทำอาหาร

ก่อนอื่นผมต้องขออธิบายก่อนว่าทั้งบัลและอัลต่างก็สามารถกินอาหารของมนุษย์ได้ ถึงแม้ว่าสารอาหารจะไม่เพียงพอที่จะให้พวกมันพัฒนาได้ แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะค่อนข้างชอบอาหารของโลกมนุษย์อยู่ไม่น้อยเลย

ของโปรดของบัลก็คือของจำพวกเนื้อ ถึงแม้ตอนนี้ราคาอาหารและวัตถุดิบต่าง ๆ จะเริ่มถีบตัวสูงขึ้นจากความโกลาหลที่เกิดขึ้น ทำให้พ่อค้าคนกลางทั้งหลายเริ่มต้นที่จะกักตุนสินค้าเอาไว้เพื่อเก็งกำไร จนสร้างความผันผวนให้ตลาดเป็นอย่างมาก

แต่โชคดีที่ลุงทศนั้นมีอุตสาหกรรมอาหารของตนเองอยู่ การควบคุมดูแลอาหารในส่วนที่จำเป็นของกลุ่มเทวาพิสุทธิ์จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร จากที่คุยกับสาคร่าว ๆ ก็เห็นว่าคุณลุงเริ่มต้นสร้างเครือข่ายในการพยุงความเป็นอยู่ของคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาแล้ว

สมกับเป็นลุงทศจริง ๆ ทำงานรวดเร็วกว่าที่คาดเอาไว้เยอะเลย

อ๊ะ ลืมสนิทเลย

พอนึกขึ้นมาได้ผมก็หยิบเอาโทรศัพท์ที่ลุงธนินให้มาถ่ายรูปข้อมูลสงครามที่เอามาจากมิติพิเศษ แล้วพิมพ์รายงานเรื่องพันธมิตรกับคุณหลี่ลงไปก่อนจะส่งไปให้ลุงธนิน

 

___________________________

ตำแหน่ง SEATB 048601

ระดับสีเขียว มิติคู่ขนานไกอา

พื้นที่ไวด์วูล์ฟ ความอันตรายระดับ 2

เริ่มต้นเวลา 21/7/2022 11.14 นาฬิกา

___________________________

 

___________________________

ตำแหน่ง SEATB 048555

ระดับสีเขียว มิติคู่ขนานไกอา

พื้นที่ก๊อปลิน ความอันตรายระดับ 1

เริ่มต้นเวลา 22/7/2022 01.54 นาฬิกา

___________________________

 

___________________________

ตำแหน่ง SEATB 048601

ระดับสีเหลือง มิติคู่ขนานไกอา

พื้นที่ลิซาร์ดแมน ความอันตรายระดับ 4

เริ่มต้นเวลา 22/7/2022 07.26 นาฬิกา

___________________________

___________________________

ตำแหน่ง SEATB 048601

ระดับสีเหลือง มิติคู่ขนานไกอา

พื้นที่โทรล ความอันตรายระดับ 6

เริ่มต้นเวลา 24/7/2022 00.54 นาฬิกา

___________________________

 

สงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นบอกตามตรงว่ามันทำให้ผมแปลกใจเล็กน้อย

เพราะว่ามีสงครามระดับสีเหลืองโผล่ออกมาใกล้กันถึง 2 ครั้งในละแวกเดียวกัน จากประวัติศาสตร์ที่ผมอ่านมานั้น ดูเหมือนว่าหลังจากเกิดสงครามสีเหลืองขึ้นแล้ว ในละแวกนั้นจะเกิดความเสถียรของมิติขึ้นชั่วคราว ทำให้มันจะไม่เกิดสงครามขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ ทั้งที่ผมจัดการกับพวกออร์คไปได้สำเร็จแล้วแท้ ๆ แต่กลับที่มันจะสงบลง กลับกลายเป็นมีสงครามระดับสีเหลืองผุดขึ้นมาอีกสองแห่งแทน

แม้แต่มาริคเองก็ยังสงสัยกับความแปลกประหลาดของสงครามครั้งนี้

จากท่าทีของมาริคทำให้ผมสงสัยว่าทางผู้ดูแลมีความลับอะไรที่ยังไม่ได้บอกอีกรึเปล่า

ถึงแม้ผมจะไม่ได้เชื่อใจพวกเขาเต็มร้อยเพราะบอกตามตรงว่าการปรากฏตัวรวมไปถึงจุดประสงค์ของพวกเขานั้นล้วนแต่เต็มไปด้วยปริศนา การจะไปบีบคอให้สารภาพออกมาก็เกรงว่าคงจะทำไม่ได้

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็เลือกที่จะเชื่อ

เชื่อในออโรร่า

ไม่ใช่เพราะว่าหลงรักแล้วเชื่อนั่นเชื่อนู่นไปหมดหรอกนะ แต่ผมเชื่อว่าเธอไม่ได้คิดร้ายกับมนุษย์โลก

ก็ลองคิดดูสิ ถ้าหากว่าตัวตนที่ทรงพลังขนาดออโรร่าคิดร้ายกับมนุษย์ขึ้นมาละก็ เราจะเอาอะไรไปสู้

แม้แต่ประเทศมหาอำนาจที่มั่นใจในกำลังทหารของตัวเองก็เถอะ ถ้าหากเจอการจู่โจมของเหล่าผู้ดูแลไป...มันก็เหมือนเอาหอกไม้ไปต่อสู้กับปืนเลเซอร์

เพราะฉะนั้นผมจึงไม่คิดว่าเหล่าผู้ดูแลนั้นมีเป้าหมายอยู่ที่การยึดครอง

ส่วนเป้าหมายที่แท้จริงจะเป็นอะไรนั้น บอกตามตรงว่าผมไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก

เพราะเดิมทีสิ่งที่เรียกว่าความสัมพันธ์มันเป็นสิ่งที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนอยู่แล้ว

พวกเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ ส่วนพวกเราก็รอดชีวิต

จะเรียกว่า WIN-WIN ก็คงไม่ผิดนัก

อีกอย่างถ้าทางนั้นมีเป้าหมาย สักวันมันก็จะปรากฏออกมาเอง

ไม่จำเป็นต้องบีบคั้นเอาคำตอบออกมาโดยไม่จำเป็น การทำเรื่องไร้หัวคิดแบบนั้นมันจะทำให้เกิดรอยร้าวระหว่างมนุษย์และผู้ดูแลขึ้นเสียเปล่า ๆ

แล้วถ้าเกิดว่ามนุษย์โลกไปวอร์กับผู้ดูแลขึ้นมาอีกจนออโรร่างอนไม่ยอมให้ผมเจอหน้าขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ

บอกไว้ตรงนี้เลยนะว่าถ้ามีพวกผู้มีอำนาจคนไหนมันริอาจทำแบบนั้นขึ้นมาละก็ ผมจะแอบย่องไปที่เตียงนอนของมันแล้วเอาโคลนสาดตอนที่มันนอนหลับอยู่ พอมันตื่นขึ้นมาผมจะใช้สะกดกายาไม่ให้มันตอบโต้ปอกลอกเสื้อผ้ามันแล้วเอาไปแขวนที่กลางตลาด ถ่ายรูปพวกมันประจานไปตามอินเทอร์เน็ตแล้วแฉเรื่องราวใต้เตียงของพวกมันให้หมด แล้วตบท้ายด้วยการยกเค้าเอาสมบัติสุดหวงของพวกมันไปขายให้มาริคแล้วเอาเงินมาบริจาคให้บ้านเด็กกำพร้า

อา แค่คิดก็เสียวสันหลังแล้ว

ทำไมผมถึงเป็นคนที่โหดร้ายขนาดนี้นะ กลัวตัวเองจริง ๆ เลย

ว่าไปแล้วก็อยากลองแฮะ ลองขอลุงทศดูสักหน่อยดีไหมนะ

ในระหว่างที่ผมกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยโดยที่มีบัลและอัลเกาะติดหนึบเป็นเจ้ากรรมนายเวรอยู่นั่นเอง เสียงกริ่งก็ดังขึ้น

ถึงไม่ต้องไปดูก็รู้ว่าเป็นใคร

ผมใช้ทักษะมือเวทมนตร์ที่เพิ่งซื้อมากดสวิตช์เปิดประตูหน้าโดยที่ไม่ละสายตาจากกระทะตรงหน้า ปิดท้ายด้วยการใช้มือเวทมนตร์หยิบรีโมทมาลดเสียงโทรทัศน์ลงอีกด้วย

สะดวกเป็นบ้า ถ้ารู้ว่าที่นั่นมีของดีแบบนี้อยู่ผมซื้อมาใช้ตั้งนานแล้ว

และก็เป็นไปตามคาด คนที่เปิดประตูแล้วถลาเข้ามาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นสาที่วิ่งร้องไห้เข้ามาโดยมีน้ำตามมาติด ๆ สุดท้ายก็คือลุงทศและลุงธนินที่เดินตามเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน

สาที่วิ่งเข้ามาในบ้านพุ่งเข้ามากอดเอวผมเอาไว้แล้วใช้ตัวผมแทนโล่จากน้ำที่วิ่งตามมา

ผมยกกระทะขึ้นสูงเพื่อไม่ให้มันไปโดนสา พร้อมกับหันหน้าไปผงกศีรษะให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคน

ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะสา! ” น้ำขึ้นเสียงสูงชี้นิ้วมาทางเพื่อนสาวที่กำลังใช้ผมแทนโล่

ออกไปก็โง่สิ แน่จริงน้ำก็เข้ามาได้เลย”

ใจผมอยากจะบอกเหลือเกินว่าคนที่แน่จริงเขาไม่เอาคนอื่นมาเป็นโล่หรอกนะ

แต่ผมไม่อยากเข้าไปพัวพันกับการง่องแง่งของทั้งสองคนมากกว่านี้จึงเลือกที่จะเงียบเอาไว้แล้วทำอาหารต่อไป

ในระหว่างนั้นลุงทศก็ถือวิสาสะนั่งลงบนโซฟาแล้วยกเอาแท็ปเล็ตที่หนีบมาด้วยขึ้นมาอ่าน ทางด้านลุงธนินก็เดินเข้ามาในครัวเริ่มต้นชงกาแฟเตรียมพร้อมสำหรับทุกคน

ทานด้วยกันไหมครับ?” ผมถามลุงทศโดยไม่หันไปมอง ซึ่งทางนั้นเองก็ตอบกลับมาสั้น ๆ ว่า ฝากด้วยนะ โดยไม่ละสายตาจากแท็ปเล็ตเช่นเดียวกัน

พวกเธอล่ะ?” ผมก้มลงมองสาที่กำลังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่น้ำโดยใช้มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวผมเอาไว้

ดีนะที่ทั้งบัลและอัลกลับเข้าไปในรอยสักก่อนหน้าที่พวกเธอจะเข้ามา ไม่อย่างนั้นคงได้มีมินิสงครามแย่งชิงพื้นที่รอบตัวผมแน่นอน

สายังไม่ได้ทานอะไรมาเลยค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นมายิ้มร่าให้กับผม “แต่น้ำไม่ทานนะคะ เพราะช่วงนี้น้ำอ้วนขึ้น”

ยัยสา!! ” น้ำที่ยืนอยู่ห่างออกไปแทบจะกลายเป็นระเบิดจากการยั่วยุของเพื่อนสาว “ใครบอกว่าชั้นจะไม่กิน! ”

โอเค งั้นก็เป็น 4 ที่

ลุงธนินละครับ?” ผมหันไปถามชายชราที่กำลังเตรียมเครื่องดื่มอยู่ด้านข้าง

ไม่ต้องเป็นห่วงลุงหรอก ลุงจัดการมาเรียบร้อยแล้วล่ะ”

หู้ย เข้มได้โล่จริง ๆ ลุงคนนี้นี่

อยากจะขอร้องให้ยัยสองสาวนี่เรียนรู้ความนิ่งจากลุงธนินมาสักนิดจริง ๆ

ผมเริ่มต้นทำอาหารต่อไปพลางถอนหายใจกับแคทส์ไฟท์ที่อยู่รอบตัวผม

....เอาเถอะ ถึงแม้ว่ามันจะเอะอะไปบ้าง

แต่บรรยากาศแบบนี้มันก็ไม่เลวนัก

ผมยกยิ้มขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ตัว และปล่อยให้จิตใจผ่อนคลายไปกับความเอะอะในยามเช้าแสนสงบ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 310 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #645 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 08:24
    ชอบ ๆ ๆ
    #645
    0