นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

ธุลีและดินปืน (Ashe and Gunpowder)

โดย Landsknecht

หากสงสัยว่า Ashe หญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์แต่ห้าวแบบสุดขั้วกับคาวบอยหนุ่มนักแม่นปืนนามว่า Mccree พบเจอกันได้อย่างไร เรื่องสั้นเรื่องนี้อาจช่วยเติมเต็มช่องว่างส่วนหนึ่งที่ยังคงรอคำตอบอยู่และหวังว่าจะทำให้ทุก

ยอดวิวรวม

116

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


116

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 พ.ย. 61 / 01:02 น.
นิยาย дԹ׹ (Ashe and Gunpowder)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
หากสงสัยว่า Ashe หญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์แต่ห้าวแบบสุดขั้วกับคาวบอยหนุ่มนักแม่นปืนนามว่า Mccree พบเจอกันได้อย่างไร
เรื่องสั้นเรื่องนี้อาจช่วยเติมเต็มช่องว่างส่วนหนึ่งที่ยังคงรอคำตอบอยู่และหวังว่าจะทำให้ทุกคนสนุกไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ขอให้ทุกท่านสนุกกับเรื่องราวเล็กๆ นี้ ขอรับ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 พ.ย. 61 / 01:02


ยามค่ำคืนที่พระจันทร์ส่องแสงอยู่ตรงกลางท้องฟ้า เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ได้จมอยู่กับค่ำคืนอันเงียบสงบเว้นแต่บาร์ที่อยู่ใกล้กับปลายสุดทางออกเมือง ยังมีคงแสงส่องสว่างผ่านออกมาจากร้าน เสียงครึกครื้นของเหล่าผู้คนหลากหลายที่นั่งเบียดเสียดกันภายในร้านขนาดใหญ่ทำให้ดูแคบไป ถนัดตา พวกเขาต่างเล่าเรื่องกันอย่างครื้นเครง ส่งเสียงชนแก้วเคร้ง! ยกซดดื่มเมื่อมีใครคนใดหงายล้มคว่ำไป เสียงหัวเราะที่ดังสนั่นจะดังขึ้นอย่างไปเกรงใจเพราะถือว่าเป็นเรื่องปกติของที่นี่นั่นเอง แม้ว่าบรรยากาศด้านล่างนี้จะครื้นเครง แต่กับโต๊ะที่จัดวางไว้ยังมุมหนึ่งของร้านดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น

ปึ้ก!

เฮ้อ! น่าหงุดหงิดชะมัด!” หญิงสาวผู้หนึ่ง เอ่ยอย่างรำคาญพร้อมกระแทกแก้วขุ่นใบใหญ่เสียงดังกับโต๊ะ แต่ดูเหมือนเสียงครื้นเครงจะดังเกินกว่าเสียงบ่นของหญิงสาวจะส่งไปถึง

หญิงสาวสวมเสื้อเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดโดยพับแขนเสื้อขึ้นให้อยู่ใต้ข้อพับตรงศอกเล็กน้อยส่วนคอเสื้ือนั้นปล่อยให้ตั้งไว้อย่างนั้น ผูกเนคไทสีแดงไว้ปิดตรงคอเสื้อที่ไม่ได้จดกระดุม และสวมทับด้วยแจ็คเก็ตหนังแขนกุดสีดำตามขอบของแจ็คเก็ตนั้นมีสีทองเปล่งประกายทำให้ดูหรูหรา แขนขวาสวมอุปกรณ์ช่วยในการเล็งและลดแรงถีบของปืนขนาดของมันไม่ได้ใหญ่มากทำให้ง่ายต่อการอำพราง ส่วนแขนซ้ายนั้นมีเพียงรอยสักประจำแก็งของหญิงสาว ส่วนกางเกงนั้นเป็นเพียงกางเกงแสล็คสีเทาเรียบๆ ธรรมดา ช่วงขาอ่อนนั้นสวมเกราะป้องกันเอาไว้ ส่วนช่วงขานั้นสวมบู๊ตส้นสูงยาวเกือบถึงเข่าปกปิดช่วงขาเอาไว้เป็นอย่างดี เติมแต่งด้วยโลหะสีทองตามช่วงเท้าทำให้ดูหรูหรามีระดับ

นั่นสิครับ ลูกพี่หญิง จะให้พวกเราจัดการสั่งสอนพวกมันมั้ยครับ” ชายผอมที่แต่งตัวเหมือนกับลูกสมุนทั่วไปพูดขึ้น

ช่ายๆ จะได้ให้มันรู้จักมารยาทต่อลูกพี่แอช(Ashe) แห่งแก็งเดดล็อค (Deadlock) ของพวกเราเสียบ้าง” ชายผอมที่แต่งตัวเหมือนกับลูกสมุนทั่วไปคนที่สองพูดขึ้น

แถมประกาศศักดาของแก็งเราให้มันดังขึ้นอีก โย่ว! เนอะ! ลูกพี่หญิง!” ชายผอมที่แต่งตัวเหมือนกับลูกสมุนทั่วไปคนที่สามพูดขึ้น ในมือยังคงถือแก้วเบียร์ที่เต็มไปน้ำสีทองกลิ่นแอลกอฮอลล์

แล้วหลังจากนั้นพวกเราค่อยไปตาม แมคครีแล้วจับตัวมันมา!!”

กระทืบให้เละ แล้วให้มันจำไว้ว่า อย่ามาแหยมกับพวกเราอีก”

อืม” หุ่นออมนิคร่างบางครางเสียงต่ำเห็นด้วย สะพายปืนไรเฟิลสุ่มยิงแบบลูกเลื่อนไว้ด้านหลัง

พวกแกก็ด้วย!!” ลูกพี่หญิงที่ถูกเรียกว่า “แอช” ตวาดขึ้นเสียงดัง คราวนี้ทำให้เสียงครื้นเครงในร้านเงียบลง ทุกสายตาหันมาจ้องที่โต๊ะหญิงสาว ซึ่งพวกลูกน้องทำท่าผงะไปตามๆ กัน

อะ เอ่อ ลูกพี่หญิง ใจเย็นๆ ก่อน พวกเราก็แค่...”

ปึก! แก็ง! คร่อก! หุ่นออมนิคร่างบางพยายามจะไกลเกลี่ยแต่ก็ถูกแก้วเบียร์หนาในมือของลูกพี่หญิงกระแทกเข้าที่หน้าอย่างจังจนหงายหลังล้มลงไปนอน

หุบปาก” และก่อนที่จะได้รับคำสั่ง ลูกน้องคนอื่นๆ ที่เห็นเพื่อนนอนสลบอยู่ตรงพื้น ต่างเอามือปิดปากทั้งๆ ที่ยังใส่ผ้าคลุมหน้าไว้อยู่

รีบๆ ลากไอ้เจ้าหุ่นกระป๋องนั่นออกไปพร้อมกับสมองโง่ๆ ของพวกแกออกไปพ้นๆ หน้าชั้นซะ!!” เสียงตวาดดังลั่นพร้อมกับแก้วเบียร์ในมือที่ขว้างออกไปกระแทกกับผนังจนแตกเป็นเสี่ยงๆ เป็นสัญญาณให้พวกลูกน้องรีบลากเพื่อนหุ่นที่นอนกองกับพื้นวิ่งออกไปนอกร้านอย่างรวดเร็ว สายตาคนในร้านหลังจากที่พวกนั้นวิ่งออกนอกร้านแล้วก็หันไปจดจ้องฝั่งหญิงสาวที่ยืนอยู่

มองอะไรของพวกแก! หะ! อยากมีเรื่องกับแอชแห่งเดดล็อครึยังไง!” คราวนี้ลูกพี่หญิงหันไปตวาดลงใส่พวกที่อยู่ชั้นล่าง ดวงตาสวยคมจับจ้องแต่ละคน เมื่อเห็นดังนั้นเหล่าผู้คนทั้งหลายก็หันไปทางอื่นแล้ว ค่อยๆ กลับเข้าเรื่องของพวกตนไม่นานเสียงครื้นเครงก็กลับมาเหมือนเดิม เพราะอะไรนะหรือ เพราะส่วนใหญ่เรื่องพวกนี้ก็มักเกิดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนั่นเอง

หึ! ไอ้พวกตาขาวเอ้ย!” หญิงสาวแขวะก่อนจะทิ้งลงนั่งลงบนเก้าอี้ ยกเท้าสองข้างไขว่ขึ้นบนโต๊ะ ก่อนจะกดหมวกปีกกว้างลงมาเล็กน้อย โดยหวังว่าจะไม่เห็นอะไรมากจนพาลทำให้หงุดหงิดเพิ่มขึ้นอีก

ตึก! ตึก! เสียงเหยียบเท้าหนักๆ ดังจากจรงบริเวณทางขึ้นของบันได แอชพอจะเดาได้ว่า เป็นเสียงฝีเท้าของใคร

บ๊อบ! ลูกพี่หญิงแกทำแก้วของร้านแตกอีกแล้วนะ” เสียงเจ้าของร้านเอ่ยเสียงดัง

ปี๊บ!”

ช่วยบอกให้เจ้าหล่อนเพลาๆ ลงหน่อยได้มั้ย จะให้ชั้นขึ้นมาเก็บกวาดทุกครั้งแบบนี้ก็ไม่ไหวนา”

-ถึงจะบ่นแต่ก็ขึ้นมาเก็บกวาดตลอด แล้วก็บ่นแบบเดิมตลอด ตาลุงงี่เง่าเอ้ย-

ปี๊บ! ปี๊บ!”

-บ๊อบก็คงก้มหัวขออภัยแบบทุกทีเหมือนเดิมนั่นแหละ-

ไป ไป รีบไปดูแลลูกพี่หญิงของแกได้แล้ว ดูเหมือนว่า วันนี้จะอารมณ์เสียเป็นพิเศษเลยนะ”

-เหอะ ทำเป็นรู้ดี-

ปี๊บ”

เสียงฝีเท้าย่ำหนักๆ เริ่มเข้ามาใกล้โต๊ะเรื่อยๆ และหยุดลง กึก เสียงวางของ ทำให้รู้ว่าสิ่งที่สั่งเพิ่มได้มาถึงแล้ว แอชขยับปีกหมวกดันขึ้นเล็กน้อยมองแก้วเบียร์ใหญ่ที่วางอยู่ใกล้เท้าบนโต๊ะก่อนจะหันไปมองบ็อบที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆ บ็อบคือ หุ่นออมนิคร่างสูงใหญ่ ส่วนหัวกลมแบบหุ่นทั่วไปจะต่างกันออกไปก็แค่เครื่องประดับหนวดเหล็กสีดำที่ลากยาวจากปากบนไปจนถึงส่วนหู ลำตัวหนาใหญ่ทรงพลัง ท่อนแขนเองก็มีขนาดใหญ่ เหมือนชายกำยำจอมพลังที่เห็นได้ในคณะละครสัตว์ ร่างกายเหล็กกำยำถูกสวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตแขนกุดซึ่งมีขนแรคคูนอยู่ตรงบริเวณคอเสื้อด้านหลัง สวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินอ่อนติดสนับเข่าเหล็กไว้ที่เข่าทั้งสอง สวมรองเท้าคัตชูหัวมนสีดำใหญ่เจ้าหุ่นเหล็กคอยดูแลแอชมาตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้ลูกพี่หญิงค่อนข้างจะผูกพันธ์กับหุ่นออมนิคร่างยักษ์ตัวนี้เป็นอย่างมาก

ขอบใจ บ็อบ” แอชกล่าวขอบคุณก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่ม

ปี๊บ”(อย่าดื่มมากไปนะครับ คุณหนู)

ช่างชั้นเหอะน่า!” แอชตอบกลับเสียงดัง

ปี๊บปี๊บ”(แต่คุณหนูดื่มมากเกินไปแล้วนะครับ กระผมแนะนำว่าคุณหนูควรจะไปพักผ่อนนะครับ)

อึก อึก ฮ่า! หนวกหูน่า ไปเอามาอีกแก้วดิ” แอชยกซดแก้วที่พึ่งได้มาใหม่ จนหมด

ปี๊บ”(คุณหนูครับ)

หนวกหู! ก็บอกให้ไปเอาอีก!!”

เพล้ง! ลูกพี่หญิงขว้างแก้วเบียร์กระแทกตำแหน่งเดิม เวลาเดียวกับที่เจ้าของร้านกำลังจะก้าวเดินลงบันได เขาส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เดินตรงมาเก็บกวาดตรงที่แก้วแตกอีกครั้ง

ปี๊บ”(จะรีบนำมาให้อีกแก้วนะครับ)

ปี๊บบบบบ วู้ว”(แต่ครั้งนี้ขอให้เป็นแก้วสุดท้ายนะครับ)

อืม รีบไปเอามาดิ”

เสียงเก้าหนักค่อยๆ เดินห่างออกไป แอชใช้ขาที่อยู่บนโต๊ะช่วยโยกเก้าอี้ที่ตนเองนั่งโยกไหวไปมาเบาๆ ดวงตาคบสวยจ้องมองดวงไฟเล็กๆ ที่อยู่บนเพดาน ริมฝีปากสวยได้รูปทาลิปสติกสีแดงสด กำลังขยับไปมาเสียงที่เล็ดลอดออกมานั้นแผ่วเบา

ทั้งที่เคยเป็นครอบครัวแท้ๆ...”


ครึ่ก! ครึ่ก! ครึ่ก! เสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ดังสนั่นไปทั่งบริเวณ อืม~ แอชส่งเสียงหงุดหงิดขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองช้าๆ เห็นบ็อบนั่งอยู่บนเบาะนวมฝั่งตรงข้ามอย่างสงบเสงี่ยม ทางด้านขวานั้นเป็นหน้าต่างที่แสดงให้เห็นทิวทัศน์ภายนอกซึ่งกำลังเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วไม่สิ ถ้าพูดให้ถูกก็คือ ตัวเธอที่นั่งอยู่บนรถไฟต่างหากที่กำลังเคลื่อนที่ แม้ว่าห้องนี้จะเป็นโบกี็ส่วนตัวแต่ก็ไม่สามารถกลบเสียงได้ทั้งหมดอยู่ดี เสียงของเครื่องยนต์ยังคงดังเข้ามาในหูอย่างต่อเนื่อง

ปี๊บ” (คุณหนูครับได้เวลาแล้วครับ)

อืม บ็อบนายยืนขวางประตูไว้” แอชตอบรับก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋ายาวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกมาจากที่เก็บของด้านบนลงมาลางกับที่นั่ง หญิงสาวเปิดกระเป๋าภายในนั้นมีปืนไรเฟิลคาดเหวี่ยงคล้ายของปืนตระกูลวินเชสเตอร์โดยมันมีชื่อเล่นว่า “ไวเปอร์” เข็มขัดกระสุนแบบกระเป๋าผ้าเล็กๆ สองใบกับอุปกรณ์ช่วยในการเล็งและลดแรงสะท้อนของปืน เธอหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาสวม ที่แขนขวา จากนั้นตามด้วยปืนไรเฟิลคานเหวี่ยง ดึงคานเหวี่ยงลงแล้วเริ่มบรรจุกระสุดทางด้านข้างฝั่งขวาของตัวปืนอย่างชำนาญ เมื่อบรรจุเสร็จก็ดันคานเหวี่ยงกลับคืนที่เดิมเพื่อให้กระสุนถูกดันเข้าในรังเพลิงพร้อมยิง

ทุกคนพร้อมแล้วรึยัง”

พร้อมเสมอ”

รอสัญญาณจากเธอ”

ได้เวลาสนุกกันแล้วพวก คึๆๆๆ”

แอชเอ่ยผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายติดต่อกับสมาชิกคนอื่นที่เตรียมพร้อมตามจุดต่างๆ ภายในขบวนรถ

บ็อบ” แอชใช้ศอกขวากระทุ้งสีข้างบ็อบ หุ่นเหล็กยักษ์หยิบนาฬิกาพกออกมาจากกระเป๋าตรงชายเสื้อ กดปุ่มบนเปิดฝาครอบออก เข็มนาฬิกาสั้นชี้ใกล้กับเลขสิบสองส่วนเข็มยาวเองก็เช่นกัน เข็มวินาทีที่วิ่งเร็วกว่ากำลังวิ่งเข้าใกล้เลขสิบสอง

แกรก! เข็มนาฬิกาทั้งสามบรรจบอยู่ที่เลขที่สิบสองพร้อมกันทั้งหมด

IT’S SHOW TIME!!”

โครม!! พอประตูเปิดออกบ็อบรีบวิ่งออกจากห้องกระเทกเข้าใส่หุ่นออมนิคตรวจการที่เดินผ่านมาพอดีก่อนจะเหวี่ยงร่างบางนั้นไปยังสุดด้านหนึ่งของตู้ขบวน ส่วนแอชที่ออกตามมาเล็งปืนไรเฟิลคานเหวี่ยงไปในทิศทางตรงกันข้ามกับบ็อบ ปัง! ปัง! แอชจัดการยิงเข้าใส่หุ่นออมนิคที่กำลังจะชักปืนออกมาทั้งสองตัวได้อย่างแม่นยำ ร่างเหล็กทั้งสองนั้นลงไปนอนกองกับพื้น

บ็อบ”

ปี๊บ”(รับทราบครับคุณหนู)

บ็อบจัดการเปิดกล่องควบคุมแผงไฟฟ้าก่อนจะทำการสับเปลี่ยนระบบให้บังคับเปิดประตูทุกห้องในตู้ขบวนนี้

ขอโทษทุกท่าน ที่ดิชั้นก่อเสียงรบกวน แต่ดิชั้นมีเรื่องที่ต้องคุยกับผู้โดยสารทุกท่านในที่นี้” แอชพูดเสียงดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์

สรุปสั้นๆ ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่ยากถูกกระสุนช็อตไฟฟ้าละก็ส่งของมีค่าออกมาให้หมด”

ผู้โดยสารที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างหันมองกันไปมาอยู่ในห้องของตน ปัง! แกรก! แกรก! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งทีดึงดูดสายตาผู้โดยสารไปยังทิศทางของปลายเสียงนั้น หุ่นออมนิคร่างบางที่บ็อบเหวี่ยงไปก่อนหน้านี้พยายามจะชักปืนออกมาถูกแอชยิงสวนกลับไปก่อน นอนชักดิ้นอยู่กับพื้นเหมือนกับถูกช็อตไฟฟ้า

ถือซะว่า นั่นคือตัวอย่างก็แล้วกัน” แอชเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา พวกผู้โดยสารที่เห็นภาพนั้นต่างรีบถอดของมีค่าออกมา โดยมีบ็อบถือกระเป๋าเปล่าใบหนึ่งที่เตรียมมา เปิดรอรับข้าวของที่พวกผู้โดยสารกำลังรีบถอดออกและวางไว้ในกระเป๋า

เร็วๆ เข้าสิ อย่ามัวชักช้า!!” แอชตวาดเสียงดังลั่น

ปัง! ปัง! ยังมีเสียงปืนดังมาจากตู้ขบวนข้างๆ หญิงสาวคงกำลังยิงสู้กับหุ่นออมนิคที่เหลือ แต่กลับมีเสียงดังผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายดังขึ้นมา

แอช เรามีปัญหาแล้ว!!”

อะไรก๊าน~ แค่หุ่นออมนิคกระป๋อง นายคุมมันไม่ได้รึไง” แอชตอกกลับอย่างกวนๆ

ไม่ใช่นังโง่! มีคนยิงสู้กับชั้นอยู่โว้ย!”

อย่าเรียกชั้นแบบนั้น ถ้าแกยังไม่อยากบินผ่านช่องผาแบบไม่มีร่มชูชีพ” หญิงสาวตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ น่าแปลกขบวนรถไฟนี้ใช้แต่หุ่นออมนิคคุ้มกันเท่านั้น ไม่มีทางที่จะมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์คุมอยู่ ตรวจสอบค่อนข้างละเอียดแท้ มีความเป็นไปได้อยู่สองอย่างคือ บังเอิญมีเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่นั่งปนมากับผู้โดยสารอื่นหรือมีคนแอบรู้แผนการแล้วไปบอกพวกตำรวจ

แล้วมีกี่คน”

คนเดียว!”

หา!?” แอชขึ้นเสียงอย่างสงสัย

ล้อกันเล่นใช่รึเปล่า แค่คนๆ เดียวแกจัดการไม่ได้งั้นรึ” แอชตอกกลับไปอีกครั้ง

ไอ้หมอนี่มันเก่งเลยนะสิ แค่โผล่หัวไปนิดเดียวก็เกือบโดนยิงแล้ว”

เฮ้อ~” หญิงสาวถอดหายใจอย่างเอือมระอา

อยากจะบ่นอะไรก็ช่าง!! แต่มาช่วยชั้นสักทีสิวะ! ยัยโง่!”

ได้!! บ็อบตามมา! ปิดกระเป๋าลงล็อคให้เรียบร้อยด้วย”

ปี๊บ” (รับทราบครับคุณหนู)

แอชตอบรับคำขอของสมาชิกรีบเปิดประตูไปยังตู้รถไฟถัดไป โดยมีบ็อบที่ลงล็อคกระเป๋าเสร็จแล้ววิ่งตามมาด้วยความเร็วที่ช้ากว่าอย่างมาก ประตูเลื่อนเปิดเมื่อหญิงสาววิ่งมาถึง ปัง! กระสุนปืนเฉี่ยวผ่านหน้าของเธอไปอย่างรวดเร็ว แอชยังคงยืนนิ่งอย่างไม่สะทกสะท้านสายตาคมจับจ้องไปยังบุคคลที่ยืนถือปืนรีวอลเวอร์เล็งมาที่ตน เขาเป็นชายร่างสูงกำยำ แต่งตัวแบบเดียวกับคาวบอยตะวันตก เขาเองก็สวมหมวกปีกกว้างเช่นเดียวกับเธอต่างกันแค่มันมีสีน้ำตาลหม่น

โทษทีนะ คุณผู้หญิง นึกว่าจะเป็นพวกโจรกระจอกแบบเดียวกัน เจ้าหมอนั่นนะ เลยเผลอลั่นไกไป” ชายตรงหน้าเอ่ยพลางใช้ปากกระบอกปืนดันปลายหมวกขึ้นเผยให้เห็นหน้าคมหล่อเหลาของเขา

ก่อนที่นายจะพูดอะไรขอเวลาสักครู่” แอชยกมือปรามบุรุษตรงหน้า

หญิงสาวหันไปมองสมาชิกทีมที่นั่งคู้ตัวหลบอยู่หลังที่นั่งผู้โดยสาร ทันใดนั้นปากกระบอกปืนไรเฟิลก็จ่อไปที่ตัวของเขา ปัง!

เคี๊ยก คะ คะ ทะ ทะ ของแกนะ นะ ยัยโง่”

ปัง! หญิงสาวลั่นไปออกไปอีกครั้ง คราวนี้สมาชิกคนนั้นก็ตัวสั่นระริกดิ้นค้างอยู่ที่พื้น

ข้อหาที่แกว่า ยัยโง่สอง... ” ปัง! “สามครั้งยังไงละ” แอชเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาก่อนจะหันไปชายที่ยืนรออยู่

เอาละ ถึงตานายแล้วคาวบอย มีปัญหาอะไรกับพวกชั้นงั้นรึ?” หญิงสาวเอ่ยถามพลางประทับปืนระดับเอวเล็งไปยังคนที่อยู่ตรงหน้า

มีสิ แถมค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่เสียด้วย” แกร๊ก! ชายตรงหน้าเองก็ยกปืนขึ้นเล็งมาที่แอชอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบมวนซิก้าร์ออกมาคาบไว้

ปัญหาใหญ่ขนาดที่ทำให้สุภาพบุรุษคาวบอยต้องหันปืนใส่สุภาพสตรีเลยงั้นรึ?” หญิงสาวเอ่ยคำถามแหย่เล่น

ก็ขึ้นอยู่กับสถานะการ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่มีคนเข้ามายุ่งกับเหยื่อของชั้นเสียด้วย” ชายคนนั้นตอบเสียงเรียบพลางใช้ไฟแช็คจุดซิก้าร์ที่คาบไว้ในปาก

เฮ้! เฮ้! นี่คือเหยื่อของชั้นกับพรรคพวกต่างหาก” แอชชี้นิ้วไปยังบุรุษที่อยู่ตรงหน้า “ไม่ใช่ของคนที่อยู่ๆ ก็เข้ามายุ่งอย่างนายหรอกนะ”

ฮะฮะ ที่จริงแล้วชั้นก็อยากเจรจาอยุ่หรอก” บุรุษตรงหน้าผายมือซ้ายยักไหล่ “แต่พอชั้นลุกขึ้น หมอนั่นก็กระหน่ำยิงเข้าใส่แบบไม่พูดจาพูดเลย ชั้นก็เลยต้องตอบโต้สักหน่อย”

แอชขมวดหัวคิ้วทั้งสองชนกันเหลือบมองชายที่นอนสลบเหมือดอยู่ใกล้ๆ แล้วลองกทบทวนเหตุการณ์กับคำอธิบายโดยรวมแล้ว ก็ได้ข้อสรุปว่า…

ปัง! ปัง! ทั้งสองต่างลั่นไกเข้าใส่กันแต่กระสุนกลับไม่ได้กระทบคนใดคนหนึ่ง ตึก! ตึก! แต่กลับเป็นหุ่นออมนิคคุ้มกันร่างบางที่อยู่ด้านหลังของแต่ละคนที่ล้มลงไปแทน แอชเผยฉีกยิ้มออกมา ชายตรงหน้าเองก็ฉีกยิ้มตอบให้เช่นกัน

ถ้านายอยากร่วมด้วยละก็ส่วนแบ่งอยู่ที่สิบเปอร์เซ็นต์” แอชเอ่ยข้อเสนอ ชายตรงหน้ายกหางคิ้วขวาขึ้น

มันน้อยไปหน่อยมั้งแม่สาวน้อย” เขาตอบกลับอย่างยียวน

อย่ามาเรียกชั้นว่า แม่สาวน้อยนะ!” หญิงสาวตวาดเสียงดังลั่น ชายตรงหน้าขยับซิก้าร์ที่คาบไว้ก่อนจะพ่นควันโขมงออกมา

ขอที่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์” เขาเอ่ยข้อเสนอ

นั่นมันมากเกิน...”

ปัง! ปัง! ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเอ่ยจบ คาวบอยตรงหน้าก็ลั่นไกปืนสองครั้งติด นั่นคงจะเป็นการข่มขู่ก็เป็นได้ ทั้งที่คิดแบบนั้นแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่ กระสุนไม่ได้กระทบส่วนใดของร่างกายหญิงสาวเหมือนก่อนหน้า แต่กลับเป็นหุ่นออมนิคคุ้มกันขบวนรถร่างบางที่ถูกยิงร่วงลงไปนอนกับพื้นสองตัว

ขอเพิ่มเป็นยี่สิบสองเปอร์เซ็นต์แล้วกัน ถือว่าจ่ายหนี้บุญคุณ” เขายังเอ่ยด้วยท่าทางยียวน

ย่อมได้! ถ้าชั้นยิ่งร่วงหนึ่งตัวเท่ากับนายถูกหักหนึ่งเปอร์เซ็นต์!!” แอชเผยรอยยิ้มออกมาแต่เป็นรอยยิ้มที่กัดฟันพูดไปด้วย

ได้ชั้นขอรับคำท้านั้น!!”

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

หลังจากที่ชายตรงหน้าตอบรับคำท้า หญิงสาวก็ทำการรัวกระสุนผ่านหัวเขาไปหลายต่อหลายนัด โครม! หุ่มออมนิคหลายตัวล้มลงกองกับพื้น

ที่นี้ก็กลับไปที่ยี่สิบเปอร์แล้วนะ” แอชเดินตรงเข้ามายืนข้างๆ คาวบอย พลางชูสองนิ้วบอกตัวเลข ก่อนจะเริ่มบรรจุประสุนใหม่

ให้ตายสิ เธอทำให้ชั้นต้องเอาจริงแล้วนะ แม่สาวน้อย” บุรุษสูดหายใจเข้าแรงอัดควันซิก้าร์เข้าไปในปอด พลางใช้มือซ้ายตบลงบนหัวหญิงสาว

อย่ามาเรียกชั้นว่า สาวน้อยนะ!” แอชใช้พานท้ายปืนกระแทกเข้าที่สีข้างชายหนุ่มอย่างแรง ทำเอาเขาจุกไปเล็กน้อย

วิ้ว~ หน้าตาออกจะสวย ดันโหดเอาเรื่องนะนี่” คาวบอยเอ่ยหยอก

เฮ้ ! อยากลองโดนกระสุนไฟฟ้าแรงสูงรึไง” หญิงสาวหันมาตวาดใส่เสียงดัง ใบหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย

ฮะฮะฮะฮะ”

บุรุษคาวบอยหัวเราะร่าเสียงดังลั่นก่อนจะเริ่มออกวิ่งแล้วสาดกระสุนเข้าใส่หุ่นคุ้มกันที่กำลังวิ่งตรงมาอย่างแม่นยำ

รีบทำแต้มหน่อยแล้วกันนะ แม่สาวน้อย! ฮะฮะ”

แอชขบกรามแน่น เหวี่ยงคันรั้งด้านล่างตัวปืนบรรจุกระสุนเข้ารังเพลิง สายตาเชือดเฉือนจ้องมองคนที่อยู่ตรงหน้า เสียงเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้รู้ว่า หุ่นออมนิคร่างยักษ์บ็อบได้มาถึงแล้ว

บ็อบ!! จัดการเก็บข้าวของจากพวกผู้โดยสารตู้ขบวนนี้ให้หมดด้วย! ส่วนชึ้นจะไปอัดหน้าหมอนั่นสักเปรี้ยง! ฮึ่ม!”

ปี๊บ!”(รับทราบครับคุณหนู!)

หลังจากสิ้นเสียงตอบรับจากบ็อบ แอชก็เริ่มออกวิ่งตามทันที พร้อมกับกระหน่ำยิงเข้าใส่ทั้งหุ่นและบุรุษคาวบอยที่อยู่ตรงหน้า แต่เพราะสัญชาตญาณที่ดีทำให้เขาก้มหัวหลบได้ทัน แต่วหมวกหล่นลงกับพื้น เขารีบคว้าหมับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พลางหรี่ตามองแอชที่วิ่งตามถึง หญิงสาวแสยะยิ้มเย้ย บุรุษคาวบอยฉีกยิ้มแห้งตอบ

ทั้งสองต่างผลัดกันยิงหุ่นออมนิคร่วงลงไปกองกับพื้น หนึ่งนัดต่อหุ่นหนึ่งตัว เสียงวิ่งเหยียบพื้นแข็งดังแข่งสู้กับเสียงของเครื่องยนต์ เหล่าผู้โดยสารต่างก้มหัวหลบอยู่หลังเก้าอี้เกรงว่าจะถูกลูกหลงจากกระสุนที่สาดยิงไปทั่ว บ็อบที่ตามอยู่ด้านหลังก็ชี้เข้าไปในกระเป๋าที่มีของค่ากองอยุ่เป็นบอกผู้โดยสารแต่ละที่นั่งให้ส่งของมีค่าลงมาในนี้

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

"26! 25! 24! 23! ฮ่า! ชั้นนำนายละ!" แอชพูดเสียงดังกำมือเหมือนกับตนชนะแล้ว

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! แต่กลับมีเสียงปืนยิงสวนเพิ่มขึ้นมาก่อนทันที

"24! 25! 26! 27! ทางนี้ต่างหากละที่นำ แม่สาวน้อย" คาวบอยเอ่ยตอกกลับอย่างยียวน ปืนรีวอลเวอร์ในมือหมุนคว้างอย่างรวดเร็วแล้วปลอกกระสุนในลูกโม่ก็หลุดออกมาตกลงไปที่พื้น เขาบรรจุกระสุนชุดใหม่เข้าไปอย่างรวดเร็วสะบัดเพียงเล็กน้อยลูกโม่ก็ดันกลับเข้าไปในตัวปืนพร้อมคำราม

"บอกตั้งหลายรอบแล้วว่า อย่างเรียกชั้นแบบนั้น ชั้นก็มีชื่อนะ!" แอชชูกำปั้นขึ้นเหนือหัวดูเหมือนอยากใช้กำปั้นทุกเข้าที่หัวของคนที่อยู่ตรงหน้า

"งั้นเธอชื่ออะไรละ แม่สาวน้อย" คาวบอยยังคงเรียกเธอแบบเดิมเขาฉีกยิ้มตรงมุมปากขึ้นเล็กน้อยเหมือนกับเขาพยายามจะยั่วโมโหอยู่ ฝุ่บ! หมับ! ซึ่งดูเหมือนจะได้ผลดีเสียด้วย หญิงสาวขว้างปืนพกขนาดเล็กที่ตกอยู่ใกล้ๆ เข้าใส่ที่หน้าแต่เขาก็ใช้มือรับไว้ได้ทันก่อนที่มันจะกระแทกเข้าใส่

ฟังแล้วจำใส่หัวไว้ให้ดีชื่อของชั้นคือ เอลิซาเบ็ธ คาลโดเนีย แอช!!” หญิงสาวตวาดเสียงดัง ใช้นิ้วโป้งซ้ายชี้เข้าที่ตัวเอง

งั้นก็...ยินดีที่ได้รู้จักแม่สาวน้อยแอช” ชายตรงหน้าฉีกยิ้มกว้าง พลางหยิบซิก้าร์ที่กำลังจะหมดมวนโยนลงไปช่องดับก้นบุหรี่อย่างแม่นยำ

นาย!”

เดี๋ยวๆ จะให้สุภาพสตรีแนะนำตัวอยู่คนเดียวแล้วชั้นไม่บอกชื่อดูจะการเป็นเสียมารยาทมาก” เขายกมือขึ้นปราม กดหมวกปีกกว้างที่สวมอยู่ให้แน่นขึ้น “ชั้นชื่อเจสซี่ เจสซี่ แมคครี ขอโทษด้วยที่เสียมารยาทก่อนหน้านี้ คุณผู้หญิงแอช”

ต่อให้...หวา!”

แอชส่งเสียงร้องลั่นก่อนจะรีบวิ่งตรงไปผนังข้างประตูเชื่อมขบวนรถ ส่วนแมคครีที่ได้ยินหญิงสาวร้องก่อนหน้ารีบเบี่ยงตัวแนบกับผนังที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ดูเหมือนช่วงที่ทั้งสองกำลังแนะนำตัวกันอยู่นั้น ตู้ขบวนเป้าหมายถัดไปก็ปรากฏฝูงหุ่นออมนิคคุ้มกันขบวนหลายสิบตัวเปิดฉากยิงทันทีที่เห็นทั้งสอง เนื่องจากโครงสร้างของตัวขบวนนั้นแข็งแรงมากจนไม่ต้องกังวลเรื่องกระสุนจะทะลุที่นั่งไปโดนผู้โดยสารคนอื่นนั่นเอง

จำนวนเยอะเอาเรื่องนะนี่ สงสัยเราคงเข้าใกล้หัวขบวนรถแล้วละนะ” แมคครีพูดอย่างใจเย็น พยายามเบี่ยงตัวออกไปมอง แต่ยังไม่ทันที่จะสำรวจดีก็ถูกกราดยิงจนต้องรีบเบี่ยงตัวหลบกลับเข้ามา

เห็นอะไรบ้างรึเปล่า?” แอชลองเอ่ยถามพลางบรรจุกระสุนปืน

ถ้าปาระเบิดเข้าไปในตู้ขบวนรถไฟได้ก็ดีสิ” เขาตอบกลับอย่างกวนๆ วิธีนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพราะจะทำให้ขบวนรถที่เหลือตกรางแล้วเกิดความเสียหายโดยไม่จำเป็นมากเกินไป

ชิ!”

อย่าขมวดคิ้วแบบนั้น เดี๋ยวหน้าสวยๆ ก็เป็นริ้วรอยหมดหรอก”

เงียบไปเลย!” หญิงสาวรู้สึกร้อนขึ้นที่หน้าด้วยความหงุดหงิดจากการที่ชายข้างๆ กำลังกวนประสาท เธอพยายามคิดหาวิธีฝ่ากองกำลังหุ่นออมนิคคุ้มกันขบวนแต่ก็เป็นไปได้ยาก ถึงแม้ตัวเธอจะมีไดนาไมท์ติดตัวมาสองแท่ง แต่แรงระเบิดมันมากกว่าระเบิดที่ทหารทั่วไปใช้เสียอีก

มีแผนอะไรรึเปล่าละ” แมคครีถามย้ำแต่ดูเหมือนจะเป็นการจุดระเบิดความอดทนของเจ้าหล่อน

บ็อบ! ทำอะไรสักอย่างสิ!”

ปี๊บ!” (รับทราบครับคุณหนู)

แอชตะโกนเสียงดังลั่นจนบ็อบที่อยู่เกือบท้ายตู้หัวขวับมาตอบรับ หุ่นออมนิคร่างยักษ์ ทำการวางกระเป๋าและล็อคมันอย่างเบามือ ร่างยักษ์วิ่งไปยังกลางตู้ยกแขนทั้งสองดึงฝาครอบด้านบนของรถออกและทำการวิ่งทะลวงเป็นเส้นตรงโดยใช้ฝาครอบเป็นโล่แอชกับแมคครีต่างโผออกวิ่งตามร่างยักษ์นั้นพร้อมกับสาดกระสุนเข้าใส่หุ่นออมนิคทุกตัวที่กำลังพุ่งเป้าไปที่บ็อบ ไม่นานเสียงกราดยิงก็หยุดลง ร่างของหุ่นออมนิคคุ้มกันขบวนรถนอนกองกระจัดกระจายอยู่ทั่วตู้ขบวนรถ

"ฮ่าฮ่า! ชั้นชนะแล้วนายเหลือแค่สิบสี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น" แอชชี้หน้าคาวบอย หัวเราะร่าในชัยชนะของตน

"จ้าจ้า ตามนั้นก็ได้ เพราะถึงยังไงชั้นก็ถือว่ายังได้ส่วนแบ่งอยู่ดี" แมคครีปัดมืออย่างไม่แยแส

แล้วก็เจ๋งเหมือนกันนี่ พี่ล่ำ…เอ่อ บ็อบใช่รึเปล่า” แมคครีเก็บรีวอลเวอร์เข้าใส่ซองหนังอยู่ตรงด้นขาขวา พูดชมหุ่นร่างยักษ์ที่อยู่ตรงหน้า

ปี๊บ” เสียงตอบรับดังขึ้น บ็อบยกหมวกใบเล็กๆ ที่สวมอยู่ขึ้นขอบคุณ ก่อนจะวางฝาครอบอย่างเบามือ

ฟู่ว! จัดการได้ดีมาก บ็อบ” แอชเดินเข้ามาเคาะไหล่ของบ็อบเสียงดังแก็งๆ เดินผ่านไปต่อยังประตูที่ปิดล็อคอย่างแน่นหนาตรงหน้า

เอาละจะมีของอะไรน่าสนใจบ้างนะ” แอชพยายามเปิดเลื่อนประตูแต่มันก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเจ้าตัวลื่นล้มจากการใช้แรงมากเกินไป นอนหงายแผ่หลาอยู่กับพื้น ส่วนแมคครีโน้มตัวลงมาสบตาเข้าพอดีเขาอมยิ้มเพื่อไม่ให้หลุดขำ แอชรีบผละตัวขึ้นนั่งพลางกัดฟันกรอดเพื่อข่มอารมณ์หงุดหงิด

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนลื่นล้มเพราะกะแรงตัวเองพลาด” เขาหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย นั่นก็ทำให้หญิงสาวหน้าแดงด้วยความอาย

แมคครีหุบปากของนายไปซะ! บ็อบ! รีบทำอะไรสักอย่างเข้าสิ!” เธอตวาดเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนแก้อาย

บ็อบที่ได้ยินคำสั่งก็รีบเข้ามาพยุงแอชลุกขึ้น เธอปัดฝุ่นตามตัวออก ส่วนบ็อบนั้นยืนมองประตูตรงหน้าใช้มือทั้งสองออกแรงดึงเปิดประตูไม่นานมันก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ แสงสว่างค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเผยให้เห็นภายในที่กล่องโลหะจำนวนมากเรียงรายซ้อนกันอยู่ระหว่างส่วนซ้ายกับขวาของตู้ โดยแต่ละแถวจะมีตัวเลขกำกับไว้หนึ่งถึงแปด แอชรีบเดินไปในตู้ขบวนพลางสาดส่องสายตาดูจนทั่วภายในไม่มีอะไรผิดปกติ แมคครีที่เดินตามเข้ามาส่งเสียงผิวปาก

วิ้ว~ เอาละเหยื่อของชั้นอยู่ตรงไหนกันน้า”

กึก! แมคครีทำท่าจะเดินเข้าไปสำรวจแต่แอชยื่นแขนออกมาขวางไว้ก่อน มองด้วยสายตาคมกริบ

ของพวกเราต่างหาก” เธอเอ่ยเสียงเข้มเน้นคำหนักแน่น

จ้า จ้า ของพวกเรา” คาวบอยยกมือสองข้างขึ้นเหนืออกยอมแพ้กับท่าทีของหญิงสาว

จำไว้ด้วยว่า ต้องทำตามวิธีของชั้นเสมอ ไม่งั้นละก็” หญิงสาวยกปืนขึ้นลงโดยที่ปากกระบอกปืนตบอยู่กับมือซ้ายที่ไว้ประคอง

ตามสบายเลย คุณหัวหน้า” แมคครีเอ่ยพลางเผยยิ้มกวนออกมา ซึ่งเหมือนแอชจะทำเป็นไม่สนใจ

หญิงสาวผละออกมาแล้วเดินสำรวจพวกกล่องที่วางเรียงซ้อนกันไว้อย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะตัดสินใจสุ่มเปิดดูกล่องแต่ละแถว

แต่ละกล่องส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเป็นสินค้าของชำร่วยธรรมดา เครื่องโถเคลือบลายคราม งานศิลปะภาพวาด

สำหรับพวกคนมีเงินและมีรสนิยมของพวกนี้อาจจะเป็นของสะสมที่มีค่ามหาศาลแต่...

"อะไรกันเนื่ย! มีแต่ขยะทั้งนั้นเลย!" สำหรับหญิงสาวแล้วมันไปเป็นแค่ขยะ

"ขยะเหรอ? ถึงแม้ชั้นจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับของพวกนี้ก็เถอะ แต่มันไร้ค่าขนาดนั้นเชียว?" คาวบอยถามลูบคาง พลางมองของที่อยู่ในกล่องเหล่านั้น

"ต่อให้เอาไปขายทอดในตลาดมืดก็ไม่ได้ราคาหรอกง่ายๆ อย่างเจ้านี่!"

แอชหยิบจานเคลือบลายชิ้นหนึ่งขึ้นมา ยื่นมันไปตรงหน้าของแมคครีจนมันเกือบจะเบียดหน้าของเขา เธอชี้ไปยังจุดหนึ่งในจานนั้น

"ดูตรงเส้นเชื่อมแต่ละจุดนี่สิ มันเนียนตาจนเกินไปดูก็รู้แล้วว่า ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ทำ แต่เป็นพวกเครื่องจักร"

"ของปลอมงั้นรึเนี่ย" แมคครีเข้าใจได้ทันที เขาลองหยิบไหที่มีลายแบบเดียวกันขึ้นมาหมุนดูรอบๆ เส้นเชื่อมของลาย

เชื่อมกันอย่างเนียนตาเช่นเดียวกับแบบที่คนตรงหน้าถือเช่นกัน

วิ้ว เพล้ง! แมคครีเห็นจานลายครามลอยไปทางด้านหลังแล้วเสียงแตกดังก้อง เศษจานแตกกระจายกองอยู่กับพื้น

เขาหันไปมองหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้ปั้นหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

"น่าหงุดหงิดชะมัด!" เธอตวาดเสียงขึ้นดัง ก่อนจะหยิบจานลายครามใบใหม่ขว้างไปทางด้านหลังอย่างไม่สนใจและ เธอทำแบบเดิมกับจานที่เหลืออยู่ข้างในทั้งสามใบดูแล้วเหมือนกับพวกตัวการ์ตูนที่กำลังหาของภายในกล่องที่หากไม่ใช่ของที่ตนต้องการก็จะโยนออกไปอย่างไม่สนใจว่ามันจะพังหรือกระแทกกับข้างของอย่างอื่น

"ไม่เห็นจะต้องรุนแรงขนาดนั้นก็ได้น่า คุณผู้หญิง" คาวบอยเอ่ยเพื่อลดความตึงเครียดมือยังถือไหใบเดิมเขย่ามันเล็กน้อย

"ฮี! นายไม่รู้หรอกว่า พวกเราวางแผนปล้นรถขบวนนี้นานขนาดไหน! ถ้ามีแต่ขยะพวกนี้ก็หมายความว่า พวกเราเสียเวลาวางแผนกันไปเปล่าๆ ทั้งหมด!" แอชเดินตรงเข้ามาที่แมคครีชี้นิ้วจิ้มพาลเข้าใส่ตรงอกเขา เธอมองไปที่ไหในมือเขา

ก่อนจะคว้ามัน แต่แมคครีกลับดึงมันกลับเข้ามา เธอออกแรงพยายามแย่งมันจากมือเขาแต่ดูเหมือนเขาไม่คิดจะยอม

ปล่อยมันแม้แต่น้อย

"ปล่อยดิ๊!"

"ใจเย็นก่อนสิ"

เผี๊ยะ "โอ๊ย! มันเจ็บนะ! เจ้าบ้านี่!"

แมคครีใช้นิ้วดีดเข้าที่กลางของหน้าผากแอชอย่างแรงทำให้เธอยอมผละออกมา แล้วลูบบริเวณที่ถูกดีดปรากฎรอยแดงเล็กๆ ให้เห็นอยู่ตรงกลางหน้าผาก

"เธอไม่ได้โชคร้ายหรอกนะครั้งนี้" แมคครีล้วงมือเข้าไปในไหก่อนจะดึงมือออกมาในมือนั้นมีดาวห้าแฉกสีทองวางอยู่

"มันคืออะไร" แอชขมวดคิ้วจ้องมองดาวห้าแฉกนั้นอย่างใคร่รู้

"ตัวปลดล็อคกล่องแบบพิเศษนะ ดูจากรูปร่างดาวที่ปลายแหลมไม่แคบเกินไป คงจะเป็นของกองทัพละนะ" แมคครี

อธิบายพลางลูบดาวในมือ

"ของกองทัพงั้นเหรองั้นก็หมายความว่า..." แอชกวาดสายตามองกล่องที่ยังอยู่ในตำแหน่งชั้นวางก่อนจะสังเกตเห็น

กล่องใบหนึ่งมีสีเขียวเข้มอย่างเห็นได้ชัดตรงตำแหน่งชั้นวางหมายเลขหกชั้นที่สาม กล่องโดยทั่วไปนั้นจะมีสีเทาเลยทำให้สังเกตได้ไม่ยอก "บ็อบ! กล่องตรงนั้น"

"ปี๊บ" (ครับคุณหนู)

บ็อบรีบจัดการกดคำสั่งแผงควบคุมที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับชั้นวาง มันเลื่อนกล่องใบนั้นออกมาข้างหน้าก่อนจะเลื่อนลงมาวางลงตำแหน่งพื้นพอดี ตัวกล่องมีขนาดใหญ่แข็งแรงทนทานอย่างมาก ตรงกลางล็อคมีหลุมรูปร่างดาวห้าแฉกอยู่

แมคครีเดินตรงไปที่ตรงกำลังจะวางดาวสีทองนั้นไว้ตำแหน่งช่องว่าง แต่แอชชิงคว้าแย่งดาวจากในมือคาวบอย

"ชั้นจะเป็นคนเปิดมันเอง! คงไม่มีอะไรขัดข้องใช่รึเปล่า" แอชฉีกยิ้มกว้างหรี่ตามองชายตรงหน้าแฝงความกวนไว้

"ตามสบายเลย คุณผู้หญิง" แมคครีผายมือให้หญิงสาวตรงหน้า

เธอวางดาวสีทองลงในช่องนั้นได้อย่างพอดี เสียงยืนยันตัวกุญแจดังปี๊บอยุ่สามครั้ง ก่อนจะเกิดเสียงดังแกร๊ก ตรงส่วนล็อคตรงกลางกล่อง ฝากล่องแง้มเปิดขึ้นเล็กน้อย แอชโบกมือเล็กน้อย บ็อบเดินเข้ามาเปิดฝากล่องที่แง้มออก แสงสีทองอร่ามสาดส่องออกมา

ว้าว~” หญิงสาวร้องอุทานด้วยความประหลาดใข

วิ้ว~ แจ็คพ็อตเลยนะเนี่ย” คาวบอยผิวปากอย่างสบายอารมณ์

คาวบอยหยิบก้อนทองรูปทรงลูกบาศก์ขนาดสิบเซนติเมตรขึ้นมาหมุนดูมันโดยรอบ แสงไฟที่ตกกระทบทำให้ผิวทองของมันเปล่งประกายยิ่งขึ้น ส่วนแอชใช้มือเรียวสวยสัมผัสผิวของทองลูกบาศก์จำนวนมากในกล่องด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อ นัยน์ตาสีแดงของเธอนั้นเปล่งประกายสุกสกาวเหมือนกับทองที่จ้องมองอยู่

"แจ็คพ็อตสุดๆ !!" แอชหันมาพูดกับแมคครีที่อยู่ใกล้อย่างตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นทองมากขนาดนี้

"ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นหรอก" แมคครีพูดปรามก่อนจะวางลูกบาศก์ทองกลับไปในตำแหน่งเดิม

"มันต้องตื่นเต้นดิ๊! นี่มันทองเชียวนะ แถมมีตั้งเยอะขนาดนี้" หญิงสาวเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่

"ระวังหน่อย คืนจับซี้ซั้วเข้าเดี๋ยวก็โดนสาปให้เป็นศพเดินได้หรอก"

"หะ!" หญิงสาวรีบผละมือออกจากทอง นึกถึงหนังเก่าเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับโจรสลัดที่ปล้นทองแล้วพวกเขาก็ถูกสาปเมื่อร่างกายถูกแสงจันทร์ก็จะเผยให้เห็นร่างไร้ชีวิตของพวกเขา พอนึกถึงก็ทำให้เธอรู้สึกขนหัวลุก

"ฮ่าฮ่าฮ่า! เธอเชื่อด้วยรึเนี่ย!" แมคครีหัวเราะลั่น

"หนอย! นายหลอกชั้นเหรอ!" หญิงสาวตวาดลั่นกำลังจะใช้กำปั้นทุบคาวบอย

ปัง! ปัง! เสียงปืนดังมาจากตรงทางเข้า ทั้งสองหันไปมองต้นเสียงชายผูกหน้าสองคนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้โดยคนหนึ่ง

แบกร่างไร้สติของเพื่อนมาด้วย ด้านหลังของทั้งสามนั้นคือ กองกำลังหุ่นออมนิคคุ้มกันจำนวนมากวิ่งตรงมาพร้อมกับกราดยิงปืนในมือ

"แอช! ช่วยที!" ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นพลางหันกลับไปยิงตอบโต้

"รีบเข้ามาทางนี้! บ็อบใช้กล่องพวกนั้นขวางทางไว้"

"ปี๊บ!" บ็อบตอบรับหลังจากที่ทั้งสามวิ่งพ้นประตูเข้ามาแล้ว บ็อบยกกล่องที่ค้นแล้วปากไปยังทางเข้าสองสามกล่อง

ก่อนจะวิ่งเข้าไปเอาหลังยันกล่องไว้ชั่วคราว

"เกิดอะไรขึ้น!" แอชถามหนึ่งในสมาชิกที่ยังหอบอยู่

"ไม่รู้ ตอนพวกเรากำลังเดินแบกหมอนั่นมา อยู่ไอ้พวกหุ่นกระป๋องพวกนั่นก็ลุกพรวดขึ้นมาหยั่งกับหนังสยองขวัญแล้วก็กระหน่ำยิงพวกเราจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนมานี่" สมาชิกอีกคนตอบแทนหลังจากวางสมาชิกคนที่สลบพิงกับผนัง

"สงสัยน่าจะเป็นกับดักตอนเปิดกล่องนี่ละมั้ง" แมคครีไขข้อสงสัยพร้อมกับปิดฝากล่องนั้นลง ตราทองถูกดันออกมาจากช่องเสียบ คาวบอยหยิบมันพลิกมองไปมา

"ใครละเนี่ย"

"คนนอกที่เข้ามาร่วมวงด้วยนะ"

"ให้คนนอกเข้ามาเอี่ยวด้วยงั้นเรอะ เธอแต่ใจนะว่าหมอนี่ไม่ใช่สายของพวกเจ้าหน้าที่นะ!" สมาชิกยกปืนขึ้นเล็งที่แมคครี คนที่ถูกเล็งก็เตรียมจะชักปืนยิงตอบโต้เช่นกัน

"ใจเย็นก่อน อย่างน้อยเขาก็ช่วยชั้นจัดการเจ้าหุ่นพวกนั้นจนมาถึงที่นี่นะ" แอชกดปากกระบอกของสมาชิกลงเบาๆ ดูเหมือนเขาเองก็ไม่คิดที่จะขัดขืน

"แต่ส่วนแบ่งของชั้นยังเท่าเดิมนะ เธอให้คนนอกเข้ามายุ่งเพราะฉะนั้นก็หักจากส่วนแบ่งของเธอก็แล้วกัน" เขาตอบบอกปัดไป ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับบ็อบแทน

แล้วเราจะหนีออกไปจากที่นี่ยังไง?” แมคครีเอ่ยถาม หยิบปืนรีวอลเวอร์ขึ้นมาเช็คกระสุนในลูกโม่

ไม่เห็นจะยาก” แอชตอบหยิบมัดไดนาไมท์ออกมา

เฮ้ยๆ นี่หนีไม่รอดก็เลยจะระเบิดไปพร้อมกับขบวนนี้เลยงั้นเหรอ” แมคครีผงะตัวไปทางด้านหลัง

ไม่ใช่! เจ้าบ้า ชั้นไม่ได้คิดสั้นแบบนั้น!” แอชตวาดกลับยกไดนาไมท์ขึ้นเหมือนกับจะปาใส่

เราใกล้จะถึงสถานีถัดไปรึยัง”

สามนาที” สมาชิกคนหนึ่งตอบกลับมา

ชั้นจะปลดล็อคมัดไดนาไมท์ใช้แค่ลูกเดียวแล้วก็ระเบิดเปิดทางออกไว้ พอรถขบวนชะลอก็ค่อยกระโดดออกไป”

บ้าดีเดือดไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าไม่มีทางหนีละนะ” แมคครียกไหล่แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องแผนที่คิดขึ้นมาอย่างชุกละหุก

แอชรีบทำการติดระเบิดไดนาไมท์ไว้ตรงผนังตู้ซึ่งค่อนข้างโล่งไม่มีอะไรขวางทาง หลังจากติดตั้งเสร็จเธอก็รีบวิ่งออกมากระโดดข้ามไปอยู่หลังกล่องทองซึ่งแมคครีนั่งหลบอยู่ก่อนแล้ว เขาหยิบซิก้าร์มวนใหม่ขึ้นมาจุดสูบอย่างใจเย็น

หลังจบงานนี้แล้วได้จะไปที่ไหน” แอชเอ่ยถามขณะเช็คกระสุนปืนในรังเพลิง

ก็ไม่มีอะไรพิเศษ หลบหนีไปเรื่อยๆ หาที่ซ่อนสักแห่ง รอเรื่องมันเงียบ ค่อยขายทอดของในตลาดมืด” แมคครีพ่นควันพูดอย่างสบายๆ

งั้นหรือ...นายสนใจจะมาร่วมแก็งของชั้นรึเปล่า?” แอชพูดทิ้งช่วงเล็กน้อยก่อนจะชักชวน

ก็นะ...” คาวบอยลูบคางครุ่นคิด “ถ้าเพิ่มให้เป็นสักสิบเจ็ดเปอร์เซนต์ก็อาจจะ”

ชั้นให้สิบแปดแล้วมาเป็นลูกน้องชั้นซะดี” หญิงสาวยื่นข้อเสนอแกมบังคับ รอยยิ้มของเธอฉีกกว้าง

ขอร้องกันขนาดนี้ก็ช่วยไม่ได้แฮะ ชั้นเข้าร่วมด้วยก็แล้วกัน” เขาตอบรับข้อเสนอนั้น จ้องมองใบหน้าคมสวยก่อนจะลูบท้ายศรีษะ

ถ้างั้นก็ดี!” หญิงสาวโผล่พ้นเหนือกล่องประทับปืนเล็งไปที่แท่งไดนาไมท์ที่ติดอยู่กับผนัง

เฮ้! คนขับรถพอได้ยินเสียงสํญญาณแล้ว ให้รีบเหยียบมาที่ตู้รถด้านหน้าทันทีได้ยินชัดเจน!” แอชติดต่อด้วยอุปกรณ์ไร้สาย

เราขับขรถตามบวนรถไฟอยู่ครับลูกพี่หญิงว่าแต่สัญญาณเหรอ? สํญญาณอะไร?” เสียงนั้นตอบกลับมาอย่างสับสน

ปัง! ตูม! เสียงระเบิดดังสนั่น ตู้ขบวนสั่นสะเทือนเล็กน้อยแต่ไม่ตกราง กลุ่มคนปรากฎขึ้นตรงที่เกิดการระเบิดไม่นานด้วยความเร็วของรถไฟทำให้ควันนั้นหายไปอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นรูขนาดใหญ่พอที่จะให้บ็อบเดินออกไปได้

เห็นสํญญาณแล้วครับลูกพี่หญิง เฮ้ย! เหยียบให้มิดเลย!” เสียงแหลมแบบลูกกระจ๊อกตอบกลับมา

หลังจากเสียงตอบรับไม่นานรถบรรทุกต้านแรงโน้มถ่วงก็วิ่งเข้ามาเทียบกับตู้ขบวนซึ่งกำลังชะลอรถเตรียมเทียบเข้าสถานี พวกสมาชิกต่างแบกถุงใส่ของมีค่าที่ปล้นได้จากผู้โดยสาร โยนมันลงไปยังรถบรรทุกเสียงกรุ๊งกริ๊งดังขึ้นหลังจากที่มันกระแทกกับพื้นกระบะรถ

"พวกนายรีบไปได้แล้ว!" แอชตะโกน พวกสมาชิกพากันกระโดดข้ามไปยังรถบรรทุกพร้อมกับร่างคนที่ไร้สติ

"บ็อบ! มาจัดการโยนเจ้ากล่องนี้ที" หุ่นร่างยักษ์รีบวิ่งมาตามคำสั่ง ยกกล่องนั้นขึ้นด้วยมือใหญ่ทรงพลังทั้งสองข้าง

ส่วนแอชกระโดดขึ้นหลังกอดคอบ็อบเอาไว้ เธอหันไปมองตรงประตูพวกหุ่นออมนิคคุ้มกันใช้กำลังพังกล่องที่ขวางกั้นไว้ได้สำเร็จ

"ชิ แย่ละ!"

"ชั้นจัดการเอง" แมคครีเอ่ยเขายืนตั้งท่าเตรียมจะชักปืน

"อย่ามาทำตัวเป็นฮีโร่ รีบกระโดดออกไปเร็วเข้า!" แอชตะโกนบอก

IT’S HIGH NOON~” เหมือนภาพทุกอย่างเคลื่อนไหวช้าลง มีแต่แมคครีเท่านั้นที่ชักปืนจากซองหนังอย่างรวดเร็วกระสุนปืนกระทบร่างหนึ่งแล้วกระดอนไปโดนอีกตัวหนึ่งอย่างแม่นยำ การยิงหนึ่งครั้งสามารถล้มหุ่นออมนิคได้ทั้งหมดสิบสองตัว แต่… หุ่นออมนิคคุ้มกันมีมากกว่านั้น พวกมันยังคงกรูกันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง คาวบอยรีบเก็บปืนรีวอลเวอร์กลับเข้าซอง

เยอะกว่าที่คิดแฮะ...เผ่นละโว้ย!” แมคครีหันหลังวิ่งกลับอย่างเร็ว

เจ้าบ้า! ก็บอกแล้วอย่างทำตัวเป็นฮีโร่”

แอชตัดสินใจจุดชนวนไดนาไมท์สองแท่งที่เหลือปาออกไป เธอตบหลังบ็อบสองสามครั้งเป็นสัญญาณให้หุ่นร่างยักษ์กระโดดออกจากรถในมืออุ้มกล่องบรรจุทองไว้

หลังจากที่แอชกับบ็อบกระโดดออกมาก่อน แมคครีก็กระโดดตามหลังมาแล้วเสียงระเบิดก็ดังตูมอย่างดังหญิงสาวกับหุ่นร่างยักษ์รอดพ้นจากรัศมีของแรงระเบิดแต่ดูเหมือนแรงระเบิดจะทำให้คาวบอยเสียสมดุล แอชเห็นแบบนั้นรีบผละออกจากหลังของบ็อบ อ้าแขนเตรียมไว้อย่างไม่ทันคิด ปุ๊บ! ร่างของแมคครีตกเข้ามาตรงกลางอ้อมกอดของแอชเข้าพอดี ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงเพียงแต่สลับตำแหน่งชายหญิงเท่านั้นเอง แมคครีจ้องหน้าแอชอยู่ครู่หนึ่ง และแล้วสายตาของทั้งสองก็สบตาเข้าพอดี ทั้งสองยืนในท่านั้นอยู่นาน คาวบอยยักคิ้วขึ้นเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้บางอย่าง

"ฮีโร่ของช้านนนน! แว้ก!" ในขณะที่เขากำลังพูดหยอกนิดหน่อย แต่กลับยุให้หญิงสาวโมโหเกินคาด เธอปล่อยมือออกจากตัว ร่างสูงเลยตกกระแทกกับพื้นกระบะอย่างแรง

"น่าขยะแขยง" แอชหายใจฟึดฟัดกอดอกเบือนหน้าออกจากชายที่ก้นกระแทกกับพื้นกระบะ เขานวดตรงแก้มก้นหวังว่ามันคงจะบรรเทาอาการเจ็บลงได้บ้าง

เจ็บนะเนี่ย เธอเขินอยู่รึไง” คาวบอยพูดเย้าแหย่

ไม่ใช่สักหน่อย!” หญิงสาวหันมาตอกกลับใบหน้าแดงไม่รู้ว่าแดงเพราะโมโหหรือเขินกันแน่

ฮ่าฮ่าฮ่า! โทษทีๆ” เขาเอ่ยขอโทษอย่างสบายอารมณ์

แมคครียันตัวลุกขึ้นปัดเศษฝุ่นที่เข้ามาตามกางเกง ส่วนแอชมองขบวนรถไฟเข้าเทียบสถานีอย่างช้าๆ รูปร่างของมันหดเล็กลงและไกลออกไป เธอหันมายังตรงหน้าแมคครีจ้องมองใบหน้าเขาเขม็งมองลึกจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ คาวบอยรู้สึกถึงความตึงเครียดที่ถาโถมเข้ามา สังหรณ์ใจว่า อาจจะถูกถีบดกจากรถเริ่มคิดทางหนีทีไล่เท่าที่จะเป็นไปได้มากที่สุด ทันใตนั้น หญิงสาวก็ยื่นมือออกมา

คราวนี้ขอแนะนำตัวแบบทางการ เอลิซาเบ็ธ คาลโดเนีย แอช” หญิงสาวเปลี่ยนสีหน้ายิ้มเล็กๆให้ คาวบอยยักคิ้วสงสัยแต่ก็ผ่อนลมหายใจคลายความกังวลออกไป

เจสซี่ เจสซี่ แมคครี คนส่วนใหญ่จะเรียกชั้นว่า แมคครี” แมคครียื่นมือตอบรับการจับมือ

งั้นนายก็เรียกชั้นว่า แอช ก็แล้วกันในแก๊งส่วนใหญ่ก็เรียกชั้นแบบนี้ แล้วก็...” เธอเปลี่ยนรอยยิ้มอ่อนกลายเป็นฉีกรอยยิ้มกว้างเห็นฟันขาวที่เรียงสวยอย่างชัดเจน มือที่จับอยู่นั้นถูกบีบรัดแน่นขึ้นจนรู้สึกเหมือนกับได้ว่ากระดูกที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อส่งเสียงลั่น

จำไว้ด้วยว่า ชั้นคุมและทำตามกฎชั้นเสมอ”

ครับ ครับ ปล่อยมือเถอะครับ ลูกพี่หญิงแอช” แมคครีพอจะรับรู้ได้ว่า การที่แอชบีบมือของเขาจนกระดูกลั่นนั้นมาจากการที่เขาเรียกเธอว่า -แม่สาวน้อย- นั่นเอง

เธอตบไหล่เขาสองสามทีก่อนจะยอมปล่อยมือที่บีบค้างอยู่นาน หญิงสาวเดินตรงไปยังกล่องใส่ทองยันขึ้นยืนเหนือกล่องก่อนจะหันมามองเหล่าพวกพ้องที่หันมามองเธอเป็นจุดสนใจเดียวกัน

อะแฮ่ม! พวกเราทำแต้มได้เยี่ยมมาก! คืนนี้เราจะฉลองกันให้สุดเหวี่ยงกันไปเลย!”

เสียงประกาศของแอชบ่งบอกถึงความสำเร็จอย่างท่วมท้นนั้นเอง ทำให้สมาชิกคนอื่นส่งเสียงโห่ร้องยินดีไปตามๆ กัน เพราะสิ่งที่ปล้นมาได้นั้นเกินกว่าที่หญิงสาวคาดเอาไว้อย่างมาก หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็เฉลิมฉลองกันอย่างครึกครื้นในบาร์เหล้าแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ห่างจากแหล่งชุมชนอยู่พอสมควร ต่อให้ส่งเสียงครื้นเครงมากขนาดไหนก็ไม่มีทางรบกวนใครง่ายๆ พวกเขาดื่มฉลองอย่างสุดเหวี่ยงโดยทีวียังคงประกาศข่าวเกี่ยวกับการปล้นรถไฟในครั้งนี้แต่เสียงครื้นเครงนั้นกลบความสนใจของคนอื่นๆ จากข่าวสารนั้นจนหมด แอชกับแมคครีแข่งกันดื่มว่าใครจะคอแข็งกว่ากันนั้น ผลสรุปการแข่งที่ได้นั้น ทั้งสองเสมอกัน โดยในแก้วสุดท้ายนั้นทั้งสองยกแก้วซดจนหมด สมาชิกในแก๊งคอยเชียร์ทั้งสองพร้อมกับวางเงินว่าใครจะชนะ แต่แล้วทั้งสองก็ล้มหงายตึงนอนแผ่หลาอยู่กับพื้น ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

เจ๋ง! เหมือนกันนี่! แมคครี! ฮ่าๆๆๆๆ!”

เธอก็เหมือนกัน! แอช! ฮ่าๆๆๆๆ!”

ทั้งสองหัวเราะลั่น พวกสมาชิกคนอื่นๆ เองก็หัวเราะลั่นเช่นกัน เสียงครื้นเครงร้องเพลงประสานชวนปวดหัวทั้งที่เป็นกลุ่มแก็งนักปล้นแบบคาวบอยตะวันตกแต่งกลับร้องเพลงโจรสลัดประสานกันซะอย่างนั้น แต่ก็ปล้นเหมือนกันคงไม่เป็นอะไรหรอก เสียงเพลง เสียงหัวเราะพวกนั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในห้วงความคิดของหญิงสาว

เธอลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อให้ม่านตาปรับกับแสงไฟที่สาดส่องอยู่เหนือหัว ในมือถือแก้วเบียร์ไว้เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เธอยกมันขึ้นเขย่าเล็กน้อยของเหลวภายในยังคงสั่นไหวคงเหลือไว้ราวๆ สักครึ่งแก้วได้ สายตาเคลิ้มจากอาการเมายังคงจ้องมองแก้วตรงหน้า ภาพอดีตช่วงเวลายุคทองของแก๊งเดดล็อคยังคงชัดเจน การปล้นธนาคารตามเมืองต่างๆ เอย การปล้นขบวนรถไฟหลายต่อหลายจนยากที่จะนับได้ หญิงสาวยิ้มใช้นิ้วเรียวสวยลูบตรงของแก้วกลม เธอตัตสินใจที่จะยกส่วนที่เหลือซดให้หมดรวดเดียว ทันใดนั้นมีการปล้นครั้งหนึ่งเข้ามาในหัวแต่เธอจำค่อยได้ว่าเรื่องในวันนั้นเกิดอะไรขึ้นรวมกับอาการมึนเมา เธอเลยปล่อยให้สมองเล่นภาพความทรงจำนั้นไป

บ็อบยกถังขยะที่อยู่ใกล้ปาเข้าใส่กลุ่มอันธพาลที่เข้ามาหาเรื่อง แล้วเธอก็โดดลูกหลงไปด้วย ขยะเปียกทั้งหลายหล่นใส่ร่างของเธอจนเลอะเทอะและส่งกลิ่นเหม็นไปทั้งตัว เธอรีบบึ่งรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจกลับไปที่แหล่งกบดาน พวกสมาชิกที่อยู่ในนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า -กลิ่นแรงมากครับลูกพี่หญิง- เธอตวาดใส่พวกนั้นให้ออกไปข้างนอกก่อนจะรีบเข้าไปในห้องพักส่วนตัวโดยไม่ลืมที่จะสั่งให้บ็อบยืนสำนึกผิดอยู่ด้านนอก เธอรีบถอดเสื้อผ้าพวกนั้นแล้วยัดมันไว้ในถุงขยะใบใหม่รอไปส่งร้านซักรีดเพื่อกำจัดคราบและกลิ่น

หลังจากที่เธอจัดการคราบและกลิ่นเหม็นเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าแต่ข้างในกลับไม่มีเสื้อผ้าอยู่ หญิงสาวนึกขึ้นได้ มือกุมขมับวันนี้เป็นวันที่เอาเสื้อผ้าเกือบทั้งหมดส่งซักรวมกัน นั่นหมายความว่า เธอไม่มีเสื้อผ้าใส่ในวันนี้แล้ว เป็นเรื่องเข้าแล้ว เพราะวันนี้เธอมีนัดประชุมเรื่องแผนการปล้นครั้งต่อไป ในขณะที่คิดหากออกอยู่นั้นเอง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องใบเล็กสำหรับใส่เสื้อผ้าซึ่งมีกระดาษแปะไว้ว่า -เสื้อผ้าในกรณีฉุกเฉิน แมคครี- เธอรู้สึกดีใจและขอบคุณที่อย่างน้อยก็มีคนคอยเตรียมการฉุกเฉินไว้ให้ เธอรีบกดสวิตซ์ตรงกลางฝากล่องก็ปลดล็อคเปิดขึ้นทันที เสื้อผ้าถูกพับไว้อย่างดีภายในกล่อง หญิงสาวหยิบมันคลี่ดู

นี่มัน...”

ผ่านไปราวสิบห้านาที

ปึง! เสียงถีบประตูดังขึ้น บ็อบที่ยืนอยู่หันไปมองที่ต้นเสียง แอชยืนอ้าขาเล็กน้อยมือทั้งสองข้างท้าวเอว เธอออกมาในชุดที่บ็อบยังยืนเกาหัวเพราะไม่เคยหญิงสาวใส่ชุดแบบนี้มาก่อน ชุดที่เธอใส่คือ ชุดอัศวินนักรบหญิงแห่งดินแดนจอมเวทย์อันโด่งดังในตอนนี้ การ์ตูนเรื่องนี้กระแสจากทางฝั่งตะวันออกดีมากจนมีการซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาฉายในฝั่งตะวันตก ชูดที่เธอใส่นั้นใช้สีขาวเป็นพื้นหลักและมีลายพาดสีแดงสองเส็นพาดรอบเอวเกือบถึงสะดือแต่ทิ้งดิ่งลงไป คอปกกาละสีมีสีแดงมีเส้นสีขาวพาดไปตามขอบ ตรงช่วงไหล่นั้นมีรูปร่างคล้ายกลีบดอกไม้สีแดงสามกลีบซ้อนทับกัน มินิสเกิร์ตสีแดงสด ด้านหลังตรงสะโพกนั้นสีสายสีแดงสองเส้นถูกปล่อยเลยยาวหัวเข่า เข้าคู่กับรองเท้าบู๊ตยาวสีขาวมันส่วนตรงรองเท้ากับส้นนั้นมีสีแดงแบบเดียวกับกระโปรง

แอชเดินตรงไปยังกระจกยาวที่วางไว้อยู่ตรงมุมห้อง จ้องมองใบหน้าของตนที่ไม่ได้ใส่เครื่องสำอางค์อะไรมาก เม้มปากที่ทาลิปสติกสีแดงไว้แน่นก่อนจะข่มใจฝืนใส่อุปกรณ์ชิ้นสุดท้าย รัดเกล้าสีทองรูปทรงแบบง่ายๆ แต่ประดับด้วยทับทิมราคาถูกอยู่ตรงกลาง หญิงสาวตัดสินใจหมุนตัวสำรวจตัวเองไปมา รู้สึกร้อนที่หน้าอย่างชัดเจน เธอหันมองสำรวจซ้ายขวานอกจากบ็อบแล้วไม่มีใครคนอื่นอยู่ในห้องเธอตัตสินใจลองทำตามแบบในการ์ตูนที่เธอเห็น

ผู้พิทักษ์แห่งรูบี้จะลงทัณฑ์เหล่าคนชั่วเอง!!”

ในที่สุดก็กลับมาถึง...สักที”

แมคครีเปิดประตูเข้าห้องพอดีกับตอนที่แอชออกเสียง เธอยืนข้างในท่าโพสแบบเดียวกับตัวการ์ตูน ส่วนคาวบอยยืนอ้าปากค้างซิก้าร์ที่คาบอยู่ก่อนหน้าหล่นลงกระแทกกับพื้น หญิงสาวรู้สึกถึงความร้อนที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาที่หน้าอย่างรวดเร็ว

อะ อะ อะ อะ” เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่สมองกลับสั่งการไม่ทัน

อะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แมคครีกลับระเบิดเสียงหัวเราะลั่น “ไม่คิดว่าจะกล้าใส่จริงนะเนี่ย”

แอชยังคงรู้สึกร้อนที่ใบหน้าอยู่ในตอนแรกเท่านั้นตอนนี้ความโกรธที่อับอายเข้ามาแทรก หญิงสาวเดินฉับๆ ยืนตรงเขายื่นหน้าของตนเข้าไปใกล้หน้าคาวบอย เธอเม้มปากพยายามจะตวาดอะไรสักอย่างแต่คำพูดก็ไม่หลุดออกมาแม้แต่น้อย

มีอะไรงั้นเหรอ แม่สาวน้อยอัศวิน อุ๊บ” เขาเอ่ยเย้าแหย่แทบจะหลุดหัวเราะ

หญิงสาวรู้สึกได้ว่า สติของขาดผึง เลยระบายความอับอายด้วยการกระทืบไปที่เท้าเขาอย่างแรง แมคครีร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด กระโดดเหยงๆ ด้วยขาข้างเดียว หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องไปแต่ก็ไม่ลืมที่จะทิ้งทวน

จำไว้เลยนะ! ความอับอายครั้งนี้ชั้นจะไม่มีทางลืมแน่!”

หญิงสาวรีบสวมแว่นตากรอบสีทองเพื่อปกปิดตัวตนซึ่ง(อาจจะ)ใช้ได้ผลดีกับทุกๆ เหตุการณ์โดยมีบ็อบวิ่งตามมา


อึ่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงกระดกเครื่องดื่มดังติดต่ออย่างต่อเนื่อง

ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!” แอชร้องเสียงดังลั่น “ทั้งๆ ที่อุตสาห์ลืมไปแล้วแท้ๆ ไอ้สมองบ้านี่ดันนึกภาพอะไรไม่เข้าท่า!”

เพล้ง! หญิงสาวปาแก้วไปยังผนังจุดเดิม ซึ่งเจ้าของร้านพึ่งเช็ดคราบเสร็จเศษแก้วตกกระจายอยู่ตำแหน่งเดิม เขาใช้มือตะปบหน้าตัวเองขยำนวดอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะหยิบไม้กวาดกับที่โกยจัดการเศษแก้วเป็นครั้งที่สามในวันนี้

แอชโขกหน้าผากตัวเองกับโต๊ะดังตึกถี่ๆ พึมพำแต่คำว่า ลืมไปซะ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นาน บ็อบเองเข้าไปห้ามแต่เซนเซอร์ในตัวเขาตรวจจับได้ว่า คนที่อยู่ตรงหน้านอนหลับไปแล้ว บ็อบตัดสินใจพาร่างบางนั้นอุ้มขึ้นด้านหลังใหญ่ของตนเดินออกมาโต๊ะ หุ่นออมนิคร่างยักษ์ค้อมศีรษะเล็กน้อยขอโทษเจ้าของร้านที่ทำให้เดือดร้อน ซึ่งตัวเขาไม่ได้บ่นด่าอะไรเพียงแค่ปัดมือให้รีบกลับได้แล้ว

ไม่นานร่างยักษ์ก็เดินออกมานอกร้านโดยอุ้มร่างของหญิงสาวที่กำลังนอนซบแผ่นหลังอย่างสบาย หุ่นออมนิคร่างยักษ์มองสำรวจหารถแท็กซี่แต่ดูเหมือนจะเลยเวลาให้บริการไปแล้ว ทำให้หุ่นร่างยักษ์ตัดสินใจแบกร่างผู้ที่ตนรับใช้ตรงกับที่พักซึ่งมันก็ไม่ได้อยู่ห่างมากนักใช้เวลาเดินเท้าราวสามสิบนาทีก็ถึง

หลังจากที่บ็อบออกเดินได้สักพักก็รับรู้ได้ถึงการขยับเล็กน้อยจากด้านหลัง แอชขยับตัวขึ้นมากอดคอของบ็อบดวงตาปรือดูเหมือนยังสลึมสลืออยู่

หมอนั่นแย่ชะมัดเลยนะบ็อบ ทั้งที่เคยอยู่แก๊งเดียวกันมานาน ร่วมผ่านทุกข์ผ่านสุขมาตั้งหลายครั้ง แต่อยู่ๆ ก็ออกจากแก๊งไปแบบไม่กล่าวลาอะไรเลยสักคำ อ๊ะ! ถึงจะมีจดหมายทิ้งไว้ก็เถอะ แต่เวลาจะลาจากกันคนเรามันควรพูดต่อหน้ากันตรงๆ ดิ๊!”` แอชขึ้นเสียง เธอบ่นไปเรื่อยเช่นเดียวกับพวกคนดื่มหนักที่พยายามจะคลายความกังวลที่อยู่ในจิตใจ บ็อบเองก็ไม่คิดจะตอบอะไรเพราะรู้ดีว่าตอนนี้หญิงสาวต้องการระบายเรื่องอัดอั้นที่อยู่ในใจเสียมากกว่า

พอกลับมาเจอหน้ากันนี่มันอ๊าร๊ายยย เขามาขวางงานปล้น แค่ถามว่าไอ้ของที่อยู่ข้างในมันคืออะไรก็ไม่ยอมบอก บอกให้โยนอาวุธออกมาก็โยนระเบิดออกใส่ แถมมัดชั้นไว้กับหลังรถบรรทุกแข็งๆ แยกส่วนนายเป็นชิ้นๆ อ๊า! อย่างสุดท้ายยังเอารถมอเตอร์ไซค์คันโปรดของชั้นไปขี่อีกด้วย! มีพี่ชายที่ไหนเขาทำกับน้องตัวเองแบบนี้!” แอชตะโกนเสียงลั่นบนทางเดินที่เงียบ

คร่อกฟี้~”

บ็อบหันไปมองใบหน้าของหญิงสาวที่หลับตาพริ้มคางของหญิงสาวเกยอยู่ที่ไหล่ของตน ร่างยักษ์ขยับร่างบางของหญิงสาวให้แน่ใจว่า เธอจะนอนหลับอย่างสบายจนไปถึงพรุ่งนี้เช้า

ปี๊บ” บ็อบส่งเสียงเบาๆ

(นอนหลับฝันดีครับ คุณหนู)

ผลงานอื่นๆ ของ Landsknecht

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 19:45

    ชอบอ่ะ TvT

    #1
    0