In Control...ในปกครอง (Yaoi)(END)

ตอนที่ 9 : Chapter 8 : Time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 868 ครั้ง
    6 พ.ย. 60

Chapter 8 Time

                “จันทร์กลัว”

                ใครจะว่ายังไงผมไม่รู้ แต่ผมกลัวเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่แบบยีราฟมาก ลูกค้าเจิ้นเขาเปิดรีสอร์ทที่มีโซนท่องเที่ยวแนวซาฟารีด้วย เราเลยได้ร่วมทริปพิเศษวีไอพีของผู้บริหารที่จัดมารับรองแขกกิติมศักดิ์อย่างเจิ้นโดยการพาทัวร์ทุกโซน และผมก็ต้องมาอยู่ในรถที่มียีราฟชะโงกหน้าเข้ามา

                การสบตากับยีราฟในระยะประชิดบอกเลยว่าไม่ตลก แถมมันยังแลบลิ้นยาวๆเหมือนงูไปมา มันจะเลียหน้าผมด้วยแต่ผมรีบหันหนีไปกอดเจิ้น ลิ้นมันก็เลยโดนหูผมแทน

                ลิ้นยีราฟไม่ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่เจิ้นเลียหูผมเลย

                “ฮื้อออ ไม่เอาไม่เลียยย ไม่มอนิ่งแคร์ด้วยนะ จันทร์ไม่ไนท์แคร์ด้วย ไม่เอายีราฟ ไม่แคร์ยีราฟนะ ออกไปๆๆ”

                ลิ้นยีราฟเลียปากผมทันทีที่ผมเผลอหันกลับไปมอง เจิ้นหัวเราะแล้วดึงผมขึ้นนั่งตัก หนีห่างเจ้ายีราฟที่พยายามจะเข้าโปรแกรมรักษาสุขภาพกับผม

            เสียงหัวเราะทุ้มๆของเจิ้นดังอยู่ใกล้ๆ มือหนาลูบหลังผมเหมือนปรอบประโลม ผมทนยีราฟอยู่สักพักรถถึงค่อยๆเคลื่อนไปต่อ

                “มันเลียจันทร์เต็มหน้าเลย แหยะ”

                “มาพี่เช็ดให้”

                เจิ้นหยิบผ้าเย็นที่สตาฟแจกมาเช็ดหน้าและหูให้ผม ใบหน้าเขาเปื้อนยิ้มจางต่างจากผมที่หน้าบูดบึ้ง เรานั่งกันค่อนไปทางเบาะหลัง มันเป็นทริปวีไอพีเลยมีคนร่วมเดินทางไปไม่กี่คน คือคุณลูกค้าเจิ้นที่พาครอบครัวมาด้วยให้ดูเป็นกันเอง ลูกหลานทางนั้นเลยเกาะกลุ่มกันนั่งด้านหน้ารถ ส่วนทางเจิ้นก็มีพี่ๆเลขาที่นั่งรถอีกคันตามมา คนขับรถที่เจิ้นชวนมาร่วมสนุกด้วย

                “จันทร์เปื้อนหมดเลย เซ็ง”

                “ไม่เปื้อนหรอก...ยีราฟคงอยากดูแลจันทร์”

                “จันทร์อยากดูแลกับเจิ้นคนเดียวอ่ะ ไม่เอายีราฟ นี่ยังรู้สึกแหยะๆอยู่เลย”

                “เดี๋ยวกลับที่พักไปพี่ดูให้นะว่าเลอะตรงไหนอีกไหม”

                ทุกคนผ่อนคลายกันหมด สนุกกับยีราฟยกเว้นผม เจิ้นเช็ดให้ผมเรียบร้อยผมก็นั่งพิงไหล่เจิ้นเหมือนเดิม แขนเจิ้นโอบเอวผมเหมือนปกติที่เรานั่งด้วยกัน มีบ้างที่พี่เลขาจะหันมาชวนคุย ถ่ายรูป

                อารมณ์หงุดหงิดผมเริ่มหายไปเมื่อเจอม้าลาย มันก็ดูตัวใหญ่แต่มันไม่ชะโงกหน้าเข้ามาผมเลยไม่กลัว สามารถเกาะหน้าต่างรถมองลงไปดูพวกมันได้อย่างสบายใจ

                “ลายมันเยอะจัง”

                “ก็มันเป็นม้าลาย”

                เจิ้นคร่อมตัวผมไว้ คือผมนั่งติดหน้าต่างส่วนเจิ้นที่ชะโงกหน้ามองม้าลายก็เลยต้องเท้าแขนคร่อมผมกับบานหน้าต่างอีกที

                ไกด์อธิบายอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผมมองเลบม้าลายไปยังโซนไกลๆที่เป็นม้าแคระ แล้วเจิ้นก็วางคางบนหัวผม ใจผมแอบเต้นแรง...แต่มันก็...รู้สึกดี

                “คนอะไรหอมจัง?”

                ได้ยินเสียงเขาหอมเบาๆ...รู้สึกถึงปลายจมูกเจิ้นที่ยุ่งวุ่นวายกับหัวผม หน้าผมเริ่มร้อนผ่าวอาจจะเพราะลมร้อนที่พัดผ่านเข้ามา...

“หูแดงเชียว...มูนนี่”

“เขยิบไปเลยนะ..”

ผมพยายามจะทำเสียงดังแต่มันก็ออกมานิดเดียวยิ่งตอกย้ำว่าผมเขิน แต่เจิ้นก็ยอมขยับไปนั่งดีๆแม้เขาจะยิ้มและหันไปมองนอกหน้าต่างอีกฝั่ง เขาไม่ได้ยิ้มเพราะชอบม้าลายหรอก...เขายิ้มเพราะได้แกล้งผมต่างหาก

 

“เจิ้นอุ้มดีๆสิ”

“มันไม่อยากให้พี่อุ้มมั้ง”

“ฮื่อออ อย่าดิ้นสิน้องแพะ กินนมก่อนนะ”

ผมพยายามป้อนนมแพะที่เพิ่งคลอดไม่นานและเพิ่งจะแข็งแรงพอให้นักท่องเที่ยวมาป้อนนมได้แต่ต้องเป็นเวลาที่จัดไว้เท่านั้นไม่งั้นน้องแพะอาจจะป่วย เจิ้นพยายามอุ้มแพะไว้แต่มันก็ตะกุยๆอยากจะลง

เจิ้นเลยยอมปล่อยมันลงให้มันวิ่งกลับไปหลบข้างรั้ว แต่ผมจะไม่ยอมแพ้หรอก มากินนมซะดีๆเจ้าแพะ ความพยายามที่ค่อยๆกระดื้บๆไปหาแพะสำเร็จเพราะมันยอมชะโงกหน้าออกมาหาผม

“กินนมนะ จันทร์กินทุกวันอร่อยนะ จริงๆไม่ได้โม้”

เราสบตากันชั่วครู่เจ้าแพะถึงยอมเดินออกมากินนมในขวดที่ผมถือไว้

“เจิ้น มันกินแล้ววว”

แชะ!

ผมหันไปตอนเจิ้นถ่ายรูปพอดี

“ฮื่ออออ ถ่ายใหม่ เอาเห็นน้องแพะด้วยนะ”

ผมถ่ายอีกหลายรูปจะสลับให้เจิ้นมาถ่ายบ้างแต่เขาส่ายหัว นมหมดสัตวแพทย์ก็มาพาน้องแพะไปพักผ่อน แล้วเราก็เดินไปต่อที่ลูกสิงโต

“น่ารักจัง”

พวกมันตัวขาวเท้าปุยๆและตัวเล็กมากไม่น่าเชื่อว่าโตขึ้นจะมีแผงรอบคอตัวใหญ่ได้ขนาดนั้น เขาไม่อนุญาตให้จับเพราะพวกมันเพิ่งคลอดได้ไม่นาน

“ไว้ถ้าเจิ้นชอบ ผมส่งไปให้เลี้ยงไหม? เดี๋ยวนี้เขานิยมกันนะครับ”

ผมตาเบิกกว้างเมื่อลูกค้าเจิ้นจะยกให้เจิ้นสักตัว สิงโตเลยนะไม่ใช่แมว! มันต้องงับผมแน่ๆเลย

“ไม่เป็นไรครับ อยู่ที่ตึกมีสัตว์ใหญ่อาจจะไม่ค่อยสะดวก ไว้มาเที่ยวบ่อยๆดีกว่าจันทร์เขาชอบพวกสัตว์เล็กๆ”

“ดีนะครับเด็กสมัยนี้รักธรรมชาติ อ้อ ผมว่าจะถามเรื่อง...”

การพูดคุยถูกโยงเข้าเรื่องงาน มันมักจะเป็นแบบนี้เสมอเวลาผมไปเที่ยวกับเจิ้น ทริปต่างจังหวัดของเจิ้นมันก็เป็นการเที่ยวในการทำงาน เจิ้นยุ่งมากเราเลยไม่ได้ไปต่างประเทศด้วยกันเลยตั้งแต่เจิ้นเรียนจบ

แต่ผมก็โอเคกับการเที่ยวแบบนี้ มันก็สบายดีและผมก็อาจจะชินแล้วด้วยก็ได้ แต่คราวนี้ผมตั้งใจฟังลูกค้ากับเจิ้นคุยกันมากไม่แค่ผ่านหูอีกแล้วเพราะการทำงานกับเจิ้นเป็นความตั้งใจของผม

การสนทนาเรื่องการเงินค่อนข้างซับซ้อนเพราะมันแฝงไปด้วยประโยคอ้อมๆหลายตลบ และเจิ้นก็ใจเย็นพอที่จะค่อยๆพูดค่อยๆเจรจา แต่มันก็เกี่ยวกับการเพิ่มการลงทุนในธุรกิจ ซึ่งทางธนาคารของเจิ้นก็อนุมัติไปหลักเกือบร้อยล้านแต่มันก็ยังไม่พอกับขนาดที่ทางนั้นต้องการ

ผมรู้สึกว่าทางนั้นก็พยายามจะโน้มน้าวแต่เจิ้นก็ตอบไปด้วยคำตอบที่...เหมือนจะรับแต่ก็ไม่รับ เหมือนจะโอเคแต่ก็ไม่โอเค อธิบายไม่ถูก การต่อรองของเจิ้นมันช่างซับซ้อน...

ทริปเราจบลงตอนสี่โมง ทุกคนกลับที่พักไปพักผ่อนและมางานเลี้ยงต้อนรับที่ห้องอาหารริมสระน้ำ ผมกับเจิ้นนั่งรถกอล์ฟแยกไปทางวิลล่า ส่วนพี่ๆเลขาไปทางอาคารที่พักด้านหน้า

วิลล่าของเราอยู่ห่างจากหลังอื่นๆค่อนข้างเป็นส่วนตัว แล้วก็มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ผมกระเด้งตัวนอนแผ่บนโซฟาตัวใหญ่ยักษ์ ถึงวิลล่าชั้นเดียวที่นี่จะเล็กกว่าบ้านเราแต่เพราะมันคือการมาเที่ยวผมเลยมีความสุขสุดๆ

“ไปอาบน้ำป่ะ”

ผมชะงัก... เจิ้นแอบหอมหัวผมอีกแล้ว เขานั่งลงข้างๆผม มองวิวด้านนอกระเบียงด้วยกันที่ต่างคือมือเขายุบยับกับหูผมอยู่นั่น

“เจิ้น มันจักจี้นะ”

“หึหึ มานอนตักพี่ดีๆมา”

ผมกระดื้บตัวไปนอนหนุนตักเจิ้น จะว่าไปผมก็มีเรื่องสงสัยเหมือนกันนะ ถามเจิ้นดีกว่า

“เจิ้น ลูกค้าเจิ้นเขาอยากจะกู้เงินเพิ่มหรอ”

“หืม อื้อ ใช่”

“แล้วทำมาเขาไม่กู้แต่แรกอ่ะ”

“ประเมินความเสี่ยงแล้วได้ไม่ถึงยอดที่เขาขอไว้”

“เขาจะไม่มีเงินมาคืนเจิ้นหรอ แล้วทำไมให้เขาไปล่ะ”

“เอาง่ายๆแล้วกัน สมมุติจันทร์หาเงินได้เดือนละสิบบาท พี่ก็ต้องคำนวณว่าจันทร์จะมีกำลังจ่ายให้พี่ได้ไหม หักค่าขนมจันทร์ไปแล้วสองบาท...”

ผมยู่ปากกับประโยคหักเงินค่าขนมผม เจิ้นหลุดหัวเราะออกมากับหน้าตลกของผม

 “แล้วทีนี้จันทร์ขอกู้เงินพี่หนึ่งพันบาท พี่คิดดอกร้อยละสองบาท เท่ากับว่าจันทร์ต้องคืนเงินพี่ 1,020 บาท แต่จันทร์มีรายได้รวมต่อปีแค่ 120 บาท พี่ก็ต้องรอหลายปี ไหนจะอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไปทุกวัน ไหนจะต้องคิดอีกว่าสิบบาทเนี่ยต้องเป็นค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเที่ยว ค่ากันดั้มของจันทร์อีกกี่บาท แล้วพี่ก็ต้องไปดูประวัติการใช้เงินที่ผ่านมาของจันทร์อีกว่าจ่ายเงินตรงกำหนดไหม เป็นหนี้ไม่ยอมจ่ายค่าขนมหรือเปล่านะ? พี่ก็ไม่อยากเสี่ยง เอาเงินพี่ตั้งพันแต่คืนพี่ไม่ได้แหงๆ ไม่เอาดีกว่า แต่ถ้าห้าร้อยพี่ก็ยังโอเค ก็เลยอนุมัติจันทร์แค่ห้าร้อย เข้าใจไหมครับ?”

“จันทร์ไม่ได้เป็นหนี้เจิ้นแหงๆเลย ทำไมจันทร์มีค่าใช้จ่ายเยอะจัง สิบบาทน่าจะไม่พอ ทำไมจันทร์รายได้ต่ำมากเลยอ่ะ”

“หึหึ จันทร์ก็จะได้ใช้สิทธิ์ขอบัตรคนจนจากรัฐบาล ให้รัฐบาลดูแล”

“เจิ้นดูแลจันทร์แทนรัฐบาลไม่ได้หรอ จันทร์กินไม่เยอะก็ได้”

ผมหลุบตาลงมองนิ้วมือตัวเอง ก็พอจะมองภาพออกว่ามันมีหลายปัจจัยที่ทำให้ธนาคารไม่อนุมัติการกู้เงิน แล้วพอคิดว่าตอนนี้ตัวเองรายได้เป็นศูนย์ น้อยกว่าสิบบาทที่เจิ้นสมมุติอีก สภาพคล่องทางการเงินผมนี่ไม่มีเลย รัฐบาลจะอยากดูแลผมไปตลอดจริงอ่ะ เขาต้องดูแลคนตั้งเยอะนะ ทั่วประเทศแน่ะ... สวัสดิการอะไรต่างๆก็ดูไม่ชัดเจน เครียดจัง..

“คิ้วขมวดเชียว... พี่ก็ดูแลจันทร์อยู่ทุกวัน”

“จันทร์ไม่ต้องใช้บัตรคนจนใช่ไหม?”

“....ใช้บัตรเครดิตก็พอแล้ว พี่ทำให้ตั้งสองใบไม่เอาไปใช้บ้างล่ะ พี่เช็คทุกเดือนไม่เห็นจันทร์ซื้ออะไรสักที”

เจิ้นทำบัตรเครดิตไว้ให้ผมสองใบ ผมก็ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง เจิ้นบอกว่าใช้แทนเงินสดได้เลยแต่ผมก็เพิ่งจะรู้ว่ามันมีเรื่องของวงเงินอะไรพวกนี้ด้วย การใช้บัตรเครดิตมันก็ดูจะสะดวกสบายดีแต่ผมเพิ่งเรียนมาอาทิตย์ก่อนนี่เองว่าบัตรเครดิตมันต้องมีค่าธรรมเนียม ค่าดอกเบี้ย ค่าบริการแล้วก็ถ้าจ่ายไม่ตรงก็โดนค่าปรับแพงๆอีก

“ไม่ใช้แล้ว จันทร์ไม่มีเงินจ่ายค่าบัตร จันทร์ไม่อยากเป็นหนี้ ดอกเบี้ยของเจิ้นต้องแพงแหงๆเลย”

“สำหรับจันทร์พี่ไม่คิดดอกดีไหม?”

“จันทร์ใช้บัตรเครดิตได้หรอ จันทร์ไม่มีรายได้เลยนะ แล้วจันทร์ก็ต้องเป็นลูกหนี้แย่ๆติดเครดิตบูโร ขนาดลูกค้าเจิ้นมีเงินเป็นพันล้านเจิ้นยังให้เขากู้ไม่เต็มเลยอ่ะ”

“ก็พนักงานพี่ไม่ให้ผ่าน พี่ก็ต้องเชื่อพนักงานสิ เขาเก่ง”

“แล้วพนักงานเจิ้นจะให้จันทร์ผ่านหรอ”

“ก็บัตรเป็นชื่อพี่ จันทร์ก็ใช้ของพี่ไปเหมือนเดิม”

“เจิ้นก็จะขาดทุน...”

“พี่ไม่เคยขาดทุน”

สายตาจริงจังของเจิ้นทำผมชะงัก จากสถิติที่ได้รับรู้มาทุกปีคือผลประกอบการช่อฟ้ามีแต่เพิ่มขึ้น ถึงจะเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำก็แค่เสมอตัวแต่ไม่มีลดลง เรื่องบัตรเครดิตของผมเจิ้นคงคิดมาแล้ว และวงเงินของผมอาจจะแค่ไม่กี่บาท

“แล้ว..เจิ้นได้อะไร”

“เราเป็นครอบครัวเดียวกัน มีพี่กับจันทร์ เงินที่หาได้ก็คือเงินของครอบครัว พี่ก็คงไม่ได้อะไรนอกจากให้จันทร์มีความสุข ไม่งั้นพี่จะหาเงินทำไมถ้าครอบครัวไม่มีความสุขกับเงินที่พี่หามาได้”

“แต่จันทร์ไม่ได้หาเงินช่วยเจิ้นเลย”

“จันทร์ก็ต้องเป็นทัพหลัง ให้กำลังใจพี่ อยู่กับพี่ กินข้าวด้วยกัน ดูแลกัน กำลังใจจากคนในครอบครัวสำคัญที่สุด จันทร์ก็เป็นครอบครัวคนเดียวของพี่ พี่ก็มีแค่จันทร์ เราซัพพอร์ตกันคนละเรื่องดีไหม?”

“อื้อ...จันทร์จะเป็นกำลังใจของเจิ้นเอง”

“มูนนี่เด็กดี”

เจิ้นรวบตัวผมไปกอดแล้วเราก็จูบกัน ลิ้นของเจิ้น...ดีกว่ายีราฟเยอะเลย มันไม่ทำให้ผมขยะแขยงแต่มันทำผมหมดแรง ผมเหนื่อยหอบและหายใจไม่ออก

พยายามจะเงยหน้าสูดอากาศหายใจ แต่เจิ้นก็กัดผม เขากัดคอผม...แล้วผมก็หทมดแรงเป็นผักต้มทิ้งตัวลงให้เจิ้นประคอง ให้เขาโอบอุ้ม...และให้เขาสัมผัส

ผมเกือบจะจมน้ำ แต่เจิ้นอุ้มผมไปอาบน้ำแทน เรานั่งกอดกันในอ่างน้ำจากุชชี่ที่ใหญ่กว่าของบ้านเรา ผมไม่กล้าขยับตัวเพราะมันเขิน...แล้วร่างกายก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนพายุที่ยังไม่สงบยังวนเวียนอยู่ในตัวผม

“จันทร์”

“อื้ออ...”

เสียงกระซิบเรียกผมที่แหบพร่าของเจิ้นมัน...ช่าง....

“จันทร์”

“อะ อา..”

แค่เจิ้นเรียกชื่อผมก็จมน้ำอีกครั้ง....หายใจไม่ออก...และสุดท้ายก็ล่องลอยเพียงแค่ฟันของเจิ้นงับใบหูผมเบาๆ

 

ผมนั่งตัวโล่งอยู่ในงานเลี้ยงของเจ้าภาพ มีคนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยแต่ส่วนมากก็อยู่ในวงธุรกิจรอบตัวของฝ่ายคุณลูกค้าเจิ้น อาหารหน้าตาน่ากินหลายอย่างถูกเสิร์ฟที่โต๊ะเรา เพราะผมเป็นผู้ติดตามเจิ้นก็เลยได้นั่งร่วมโต๊ะผู้บริหารที่แต่ละคนคุยกันเหมือนชักแม่น้ำร้อยสาย

“จันทร์กินปลา”

เจิ้นแกะปลาเอาก้างออกให้ผมแล้วยกมาใส่จานให้ ผมเคยโดนก้างทิ่มในร้านอาหาร เจิ้นเลยจะระมัดระวังทุกครั้งที่เรากินปลานอกบ้าน เขาแกะปลาให้ผมก่อนตลอด

“อันนี้ปลาอะไร”

“ปลาสำลีครับ สวัสดีครับขอโทษที่มาสาย”.

“นั่งก่อนสิธาม ไม่สายๆงานเพิ่งเริ่ม”

ที่นั่งข้างๆผมที่ว่างมีคนมาใหม่นั่งลง ผมเงยหน้ามองก็เจอผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งและอายุไม่น่าจะห่างจากผมนัก ผมเคี้ยวปลาตุ้ยๆมองเขา แต่คงจะมองนานไปหน่อยเขาถึงหันมายิ้มให้

“จันทร์ กินอันนี้ด้วย”

เจิ้นเรียกผมให้หันไปสนใจทอดมันกุ้งที่เขาจิ้มมาป้อน ผมเลยต้องรีบงับเข้าปาก ครัวที่รีสอร์ทนี้ทำกับข้าวอร่อยหรือเพราะผมเหนื่อยมาทั้งวันก็ไม่รู้

คนนั่งข้างผมชื่อธาม เขาถูกแนะนำว่าเป็นทายาทสำนักงานกฎหมายที่ตระกูลลูกค้าของเจิ้นใช้บริการอยู่ ชื่อธามนี่ธามเดียวกับชื่อในสายรหัสผมที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

“น้องจันทร์เรียนคณะเศรษฐศาสตร์ใช่ไหมครับ?”

ผมหันกลับไปมองเขาอีกครั้ง พยายามจะรีบเคี้ยวปลาหมึกผัดไข่เค็มในปากตอบคำถามเขา รีบพยักหน้าหงึกๆ ผมคิดว่าเขาน่าจะเรียนที่เดียวกัน

“จันทร์ เอาข้าวเพิ่มไหม?”

“เอาครับ เอาอีก เจิ้นจันทร์เอานิดเดียวนะ อยากกินแต่กับข้าว ได้ไหม?”

“ได้ เอาปลาอีกนะ พี่แกะให้”

“อื้อ เอาตรงนิ่มๆ อร่อยมากเลย”

“อร่อยก็กินเยอะๆ”

ผมกินเยอะมาก อะไรที่เจิ้นชวนกินผมกินหมดเลย กินข้าวกับเจิ้นมีความสุขจะตายเพราะเขารู้ว่าผมชอบกินอะไรไม่ชอบอะไร ต้นหอม กระเทียมโดนเจิ้นเขี่ยทิ้งออกไปก่อนจะมาถึงจานผมหมด แถมปลาก็อร่อยมากด้วย ผมชอบกินปลามาก เรียกว่าปลาเป็นอาหารจานหลักของบ้านเลยเพราะมันย่อยง่ายเหมาะกับผม เจิ้นลุกออกไปโทรศัพท์ คงจะเป็นสายด่วนเพราะคุณเลขาเดินเอามาให้และกระซิบคุยอะไรกันนิดหน่อย

น้องจันทร์สนิทกับพี่ชายดีนะครับ เคยเห็นในข่าวอายุห่างกันสิบปีใช่ไหม?”

“เอ่อ ครับ พี่ธาม?”

ผมเพิ่งจะได้มีโอกาสคุยกับคนข้างๆผมอย่างจริงจังหลังจากโดนของกินทั้งโต๊ะแย่งชิงความสนใจไปจนหมด เขามีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า และตาสวย... สวยกว่าเจิ้น แต่ความสวยก็ไม่ได้ทำให้ผมชอบมองตาเขามากขึ้นเลย ผมชอบมองเจิ้นมากกว่าอยู่ดี

“สนใจแต่ของกิน นึกว่าจะไม่คุยกับพี่แล้ว”

“ไม่ใช่แบบนั้น คือจันทร์... ง่ะ”

“พี่ล้อเล่นน่า พี่ชื่อธามครับ เรียนนิติ มอเดียวกับเรา”

“อ๋อ ผมเรียนเศรษฐศาสตร์ เอ่อ พี่ก็รู้อยู่แล้ว แหะๆ”

“แลกไลน์กันไหม รู้จักกันทั้งที?”

“อ๋อได้ครับ เอ้ะ เหมือนผมจะลืมมือถือไว้ที่ห้อง”

“งั้นเอาไอดีมาเดี๋ยวพี่แอดไป?”

“ง่ะ จำไอดีไม่ได้อ่ะ เอาของพี่มาดีกว่าครับเดี๋ยวจันทร์แอดไป”

“แล้ว..จะจดที่ไหนให้จันทร์ได้บ้าง? หรือจะเฟส..”

“จันทร์สั่งไอติมเลยไหม?”

“เจิ้น นึกออกแล้ว เจิ้นขอยืมไลน์เจิ้นแอดไลน์พี่ธามหน่อย จันทร์ไม่ได้เอามา พี่ธามแอดเจิ้นไปก่อนได้ไหมแล้วค่อยแชร์คอนแทคมาให้จันทร์ก็ได้ เจิ้นแอดพี่ธามแทนจันทร์ก่อนนะ

เจิ้นเลิกคิ้วแต่ก็ยอมหยิบมือถือส่งมาให้ ไอดีไลน์ส่วนตัวของเจิ้นมีเพื่อนไม่กี่คนเพราะถ้ามันหลุดไปคงมีคนอยากจะคุยกับเจิ้นเพียบในเรื่องงาน

“พี่ธามอย่าเอาของเจิ้นไปให้ใครนะครับ”

“พี่ไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ งั้นขอแอดคุณเจิ้นก่อนนะครับ”

“เจิ้น”

เจิ้นเสียงเข้มขึ้นมานิดหน่อย ผมชะงักแล้วยิ้มเจื่อนให้พี่ธาม เจิ้นคือเจิ้น บารมีจักรพรรดิไม่ใช่แค่ธรรมเนียมปฏิบัติในบ้านแต่มันหมายถึงคนนอกที่ต้องยอมรับหากจะสมาคมกับเยว่..

เจิ้น คือ เจิ้น ไม่ใช่คุณเจิ้น พี่เจิ้น เฮียเจิ้น อะไรทั้งนั้น.... จักรพรรดิไม่ต้องการความสนิทสนม โดดเดี่ยวอยู่บนบัลลังก์ ไม่ต้องให้เกียรติ เพราะเจิ้นก็ถือเป็นคำสูงส่งจนไม่รู้จะสูงยังไงแล้ว

“ขอโทษครับ..เจิ้น”

อยู่วงการธุรกิจก็ต้องไวกับมารยาทของเยว่ ผมคิดว่าบางทีอะไรพวกนี้ก็เป็นเรื่องที่เรื่องมากเกินไป ธรรมเนียมในบ้านแต่คนนอกต้องมาปฏิบัติตามด้วย แต่เพราะตระกูลเยว่มีอำนาจมหาศาลจนเอาแต่ใจตัวเองยังไงก็ได้ แล้วผมก็เป็นคนของเยว่เช่นกัน

“ง่ะ สั่งไอติมกันนะ จันทร์อยากกินไอติมกล้วยเขาจะมีไหมอ่ะ”

“เดี๋ยวกินไม่หมดก็พี่ช่วยกินอีก”

การเบี่ยงความสนใจของผมได้ผลดี เพราะเจิ้นสีหน้าอ่อนลง การกินไอติมผมกินได้เต็มที่ก็ครึ่งถ้วย แต่ถ้าเป็นแบบสคูพเล็กๆก็กินหมด

“มือถือครับเจิ้น”

เจิ้นรับมือถือคืนจากพี่ธามเก็บใส่กระเป๋ากางเกง การสนทนาในโต๊ะดำเนินต่อไปจนผมกินไอติมหมด พี่ธามก็เป็นหนึ่งคนที่มักจะถูกเอ่ยถึงและได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ เขามีลักษณะที่ถนัดการคุยงานและดูเคยชินต่างจากผมที่นั่งเฉยๆกินไอติมอย่างเดียว

และผมก็หาววอด..

“จันทร์ง่วง”

ผมเอนพิงไหล่เจิ้น เขาสอดแขนมาโอบเอวผมเพราะผมเริ่มย้วยจนต้องยึดไว้ไม่งั้นผมร่วงแหงๆ

“อีกแปปนะ”

ผมเงยหน้ามองเจิ้นเขาก้มลงมาพอดีแล้วหอมเหม่งผมแบบรวดเร็วแล้วหันไปคุยต่อ ผมหัวเราะกับท่าทางเหมือนลอบทำอะไรผิดซึ่งก็ไม่ใช่สักหน่อย เราก็ทำแบบนี้กันออกจะบ่อย

เจิ้นคุยงานติดพันผมเลยเดินไปห้องน้ำ ขณะที่ล้างมือก็เจอพี่ธามเดินเข้ามายืนที่อ่างข้างๆ เขายิ้มให้ผมผ่านกระจก ผมสงสัยว่าคนอะไรมีรอยยิ้มเหลือเฟือจริงๆ

“น้องจันทร์มีแฟนหรือยัง?”

“หา แฟน? แฟนอะไรหรอครับ”

คำถามที่ไม่เคยมีใครถามผมมาก่อน เหมือนจะเคยได้ยินว่าเพื่อนๆมีแฟนบ้างแต่ก็ไม่ค่อยได้สนใจนัก ผมรู้สึกงงนิดหน่อยที่โดนถาม

“ก็...มีแฟน คนรัก คนรู้ใจ?”

“รักหรอ เอ๋ แบบที่ผมกับเจิ้นรู้ใจกันแบบนี้หรอ”

“อันนั้นมันพี่น้อง ไม่เหมือนแฟนนะครับ พี่น้องเป็นคนรักกันไม่ได้

“แล้วทำไมรักกันไม่ได้ล่ะ”

“เรานี่น้า รักได้สิครับแต่มันรักคนละแบบ น้องจันทร์คงไม่ได้อยากจับมือ จูงมือ กอด หรือ...ทำอะไรน่ารักๆกับพี่ชายหรอกใช่ไหม? คนที่ทำแบบนั้นน่ะแฟนกันนะ?”

ผมเริ่มสับสน...มันแปลก มันประหลาด อะไรที่เขาว่าผมอยากทำกับเจิ้นหมดแล้วเราก็ทำแบบนี้กันมาตั้งนานแล้ว ผมกับเจิ้นเป็นแฟนกันหรอ? ไม่ใช่นะ แล้วทำไมเราทำแบบนั้น เราเป็นพี่น้องกัน พี่น้องกับที่ทำแบบนั้นคือคนละแบบ แล้วคนละแบบก็คือผิดถ้าเราทำ ผมกับเจิ้นทำผิดหรอ?

ความคิดผมคงหมุนวนเป็นลูกข่างจนปวดหัวและมึนงง ผมตอบพี่ธามไปว่าไม่มีแฟนแต่ผมไม่มั่นใจ... มันอยู่ในสถานการณ์สับสนและผมอยากจะถามเจิ้นว่าที่พี่ธามพูดมันคืออะไร

“งั้นพี่จีบจันทร์นะ?”

“หะ หา จีบ จีบทำไม จีบอะไร”

“ก็เราน่ารัก พี่ก็อยากเป็นคนรักกับเรา ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตก็อยากให้ถึงวันที่เราได้จับมือกัน กอดกัน ไปเที่ยวด้วยกัน อยู่ด้วยกัน”

“ไม่เอา! ไม่อยากทำแบบนั้นกับพี่ธามหรอก ห้ามจีบผมนะ”

ผมตกใจ ตกใจมากๆ ทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่วิ่งออกมาจากห้องน้ำ เจิ้นหันมามองผมสีหน้าแตกตื่นก็หรี่ตาลง ผมโผเข้าไปกอดเจิ้นแล้วกระซิบขอให้เขาพากลับห้อง คราวนี้เจิ้นยอมพาผมกลับแต่โดยดี เราเดินผ่านพี่ธามที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะมากนัก

เขายังคงยิ้มให้ผม ดวงตาเขายังดูสวย...แต่ไม่เอา...เขาจะจีบผม เขาจะอยากทำกับผมเหมือนที่ผมทำกับเจิ้น แล้วเขาก็บอกว่าลักษณะของแฟนมันทำกับพี่น้องไม่ได้

ผมไม่เชื่อหรอก...พี่ธามโกหก

 =========

มาแล้วจ้า ไม่อัพในเวลางานแล้ว มาอัพในเวลานอนแทน แหะๆ

ขอไลน์น้องได้ไลน์พ่อน้องไปแทนนะธามนะ ก๊ากกก ส่วนเจิ้นคงจะใกล้งานเข้า น้องเริ่มโดนแงะกรงแล้ววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 868 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,205 ความคิดเห็น

  1. #13160 fomeriam690 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 13:21
    ไอคนโกหกอ่ะ มันอยู่ข้างตัวหนูอ่ะลูก 5555555 ขรรม
    #13,160
    0
  2. #13108 fuxxy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 09:37
    ธาม นายไม่กลัวหรอ555555
    #13,108
    0
  3. #12975 TheLastManStanding137 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 01:03
    น้องงงงงงงงงงงงง ธาม อย่าไปยุ่งเลยแกรรรรร
    #12,975
    0
  4. #12921 K.white wine (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 11:32
    พี่ธามคะอย่ายุ่งกับน้องเลยค่ะสงสาร
    #12,921
    0
  5. #12912 Gmonster_xx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 19:21
    อยากจะรุ้ว่าโตมาได้ไง คือแบบถึงเจิ้นจะปิดหูปิดตาน้องแต่แวดล้อนในรร. ก็ต้องมีให้เห็นบ้างแหละ
    #12,912
    0
  6. #12858 neaumn_sm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:22
    วงวารพี่ธามเบาๆ อย่ายุ่งกับนุ้งจันทร์เลยถ้าไม่อยากตาย ถถถถ
    #12,858
    0
  7. #12614 Miki_milky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 05:32
    น้องจันทร์หนูเป็นแฟนเจิ้นนานแล้วไม่รู้หรอ
    #12,614
    0
  8. #12485 Callmeyou (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 00:44
    โอ้ย เจิ้นเลยทำน้องสับสน
    #12,485
    0
  9. #12443 Alliiiiiiis (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 17:21
    555+ จันทร์น่าร้ากกก
    #12,443
    0
  10. #12233 pcy921 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 20:41
    พี่เขาสอนมาดีค่ะ5555
    #12,233
    0
  11. #12180 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 10:26
    เอ็นดูตอนวิ่งหนีธามอ่ะ555555 อย่ามาจีบน้องนะ น้องอยากทำแค่กับเจิ้นคนเดียว
    #12,180
    0
  12. #12169 MByymm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 10:52
    จันทร์น่ารักอะ ใสมาก 555555
    #12,169
    0
  13. #12134 D-Sooo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 13:11
    น้องใสๆ อย่ามาทำให้น้องเขวนะธาม
    #12,134
    0
  14. #12111 AkaKawa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 13:04
    โอ้ยยยยยน้อง
    #12,111
    0
  15. #12018 ojay2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 19:38
    น้องเอ้ยยยยย
    #12,018
    0
  16. #11797 mamamoon4869 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 14:38
    ไลน์พ่อ 5555555
    #11,797
    0
  17. #11777 onkgoon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 21:40
    น้องจันทร์ใสมากกกก เอนดูมากกก อยากหอมหัวจริงๆ
    #11,777
    0
  18. #11701 Clairey (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 18:30
    ฮืออ มูนนี่น้อยน่าเอ็นดูจังเลย คือน้องใสมากจริงๆอ่ะ
    #11,701
    0
  19. #11605 Aunchiree (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 13:00
    พี่ธามหลอกน้อง
    #11,605
    0
  20. #11557 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 12:26
    ใสเกินปัยแล้วรู้กกก
    #11,557
    0
  21. #11442 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 11:32
    น้องจันทร์คือใสมากลูกเอ้ย
    #11,442
    0
  22. #11165 mon9228 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:31
    แน่ะ ถ้าเล่าให้เจิ้นฟัง สงสัยบ้านธามต้องซวยแหงๆ 5555
    #11,165
    0
  23. #10889 JaoJean (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 23:07
    หนูลูกกกกก
    #10,889
    0
  24. #10388 exolbenben (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 23:37
    โถ่ววววน้องงงงงงง
    #10,388
    0
  25. #10229 noo_parekapoom (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 17:58
    จ้าาา..ขนาดคำว่าแฟนยังไม่รู้จัก..อิเจิ้นใจร้ายมากก
    #10,229
    0