เงื่อนรัก...เงื่อนหัวใจ

ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    3 มี.ค. 51





บ่อยครั้งที่ใจเดินออกไปไม่มองข้างทาง หยดน้ำตาอยู่กับการไม่มีค่า

 ฉันเดินหลงทางอยู่กลางผู้คน ที่สับสนวุ่นวาย

หันไปหาเธอไม่เจอผู้ใด เมื่อเธอมาจากฉันไป

ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ

หยุดทั้งหัวใจ เดินต่อไปไม่มีแสงดาว โอบกอดน้ำตาโอบกอดหัวใจกับความเศร้า

ยืนมองท้องฟ้า ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ

บ่อยครั้งที่ใจเปิดออกไปให้ลืมเรื่องราว ฉากเก่าย้อนมาเปิดออกไปไม่เป็นเช่นเดิม

(ฤดูร้อน-พาราด็อกซ์)

 

ผับเล็ก ๆ ใจกลางกรุงกระหึ่มก้องด้วยเสียงดนตรีกระแทกกระทั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งเอนพิงพนักเก้าอี้เดียวดาย เหยียดแข้งขาตามสบายราวกับอยู่บ้าน ดวงตาดำสนิทใต้คิ้วหนาทอดมองนักดนตรีบนเวทีสาดแสงสีตัดกันไปมาด้วยแววตาเฉยเมย ไม่มีใครสักคนยอมยืนนิ่ง แต่ละคนกระโดดตัวลอยมันสุดเหวี่ยงกับจังหวะสุดขีดของเพลงโดยเฉพาะนักร้อง หากสิ่งที่เสียดแทงเข้าไปในหัวใจคนฟังคือเนื้อเพลง

...ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย  ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่า  ขาดเธอ...

            นานแล้วสินะ ที่ นางฟ้าบินหนีเขาไปแสนไกล

            เขาที่เป็นแค่คนธรรมดาได้แต่เฝ้ารอ ว่าสักวัน คงได้พบ ใกล้ชิดนางฟ้าแสนสวยอีกครั้ง

 

ดูเหมือนท้องฟ้าข้างนอกคงเริ่มทาบทาด้วยสัญญาณแห่งรุ่งอรุณจาง ๆ คนในผับจึงเริ่มทยอยออกจนเหลือเพียงเขากับพนักงานร้าน  และ...ใครคนหนึ่ง

อัคนีลุกขึ้นเผยส่วนสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซ็นติเมตร เอามือล้วงกระเป๋าหลังพลิกข้อมือดูนาฬิกา เช้าแล้วจริง ๆ วันนี้เป็นวันหยุดเขาจึงไม่คิดเร่งรีบอะไร เดินผ่านพนักงานที่ส่งยิ้มให้เพราะเห็นหน้าค่าตากันเป็นประจำ ร้านนี้ดีอยู่อย่าง การต้อนรับลูกค้าเท่าเทียมกันหมดแม้ว่าเขามักสวมเสื้อยืดคอกลมถูก ๆ กับกางเกงยีนส์สีซีด คนพวกนี้ก็ยังยิ้มแย้มบริการเป็นอันดี

ใกล้ประตูทางเข้า หางตาเหลือบเห็นหญิงสาวคนหนึ่งฟุบหน้ากับโต๊ะกลมทรงสูง แก้วเปล่ากลิ้งอยู่ข้างแขนกลมกลึง มุมปากคนมองยิ้มเหยียด ๆ ขึ้นนิดหนึ่ง

เป็นผู้หญิง เที่ยวหัวราน้ำอย่างนี้มันดีนักหรือไง

แต่สมองอีกซีกด้านเคารพสิทธิส่วนบุคคลกระตุ้นให้เขาก้าวเท้าผ่านเลย ฉับพลันหญิงสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้นผมหยักผูกไว้สองข้างยุ่งเหยิง ดวงตาหล่อนสวยเหมือนริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อกับจมูกโด่งหรือเปล่าไม่แน่ใจเพราะมันยังปรืออยู่ครึ่ง ๆ หล่อนหัวเราะราวกับเสียสติขณะลุกขึ้นโผเผคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นคล้องแขน เสื้อแขนกุดสีฟ้าปล่อยชายยาวคลุมขาอ่อนทำให้ดูเหมือนไม่ได้ใส่กางเกง

ชายหนุ่มหันหลังกลับเป็นครั้งที่สองหลังจากเผลอหันไปตามเสียงหัวเราะเมื่อครู่ เขามันผู้ชาย เพศซึ่งถูกยั่วยุทางสายตาได้ง่ายดาย ผู้หญิงคนนี้ผิวเนียน หุ่นดี หนำซ้ำเมาไม่ได้สติ วูบหนึ่งเขานึกห่วง

จะถึงบ้านมั้ยนั่น

ความคิดค้างคาด้วยจู่ ๆ ร่างนุ่มนิ่มก็โผเข้ามากอดแผ่นหลังไว้แน่น สัญชาตญาณชักนำให้คนถูกกอดแกะมือหล่อนออกแต่จำต้องยึกข้อมือเล็ก ๆ นั่นไว้เพราะร่างอวลกลิ่นแอลกอฮอล์โซเซแทบทรงตัวไม่อยู่

คุณ

พอยืนเทียบกันจึงเห็นว่าร่างเล็กบางสูงแค่หัวไหล่เขาเท่านั้น เขาจึงต้องก้มลงเอามือตบแก้มเบา ๆ เพื่อเรียกสติ

หญิงสาวลืมตาหวานฉ่ำขึ้นซึ่งมันหยุดลมหายใจคนถูกมองไปชั่วขณะ

ผู้หญิงอะไรนัยน์ตาดึงดูดเป็นบ้า

ยังไม่ทันถามไถ่คำพูดที่เขาฟังไม่รู้เรื่องสักคำเดียวก็พรั่งพรูจากปากอิ่มตามด้วย

-โอ้ก-

เฮ้ย!” 

อัคนีร้องลั่น เสื้อยืดตัวละเก้าสิบเก้าบาทของเขามันไม่สำคัญนักหรอก แต่ความสกปรกเลอะเทอะบนอกเสื้อจากของเหลวข้นที่เจือปนด้วยอะไรบ้างเขาแทบไม่อยากจะเดากับกลิ่นเหม็นเปรี้ยวผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ทำให้โทสะแล่นจี๊ดขึ้นมาจนแทบจะผลักตัวการให้กระเด็นออกไปห่าง ๆ

ทำไม!”

ชายหนุ่มอ้าปากค้าง สาวเจ้าตะโกนใส่หน้าราวกับแค้นเคืองกันมาเป็นพันชาติ ไอ้ความโมโหเลยแปรเปลี่ยนเป็นงุนงง หญิงสาวร้องไห้อย่างหนัก คงซัดน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าไปหลายขนาน เจ้าหล่อนจึงกล้าโผซบอก เบียดร่างกายนิ่มหยุ่นของตัวเองพลางพร่ำรำพันถึงชื่อใครคนหนึ่งจนเขาแทบบ้าตาย

เค้าไม่ดีตรงไหน ทำไมถึงมาทิ้งกันอย่างนี้ ฮือ ๆ

เส้นสมองชายหนุ่มปูดขึ้นเป็นลำดับ ลากร่างเล็กออกมายืนหน้าร้าน ถามไถ่เท่าไหร่ก็ไม่ได้ความ หล่อนเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญ สถานการณ์แบบนี้ร้อยทั้งร้อย...อกหัก

นี่คุณ เลิกร้องสักทีเซ่!”

สติเบาบางคงกระตุ้นเตือน ดวงหน้าหวานจึงเงยขึ้นสบตาเขา เสียงร้องไห้โฮเบาบางเหลือแต่สะอื้นในลำคอ

กลับบ้านเองได้มั้ย

นานมากทีเดียวกว่าสมองหล่อนจะประมวลคำตอบออกมา

ได้  ม่ายมีปานหา  คำตอบแสดงว่ารู้สติยืดยาน

คนฟังเกือบเอามือกุมขมับตามความเคยชินเวลาเจอเรื่องปวดประสาท

โอเค ๆ งั้นระวังตัวด้วยล่ะ ผมไปล่ะ

หล่อนพยักหน้าหงึกหงัก แล้วเขาก็ผละจาก กลิ่นเหม็นสาปชวนอาเจียนก่อโทสะอีกระลอก เขาถอดเสื้อยืดเขรอะ ๆ ออก เผยแผงอกแกร่งทรุดตัวลงนั่งอยู่ริมถนนอย่างหัวเสีย

            ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แทนที่จะโบกแท็กซี่กลับคอนโด ทำไมต้องนั่งจุมปุ๊กอยู่ตรงนี้แล้วคอยชายหางตามองไปยังป้ายรถเมล์เฝ้าดูร่างบางนั่งโงนเงนนั่นเป็นระยะ เขาเป็นคนพาหล่อนออกมาเลยต้องดูให้แน่ใจว่าหล่อนกลับบ้านได้อย่างปากว่า เหตุผลนี้แล่นขึ้นมาในสมอง

            เสียงอุทานไม่ดังนักแต่ได้ยินเต็มสองหูทำให้ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปยังทิศทางเดิม ป้ายรถเมล์ไม่ได้มีแค่หญิงสาวคนนั้นคนเดียว ตอนนี้ชายหนุ่มท่าทางกวนเบื้องล่างสองคนยืนอยู่ พร่ำพูดอะไรบางอย่างขณะฉุดแขนเล็ก ๆ นั่นจนหล่อนร้องประท้วง

            เดี๋ยวพี่ไปส่งบ้านให้นะครับน้อง

            ใช่ รับรองส่งถึงที่ไม่มีอ้อม

            มันพูดไปอย่างนั้น ร่างโงนเงนอยู่ในอ้อมกอดของมันอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ปลายทางคงเต็มไปด้วยความสุขของมัน แต่เต็มไปด้วยความย่อยยับของหญิงสาว

            อัคนีลุกขึ้นเดินตรงเข้าหาตั้งแต่ได้ยินเสียงร้อง พวกมันส่งยิ้มมีนัยให้กันโดยไม่ทันมองว่าด้านหลัง เงาทะมึนของใครคนหนึ่งทาบทับลงมาเหมือนเป็นสัญญาณเตือน

            นี่คุณ ปล่อยผู้หญิงดีกว่ามั้ง

            ไอ้สองตัวนั้นหันหน้าเหี้ยมมาทันที

            เสือกอะไรด้วยวะ

            อยากเป็นพระเอกเหรอมึง

            เปล่า เขาตอบเสียงเรียบ แต่บังเอิญเห็นแล้วเลยทำเฉยไม่ได้ แค่นั้น

            งั้นก็ถือซะว่าไม่เห็นสิวะ

            ชายหนุ่มหัวเราะหึในลำคอ ชายคนที่กอดหญิงสาว ประคองหล่อนนั่งลงตรงที่นั่งป้ายรถเมล์ ปล่อยเพื่อนโผนเข้าใส่ เหวี่ยงหมัดหมายกระแทกลงมาแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่างสูงกว่าพลิ้วหลบก่อนกระแทกหมัดเสยปลายคางได้ยินเสียงฟันกระทบกันคาดว่าต้องมีซี่ใดซี่หนึ่งหักบ้างล่ะ หมัดแรกเล่นเอาเสียศูนย์ มันร้องโอดโอยแต่สู้ยิบตา ชายอีกคนกระโดดล็อคคอจากด้านหลัง ใช้แรงโหนทั้งตัว ลูกกระเดือกฮีโร่บังเอิญแทบยุบ

            ไอ้คนแรกเหยียดยิ้ม เหวี่ยงหมัด อัคนีพลิกหน้าหลบได้อย่างฉิวเฉียดแต่ถูกร่างที่ล็อคเขารั้งให้ล้มลงเพราะมันถูกหมัดเพื่อนตัวเองเข้าเต็มหน้า อิสระกลับคืนมาอีกครั้ง รูปร่างพละกำลังเขาได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดขณะพวกมันสะบักสะบอม

            เขาแกล้งยกโทรศัพท์ขึ้นขู่มัน

            กูขี้เกียจเล่นแล้ว พวกมึงไปคุยกับตำรวจต่อแล้วกัน

            แค่นั้นมันก็โกยแน่บ ปล่อยให้คนตัวสูงตัวทั้งตัวสวมแต่กางเกงยีนส์ตัวเดียวยืนถอนใจเฮือก หันกลับมามองคนเมาแอ๋พลางส่ายหน้า เห็นทีคงปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้

            ไปคุณ เขาหิ้วปีกหล่อน

            ปายหนาย

            ถามมากน่า น้ำเสียงรำคาญเต็มแก่ ทำไมผมต้องมาเจอคุณด้วยวะเนี่ย เฮ่อ


เม้นท์ ๆ โหวต ๆ - โหวต ๆ เม้นท์ ๆ



- Mu se-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,395 ความคิดเห็น

  1. #1538 middleme (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 13:42
    ตามมาจากเรือนรักฯ ด้วยคน

    เลยต้องมาหางานอื่นอ่านไปก่อน

    ท่าทางเรื่องนี้น่าจะใสๆ นะ

    แอบดูปกแล้ว หวานนนซะ
    #1,538
    0
  2. #1537 YoOnie+Koen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2551 / 16:00

    เรื่องนี้น่าหนุกดี อ่านเรือนรักฯ ลุ้นตัวโก่งมาอ่านเรื่องนี้แก้ขัดก่อนล่ะค้า

    #1,537
    0
  3. #1536 มะลิ..ลา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2551 / 20:23
    เหอๆๆ..ให้กำลังใจเน้อ..
    #1,536
    0
  4. #1535 sherine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2551 / 18:40
    ดีคะ น่าติดามดี ไม่มีคำที่อ่านแล้วชวนให้งง
    #1,535
    0
  5. #1534 ++ผลไม้กวน++ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2551 / 22:33
    ~~หนุกดีค่ะ เพิ่งเข้ามาอ่าน เด๋ไปติดตามตอนต่อไปดีกว่า อิอิ~~
    #1,534
    0
  6. #1533 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2551 / 12:49
    เล่นชื่อตัวเองเลยเหรอคิดอะไรอยู่เนี่ย
    #1,533
    0
  7. #1532 ปุ้ม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2551 / 07:58
    ดีจัยจังมีนิยายถูกจัยอีกเรื่องแล้ว
    #1,532
    0
  8. #1531 เสี่ยวหลงเปา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2551 / 13:26
    พระเอกเราเป็นคนดีจัง
    ใช่พระเอกของอัคนีแน่หรอเนี่ย
    #1,531
    0
  9. #1530 AR-GIM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 22:43
    ไม่ได้อ่านหนังสือแน่เลย

    อ่ายแต่นิยาย
    #1,530
    0
  10. #1529 มันส์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กันยายน 2551 / 14:03
    กร๊ากกกกกกก







    คุงอัค สูงร้อยแปดสิบฝ่าหรอคะ





    อิอิ





    ล้อเล่งน่า





    แต่ทามม้ายยยยย ต้องให้พระเอกชื่ออัคนี



    อ๊ากกกกกกกกก







    ห้ามแบนหนูน้า เหอะๆ
    #1,529
    0