ข อ ฟั ด ʕ•ᴥ•ʔ I sofa you

ตอนที่ 3 : Ep 2 ᵔᴥᵔ บ้านเดียวกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,720
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,899 ครั้ง
    14 มิ.ย. 62














Ep 2

ᵔᴥᵔ

บ้านเดียวกัน

   












วายุเดินนำคนมาใหม่ขึ้นไปชั้นสอง ตรงไปที่ห้องด้านในสุดติดกับห้องนอนของตัวเอง
เปิดประตูออกแล้วหันมาเอ่ยปากกับเด็กที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ห้องข้าวห้องนี้นะ” เริ่มแรกเลยตั้งใจให้เป็นห้องแขก แต่ตั้งแต่อยู่มาก็ไม่เคยได้ใช้สักที

ข้าวพยักหน้ารับ ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง มองซ้ายมองขวาสำรวจ
ห้องที่เขาจะต้องนอนมีขนาดไม่ใหญ่มาก ทาผนังสีฟ้าอ่อน ผ้าม่านสีกรม
เตียงควีนไซส์นอนได้สองคนแบบสบายๆ ตรงหน้าต่างมีโต๊ะไม้ยาวๆ วางชิดกำแพง
ตู้เสื้อผ้าตั้งติดกับประตูห้องน้ำในตัว ดูสะดวกสบายไม่ต่างจากบ้านใหญ่เลย

“โอเคไหม มีอะไรอยากได้เปล่า” วายุถาม “จริงๆ เมื่อเช้าพอรู้ก็โทรหาแม่บ้านให้เข้ามาทำความสะอาดเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เลย พวกผ้าขนหนู สบู่ แชมพูยังไม่มีอะ ได้เตรียมมาบ้างเปล่า”

“เอาของใช้ เสื้อผ้า กับผ้าเช็ดตัวมาครับ” ข้าวเงยหน้าสบตา “แต่ไม่ได้เอาสบู่แชมพูมา”

“อ่าไม่เป็นไร ยังไงเดี๋ยวเอาห้องพี่มาใช้ก่อนแล้วกันนะ พอดีที่ซื้อตุนไว้มันหมดพอดี ไว้ค่อยไปห้างซื้อของเข้าบ้านทีหลัง”

ข้าวพยักหน้า

“จะไปอาบน้ำห้องพี่เลยก็ได้”

“ผมอาบห้องตัวเองดีกว่า”

วายุพยักหน้า เหลือบมองอีกฝ่าย “งั้นเดี๋ยวไปเอามาให้”

“ยังไม่อาบอะครับ สักสองสามทุ่มค่อยอาบ”

“ก็เอาไปไว้ก่อน อาบเสร็จก็เอามาวางไว้หลังตู้เย็นข้างบันไดนั่นก็ได้ ยังไงพี่ก็อาบช้ากว่าอยู่แล้ว”

“แล้วแต่วาเลย”

คนตัวสูงกว่ายิ้มรับ เดินเข้าไปหยิบเอาอุปกรณ์อาบน้ำที่อีกฝ่ายต้องใช้ออกมายื่นให้
แล้วมองตามข้าวที่รับทุกอย่างไปหอบไว้ในแขนอย่างทุลักทุเลเดินเข้าไปในห้องนอนใหม่ที่เพิ่งได้เป็นเจ้าของ ก่อนจะถอนหายใจยาว


ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาอยู่ใกล้กันขนาดนี้อีก








ข้าวลากนิ้วขึ้นลงที่หน้าจอโทรศัพท์ ถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อย
อ่านเว็บตูนไปหลายเรื่อง ดูยูทูปจบไปหลายคลิป เบื่อจนไม่รู้จะทำอะไรแล้ว
แก๊งเพื่อนก็หายหัว ไม่มีใครว่างเล่นเกมด้วยสักคน จะฉายเดี่ยวก็เจอแต่ทีมกากๆ แย่งกันฟาร์มจนหัวร้อนไปหมด

กดปิดโทรศัพท์แล้วโยนลงข้างกาย ไถลตัวนอนคว่ำไปกับโซฟา
ซบหน้ากับหมอนเหลือบตามองคนที่นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์อยู่ตรงโต๊ะมุมห้อง

วายุงานเยอะ

ข้าวรู้ข้อนั้นดีมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ตั้งแต่สมัยที่อีกฝ่ายยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายออกมาอยู่บ้านเล็กกลางเมืองกับพี่น้ำ


เมื่อก่อนพวกเราเคยสนิทกันมาก เพราะเมื่อก่อนบ้านอยู่ข้างกัน
ซึ่งครอบครัวเขาก็มีกันแค่สองคนแม่ลูก เลยทำให้ได้ไปพึ่งพาบ้านข้างๆ อยู่บ่อยๆ

ข้าวเล่นกับสามพี่น้องดินน้ำลมมาตั้งแต่จำความได้ และคนที่ดูจะเข้ากันได้ดีที่สุดก็คือวายุนั่นแหละ
อาจด้วยวายุเป็นลูกคนเล็กล่ะมั้ง ถ้าจะบอกว่าอีกฝ่ายช่วยเลี้ยงเขามาก็ไม่เกินจริงไปเลย
ทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำ พาเข้านอน สอนเตะบอล ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำ
เป็นทุกอย่างให้แล้ว ทั้งเพื่อน ทั้งพี่ ทั้งครู เรียกได้ว่าเขาน่ะติดวายุเหมือนลูกเจี๊ยบเดินตามแม่ไก่

แม้ว่าพอข้าวขึ้นชั้นประถมปลายบ้านวายุจะย้ายออกไปอยู่บ้านที่ใหญ่กว่าย่านชานเมือง
ตอนต้องแยกกันทำเอาซึมไปเลย แต่ก็นั่นแหละ ห่างกันได้ไม่นาน
สองปีหลังจากนั้นแม่เขาก็บินลัดฟ้าไปเป็นแอร์ประจำอยู่ที่สายการบินของต่างประเทศ
เลยพาเขามาฝากเลี้ยงกับบ้านสามพี่น้อง กลายเป็นลูกคนเล็กของบ้านไปแทน

ไอ้ตอนแรกก็ดีใจหรอกที่จะไม่เหงา ได้เล่นด้วยกันทั้งวันทั้งคืน

แต่ก็ไม่รู้ทำไม…

ยิ่งโตเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายไกลออกไปเท่านั้น


ข้าวถอนหายใจ นึกถึงภาพอดีตที่วายุเคยอุ้ม เคยพาเข้านอนแล้วรู้สึกขนลุกประหลาด
โตกันขนาดนี้แล้วยังมัวแต่คิดถึงความทรงจำวัยใสสมัยเติมตามตูดเขาต้อยๆ อยู่อีก

เวลาผ่านคนก็เปลี่ยน อะไรๆ มันก็ไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะเนอะ

“ข้าว!”

เจ้าของชื่อสะดุ้ง กะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสกลับมาที่ภาพตรงหน้า “ตกใจหมด”

“จ้องหน้าคนอื่นแล้วเหม่ออะไร” วายุกระตุกมุมปากขึ้น “เรียกก็ไม่ได้ยิน หลับในเหรอ”

“เปล่า” ข้าวตอบกลับ ขยับลุกขึ้นนั่งตรงแล้วคว้าโทรศัพท์ที่โยนทิ้งไว้ข้างๆ มากดแก้เขิน “เหม่อเฉยๆ”

“ไปอาบน้ำไป”

“เดี๋ยวก่อน”

“ไหนบอกอาบสองสามทุ่ม”

“ขี้เกียจอยู่”

“สกปรกมาทั้งวัน”

“ทีวายังไม่อาบเลย”

“ทำงานอยู่ เดี๋ยวง่วงๆ ค่อยไปอาบ” วายุเอียงคอ “แต่เด็กมัธยมต้องอาบน้ำเตรียมเข้านอนแล้ว”

ข้าวพรูลมหายใจออกแรงๆ รอโตกว่านี้ก่อนเถอะ “ก็เพิ่งสองทุ่มเอง”

“ปกตินอนกี่โมง”

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว เอาจริงๆ พอมาคุยถึงได้รู้ว่าห่างกันไปมากขนาดไหน อีกฝ่ายแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขา ต่างฝ่ายต่างไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอีกคนเลย “ดึกๆ”

“กว้างไป”

“ดึกของวากี่โมงล่ะ”

“ตีสามตีสี่”

คนเด็กกว่าหันขวับไปสบตา “นอนดึกงั้นทุกวันเลยเหรอ”

“ก็ส่วนใหญ่”

“แล้วเมื่อก่อนทำเป็นมาบอกว่าอยากโตเร็วต้องนอนไวๆ พักผ่อนเยอะๆ แล้วสุขภาพจะดีงั้นงี้”

“มันอยู่ที่ช่วงอายุเหอะ”

“จะบอกว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วไม่ต้องแข็งแรงก็ได้เหรอ”

วายุหัวเราะ “มันเลยช่วงต้องนอนให้ครบแปดชั่วโมงไปแล้ว”

“ผมก็เลยแล้ว”

“สิบเจ็ดนี่ยังดื่มเหล้าไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” ไม่รู้จะอยากรีบโตไปทำไม “ไปอาบน้ำไป”

“คอแข็งมากอะบอกเลย”

วายุหยุดมือที่กำลังทำงาน เลิกคิ้วแล้วหันไปสบตากับน้องที่นอนกลิ้งอยู่บนโซฟา
อันที่จริงเขาก็พอรู้อยู่แล้วว่าวัยของข้าวเป็นวัยที่กำลังโต อยู่ในช่วงอยากรู้อยากลอง
ติดเพื่อน และเป็นอายุที่กำลังจะถึงทางแยก ต้องเลือกและตัดสินใจหลายอย่าง
บางครั้งถูกต้อง บางครั้งผิดพลาด ไม่มีอะไรปกป้องเจ้าตัวได้นอกเหนือจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ครอบครัวปลูกฝังมา

เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นยังไง ระยะเวลาที่ห่างกันไปมันนานจนไม่อาจมั่นใจอะไรได้อีก

“ไปดื่มเหล้าที่ไหนมา”

คนเด็กกว่ากะพริบตาถี่ๆ ยืดหลังตรงเมื่อรู้สึกถึงแรงกดดันจากคำถาม เผลอหลุดปากอะไรที่ไม่ควรออกไปหรือเปล่าเนี่ย ปกติวายุดุขนาดนี้เลยเหรอ จำไม่เห็นได้ “…ก็ไปเที่ยว ไปงานวันเกิดเพื่อน ฉลองสอบเสร็จ อะไรพวกนั้น”

“อายุเท่านี้ดื่มได้ด้วยเหรอ”

“บางร้านเขาก็หยวนๆ อะวา”

“พ่อกับแม่พี่รู้หรือเปล่า”

“วาจะฟ้องเหรอ”

“ถามว่ารู้หรือเปล่า”

“…ไม่รู้ครับ” อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าต้องพูดเพราะขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“แล้วดูแลตัวเองได้เหรอ กลับบ้านยังไง เมาหรือไม่เมา”

“ไม่ได้ดื่มจนเมาขนาดนั้นเปล่า...ปกติถ้าดื่มเยอะก็ขอคุณป้านอนบ้านเพื่อนอะ”

“เกเรแบบนี้นานแล้ว?”

“ทำไมใช้คำว่าเกเรเลยอะ” คนตัวเล็กกว่าขมวดคิ้ว มันก็เป็นเรื่องปกติปะ เขาก็จะสิบแปดแล้ว อีกแค่ปีเดียวก็จะเป็นเด็กมหาวิทยาลัย ไม่ได้อายุน้อยๆ แล้วสักหน่อย “แค่ดื่มเหล้าเอง ตอนวาอายุเท่าผมไม่เคยดื่มหรือไง”

“ก็เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของที่บ้านนี่แหละว่ามันเป็นห่วงขนาดไหน” ก็หวังว่าแม่ของข้าว พ่อกับแม่ของเขา และสิ่งที่ตัวเขาเองเคยสอนไว้จะสามารถสร้างความคิด ทัศนคติที่ดีให้เจ้าตัวได้มากพอ

“…”

“ไปอาบน้ำไป ดึกแล้ว”

ข้าวเลียริมฝีปาก อยู่ๆ มาพูดอย่างนั้นได้ไง ตกใจหมดเลย “แล้ววาอะ?”

“เดี๋ยวง่วงค่อยอาบ ประมาณเที่ยงคืนตีหนึ่ง”

คนถามเงียบไปก่อนจะพยักหน้ารับ แล้วลุกจากโซฟา ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันมานาน คงมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ


ค่อยๆ ปรับไปแล้วกัน…








หลังจากอาบน้ำเสร็จธาราก็กลับมาพอดี กับพี่ชายคนนี้ข้าวไม่เกร็ง
ถึงเมื่อก่อนจะไม่สนิทเท่าวายุ แต่พอย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหญ่ตอนมัธยมก็มีโอกาสได้คุยกันบ่อย
ซ้ำพออีกฝ่ายย้ายออกไปก็ยังกลับไปเยี่ยมแทบจะทุกอาทิตย์
ซื้อขนมซื้อของเล่นให้อยู่ไม่ขาด ให้คำปรึกษาก็หลายอย่าง ไปๆ มาๆ ก็กลับตาลปัตร
จากที่เคยสนิทกับวายุที่สุด ก็กลายเป็นสนิทกับทั้งบ้านยกเว้นวายุคนเเดียว

ยังเป็นอะไรที่เขาก็หาคำตอบไม่ได้มาถึงวันนี้ ซึ่งถ้าไม่งงก็จะงงมากๆ

“หวัดดีครับพี่น้ำ”

ลูกชายคนกลางของบ้านยิ้มกว้าง “เพิ่งอาบน้ำเสร็จเหรอครับน้องข้าว” ถามเมื่อเห็นผ้าผืนเล็กวางพาดศีรษะคลุมผมเปียกๆ ของอีกฝ่าย

“ครับ พี่น้ำกลับดึกจัง”

“วันนี้งานยุ่งนิดนึงครับ มีประชุมต่อเลยยาว” เจ้าของผมหยักศกเอ่ยปากเสียงนุ่ม “น้องข้าวไปเป่าผมให้แห้งสิ เดี๋ยวไม่สบายนะ”

“ผมไม่ค่อยชอบเป่าผมอะครับเลยไม่มีไดร์ เดี๋ยวเช็ดๆ หน่อยก็แห้ง”

“จะดีเหรอ” ธาราอมยิ้ม “ยืมไดร์พี่ก็ได้นะ”

“ไม่เป็นไรครับ พี่น้ำไปพักผ่อนเถอะ ผมไม่กวน” สีหน้านี่เหนื่อยจนมองออกชัดเลย

“งั้นพี่ขอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ เหนียวตัวมากแล้วเนี่ย”

“ครับ…พี่น้ำครับ”

คนที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าห้องชะงัก หันมองอีกครั้งเมื่อถูกเรียก “หืม”

“วายังไม่ขึ้นมาเหรอครับ” ข้าวถาม เมื่อครู่ตอนเดินผ่านห้องนอนเจ้าตัวยังไม่เห็นแสงไฟลอดออกมาจากใต้ประตู ยื่นเท้าไปใกล้ก็ไม่รู้สึกถึงความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ก็คิดว่าตัวเองลีลามากแล้วนะกว่าจะอาบน้ำ

“นั่งอยู่หน้าคอมข้างล่างนั่นแหละครับ”

“ที่บอกว่านอนตีสามตีสี่นี่ทุกคืนจริงๆ เหรอครับ”

“ส่วนใหญ่ล่ะนะ”

ข้าวพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีก คนโตกว่าเลยวางมือลงที่บ่าเล็กตบเบาๆ “นอนเร็วๆ นะครับ อย่าไปเอาอย่างมัน” ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วธาราก็หายเข้าห้องนอนตัวเองไป

เด็กมัธยมปีสุดท้ายกัดริมฝีปาก ก้าวเท้าไปใกล้บันได เห็นแสงไฟชั้นล่างเปิดสว่างโร่แล้วก็ตัดสินใจเดินลงไปชั้นล่าง








“ยังไม่นอนอีกเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีเมื่อเท้าของข้าวสัมผัสกับพื้นชั้นล่าง

คนที่อุตส่าห์เดินเบาๆ สุดชีวิตแล้วพรูลมหายใจออกยาว ยังจะรู้ตัวอีก “เพิ่งอาบน้ำเสร็จ”

“อาบไรเป็นชั่วโมงๆ” หายไปตั้งแต่สองทุ่ม จนนี่จะสี่ทุ่มแล้ว ไอ้เขาก็นึกว่าคงนอนกลิ้งอยู่บนเตียงสบายใจเฉิบไปแล้วเรียบร้อย

“ก็ไม่ได้ขึ้นไปอาบเลย” กดๆ มือถือนิดหน่อยเวลาก็ผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว

“แล้วลงมาทำไมอีก ไปนอนได้แล้ว”

“...ลงมากินน้ำ”

“ข้างบนก็มีตู้เย็น”

“…” พอโดนย้อนเด็กหนุ่มก็ปิดปากเงียบ กะพริบตาหลายครั้งพยายามคิดคำตอบใหม่

“หรือหิว?”

“ใช่ หิว” ชี้โพรงมาให้ขนาดนี้ กระรอกก็รีบพุ่งสิ

วายุลุกจากเก้าอี้ เดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในครัว “จะทำอะไรกิน”

“มีอะไรบ้างอะครับ”

“มาม่า”

คนตัวเล็กมองตามเจ้าของบ้านขยับไปเปิดลิ้นชักใกล้ที่วางจานแล้วหยิบเอามาม่าแพคใหญ่ชูไปมา “มีรสเย็นตาโฟต้มยำ”

ข้าวขมวดคิ้ว “เกลียดเย็นตาโฟ”

“ทำไง มีรสเดียว”

“ไม่กินก็ได้” จริงๆ แล้วไม่ได้หิวอะไรด้วย

“ไข่เจียวไหม ทอดให้”

“วาจะทอดเหรอ”

“อืม กินได้เปล่าไม่รู้นะ ไม่ค่อยได้ทำ”

ข้าวเม้มปาก พยักหน้ารับ ครั้งล่าสุดที่ได้กินไข่เจียวฝีมือวายุน่ะนานมากแล้วนะ จำได้ว่าไม่สุกด้วยเหอะ

“เอาข้าวในกล่องนี้ไปอุ่นหน่อย ไฟกลางสองนาที” วายุส่งกล่องทัพเพอร์แวร์ให้อีกฝ่าย มือข้างนึงก็ถือไข่ไว้สองฟอง “เดี๋ยวทอดไข่ให้”

“วาไม่กินเหรอ”

“ไม่อะ”

คนตัวเล็กรับกล่องข้าวมาถือ มองตามอีกฝ่ายขยับไปหยิบถ้วยมาตอกไข่ใส่
จริงๆ เขาก็ทอดไข่เองได้ รสชาติก็ไม่ได้แย่ ถึงหน้าตาจะไม่สวยเหมือนคุณแม่บ้านทำก็เถอะ
เพราะแบบนั้นเลยไม่จำเป็นต้องรบกวนวายุก็ได้

แต่ไม่รู้ทำไมถึงอยากให้อีกฝ่ายทำให้มากกว่า…



ไข่เจียวสไตล์วายุจะใส่ซอสแม็กกี้และหอยนางรมอย่างละนิดตีจนขึ้นฟอง
เทลงไปในกระทะร้อนๆ และค่อยๆ ยกขอบที่เริ่มสุกให้ตัวไข่ตรงกลางไหลออกมา
ทำแบบนี้ซ้ำๆ จนสุกเกือบหมดแล้วค่อยพลิกกลับด้าน ซึ่งมาพลาดเอาก็ตรงขั้นตอนนี้แหละ
เพราะทันทีที่ยกขึ้นไข่ชิ้นกลมใหญ่ก็ขาดออกจากกัน ต้องพยายามจัดหน้าตาให้ดูดีอย่างทุลักทุเล
สุดท้ายเลยออกมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยสุมๆ กันอยู่ในจาน

“…โทษที ไม่สวยเท่าไหร่”

คนหิวปลอมๆ จ้องไข่เจียวสีเหลืองทองชิ้นเล็กที่กองรวมกันอยู่ข้างข้าวสวยร้อนๆ

ไม่สวยจริงนั่นแหละ

วายุมองอีกฝ่ายตักข้าวกับไข่เจียวใส่ปาก รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเสียอย่างนั้น ใส่ซอสเยอะไปหรือเปล่าไม่รู้ กลัวว่าจะเค็ม

“กินได้เปล่า”

ข้าวเงยหน้ามองคนทำ พยักหน้าเป็นคำตอบ

“เค็มปะ”

“กำลังดีแล้ว”

“ค่อยยังชั่ว กลัวว่าใส่เยอะไป กะไม่ค่อยถูก” จะชิมตอนยังไม่ทอดก็ไม่ได้ “งั้นกินไปนะ พี่ไปทำงานต่อละ”

“วาไม่หิวเหรอ” กลิ่นไข่เจียวหอมฉุยขนาดนี้ทนได้ยังไง ยิ่งดึกยิ่งกินข้าวอร่อยไม่รู้เหรอ

“ไม่หิว” วายุตอบกลับ ยิ้มมุมปาก “กินเข้าไป กินเสร็จก็ขึ้นไปแปรงฟันนอน จานวางไว้ที่อ่างนั่นแหละ พรุ่งนี้เดี๋ยวแม่บ้านก็มาทำ”

“อื้อ” ข้าวครางเสียงรับ รีบเคี้ยวข้าวในปากก่อนจะกลืนลงคอเร็วๆ แล้วเอ่ยปากเรียกคนที่กำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน “วา”

เจ้าของชื่อหันกลับมามอง

“ขอบคุณ”

คนตัวโตกว่ากระตุกยิ้ม “นึกว่าจะไม่พูดแล้ว”

“ผมมีมารยาทน่า”

วายุหัวเราะ พยักหน้ารับก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากครัว







ไม่คิดว่าจะยังดื้อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

คนที่นั่งทำงานไม่หยุดตั้งแต่กลับบ้านพรูลมหายใจออกยาว
ดันเก้าอี้เลื่อนไปด้านหลังแล้วขยับลุก ก้าวเท้าช้าๆ ไปที่โซฟา
อมยิ้มตอนมองเด็กแสบนั่งหลับคอพับไปแล้ว

ง่วงแล้วก็แทนที่จะขึ้นไปหลับบนห้องดีๆ จะมาฝืนจนน็อคไปแบบนี้ทำไม

วายุส่ายหน้า ทรุดตัวลงนั่งลงข้างๆ มองใบหน้ายามหลับสนิทของอีกคนเงียบๆ

ห่างกันไปแป๊บเดียวก็ถูกเหวี่ยงมาใกล้กันอีก ไม่รู้ต้องโทษพรหมลิขิตหรือเจ้ากรรมนายเวร
มาทำหน้าซื่อๆ ใส่แบบนี้น่ะเคยรู้หรือเปล่าว่าคนอื่นเขาคิดยังไง

ชายหนุ่มถอนหายใจ ลูบหน้าตัวเองเรียกสติ

อย่าคิดอะไรเลอะเทอะน่าวายุ…

“ข้าว”

“…”

เจ้าเด็กขี้เซา “ข้าวตื่นเร็ว”

“…อือ”

“ขึ้นไปนอนบนห้องดีๆ”

“…” พลิกตัวหนีอีก

“ไม่ตื่นพี่อุ้มนะ”

“อือ”

ถามจริง ไม่ได้กะจะอุ้มนะ แค่ขู่ “ข้าวตื่นเร็ว”

“…”

“อ้วนขนาดนี้พี่อุ้มไม่ไหวหรอก หลังหักพอดี”

“ใครอ้วน”

วายุแอบยิ้ม ทีแบบนี้ล่ะตื่นเลย เด็กอะไรหูดีแต่เรื่องแย่ๆ “ง่วงแล้วทำไมไม่ขึ้นไปนอน มานั่งหลับตรงนี้ทำไม เดี๋ยวก็ปวดคอ”

“วาทำงานเสร็จแล้วเหรอ”

เปลี่ยนเรื่องดื้อๆ เลย “ยัง แต่ข้าวไปนอนได้แล้ว”

“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ”

“อีกสักพัก” วายุยิ้มมุมปาก “ลุก”

“อือ ลุกแล้ว” คนตัวเล็กกว่าพูดงึมงำในคอ ก่อนจะขยับลุกนั่งตรง ขยี้ตาไปมา “ปวดคอ”

“ก็แหงล่ะ” หลับคอพับแบบนั้นไม่ปวดก็แย่ แล้วก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหน เงยหน้าจากคอมอีกทีก็เฝ้าพระอินทร์ไปเรียบร้อย

“...”

“มองพี่ทำไม ไม่ขึ้นไปนอน”

“วาจะนอนกี่โมง”

คนถูกถามเลิกคิ้วขึ้น หันไปมองนาฬิกาบนผนัง “ไม่เกินตีสองเลิกทำงาน” คิดว่านะ

“อือ ผมไปละ”

วายุพยักหน้ารับ มองอีกฝ่ายหันหลังเดินเซๆ ไปที่บันไดแล้วแอบยิ้ม
ง่วงขนาดนี้แล้วยังทนอยู่ได้ ขึ้นไปนอนแต่แรกก็สบายไปแล้ว

ขี้เหงาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย

“ข้าว”

เจ้าของชื่อชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นบันได หันมองคนเรียกอย่างงุนงง ไอ้หน้าตาตอนง่วงนั่นแหละที่น่ารักนัก

“ฝันดี”

คนตัวเล็กกะพริบตาถี่ๆ “ฝันดี” ตั้งสติอยู่อึดใจก่อนเอ่ยตอบ มองตาอีกนิดก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป











ʕ•ᴥ•ʔ










กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงง!

เฮือก!

ข้าวเบิกตากว้าง ลุกขึ้นนั่งเร็วเกินไปจนหัวหมุน เช้านี้เป็นเช้าที่น่าตกใจที่สุดตั้งแต่เกิดมา
คนตัวเล็กยกมือลูบบริเวณหน้าอกตัวเองเมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างแรง ใจเต้นจนเจ็บไปหมด เอื้อมมือไปหยิบมือถือมากด
   
ตีห้าครึ่ง…

บ้าไปแล้ว


ข้าวพรูลมหายใจออกเมื่อเสียงปลุกหยุดลง

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงง!

กำลังจะเอนหลังนอนก็ต้องสะดุ้งอีกเมื่อได้ยินเสียงเดิมดังลั่น
และยิ่งเหมือนหัวจะระเบิดเมื่อมันหยุดแล้วดังใหม่แบบนั้นซ้ำๆ

ครั้งที่สอง

สาม

สี่

และห้า

เขาจะบ้าตาย ปลุกถี่อะไรขนาดนี้!

ไม่รอให้ดังอีกครั้งข้าวก็ลุกพรวดจากเตียงตรงดิ่งไปห้องข้างๆ
เคาะประตูเสียงดังแต่ไร้การตอบรับจากด้านใน กระทั่งจับลูกบิดหมุนถึงได้รู้ว่าไม่ได้ล็อก
เลยถือวิสาสะเข้าไปในห้องเพื่อหาตัวการที่ขี้เซาจนทำคนตื่นกันทั้งบ้านแล้ว

ยกมือตบหน้าผากตัวเองตอนเห็นนาฬิกาปลุกแบบสมัยก่อนวางเรียงกันอยู่บนโต๊ะข้างเตียงหลายอันจนไม่แปลกใจที่เสียงปลุกถี่ได้ขนาดนั้น

“วา!” ข้าวเรียกชื่อคนที่นอนคลุมโปงอยู่เสียงดัง

“…”

“ตื่นเดี๋ยวนี้เลย!” ให้ตาย เขาน่าจะรู้ว่าเสียงนาฬิกาปลุกขนาดนั้นยังไม่ตื่น นับประสาอะไรกับเสียงเขา คิดแบบนั้นแล้วก็เอื้อมมือไปดึงผ้าห่มออก ก่อนจะเขย่าแขนคนหลับลึกแรงๆ “วา!”

“อือ...” วายุขมวดคิ้ว ค่อยๆ ลืมตามอง “ข้าว...เข้ามาทำไม” เสียงทุ้มแหบพร่าอย่างคนเพิ่งตื่น

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงง!

บ้าเอ๊ย!

คนตัวเล็กสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเสียงนาฬิกาดัง ตกใจจนหงุดหงิดแล้วเนี่ย
ขมวดคิ้วแน่นตอนเห็นคนบนเตียงเอื้อมมือสะเปะสะปะไปตบนาฬิกาเหล็กโบราณหลายๆ ครั้ง
จนอันที่ส่งเสียงร้องอยู่เงียบลง ก่อนจะทิ้งศีรษะลงที่หมอนอีกครั้ง ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย

“วาถ้าไม่ตื่นผมจะเอาน้ำมาสาดแล้วนะ”

วายุลืมตาขึ้นข้างนึง “อืม”

“ตั้งปลุกแบบนี้ผมหัวใจวายตายพอดี”

“อ่า...” คนขี้เซาบิดตัว ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ง่วงชะมัดเลย “โทษที...ข้าวนอนห้องข้างๆ นี่เนอะ”

“พี่น้ำไม่ว่าเลยเหรอ ทนได้ไง”

“น้ำสั่งคนมาบุผนังเก็บเสียงตั้งแต่แรกๆ แล้ว” แถมเขายังซื้อที่อุดหูให้ทุกวันพิเศษด้วย มีหลายรุ่นหลายสีเลย

ถามจริง... “วานอนกี่โมง”

“ไม่แน่ใจ ประมาณตีสามตีสี่นั่นแหละ”

แล้วนี่ตีห้าครึ่ง?! “นอนไปสองชั่วโมงเนี่ยนะ เข้างานกี่โมงทำไมตื่นเช้า” ขนาดเขายังตั้งปลุกไว้หกโมงเลย

“เข้าเก้าโมง”

“แล้วตั้งปลุกขนาดนี้เพื่อ”

“ลืมเปลี่ยนเวลา เมื่อวานต้องตื่นมาส่งงาน”

“ตลกแล้ว” คนตัวเล็กกุมขมับ หันไปมองนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะที่วางรวมกันเป็นสิบๆ อัน “เสียเงินซื้อขนาดนี้เลย ไม่ใช้มือถืออะ”

“มันไม่ตื่น เสียงไม่ดังพอ”

“หาหมอปะ” ตื่นยากขนาดนี้

“กวนละ” วายุกระตุกยิ้ม “กลับห้องไป พี่จะนอนต่อ”

“หลับไปตื่นมาปิดนาฬิกาไปเนี่ยนะ”

“อือ ชินแล้ว”

“ชั่วโมงนอนของวาคุณภาพต่ำมากเลย”

“ขนาดนั้นเลยนะ”

“...”

คนโตกว่าหัวเราะ “ไปนอนต่อเถอะ ขอโทษที่ทำให้ตื่น”

“ผมไม่นอนต่อแล้ว ต้องออกไปเรียนตอนเจ็ดโมง”

“ไปยังไง ต้องส่งไหม”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวนั่งรถตู้ก็ได้”

“เดี๋ยวพี่ไปส่งแล้วกัน” วายุเอ่ยปากพลางค่อยๆ ลุกนั่ง ขี้เกียจชะมัดเลยให้ตายเถอะ อยากนอน อยากฝังหัวลงหมอนไปทั้งวัน

“ไม่ต้อง เสียเวลานอนวาเปล่าๆ”

วายุเลียริมฝีปาก หยุดคิดไป คำนวนในหัวว่าควรจะพูดอะไรต่อ จริงๆ อยากไปส่ง อยากอยู่ด้วย แต่อีกใจนึงก็ว่าห่างกันไว้อาจจะดีกว่า “…งั้นก็เดินทางดีๆ”

“ครับ” ข้าวพยักหน้า “ฝันดีนะ”

วายุยิ้มรับ ไม่ได้พูดอะไรอีกจนกระทั่งคนตัวเล็กกว่าออกจากห้องนอนไป








“ตื่นสาย”

วายุยกจมูกเมื่อลงจากชั้นสองมาแล้วเห็นพี่ชายที่ห่างกันปีเดียวนั่งไขว่ห้างดื่มกาแฟอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์

“ไมยังไม่ออก”

“ถามตัวเองเหอะ เข้างานเก้าโมงไม่ใช่ไง” ธาราวางแก้วลงแล้วหมุนเก้าอี้หันไปทั้งตัว “อีกสิบห้านาทีจะทันไหมครับ”

“เออ ปวดหัว โทรบอกละว่าเลทหน่อย แล้วยังไม่ออกอีกอะ”

“จะออกละเนี่ย”

“ดีเนอะเข้างานสาย”

“เก้าโมงก็ไม่ได้เช้ามากปะ” ยังจะมาอิจฉาคนอื่นอีก

วายุถอนหายใจ “เมื่อเช้าข้าวมาที่ห้อง”

“นาฬิกาปลุกลมทำพิษอะดิ”

“อืม ลืมไปว่าน้องนอนห้องข้างๆ”

“ลืมได้ด้วยเหรอ นึกว่าอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้จะทำให้นอนไม่หลับซะอีก”

“เงียบเลยน้ำ”

ธาราหัวเราะ ยกมือโบกไปมา “หนีความจริง”

คนถูกแหย่ทำหน้านิ่ว เอื้อมมือไปตีต้นแขนอีกฝ่ายไม่แรงนัก “ให้เรียกว่ารู้จักเว้นระยะดีกว่า”

“คนคิดไม่ซื่อ”

“ก็ใช่”

“อะไร ไหงยอมรับง่าย”

“ก็น้ำรู้อยู่แล้วปะวะ จะแอ๊บปฏิเสธเพื่อ”

ธาราไหวไหล่ ขยับลุกจากเก้าอี้ หยิบแก้วกาแฟเดินไปวางที่อ่างล้างจาน เปิดน้ำใส่แล้วก้าวเท้ามายืนตรงหน้าคนตื่นสาย “น้ำไปละนะ ไม่อยากสาย”

น้ำเสียงยียวนทำเอาคนฟังคิ้วกระตุก “ไปเหอะ รีบๆ ไปเลย”

“เจอกันเย็นนี้ครับ”

วายุกลอกตามองบน “ลมกลับดึกหน่อยอะ”

“ยังไม่พ้นช่วงเดดไลน์อีกเหรอ”

“เปล่า คืนนี้นัดไปดื่มกับเพื่อน”

“TGIF?”

“เยป”

“อย่าเมากลับมาอะ”

“ช่างลมเหอะน่า นานๆ ทีให้ปลดปล่อยมั่ง ลมจะเหี่ยวแล้วเนี้ย”

“ก็คิดอยู่ เสือกลางคืนหลายเป็นแมวเซานั่งจ้องคอมทั้งวันทั้งคืน”

“กำลังสร้างตัวครับ อีกสามปีแต่งเมียได้เลย”

“หาได้แล้วเหรอ ได้ข่าวคนที่เล็งไว้ยังไม่จบมัธยมเลยนะ”

“ตบปากตัวเองเลย”

“เป็นกำลังใจให้นะครับคุณแมว”

“แมวอะไร”

“ก็แมวที่โดนฝากปลาทูไว้กับตัวไง”

“น้ำ!”

เจ้าของชื่อหัวเราะพอใจ โบกมือให้แล้วหันหลังเดินออกจากบ้านไปอย่างอารมณ์ดีที่ได้แกล้งน้องชายตัวเอง


ก็ปฏิกิริยาตอบรับของวายุน่ะสนุกนักล่ะ














to be continued...
มาแล้วคับบบ ช้านิดนึงเพิ่งถึงบ้านเลยยยย ><

#sofaขอฟัด





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.899K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,862 ความคิดเห็น

  1. #1856 ออย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 23:27

    วนกลับมาอ่านซ้ำรอบที่ 3

    #1,856
    0
  2. #1818 CallistoJpt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 15:14

    ปลาทูมาหาถึงทีขนาดนี้แล้วจะใจแข็งไหวไหมคะพี่ลม ><

    #1,818
    0
  3. #1812 Nunthanatboonma (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 17:04

    เขินไม่ไหวแล้วแม่ นพนพาเรพน่เ่เสเนนดดา
    #1,812
    0
  4. #1778 안시리민 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 14:19
    คนคิดไม่ซื่อ
    #1,778
    0
  5. #1775 Cactollelly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 23:42
    แหล่วๆๆๆๆ งื้ออออ
    #1,775
    0
  6. #1754 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 10:13
    พี่น้ำยังไม่ทน555555
    #1,754
    0
  7. #1701 Xakas (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:54
    เอาแล่วๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,701
    0
  8. #1667 IIISKY__ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:50
    นี่สินะเหตุผลที่น้องสงสัย มีคนคิดไม่ซื่อนี่เอง
    #1,667
    0
  9. #1626 knsss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 07:37
    งื้ออออ ที่น้องรู้สึกว่ายิ่งโตยิ่งห่างกัน เพราะคนพี่มันคิดไม่ซื่อมันเลยตีตัวออกห่าง บ้าบอออ เขินไปหมด น้อนนนน
    #1,626
    0
  10. #1592 forgetmenot224 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 16:43
    ห่างกันไปไม่ให้หวั่นไหว แต่ก็ไม่ช่วยอะไรเลยสินะที่ห่างกันไป อาการค่อนข้างใกล้จะหนักนะวา อิ๊ๆๆๆ
    #1,592
    0
  11. #1572 _Rattanawadee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 14:59
    วาน่ารัก เป็นแมว จะอดกินปลาไว้เหรอ
    #1,572
    0
  12. #1542 PINKLAND (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 08:05
    แหน๊ๆๆๆๆๆ
    #1,542
    0
  13. #1520 Sawyy33 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 23:55
    ไม่เป็นไรนะ อีก3ปีก็แต่งได้แล้ว ไม่คุกด้วย😆
    #1,520
    0
  14. #1469 tensita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 23:07
    คุณแมววงงววววว
    #1,469
    0
  15. #1403 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 20:43
    ก็คือวาชอบน้องนานแล้ว น้อง จะรอดมั้ยลูก5555
    #1,403
    0
  16. #1385 Jhoooope (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 16:08
    โหโหโห5555
    #1,385
    0
  17. #1377 HaeMay (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 23:09
    สงสารแมวจะอดใจไม่กินปลาทูได้ไงอ่ะ
    #1,377
    0
  18. #1342 Jezzy Jimmy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 19:11
    สงสัยพี่วา
    #1,342
    0
  19. #1159 rattanalak44 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 19:24
    ต่างคนต่างมีใจ
    #1,159
    0
  20. #1037 PARKSELOR (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 10:14

    งุ้ยย น่ารักอะ
    #1,037
    0
  21. #949 ZiRbuT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 13:19
    แอ๊ ชอบกันๆ
    #949
    0
  22. #863 พิก้าบู (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 06:46
    เรื่อยๆ แต่อมยิ้มตลอดเลยค่ะ แงงง คนเราจะหนีหัวใจตัวเองได้นานแค่ไหนกันวายุ
    #863
    0
  23. #653 maybunny (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 00:49
    ปั๊ดโธ่! ที่แท้ก็คิดไม่ซื่อกันทั้งคู่ป่ะ 5555
    #653
    0
  24. #458 NM1108 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 13:18
    พี่วายุ ไม่ไหวอย่าฝืน 555 หลบได้แค่ไหนกันเชียววว
    #458
    0
  25. #242 jjtk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 21:48
    แงงงงเจ้าแมววว พี่น้ำคือมือชง ชงเก่งมากจ้าาาาา
    #242
    0