นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

"Kidnapping at Loi Krathong Fest" (Subaru x Haibara)

โดย ainaniya4869

เรื่องราววุ่นๆเมื่อไอจังอยากตามด๊อกเตอร์มาเที่ยวเมืองไทย แล้วจะไม่ให้หนุ่มข้างบ้านตามมาดูแลได้ยังไงกัน!!

ยอดวิวรวม

1,428

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


1,428

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


27
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ธ.ค. 58 / 23:02 น.
นิยาย "Kidnapping at Loi Krathong Fest" (Subaru x Haibara)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Short FanFiction : Detective Conan
(Okiya Subaru x Haibara Ai)

ฟิคนี้เกิดขึ้นช่วงลอยกระทงนั่นแล 
นึกสนุกว่าถ้าเรื่องราวของไอจังมาอยู่ที่ไทยในช่วงเทศกาลอย่างนี้
จะเป็นยังไงหนอ... งานนี้มีลูแปงกับฟูจิโกะมาเอี่ยวด้วยนะเออ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ธ.ค. 58 / 23:02


ณ บ้านของ ดร.อากาสะ 

“มีจดหมายมาน่ะค่ะ” ไฮบาระ เดินรับจดหมายเข้ามาในบ้าน แล้วส่งให้กับด๊อกเตอร์
“โฮ่ เร็วกว่าที่คิดแฮะ” ดร. เปิดซองขึ้นมาอ่าน แล้วอุทานออกมา
“จดหมายนั่น มีอะไรเหรอคะ” ไฮบาระถาม
“เอ่อขอโทษด้วยนะไอคุง ฉันคงต้องให้เธอไปอยู่กับอายูมิอีกแล้วล่ะ”
“จะหนีไปเที่ยวไหนอีกล่ะคะ ด๊อกเตอร์”
“หวัดดีครับทุกคน..” เด็กแว่นเดินเข้ามาในบ้านพอดี
“อ้อ คุโด้คุงมาเอาแว่นสะกดรอยที่ซ่อมไว้ใช่มั้ย รอเดี๋ยวนะ ขอชั้นคุยกับหนูไอก่อนนะ”
ว่าแล้วด๊อกเตอร์ก็หันกลับมาคุยกับไฮบาระต่อ
“ไม่ใช่หรอก เป็นงานสัมมนาที่ประเทศไทยน่ะ ความจริงกำหนดการมันน่าจะเป็นต้นปีหน้า แต่เค้าเลื่อนมากระทันหันน่ะ”
“หนูขอไปด้วยได้มั้ยค่ะ?”
“ว่ายังไงนะ!!” ด๊อกเตอร์กับโคนันประสานเสียงกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
“นี่...ไอคุง จะไปจริงๆน่ะเหรอ แต่เธอต้องใช้ชื่อชิโฮะ แล้วพวกองค์กรนั่น..” ดร.ทักท้วง
“ใช่ ฉันว่ามันเสี่ยงไปนะ” โคนันท้วงเช่นกัน
“ไม่หรอกน่า คนที่องค์กรมั่นใจว่าตายไปแล้วน่ะ พวกนั้นไม่สนหรอก คงคิดว่าเป็นการสวมรอยออกนอกประเทศของพวกคนผิดกฎหมายทั่วไปมากกว่าเพราะคนพวกนี้มักใช้ชื่อของคนที่หายสาบสูญไปนานๆยังไงล่ะ อย่างตอนที่นายไปลอนดอนกับด็อกเตอร์พวกมันยังไม่เอะใจเลย ใช่มั้ยล่ะ?”
“มันก็ใช่อ่ะนะ แต่สถานะของฉันกับเธอมันต่างกันนะ เธอสำคัญต่อองค์กรกว่ามากอย่าประมาทเด็ดขาดนะ”
“รู้แล้วแหละน่า ฉันเองก็แค่อยากออกไปเปิดหู เปิดตาบ้างน่ะ หรือคิดว่ามีตัวเองที่อยากจะไปต่างประเทศเป็นคนเดียว” ไฮบาระเถียง
“คร๊าบๆ ยังไงก็คงห้ามเธอไม่ได้อยู่แล้วนิ่ แต่ก็ระวังตัวด้วยแล้วกันนะ” โคนันยอมจำนน และไม่กล้าท้วงต่อ
“เอ่อ...เอางั้นเหรอ แล้วแต่ไอคุงแล้วกันนะ” ดร.ยอมให้ไปแต่ยังห่วงๆอยู่
“แต่ว่าหนูไอ ระหว่างที่ฉันอยู่ในห้องประชุมอยู่หนูจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ? เขาไม่ให้คนนอกเข้านะ”
“เรื่องนั้นน่ะ เดี๋ยวคืนนี้หนูขอหาข้อมูลก่อนแล้วจะบอกนะคะ ถ้าไม่มีที่ไป หนูคงรออยู่ในที่พักนั่นแหละค่ะ”
“แล้วอย่างนั้นมันจะเรียกว่าเที่ยวเปิดหู เปิดตาได้ยังไงล่ะนั่นน่ะ” โคนันถาม
“มันเรื่องของชั้นย่ะ แค่ได้ลองอาหารที่นั่นก็นับได้อย่างนึงแล้วล่ะมั้ง” ไฮบาระตอบไปตามความคิด
 เพราะนอกจากการไปไหนมาไหนกับพวกโคนัน กับที่โรงเรียนแล้วก็บ้าน ดร. แล้ว เธอไม่เคยได้ไปเที่ยวต่างประเทศเลยตั้งแต่ออกจากองค์กรมา ที่นี่ล่ะจะเป็นที่แรกที่เธอจะได้ไป “ประเทศไทย”

หลังจากนั้นโคนันก็เอาแว่นสะกดรอยที่ซ่อมเอาไว้ก็กลับไปที่สำนักงานนักสืบ ตอนนี้ที่บ้าน ดร. จึงเหลือแต่ไฮบาระกับ ดร. อยู่สองคน
“แล้วเราจะไปกี่วันกันคะ ไปแถวไหนเหรอ”
“เอิ่ม 24-26 ก็คงจะสามวันล่ะมั้งนะ ไปสัมมนาที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯน่ะ แถวๆเอิ่มสยามพารากอนอะไรเนี่ยแหละ ดูเหมือนช่วงนั้นจะมีงานเทศกาลด้วยนะ”
“เหรอคะ น่าสนใจดีนะ งั้นหนูขอตัวไปหาข้อมูลเที่ยวก่อนนะคะ” ว่าแล้วร่างเล็กก็ไปนั่งหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าตื่นเต้น แบบที่ด๊อกเตอร์ไม่เคยเห็นมาก่อน
“เห้อ วัยรุ่นก็คือวัยรุ่นล่ะน้ะ ยังไงก็คงต้องอยากเที่ยวที่ใหม่ๆมั่งแหละ” ดร.แอบพูดบ่นเบาๆ
และขณะเดียวกันคนข้างบ้าน(สึบารุ) ที่แอบฟังการสนทนาจากเครื่องดักฟังกำลังมีสีหน้ากังวลอยู่นิดๆ 
“นึกเพี้ยนอะไรขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย เจ้าหญิง” เขาพูดพลางแฮ็คเข้าไปดูว่าเจ้าหญิงจอมยุ่งของเขา น่าจะไปที่ไหนบ้าง แน่นอนว่าข้อมูลของที่พักด๊อกเตอร์ในการสัมมนาด้วย
“ลอยกระทงงั้นเหรอ สวยดีเหมือนกันนะ” ไฮบาระมองภาพในจอตาเป็นประกาย
“แต่จะถ้าจะไปลอยกระทงที่สระน้ำในมหาวิทยาลัยที่ด๊อกเตอร์ไปประชุม ดูท่าทางจะเป็นสระเล็กๆ แต่คนเยอะจังนะ วิวคงไม่ค่อยสวยเท่าไหร่มั้งเนี่ย ที่ไหนดีนะ...”
ว่าแล้วก็หาข้อมูลต่อไป
“งานลอยกระทงงั้นเหรอ น่าสนแฮะ” คนที่แฮ๊คเครื่องไฮบาระ อมยิ้มเล็กๆ

วันที่ 23 วันออกเดินทาง ณ สนามบินที่ญี่ปุ่น 



   ไฮบาระได้นัดให้พวกนักสืบเยาวชนมาส่งก่อนเวลาพักใหญ่ (เพื่อเผื่อเวลาสำหรับเข้าห้องน้ำไปกินยาแก้พิษเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชิโฮะ )
“เดินทางปลอดภัยนะ ไอจัง ช่วงที่ไอจังไม่อยู่ฉันต้องเหงาแน่ๆเลย” อายูมิจับมือลาไฮบาระ
“ใช่ครับพวกเราคงคิดถึงคุณไฮบาระแย่เลยล่ะ”
“ฉันไปไม่กี่วันเองเดี๋ยวก็กลับแล้ว อย่างอแงสิ” ไฮบาระพูดพลางเอามือเช็ดน้ำตาให้อายูมิ
“ใครจะยังไงไม่รู้นะ แต่อย่าลืมซื้อขนมมาฝากฉันด้วยนะ แหะๆ” เก็นตะพูดทวงของฝาก
“ยังไงก็ตาม โชคดีแล้วกันนะไฮบาระ ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปด้วยน่ะ” โคนันพูดลากับคู่หูอย่างไฮบาระ
“อือ ไม่เป็นไรหรอก” ไฮบาระตอบหน้านิ่ง
“บ๊ายบายนะ คุณไฮบาระ/ไฮบาระ/ไอจัง” เด็กๆนักสืบเยาวชนพูดลาพร้อมกันแล้วโบกมือลา
“อือ บ๊ายบาย” พูดจบไฮบาระก็เดิน ลากกระเป๋าตาม ดร. ไป
ไม่ใกล้ไม่ไกลนั้น มีผู้ชายร่างสูงใส่หมวกดำและแว่นดำ กำลังจะเดินทางเช่นกัน
..................................................................................................

หลังจากนั้นไม่นาน บนรถปอเช่ของยิน มีโทรศัพท์เข้ามาที่ว้อดก้า  :gin :vodka
“ฮัลโหล ว่าไง อือๆ ได้ ฉันจะบอกลูกพี่ให้”
“แปลกนะลูกพี่ มีคนรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวที่ใช้ชื่อมิยาโนะ ชิโฮะ เดินทางไปที่ไทยด้วยล่ะครับ”
“เชอะ จะเป็นยัยนั่นไปได้ยังไงกัน ในเมื่อโดนระเบิดไปซะขนาดนั้นแล้วน่ะ คงเป็นพวกสกปรกที่ใช้ชื่อสวมรอยเท่านั่นแหละ”
“งั้นเหรอลูกพี่” ว้อดก้าถามอย่างสงสัย
“เออสิ” แม้ว่ายินจะตอบไปแบบนั้น แต่ความจริงแล้วเขาคิดว่า “ขอให้เป็นเธอเถอะนะเชอร์รี่ ถ้าฉันได้เจอเธออีก ฉันจะได้จัดการฆ่าเธอด้วยมือของฉันเอง ไม่ให้ใครหน้าไหนมาตัดหน้าอีกเด็ดขาด”

..................................................................................................

วันที่ 24 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย   



“นี่หนูไอแน่ใจเหรอว่าจะอยู่ในร่างนี้ตลอดน่ะ” อากาสะมองร่างสูงของไอคุงในร่างชิโฮะแล้วรู้สึกแปลกๆ
“เปล่าหรอกค่ะ เดี๋ยวยาหมดฤทธิ์แล้วหนูคงจะใช้ยาอีกทีตอนขากลับน่ะค่ะ เพราะใช้บ่อยๆแล้วมันไม่ดี”
“แต่ว่าร่างเด็กเวลาไปไหนมาไหนคนเดียวมันอันตรายนะ” อากาสะท้วง
“ใครว่าหนูจะไปไหนมาไหนคนเดียวล่ะคะ หนูมีคนที่...”
“ว่าไงจ๊ะ...เชอร์รี่จัง”  เสียงของ Biker สาวเพื่อนสาวของชิโฮะที่สวมแว่นดำและวิกผมหน้าม้าสีดำปลอมตัวอยู่ โผล่มาจากด้านหลังอากาสะ
“ฮะอย่าบอกนะว่าหนูจะไปคนๆนี้น่ะ เอ่อ...เค้าเป็นใครกัน ท่าทางดูแปลกๆ” 
“ต๊ายตายนี่ ดร.ของเธอไม่รู้จักสาวสวยอย่างฉันได้ยังไงกันล่ะเนี่ย” ฟูจิโกะจังถอดแว่นแป๊บนึงเพื่อโชว์ใบหน้าใกล้ๆอากาสะ ก่อนจะใส่แว่นกลับเข้าไป
“นี่ก็คือเพื่อนหนูที่เคยมาช่วยเราในคดีที่ลูแปงเข้ามาเอี่ยวครั้งก่อน มิเนะ ฟูจิโกะ ยังไงล่ะคะ”
“มะ...มิเนะ ฟูจิโกะ เหรอ นี่ๆจะดีเหรอไอคุง เค้าเป็นพวกโจรไม่ใช่เรอะ” อากาสะถามพลางปาดเหงื่อ
“ต้องดีแน่ค่ะเพราะมีแต่พวก ดร. กับพวกลูแปงเท่านั้นที่รู้ว่าหนูเป็นใครในร่างไฮบาระ คนที่จะอยู่เที่ยวเป็นเพื่อนหนูที่นี่ได้เป็นเธอนี่แหละค่ะ ดีที่สุดแล้ว”
“เอ่อ...ถ้างั้น ช่วงที่ผมประชุมก็ฝากด้วยแล้วกันนะครับ” อากาสะพูดพลางทำหน้าแดงเขินนิดๆ หลังจากที่รู้ว่าเพื่อนของไอจังคือมิเนะ ฟูจิโกะ อาชญากรสาวสวยชื่อดัง

“วันนี้จะไปไหนกันดีล่ะจ๊ะ เชอร์รี่จัง” ฟูจิโกะถาม
“เลิกเรียกฉันแบบนั้นได้มั้ย เรียกชื่อธรรมดาดีกว่านะ” ชิโฮะทำตาขวาง
“โอเคๆ งั้นจะให้ไปรอเธอกลับร่างเดิมที่ไหนดีล่ะ ชิโฮะจัง”
“งั้นฉันกลับไปคืนร่างที่ๆที่พักดีกว่า พาฉันกับ ดร. ไปส่งที่ที่พักก่อนแล้วกัน”
“โอเคงั้นไปกันเลย” ว่าแล้วก็พากันขึ้นรถที่เช่ามาขับออกไป
..................................................................................................

หลายชั่วโมงต่อมา ณ โรงแรม PTW
“ฉันอยากไปที่นี่ล่ะ เป็นไง วิวสวยนะ”
“ที่นี่ก็ดีนะไปช็อปปิ้งมั้ย”
“ฉันอยากกินร้านนี้ด้วย ไปกันนะ....”

เสียงของชิโฮะกับฟูจิโกะที่ถอดวิกกับหน้ากากออกแล้ว พูดคุยเสียงคิกคักปรึกษากันเรื่องแผนการเที่ยวดังอยู่ในห้องพัก



อากาสะที่กำลังจัดเสื้อผ้าเข้าตู้อยู่แอบพูดพึมพำอยู่ไม่ไกล
“เห้อ..ผู้หญิงยังไงก็เป็นผู้หญิงล่ะนะ” พลางมองไฮบาระที่คืนร่างแล้วคุยกับฟูจิโกะด้วยท่าทางที่มีความสุข เห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะอากาสะไม่เคยเห็นไฮบาระในมุมนี้มาก่อนเลย ก่อนจะเดินไปเตรียมเอกสารสำหรับสัมมนารอบแรกเย็นนี้


....................................................................................
ณ โรงแรมที่พักไม่ไกลกันนัก 
ชายร่างสูงที่สวมหมวกสีดำและแว่นดำ  ค่อยๆถอดแว่นตาดำและหมวกออก  เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา ใช่แล้วเขาคือ “อากาอิ ชูอิจิ” เสร็จแล้วเขาจึงจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้า  และแน่นอนเขาหยิบวิกผมแดง แว่นเลนส์ใสที่คุ้นเคยออกมา พร้อมกับอุปกรณ์ปลอมตัวอีกหลายอย่าง ซักพักเขาก็เปลี่ยนเป็น ”โอกิยะ สึบารุ” ที่บรรจงหวีผมแดง ก่อนจะหยิบของมีค่า แล้วเดินออกจากห้องไป..
..................................................................................
ตอนเย็นฟูจิโกะที่ใส่วิกใส่แว่นดำ กับไฮบาระที่กลับมาเป็นเด็กแล้ว พากันไปกินมื้อเย็นที่ตั้งใจไว้
เป็นร้านผัดไท ชื่อดังแห่งหนึ่งที่ตกแต่งร้านแบบย้อนยุค





ฟูจิโกะจัดแจงสั่งผัดไทมาสองที่ พร้อมกับน้ำส้มตามที่เห็นรีวิวในอินเตอร์เน็ต
“นี่หนะเหรอที่เค้าเรียกว่า ผัดไท น่ากินจังเลยนะชิโฮะจัง” ว่าแล้วฟูจิโกะก็คีบเส้นขึ้นมากินพร้อมทำหน้าฟินสุดๆ
“มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอน่ะ” ไฮบาระถามฟูจิโกะอย่างไม่ค่อยเชื่อในท่าทางนั้นก่อนจะกินบ้าง เธอคิดว่ามันก็อร่อยดีเหมือนกันแต่ไม่ได้อร่อยถึงขนาดที่ต้องทำหน้าแบบฟูจิโกะเมื่อตะกี๊
“นี่วันลอยกระทงน่ะเค้าว่ากันว่านอกจากลอยเพื่อขอขมาต่อสายน้ำแล้ว เราขอให้สิ่งไม่ดีลอยออกไปจากเราได้ด้วยใช่มั้ย?”
ไฮบาระถามฟูจิโกะที่น่าจะรู้เรื่องมากกว่าเธอ 
“ใช่จ้ะ แล้วเค้ายังนิยมลอยกับคู่รักด้วยนะ รู้รึเปล่าล่ะ ความจริงฉันมีหนุ่มที่จะลอยด้วยชวนมาล่ะนะ จะบอกเธออยู่เหมือนกันว่าคืนพรุ่งนี้น่ะ ฉันขอแยกไปแป๊บเดียวคงไม่เป็นไรหรอกนะ เดี๋ยวจะรีบกลับมาหานะจ๊ะ แล้วก็..อย่าลืมที่เราสัญญากันล่ะ”
“อืม เรื่องที่ให้ช่วยแอบเอาเครื่องแปลงเสียงมาให้ ชดเชยที่เคยเบี้ยวเรื่องบอกสูตรยาใช่มั้ยล่ะ ฉันรู้แล้วล่ะน่า” ไฮบาระตอบเซ็งๆ ความจริงเธอก็ไม่อยากจะขโมยงานด๊อกเตอร์มาให้พวกโจรหรอก แต่เธอดันเป็นหนี้บุญคุณที่ฟูจิโกะไม่ฆ่าโคนันและที่ช่วยมาเป็นเพื่อนครั้งนี้ด้วย เลยจำใจต้องทำ 

ขณะที่กำลังกินผัดไทกันอยู่นั้นฟูจิโกะเหลือบไปเห็นสึบารุที่กินผัดไทอยู่โต๊ะไม่ไกลมากนักมองมาที่โต๊ะบ่อยๆ จากทางด้านหลังไฮบาระ ก็นึกสนุกอยากแกล้งไฮบาระ
“นี่ๆ ดูเหมือนจะมีหนุ่มหล่อผมแดงมองมาทางนี้บ่อยๆด้วยล่ะ เค้ามองฉันหรือเธอกันแน่นะ” ฟูจิโกะแกล้งพูดแหย่ไฮบาระ
ฟูจิโกะหารู้ไม่ว่าการพูดแบบนั้นแล้วมองมาที่เขา ทำให้สึบารุรู้ตัวแล้วรีบลุกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับวางเงินไว้ 
“ว่าไงนะ!! อย่าบอกนะว่า..” ไฮบาระตกใจมากเพราะเธอคิดว่าต้องเป็นเค้าแน่ๆ จึงค่อยๆหันหลังไปดู แต่พอไฮบาระหันไปก็ไม่มีใครอยู่แล้ว 
“บ้าจริง ไวชะมัด” ไฮบาระเจ็บใจที่ไม่ได้เห็นว่าใช่สึบารุอย่างที่ตัวเองคิดรึเปล่า
“แหมๆ อย่าไปเสียดายเลยนะ ที่ไม่ได้เห็นหน้าน่ะ เค้าต้องมองฉันอยู่แล้วแหละเธอนะตัวเล็กแค่นี้ ถ้าเค้าสนใจจริง คงเป็นพวกโลลิคอนแล้วแหละนะ 555” ฟูจิโกะยังแซวไม่เลิก
“มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ” ไฮบาระหันมาเถียงแต่หน้าแอบแดงนิดๆ
“อ๊ะ หรือเป็นพวกองค์กรนั่นกันน่ะชิโฮะจัง” ฟูจิโกะเปลี่ยนสีหน้าเป็นโหมดเครียดถามไฮบาระ
“ไม่ใช่หรอก แต่ก็นะฉันยังไม่คอยวางใจซักเท่าไหร่ ฉันว่าวันนี้เรากลับกันก่อนดีกว่านะ” ไฮบาระตอบ
...................................................................................
เช้าวันต่อมาในวันที่ 25 
ไฮบาระลงมาด้านหน้าโรงแรมเพื่อขึ้นรถตามที่นัดกับฟูจิโกะไว้ 
“เอ๊ะนั่นมัน” ไฮบาระอุทานเมื่อเห็นคนขับรถที่ฟูจิโกะนั่งมาด้วย เป็นลูแปงใส่หมวกบังหน้าไว้
“นี่ๆ อย่าบอกนะว่าหนุ่มที่จะไปลอยกระทงด้วยกันก็คือหมอนี่น่ะ” ไฮบาระขึ้นมานั่งบนรถแล้วพูดถาม
“ใช่แล้วคร้าบ แล้วผมต้องขับรถให้คุณสาวๆ เพื่อแลกกับการเที่ยวในคืนลอยกระทงกับฟูจิโกะคืนนี้ยังไงล่ะ”
ลูแปงหันมาทำน้าเจ้าชู้ใส่ไฮบาระ พร้อมกับถือวิสาสะจับมือขึ้นมาจะจูบ จึงโดนฝ่ามือพิฆาตของฟูจิโกะไปหนึ่งทีตามเคย
“มีหน้าที่ขับ ก็ขับไปเถอะย่ะ” ฟูจิโกะบ่นใส่
“คร้าบๆ จะไม่ทำอีกแล้วคร้าบ” ลูแปงหันกลับไปขับรถตามคำสั่งอย่างตั้งใจ



.................................................................................
วันทั้งวันสองสาวเที่ยวกันไปทั่วอย่างสนุกสนาน ทั้งกินเที่ยวช้อป ในกรุงเทพฯกันอย่างเพลิดเพลิน โดยมีลูแปงทำหน้าที่เป็นเบ๊จำเป็น ทั้งช่วยถือของ ถ่ายรูป คอยขับรถ บริการนั่นนี่ตลอดทาง

กระทั่งตกเย็น หลังจากกินข้าวกันเสร็จฟูจิโกะก็พาไฮบาระส่งไปที่ที่เธอขอไว้ว่าอยากจะไปลอยกระทงที่นั่น เป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในกรุงเทพนั่นเอง
“แน่ใจนะจ๊ะว่าอยู่คนเดียวได้น่ะ” ฟูจิโกะถามอย่างเป็นห่วง 
“ไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะเธอสองคนน่ะ ฉันดูแลตัวเองได้ แล้วก็เขาเหนื่อยมากแล้วนะนั่นนะ เสร็จแล้วค่อยกลับมาพาฉันกลับตรงที่เรานัดกันก็แล้วกัน” ไฮบาระหันไปมองลูแปงที่สภาพดูไม่จืดเลยในตอนนี้  
“แล้วก็อย่าลืมของที่ว่าด้วยนะจ๊ะ”
“แล้วพรุ่งนี้จะเอาให้นะ”
“ขอบใจนะจ๊ะ ชิโฮะจัง เดี๋ยวฉันมานะ” ว่าแล้วฟูจิโกะก็แยกไปเดินเที่ยวกับลูแปงสองคน ด้านลูแปงพอเห็นฟูจิโกะเดินกลับมาหาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นระรื่นทันที
“คงหายเหนื่อยแล้วมั้งนั่นน่ะ” ไฮบาระพูดอย่างอิจฉามองสองคนที่เดินไกลออกไป

..........................................................................................
ณ ห้องประชุมสัมมนา ดร. เป็นห่วงไฮบาระ ช่วงพักเบรคจึงโทรถามไฮบาระว่าอยู่ที่ไหน
“ค่ะ ด๊อกเตอร์” ไฮบาระรับสาย
“ไอคุงเป็นยังไงบ้างตอนนี้อยู่ไหนแล้วล่ะ”
“หนูอยู่ที่สวนสาธารณะ...ค่ะ พอดีตอนนี้ฟูจิโกะไปเข้าห้องน้ำน่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวลอยกระทงเสร็จหนูจะกลับไปค่ะ ไม่เกินสามทุ่มถึงที่พักนะคะ”
“อืมมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยก็ดีแล้วแหละ อย่าไปไหนมาไหนคนเดียวนะไอคุง แค่นี้แหละฉันจะไปเข้าห้องประชุมต่อล่ะ”
พูดจบ ดร.ก็วางสายไป
“ตอนนี้ เหลือแค่เราคนเดียวจริงๆแล้วสินะ เฮ่อ..” ไฮบาระถอนใจก่อนจะเดินไปเลือกดูซื้อกระทงที่ข้างทางที่แม่ค้าต่างพากันเรียกให้ซื้อกันเจื้อยแจ้ว มีทั้งกระทงใบตอง กระทงขนมปังสีต่างๆ ให้เลือกมากมาย
ระหว่างนั้นก็มีร่างสูงผมแดงคอยเดินตามอยู่ไม่ไกลมากนัก
“คนเยอะแยะขนาดนี้ เดี๋ยวถ้าคลาดสายตาไปล่ะแย่เลย” เขาบ่นอย่างหัวเสีย หากเธอคลาดสายตาไปอยู่คนเดียว
ต้องไม่ปลอดภัยแน่ๆ

จู่ๆไฮบาระก็รู้สึกถึงออร่าจากตัวเขา แต่เธอคิดว่าอาจเป็นคนอื่นในองค์กรเลยเดินเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น  
“ความรู้สึกแบบนี้มัน.. ไม่ได้นะจะมาโดนจัดการตอนนี้ไม่ได้ ด๊อกเตอร์ยังคอยเราอยู่” เธอพูดเบาพลางหาทางหนีทีไล่
หารู้ไม่ว่าคนที่ตามอยู่เป็นคนที่คอยปกป้องเธอไม่ใช่คนร้าย 

แต่อีกด้านนึง....คนร้ายลักพาตัวเด็กไปขายได้คว้ามือเธอไปอย่างรวดเร็ว แล้วจับไว้แน่นและแรงมากจนข้อมือเธอแดง
“มาเดินทำไมคนเดียวจ๊ะสาวน้อย ให้พี่พาเที่ยวมั้ยจ๊ะ” คนร้ายผิวคล้ำ มีรอยสักเต็มแขนพูดเป็นภาษาไทย แต่เธอฟังไม่รู้เรื่อง 
เธอรู้แต่ว่าเค้าไม่ใช่คนดีแน่ๆ จึงพยายามสะบัดมือออก

ซักพักคนร้ายก็หันมามองไฮบาระชัดๆ 
“โอ๊ะโอ๋ Hello เด็กต่างชาตินี่หว่าผมน้ำตาลแดงซะด้วย Where are you from ฮะเด็กน้อย ตอบหน่อยสิ” 
“Japan” เธอพูดตอบถ่วงเวลาพลางหาทางหนี คนร้ายเอามือมาลูบที่หน้าแล้วเชยคางเธอขึ้น “หืม สาวญี่ปุ่นซะด้วยต้องได้ราคาดีแน่ๆ ฮะๆฮ่า” คนร้ายพูดอย่างพอใจก่อนจะพาเธอไปทางรถที่เตรียมไว้อีกไม่ไกลนัก

ในตอนนี้ ถึงไฮบาระจะฟังที่คนร้ายพูดไม่รู้เรื่องแต่การกระทำของเขา ทำให้เธอกลัวสุดขีด เธอได้แต่ภาวนาขอให้ฟูจิโกะ หรือใครก็ได้เอะใจมาช่วยเธอที  
ด้านสึบารุ “หายไปไหนกันนะ” เขามองซ้ายขวาหาร่างเล็กอย่างร้อนใจ
จนเจอเด็กสาวถูกคนแปลกหน้าจูงมืออยู่ไม่ไกลนัก

“That’s my sister ” ด้วยความรวดเร็วสึบารุมายืนอยู่ข้างหลังคนร้ายตอนไหนไม่รู้
“น้องสาวแกงั้นเหรอ แกมีหลักฐานอะไร ฮะ ไอหน้าจืด นี่หลานฉันโว้ย” คนร้ายหันมาตอบอย่างไม่แยแส แล้วลากไฮบาระต่อไป เขาคิดว่าสึบารุเป็นพวกพลเมืองดีทั่วไปที่ชอบแส่หาเรื่อง
“นี่ฉันพูดดีด้วยแล้วนะ” ว่าแล้วสึบารุก็จับไหล่คนร้าย ก่อนจะจัดการซัดคนร้ายอย่างรวดเร็วจนคนร้ายลงไปกองกับพื้น พอลุกได้คนร้ายจึงรีบหนีไปด้วยความกลัว ส่วนผู้คนรอบข้างพากันหยุดยืนมองเป็นไทยมุงอยู่ประปราย พากันคิดว่ามีเรื่องทะเลาะวิวาททั่วไปแล้วต่อยกัน พอเห็นฝ่ายหนึ่งลุกหนีไปแล้วจึงพากันเดินต่อไปไม่ได้สนใจอะไรเพราะมันเกิดขึ้นเร็วมาก 

“เป็นอะไรมั้ย” สึบารุหันกลับมาถามไฮบาระอย่างเป็นห่วง
“ขอบใจนะ” ไฮบาระพูดสั้นๆห้วนๆ ถึงเมื่อกี๊เธอจะกลัวมากแต่ก็เก็บอาการไว้เพราะกลัวเสียฟอร์ม
“เธอไม่กลัวมั่งหรือไงนะ เดินไปกับคนแปลกหน้าง่ายๆน่ะ เมื่อกี๊เห็นเธอหน้าซีดมากๆเลยนะ”
“คุณน่ะไปว่าเค้าได้เหรอเรื่องเป็นคนแปลกหน้าน่ะ แล้วก็...การต่อสู้เมื่อกี๊ คุณนี่ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ 
คุณ..เป็นใครกันนแน่น่ะ” ไฮบาระมองตาขวาง
“นี่..แต่ฉันไม่ใช่คนแปลกหน้าซักหน่อยนะ แล้วฉันก็ต้องเรียนศิลปะป้องกันตัวไว้บ้างสิ ฉันบอกแล้วไงว่าจะปกป้องเธอน่ะองค์หญิง” สึบารุเถียงด้วยน้ำเสียงแบบพี่ชายใจดี
“ฉันอยากจะซื้อกระทงมาลอยน่ะ เดี๋ยวก็กลับแล้ว” ไฮบาระบอกสึบารุก่อนจะเดินนำไป
แล้วทั้งสองคนเดินคู่กันไปในฝูงคนเพื่อเลือกซื้อกระทง
“คนที่ร้านผัดไทนั่น ก็นายสินะ” ไฮบาระพูดระหว่างหยิบกระทงขนมปังอันนึงขึ้นมาพร้อมจ่ายเงินให้แม่ค้า
“ใช่แล้วล่ะ ฉันกลัวจะเธอตกใจที่มาเจอฉันที่นี่ ก็เลยรีบลุกออกไปน่ะ”
“งั้นเหรอ คุณนี่ชอบตามฉันจังนะ มีเป้าหมายอะไรกันแน่หนะ” ไฮบาระยิงคำถามตรงๆใส่สึบารุ
เขาที่ซื้อกระทงเสร็จเอามือข้างนึงถือกระทงไว้ไว้ก็ทำหน้านิ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นอมยิ้ม
“ก็เด็กแว่นคนนั้นเขาฝากให้ฉันตามมาดูแลเธอห่างๆน่ะ” สึบารุตอบก้มหน้ามามองไฮบาระ พลางเดินต่อไป 
“เอโดงาว่าคุง อีกแล้วสินะ ยุ่งไม่เข้าเรื่องเลยจริงๆ”
แล้วสึบารุก็เอามือข้างหนึ่งมาคว้ามือไฮบาระไปจับเอาไว้
“อ๊ะ ทำอะไรของคุณน่ะ” ไฮบาระจะดึงมือออกแต่สู้แรงของร่างสูงไม่ได้
“คนเยอะขนาดนี้เดี๋ยวถ้าหลงไปอีกคงแย่เลยนะ” สึบารุพูดมองมาที่ไฮบาระด้วยรอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้
แต่ไฮบาระเห็นด้วย อย่างน้อยอยู่กับสึบารุก็ปลอดภัยกว่าอยู่คนเดียวแบบเมื่อกี๊แน่ๆ เลยยอมให้จูงมือแต่โดยดี
“นี่เธอรู้รึเปล่าว่าเขาลอยกระทงกันไปทำไมเหรอ” สึบารุถามไฮบาระ ในฐานะที่เธอเป็นคนอยากมาลอยกระทง
“เห็นคนไทยเค้าเชื่อกันว่าเป็นการขอขมาพระแม่คงคาที่ดูแลสายน้ำน่ะ แล้วนอกจากนั้น..” ไฮบาระหยุดเดินแล้วเงยหน้าไปตอบสึบารุ
“เป็นการลอยสิ่งชั่วร้ายให้ออกห่างไปจากตัวเราด้วยยังไงล่ะ” ไฮบาระตอบ พลางคิดว่าอยากให้เรื่องร้ายๆห่างออกไป ไม่อยากเจอพวกองค์กรอีก
“อย่างนั้นเองเหรอเธอคงเจอเรื่องร้ายๆมาสินะ ถึงได้อยากลอยมันไปไกลๆน่ะ” สึบารุพูดพลางจูงมือไฮบาระมาหยุดอยู่ที่ริมน้ำ
“แล้วเราอธิษฐานอย่างอื่นมั่งได้มั้ยนะ” สึบารุพูดกับไฮบาระ
“ไม่รู้สิ แล้วแต่นายแล้วกัน ถ้าอธิษฐานแล้วสบายใจ ก่อนลอยก็ลองอธิษฐานดูสิ” ไฮบาระตอบห้วนๆ เธอเองก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับการลอยกระทงมากนัก ตอนนี้ทั้งสองคนนั่งกันอยู่ริมน้ำแล้ว เตรียมที่จะลอยกระทง  
นี่เธอกำลังจะลอยกระทงกับสึบารุเหรอ เดี๋ยวนะ แล้วคำพูดของฟูจิโกะก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด “ใช่จ้ะ แล้วเค้ายังนิยมลอยกับคู่รักด้วยนะ รู้รึเปล่าล่ะ...” ไม่นะชิโฮะเธอพลาดแล้ว หมอนี้จะรู้เรื่องนี้มั้ยนะ ไฮบาระคิดในใจ
...




ไม่ไกลกันนั้นเสียงแชะจากการถ่ายรูปก็ดังขึ้น 
“อ่าฮ่า มีเรื่องให้แซวเพื่อนเธอแล้วล่ะ” พูดจบลูแปงก็โชว์รูปสึบารุนั่งคุยกับไฮบาระที่ถ่ายได้ให้ฟูจิโกะจังดู
“ไหนดูซิ อุ๊ยนี่มันหนุ่มผมแดงคนนั้นนี่นา สงสัยจะเป็นพวกโลลิคอนจริงๆแฮะ” ฟูจิโกะดูแล้วนึกขำว่าเรื่องที่เธอพูดเล่นๆดันกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา
“แต่ว่าฉันรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้แฮะกับผู้ชายคนนี้น่ะ” ลูแปงพูดกับฟูจิโกะ
“รู้สึกยังไงกันเหรอ..ลูแปง..” ฟูจิโกะถามลากเสียง
“ก็พอเห็นแล้วมันคันยิกๆที่เท้าอยากจะวิ่งหนียังไงไม่รู้อ่ะ มันเหมือนความรู้สึกเวลาเจอสารวัตรเซนิงาตะ เจอพวกตำรวจ หรือเจอพวก FBI อะไรอย่างเนี้ยน่ะ” ลูแปงตอบพร้อมมองสึบารุอย่างพิจารณาแล้วทำท่าขนลุก
“คิดมากน่า...ลูแปง...” ฟูจิโกะพูดแย้ง ก่อนจะลากหูลูแปงไปเดินเที่ยวต่อ
.......................................................................................
ด้านไฮบาระกับสึบารุ สึบารุหันมาบอกไฮบาระว่า
“จะอธิษฐานแล้วนะ” ก่อนจะเอามือมากุมมือไฮบาระเบาๆ
“นี่จะอธิษฐานก็อธิษฐานไปสิ จะมาบอกฉันทำไมล่ะ แล้วนี่อะไรเนี่ย” ไฮบาระมองมือชายหนุ่มที่กุมมือเธออยู่อย่างไม่พอใจ
“ก็นะ...” ชายหนุ่มหันมาหอมแก้มเธอ ก่อนที่จะหันกลับไปลอยกระทงหน้าตาเฉย
ส่วนไฮบาระรีบอธิษฐานเรื่องให้องค์กรไม่สนใจเรื่องเธออีก และขอให้คนรอบข้างปลอดภัย ก่อนจะลอยกระทงลงในน้ำ
กระทงของเธอค่อยๆลอยตามกระทงสึบารุไป
ไฮบาระหันมามองหน้าสึบารุอย่างไม่พอใจกับการขโมยหอมแก้มเมื่อกี๊ของสึบารุ
“อะไรกันน่ะท่าทางแบบนั้นน่ะ สาวน้อย” สึบารุถามพลางอมยิ้ม
“ยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอ” ไฮบาระเดินเอาเท้ากระแทกไปที่เท้าสึบารุก่อนจะเดินหนีไป
“ว้า...ถ้างั้นคำอธิษฐานของฉันก็ไม่เป็นจริงน่ะสิ” สึบารุพูดแหย่ไฮบาระ พร้อมกับลุกเดินตามไป
“นายขอว่าอะไรล่ะ”
“ขอให้เธอไม่โกรธฉันถ้าฉันหอมแก้มเธอยังไงล่ะ ก็แก้มเด็กอย่างเธอมันน่าหมั่นเขี้ยวนี่นา” เขาพูดพลางเอามือจิ้มแก้มไฮบาระเบาๆ
“นี่หรือว่านายจะเป็นพวกโลลิคอน อย่างที่เพื่อนฉันบอกจริงๆน่ะ” ไฮบาระดึงหน้าหนีออกมา
“อ๊ะ ผู้หญิงผมม้าคนนั้นน่ะเหรอ ทำไมเธอถึงคบเพื่อนอายุขนาดนั้นเป็นเพื่อนได้เหรอ”
“ทำไมล่ะ มีเพื่อนอายุมากกว่าไม่ได้หรือไง” ไฮบาระแถไปเรื่อยๆ
“งั้นถ้ามีแฟนอายุมากกว่าก็คงไม่มีปัญหาสินะ” สึบารุหยอดไม่เลิก พร้อมกับยิ้มกว้าง
“นี่...นาย”

ไฮบาระยังไม่ทันจะเถียงเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล ชิโฮะจังใช่มั้ย”  
“อือ ว่าไงฟูจิโกะ เอ่อ...พี่ฟูจิโกะ” ไฮบาระตอบปลายสาย โดยมีสายตาสึบารุจับจ้องอยู่
“แอบไปสวีทกับหนุ่มที่ไหนเนี่ย ไม่ยอมบอกกันเลยนะ” ฟูจิโกะพูดแซว
 “ไม่ได้สวีทนะ นี่น่ะคนข้างบ้าน ดร.น่ะ”
“อ้าวหรอจ๊ะ แล้วเค้ามาที่นี่ทำไมกันน้า...” ฟูจิโกะแซวไม่เลิก 
“มีอะไรก็รีบๆพูดมาเถอะน่า” ไฮบาระเริ่มเขินจนหน้าแดงจึงพูดตัดบท
“คือ ฉันว่าคืนนี้เธอคงต้องกลับที่พักกับพ่อหนุ่มคนข้างบ้านเธอนั่นแล้วแหละ พอดีฉันกับลูแปงมีปัญหานิดหน่อยน่ะ” ฟูจิโกะพูดพลางมองไปที่สารวัตรเซนิงาตะที่กำลังวิ่งไล่ตามลูแปงอยู่
“โดนจับได้เรื่องขโมยของอีกล่ะสิ งานนี้ฉันขอผ่านนะ ฉันไม่เกี่ยวด้วย” ไฮบาระพูดเสียงเบา กลัวสึบารุจะได้ยิน
“ฉันขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปส่งน่ะ ยังไงก็กลับดีๆนะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะไปเอาของที่สัญญาไว้นะจ๊ะ จุ๊บๆ” พูดจบฟูจิโกะก็กดวางสายไป  ก่อนจะรีบไปช่วยลูแปงให้ขึ้นรถหนีออกมา
“หายไปไหนไวชะมัด หนอย....ฝากไว้ก่อนเถอะลูแปง....ฉันจะจับแกให้ได้” สารวัตรบ่นอุบหลังจากลูแปงคลาดสายตาไป
“จ้างให้ก็จับไม่ได้หรอกจ้ะลุงจ๋า” ลูแปงพูดไปขำไปอยู่บนรถ เมื่อเห็นท่าทางของสารวัตรที่มองหาตนไม่เจอ
“ไปทำอีท่าไหนให้สารวัตรตามมาได้ล่ะเนี่ย ฮึ” ฟูจิโกะถาม
“ไม่รู้เหมือนกันแฮะ?” ลูแปงก็งงๆอยู่เหมือนกันว่าสารวัตรมาได้ยังไง
“สงสัยความรู้สึกคันยิกๆที่เท้าเมื่อกี้คงมาจากสารวัตรล่ะมั้งเนี่ย ตอนแรกฉันนึกว่าเจ้าหนุ่มผมแดงนั่นเป็นตำรวจซะอีกอ่ะ”
(เกือบถูกเลยแหละเฮียเค้าเป็น FBI ตะหากล่ะ)

“นั่นสินะ” ฟูจิโกะพูดอย่างเห็นด้วยก่อนจะขับรถไกลออกไป
...

“นี่ๆ สรุปว่าไงล่ะ ถ้ามีแฟนอายุมากกว่าก็ไม่เป็นไรใช่มั้ย?” สึบารุถามต่อ หลังจากเห็นว่าไฮบาระวางสายแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอก ถ้าฉัน...โตกว่านี้น่ะนะ” ไฮบาระตอบน่านิ่ง
“โธ่...ฉันนึกว่าการที่องค์หญิงให้เกียรติชวนอัศวินมาลอยกระทงด้วยเนี่ย 
เพราะ มาลอยแบบคู่รักซะอีกนะเนี่ย” สึบารุพูดทีเล่นทีจริง
“คุณรู้เรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ คิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน ฉันน่ะยังเป็นเด็กประถมเองนะ ระวังคุกไว้ให้ดีเถอะ ฉันว่าคุณเองก็ไม่ได้ดีกว่าคนร้ายเมื่อกีํซักเท่าไหร่หรอก” ไฮบาระหน้าแดงขึ้นมาทันที ครั้งนี้เธอพลาดจริงๆนั่นแหละ
“ก็ดูสิคนที่มาลอยที่นี่ก็มีแต่มาเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อนหรือไม่ก็มากับคนรักทั้งนั้นแหละ” สึบารุพูดพลางชี้ไปรอบๆ
“ก็จริงนะ งั้นนายเป็นแค่อัศวิน ก็มาลอยกระทงกับฉันในฐานะเพื่อนก็มากพอแล้วล่ะมั้ง” ไฮบาระตอบตาขวาง
“เฮ่อ อย่างน้อยเป็นเพื่อนก็ยังดีนะ แล้วเราจะไปไหนกันต่อดีล่ะ” สึบารุถามพร้อมกับจูงมือไฮบาระไว้แน่นขึ้น
“กลับกันเถอะ เดี๋ยว ดร. เป็นห่วง” ไฮบาระตอบ
“ก่อนกลับฉันขอพาเธอไปที่ๆนึงก่อนได้มั้ย” สึบารุถาม
ไฮบาระพยักหน้ารับเฉยๆเป็นการตกลงโดยไม่ได้พูดอะไร  สึบารุจึงพาไฮบาระไปขึ้นรถที่เขาเช่ามาขับไปยังที่ๆเขาตั้งใจไว้
“นี่เราจะไปไหนเหรอ...” ไฮบาระถามร่างสูงเสียงเบา
“เอเชียทีคน่ะ” พูดจบเขาก็ขับรถออกไป
................................................................................................
ตลอดทางไฮบาระแกล้งหลับมาตลอดเพราะขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับสึบารุ
จนถึงที่หมายสึบารุจึงปลุกไฮบาระ
“ถึงแล้วล่ะองค์หญิง” สึบารุเรียกพลางเอามือปัดผมที่บังหน้าให้ไฮบาระ
“อือ” ไฮบาระลืมตามาทำเสียงครางงัวเงีย
ทั้งสองคนเดินไปยังชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ โดยมีชายร่างสูงนำไป



ที่นั่งภายในชิงช้าสวรรค์นี้ภายในติดแอร์ มีกระจกใสโดยรอบ และขนาดนั่งได้สี่ถึงห้าคน 
แต่สึบารุจ่ายค่าเข้าเหมาไป 1 กระเช้า เพื่อให้เขาขึ้นกับไฮบาระขึ้นไปเพียงสองคน
“คิดว่ารวยมากนักรึไงเนี่ย ฉันนั่งรวมกับคนอื่นได้นะ” ไฮบาระไม่พอใจกับการใช้เงินของสึบารุ
“แบบนี้จะได้ไม่มีใครบังวิวเธอไงล่ะ” สึบารุตอบ
“แล้วอีกอย่าง..” สึบารุเอาหน้ามาใกล้ไฮบาระ จนจมูกชนจมูก
“ฉันก็อยากจะอยู่กับเธอสองต่อสองด้วยยังไงล่ะ” พูดจบก็ยิ้ม ก่อนจะชักหน้ากลับไปแล้วมองออกไปดูยังวิวรอบๆด้านล่าง 
ตอนนี้กระเช้าเริ่มหมุนขึ้นมาอยู่สูงแล้ว 

นี่แหละถึงจะเรียกว่าเปิดหูเปิดตาอย่างที่เธอตั้งใจองค์หญิง สึบารุคิดถึงคำพูดที่ไฮบาระคุยกับโคนันที่เค้าได้ยินจากเครื่องดักฟัง

“สวยจัง” ไฮบาระเผลออุทานออกมาเมื่อลองมองออกมายังวิวด้านนอกบ้าง แววตาของเธอเป็นประกาย และมีรอยยิ้มแบบที่เขาไม่เคยได้เห็นมาก่อน ชายหนุ่มลอบมองสีหน้าของเด็กสาวที่เอามือข้างนึงเกาะกระจกดูวิวด้านนอกอยู่พร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ มือไม้ของเขาเริ่มอยู่ไม่สุขคว้าร่างบางมากอดแล้วนั่งบนตักของตัวเอง ก่อนที่ไฮบาระจะตกใจแล้วพยายามจะดิ้นออกมาจากแขนเขา





“นี่ทำบ้าอะไรเนี่ย” ไฮบาระถามหน้าแดง แต่สักพักก็เริ่มดิ้นเบาลงเมื่อเห็นว่าการกระทำหยุดลงแค่การให้เธอมานั่งตักเท่านั้น
“อยู่แบบนี้ดีกว่านะแอร์มันเย็นน่ะ ฉันขอยืมตัวหน่อยนะ ไม่ได้เอาเสื้อหนาวมาน่ะ” สึบารุหาข้ออ้างกอดเด็กสาวไว้

ทั้งสองดูวิวอยู่ในท่านั้นเนิ่นนนาน จนกระทั่งกระเช้าหยุดลง
“นี่ปล่อยฉันลงได้แล้ว” ร่างเล็กประท้วงหลังจากกระเช้าหมุนมาจนถึงด้านล่าง
“อ๊ะ โทษทีนะ” สึบารุค่อยๆคลายแขนออกให้เด็กน้อยเป็นอิสระ
“กลับกันเถอะ” ไฮบาระบอกก้มหน้าก้มตาหน้าแดงเรื่อ แล้วรีบเดินนำไปที่รถ
“อะไรอีกล่ะท่าทางนั่นน่ะ หึหึ” สึบารุขำกับท่าทางของไฮบาระ
“เชอร์รี่..” สึบารุเผลอหลุดเรียกโค้ดเนมของไฮบาระ
ความเงียบและความตึงเครียดเข้าครอบคลุมคนทั้งสองทันที

“เมื่อกี๊คุณพูดว่าไงนะ..” ไฮบาระหันกลับมาแล้วเริ่มถอยห่างสึบารุอย่างไม่วางใจ
“เอ่อโทษที..ฉันท่องคำว่าเชอร์รี่ไว้น่ะ พอดีมีคนฝากซื้อจากที่นี่น่ะเดี๋ยวจะลืม” สึบารุแถจนสีข้างถลอก
“งั้นเหรอ ถ้างั้นกลับกันได้แล้วล่ะ” ไฮบาระปรับสีหน้ามาเป็นปกติ ทั้งสองจึงขึ้นรถกลับออกมา
...............................................................................................

แล้วสึบารุก็มาส่งไฮบาระที่ลานจอดรถด้านข้างโรงแรม
“ฉันส่งแค่นี้นะ เดี๋ยว ดร. จะสงสัยเอาว่าทำไมฉันถึงได้มากับเธอได้” สึบารุบอก
“นี่...เรื่องคืนนี้น่ะ ห้ามบอก ดร.เด็ดขาดนะ นายอัศวิน” ไฮบาระสั่งสึบารุ
“น้อมรับคำสั่ง องค์หญิง” สึบารุตอบรับไฮบาระ
“แต่หม่อมฉันขอรางวัลตอบแทนหน่อยนะ” ว่าแล้วสึบารุก็เอามือโอบไหล่ไฮบาระก่อนจะจุมพิตที่ปากเล็กขององค์หญิงเบาๆ ร่างเล็กได้แต่ตะลึงอย่างไม่ทันขัดขืน
“ขอบพระทัย องค์หญิง” สึบารุพูดจบก็เดินมาเปิดประตูให้ไฮบาระที่เดินลงจากรถด้วยท่าทางไร้สติ เหมือนกับว่าใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปแล้ว  สายตาของเด็กสาวเดินเหม่อเหมือนเวลาหยุดไว้ที่วินาทีที่เค้าจูบเธอ ไฮบาระเดินเหม่อไปยังทางเข้าโรงแรมโดยไม่ได้หันมามองคนขับที่แอบยิ้มกับท่าเดินละเมอของร่างเล็กนั่น 
“จะเดินถึงห้องมั้ยนั่นน่ะ” สึบารุแอบแซวเสียงเบาๆจากบนรถ
เขาเห็นไฮบาระเดินขึ้นที่พักไปแล้วก็ขับรถกลับไปยังที่พักของตนเอง
................................................................................
ณ ห้องพักของ ดร.เสียงกดกริ่ง ของร่างเล็กก็ดังขึ้น
“อ้าว ไอคุงขึ้นมาคยเดียวเรอะ” ดร.ที่กลับมาก่อนออกมาเปิดประตูห้องให้
“ค่ะ ฟูจิโกะเค้าส่งแค่ข้างล่างน่ะค่ะ” ไฮบาระรีบพูดตัดบท
“แล้ววันนี้ไปเที่ยวมาเป็นยังไงบ้างสนุกมั้ย” อากาสะถาม แต่ไฮบาระได้ยินเป็นสวีทมั้ย
“เปล่านะคะไม่ได้สวีทอะไรกันนะคะ” ไฮบาระรีบแก้ตัว
“สวีทอะไรเหรอ...นี่...ไอคุง ฉันถามว่าสนุกมั้ยน่ะ” อากาสะถามย้ำอีกรอบ
“อ่อ..อ๋อ สนุกค่ะ สนุกมาก ฟูจิโกะคุยสนุกดะ...ดีค่ะ หนูขอตัวไปอาบน้ำนะคะ” พูดจบไฮบาระก็หน้าแดงไปเตรียมเสื้อผ้าอาบน้ำ
“หนูไอเป็นอะไรของเขาล่ะเนี่ย ไปทำอะไรมากันแน่น่ะ” อากาสาะพูดเบาๆกับตัวเอง
ไฮบาระเข้ามาในห้องน้ำแล้วล็อคประตู เธอหน้าแดงมองไปที่กระจกแล้วรีบเอามือเปิดน้ำก๊อกมาล้างปากของตัวเอง
พร้อมกับคิดในใจ “คนบ้า คนบ้า อัศวินบ้า โลลิคอนบ้า บ้า บ้า บ้า”
..........................................................................
  ด้านสึบารุเมื่อถึงที่พักเขาค่อยๆถอดแว่นตา
วิกผม และเสื้อผ้าออกจนเหลือแต่เสื้อกล้ามสีดำและกางเกงขายาว กับใบหน้าที่แท้จริง(ใบหน้าของชู) 
แล้วก็เดินมาที่ระเบียงที่พัก เพื่อมองขึ้นไปยังพระจันทร์เต็มดวงที่อยู่บนท้องฟ้ายามนี้
“ฝันดีนะองค์หญิง” พูดจบก็เดินถอยออกกลับเข้าห้องไป



..........................จบตอน สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะ.....................................

ผลงานอื่นๆ ของ ainaniya4869

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 SK-SaKU
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 20:19
    ความโลลิค่อนนี้ ฮา

    เฮียเขารุกหนักอยู่เหมือนกันนะคะ เป็นอัศวินที่ค่อนข้างฉวยโอกาสกับเจ้าหญิงของเราเสียเหลือเกิน

    แต่เจ้าหญิงของเราก้อจำยอมอัศวินคนนี้ตลอด 

    จริงๆเพิ่งได้ดูการ์ตูนภาคที่มีลูแปง ชอบที่ไอจังอยุกับฟุจิโกะ พอมาต่อยอดเป็นฟิคยิ่งรุสึกดี ยังไงซะไอจังก้อคือผญ.คนนึง น่าจะมีมุมแบบนี้บ้าง

    ส่วนพ่ออัศวินนี่ก้อนะ ตามปกป้องเจ้าหญิงต่อไปล่ะ ฮา
    #3
    0
  2. #2 Z_MiwA
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 02:57
    เรื่องนี้สนุกค่ะ ชอบๆ มีฟูจิโกะกับลูแปงมาแจมด้วย น่ารักดีค่ะ
    #2
    0
  3. #1 Haibaru
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 00:37
    ชอบจุงเบย โลลิคอนสุดๆ
    #1
    1
    • 6 มกราคม 2559 / 00:42
      ขอบคุณค่ะ >_<
      #1-1