เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 ขอโอกาส 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    28 เม.ย. 61


นานทีจะได้มีวันหยุดพักผ่อน ชายหนุ่มที่โหมงานหนักมาตลอดจึงใช้เวลาที่พอว่างมาออกกำลังกายบ้าง

ธนเศรษฐ์มาใช้บริการยิมซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดฯ ที่อัศวเศวตรกุลซึ่งเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นที่นี่สำหรับเขาจึงเปรียบเสมือนบ้านที่สบายใจเสียยิ่งกว่าคฤหาสถ์หลังโตๆ ที่แทบไม่มีความสุขเลย

หากเรื่องที่ดูไม่น่ายินดีก็คือ ไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวที่ย้ายมาอยู่ที่นี่

เหมวิทย์ในชุดออกกำลังกายเดินเข้ามาประจำเครื่องวิ่งที่ว่างข้างๆ ธนเศรษฐ์ซึ่งออกกำลังกายมาได้สักพัก

ยินดีด้วยนะกับตำแหน่งประธานบริหารผู้เป็นน้องที่เกิดหลังท่านประธานหนุ่มไม่กี่เดือนทักทาย

เหมวิทย์เป็นลูกของหิรัญซึ่งเป็นลูกคนกลางของปู่ ขณะที่เขาเป็นลูกของพ่อซึ่งเป็นลูกคนโตของท่าน นอกจากจะมีลูกชายสองคนแล้วเจ้าสัวสุวัฒน์กับเพ็ญแขยังมีลูกสาวคนเล็กชื่อยานี ซึ่งอาทุกคนล้วนแต่ไม่ชอบเขาเท่าไร

เหมวิทย์อายุไล่เลี่ยกับธนเศรษฐ์หากแต่อ่อนกว่าเพียงไม่กี่เดือน เขาเป็นคู่แข่งทางการงานที่ยังกังขาในใจว่าเหตุใดปู่จึงไม่ยกตำแหน่งประธานบริหารให้หิรัญที่มีวุฒิภาวะและประสบการณ์มากกว่า แต่กลับให้อดีตคนเกเรที่ไม่น่ามีศักยภาพพอที่จะบริหารไป

ยินดีด้วยเหมือนกันที่รักษาตำแหน่งเดิมได้โดยไม่ต้องเลื่อนขั้น

คนถูกหยอกขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ หากแต่ก็พยายามแค่นยิ้มออกมา ต่างจากธนเศรษฐ์ที่ถูกกวนประสาทซึ่งดูไม่มีท่าทีสะทกสะท้านต่อคำพูดของเขา

ปู่ก็แค่อยากจะให้ไอ้คนอัปรีย์แก้คำสบประมาทของญาติๆ เท่านั้นแหละ แต่อีกไม่นานปู่ก็จะรู้ว่าแกมันไม่ได้เรื่อง เชื่อฉันเถอะว่าปู่จะต้องปลดแกออก และฉันก็จะเป็นคนทำหน้าที่แทน

เหมวิทย์และธนเศรษฐ์เป็นเหมือนไม้เบื่อไม้เมากันมานาน เพราะฉะนั้นการที่พูดหาเรื่องคนมีศักดิ์เป็นญาติผู้พี่เช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องปกติ

ก็คอยดูสิ แต่ฉันว่าคงไม่มีอะไรน่าอายเท่ากับการคุมธุรกิจที่มีอยู่แล้วต้องขาดทุนยับหรอก

คนมีความสูงน้อยกว่าสะอึก เรื่องนี้รู้กันเพียงในฝ่ายเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเล็ดลอดไปถึงคนที่เขาไม่อยากให้รู้ได้

การตบตาสร้างตัวเลขง่อยๆ ขึ้นมาเพื่อบิดเบือนความจริง ถ้าดูไม่ออกก็โง่เต็มทนแล้ว

เหมวิทย์รู้สึกหน้าชาทันที แต่เขาก็ยังเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่แสดงท่าทีตื่นเกร็งให้อีกฝ่ายเห็น

เพิ่งรับตำแหน่งไม่เท่าไร แต่ดูเหมือนจะมีพวกเบี้ยใบ้คอยเป็นหูเป็นตาให้รอบด้านเลยนะ

อีกฝ่ายไม่สนใจเขาทำเพียงออกกำลังกายต่อไป ไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ ทำเพียงเหมือนเหมวิทย์เป็นอากาศซึ่งนั่นเรียกความโกรธให้คนที่ถูกเมินเพิ่มเป็นทวีคูณ

พ่อของแกต้องตายก็เพราะแก พี่ชายคนเก่งของแกที่ถูกคาดหวังว่าจะต้องเป็นผู้นำก็ต้องมาตายเพราะแกอีก ได้ข่าวว่าช่องเกศรไม่ยอมเซ็นสัญญาขายหุ้นกับเราแต่ดันไปร่วมมือกับบริษัทคู่แข่งอย่างไอ้พวกพิพัฒน์ภักดีแทน อย่างนี้ไม่เรียกว่าตัวอัปรีย์แล้วจะเรียกว่าตัวอะไร

ธนเศรษฐ์กำหมัดแน่น ความโกรธที่พยายามจะเหยียบไว้แน่นได้ระเบิดอารมณ์ของเขาจนอยากต่อยคนปากเสียตรงหน้าให้หลาบจำ

เหมวิทย์พูดเหน็บแนมมาตั้งแต่เขาเป็นเด็กจนกระทั่งถึงตอนนี้ ซึ่งหากเขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งของประธานบริหารบริษัทใหญ่ก็คงไม่ทน และซัดหน้าคนปากดีเหมือนในครั้งที่ผ่านๆ มา

ทำไม โกรธเหรอ ไอ้คนเฮงซวย ไอ้ลูกไม่มีพ่อ ไม่สิ ต้องไอ้ลูกทรพีฆ่าพ่อของตัวเองมากกว่า

ความอดทนของคนมีปมขาดสะบั้น เขาลงออกจากลู่วิ่งแล้วกระชากคอเสื้อของคนที่ไม่เคยนับเขาเป็นพี่เป็นน้องกับมัน

อย่าเลยครับพี่นาย ถึงต่อยปากไปคนอย่างพี่ชายก็ไม่สำนึกหรอกมโนพัศซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของยานีซึ่งมักไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวหรืออยากทำงานที่บริษัทใหญ่พูดแทรก แม้ว่าแม่ของเขาจะพยายามเคี่ยวเข็ญให้ลูกชายมีหน้าที่ตำแหน่งงานที่ดี หากแต่หนุ่มลูกครึ่งออสเตรียก็ไม่อยากแข่งขันกับพี่น้อง มโนพัศจึงหันไปหยิบจับอย่างอื่นตามที่ตนชอบซึ่งก็ประสบความสำเร็จเกินที่หลายๆ คนในครอบครัวคาดคิด

ถึงพี่นายจะต่อยเขาไปก็เสียมือเปล่าๆ อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลยครับ

ธนเศรษฐ์พยายามใจเย็น ควบคุมสติอารมณ์ก่อนจะปล่อยลูกพี่ลูกน้องที่มีสรีระเล็กกว่าลง

เหมวิทย์รู้สึกยินดีเล็กน้อยที่เขาได้ปลุกปมของคนหน้าตายมาหลายปีจนตื่นขึ้นอีก หากแรงที่กระชากเขาเมื่อครู่ทำให้ตัวเองเสียหน้าเพราะถูกยกจนเท้าแทบลอยจากพื้น ชายหนุ่มจึงทิ้งประโยคหาเรื่องไว้ก่อนจะเดินจากไป

อย่าคิดว่าจะได้ทุกสิ่งไปง่ายๆ เพราะพอถึงที่สุดแล้ว แกจะไม่เหลืออะไรสักอย่าง แม้แต่คู่หมั้นของแก!”

มโนพัศได้แต่ส่ายหน้ากับความรั้นและพาลใส่คนอื่นของเหมวิทย์ ทั้งที่ผลงานและความสามารถตัวเองยังคงไม่มีเท่าธนเศรษฐ์ ซึ่งปู่ก็คงจะเล็งเห็นถึงจุดนี้ แต่ที่เหมวิทย์ยังคงทะนงตัวนั้นก็เพราะว่าผู้ให้กำเนิดพยายามปลูกฝังว่าลูกชายเก่งกว่าและสมควรจะได้รับทุกอย่าง

พี่นายอย่าไปถือสาพี่ชายเลยนะครับ คนอย่างพี่ชายก็พูดแต่ปากเท่านั้น เขาไม่กล้าทำอะไรจริงๆ หรอกซึ่งเหมวิทย์มักพูดแขวะหาเรื่องธนเศรษฐ์มาตลอด ทว่าไม่เคยถึงขั้นคิดทำร้ายรุนแรงนิสัยนี่ต่างจากลุงรัญมาก พ่อออกจะใจเย็น แต่ลูกชายกลับใจร้อน พูดไม่คิด นี่เขาเป็นพ่อลูกกันจริงๆ รึเปล่าครับ

หิรัญไม่ได้ตั้งแง่กับทั้งธนเศรษฐ์เหมือนอย่างที่ลูกชายแสดงออก เขายินดีมากเสียด้วยซ้ำที่ปู่ยกตำแหน่งซีอีโอและประธานให้หลานชาย เพราะคนเป็นอาไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะพาบริษัทไปตลอดรอดฝั่งรึเปล่า

จริงๆ ก็ไม่ได้ถือสาปากหมาๆ ของมันหรอก ถ้ามันไม่เอาเรื่องในอดีตบ้าๆ ขึ้นมาพูดคนเป็นพี่ชายที่นั่งพักบนม้านั่งตัวไม่ไกลยกน้ำขึ้นจิบ ซึ่งน้องชายที่ไม่เคยตั้งแง่กับเขาเหมือนเหมวิทย์ก็ตามมาคุยด้วย

มโนพัศจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและโทที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาก็เพิ่งจะกลับมาทำงานที่เมืองไทยมาได้ไม่กี่ปี

แล้วเป็นไงบ้าง ไร่บุญจันท์จะเริ่มเปิดเมื่อไร

สิ้นปีนี้ครับ เหลือเพียงแต่ปลูกต้นไม้ประดับ แล้วก็ผลไม้ที่ต้องลงเพิ่มอีกบางชนิด ส่วนสัตว์ก็น่าจะมีมาเพิ่มอีก

มโนพัศไม่อยากที่จะเข้ามาทำงานบริหารที่บริษัท เขาจึงไปจับงานอสังหาริมทรัพย์แทนซึ่งดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวย ทั้งเรื่องไร่บุญจันทร์ที่ตั้งใจทำเป็น Social Enterprise ในนามขององค์กร เพื่อสร้างให้คนในชุมชนมีอาชีพทำมาหากินและอยู่ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งปู่เองก็สนับสนุนกับแนวคิดของเขา

นี่ไม่อยากจะขึ้นมาบริหารงานด้านอื่นแล้วเหรอคนเป็นพี่ถามราวกับอยากได้คนช่วยแบ่งเบาภาระ

ทำไมครับ พี่นายเบื่อแล้วเหรอคนเป็นน้องชายพูดหยอก ไม่ได้ตั้งใจให้สะกิดแผลใจพี่ชายแม้แต่น้อย

บางทีพี่อาจจะไม่เหมาะที่จะขึ้นตำแหน่งนี้ก็ได้ เพราะถ้าพี่ขุนยังอยู่ อะไรๆ ก็อาจจะดีกว่านี้แววตาคนพูดมีรอยเจ็บช้ำ ทำให้คนฟังรู้ดีว่าธนเศรษฐ์ยังคงเจ็บปวดจากการสูญเสียพี่ชายที่เขาเป็นต้นเหตุ

พี่นายอย่าโทษตัวเองเลยนะครับ เพราะสถานการณ์ตอนนั้นไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก

ธนพลเป็นคนดีเสมอ เขาเป็นพี่ชาย ลูกชายและหลานชายที่ดี ไม่เคยทำให้คนในครอบครัวผิดหวังแม้แต่น้อย ทว่าชีวิตคนดีๆ อย่างนั้นกลับต้องมาถูกพรากไปก็เพราะเขาน้องชายที่ใครๆ ก็ต่างกล่าวหาว่าไม่ได้เรื่อง

 

แม้ว่าพ่อเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาล แต่ชนกานต์ไม่สามารถดูแลท่านต่อได้เพราะต้องรีบกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ

คืนที่ผ่านมา หญิงสาวจึงไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาล ขณะที่ฝากอาจารย์เมฆพักที่บ้านลุงมีซึ่งพอมีห้องนอนรับแขกอยู่บ้าง ทั้งยังขอยืมเสื้อผ้าของลุงให้อาจารย์หนุ่มซึ่งเขาก็ไม่แสดงท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด

บ้านของลุงมีและป้าดาอยู่ติดกับสวนผลไม้ รอบๆ จึงเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ทำให้บ้านดูร่มรื่น ทั้งตัวบ้านก็ทำจากไม้ อากาศในบ้านจึงไม่ร้อนและโปร่งเย็นสบาย เหมาะสำหรับคนมีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงอย่างพ่อของเธอ

ปกติแล้วเมื่ออยู่ว่างๆ พ่อก็มักจะช่วยคนที่ลุงกับป้าคัดผลไม้สำหรับนำไปขายอยู่แล้ว ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทำให้พ่อไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เพราะหลังจากเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นเมื่อหกเจ็ดปีก่อน สภาพจิตใจของพ่อก็ย่ำแย่มาก ซึ่งกว่าจะเยียวยาได้รอยยิ้มเหมือนทุกวันนี้ก็ค่อนข้างยากลำบาก

ข้าวอยากอยู่ดูแลพ่อจังคนเป็นลูกสาวเข้าไปออดอ้อนออเซาะพ่อเหมือนที่เคยทำบ่อยๆ

ไม่ได้ ลางานมาตั้งสองวันแล้ว พ่อไม่เป็นอะไรหรอก อยู่อย่างนี้มาตั้งนานแล้วเสียงของชายกลางคนที่มีผมขาวแซมผมดำบนใบหน้าที่ซีดโทรมและผอมเกินกว่าคนปกติ เอ้อ ไปเอาผลไม้ที่พ่อแบ่งไว้ให้ไป เอาแบ่งอาจารย์เขาด้วย

ชนกานต์ยิ้มแล้วรีบไปเอาของฝากที่พ่อให้ก่อนจะเตรียมออกเดินทางอีกหนึ่งชั่วโมง

เหลือเพียงสองบุคคลที่อยู่กันตามลำพัง ชายวัยกลางคนที่ผ่านโลกมามากจึงเอ่ยถามในเรื่องที่เขาพอมองออก

อาจารย์ชอบข้าวมันใช่ไหมครับ

หม่อมหลวงวรทย์ยิ้มอย่างเก้อเขิน การแสดงออกของเขาค่อนข้างชัดเจนในสายตาทุกคน แต่สำหรับหญิงสาวแล้วดูเหมือนว่าเธอจะทำเป็นมองไม่เห็น

ครับ แต่ดูเหมือนเธอจะมีบางอย่างในใจ

...ข้าวมันเจอเรื่องผิดหวังมาเยอะ เป็นเด็กน่าสงสาร ที่ผ่านมาก็พยายามทำเพื่อคนอื่นตลอด ทั้งที่มันสามารถทิ้งพ่อไปได้ แต่มันกลับไม่ทำชาญณรงค์ยกมือขึ้นไหว้อาจารย์หนุ่ม ซึ่งพอได้เห็นอีกฝ่ายก็รีบปรี่เข้ามาห้าม

ทำอะไรครับคุณลุง

ผมจะขอร้องอาจารย์ ขอให้อาจารย์จริงใจกับมัน นอกจากผม ข้าวมันก็ไม่มีใครแล้วครับ แต่ถ้าอาจารย์ไม่ได้คิดอะไรก็ขอให้อาจารย์อย่ายุ่งกับมันเลย

คนถูกขอร้องชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนทำอะไรไม่ถูก เรื่องความรู้สึกของเขานั้นค่อนข้างแน่ชัด แต่เรื่องจะจริงจังคงต้องขึ้นอยู่กับชนกานต์ เพราะเธออาจไม่คิดเช่นเดียวกันกับเขา

อาจารย์…” คนป่วยยังคงเร่งเร้ารอคำตอบ ชายหนุ่มจึงตอบอย่างสัตย์จริง

ผมจริงจังที่จะคบกับเธอ แต่ข้าวผมไม่แน่ใจว่าเขาจะรู้สึกยังไงกับผม

พูดเพียงเท่านั้นร่างบอบบางที่หายไปเอาผลไม้ถึงสามถุงก็กลับมาจึงทำให้การสนทนาของทั้งสองคนต้องยุติลง

เยอะไปไหมจ๊ะพ่อเธอชูของที่อยู่ในมือขึ้นเพื่อถามให้แน่ใจ

ไม่เยอะไปหรอก เอาไปกินเถอะ ข้าวกินเก่ง เดี๋ยวไม่กี่วันก็หมดแล้ว

ชนกานต์มองบิดาในเชิงงอนอย่างไม่จริงจัง ทั้งสามคนพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะเดินทางลาจากกัน

 

ระหว่างทางกลับเหมือนความเงียบจะเกิดขึ้นหลังจากที่หญิงสาวเผลองีบหลับไป พอตื่นมาอีกทีเธอก็พบว่าเสื้อสูทสีครีมเข้มของเจ้าของรถกำลังคลุมบนตัวอยู่ ชนกานต์จึงรีบพับเก็บคืนเจ้าของทันทีที่รู้ตัว ทว่าชายหนุ่มไม่รับ เขาบอกว่าให้เธอคลุมกันหนาวไว้ก่อน แต่หญิงสาวกลับไม่ทำเช่นนั้น เธอกระอักกระอ่วนเกินไปที่จะรับของของเขามาใช้ อีกทั้งยังรู้สึกเกร็งมากขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงสาเหตุบางอย่างที่ทำให้เขาดีกับเธอ

คุณรู้ใช่ไหมว่าผมคิดยังไงกับคุณจู่ๆ เสียงทุ้มก็ทลายความเงียบ หากนั่นทำให้หญิงสาวลำบากใจหนักขึ้น

ไม่รู้สิคะ ข้าวว่าบางทีอาจารย์กำลังอาจจะสับสน ที่สำคัญเรื่องของเรามันเร็วเกินไปค่ะ คุณเป็นถึงอาจารย์ ส่วนข้าว...

มันเร็วเกินไปหรือว่าคุณไม่คิดจะเปิดใจ

หญิงสาวก้มหน้าลงพร้อมทั้งเม้มปากแน่นกับความจริงของตัวเอง ที่ผ่านมาเธอไม่สามารถคิดถึงใคร หรือมีใจให้ใครทั้งนั้นเพราะในเมื่อเธอยกให้เขาคนนั้นไปแล้ว...ยกไปนานแล้ว

ที่จริงแล้วในใจคุณยังไม่เคยลืมเขาได้ใช่ไหมอาจารย์หนุ่มยังคงถามในเชิงซัก ซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงสามารถอ่านใจเธอออกได้ขนาดนั้น

ชนกานต์เพียงยิ้มบางๆ ผิดกับนัยน์ตาที่แสดงออกมาอย่างเศร้าสร้อย

มันไม่ได้สำคัญว่าข้าวลืมเขาได้รึเปล่าเธอพูดขณะที่ยกจี้ตรงคอขึ้นมามอง แต่ข้าวไม่อยากดึงรั้งชีวิตใครไว้อีก

หม่อมหลวงวรทย์พอเข้าใจความรู้สึกของเธอ ในช่วงที่เขาอยู่บ้านสวน นิราวรรณเคยบ่นเกี่ยวกับชนกานต์ให้เขาฟังว่า ที่ผ่านมาหญิงสาวยังปักใจอยู่กับคนรักเก่าจนไม่สามารถคบหากับใครได้

ความรักก็เป็นเช่นนี้...ทำให้คนเราพร้อมที่จะสุขและทุกข์ได้ในคราวเดียวกัน ทั้งที่รู้ แต่คนเราก็ยังเลือกที่จะรัก...

ผมไม่รู้ว่าอดีตคุณเคยเจอกับอะไรมาบ้าง แต่การที่ชีวิตใครตกต่ำมันไม่ได้เป็นผลมาจากคุณแน่นอน คนเรามีชีวิตโดยที่ตัวเองเป็นคนกำหนด จะทุกข์จะสุขก็อยู่ที่ตัวเอง เพราะฉะนั้นอย่าโทษตัวเองเลยนะครับ ถ้าคุณไม่กล้าที่จะคบกับผมก็ขอให้เปิดใจยอมที่จะศึกษากันบ้างได้ไหม

“…”

ครอบครัวผมไม่ได้มองคนเพียงแค่ฐานะ ขอให้คนคนนั้นเป็นคนดีและเข้ากับเราได้ก็พอแล้วเขายังคงพูดต่อไปแต่ชนกานต์ไม่ได้รู้สึกคล้อยตามตามเลยแม้แต่น้อย

ทำไมกันนะ เธอตั้งใจแล้วว่าจะลืมอดีตไปให้ได้ แต่กลับไม่เคยเปิดใจให้ใครได้เลย ทั้งที่ตั้งใจแล้ว แต่ก็ยังล้มเหลวจนต้องล่าถอยกลับไปสู่จุดเดิม...จุดที่เธอไม่เคยลืมเขา

แล้วต่อจากนี้ไปล่ะ เธอจะปล่อยให้ตัวเองคิดถึงเขา...รักเขาอยู่อีกเหรอ...

ชนกานต์สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วหลับตาก่อนจะฝืนตอบชายหนุ่มที่ขับรถไปโดยพยายามไม่ปิดกั้นตัวเอง

...ให้เวลาข้าวหน่อยนะคะ

 ขออนุญาตทำการ REUP นะคะ >< 

ตอนนี้ใครอยากอ่านเรื่องใหม่ จิ้มๆ ที่ >>>รูปเบย 

ตอนนี้เปิดจองเล่มด้วยนะคะ ><

 เรื่องนี้มี E-Book นะคะ (ด้านล่าง) รูปเล่มสามารถติดต่อไรท์ได้ที่เพจ ฟ้าน้ำค้าง ค่ะ 

https://goo.gl/bv85kT

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น