เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 สิ่งที่ยังไม่ลืม 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    29 เม.ย. 61


ธนเศรษฐ์หลับตาพักสมองและสายตาหลังจากใช้งานมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงในการอ่านข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ศีรษะได้รูปผ่อนอิงกับพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ เขากำลังคิดอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับงาน วิธีที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ

พอเข็มยาวหมุนยังไม่ครบสิบนาที เสียงโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังหลับตาอยู่ต้องหยิบขึ้นมาดูและรับสายทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร

พี่นายคะ อาทิตย์นี้พี่นายว่างไหม เสียงหวานของว่าที่คู่หมั้นเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดี

ช่วงบ่ายน่าจะว่าง มีอะไรรึเปล่าธนเศรษฐ์มีนัดดูผังโครงการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าที่จะสร้างแถวพญาไทในช่วงเช้า ซึ่งช่วงบ่ายก็ไม่น่ามีธุระอะไรเร่งรีบ

อะไรกันคะ พรุ่งนี้วันหยุดนะ หม่อมหลวงวรัมพรคิดอย่างเหนื่อยใจแทนคู่หมั้น งั้นช่วงบ่ายไปซื้อของเป็นเพื่อนฟ้าหน่อยนะคะ

ของอะไรเหรอ

ของขวัญวันเกิดให้คุณพ่อค่ะ อาทิตย์หน้าจะวันเกิดท่านแล้วหญิงสาวไม่แน่ใจว่าจะซื้อของให้ท่านแบบไหนดี เพราะทุกปีเธอจะให้การ์ดและของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ตามความต้องการของท่าน แม้เธอจะมีกำลังซื้อของราคาแพงแต่คนเป็นพ่อไม่ประสงค์ที่จะให้เธอใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเพราะยังไม่สามารถหาเงินเองได้ แต่หากตอนนี้หญิงสาวมีเงินเดือนจากงานที่ทำแล้ว เธออยากจะซื้อของขวัญให้ท่านชื่นใจบ้าง ซึ่งธนเศรษฐ์ที่เป็นหลานชายคนโปรดก็น่าจะเป็นตัวช่วยเลือกซื้อของได้ถูกใจพ่อของเธอได้มากที่สุด

จริงๆ ฟ้าก็เกรงใจพี่นายนะคะ แต่พอชวนพี่เมฆ พี่เขาก็ติดสอนพิเศษวันอาทิตย์พอดี เพราะหลายวันก่อนพี่เมฆลาไปใต้ นี่ฟ้าไม่คิดเลยนะคะว่าพี่เมฆจะจริงจังกับผู้หญิงคนนั้นมากขนาดนี้

ธนเศรษฐ์พลันแปลกใจขึ้นเล็กน้อย ไปใต้?

ค่ะ พี่เมฆขับรถไปส่งผู้หญิงที่ชื่อขวัญข้าวที่สุราษฎร์ฯ ได้ยินมาว่าพ่อของเธอป่วยหนัก แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้วค่ะเสียงหวานเล่าเรื่องหัวใจของพี่ชายที่กำลังจะเริ่มผลิบานร่วมกับหญิงสาวซึ่งบังเอิญพบกันอย่างแช่มชื่น

ธนเศรษฐ์ไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ คู่หมั้นสาวจึงเปลี่ยนไปถามถึงเรื่องอาหารมื้อเย็น และเตือนให้เขาหาอะไรรับประทานเพื่อบำรุงสมองอีกสองสามประโยค จากนั้นชายหนุ่มจึงขอวางสายไป

ธนเศรษฐ์ผ่อนลมหายใจเบาๆ ก่อนจะเปิดลิ้นชักดึงเอกสารประกอบการตัดสินใจซื้อหุ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ขึ้นอ่าน ข้อมือแกร่งสะดุดกับกล่องที่ไม่มีฝาซึ่งใส่สร้อยเส้นหนึ่ง...สร้อยที่เขาพยายามจะทิ้งมันอยู่หลายครั้ง

ชายหนุ่มมองมันอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่คิดจะหยิบขึ้นราวกับเป็นของร้อนที่ไม่กล้าแตะต้อง เพราะรู้ดีว่าถ้าได้จับขึ้นมา มันก็ยากที่จะดึงตัวออกห่างจากห้วงอดีตที่เคยทำให้เขาจมปลักไปกับมัน

ธนเศรษฐ์ยังจำได้ดีว่าเมื่อหลายปีก่อนที่แยกทางกับเธอคนนั้น เขาเคยทิ้งสร้อยเส้นนี้ไปอย่างไม่ไยดี หากสุดท้ายก็กระวนกระวายจนต้องหันไปเก็บมันขึ้นมาอีก...เขาพยายามหาข้ออ้างให้ตัวเองว่าต้องการเตือนใจไม่ให้หลงผิดโง่งมอยู่กับความรักอันหวานชื่นที่เป็นเพียงภาพลวงตา

เงินต่างหากที่เป็นของจริง เงินต่างหากที่ซื้อได้แทบทุกสิ่ง...แม้กระทั่งความรัก

แม้จะคิดไปเช่นนั้น หากชายหนุ่มรู้ดีว่าเหตุผลที่อ้างมานั้นล้วนแล้วแต่หลอกตัวเอง เพราะในบ่อยครั้งทุกชั่วโมงทุกนาทีที่ผ่านไป ภาพของเธอจะวนเวียนเข้ามาอยู่ในหัวทั้งที่ไม่ได้นึกถึง

พอต้องเห็นสร้อยนี้ก็ยิ่งทนนิ่งไม่ได้ ภาพของหญิงสาวคนนั้นค่อยๆ ปรากฏขึ้นแล้วดึงให้เขาหวนคิดถึงสิ่งต่างๆ จนอยากจะขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เคยเชื่อว่ามีอยู่จริงช่วยหมุนเวลาทวนกลับไปอยู่ห้วงอดีตอีกครั้ง หากครั้นพอมีสติ ชายหนุ่มก็รู้ตัวเองดีว่าแม้จะย้อนกลับไปสำเร็จ แต่แล้ววันหนึ่ง เวลาของพวกเขาทั้งสองก็จะเดินกลับมาถึงจุดที่ต้องแยกทางกันอยู่ดี

 

เพียงเดินเท้ามาไม่กี่ร้อยเมตรพวกเขาก็มาถึงคอนโดฯ สูงลิ่ว ที่มีพื้นที่ส่วนกลางคือสระว่ายน้ำน่าลงไปเล่น พอเดินผ่านเข้ามาภายในก็มีส่วนพื้นที่แบ่งไว้สำหรับออกกำลังกาย เดินเข้ามาอีกหน่อยก็เป็นพื้นที่รับประทานอาหารที่ราคานักศึกษาอย่างเธอไม่กล้าอาจเอื้อม ทั้งบริเวณหน้าลิฟต์ยังมีป้ายที่ติดไว้ด้านบนว่ามีสวนลอยฟ้า

สาวน้อยที่เคยอาศัยแต่บ้านเล็กๆ ของพ่อ จึงเริ่มลังเล

"ข้าวว่ามัน...ไม่เหมาะกับข้าวเท่าไร" เธอหันไปบอกแฟนหนุ่มทั้งที่ตอนนี้มาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของเขา

ภายนอกของธนเศรษฐ์ดูเป็นคนไม่ถือตัว ออกจะดูเซอร์ๆ และเกเรจนเหมือนอันธพาล หากแต่หน้าตาและผิวพรรณของเขากลับขัดกับเปลือกนอกอย่างชัดเจน

ชนกานต์คิดว่าเธอมองเขาผิดมาตลอด ชายหนุ่มเป็นคนมีฐานะมากถึงขนาดอาศัยอยู่คอนโดฯ ที่ดูแพงและหรูหรา

ไม่เหมาะยังไงคนรู้ทันมองอย่างจับผิด เขาพอจะรู้ว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีทางปล่อยคนที่รักเดินออกไปง่ายๆ

ก็...มัน ใหญ่เกินไปหญิงสาวตอบอย่างเกรงใจตามความรู้สึกจริงๆ

แล้ว?

นายพาข้าวไปหาหออื่นเถอะ ข้าวอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก

คนที่พาหญิงสาวมาคอนโดฯ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น มือหนาจับจูงมือของเธอแน่น ขณะอีกมือก็กดรหัสเปิดประตูเข้าไป

ดูสิ แม้แต่กลอนประตูก็ยังดูไม่ธรรมดาเหมือนที่บ้านเธอเลย

เข้ามาสิมือหนากระตุกมือบางอีกครั้ง หญิงสาวจึงต้องยอมเดินเข้าไปในห้อง หากแต่ความรู้สึกกริ่งเกรงก็เปลี่ยนเป็นสะดุ้งทันทีเมื่อได้ยินเสียงประตูลงกลอน กริ๊ก

หลังจากปิดมัน ธนเศรษฐ์ก็พาเธอไปแนะนำส่วนต่างๆ ของห้อง ซึ่งพื้นที่กว้างมากหากเทียบกับหอนักศึกษาทั่วไปที่เพื่อนของเธอเช่าอยู่

สิ่งที่เห็นในห้องทำให้ชนกานต์ตระหนักได้ว่า สิ่งที่ธนเศรษฐ์แสดงออกไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เขามีและอาจจะเป็นเลย

จากกระจกบานใหญ่ของห้องบนชั้นยี่สิบสามสามารถมองเห็นสถานที่สำคัญและที่ต่างๆ ซึ่งตอนนี้เป็นเหมือนจุดเล็กๆ หญิงสาวเห็นมหาวิทยาลัยตัวเองชัดเจน ราวกับที่นี่เป็นจุดชมวิวหรือจอภาพแสดงสภาพการจราจรบนท้องถนนเพื่อวางแผนก่อนออกเดินทางได้

ห้องสุดท้ายที่ชายหนุ่มพามาแนะนำคือห้องนอน ธนเศรษฐ์วางกระเป๋าเสื้อผ้าของหญิงสาวลงบนปลายเตียง แล้วมองหน้าเธอด้วยสีหน้านิ่งเรียบเช่นทุกครา

จัดเสื้อผ้าใส่ตู้แล้วเราจะออกไปกินข้าวเย็นกันชายหนุ่มชี้ตู้ซึ่งสูงลิ่วชิดเพดานตรงข้ามกับปลายเตียงให้แฟนสาวดู ซึ่งเธอก็พยักหน้ารับทราบ

ตัวเตียงในห้องนอนค่อนข้างกว้างถูกปกคลุมด้วยผ้าปูสีน้ำเงินเช่นเดียวกับสีของปลอกหมอนและผ้าห่ม บนพื้นผิวผ้ามีรอยยับเล็กน้อยเหมือนเคยมีใครอาศัยมาแล้ว ซึ่งชนกานต์ไม่อยากจะมองโลกในแง่ร้ายที่ว่าเขาพาใครมาอาศัยที่นี่ด้วยรึเปล่า

หากพอมือบางเปิดตู้เสื้อผ้าออก ความสงสัยของเธอก็กระจ่างขึ้นเมื่อพื้นที่เกือบครึ่งของตู้มีเครื่องแต่งกายของผู้ชายลักษณะเดียวกับที่ธนเศรษฐ์มักใส่เป็นประจำวางไว้อยู่ตรงนั้น

...อย่าบอกนะว่า

นี่ห้องของนาย แต่ตอนนี้มันกำลังจะเป็นของ เราเขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อนหากแววตาดูยียวน

ได้ยังไง แล้วห้องอื่นล่ะ ทำไมนายไม่ให้ข้าวนอนห้องอื่นเธอเห็นว่ายังมีอีกห้องหนึ่งที่เขายังไม่เปิดให้เธอเข้าไปดูซึ่งในทีแรกชนกานต์คิดว่านั่นคือห้องนอนของเขา

ทำไมจะไม่ได้ เตียงมีพื้นที่ไม่พอสำหรับสองคนเหรอ นายก็คิดว่ามันกว้างดีนะ ร่างสูงนั่งลงบนฟูกปลายเตียงแล้วไขว่ห้างแสร้งมองเธออย่างไร้เดียงสา

ชนกานต์ได้แต่เม้มปากแน่น ยิ่งรู้จักธนเศรษฐ์มากขึ้นเท่าไร เธอก็พบว่าเขี้ยวเล็บของเขามีมากขึ้นทุกที

ความอายที่มีมากกว่าทำให้หญิงสาวได้แต่ทำหน้าตัดพ้อแฟนหนุ่มขณะที่แก้มใสแดงปลั่ง

เราเป็นผู้หญิงผู้ชาย ไม่เหมาะเลยนะที่เราจะ...

ที่เราจะอะไร?เขายังเลิกคิ้วแล้วตีหน้าซื่อถามอย่างสงสัย

คนขี้อายจึงได้แต่ยืนค้างและทำแก้มป่องไม่รู้จะทำตัวยังไง ข้าวของของเธอขนออกจากบ้านเกือบหมดแล้วจะให้กลับเข้าไปก็คงไม่ได้ อีกทั้งถ้าหาที่พักภายในวันนี้ก็ไม่น่าจะทัน และที่สำคัญ เธอยังไม่อยากจะไปรบกวนเพื่อนๆ ด้วย ชนกานต์จึงคิดว่าคงต้องขอรบกวนแฟนหนุ่มอาศัยที่นี่ไปก่อน ซึ่งเธอพอมีความเชื่อว่าเขาจะไม่มีทางทำอะไรที่เป็นการล่วงเกินเธออย่างแน่นอน

ไม่มีอะไรหรอก แต่...กลางคืนข้าวขอไปนอนโซฟาข้างนอกได้ไหมเธอเว้าวอนอย่างน่าเห็นใจ ทั้งที่เขาควรจะสละตัวเองมากกว่าเพราะเป็นผู้ชาย ทว่าในพื้นที่ห้องเป็นของของเขา จะให้เจ้าของห้องเด้งออกไปนอนข้างนอกก็ดูไม่ใช่เรื่อง ทั้งเธอยังเป็นคนมาขออาศัยอยู่เองด้วย

แววตาผู้มาขออาศัยสั่นระริกลุ้นระทึกกับคำอนุญาตของเขา ทุกวินาทีที่รอชายหนุ่มเอ่ยปาก ความเกร็งลามไปถึงเนื้อตัว...ทว่าพอถึงเวลาได้ฟังก็ทำให้หญิงสาวนิ่งค้างและอยากจะลมจับทั้งที่ยังยืนอยู่

ไม่ได้ จะต้องนอนที่นี่บนเตียงนี้เท่านั้น!”

 

กลิ่นดอกไม้คละคลุ้งไปทั่วห้องโถง ห้องนั่งเล่น รวมไปถึงห้องรับแขกตามความชอบของคุณนายที่ชอบกลิ่นของมัน ซึ่งกลิ่นอันหอมรัญจวนใจเช่นนี้มาจากการจัดดอกไม้อันเป็นงานอดิเรกประจำของสะใภ้ใหญ่อัศวเศวตรกุล ซึ่งใครก็ไม่สามารถทำผลงานได้สวยเช่นหล่อน

ดอกไม้แต่ละช่อถูกจัดเรียงอย่างงดงามซึ่งนี่คือสิ่งที่คนในบ้านต่างรู้ดีว่าสุวรรณวดีมักชอบทำ เพราะนอกจากจะทำให้หล่อนใจเย็นขึ้น มันก็ยังสามารถปล่อยวางและลืมเรื่องในอดีตไปได้บ้าง

หญิงวัยกลางคนค่อยๆ ใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งและใบจากก้านดอกไม้ปักเข้าไปบนโฟมทีละก้าน จนเหลืออีกเพียงก้านเดียวมือของหล่อนก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของคนคุ้นเคยเดินผ่านเข้ามาในห้อง แม้จะอายุมากขึ้นแต่เธอยังคงดูแลตัวเองให้ดูดี ทว่าตั้งแต่สามีและลูกชายตาย หล่อนก็ไม่เคยออกสังคมเหมือนดังเก่า เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ที่บ้าน และออกข้างนอกเท่าที่จำเป็น

ว่างแล้วเหรอถึงได้กลับมาเยี่ยมบ้านสุวรรณวดีเอ่ยทักลูกชายด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าไร้ความห่วงหา

ครับ แม่สบายดีไหมร่างสูงเดินก้าวเข้ามาใกล้มารดาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นซึ่งวางดอกไม้ไว้บนโต๊ะไม้สักราคาแพง

กินเวลากว่าสองเดือนแล้วที่เขาไม่ได้กลับเข้าบ้านมา

สบายดีคนสูงอายุกว่าหันกลับไปมองดอกไม้ในมือเธอยังคงยิ้มในแบบที่เธอมักจะทำบ่อยครั้งแม่ไปคุยกับคุณนกมาเรื่องหาฤกษ์แต่งงาน ได้กำหนดมาว่าช่วงปลายปีนี้ละ นายว่าโอเคไหม ช้าเกินไปรึเปล่าถึงตอนนี้มารดาจึงค่อยเงยหน้าถามขึ้น

ร่างสูงขมวดคิ้วกับคำพูดของมารดา ทั้งที่เขาเพิ่งจะมา แต่จู่ๆ ท่านกลับพูดอะไรที่ไม่ใส่ใจเขา แต่ธนเศรษฐ์จะหวังอะไรได้ในเมื่อจริงๆ มันก็เป็นเช่นนี้มาตลอด เขาไม่สามารถเรียกร้องอะไรจากแม่ได้ เพราะชีวิตของเขาเป็นของแม่ตั้งแต่เจ็ดปีก่อนแล้วต่อให้เธอสั่งไปตาย เขาก็ต้องทำ

ฟ้าจะขอไปเรียนต่อก่อนครับ เธอเพิ่งเรียนจบ เรื่องแต่งงานอาจจะเร็วเกินไป

ไม่เห็นคุณนกพูดอะไรเลยนี่ เธอบอกแม่ว่าหนูฟ้าตั้งใจจะทำงานกับนาย ยังไม่มีแผนจะเรียนต่อ พอแม่เกริ่นถามเรื่องแต่งงานระหว่างลูกกับหนูฟ้า คุณนกก็เห็นด้วย ผู้ใหญ่ทั้งสองเห็นว่าเราหมั้นกันมานานแล้ว ถึงคุณชายพันธ์จะเห็นว่าเร็วไป แต่ถ้าลูกสาวไม่ได้ขัดข้องท่านก็ไม่ขัดหรอก

มารดาอธิบายสิ่งที่เธอพูดกับนริศรา แม่ของคู่หมายลูกชายเมื่อสามวันก่อน แม้ว่าภรรยาของคุณชายพันธ์จะวางท่าทีขอถามลูกสาวก่อน ทว่าเธอก็พอมองประสงค์ที่แท้จริงออกว่า หล่อนอยากจะให้ลูกแต่งงานกับธนเศรษฐ์มากแค่ไหน ทั้งตัวคุณชายพันธ์เองก็อายุมากแล้วหล่อนจึงอยากเห็นลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝาก่อนสามีจะย่างวัยเจ็ดสิบ

ฟ้าเคยคุยกับคุณอานกไปแล้วครับ แต่คุณอาไม่เห็นด้วยเขาพูดอย่างไม่ยี่หระพลางปลดเนกไทออกตามด้วยกระดุมข้อมือให้คลายลงเหมือนไม่สนใจท่าทีที่เริ่มร้อนรนของมารดา

แล้วทำไมนายไม่แย้งน้อง ที่นี่ก็มีที่เรียนดีๆ ตั้งเยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องไปไกลๆ หรอกสุวรรณวดีเริ่มชักสีหน้าเครียดขึ้น

ธนเศรษฐ์ถอนหายใจครั้งหนึ่ง เขารู้ว่าแม่ต้องการอะไร แต่ก็ไม่อาจฝืนใจคู่หมั้นให้ทำตามอย่างที่ท่านต้องการโดยต้องยอมละทิ้งความฝันของเธอไป

เรื่องแต่งงานสำหรับเขานั้นเห็นว่าจะแต่งเมื่อไรก็ได้ เพราะถึงอย่างไรเขาก็ต้องแต่งงานกับเธอ ถ้าหากหญิงสาวไม่ไปมีใจให้ใครเข้าเสียก่อน

ผมอยากให้ฟ้าทำตามความฝันของตัวเองก่อน ฟ้าเพิ่งจะจบมา ยังมีอะไรอีกมากที่เธออยากเรียนรู้

นี่นายพูดอะไร นายไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากแต่งกับน้องใช่ไหม!” มือของคนสูงวัยเกร็งแน่น เธอจับพนักเก้าอี้รถเข็นแสดงถึงอาการเครียดที่เริ่มกำเริบ

ลักษณะท่าทางที่มารดาแสดงออกมาทำให้ธนเศรษฐ์รู้ว่า แม่ยังคงคิดเรื่องในอดีตที่เขาเคยต่อต้านการหมั้นจนถึงตอนนี้ก็ยังคงระแวงและไม่ไว้ใจ

แม่ครับ…”

นายไม่อยากแต่งกับน้อง เพราะนายยังลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ใช่ไหม

คำถามของสุวรรณวดีเหมือนหมัดหนักๆ ที่ต่อยลูกชายจนเจ้าตัวสะอึกยิ่งคนเป็นแม่ดูอาการของลูกชายที่เป็นความหวังเดียวของเธอออก ความโกรธและเครียดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ทำไมล่ะนาย มันผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมนายยังลืมมันไม่ได้ นายลืมสัญญาที่เคยให้แม่ไว้แล้วเหรอ นายลืมไปแล้วเหรอว่าพ่อ พี่ชาย เคยพูดอะไรไว้กับนาย

เจ้านายของแม่...คำนี้เหมือนเป็นคำที่แม่พูดเพื่อล่ามโซ่เขาไว้ แม้ว่าที่ผ่านมาแม่จะทำเหมือนว่ารักและหวังดี แต่ที่จริงแล้วเขามองออกมาเสมอว่า แม่เพียงต้องการให้เขาเป็นตัวแทนของพ่อและพี่ชายเพื่อจะได้ก้าวเป็นผู้นำของตระกูล เหมือนความหวังที่แม่เคยตั้งไว้กับพี่ชายเขา...เจ้าขุนของแม่

เพราะเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่แม่รักต้องตายถึงสองคน จนทำให้แม่ต้องทุกข์ตรมและอยู่ในสภาพนี้ เพราะฉะนั้นชีวิตที่เหลือของเขาจึงเป็นของแม่และต้องทำตามทุกอย่างที่ท่านต้องการ

ถึงยังไงผมก็ต้องแต่งกับฟ้าอยู่แล้วนี่ครับ ฟ้าแค่ต้องการจะไปเรียนต่อ พอถึงเวลาเราก็จะแต่งงานกัน

ไม่ได้ ยังไงหนูฟ้าก็ต้องแต่งกับแกคนเดียว!” สุวรรณวดีโกรธจนมีแววรื้นของน้ำตาทำเอาคนเป็นลูกรู้สึกผิดที่พูดไปแบบนั้น

เกิดอะไรขึ้น ทำไมเอะอะโวยวายเสียงดังกันแต่เช้า

ผู้สูงอายุซึ่งเป็นที่เคารพของทุกคนในบ้านปรากฏตัวขึ้น แม้ว่าท่านจะดูอายุมากทว่าก็ยังดูแข็งแรง อีกทั้งยังดูน่าเกรงขามและสง่า

สวัสดีครับปู่หลานชายที่ตอนนี้ได้ขึ้นเป็นผู้นำยกมือไหว้ด้วยความเคารพ แม้ว่าเขาจะไม่ได้กลับบ้าน ทว่าเขาก็โทรศัพท์ปรึกษาเรื่องงานกับปู่อยู่บ่อยครั้ง

ว่าไงเจ้านาย ทำไมวันนี้ถึงได้มาแต่เช้าล่ะ ไหนว่าวันนี้มีนัดจะไปคุยกับคุณสถิตย์ไม่ใช่เหรอ

ปู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเมตตาอย่างเช่นทุกครั้งไม่เคยแปรเปลี่ยน แม้ว่าที่ผ่านมาทุกคนจะตราหน้าเขาว่าเป็นคนผิดอย่างไร แต่ปู่ไม่เคยพูดหรือแม้แต่มองที่จะประณามเขาเช่นคนอื่น หากแต่ก็ยังมีบางอย่างที่มันยังไม่ถูกต้อง

คุณสถิตย์ขอเลื่อนนัดครับ เขาแจ้งมาว่าตอนนี้อยู่ที่ญี่ปุ่นติดพายุหิมะ แต่อีกวันสองวันก็น่าจะเดินทางมาถึง

อืมคนเป็นปู่พยักหน้าก่อนจะบอกให้เขาไปคุยกับท่านที่สวนหย่อมเล็กๆ หลังบ้าน ซึ่งน่าจะเรียกว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัว

ธนเศรษฐ์มองมารดา เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พอคุยงานเสร็จก็ไปอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นแล้วลงมากินข้าวนะ เดี๋ยวแม่จะให้คนในครัวทำให้

ธนเศรษฐ์จึงได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเดินตามปู่ไปโดยพยายามไม่คิดอะไร

 

ผู้นำใหญ่ซึ่งอยู่เบื้องหลังในเครือธุรกิจและทรัพย์สินของอาณาจักรอัศวเศวตรกุลนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนราคาแพง มือข้างหนึ่งของผู้ยังทรงอิทธิพลถือไม้เท้าที่ทำจากไม้เนื้อดีไว้ ขณะที่สายตาก็มองมาที่เขาเหมือนมีเรื่องจะพูดด้วย

ปู่ได้ยินมาว่าแกถูกช่องเกศรปฏิเสธมา ไม่ใช่ว่าแกต้องเป็นคนปฏิเสธเขาหรอกเหรอ

ธนเศรษฐ์ยิ้ม แม้ว่าปู่จะออกมาจากการบริหารงานที่เคยทำมาแล้ว แต่ท่านก็ยังคงเอาใจใส่ข่าวคราวที่เกิดขึ้นที่บริษัทเสมอ

ยิ่งช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงที่เขาเพิ่งเข้ามาและเริ่มปรับเปลี่ยนหลายสิ่ง ข่าวคราวจึงอาจจะมาถึงปู่มากเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องแผนปรับโครงสร้างองค์กร ปรับเปลี่ยนแพ็กเกจสินค้า ขยายธุรกิจหรือลงทุนซื้อสินทรัพย์ไว้อย่างธุรกิจโทรทัศน์เพื่อเป็นช่องทางทำการตลาด

อย่างธุรกิจโทรทัศน์ของ มาดลีลา หรือที่รู้จักกันว่า ช่องเกศรที่ทีแรกเขาตั้งใจจะซื้อไว้เพราะเจ้าของกิจการอย่างคุณนิพนธ์เป็นเพื่อนรักกับปู่ได้ขอให้ช่วย เนื่องจากช่วงหลังมานี้ทางบริษัทค่อนข้างขาดทุน อีกทั้งยังมีแผนต้องการเงินลงทุนเพิ่ม ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะเห็นว่าปู่สนับสนุนในการช่วยเหลือฝ่ายนั้น อีกทั้งเขาก็มีความคิดที่จะเข้าซื้อธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้อยู่แล้ว ทว่าการช่วยเหลือไม่ได้เป็นเพียงการหยิบยื่นมือเข้าช่วยเท่านั้น แต่เขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงการทำงานและโครงสร้างองค์กร หรือสรุปง่ายๆ ว่าปฏิรูปธุรกิจทั้งหมด ซึ่งสิ่งนี้ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นที่พอใจของคุณนิพนธ์ เพราะเขาหวงแหนในสิ่งที่เคยทำมาแต่นมนาน

ธนเศรษฐ์จึงตัดสินไม่ซื้อกิจการของฝ่ายนั้น เขาหันไปสนใจอีกช่องหนึ่งซึ่งเป็นบริษัทใหม่ที่เพิ่งตั้งตัวได้ไม่นานหลังจากเข้ามาในวงการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล

แม้ว่าจะเพิ่งเข้ามาเป็นช่องใหม่ที่ชื่อว่า ดูดี ต่างจากช่องเกศรสีที่เข้ามานานแล้วและมีกลุ่มแฟนคลับค่อนข้างเหนียวแน่น แต่รายการของช่องดูดีก็ถือว่าน่าสนใจหลายตัว เรตติ้งก็มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โครงสร้างองค์กรก็จัดว่าดี ระบบการทำงานรวดเร็ว ช่องดูดีจึงถือทรัพย์สินหนึ่งที่น่าลงทุน ทั้งคนก่อตั้งอย่างคุณสถิตย์ก็เป็นผู้บริหารหัวคิดสมัยใหม่ ธนเศรษฐ์คิดว่าอีกไม่นานบริษัทนี้น่าจะมีมูลค่าสูงมากกว่า ช่องเกศรคงจะทนสภาพขาดทุนที่ได้อีกไม่กี่ปี

ครับคนเป็นหลานตอบรับผู้สูงอายุ

จริงๆ ปู่ก็เห็นด้วยกับความคิดแกนะ แต่ว่าพอตอนนั้นคุณนิพนธ์มาขอให้ปู่ช่วย ด้วยมิตรภาพที่เคยมีกันมามันก็ยากจะปฏิเสธ

เมื่อก่อนสมัยที่ปู่เคยชอบปีนเขาตามประสาคนหนุ่มปู่ได้รู้จักกับคุณนิพนธ์ในช่วงนั้น

ธนเศรษฐ์ทราบเรื่องนี้ดี แม้ว่าเขาจะอยากช่วยแค่ไหน แต่ถ้าหากไม่ยอมให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทถึงอย่างไรบริษัทก็จะอยู่ได้อีกไม่นาน

แต่ถึงยังไงปู่ก็ยอมรับการตัดสินใจของแก แต่ก็น่าขำเหมือนกันนะที่คนอื่นๆ อาจจะมองว่าแกดูไม่ฉลาดเท่าไร

เป็นเพราะพวกเขาคงไม่เห็นว่าทรัพย์สินเล็กๆ จะเติบโตได้ อีกอย่าง เรื่องอย่างนี้เราต้องลองเสี่ยงดู ผมเชื่อว่าคุณสถิตย์จะสามารถบริหารช่องต่อไปได้ เพราะดูจากแผนในระยะยาวแล้วก็เห็นว่าน่าสนใจดีนะครับ ทีมงานของเขาก็เป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง ไม่ปิดโอกาสการทำงานและความคิด ผมว่าเขาสามารถทำรายการหรือผลิตผลงานที่เข้ากับยุคสมัยนี้ได้ง่ายปัจจุบันการแข่งขันทางอุตสาหกรรมทางโทรทัศน์ค่อนข้างสูงเนื่องจากมีสมาร์ทโฟนมาแย่งความสนใจไป แต่ละช่องต้องสามารถดึงดูดด้วยการทำรายการหรือละครเพื่อรั้งคนดูไว้ให้ได้

อืม ถ้าแกเห็นว่าดีก็ว่าตามแกเลยปู่ผินหน้าจากสวนที่มองมาทางหลานชาย แล้วที่แกคุยกับแม่เรื่องหนูฟ้าล่ะ

ธนเศรษฐ์เงียบไปเพียงอึดใจก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก็คงรอฟ้าเรียนจบก่อนครับ เราถึงจะแต่งงานกัน

เจ้าสัวสุวัฒน์พยักหน้า หากก็ไม่ได้พูดอะไร จนหลานชายเปลี่ยนเรื่องถาม

แล้วคุณย่าล่ะครับ ปกติแล้วคุณย่ามักจะมานั่งเล่นกับคุณปู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ

ย่าเราเขาไม่ค่อยสบาย วันนี้ปวดหัวนิดหน่อยก็เลยนอนพักอยู่บนห้องปู่บอกด้วยท่าทีปกติ ทั้งที่รู้ว่าหลานชายกับย่ามีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีต่อกันเท่าไร

เพ็ญแขยังคงฝังใจมาตลอดว่าธนเศรษฐ์เป็นคนทำให้ลูกชายคนโตหรือพ่อของตัวเองต้องตาย มิหนำซ้ำยังพรากชีวิตหลานชายคนโตอย่างธนพลไป ท่านจึงตั้งแง่รังเกียจธนเศรษฐ์ทั้งที่รู้ว่าหลานคนนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำเช่นนั้น

ทั้งสองคนคุยกันโดยไม่รู้ว่ามีใครคนหนึ่งกำลังแอบฟังอยู่เงียบๆ ตรงมุมประตูติดกับสวนหย่อม

ปภัสราเดินย่องออกมาห่างจากจุดนั้นโดยเร็วเพื่อรีบโทรศัพท์หาลูกชายให้ทราบเรื่องทันที

ชาย ไอ้เจ้านายมันไม่ได้พลาดที่จะไม่ซื้อช่องเกศร แต่มันจงใจปล่อยผ่านไปเลยต่างหาก

แม่ว่าไงนะปลายสายถามกลับมาอย่างไม่เข้าใจ

มันตั้งใจจะซื้อช่องดูดีของคุณสถิตย์ ช่องเล็กๆ ที่มันเชื่อว่าจะเติบโตได้ดีน่ะสิ!” หล่อนอดไม่ได้ที่จะขึ้นเสียงกับความไม่รอบรู้ของลูกชายที่ไปทราบข่าวมาผิดๆ แล้วอีกเรื่องคือไอ้เจ้านายมันจะแต่งงานกับหนูฟ้าแล้วนะ เพราะฉะนั้นลูกต้องรีบทำอะไรสักอย่างแล้วนะชาย จะมาชะล่าใจอย่างนี้ไม่ได้

สะใภ้รองของอัศวเศวตจะไม่ยอมให้ไอ้หลานชายของพ่อสามีที่มีอายุไล่เลี่ยกันกับลูกของเธอได้อะไรมากกว่านี้ เธอกับลูกชายจะต้องแย่งทุกอย่างจากมันมาเป็นของพวกเธอให้ได้!

 

 ขออนุญาตทำการ REUP นะคะ >< 

ตอนนี้ใครอยากอ่านเรื่องใหม่ จิ้มๆ ที่ >>>รูปเบย 

ตอนนี้เปิดจองเล่มด้วยนะคะ ><

 เรื่องนี้มี E-Book นะคะ (ด้านล่าง) รูปเล่มสามารถติดต่อไรท์ได้ที่เพจ ฟ้าน้ำค้าง ค่ะ 

https://goo.gl/bv85kT

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น