เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 46 : บทที่ 26 ไม่อาจปล่อยวาง 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,527
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    20 พ.ย. 61

     จวบจนถึงเวลาช่วงเย็นย่ำ ชนกานต์เดินเข้าไปในลิฟต์เพื่อจะลงจากตึกสูงลิ่วซึ่งเป็นสถานที่ที่บริษัทเช่าทำเป็นพื้นที่ออฟฟิศ

     ตึกนี้เป็นตึกใหญ่ ซึ่งมีจำนวนหลายชั้นที่เปิดให้บริษัทต่าง ๆ มาเช่าเป็นสำนักงาน บริเวณแถวนี้จึงครึกครื้นเต็มไปด้วยผู้คน ไม่ได้ให้ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวแต่อย่างใด

     พอมาถึงชั้นล่าง หญิงสาวออกมาจากลิฟต์และเดินไปเรื่อย ๆ จนจวบถึงประตูทางออก แต่จู่ ๆ แขนของเธอกลับถูกฉุดรั้งเข้าไปในมุมหนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหน้าซึ่งยังว่างสำหรับการเช่า บริเวณนี้จึงไร้ผู้คนผ่านไปมา ทั้งเธอยังถูกดึงเข้าไปหลบหลังเสาต้นใหญ่ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

     ปากของหญิงสาวถูกมือของบุคคลปริศนาปิดเอาไว้ เสียงขอความช่วยเหลือจึงไม่สามารถเล็ดลอดไปให้ใครได้ยิน

     จนเมื่อมือใหญ่ยอมปล่อยปากของเธอออก หากแต่ดึงรั้งให้ร่างบางเข้ามาแนบชิดจนตัวแทบติดกับร่างแกร่ง

     “คุณ!” ชนกานต์เบิกตากว้าง หากแต่ไม่นานหญิงสาวก็ตั้งสติพยายามผลักไสคนที่ดึงตัวเธอมาแอบเช่นนี้

     ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเธอยังคงจำสัมผัสและกรุ่นกลิ่นของเขาได้

     “ผ่านมาตั้งหลายวันจำเจ้านายเก่าได้ด้วยเหรอ เอ๊...หรือว่าแฟนเก่า ไม่สิต้องผัวเก่าต่างหาก”

     คนลักพาตัวหญิงสาวกระซิบข้างหูอย่างกวนอารมณ์ ใบหน้าของเขาแสดงออกมาตามที่พูดจริง ๆ ไม่ได้มีความน่าเกรงขามเหมือนอยู่ในตำแหน่งท่านประธานใหญ่ แต่กลับดูทะเล้นและขี้แกล้งเหมือนชายหนุ่มคนเก่าที่เธอเคยรู้จัก

     “ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น ปล่อยดิฉันด้วยค่ะ!” ชนกานต์แสร้งทำเป็นโมโหใส่ทั้งที่ในใจเธอกำลังสั่นไหวและสับสน

     “แน่ใจ?...แต่ถ้าผมจำไม่ผิด สามตำแหน่งที่ว่า...ผมควบมาหมดแล้วนะ” ธนเศรษฐ์โน้มตัวเข้ามาใกล้ใบหน้าของคนที่มัวแต่ต่อต้านเขาจนแก้มของเธอแดงก่ำ

     “คุณมีธุระอะไรกับฉัน” ชนกานต์รีบเบือนหน้าหนี และรีบพูดปัดทันที

     มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มก่อนเขาจะยั่วยุคนที่กำลังทั้งโกรธทั้งอาย ยิ่งได้แกล้งเธอเขาก็ยิ่งรู้สึกสนุก

     “ธุระน่ะมีแน่ แต่ตอนนี้คุณต้องไปกับผมก่อน”

     หญิงสาวพยายามขืนตัวออกจากอ้อมอกและอ้อมแขนทว่าก็ไม่เป็นผล

     “ทำไมฉันต้องไปกับคุณด้วย ในเมื่อคุณไม่มีสิทธิ์สั่งฉันแล้ว”

     “มีสิ ผมมีแน่ อยากให้ผมขึ้นไปบอกเจ้านายของคุณไหมล่ะว่าคุณเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้บริหารของอัศวเศวตรกรุ๊ปมาแล้ว ส่วนจะเพื่ออะไรนั้นก็คงต้องให้เจ้านายของคุณหรือฝ่ายบุคคลเดากันไปเองนะ” ธนเศรษฐ์พูดด้วยความมั่นใจว่าตัวเองมีไพ่เหนือกว่าหญิงสาว

     “คุณไม่กล้าหรอก” ตอนนี้เขาไม่ใช่เจ้านายคนเก่า เขาไม่กล้าเอาชื่อเสียงตัวเองมาแลกกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอที่ไม่มีอะไร

     ธนเศรษฐ์มองลึกเข้าไปในดวงตากลมใส “คุณก็รู้ว่าไม่มีอะไรที่ผมไม่กล้า...แล้วอีกอย่าง ไม่ใช่ผมที่เดือดร้อน แต่เป็นตัวคุณเองต่างหากที่จะอายจนไม่กล้าทำงานที่นี่ต่อแน่ ๆ”

     คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เคยชนะมาตลอดเม้มปากแน่น เธอมองตาขวางใส่คนที่ยิ้มกริ่มอย่างไม่รู้สึกรู้สา ซึ่งไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า เพราะเธอสัมผัสได้ว่าวันนี้เขาต่างจากทุกวันที่เธอเจอ แม้แต่วันก่อนที่พบเขาพร้อมกับกรุณ ธนเศรษฐ์ยังคงมองเธอคล้ายกับเป็นคนที่ดูเหินห่าง แต่มาวันนี้เขากลับกล้าที่จะทำตัวสนิทสนมเหมือนเช่นหลายปีก่อน

     ชายหนุ่มที่เห็นท่าทางงอนของอดีตแฟนสาวก็รู้สึกชอบใจ ที่ผ่านมาเขามัวแต่มองโลกในด้านเดียวจนต้องสูญเสียเวลาที่ได้อยู่กับเธอไป ทั้งยังปล่อยให้เธอต้องเผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง

     สายตาคมที่มักจะมองชนกานต์ด้วยความโกรธ เย็นชา ทั้งอาฆาตพยาบาทปนกันไป บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความสุข หรือแม้แต่ความเป็นเด็กที่เขามักซุกซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น

     คนที่อยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นจึงรู้สึกร้อนวูบวาบ เธอหลุบตาลงต่ำ ทั้งยังก้มหน้าจนคางชิดคอ

     “คุณปล่อยฉันก่อนได้ไหม” หญิงสาวพูดเสียงเบา หากแต่ก็นุ่มนวลสำหรับคนฟัง

     เจ้าของร่างสูงจึงใจดีค่อย ๆ ลดแรงรัดเหลือเพียงแต่กอดเธอไว้หลวม ๆ ธนเศรษฐ์มองคนที่เหมือนเขินอย่างเอ็นดู ก่อนที่สายตาเขาจะหลุบมองไปที่กระเป๋าของหญิงสาวซึ่งเป็นที่มาของเสียงโทรศัพท์

     ชนกานต์ได้แต่ภาวนาว่าคนที่โทร.มาจะไม่ใช่คนที่นัดเธอไปกินข้าวเย็นกับเขา หญิงสาวใช้โอกาสนี้ขอผละห่างจากคนเอาแต่ใจซึ่งอีกฝ่ายยอมแต่โดยดี เธอรีบหันหลังและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมตัวที่จะกดรับสายและป้องปากไว้เพื่อกันเสียงไม่ให้คนข้างหลังซึ่งอยู่ห่างออกไปราวหนึ่งเมตรได้ยิน ทว่าดูเหมือนเธอจะช้าไปเสียแล้ว

     ธนเศรษฐ์ถือวิสาสะฉวยโทรศัพท์มือถือของเธอออกจากมือไปหน้าตาเฉย ทั้งยังกดวางสายให้เสียเรียบร้อยก่อนจะหยอดเข้ากระเป๋ากางเกงตนอย่างคนกันเอง

     “ไหนว่าไม่ติดต่อกับพี่เมฆแล้วไง” สายตาอบอุ่นพลันเปลี่ยนเป็นความร้อนที่พร้อมจะผลาญเธอให้เป็นจุณ

     ชนกานต์พยายามปัดประโยคหาเรื่องของเขา “แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาบล็อกรายชื่อในเครื่องของคนอื่นเขาเหมือนกัน”

     ธนเศรษฐ์ขบกรามแน่น เขาจับที่ต้นแขนคนตัวเล็กที่เขาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเมื่อนานมาแล้ว และตอนนี้ก็ยังถือสิทธิ์เป็นอยู่

     “ผมมีสิทธิ์ อยากให้ผมแสดงสิทธิ์ตรงนี้เลยไหมล่ะ กล้องวงจรปิดก็มี ดีเหมือนกัน เผื่อคุณลืมจะได้เก็บไว้เป็นหลักฐานย้ำเตือนว่าตัวเองเป็นของใคร”

     น้ำเสียงเรียบทุ้มที่แฝงไปด้วยความโกรธทำเอาชนกานต์ขนลุกชันเหมือนลูกนกที่กลัวจนตัวสั่น

     ชายหนุ่มที่เห็นว่าร่างบางเริ่มหวาดกลัวเล็กน้อยจึงได้แต่ทอดถอนหายใจแล้วเข้าสวมกอดคนที่เสียขวัญอย่างนุ่มนวลพร้อมทั้งปลอบประโลมลูบหลัง

     “ลืมไปแล้วรึไง ไม่ว่าผมจะโกรธคุณมากแค่ไหน แต่ผมก็ไม่มีทางทำร้ายคุณได้หรอก”

     เขาพูดชิดริมขมับและประทับริมฝีปากที่หน้าผากเธอครั้งหนึ่งทำเอาคนตัวเล็กรู้สึกงงงวยและพลันรู้สึกอบอุ่นไปพร้อมกัน

     ชนกานต์ยอมตามคนที่บังคับให้เธอมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก มีสัดส่วนกั้นระหว่างโต๊ะอย่างชัดเจน

     อาหารทุกอย่างถูกสั่งตามคนที่พาเธอมา เขาไถ่ถามเธอว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม แต่หญิงสาวส่ายหน้าอย่างเดียว เธอมองเขาพร้อมทั้งทำหน้าเครียดราวกับมีเรื่องบางอย่างอยากจะพูด

     “หิวถึงขนาดทำหน้ามุ่ยเชียวเหรอ เมื่อก่อนคุณไม่เห็นจะเป็นแบบนี้นี่” เขาว่าอย่างขำ ๆ แต่ชนกานต์กลับไม่รู้สึกตลกด้วย

     “คุณมีธุระอะไรเหรอคะถึงได้พาฉันมาคุยกันถึงที่นี่”

     ธนเศรษฐ์ยิ้มเป็นประกายไปถึงดวงตา “ผมแค่อยากกินข้าวกับคุณก็ไม่ได้เหรอ”

     หญิงสาวเม้มปากแน่น แม้จะรู้ว่าเขาพูดแซ็ว แต่ก็อดรู้สึกวูบวาบในอกไม่ได้

     “คุณมีธุระอะไรก็ว่ามาเถอะ การที่เราพบกันแบบนี้มันไม่เหมาะเท่าไร”

     จากสายตาที่ดูทะเล้นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นจริงจังในแบบฉบับของผู้ใหญ่ทันที

     “อะไรคือสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เรื่องของเราอย่างงั้นเหรอ”

     ชนกานต์พยักหน้า “ค่ะ การที่ท่านประธานมานั่งรับประทานอาหารกับดิฉันซึ่งเคยเป็นอดีตพนักงานของอัศวเศวตรกรุ๊ปดูจะไม่เหมาะเท่าไร” ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเขาไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ต่อเธออีกแล้ว

     “แต่ก่อนหน้านี้เราก็เคยเป็นมากกว่านี้นี่ ดูเหมือนว่าความทรงจำบางส่วนของคุณจะหายไปนะ” เขายอกย้อนราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นคนที่อยากจะลืมมันไปเอง

     “แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วค่ะ มันก็แค่อดีตเท่านั้น เราไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีก”

     “ผมรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้วนะ ทั้งเรื่องที่คุณไม่เคยบอกปัญหาส่วนตัวอะไรของคุณเลย หรือแม้แต่เรื่องที่เกี่ยวกับแม่ของผม”

     สบตากันราวกับวัดใจ และเป็นชนกานต์เองที่กินปูนร้อนท้อง ทนต่อความนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ “คุณพูดเรื่องอะไร”

     “ก็เรื่องที่คุณต้องรับเงินจากแม่เพื่อเอาไปช่วยพ่อคุณ แล้วก็เรื่องที่แต่งงานกับรุ่นพี่ในชมรมเพื่อหลอกผมไง”

คนรู้ตัวว่าผิดก้มหน้า ไม่กล้าสบตาเขา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น

  1. #1285 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 10:02
    ในทีสุดพระเอกก็บรรลุ
    #1285
    0
  2. #1281 ไม้ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 22:12

    สนุกค่ะ

    #1281
    0
  3. #1246 หทัยทิพย์ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 09:12
    รออ่านนะคะ
    #1246
    0
  4. #1245 AijaSolothurn (@AijaSolothurn) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 22:46
    เย้ๆๆๆเห์นชื่อน้องแล้วค่ะไรท์❤
    #1245
    0
  5. #264 Min-sumon (@Min-sumon) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 15:39
    ข้าวจะเจออะไรอีกทำดีไม่ได้ดีซะงั้น
    #264
    1
  6. วันที่ 22 กันยายน 2560 / 15:36
    ถ้าฉาก NC คาดว่าน่าจะได้กินแบนร์
    #263
    1