เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 47 : บทที่ 26 ไม่อาจปล่อยวาง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,796
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    23 พ.ย. 61

     “แล้วมันก็สำเร็จได้ดีซะด้วย ผมนึกว่าคุณแต่งงานกับเขาจริง ๆ แล้วพากันบินไปอยู่ที่สวิตฯ ด้วยกันซะอีก” เขายังจำความเจ็บปวดในตอนนั้นได้ดีว่ามันฝังใจมากแค่ไหน “หลังจากที่เราเจอกันครั้งสุดท้าย ในคืนเดียวกัน ผมประสบอุบัติเหตุหนัก ขับรถพุ่งเข้าชนต้นไม้ โชคดีว่าตอนนั้นแม่ไม่เป็นอะไรเท่าไร”

     ชนกานต์เงยหน้าขึ้น เธอเบิกตากว้างกับความจริงที่เคยได้ยินจากแม่ของเขาครั้งหนึ่ง “แล้วคุณ...”

     “ตอนนั้นก็แค่ปอดฉีก ซี่โครงหัก กระดูกแตก…”

     คนฟังเริ่มน้ำตาคลอ เพียงแค่จินตนาการสภาพของเขาเพียงเท่าที่ได้ยินมา ชนกานต์ก็แทบทนทานไม่ไหว

     คนที่พูดให้ฟังจึงยิ้มกริ่ม ดีใจไม่น้อยที่เธอยังรู้สึกต่อเขา “ผมล้อเล่น”

     ดวงตาที่เริ่มแดงของหญิงสาวมองเขาในเชิงไม่อยากเชื่อ “อย่าโกหกกันนะ”

     “จริง ๆ ไม่ได้เป็นอะไรมากเท่าไรหรอก แค่มีแผลที่หัวนิดหน่อย”

     แม้กระนั้นชนกานต์ก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ ถึงเขาจะบอกว่าเป็นเพียงเล็กน้อยแต่เธอไม่อยากเชื่อเท่าไรนัก

     คนทั้งสองเงียบไปอยู่สักครู่ คนหนึ่งยังคงเสียใจกับสิ่งที่ทำให้คนรักต้องเดือดร้อน ส่วนอีกคนก็นึกอยากย้อนเวลากลับไปไม่ให้เกิดเรื่องพลัดพรากจากกันจนเกือบจะสายเกินไป

     หญิงสาวได้แต่หลุบตามองที่แขนของเขาแล้วจินตนาการไปถึงช่วงแห่งความทุกข์ที่อดีตแฟนหนุ่มประสบเหตุซึ่งเกิดขึ้นมาจากเธอ

     “หลังจากตอนนั้นผมก็ยังไม่เลิกคิดถึงคุณหรอกนะ ผมพยายามสืบหาข้อมูลว่าคุณไปอยู่ไหน ทั้งที่น่าจะคิดแล้วว่าคุณต้องไปอยู่กับไอ้เกล้าที่สวิตฯ แน่ ๆ ตอนนั้นเตยเป็นเบาะแสเดียวที่หลงเหลืออยู่ว่าผมจะหาคุณเจอรึเปล่า แต่เธอก็ไม่ยอมปริปากพูด ทั้งยังบอกว่าติดต่อคุณไม่ได้เหมือนกัน”

     เขาเล่าความเดิมต่อจากเหตุการณ์ที่เกือบพรากชีวิตไปจนทำให้คนฟังน้ำตาคลอ คิดไม่ถึงว่าเขายังรักและอาลัยเธอถึงเพียงนั้น โดยที่เธอไม่ได้ทำอะไรเพื่อเขาเลย เรียนจบก็หนีไปที่สุราษฏร์ฯ โดยที่ไม่กลับมารับปริญญาเลยด้วยซ้ำ

     “…ระหว่างเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม” จู่ ๆ คนที่นั่งตรงข้ามเธอก็เปลี่ยนเรื่อง ซึ่งชนกานต์รู้ทันทีว่า ‘ระหว่างเรา’ ของเขาหมายความว่ายังไง

     “เราต่างคนอยู่กันบนเส้นทางคนละเส้น เป็นเส้นขนานที่ไม่มีทางบรรจบ เราก็แค่แฟนเก่ากันที่ต่างคนต่างมีชีวิตใหม่ไปแล้ว”

     “แต่เส้นขนานนั้นก็สามารถอยู่ด้วยกันได้ เดินเคียงข้างไปด้วยกันได้นี่ แล้วทำไมคนที่เป็นแฟนเก่ากันจะกลับมาคบด้วยกันไม่ได้อีก” ธนเศรษฐ์เอื้อมเข้าไปจับมือน้อย ๆ ของดวงใจที่ไม่เคยเลือนรางหายไปไหน

     “ถ้าผมสัญญาว่าจะทำให้เรื่องระหว่างเราผ่านไปได้ ขอแค่คุณรอผม อยู่ข้างผม แค่นั้นจะได้รึเปล่า”

     แม้จะเป็นคำพูดที่ซาบซึ้งจนแทบหายใจไม่ออก แต่นี่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดีสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุสำหรับเรื่องนี้เลยสักนิด

     ชนกานต์ส่ายหน้าแทนคำตอบ “แล้วคุณฟ้า คู่หมั้นของคุณล่ะ อย่าให้คนที่ไม่ได้รู้เรื่องนี้ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยนะคะ”

     “ฟ้าเป็นคนมีเหตุผล ผมเชื่อว่าฟ้าจะเข้าใจ”

     หญิงสาวทนไม่ได้ที่ได้ยินอดีตคนรักพูดออกมาโดยไม่รับผิดชอบคนอื่นเช่นนี้

     “แต่ฉันไม่เข้าใจ เรื่องของเรามันจบลงแล้ว แต่เรื่องของคุณกับคุณฟ้าเพิ่งเริ่มต้น แล้วอีกอย่างฉันก็ละอายมากกับสิ่งที่ได้ทำไว้กับแม่ของคุณ”

     “…”

     “แม่คุณเดินไม่ได้ก็เพราะฉัน อย่าให้ฉันรู้สึกผิดไปมากกว่านี้เลยนะคะ”

     ธนเศรษฐ์ส่ายหน้าพร้อมทั้งถอนหายใจหนักหน่วง “มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด”

     ในวินาทีนั้นพนักงานเสิร์ฟก็นำอาหารที่สั่งมา ซึ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นของโปรดของเธอ

     เขายังคงไม่ลืม

     ชนกานต์ยิ้มให้กับอาหารตรงหน้า นี่คงเป็นมื้อสุดท้ายที่เธอจะได้รับประทานอาหารร่วมกับเขา

     “เรื่องแม่...” ชายหนุ่มยังคงคิดจะพูดต่อ

     “อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลยค่ะ เรามารีบทานกันดีกว่า ฉันหิวแล้ว” ชนกานต์พยายามทำเป็นลืมสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วยิ้มให้เขา ซึ่งคนเห็นมองออกว่ามันช่างเศร้าเหลือเกิน แต่กระนั้นมันก็คือยิ้มแรกที่เธอส่งให้เขานับตั้งแต่เจอกันอีกครั้ง

     ธนเศรษฐ์ยอมตามใจเธอโดยการไม่พูดสิ่งที่เขาอยากให้เธอเข้าใจ เพราะเมื่อเห็นเธอตั้งใจรับประทานอาหารได้อย่างเต็มอิ่มเป็นครั้งแรกเช่นมื้อนี้ มันก็ทำให้เขาไม่อยากพูดอะไรที่อาจขัดใจได้

     ชายหนุ่มตักอาหารให้หญิงสาวเรื่อย ๆ จนคนรับต้องบ่นอุบ แต่กระนั้นเธอก็ยอมรับประทานที่เขาตักมาให้เกือบทั้งสิ้น

     แม้ว่าระหว่างนั้นจะไม่มีประโยคสนทนาใด ๆ ออกมาอีก ทว่าบรรยากาศกลับดูอบอุ่นชวนหวานซึ้งท่ามกลางความเงียบและอิ่มเอมกับความรู้สึกของกันและกัน

 

     หม่อมหลวงวรทย์ไม่สามารถติดต่อชนกานต์ได้เลยตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ทั้งที่หญิงสาวน่าจะเลิกงานไปตั้งแต่หกโมงเย็นแล้ว แต่จนป่านนี้ทุ่มหนึ่ง มือถือของเขาก็ไร้การติดต่อกลับมา กระทั่งจู่ ๆ มีสายเรียกเข้า หากแต่ไม่ใช่เบอร์ของชนกานต์

     “อาจารย์เมฆใช่ไหมคะ นี่เตยเพื่อนข้าวเองนะคะ” โชคดีว่าชนกานต์ให้เบอร์หม่อมหลวงวรทย์ไว้ เธอจึงสามารถติดต่อหาอาจารย์หนุ่มได้

     “ครับ ตอนนี้คุณข้าวอยู่กับคุณรึเปล่า” ชายหนุ่มรีบถามด้วยความเป็นห่วง

     “…ตอนนี้ข้าวอยู่ที่ห้องของเตยแล้วค่ะ เห็นบ่นว่าปวดหัวมาก เลยออกไปหาอาจารย์ไม่ได้” คนพูดแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองที่กล้าหาเหตุผลซึ่งดูฟังไม่ขึ้นมาอ้าง

     “แล้วตอนนี้เป็นอะไรรึเปล่าครับ ไปหาหมอรึยัง” ปลายสายไม่มีน้ำเสียงโกรธ หากแสดงความเป็นห่วงเสียมากกว่า

     เสียดายแทนข้าวมันจริง ๆ แต่ใช่ว่าผู้ชายอย่างพี่นายก็ใช่ว่าจะแย่

     “นี่เริ่มดีขึ้นแล้วค่ะ แต่คงจะไปทานข้าวกับอาจารย์ไม่ไหวแล้ว ขอโทษแทนมันด้วยนะคะ”

     “ไม่เป็นไรครับ ฝากบอกเขาด้วยนะครับว่าให้พักผ่อนเยอะ ๆ ดูแลสุขภาพให้ดี แล้วพรุ่งนี้ผมจะไปรับที่ทำงาน”

     ตรีรัตน์ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงรีบรับปากตกลงส่ง ๆ ไปก่อน “ค่ะ เดี๋ยวเตยจะบอกมันให้”

     “ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ” หม่อมหลวงวรทย์นึกห่วงชนกานต์ หากแต่จะไปเยี่ยมเธอตอนนี้ก็คงไม่เหมาะต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้ดีกว่า

     ส่วนตรีรัตน์เองหลังจากวางสายไปหญิงสาวก็ได้แต่ถอนหายใจโล่ง พร้อมทั้งกุมขมับอีกครั้งเมื่อนึกถึงปัญหาอันยุ่งยากของเพื่อนสาว

     เธอรู้ดีว่าตอนนี้ชนกานต์อยู่ที่ไหนกับใคร และกำลังทำอะไรอยู่

     “ข้าวเอ๊ย แล้วแกจะเลือกใครล่ะเนี่ย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น

  1. #1280 tankyo (@icezaaakub33) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 21:51

    เลือกไม่ถูกเลยใช่มั้นหนูเตย
    #1280
    0
  2. #1248 AijaSolothurn (@AijaSolothurn) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 19:45
    รูปเล่มสวยจังค่ะ
    #1248
    1
  3. #271 Wiwan Truadngu (@wiwan9255) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 22:14
    อือๆๆๆๆๆ. ท่านประธานนนนนนนนน
    #271
    1